Masukหลังจากเลิกงานในเย็นวันศุกร์ มนตกานต์ก็นัดเจอกับกัญญาพรที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อทานข้าวได้พูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานในสัปดาห์แรก
มนตกานต์มาถึงก่อนเวลาเล็กน้อยหญิงสาวเดินเตร็ดเตร่รออยู่บริเวณหน้าห้างเมื่อกัญญาพรมาถึงก็รีบกวักมือเรียกทันที
“ทางนี้หลิน”
กัญญาพรโบกมือกลับก่อนจะรีบวิ่งมายังจุดที่เพื่อนยืนรออยู่
“โทษทีนะมาช้าไปหน่อย”
“ไม่เป็นไร ฉันเพิ่งมาถึงไม่นาน แล้วเป็นไงบ้างหลินทำงานอาทิตย์แรก”
“ก็ดีนะพี่ที่แผนกกำลังสอนงานอยู่ยังไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอย่างจริงจัง แล้วแกล่ะโอเคไหม”
“ก็โอเคนะ ลักษณะงานคล้ายกับที่ฉันไปฝึกงานมาเลยล่ะ”
“แล้วรุ่นพี่ที่บริษัทใจดีไหม”
“ใจดีสิ รุ่นพี่ฉันมีแต่ผู้หญิงทั้งนั้นเลยก็เลยสนิทกันเร็วนะ”
“แล้วของแกล่ะหลิน”
“แผนกฉันก็มีแต่ผู้หญิงเหมือนกัน แต่ยังโชคดีหน่อยที่อยู่ใกล้ ๆ แผนกไอทีก็เลยพอมีอาหารตาบ้าง แล้วบริษัทแกล่ะมีผู้ชายหล่อ ๆ บ้างไหม”
“ฉันยังไม่มีโอกาสได้เจอใครเลย พนักงานที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงแต่รุ่นพี่ก็บอกว่าช่วงปลายเดือนทีมวิศวะมักจะเข้ามาประชุมงานกันถึงตอนนั้นก็คงจะมีอาหารตามาบ้างแหละ” มนตกานต์พูดแล้วหัวเราะคิกคักก่อนจะพากันเดินเข้าไปในห้าง
“เดินดูของก่อนหรือหาอะไรกินล่ะ แกหิวหรือยัง”
“หิวนิดหน่อยเมื่อตอนกลางวันพี่ที่แผนกพาไปเลี้ยงฉันก็เลยไม่กล้ากินเยอะ”
“กินอะไรกันดีล่ะ” กัญญาพรก็เริ่มหิวเพราะเธอเองก็ทานอาหารกลางวันไปแค่นิดเดียวเนื่องจากเอาแต่นั่งฟังรุ่นพี่คุยกัน
“ฉันอยากกินหลายอย่างเลย แต่เงินเดือนยังไม่ออก” แม้จะมีเงินเก็บแต่มนตกานต์ก็อยากเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น
“ถ้างั้นเราไปกินตรงฟู้ดคอร์ทกันดีไหม พอเงินเดือนออกค่อยหาอะไรแพง ๆ กิน”
“อือ เอาอย่างงั้นก็ได้” เธอเห็นด้วยกับกัญญาพร
เมื่อตกลงกันได้แล้วมนตกานต์กับกัญญาพรก็พากันไปยังบันไดเลื่อนเพื่อไปยังชั้นที่มีฟู้ดคอร์ท
“กานต์”
เสียงก็เรียกทำให้หญิงสาวทั้งสองคนหยุดเดินแล้วหันหลังกลับพร้อม ๆ กัน
“อ้าว....อาเหม เอ๊ย...ไม่ใชพี่เหม พี่มาทำอะไรคะ” มนตกานต์ยังไม่ชินกับการเรียกเขาว่าพี่
“มาหาข้าวกินแล้วกานต์ล่ะ”
“กานต์กับเพื่อนก็จะมาหาข้าวกินเหมือนกันค่ะ”
“ใครเหรอ” กัญญาพรกระซิบถาม
“หลานชายของยายชมที่ฉันเคยเล่าให้แก่ฟังไงล่ะ” เธอกระซิบกลับ
“ซุบซิบอะไรกันนินทาพี่อยู่หรือเปล่า” เหมวัตเห็นทั้งสองคนกระซิบแล้วมองมาทางตนเองก็ถามขึ้น
“เปล่าค่ะ” หญิงสาวรีบตอบปฏิเสธ
“แล้ว....” เขามองอย่างไม่เชื่อ
“กานต์ก็กำลังจะแนะนำให้พี่เหมรู้จักก็เพื่อนของกานต์ค่ะ นี่หลินค่ะ”
“สวัสดีค่ะ หลินเป็นเพื่อนสนิทของกานต์ค่ะ” กัญญาพรรีบแนะนำตัวเอง
“อ๋อ พี่ชื่อเหมนะ” เหมวัตพยักหน้าเข้าใจเพราะคุณยายของเขาเล่าให้ฟังแล้วว่ามนตกานต์มีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งและเธอก็เข้ามาทำงานที่กรุงเทพเหมือนกัน
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่เหม”
“เมื่อกี้พี่ได้ยินว่าจะมากินข้าว”
“ค่ะ เราไปกินข้าวด้วยกันมั้ยคะ” กัญญาพรเอ่ยชวนเพราะเห็นว่าเขามาคนเดียว
“ได้สิ แล้วสองคนกำลังจะไปกินอะไรกันล่ะ”
“เราจะไปกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ทค่ะ พี่เหมล่ะคิดไว้หรือยังว่าจะกินอะไร” กัญญาพรถามต่อ
“พี่ว่าจะมากินสเต๊กน่ะ ไปกินด้วยกันไหมเดี๋ยวพี่เป็นเจ้ามือเอง”
“ไม่เป็นไรค่ะ หลินเกรงใจ”
“จะเกรงใจอะไรกันล่ะ ถือว่าไปนั่งเป็นเพื่อนพี่ก็แล้วกันนะ พี่กินคนเดียวก็เขินเหมือนกัน”
“ถ้าไม่อยากนั่งกินคนเดียวก็น่าจะชวนเพื่อนมากินตั้งแต่แรกนะคะ ถ้าเกิดไม่เจอเราสองคนพี่เหมจะทำยังไง” มนตกานต์คิดว่าเหตุผลของเขาฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่
“พี่ก็คงต้องไปนั่งกินคนเดียว แต่กินแบบไม่มีความสุขไง ไปเถอะนะพี่หิวมาก ๆ แล้ว”
“เอาไงดีกานต์” กัญญาพรหันมาถามความคิดเห็นของเพื่อนเพราะเธอเพิ่งเคยเจอกับเขาเป็นครั้งแรกจึงถามความเห็นคนที่สนิทมากกว่าอย่างมนตกานต์
“ได้กินของฟรีก็น่าสนใจดีนะ แกว่าไงล่ะหลิน”
“ฉันก็คิดแบบแกเลย แต่มันไม่น่าเกลียดใช่ไหมที่เพิ่งเจอกันเราก็ให้เขาเลี้ยงแล้ว” กัญญาพรยังเป็นกังวล
“เขาเสนอเองนี่เราไม่ได้บังคับซะหน่อย”
“งั้นฉันตอบตกลงเลยนะ”
“อือ”
“ตกลงเราจะไปกินสเต๊กกับพี่เหมก็ได้ค่ะ” มนตกานต์หันมาบอกกับเหมวัตที่รอคำตอบอยู่ห่าง ๆ
“งั้นไปกันเลยนะ” ชายหนุ่มเดินนำสองสาวไปยังร้านสเต๊กที่มีสาขาอยู่บนห้างทั่วประเทศ
หลังจากสั่งสเต๊กแล้วหญิงสาวทั้งสองคนก็เดินไปตักสลัดบาร์ก่อนจะมานั่งทานระหว่างรอสเต๊กมาเสิร์ฟ
“ทำงานอาทิตย์แรกเป็นยังไงกันบ้างล่ะ”
“ก็ดีค่ะรุ่นพี่ใจดี” กัญญาพรตอบ
“พี่ยังไม่รู้เลยทำงานที่บริษัทไหนกันบ้าง”
“หลินทำที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างค่ะ เป็นบริษัทไม่ใหญ่มากอยู่แผนกบัญชีค่ะ”
“แล้วกานต์ล่ะ” เขาเคยเจอกับหญิงสาวอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่เคยถามเลยว่าเธอทำงานที่บริษัทไหน
“กานต์ทำแผนกธุรการอยู่ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ค่ะ แล้วพี่เหมทำงานอะไรคะ”
“พี่ทำบริษัทให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุน การควบกิจการ”
“ยายชมบอกว่าพี่ทำงานที่อเมริกามาตั้งนานก็ทำงานแบบนี้เหมือนกันเหรอคะ”
“อือ บริษัทที่พี่ทำงานอยู่มีสาขาหลายที่ พี่เลยขอย้ายกลับมาทำที่เมืองไทย”
“แล้วทำไมพี่เหมถึงกลับมาทำงานที่เมืองไทยคะ หลินว่าทำงานที่นู่นเงินเดือนน่าจะได้เยอะกว่าที่นี่มาก”
“แต่มันก็ไม่เหมือนกับอยู่บ้านเราหรอกนะ อีกอย่างพี่ก็อยากกลับมาอยู่ใกล้คุณยายด้วย พูดถึงคุณยายแล้วพรุ่งนี้พี่ว่าจะกลับไปอัมพวาเราสองคนจะกลับพร้อมพี่ไหม”
“พรุ่งนี้หลินนัดแฟนไว้ค่ะ เราจะไปดูหนังด้วยกัน”
“แล้วกานต์ล่ะว่ายังไง”
“พี่เหมไปพรุ่งนี้แล้วกลับวันไหนคะ”
“ว่าจะกลับบ่ายวันอาทิตย์ สนใจจะติดรถไปด้วยกันหรือเปล่าแต่พี่ไม่ได้ออกเช้านะน่าจะออกประมาณสิบโมง กะให้ไปถึงที่นั่นก็กินข้าวกับคุณยายพอดี ถ้าอยากจะไปก็บอกพี่ได้”
“งั้นกานต์ขอคิดดูก่อนนะคะไม่แน่ใจว่าจะเอายังไงดี”
“ถ้าตัดสินใจได้แล้วก็ไปเคาะห้องบอกพี่หรือโทรบอกพี่ก็ได้”
“แต่กานต์ไม่มีเบอร์โทรพี่เหม”
“นี่อยู่ห้องตรงข้ามกันเป็นหลานยายชมเหมือนกันแต่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์กันเหรอคะตลกดีนะ” กัญญาพรที่นั่งฝังทั้งสองคุยกันอยู่หัวเราะขึ้น
“ถ้างั้นก็แลกเบอร์แลกไลน์กันไว้นะ ของหลินด้วยเผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกัน”
“ได้ค่ะ”
ทั้งสามคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นแลกช่องทางการติดต่อ จากนั้นก็นั่งทานจนอิ่มก่อนที่เหมวัตอาสาไปกัญญาพรที่หอพักก่อนที่เขากับมนตกานต์จะกลับมาคอนโดกันตามลำพัง
“ขอบคุณพี่เหมมากนะคะที่วันนี้เลี้ยงข้าวกานต์กับเพื่อน”
“ไม่เป็นไรพี่โตกว่าเลี้ยงน้องแค่นี้ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แล้วถ้ากานต์ขาดเหลืออะไรก็บอกพี่ได้นะ”
“ค่ะพี่เหม พี่เบื่อไหม”
“เบื่ออะไรคะ”
“ก็ปกติพี่อยู่คนเดียวไม่มีใครต้องมาวุ่นวายแต่พอกานต์มาอยู่กรุงเทพพี่ก็ต้องมาคอยดูแลกานต์ด้วย อันที่จริงพี่ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะกานต์ไม่ฟ้องยายชมหรอกค่ะ”
“สิ่งที่พี่ทำมันไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรเลยนะ แล้วพี่ก็ไม่ได้อึดอัดอะไรด้วย”
“พี่ทำเพื่อให้ยายสบายใจใช่ไหม”
“ก็ประมาณนั้นอีกอย่างกานต์ก็ไม่ได้ทำให้พี่รู้สึกรำคาญหรืออึดอัดอะไรนี่”
“แต่ถ้าวันไหนพี่รู้สึกว่ากานต์ทำให้พี่อึดอัดรำคาญพี่บอกได้เลยนะ”
“ถึงเวลานั้นแล้วพี่จะบอกเองเราก็ไม่ต้องคิดมากนะ”
“ค่ะ”
ตลอดเวลาที่ผ่านเหมวัตคิดว่าตนเองจะอดทนได้จนถึงวันแต่งงานแต่ด้วยบรรยากาศในคืนนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มไม่อาจอดทนได้อีกต่อไปเหมวัตจูบลงไปบนริมฝีปากอิ่มด้วยความเสน่หา ฝ่ามือลูบไล้ฟอนเฟ้นหน้าอกอวบจนขึ้นรอยแดงก่อนจะครอบครองด้วยริมฝีปากร้อนปลายลิ้นหยอกล้อกับเชอร์รี่เม็ดสีสวย ความเปียกชื้นทำมนตกานต์ขนลุกไปทั่วร่าง ความเจ็บกลางลำตัวกำลังลดลงไปทีละนิดและมันกำลังถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านที่ไม่เคยได้รับ“พี่เหม....อื้ม....”“ดีขึ้นไหม พี่จะขยับช้า ๆ นะ”เขากระซิบก่อนที่จะเริ่มสะโพกอย่างช้า ๆ กดเน้นหมุนวนเพื่อให้ร่องรักของหญิงสาวได้คุ้นเคยกับแท่งร้อนของตนเอง“ตอดดีมาก กานต์จ๋า ตอนนี้กานต์เป็นของพี่แล้วนะ กานต์ต้องมีพี่คนเดียวนะ”“ค่ะพี่เหม....”“ดีมากคนเก่ง พี่สัญญาว่าคืนนี้กานต์จะมีความสุขที่สุด”ชายหนุ่มพยายามจะนุ่มนวลกับมนตกานต์ให้มากที่สุดทั้งที่ในใจอยากจะทำตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงสุดขีด เขาอยากให้มนตกานต์มีประสบการณ์ครั้งแรกที่ลืมไม่ลงทุกจังหวะที่ขยับสะโพกเข้าออกท่อนเอ็นร้อนก็ถูกร่องรักที่คับแน่นตอดรัด มนตกานต์ดิ้นพล่านกับความเสียวซ่านที่เหมวัตมอบให้ หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างแน่น ปลายนิ้วทั้งสิบก็จิ
มนตกานต์ไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันเร็วไปไหมหรือเหมวัตอาจมองว่าเธอง่ายหรือเปล่า แต่ในตอนนี้อารมณ์ของเธอมันกำลังถูกปลุกเร้าจากคนที่ชำนาญจนไม่อาจปฏิเสธความต้องการที่ซ่อนในส่วนลึกได้เลยสักนิดตอนนี้เหมวัตทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วทั้งตัว เธอดึงรั้งผ้าปูที่นอนไว้แน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเพราะกลัวเขาจะได้ยินเสียง พอเหมวัตเห็นก็ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของเขามากขึ้น มือใหญ่บีบเคล้นด้วยแรงอารมณ์“อ๊ะ!....อ่า....พี่เหม....”มนตกานต์หลุดเสียงครางกระเส่าเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างลืมตัว เมื่อปากร้อนดูดดึงขบเม้มบนยอดถันอย่างโหยหา เมื่อดูดกินจนพอใจก็ลากปลายลิ้นเปียกชื้นต่ำลงมายังหน้าท้องแบบราบที่มืออีกข้างก็ค่อย ๆ ดึงกางเกงนอนและชั้นในตัวบางโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี“พี่เหมอย่านะ....”“กานต์จ๋า....อย่าห้ามพี่เลย พี่รักกานต์และยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง”ชายหนุ่มกระซิบแล้วจับเรียวขาของมนตกานต์ให้แยกออกจนเห็นกุหลาบดอกสวย เขารู้สึกลำคอแห้งผากสายตาจ้องอย่างคนอดอยากมานาน “อย่าจ้องแบบนั้นนะพี่เหม”หญิงสาวใบหน้าร้อนผ่าวพลางเอามือปิดแต่เขาก็รีบคว้าข้อมือเธอเอาไว้“สวย....พี่ขอชิมนะ”เหมวัตไม่อาจอดใจได้ ครั้งสุดท้ายที่นอนกับ
มนตกานต์รีบเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อหยิบผ้าห่มก่อนจะเดินออกมา หญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าเมื่อเห็นเหมวัตในสภาพนั้น ร่างกายกำยำส่วนบนเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวไว้ผ้าขนหนูอีกผืนห่มท่อนบนไว้อย่างลวก ๆ แสงเทียนที่ริบหรี่อยู่ในความมืดสลัวกลับทำให้มองเห็นกล้ามเนื้อเขาดูชัดเจนขึ้น ดวงตาของเธอรีบหลบสายตาเขาด้วยความเขินอาย“นี่ค่ะ ผ้าห่ม” มนตกานต์เดินกลับมาที่โซฟา เธอส่งผ้าห่มให้เขา แต่เพราะชายผ้าห่มมันยาวทำให้เธอไม่ทันได้ระวังจึงสะดุดและเสียหลักเอนเข้าหาเขาโดยไม่ทันตั้งตัว“ว้าย!....”เหมวัตคว้าเอวเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะกระแทกพื้น แต่เพราะแรงโน้มถ่วงที่พุ่งเข้าหาทำให้ทั้งร่างของมนตกานต์ทาบทับลงไปบนตัวเขาที่นั่งอยู่บนโซฟาพอดีผ้าเช็ดตัวที่เขาพันไว้เกือบจะหลุดออก ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้นของกันและกัน มนตกานต์พยายามดันตัวเองออก แต่สัมผัสจากผิวที่ร้อนผ่าวของเขาทำให้ร่างกายของเธออ่อนระทวยไปหมด“กานต์....เป็นอะไรไหม” เหมวัตถามเสียงพร่า ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย แต่ลึกลงไปในนั้นมีความปรารถนาที่ไม่อาจซ่อนได้ในแสงเทียน“กานต์ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษน
วันรุ่งขึ้นเหมวัตก็มารับมนตกานต์ที่โรงแรมจากนั้นเขาก็ไปส่งหญิงสาวที่บ้าน แล้วนัดกันไว้ว่าเย็นนี้เธอจะมาทานอาหารเย็นที่บ้านคุณยายชมนาดเมื่อถึงเวลานัดหญิงสาวก็เดินยิ้มมาแต่ไกล“พี่กานต์ทางนี้ ๆ” มะลิรีบกวักมือเรียก“สวัสดีค่ะคุณยาย สวัสดีค่ะป้าศรีจันทร์” มนตกานต์ทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองคนแล้วหันมายิ้มให้มะลิ“พี่กานต์” มะลิขยับข้ามานั่งใกล้แล้วยิ้มสายตาเต็มไปด้วยความอยากรู้“มีอะไร”“คุณเหมบอกว่าเมื่อคืนพี่กานต์สวยมากแล้วพี่ก็ได้รับช่อดอกไม้ในงานแต่งงานด้วยใช่ไหมคะ” มะลิถามด้วยความตื่นเต้น“พี่ได้รับช่อดอกไม้จริงจ้ะ แต่สวยมากนั้นไม่น่าจะใช่นะ”“มะลิไม่เชื่อหรอกค่ะ คุณเหมชมซะขนาดนั้นมีรูปที่ไปงานแต่งเมื่อคืนไหมคะมะลิอยากเห็นค่ะ”“ยายเองก็อยากเห็นนะหนูกานต์”มนตกานต์หยิบโทรศัพท์ของตัวเองเปิดรูปถ่ายที่ถ่ายไว้เมื่อวานหลายรูปให้กับคุณยายชมนาดดู“สวยจริง ๆ ด้วยนะหลานสาวของยาย หนูกานต์ส่งรูปเข้ามือถือยายด้วยนะ ยายจะเอาไว้ดูเวลาคิดถึง”“ได้ค่ะยาย”“มะลิว่าพี่กานต์สวยมาก ๆ เลยค่ะ” มะลิมองรูปแล้วชมจากใจจริง“ถ้าถึงวันที่หนูแต่งงานจะสวยขนาดไหนกันนะ” คุณยายชมนาดอยากให้ถึงวันที่หลานสาวได้สวมชุดแต่งงานว
“พี่เหมคะกานต์มีข่าวดีจะบอกค่ะ” มนตกานต์รีบพูดขณะขึ้นมานั่งบนรถของเหมวัตในเย็นวันหนึ่ง สีหน้าของเธอดูยิ้มแย้มและสดใสมากกว่าปกติ“ข่าวดีอะไรหรือว่าถูกหวยกันล่ะ” เหมวัตหัวเราะกับท่าทางอารมณ์ดีของหญิงสาว ในทุกวันที่เขามารับมนตกานต์เขารู้สึกหายเหนื่อยและยิ่งเห็นเธอยิ้มแบบนี้เขาก็ยิ่งสุขใจมากกว่า“พี่เหมคะ วันนี้มันใช่วันหวยออกที่ไหนล่ะ”“พี่ไม่รู้นี่แล้วข่าวดีที่กานต์พูดถึงมันคืออะไรล่ะ”“วันนี้ฝ่ายบุคคลเพิ่งแจ้งว่ากานต์ผ่านทดลองงานแล้วค่ะ เดือนหน้าเงินเดือนก็จะขึ้น” มนตกานต์บอกด้วยความดีใจเพราะเธอตั้งใจทำงานมาตลอดและรอวันนี้มานานถึงสามเดือน“แบบนี้เราคงต้องฉลองกันนะ”“ค่ะ”“พี่ว่าวันหยุดยาวนี้พวกเราไปฉลองกันไหมพาคุณยายไปด้วย กานต์อยากไปที่ไหนล่ะ”“แต่หยุดยาวที่จะถึงกานต์ว่าจะไม่กลับบ้านค่ะ”“อ้าว....ทำไมล่ะหรืออยากจะไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษบอกพี่ได้นะ”“กานต์จะไปงานแต่งงานของหลินค่ะ”“หลินจะแต่งงานแล้วเหรอ แต่งที่ไหนที่บ้านหรือเปล่า”“แต่งที่โรงแรมค่ะ กานต์กับเพื่อนจะไปรวมตัวกันที่บ้านของหลินก่อนค่ะ พอถึงวันงานพวกเราก็จะไปนอนกันที่โรงแรม”“กานต์ต้องเป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วยหรือเปล่า”“ค่ะ แต่ไม่
มนตกานต์มองถุงของฝากที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วถอนหายใจเพราะเธอจำได้ว่าตัวเองบอกเหมวัตแค่อยากได้อาร์ตทอยสามตัวซึ่งเขาก็ซื้อให้ตามนั้นแต่ที่งอกออกมาอีกหลายถุงนั้นคือเครื่องสำอาง กระเป๋าแบรนด์เนม รวมถึงขนมอีกเยอะแยะเต็มไปหมด“พี่เหมคะกานต์ว่ามันมากเกินไปแล้วนะคะ ไปครั้งนี้ซื้อกระเป๋าเดินทางเพิ่มหรือเปล่า”“ไม่ครับเพราะพี่เอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปแล้วขาไปก็ใส่ใบเล็กไว้ในนั้นพอกลับก็เอาใบใหญ่ก็ใส่ของฝาก ขนมมีอย่างละนิดละน้อยเองกานต์เอาไปแบ่งกับหลินแล้วก็เพื่อนที่ทำงานด้วยนะ”“ขอบคุณนะคะ พี่เหมไปทำงานแล้วยังเสียเวลาไปซื้อของพวกนี้อีก”“ไม่ได้เสียเวลาอะไรเลยช่วงที่พี่รอคุยกับลูกค้าพี่ก็เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยเจออะไรก็ซื้อไว้ รู้ตัวอีกทีมันก็เยอะแบบนี้แล้ว”“ไม่ลืมของฝากให้คุณยายใช่ไหมคะ”“ไม่ลืมหรอก พี่กันไว้แล้วขนมพวกนี้ก็ซื้อไปฝากมะลิด้วยเหมือนกัน”“กานต์รู้สึกว่าพี่ไปนานขนมและของฝากมันก็จะมากตามระยะเวลาด้วยนะคะ ถ้าพี่ไปทำงานสักสองเดือนสงสัยของฝากคงจะบอกว่าเยอะกว่านี้แน่ ๆ” หญิงสาวมองของฝากสลับกับหน้าหล่อของเหมวัตแล้วหัวเราะเบา ๆ“ใครจะไปทำงานนานถึงสองเดือนกันล่ะแค่เกือบเดือนพี่ก็แย่แล้ว พี่คิดถึง







