Masukเมื่อกลับมาถึงคอนโดมนตกานต์ก็รีบจัดการโยนชุดทำงานที่ใส่มาตลอดทั้งสัปดาห์ลงเครื่องซักและอบ ซึ่งเดิมที่แล้วเธอจะซักพรุ่งนี้เช้าแต่พอเหมวัตบอกว่าจะกลับบ้านเธอก็เลยอยากจะกลับด้วยเพราะมีหนังสือบางเล่มที่อยากกลับไปเอามาอ่านที่นี่
ระหว่างรอเครื่องซักผ้าทำงานก็เก็บของใช้บางส่วนลงกระเป๋าเป้ส่วนเสื้อผ้านั้นมีอยู่ที่บ้านแล้วจึงไม่จำเป็นต้องเอาไปด้วย
ขณะหยิบที่ชาร์ทใส่กระเป๋าเสียงไลน์ก็ดังขึ้น
“กานต์แกง่วงหรือยัง” กัญญาพรถามเมื่อเพื่อนกดรับวิดีโอคอล
“ยังไม่ง่วงแกมีอะไรหรือเปล่าโทรมาดึกเชียว”
“ฉันจะถามแกว่าพรุ่งนี้แกจะกลับบ้านไหม”
“ก็ว่าจะกลับนะ แกเปลี่ยนใจจะกลับด้วยไหม”
“เปล่าหรอก ถ้าแกกลับฉันจะฝากแกไปเอาของที่บ้านหน่อยได้ไหม”
“ได้สิ แกบอกแม่แกเตรียมไว้ก็แล้วกันนะ”
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะโทรบอกแม่ แล้วแกค่อยเข้าไปเอาตอนเย็นนะ”
“ไม่มีปัญหา อยากได้อะไรเพิ่มก็บอกนะ”
“ฉันไม่อยากอะไรเพิ่ม แต่อยากจะถามอะไรสักหน่อย”
“ถามอะไร”
“แกว่าพี่เหมเป็นไงบ้าง”
“ก็ดีนะ เขาใจดีเหมือนคุณยายแม้บางครั้งจะชอบยั่วโมโหฉันก็เถอะ” เมื่อนึกถึงวันที่เขาแกล้งให้เธอเข้าห้องไม่ได้แล้วมนตกานต์ก็อดโมโหไม่ได้
“แต่ฉันว่าเขาชอบแกนะ” กัญญาพรพูดออกมาตามที่เห็น
“แกเอาอะไรมาพูด”
“ฉันเห็นสายตาที่เขามองแก มันดูใส่ใจและห่วงใยมากเลยนะ”
“แกมองผิดแล้ว”
“ไม่นะ”
“ถ้างั้นน่าจะเป็นเพราะเขาทำตามที่คุณยายสั่งไงล่ะ”
“แต่ฉันว่าไม่นะ เชื่อฉันเถอะน่า การทำตามคำสั่งกับการเต็มใจทำมันต่างกันนะ” กัญญาพรค้านเสียงแข็ง
“เพราะแกเพิ่งเคยเจอเขาไงล่ะ แกก็เลยมองแบบนั้น”
“แล้วถ้าเขาชอบแกขึ้นมาจริง ๆ ล่ะแกจะทำยังไง”
“ก็เฉย ๆ นะเพราะฉันไม่ชอบผู้ชายที่อายุมากกว่า”
“ถึงพี่เหมเขาจะอายุมากแต่หน้าตาเขายังเด็กอยู่เลยนะ หุ่นก็ดีแล้วยังหล่อมากอีกด้วยนะ ถ้าฉันยังไม่มีแฟนฉันจะเป็นคนจีบเขาเองเลย”
“เขาเป็นพ่อหม้ายนะหลิน เขาเคยแต่งงานมาแล้ว”
“แล้วไง มันก็แค่ความผิดพลาดในอดีต พ่อฉันก็เป็นพ่อหม้ายแถมยังมีลูกติดอีกด้วย แต่แม่เลี้ยงฉันยังไม่สนใจเรื่องนี้เลย”
“คนเราเหมือนกันที่ไหนล่ะ ยังไงฉันก็ไม่ชอบเขาหรอกนะ” หญิงสาวยังคงยืนยันคำเดิม
“แกอคติเกินไปแล้วนะ พี่เหมไม่เห็นมีอะไรเสียหายเลย”
“ก็ฉันไม่ชอบไง แต่ฉันว่าเราอย่าคุยเรื่องนี้เลยนะ” มนตกานต์ไม่อยากคิดเรื่องนี้เพราะสำหรับเธอแล้วเหมวัตก็เป็นแค่พี่ชายและเธอก็ไม่ชอบคนที่อายุมากกว่า
หญิงสาวคุยกับเพื่อนอยู่นานก่อนจะวางสายและจัดการกับชุดที่ซักและอบเสร็จพอดี
มนตกานต์ปิดไฟเข้านอนแต่เวลาผ่านมาเกือบชั่วโมงก็ยังนอนไม่หลับเพราะคำพูดของกัญญาพรยังวนเวียนอยู่ในหัว ถ้าหากว่าเหมวัตเป็นอย่างที่เพื่อนพูดเธอก็คงต้องอยู่ให้ห่างจากเขาเพราะยังไงแล้วก็คงไม่มีทางชอบเขาได้
วันรุ่งขึ้นมนตกานต์ก็ทานขนมปังที่ซื้อมาตั้งแต่เมื่อวานจากนั้นพอใกล้จะสิบโมงเช้าเธอก็หยิบเป้ขึ้นมาสะพายก่อนจะออกจากห้องแล้วมาหยุดอยู่หน้าห้องตรงข้าม
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูห้องของเหมวัตเบา ๆ
ไม่นานประตูห้องก็เปิดออก เหมวัตอยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ เสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลอ่อนกับกางเกงขายาว เขายิ้มทักทายอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นเธอเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง
“ตกลงจะไปกับพี่ใช่ไหม”
“ค่ะ พี่เหมพร้อมหรือยัง”
“พร้อมตั้งนานแล้วล่ะ ไปกันเลยไหม”
“ค่ะ”
“พี่ขอไปหยิบกระเป๋าก่อนนะ” เหมวัตเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กออกมาจากห้องก่อนจะพากันมายังลิฟต์
“กินอะไรหรือยัง” เขาถามขณะเดินคู่กันไปยังลานจอดรถ
“เรียบร้อยค่ะ พี่เหมล่ะคะ”
“ยังเลย เดี๋ยวแวะซื้อกาแฟกับขนมหน่อยนะ ถ้ารอไปกินที่บ้านยายคงไม่ไหว”
เมื่อเอากระเป๋าเดินทางใส่ท้ายรถแล้วเหมวัตก็ขับรถออกจากคอนโดแล้วแวะร้านสะดวกซื้อที่อยู่ถัดไปไม่ไกลเขาซื้อกาแฟมาสองแก้วและขนมอีกถุงใหญ่
“ขอบคุณสำหรับกาแฟค่ะ แต่ขนมเยอะจัง”
“เผื่อง่วงไง จะได้เคี้ยวเพลิน ๆ”
เหมวัตทานแซนด์วิชจนหมดก่อนจะขับรถออกมาจากหน้าร้านอย่างไม่เร่งรีบเพราะนัดคุณยายไว้เวลาเที่ยง
“พี่เหมคะ กานต์ขออะไรอย่างหนึ่งไหมคะ” มนตกานต์ชวนคุยเมื่อเขาขับรถมาได้สักพัก
“สำหรับกานต์แล้วขอพี่หลายอย่างก็ได้นะ” เขามาหันมายิ้มอบอุ่น
มนตกานต์พยายามมองไปทางอื่นเมื่อเห็นเขายิ้มให้ เธอไม่อยากหวั่นไหวกับคำพูดของเขาและท่องอยู่ในใจตลอดเวลาว่าเขาเป็นพี่ชายและเขาแต่งงานมาแล้ว
“กานต์อยากช่วยพี่เหมจ่ายค่าน้ำมันค่ะ” เธอพูดพร้อมกับล้วงกระเป๋าสะพาย หยิบธนบัตรออกมาเตรียมยื่นให้
เหมวัตมองเงินในมือเธอ แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ
“เรื่องแค่นี้เอง พี่จ่ายได้สบายมากครับกานต์ ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า ค่าน้ำมันรถคันนี้พี่จัดการได้เพราะพี่ก็ต้องกลับไปหายายอยู่แล้ว เรื่องเล็กน้อยไม่ถึงกับทำให้เปลืองขึ้นหรอก” เขายื่นมือออกไปแตะที่มือเธอเบา ๆ เป็นเชิงปฏิเสธรับเงิน
“แต่กานต์รู้สึกไม่สบายใจเลยค่ะ พี่เหมเลี้ยงข้าวแล้วยังต้องมาออกค่าเดินทางให้กานต์อีก กานต์อยากตอบแทนพี่บ้างค่ะ กานต์ไม่อยากเป็นฝ่ายรับอยู่คนเดียว”
“ถ้ากานต์อยากตอบแทนพี่จริง ๆ พี่มีข้อเสนอที่ดีกว่านี้”
“ข้อเสนออะไรคะ” มนตกานต์เก็บเงินใส่กระเป๋าอย่างจำยอม
“ตอนที่เงินเดือนออกกานต์เลี้ยงข้าวพี่สักมื้อได้ไหมล่ะ”
“ได้เลยค่ะ กานต์สัญญาว่าจะเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ให้พี่เหมเลยค่ะ”
“งั้นก็ตกลงตามนั้นนะ”
“ค่ะ”
บรรยากาศบนรถดูผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น ระยะเวลาชั่วโมงครึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เหมวัตชะลอความเร็วของรถลงเมื่อรถเข้าสู่ซอยเล็ก ๆ
“กินข้าวกับยายก่อนนะแล้วค่อยกลับบ้านเดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ บ้านกานต์อยู่ไม่ไกล เดินไปนิดเดียวก็ถึง”
“แต่พี่อยากรู้ว่าบ้านของกานต์อยู่ตรงไหน”
“งั้นก็ได้ค่ะ....พี่เหมไม่ต้องเดี๋ยวกานต์ลงไปเปิดเองค่ะ” หญิงสาวรีบพูดเมื่อรถจอดที่หน้ารั้วแล้วเขากำลังทำท่าจะลงไปเปิด
“ขอบใจนะ” เหมวัตลดกระจกลงเมื่อหญิงสาวเปิดประตูรั้วให้
“พี่เหมขับเข้าไปเลยค่ะ กานต์ขอปิดรั้วก่อน”
มนตกานต์เดินตามเข้ามายังใต้ถุนบ้านซึ่งตอนนี้เหมวัตกำลังนั่งคุยกับคุณยายอยู่
“สวัสดีค่ะยายชม คิดถึงยายที่สุดเลยค่ะ คิดถึงป้าศรีนวลด้วยนะคะ” เธอยกมือไหว้ทักทายทั้งคุณยายชมนาดและป้าศรีนวลที่นั่งอยู่ไม่ไกล
“มาถึงก็ปากหวานเชียว มาให้ยายกอดหน่อยสิจะดูว่าไปอยู่กรุงเทพผอมลงหรือเปล่า”
“ผอมลงที่ไหนคะยายหนูว่าอ้วนขึ้นด้วยซ้ำ” หญิงสาวเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ คุณยายชมนาดกอดหลานสาวเพื่อนรักด้วยความเอ็นดู
“ไม่เห็นจะอ้วนตรงไหนเลย ตัวเล็กแบบนี้จะมีแรงสู้กับงานใหม่นะ”
“มีแรงสิคะยาย”
“แล้วทำงานอาทิตย์แรกเป็นยังไงบ้างพอไหว” หญิงสูงวัยถามอย่างเป็นห่วง
“ยังไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะพี่ ๆ เขาสอนงานดีมาก งานก็เหมือนกับที่หนูเคยไปฝึกงานมาเลยค่ะ หนูก็เลยปรับตัวได้”
“ดีแล้วจ้ะลูก”
“ยายชมล่ะคะเหงาไหม”
“เหงาสิ ไม่มีคนแวะมาคุยด้วยเลย มะลิก็เอาแต่เล่นโทรศัพท์มือถือส่วนป้าศรีนวลก็ดูแต่ลิเก”
“แหม ศรีนวลดูคนเดียวที่ไหนคุณยายก็ดูด้วย” ป้าศรีนวลพูดแล้วหัวเราะ
“มาในเหนื่อย ๆ ไปกินข้าวกันก่อนดีไหมวันนี้ศรีนวลทำกับข้าวไว้เยอะเลย”
“ดีเหมือนกันค่ะยาย หนูก็หิวแล้ว”
“เหมแล้วหลานหิวหรือยัง” ยายชมนาดหันมาถามหลานชายที่นั่งเงียบมาตลอด
“ผมนึกว่ายายจะลืมแล้วนะครับว่าผมนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย” เหมวัตพูดเหมือนน้อยใจแต่จริง ๆ แล้วระหว่างนี้เขาแอบมองยายชมนาดกับมนตกานต์อยู่ตลอด เมื่อเห็นทั้งสองคนรักกันดีเขาก็รู้สึกดีไปด้วย ที่ผ่านมาเขาละเลยคุณยายมาตลอดและคิดว่าท่านก็คงจะเหงามากแต่ทุกครั้งที่โทรมาหาคุณยายมักจะพูดเสมอว่ามีหลานสาวคนใหม่มาคอยชวนคุยทำให้หายเหงา เขาเชื่อแล้วว่าความสดใสของมนตกานต์ทำให้ยายชมนาดหายเหงาได้จริง ๆ
ตลอดเวลาที่ผ่านเหมวัตคิดว่าตนเองจะอดทนได้จนถึงวันแต่งงานแต่ด้วยบรรยากาศในคืนนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มไม่อาจอดทนได้อีกต่อไปเหมวัตจูบลงไปบนริมฝีปากอิ่มด้วยความเสน่หา ฝ่ามือลูบไล้ฟอนเฟ้นหน้าอกอวบจนขึ้นรอยแดงก่อนจะครอบครองด้วยริมฝีปากร้อนปลายลิ้นหยอกล้อกับเชอร์รี่เม็ดสีสวย ความเปียกชื้นทำมนตกานต์ขนลุกไปทั่วร่าง ความเจ็บกลางลำตัวกำลังลดลงไปทีละนิดและมันกำลังถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านที่ไม่เคยได้รับ“พี่เหม....อื้ม....”“ดีขึ้นไหม พี่จะขยับช้า ๆ นะ”เขากระซิบก่อนที่จะเริ่มสะโพกอย่างช้า ๆ กดเน้นหมุนวนเพื่อให้ร่องรักของหญิงสาวได้คุ้นเคยกับแท่งร้อนของตนเอง“ตอดดีมาก กานต์จ๋า ตอนนี้กานต์เป็นของพี่แล้วนะ กานต์ต้องมีพี่คนเดียวนะ”“ค่ะพี่เหม....”“ดีมากคนเก่ง พี่สัญญาว่าคืนนี้กานต์จะมีความสุขที่สุด”ชายหนุ่มพยายามจะนุ่มนวลกับมนตกานต์ให้มากที่สุดทั้งที่ในใจอยากจะทำตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงสุดขีด เขาอยากให้มนตกานต์มีประสบการณ์ครั้งแรกที่ลืมไม่ลงทุกจังหวะที่ขยับสะโพกเข้าออกท่อนเอ็นร้อนก็ถูกร่องรักที่คับแน่นตอดรัด มนตกานต์ดิ้นพล่านกับความเสียวซ่านที่เหมวัตมอบให้ หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างแน่น ปลายนิ้วทั้งสิบก็จิ
มนตกานต์ไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันเร็วไปไหมหรือเหมวัตอาจมองว่าเธอง่ายหรือเปล่า แต่ในตอนนี้อารมณ์ของเธอมันกำลังถูกปลุกเร้าจากคนที่ชำนาญจนไม่อาจปฏิเสธความต้องการที่ซ่อนในส่วนลึกได้เลยสักนิดตอนนี้เหมวัตทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วทั้งตัว เธอดึงรั้งผ้าปูที่นอนไว้แน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเพราะกลัวเขาจะได้ยินเสียง พอเหมวัตเห็นก็ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของเขามากขึ้น มือใหญ่บีบเคล้นด้วยแรงอารมณ์“อ๊ะ!....อ่า....พี่เหม....”มนตกานต์หลุดเสียงครางกระเส่าเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างลืมตัว เมื่อปากร้อนดูดดึงขบเม้มบนยอดถันอย่างโหยหา เมื่อดูดกินจนพอใจก็ลากปลายลิ้นเปียกชื้นต่ำลงมายังหน้าท้องแบบราบที่มืออีกข้างก็ค่อย ๆ ดึงกางเกงนอนและชั้นในตัวบางโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี“พี่เหมอย่านะ....”“กานต์จ๋า....อย่าห้ามพี่เลย พี่รักกานต์และยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง”ชายหนุ่มกระซิบแล้วจับเรียวขาของมนตกานต์ให้แยกออกจนเห็นกุหลาบดอกสวย เขารู้สึกลำคอแห้งผากสายตาจ้องอย่างคนอดอยากมานาน “อย่าจ้องแบบนั้นนะพี่เหม”หญิงสาวใบหน้าร้อนผ่าวพลางเอามือปิดแต่เขาก็รีบคว้าข้อมือเธอเอาไว้“สวย....พี่ขอชิมนะ”เหมวัตไม่อาจอดใจได้ ครั้งสุดท้ายที่นอนกับ
มนตกานต์รีบเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อหยิบผ้าห่มก่อนจะเดินออกมา หญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าเมื่อเห็นเหมวัตในสภาพนั้น ร่างกายกำยำส่วนบนเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวไว้ผ้าขนหนูอีกผืนห่มท่อนบนไว้อย่างลวก ๆ แสงเทียนที่ริบหรี่อยู่ในความมืดสลัวกลับทำให้มองเห็นกล้ามเนื้อเขาดูชัดเจนขึ้น ดวงตาของเธอรีบหลบสายตาเขาด้วยความเขินอาย“นี่ค่ะ ผ้าห่ม” มนตกานต์เดินกลับมาที่โซฟา เธอส่งผ้าห่มให้เขา แต่เพราะชายผ้าห่มมันยาวทำให้เธอไม่ทันได้ระวังจึงสะดุดและเสียหลักเอนเข้าหาเขาโดยไม่ทันตั้งตัว“ว้าย!....”เหมวัตคว้าเอวเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะกระแทกพื้น แต่เพราะแรงโน้มถ่วงที่พุ่งเข้าหาทำให้ทั้งร่างของมนตกานต์ทาบทับลงไปบนตัวเขาที่นั่งอยู่บนโซฟาพอดีผ้าเช็ดตัวที่เขาพันไว้เกือบจะหลุดออก ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้นของกันและกัน มนตกานต์พยายามดันตัวเองออก แต่สัมผัสจากผิวที่ร้อนผ่าวของเขาทำให้ร่างกายของเธออ่อนระทวยไปหมด“กานต์....เป็นอะไรไหม” เหมวัตถามเสียงพร่า ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย แต่ลึกลงไปในนั้นมีความปรารถนาที่ไม่อาจซ่อนได้ในแสงเทียน“กานต์ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษน
วันรุ่งขึ้นเหมวัตก็มารับมนตกานต์ที่โรงแรมจากนั้นเขาก็ไปส่งหญิงสาวที่บ้าน แล้วนัดกันไว้ว่าเย็นนี้เธอจะมาทานอาหารเย็นที่บ้านคุณยายชมนาดเมื่อถึงเวลานัดหญิงสาวก็เดินยิ้มมาแต่ไกล“พี่กานต์ทางนี้ ๆ” มะลิรีบกวักมือเรียก“สวัสดีค่ะคุณยาย สวัสดีค่ะป้าศรีจันทร์” มนตกานต์ทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองคนแล้วหันมายิ้มให้มะลิ“พี่กานต์” มะลิขยับข้ามานั่งใกล้แล้วยิ้มสายตาเต็มไปด้วยความอยากรู้“มีอะไร”“คุณเหมบอกว่าเมื่อคืนพี่กานต์สวยมากแล้วพี่ก็ได้รับช่อดอกไม้ในงานแต่งงานด้วยใช่ไหมคะ” มะลิถามด้วยความตื่นเต้น“พี่ได้รับช่อดอกไม้จริงจ้ะ แต่สวยมากนั้นไม่น่าจะใช่นะ”“มะลิไม่เชื่อหรอกค่ะ คุณเหมชมซะขนาดนั้นมีรูปที่ไปงานแต่งเมื่อคืนไหมคะมะลิอยากเห็นค่ะ”“ยายเองก็อยากเห็นนะหนูกานต์”มนตกานต์หยิบโทรศัพท์ของตัวเองเปิดรูปถ่ายที่ถ่ายไว้เมื่อวานหลายรูปให้กับคุณยายชมนาดดู“สวยจริง ๆ ด้วยนะหลานสาวของยาย หนูกานต์ส่งรูปเข้ามือถือยายด้วยนะ ยายจะเอาไว้ดูเวลาคิดถึง”“ได้ค่ะยาย”“มะลิว่าพี่กานต์สวยมาก ๆ เลยค่ะ” มะลิมองรูปแล้วชมจากใจจริง“ถ้าถึงวันที่หนูแต่งงานจะสวยขนาดไหนกันนะ” คุณยายชมนาดอยากให้ถึงวันที่หลานสาวได้สวมชุดแต่งงานว
“พี่เหมคะกานต์มีข่าวดีจะบอกค่ะ” มนตกานต์รีบพูดขณะขึ้นมานั่งบนรถของเหมวัตในเย็นวันหนึ่ง สีหน้าของเธอดูยิ้มแย้มและสดใสมากกว่าปกติ“ข่าวดีอะไรหรือว่าถูกหวยกันล่ะ” เหมวัตหัวเราะกับท่าทางอารมณ์ดีของหญิงสาว ในทุกวันที่เขามารับมนตกานต์เขารู้สึกหายเหนื่อยและยิ่งเห็นเธอยิ้มแบบนี้เขาก็ยิ่งสุขใจมากกว่า“พี่เหมคะ วันนี้มันใช่วันหวยออกที่ไหนล่ะ”“พี่ไม่รู้นี่แล้วข่าวดีที่กานต์พูดถึงมันคืออะไรล่ะ”“วันนี้ฝ่ายบุคคลเพิ่งแจ้งว่ากานต์ผ่านทดลองงานแล้วค่ะ เดือนหน้าเงินเดือนก็จะขึ้น” มนตกานต์บอกด้วยความดีใจเพราะเธอตั้งใจทำงานมาตลอดและรอวันนี้มานานถึงสามเดือน“แบบนี้เราคงต้องฉลองกันนะ”“ค่ะ”“พี่ว่าวันหยุดยาวนี้พวกเราไปฉลองกันไหมพาคุณยายไปด้วย กานต์อยากไปที่ไหนล่ะ”“แต่หยุดยาวที่จะถึงกานต์ว่าจะไม่กลับบ้านค่ะ”“อ้าว....ทำไมล่ะหรืออยากจะไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษบอกพี่ได้นะ”“กานต์จะไปงานแต่งงานของหลินค่ะ”“หลินจะแต่งงานแล้วเหรอ แต่งที่ไหนที่บ้านหรือเปล่า”“แต่งที่โรงแรมค่ะ กานต์กับเพื่อนจะไปรวมตัวกันที่บ้านของหลินก่อนค่ะ พอถึงวันงานพวกเราก็จะไปนอนกันที่โรงแรม”“กานต์ต้องเป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วยหรือเปล่า”“ค่ะ แต่ไม่
มนตกานต์มองถุงของฝากที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วถอนหายใจเพราะเธอจำได้ว่าตัวเองบอกเหมวัตแค่อยากได้อาร์ตทอยสามตัวซึ่งเขาก็ซื้อให้ตามนั้นแต่ที่งอกออกมาอีกหลายถุงนั้นคือเครื่องสำอาง กระเป๋าแบรนด์เนม รวมถึงขนมอีกเยอะแยะเต็มไปหมด“พี่เหมคะกานต์ว่ามันมากเกินไปแล้วนะคะ ไปครั้งนี้ซื้อกระเป๋าเดินทางเพิ่มหรือเปล่า”“ไม่ครับเพราะพี่เอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปแล้วขาไปก็ใส่ใบเล็กไว้ในนั้นพอกลับก็เอาใบใหญ่ก็ใส่ของฝาก ขนมมีอย่างละนิดละน้อยเองกานต์เอาไปแบ่งกับหลินแล้วก็เพื่อนที่ทำงานด้วยนะ”“ขอบคุณนะคะ พี่เหมไปทำงานแล้วยังเสียเวลาไปซื้อของพวกนี้อีก”“ไม่ได้เสียเวลาอะไรเลยช่วงที่พี่รอคุยกับลูกค้าพี่ก็เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยเจออะไรก็ซื้อไว้ รู้ตัวอีกทีมันก็เยอะแบบนี้แล้ว”“ไม่ลืมของฝากให้คุณยายใช่ไหมคะ”“ไม่ลืมหรอก พี่กันไว้แล้วขนมพวกนี้ก็ซื้อไปฝากมะลิด้วยเหมือนกัน”“กานต์รู้สึกว่าพี่ไปนานขนมและของฝากมันก็จะมากตามระยะเวลาด้วยนะคะ ถ้าพี่ไปทำงานสักสองเดือนสงสัยของฝากคงจะบอกว่าเยอะกว่านี้แน่ ๆ” หญิงสาวมองของฝากสลับกับหน้าหล่อของเหมวัตแล้วหัวเราะเบา ๆ“ใครจะไปทำงานนานถึงสองเดือนกันล่ะแค่เกือบเดือนพี่ก็แย่แล้ว พี่คิดถึง







