LOGINที่ผ่านมาเหมวัตไม่เคยบอกหรืออธิบายกับใครว่าเพราะอะไรเขาภรรยาถึงหย่ากัน เหมวัตคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องในอดีตมาเล่าให้กับใครฟัง
“แล้วถ้าไม่พูด ไม่บอกใครเขาจะรู้มั้ยล่ะว่าที่เป็นพ่อหม้ายอยู่ทุกวันนี้เพราะเห็นงานสำคัญกว่าเมียเขาเลยทิ้งไปน่ะ คนเขาก็คิดว่าเราทำไม่ดีกับผู้หญิงมากผู้หญิงเขาถึงต้องทิ้งไป ไม่มีใครเข้าใจอะไรได้ดีไปทุกอย่างหรอกนะเหม ถ้าเราไม่อธิบาย” คุณยายชมนาดพูดด้วยท่าทางจริงจัง
“ทำไมวันนี้ยายดูจริงจังกับเรื่องนี้จังเลย มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอก มันเป็นเรื่องที่ยายอยากจะคุยกับเหมมานานแล้ว ยายให้เวลาเหมสนุกกับความโสดอีกสักนิด”
“หมายความว่ายังไงครับยาย”
“ก็หมายความว่าถ้าภายในปีสองปีนี้ยังไม่คบหาใครอย่างจริงจังยายนี่แหละจะเป็นคนหาเมียให้เอง”
“ยายครับไม่เอานะครับ” เขาปฏิเสธสีหน้าตื่น
“ทำไมล่ะ”
“ถ้าจะมีเมียผมขอหาเองดีกว่า”
“ก็มัวชักช้าไม่ทันใจยาย ถ้ากลัวว่าผู้หญิงที่ยายหามาให้ไม่ถูกใจก็รีบหาเองสิ เรื่องนี้ยายจริงจังมากนะ ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องนี้แล้วอยากจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งก็แล้วกัน”
“อะไรครับ”
“ยายได้ยินมาว่าแม่ของเราก็กำลังกังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกันเหมลองคิดดูนะว่าจะหาเมียเองหรือจะให้แม่ของเราเป็นคนจัดการ”
“ไม่นะครับยาย ถ้าแม่หาผู้หญิงให้ผมต้องตายแน่ ๆ” เขารีบปฏิเสธทันที
เหมวัตพอจะเดาออกว่าถ้ามารดาหาผู้หญิงให้ก็คงจะเป็นคนในแวดวงสังคมไฮโซซึ่งเขาไม่ได้ต้องการแบบนั้นเลย
มารดาของเหมวัตแต่งงานใหม่กับครอบครัวนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงทางสังคมเขารู้สึกตนเองเป็นส่วนเกินของครอบครัวนั้นจึงเลือกที่จะอยู่กับยายแต่ก็ยังติดต่อกับมารดาอยู่บ้างและเมื่อคุณยายพูดแบบนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกกังวลว่ามารดาจะเข้ามาก้าวก่ายในชีวิตซึ่งเป็นสิ่งที่เขายอมไม่ได้อย่างเด็ดขาด
เหมวัตเริ่มคิดหนักเพราะถ้าจำเป็นต้องเลือกจริง ๆ ระหว่างผู้หญิงที่มารดาให้กับผู้หญิงที่คุณยายชมนาดเป็นคนหาเขาขอเลือกอย่างหลังดีกว่าเพราะอย่างน้อยคุณยายก็ตามใจเขา รู้ใจเขามากกว่าเพราะท่านเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่สามขวบ
เขาสนิทกับคุณยายมากกว่ามารดาเพราะตั้งแต่มารดาแต่งงานไปมีครอบครัวใหม่ความรักความห่วงใยที่เขาได้รับจากท่านก็เหมือนจะน้อยลง ต่างจากความรักของคนคุณยายชมนาดที่มันไม่เคยลดน้อยลงเลยสักนิด แม้เขาจะทำตัวเกเรแค่ไหนคุณยายก็ไม่เคยตีเขาแม้แต่ครั้งเดียวแต่ท่านจะสอนให้เขาคิดว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำ
จากเด็กไม่ยอมเรียนหนังสือเขาก็กลับขยันเรียนและมีอาชีพการงานที่มั่นคงอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะคำสั่งสอนของคุณยาย
แต่ถ้าจะให้แต่งงานกับผู้หญิงที่คุณยายหาให้ก็คงเป็นอีกเรื่องและถ้าถึงเวลานั้นจริง ๆ เขาต้องทำให้คุณยามยอมรับว่ามันหมดยุคคลุมถุงชนแล้ว
เพราะไม่อยากจะคุยเรื่องการแต่งงาน การสร้างครอบครัวต่อเหมวัตเลยเปลี่ยนเรื่องคุย
“ยายครับ ยายอยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า”
“ทำไมจู่ ๆ มาถามยายแบบนี้ล่ะ ไหนว่างานยุ่ง”
“ช่วงเดือนหน้างานผมไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ เลยอยากพายายไปเที่ยว อยากไปที่ไหนบอกมาเลยครับ ไปต่างประเทศกันดีไหม”
“ให้ยายเดินทางไกล ๆ แบบนั้นไม่ไหวหรอกลูก”
“ถ้างั้นไปเที่ยวทะเลกันดีไหม ไปกันทุกคนเลยป้าศรีนวล มะลิและลุงเกริกด้วยนะครับ”
“ดีมากเลยค่ะคุณเหม” คนที่ตอบคือมะลิเพราะเด็กสาวไปเที่ยวแถวทะเลครั้งสุดท้ายก็สองปีมาแล้ว
“ได้วันที่แน่นอนค่อยมาชวนยายนะลูก ส่วนยายว่างตลอดนั่นแหละนัดล่วงหน้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาคนแถวนี้จะเสียใจ” คุณยายพูดแล้วหันไปมองหน้ามะลิที่ยิ้มอย่างอาย ๆ
“อยากไปเที่ยวทะเลที่ไหนล่ะมะลิ”
“ไปหัวหินก็ได้ค่ะ ใกล้ดีคุณยายจะได้ไม่ต้องนั่งรถนาน”
“ป้าศรีนวลล่ะครับอยากไปที่ไหน”
“คุณเหมพาไปที่ไหนป้าเขาไปที่นั่นแหละ ลำพังป้าไม่ค่อยอยากเที่ยวเท่าไหร่อยากตามไปดูแลคุณยายมากกว่า”
“ถ้างั้นตกลงพวกเราไปเที่ยวหัวหินกันนะ เดี๋ยวผมจะจัดการจองบ้านพักให้ ส่วนจะไปวันไหนเดี๋ยวผมจะบอกอีกทีนะครับ”
“ยายขอเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ได้ไหม”
“ได้ครับยาย” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูปฏิทินแล้วยิ้มเมื่อเห็นวันหยุดยาวติดกันหลายวันในช่วงปลายเดือนหน้า
“ยิ้มแบบนี้กำหนดวันได้แล้วเหรอ”
“ครับ ปลายเดือนหน้า มีวันหยุดยาวหลายวันแล้วก็ไม่ตรงวันพระด้วยนะครับ”
“หลานชายคนนี้รู้ใจยายจริงนะ” คุณยายดีใจที่หลายชายจำได้ว่าทุกวันพระตนเองจะไปทำบุญที่วัดเพราะนอกจากจะไปทำบุญแล้วยังได้ไปพบปะกับเพื่อนวัยเดียวกันที่นั่นอีกด้วย
“เมื่อกี้คุณเหมบอกว่าช่วงนี้งานไม่ค่อยยุ่งใช่ไหมคะ” ป้าศรีนวลที่นั่งฟังอยู่ถามขึ้น
“ใช่ครับป้าศรีนวลมีอะไรหรือเปล่า”
“ถ้างานไม่ยุ่งคุณเหมก็กลับมาหาคุณยายไปบ่อย ๆ นะคะช่วงนี้ยายแกค่อนข้างเหงามากกว่าปกติ”
“ทำไมล่ะครับยายมีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอกเพียงแต่หนูกานต์เธอไปทำงานที่กรุงเทพน่ะยายก็เลยไม่ค่อยมีเพื่อนคุยเท่าไหร่”
“กานต์ไหนครับยาย”
“ก็หลานสาวของยายอำไพที่ยายเคยเล่าให้เหมฟังไงล่ะลูก เธอไปทำงานกรุงเทพยายก็เลยไม่มีเพื่อนคุย”
“นี่เธอเรียบจบแล้วเหรอครับ”
“อยู่คอนโดเดียวกันยังไม่ได้เจอกันเหรอ”
“อะไรนะครับยาย อยู่คอนโดเดียวกันหมายความว่ายังไง” เหมวัตไม่เคยสนใจสิ่งรอบข้างเท่าไหร่ เขาแทบไม่รู้จักใครในคอนโดเลยด้วยซ้ำ
“ก็ยายให้หนูกานต์เขาไปพักห้องตรงข้ามของเหม นี่ยายก็นึกว่าได้เจอกันแล้วเสียอีก”
“ผมออกไปทำงานแต่เช้ากว่าจะกลับก็ดึกทุกวันไม่ค่อยได้เจอใครหรอกครับ”
“ยายฝากเหมดูแลน้องด้วยนะ หนูกานต์เป็นเด็กขี้เกรงใจ จะเปิดปากขอร้องให้ใครช่วยอะไรก็ยากเสียเหลือเกินเธอไปอยู่คนเดียวตามลำพังยายก็เป็นห่วง”
“ยายครับถ้าเธอเรียนจบและมีงานทำก็แสดงว่าเธอโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว ยายไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะครับ”
“จะไม่ให้ยายเป็นห่วงได้ยังไง หนูกานต์เป็นหลานสาวเพื่อนรักของยายนะเหม ยายต้องดูแลเธอให้ดีที่สุด เธอเข้าไปอยู่ในเมืองกรุงแบบนั้นยายก็ไม่รู้จะเอาตัวรอดได้หรือเปล่า”
“ผมว่ายายกังวลเกินไปนะครับ เด็กสมัยนี้เขาเก่งครับ”
“ยายรู้แต่ก็อดห่วงไม่ได้ ยายขอร้องก็แล้วกันนะเหมช่วยดูแลเธอด้วย”
มนตกานต์มองถุงของฝากที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วถอนหายใจเพราะเธอจำได้ว่าตัวเองบอกเหมวัตแค่อยากได้อาร์ตทอยสามตัวซึ่งเขาก็ซื้อให้ตามนั้นแต่ที่งอกออกมาอีกหลายถุงนั้นคือเครื่องสำอาง กระเป๋าแบรนด์เนม รวมถึงขนมอีกเยอะแยะเต็มไปหมด“พี่เหมคะกานต์ว่ามันมากเกินไปแล้วนะคะ ไปครั้งนี้ซื้อกระเป๋าเดินทางเพิ่มหรือเปล่า”“ไม่ครับเพราะพี่เอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปแล้วขาไปก็ใส่ใบเล็กไว้ในนั้นพอกลับก็เอาใบใหญ่ก็ใส่ของฝาก ขนมมีอย่างละนิดละน้อยเองกานต์เอาไปแบ่งกับหลินแล้วก็เพื่อนที่ทำงานด้วยนะ”“ขอบคุณนะคะ พี่เหมไปทำงานแล้วยังเสียเวลาไปซื้อของพวกนี้อีก”“ไม่ได้เสียเวลาอะไรเลยช่วงที่พี่รอคุยกับลูกค้าพี่ก็เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยเจออะไรก็ซื้อไว้ รู้ตัวอีกทีมันก็เยอะแบบนี้แล้ว”“ไม่ลืมของฝากให้คุณยายใช่ไหมคะ”“ไม่ลืมหรอก พี่กันไว้แล้วขนมพวกนี้ก็ซื้อไปฝากมะลิด้วยเหมือนกัน”“กานต์รู้สึกว่าพี่ไปนานขนมและของฝากมันก็จะมากตามระยะเวลาด้วยนะคะ ถ้าพี่ไปทำงานสักสองเดือนสงสัยของฝากคงจะบอกว่าเยอะกว่านี้แน่ ๆ” หญิงสาวมองของฝากสลับกับหน้าหล่อของเหมวัตแล้วหัวเราะเบา ๆ“ใครจะไปทำงานนานถึงสองเดือนกันล่ะแค่เกือบเดือนพี่ก็แย่แล้ว พี่คิดถึง
เมื่อกัญญาพรกลับไปอยู่หอพักของตนเองแล้วมนตกานต์ก็รู้สึกเหงาอย่างเดิม ยิ่งเห็นว่าเพื่อนคืนดีกับคนรักแล้วก็ทำให้อดนึกถึงเรื่องระหว่างตนเองกับเหมวัตไม่ได้เพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขามันยังคลุมเครือและไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นไปในทิศทางใด แต่ถ้าถามความรู้สึกจากส่วนลึกแล้วมนตกานต์ก็ยอมรับว่าเธอรู้สึกดีกับเขามากที่ผ่านมามนตกานต์ไม่เคยคบกับผู้ชายคนไหนเลย มีเพียงแค่คนที่เข้ามาจีบคุยกันสักพักพอรู้ว่าเข้ากันมาได้ก็จบความสัมพันธ์และกลับมาคบกันแบบเพื่อนเวลาในแต่ละวันเดินไปอย่างช้า ๆ เหมวัตยังคงโทรศัพท์หาหญิงสาวในทุกวันอย่างเคยจนกระทั่งผ่านไปถึงสามสัปดาห์เขาก็ยังไม่กลับมา“พี่ขอโทษนะกานต์ที่ยังกลับตอนนี้ไม่ได้”“งานมีปัญหาเหรอคะ”“งานที่ตั้งใจมาทำเสร็จหมดแล้ว แต่มีงานอื่นแทรกมาน่ะ ตอนแรกพี่จะไม่รับเพราะไม่อยากผิดสัญญาว่าจะมาแค่สองอาทิตย์แต่พอเห็นค่าจ้างก็คิดว่ามันคุ้ม”“แล้วพี่เหมต้องอยู่อีกนานแค่ไหนคะ”“ไม่เกินห้าวัน จากนั้นพี่ก็คงว่างอีกนานเลย” เหมวัตคุยกับบริษัทแล้วว่าจากนี้เขาจะรับงานแบบนี้ให้น้อยลงและถ้าต้องมาต่างประเทศต้องเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่เท่านั้น ส่วนงานให้คำปรึกษาในประเทศเขาก็ยั
เช้าวันรุ่งขึ้นมนตกานต์ก็ตื่นแต่เช้าทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุด เธอมองกัญญาพรนอนหลับบนเตียงด้วยใบหน้าที่บวมช้ำจากการร้องไห้หนักตลอดคืน หญิงสาวมองเพื่อนรักด้วยความรู้สึกเห็นใจและไม่เข้าใจว่าทำไมคนรักของเพื่อนถึงได้ทำแบบนั้นหญิงสาวเดินไปทำอาหารเช้าง่าย ๆ ในครัวสำหรับตนเองและกัญญาพรที่ไม่รู้ว่าตื่นมาเช้านี้จะเป็นยังไงบ้าง เมื่อทำทุกอย่างเสร็จก็เดินถือชามข้าวต้มเข้ามาหาเพื่อนในห้องนอน“ตื่นแล้วเหรอหลินมากินข้าวต้มก่อนนะ กินซะหน่อยจะได้มีแรง” มนตกานต์ยื่นถ้วยข้าวต้มให้เพื่อน“ฉันกินไม่ลงหรอกกานต์” กัญญาพรพูดเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำ“แต่ฉันตั้งใจตื่นมาทำให้แกกินเลยนะ กลิ่นหอมน่ากินสุด ๆ ไปเลย”“ขอบใจแกนะกานต์ แกล่ะกินหรือยังเดี๋ยวฉันออกไปกินข้างนอกพร้อมแกก็ได้ รอฉันล้างหน้าแปรงฟันก่อนได้ไหม” กัญญาพรรู้สึกเกรงใจที่มาอยู่ห้องของเพื่อนแล้วยังต้องรบกวนเพื่อนทำข้าวต้มมาให้ทานถึงในห้องนอน“อือ” มนตกานต์รับชามข้าวต้มมาจากมือของกัญญาพรก่อนจะออกมานั่งรอเพื่อนที่ห้องครัวหญิงสาวนั่งเล่นมือถือรอไม่นานกัญญาพรก็ออกมาจากห้องด้วยสีหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยความทุกข์“น่ากินจัง” กัญญาพรเขี่ยข้าวต้มในชามไปมาแต่ยั
หลายแล้วที่เหมวัตเดินทางไปทำงานที่ประเทศจีน เป็นหลายวันที่มนตกานต์รู้สึกเหมือนชีวิตประจำวันเงียบเหงาแปลก ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่เขาเดินทางไปคุยงาน เธอก็นอนห้องเดิม เดินเส้นทางเดิม ใช้ชีวิตแบบเดิมทุกอย่างแต่กลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไปหรือจริง ๆ คือเธอกำลังคิดถึงเขาอยู่กันแน่ เย็นวันศุกร์หลังเลิกงานหญิงสาวก็กลับห้องและทำทุกอย่างตามปกติเหมวัตโทรหาเธอตรงเวลาเป๊ะทุกเย็นตามที่ได้สัญญาไว้ก่อนที่เขาจะเดินทางแม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันเกือบสามชั่วโมง“สวัสดีค่ะพี่เหม” มนตกานต์รับสายด้วยรอยยิ้ม“ทำอะไรอยู่ครับ” เสียงอบอุ่นของเขาดังผ่านสาย“เพิ่งอาบน้ำเสร็จค่ะ พี่เหมล่ะคะเลิกงานหรือยัง”“พี่คุยงานเพิ่งเสร็จวันนี้ยุ่งมาก” เสียงของเหมวัตฟังดูเหนื่อยล้าเล็กน้อยแต่ก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน“พี่เหมทำงานเหนื่อยไหมคะ ที่จีนตอนนี้กี่โมงแล้ว”“ที่นี่ประมาณทุ่มกว่า ๆ วันนี้เหนื่อยมากแต่พอได้ยินเสียงกานต์ก็หายเหนื่อยเลย พี่คิดถึงนะ” คำพูดติดปากของเขาแต่ทำคนฟังใจเต้นแรงทุกครั้ง ใบหน้าของมนตกานต์ร้อนผ่าว เธอไม่ชินกับการถูกบอกความในใจตรง ๆ แบบนี้“พี่เหมก็ปากหวานอีกแล้ว ไม่อายคนอื่นเหรอค
เช้าวันเสาร์มนตกานต์ส่งเหมวัตที่หน้าคอนโดแล้วหญิงสาวก็กลับขึ้นมาบนห้องเก็บของใส่กระเป๋าเป้ก่อนจะลงมาอีกครั้งเพื่อนั่งรถเมล์ไปยังท่ารถตู้กลับบ้านที่อัมพวาหญิงสาวมาถึงบ้านในเวลาเกือบเที่ยงจากนั้นก็ทำความสะอาดบ้านก่อนจะไปทานก๋วยเตี๋ยวแล้วกลับมาทำความสะอาดบ้านต่อ ทุกอย่างเสร็จในเวลาบ่ายเธออาบน้ำแล้วลงมานอนบนแปลใต้ถุนบ้านพอบ่ายคล้อยก็เดินไปยังบ้านของคุณยายชมนาด“สวัสดีค่ะยาย ดูลิเกอยู่เหรอคะ” เพราะเสียงร้องและเสียงระนาดดังตั้งแต่เธอเข้ามาในรั้วบ้าน“อ้าว!....หนูกานต์มาได้ยังไงจ๊ะ แล้วหลานชายของยายล่ะไม่มาด้วยกันเหรอ” คุณยายชมนาดทักทายด้วยความแปลกใจที่เห็นหลานสาวเดินมาคนเดียวแทนที่จะมากับเหมวัต“พี่เหมไปจีนค่ะ กานต์เลยกลับมาคนเดียว” มนตกานต์ยิ้มก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ แล้วกอดเอวท่านไว้“ไปทำงานต่างประเทศอีกแล้วเหรอ เขาบอกหนูหรือเปล่าว่าจะไปนานเท่าไหร่”“เห็นว่าประมาณสิบวันค่ะ”“เฮ้อ...หรือจะเข้าอีหรอบเดิมอีกแล้ว” คุณยายชมนาดถอนหายใจสีหน้าค่อนข้างวิตกกังวล“ยายเป็นอะไรคะพี่เหมไปทำงานแค่ที่จีนเองค่ะ ไม่ได้ไกลเลยถ้ายายคิดถึงเราโทรหาก็ได้ให้หนูโทรให้มั้ยคะ” หญิงสาวรีบเสนอเพราะคิดว่าที่คุณยายมีท่าท
หลายวันผ่านไปหลังจากทริปทะเลหัวหินความสัมพันธ์ของเหมวัตกับมนตกานต์ก้าวไปอีกขั้น ในเมื่อเธอให้โอกาสแล้วเหมวัตก็สัญญากับตัวเองว่าจะใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความจริงใจและทำให้หญิงสาวมั่นใจในตัวเขาชีวิตของมนตกานต์ก็เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ และคนที่ทำให้เปลี่ยนไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเหมวัตหลานชายของยายชมนาดที่กำลังก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอทีละก้าวอย่างไม่เร่งรีบแต่ชัดเจนในทุกวันทั้งสองจะออกมาทำงานด้วยแม้เขาจะเข้างานช้ากว่ามนตกานต์หนึ่งชั่วโมงแต่ก็ยอมตื่นเช้าเพื่อได้นั่งรถมาด้วยกัน“พี่เหมไม่เหนื่อยเหรอคะ” หญิงสาวชวนคุยเมื่อนั่งรถมาด้วยกันในเช้าวันศุกร์“เหนื่อยอะไร” เขาถามก่อนจะหยิบกาแฟที่แวะรับจากร้านประจำขึ้นมาจิบ“ก็เหนื่อยที่ต้องตื่นเช้ากว่าเดิมทุกวัน”“ไม่หรอก ตื่นเช้าก็ถือเป็นกำไรของชีวิตนะ”“แล้วพี่เหมไปถึงบริษัทก่อนเวลาทำงานทุกวันไม่เบื่อเหรอคะ”“พี่ใช้เวลานั้นทำงานน่ะ จากที่เคยเลิกงานช้าก็ได้เลิกงานเร็วขึ้น”“เพราะกานต์ทำให้พี่ลำบาก กานต์ว่าพี่ไม่ต้องรับส่งกานต์ทุกวันหรอกนะคะ กานต์เกรงใจ” เธอรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ เธอกลัวว่าถ้าเขาฝืนทำแบบนี้ไปนานสักวันก็คงเบื่อ“ไม่ต้องเกรงใจและพี่







