FAZER LOGINเหมวัตเห็นท่าทางห่วงใยและความกังวลของคุณยายแล้วเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธท่านได้เลย
“ได้ครับยาย” ชายหนุ่มรับปากท่านไว้ก่อนเขาไม่เคยเจอเด็กที่ คุณยายพูดถึงเลยสักครั้งเพราะหลังจากเรียนจบมัธยมเขาก็ไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพ จากนั้นก็ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกาและทำงานอยู่ที่นั่นจึงมีเวลาอยู่กับคุณยายน้อยมากแต่ก็โทรศัพท์คุยกับท่านอยู่ตลอด
“ขอบใจนะเหม หลานชายของยายคงไม่ทำให้ยายผิดหวังใช่ไหม”
“ครับยาย” เขาตอบรับด้วยรอยยิ้ม
“แล้วคืนนี้จะนอนค้างกับยายที่นี่หรือเปล่าล่ะ”
“คงไม่ครับยาย ผมว่ากินข้าวเย็นกับยายเสร็จก็จะกลับครับ”
“ขับรถกลับดึก ๆ แบบนั้นมันอันตรายนะ ค้างกับยายดีกว่าไหมตอนเช้าค่อยกลับ”
“ยายครับเอาไว้วันหลังผมค่อยมาค้างดีกว่าพรุ่งนี้ผมมีนัดคุยงานสิบโมงขับรถกลับไปดึกหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าต้องตื่นเช้าแล้วขับรถไปจากที่นี่นะครับ”
“แล้วจะกลับมาหายายอีกเมื่อไหร่ล่ะ”
“ยังไม่แน่ใจครับยายอาจจะเป็นเสาร์อาทิตย์หน้า” การกลับมาเจอคุณยายครั้งนี้เหมวัตสังเกตว่าท่านดูแก่ลงไปมากเขาเลยอยากมีเวลาให้ท่านมากขึ้น
“ถ้ากลับเสาร์อาทิตย์ก็ดีเลย”
“ดียังไงครับยาย”
“ยายก็จะได้ให้หนูกานต์กลับมาพร้อมกับเหมด้วย จะให้น้องนั่งรถกลับมาคนเดียวยายก็เป็นห่วง”
“แต่ผมกับเธอไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เธอคงไม่กล้านั่งรถมาด้วยหรอกนะครับ”
“ถึงเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ทั้งสองคนก็เป็นหลานของยายเหมือนกันนะ กลับไปนี้ก็ไปทำความรู้จักกันไว้เพราะคงหนีกันไม่พ้นหรอกนะลูก”
“ก็ได้ครับยาย เอาไว้ถึงวันที่ผมจะกลับผมจะลองถามเธอนะครับว่าเธอจะกลับบ้านพร้อมผมหรือเปล่า” เหมวัตรับปากเพราะเห็นท่าทางแล้วว่ายายชมนาดห่วงผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน
“ยายขอบใจเหมวัตมากนะหนูกานต์น่ะเธอน่าสงสารพ่อแม่ก็ตายตั้งแต่ยังเด็กอยู่กับยายมาตลอดพอยายเสียก็ไม่เหลือใครแล้ว”
“ยายก็เลยส่งให้เธอเรียนจนจบใจมั้ยครับ”
“ใช่จ้ะ ก่อนที่ยายอำไพของหนูกานต์จะเสียท่านขอขยายช่วยดูแลหลานสาว แต่ถึงอำไพจะไม่บอกยายก็ตั้งใจอยู่แล้วว่ายังไงก็จะดูแลหนูกาน์ให้ถึงที่สุดเพราะที่ผ่านมายายอำไพของเธอก็ดีกับยายมาก ๆ เราเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่ เด็กหลานสาวของยายอำไพก็เหมือนหลานสาวของยาย ถ้าหากในอนาคตยายเป็นอะไรไปเหมก็อย่าทิ้งน้องนะ”
“ยายครับยายพูดแบบนี้อีกแล้วผมไม่ชอบเลย”
“ยายรู้ไม่มีใครชอบการสูญเสียหรอกแต่ยายนึกอะไรออกก็พูดไว้เพราะเราไม่รู้อนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เหมอย่ารำคาญยายเลยนะ ที่ยายพูดอะไรซ้ำซากแบบนี้”
“ผมไม่ได้รำคาญยายเลยนะครับแต่ผมมองว่ายายยังแข็งแรงอยู่ต่างหากล่ะแล้วยายจะเป็นอะไรได้ยังไงล่ะ”
“แต่สังขารมันเป็นสิ่งไม่เที่ยงนะเหม”
“ผมรู้ครับยาย แต่ในเมื่อผมยังไม่แต่งงานมีครอบครัวมีเหลนให้ยายอุ้มเลยนะ ยายก็ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด”
“นั่นสิยายลืมเรื่องนี้ไปเลยเพราะฉะนั้นยายจะต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ไปตรวจตามนัดจะได้อยู่รออุ้มเหลนดีไหม”
“ดีมาก ๆ ครับยาย”
“คุณเหมอย่าทำให้คุณยายรอเก้อนะคะ” ป้าศรีนวลพูดเสริม
“นี่ป้าก็อยากให้ผมแต่งงานมีครอบครัวเหมือนกันเหรอครับ”
“ค่ะคุณเหม ป้าช่วยคุณยายเลี้ยงดูคุณเหมมาตั้งแต่เด็กก็อยากจะเห็นแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาตอนนี้ป้ายังพอมีแรงก็อยากจะช่วยเลี้ยงลูกของคุณเหมด้วยค่ะ”
“ดูท่าทางทุกคนจะคาดหวังกับผมมากเลยนะครับ แล้วมะลิล่ะไม่อยากจะเลี้ยงลูกฉันเหรอ”
“อยากสิคะ มะลิว่าลูกคุณเหมออกมาต้องหน้าตาน่ารักมาก ๆ แน่เลยเพราะคุณเหมหล่อ”
“มะลิ เด็กที่เกิดมาน่ารักมันต้องดูทั้งพ่อทั้งแม่ด้วย”
“ก็คุณเหมหล่อแบบนี้หนูว่าแฟนคุณเหมก็ต้องสวยค่ะ”
“คิดไปไกลเชียวนะมะลิ”
“คุณยายเห็นด้วยกับหนูใหม่ล่ะคะ”
“ก็ต้องเห็นด้วยสิ” คุณยายชมนาดหัวเราะเบา ๆ
เหมวัตอยู่ทานอาหารกับคุณยายชมนาดจนถึงเวลาหนึ่งทุ่มก่อนกรุงเทพขับรถออกมาจากที่นั่น
ในตอนแรกคุณยายจะฝากอาหารมาให้มนตกานต์ด้วยแต่เพราะเห็นว่ากว่าเขาจะถึงกรุงเทพก็คงเลยเวลาทานอาหารไปแล้ว คุณยายเลยได้แต่ฝากลิ้นจี่มาให้เพราะรู้ว่ามนตกานต์ชอบทานมาก
ชายหนุ่มขับรถด้วยความเร็วปานกลางทำให้ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะมาถึงคอนโด เขามองนาฬิกาข้อมือเห็นว่าตอนนี้สามทุ่มครึ่งแล้วว่า เขาลังเลว่าจะเคาะประตูห้องตรงกันข้ามดีหรือเปล่าแต่เสียงโทรศัพท์ของคุณยายก็ดังเข้ามาก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจได้
“ผมถึงแล้วครับยายกำลังจะโทรบอกอยู่พอดีเลย” เหมวัตรีบบอกเพราะรู้ว่าท่านเป็นห่วงและทุกครั้งที่กลับมากรุงเทพท่านจะต้องโทรถามเสมอว่าเขาถึงที่หมายอย่างปลอดภัยไหม
“ปลอดภัยดีใช่ไหมลูก”
“ครับยาย นี่ก็ดึกแล้วยายรีบพักผ่อนนะครับ”
“คุยกับเหมเสร็จยายก็จะนอนแล้ว เมื่อตอนหัวค่ำยายโทรบอกหนูกานต์แล้วนะว่าฝากลิ้นจี่มาให้ ตอนนี้เธอน่าจะยังไม่นอน เหมลองเคาะห้องดูนะ”
“ได้ครับเดี๋ยวผมจะลองเรียกเธอดู ผมวางก่อนนะครับ”
“ได้จ้ะ เหมก็รีบพักผ่อนด้วยนะ”
วางสายจากคุณยายชมนาดแล้วเหมวัตก็เคาะประตูห้องฝั่งตรงข้ามเบา ๆ รอไม่นานนะคนด้านในก็เปิดประตูออก
“สวัสดีค่ะ คุณคงเป็นคุณอาเหมใช่ไหมคะ ยายชมโทรมาบอกหนูแล้วค่ะ”
“อือ ฉันชื่อเหม เธอล่ะ”
“หนูชื่อกานต์ค่ะ เพิ่งมาอยู่ที่นี้ได้ไม่กี่วัน ฝากตัวด้วยนะคะคุณอา” หญิงสาวยิ้มสดใส
“ยายฝากฉันเอาผลไม้มาให้เธอ”
“ขอบคุณมากนะคะคุณอา” หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณจากนั้นรับลิ้นจี่ไว้ก่อนจะปิดประตูห้องเบา ๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่เหมวัตได้เจอกับมนตกานต์หลังจากได้ยินคุณยายเล่าเรื่องของเธอ เขาไม่คิดว่าเด็กสาวที่คุณยายส่งเสียเลี้ยงดูจนจบปริญญาตรีจะมีใบหน้าที่สวยงามแบบนี้
เขาเจอผู้หญิงสวยมาก็มากบางคนก็สวยกว่าเธอด้วยซ้ำแต่ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เจอกับมนตกานต์ต่างไปเจอคนอื่น
เธอเป็นผู้หญิงหน้าตาสวยใบหน้าสวยหวานหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วเรียงตัวเป็นระเบียบสวย หากแต่สิ่งที่สะดุดตาชายหนุ่มมากที่สุดก็คงจะเป็นดวงตากลมโตนั่นมันดูสดใสเป็นประกายต่างจากผู้หญิงหลายคนที่เขาเคยเจอ
“นี่ฉันเป็นอาแล้วเหรอ” เหมวัตพูดเบา ๆ ก่อนจะเปิดประตูห้องของตนเองเข้าไปด้านใน
มนตกานต์มองถุงของฝากที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วถอนหายใจเพราะเธอจำได้ว่าตัวเองบอกเหมวัตแค่อยากได้อาร์ตทอยสามตัวซึ่งเขาก็ซื้อให้ตามนั้นแต่ที่งอกออกมาอีกหลายถุงนั้นคือเครื่องสำอาง กระเป๋าแบรนด์เนม รวมถึงขนมอีกเยอะแยะเต็มไปหมด“พี่เหมคะกานต์ว่ามันมากเกินไปแล้วนะคะ ไปครั้งนี้ซื้อกระเป๋าเดินทางเพิ่มหรือเปล่า”“ไม่ครับเพราะพี่เอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปแล้วขาไปก็ใส่ใบเล็กไว้ในนั้นพอกลับก็เอาใบใหญ่ก็ใส่ของฝาก ขนมมีอย่างละนิดละน้อยเองกานต์เอาไปแบ่งกับหลินแล้วก็เพื่อนที่ทำงานด้วยนะ”“ขอบคุณนะคะ พี่เหมไปทำงานแล้วยังเสียเวลาไปซื้อของพวกนี้อีก”“ไม่ได้เสียเวลาอะไรเลยช่วงที่พี่รอคุยกับลูกค้าพี่ก็เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยเจออะไรก็ซื้อไว้ รู้ตัวอีกทีมันก็เยอะแบบนี้แล้ว”“ไม่ลืมของฝากให้คุณยายใช่ไหมคะ”“ไม่ลืมหรอก พี่กันไว้แล้วขนมพวกนี้ก็ซื้อไปฝากมะลิด้วยเหมือนกัน”“กานต์รู้สึกว่าพี่ไปนานขนมและของฝากมันก็จะมากตามระยะเวลาด้วยนะคะ ถ้าพี่ไปทำงานสักสองเดือนสงสัยของฝากคงจะบอกว่าเยอะกว่านี้แน่ ๆ” หญิงสาวมองของฝากสลับกับหน้าหล่อของเหมวัตแล้วหัวเราะเบา ๆ“ใครจะไปทำงานนานถึงสองเดือนกันล่ะแค่เกือบเดือนพี่ก็แย่แล้ว พี่คิดถึง
เมื่อกัญญาพรกลับไปอยู่หอพักของตนเองแล้วมนตกานต์ก็รู้สึกเหงาอย่างเดิม ยิ่งเห็นว่าเพื่อนคืนดีกับคนรักแล้วก็ทำให้อดนึกถึงเรื่องระหว่างตนเองกับเหมวัตไม่ได้เพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขามันยังคลุมเครือและไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นไปในทิศทางใด แต่ถ้าถามความรู้สึกจากส่วนลึกแล้วมนตกานต์ก็ยอมรับว่าเธอรู้สึกดีกับเขามากที่ผ่านมามนตกานต์ไม่เคยคบกับผู้ชายคนไหนเลย มีเพียงแค่คนที่เข้ามาจีบคุยกันสักพักพอรู้ว่าเข้ากันมาได้ก็จบความสัมพันธ์และกลับมาคบกันแบบเพื่อนเวลาในแต่ละวันเดินไปอย่างช้า ๆ เหมวัตยังคงโทรศัพท์หาหญิงสาวในทุกวันอย่างเคยจนกระทั่งผ่านไปถึงสามสัปดาห์เขาก็ยังไม่กลับมา“พี่ขอโทษนะกานต์ที่ยังกลับตอนนี้ไม่ได้”“งานมีปัญหาเหรอคะ”“งานที่ตั้งใจมาทำเสร็จหมดแล้ว แต่มีงานอื่นแทรกมาน่ะ ตอนแรกพี่จะไม่รับเพราะไม่อยากผิดสัญญาว่าจะมาแค่สองอาทิตย์แต่พอเห็นค่าจ้างก็คิดว่ามันคุ้ม”“แล้วพี่เหมต้องอยู่อีกนานแค่ไหนคะ”“ไม่เกินห้าวัน จากนั้นพี่ก็คงว่างอีกนานเลย” เหมวัตคุยกับบริษัทแล้วว่าจากนี้เขาจะรับงานแบบนี้ให้น้อยลงและถ้าต้องมาต่างประเทศต้องเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่เท่านั้น ส่วนงานให้คำปรึกษาในประเทศเขาก็ยั
เช้าวันรุ่งขึ้นมนตกานต์ก็ตื่นแต่เช้าทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุด เธอมองกัญญาพรนอนหลับบนเตียงด้วยใบหน้าที่บวมช้ำจากการร้องไห้หนักตลอดคืน หญิงสาวมองเพื่อนรักด้วยความรู้สึกเห็นใจและไม่เข้าใจว่าทำไมคนรักของเพื่อนถึงได้ทำแบบนั้นหญิงสาวเดินไปทำอาหารเช้าง่าย ๆ ในครัวสำหรับตนเองและกัญญาพรที่ไม่รู้ว่าตื่นมาเช้านี้จะเป็นยังไงบ้าง เมื่อทำทุกอย่างเสร็จก็เดินถือชามข้าวต้มเข้ามาหาเพื่อนในห้องนอน“ตื่นแล้วเหรอหลินมากินข้าวต้มก่อนนะ กินซะหน่อยจะได้มีแรง” มนตกานต์ยื่นถ้วยข้าวต้มให้เพื่อน“ฉันกินไม่ลงหรอกกานต์” กัญญาพรพูดเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำ“แต่ฉันตั้งใจตื่นมาทำให้แกกินเลยนะ กลิ่นหอมน่ากินสุด ๆ ไปเลย”“ขอบใจแกนะกานต์ แกล่ะกินหรือยังเดี๋ยวฉันออกไปกินข้างนอกพร้อมแกก็ได้ รอฉันล้างหน้าแปรงฟันก่อนได้ไหม” กัญญาพรรู้สึกเกรงใจที่มาอยู่ห้องของเพื่อนแล้วยังต้องรบกวนเพื่อนทำข้าวต้มมาให้ทานถึงในห้องนอน“อือ” มนตกานต์รับชามข้าวต้มมาจากมือของกัญญาพรก่อนจะออกมานั่งรอเพื่อนที่ห้องครัวหญิงสาวนั่งเล่นมือถือรอไม่นานกัญญาพรก็ออกมาจากห้องด้วยสีหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยความทุกข์“น่ากินจัง” กัญญาพรเขี่ยข้าวต้มในชามไปมาแต่ยั
หลายแล้วที่เหมวัตเดินทางไปทำงานที่ประเทศจีน เป็นหลายวันที่มนตกานต์รู้สึกเหมือนชีวิตประจำวันเงียบเหงาแปลก ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่เขาเดินทางไปคุยงาน เธอก็นอนห้องเดิม เดินเส้นทางเดิม ใช้ชีวิตแบบเดิมทุกอย่างแต่กลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไปหรือจริง ๆ คือเธอกำลังคิดถึงเขาอยู่กันแน่ เย็นวันศุกร์หลังเลิกงานหญิงสาวก็กลับห้องและทำทุกอย่างตามปกติเหมวัตโทรหาเธอตรงเวลาเป๊ะทุกเย็นตามที่ได้สัญญาไว้ก่อนที่เขาจะเดินทางแม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันเกือบสามชั่วโมง“สวัสดีค่ะพี่เหม” มนตกานต์รับสายด้วยรอยยิ้ม“ทำอะไรอยู่ครับ” เสียงอบอุ่นของเขาดังผ่านสาย“เพิ่งอาบน้ำเสร็จค่ะ พี่เหมล่ะคะเลิกงานหรือยัง”“พี่คุยงานเพิ่งเสร็จวันนี้ยุ่งมาก” เสียงของเหมวัตฟังดูเหนื่อยล้าเล็กน้อยแต่ก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน“พี่เหมทำงานเหนื่อยไหมคะ ที่จีนตอนนี้กี่โมงแล้ว”“ที่นี่ประมาณทุ่มกว่า ๆ วันนี้เหนื่อยมากแต่พอได้ยินเสียงกานต์ก็หายเหนื่อยเลย พี่คิดถึงนะ” คำพูดติดปากของเขาแต่ทำคนฟังใจเต้นแรงทุกครั้ง ใบหน้าของมนตกานต์ร้อนผ่าว เธอไม่ชินกับการถูกบอกความในใจตรง ๆ แบบนี้“พี่เหมก็ปากหวานอีกแล้ว ไม่อายคนอื่นเหรอค
เช้าวันเสาร์มนตกานต์ส่งเหมวัตที่หน้าคอนโดแล้วหญิงสาวก็กลับขึ้นมาบนห้องเก็บของใส่กระเป๋าเป้ก่อนจะลงมาอีกครั้งเพื่อนั่งรถเมล์ไปยังท่ารถตู้กลับบ้านที่อัมพวาหญิงสาวมาถึงบ้านในเวลาเกือบเที่ยงจากนั้นก็ทำความสะอาดบ้านก่อนจะไปทานก๋วยเตี๋ยวแล้วกลับมาทำความสะอาดบ้านต่อ ทุกอย่างเสร็จในเวลาบ่ายเธออาบน้ำแล้วลงมานอนบนแปลใต้ถุนบ้านพอบ่ายคล้อยก็เดินไปยังบ้านของคุณยายชมนาด“สวัสดีค่ะยาย ดูลิเกอยู่เหรอคะ” เพราะเสียงร้องและเสียงระนาดดังตั้งแต่เธอเข้ามาในรั้วบ้าน“อ้าว!....หนูกานต์มาได้ยังไงจ๊ะ แล้วหลานชายของยายล่ะไม่มาด้วยกันเหรอ” คุณยายชมนาดทักทายด้วยความแปลกใจที่เห็นหลานสาวเดินมาคนเดียวแทนที่จะมากับเหมวัต“พี่เหมไปจีนค่ะ กานต์เลยกลับมาคนเดียว” มนตกานต์ยิ้มก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ แล้วกอดเอวท่านไว้“ไปทำงานต่างประเทศอีกแล้วเหรอ เขาบอกหนูหรือเปล่าว่าจะไปนานเท่าไหร่”“เห็นว่าประมาณสิบวันค่ะ”“เฮ้อ...หรือจะเข้าอีหรอบเดิมอีกแล้ว” คุณยายชมนาดถอนหายใจสีหน้าค่อนข้างวิตกกังวล“ยายเป็นอะไรคะพี่เหมไปทำงานแค่ที่จีนเองค่ะ ไม่ได้ไกลเลยถ้ายายคิดถึงเราโทรหาก็ได้ให้หนูโทรให้มั้ยคะ” หญิงสาวรีบเสนอเพราะคิดว่าที่คุณยายมีท่าท
หลายวันผ่านไปหลังจากทริปทะเลหัวหินความสัมพันธ์ของเหมวัตกับมนตกานต์ก้าวไปอีกขั้น ในเมื่อเธอให้โอกาสแล้วเหมวัตก็สัญญากับตัวเองว่าจะใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความจริงใจและทำให้หญิงสาวมั่นใจในตัวเขาชีวิตของมนตกานต์ก็เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ และคนที่ทำให้เปลี่ยนไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเหมวัตหลานชายของยายชมนาดที่กำลังก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอทีละก้าวอย่างไม่เร่งรีบแต่ชัดเจนในทุกวันทั้งสองจะออกมาทำงานด้วยแม้เขาจะเข้างานช้ากว่ามนตกานต์หนึ่งชั่วโมงแต่ก็ยอมตื่นเช้าเพื่อได้นั่งรถมาด้วยกัน“พี่เหมไม่เหนื่อยเหรอคะ” หญิงสาวชวนคุยเมื่อนั่งรถมาด้วยกันในเช้าวันศุกร์“เหนื่อยอะไร” เขาถามก่อนจะหยิบกาแฟที่แวะรับจากร้านประจำขึ้นมาจิบ“ก็เหนื่อยที่ต้องตื่นเช้ากว่าเดิมทุกวัน”“ไม่หรอก ตื่นเช้าก็ถือเป็นกำไรของชีวิตนะ”“แล้วพี่เหมไปถึงบริษัทก่อนเวลาทำงานทุกวันไม่เบื่อเหรอคะ”“พี่ใช้เวลานั้นทำงานน่ะ จากที่เคยเลิกงานช้าก็ได้เลิกงานเร็วขึ้น”“เพราะกานต์ทำให้พี่ลำบาก กานต์ว่าพี่ไม่ต้องรับส่งกานต์ทุกวันหรอกนะคะ กานต์เกรงใจ” เธอรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ เธอกลัวว่าถ้าเขาฝืนทำแบบนี้ไปนานสักวันก็คงเบื่อ“ไม่ต้องเกรงใจและพี่







