Masuk[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]
Part : ไม่ใช่แฟน แต่ทำแทนทุกหน้าที่
--------------------------------------------------------------------------
ณ ปัจจุบัน...
หน้ามหาลัยเวลานี้มีรถสปอร์ตคันหรูจอดรออยู่ที่ประจำ ซึ่งเมื่อปอไหมเดินออกมาจากด้านในตึกก็เห็นแล้วว่ามีคนมารอรับเธอกลับบ้าน และก็เป็นคนเดียวกับที่ทำหน้าที่นั้นอยู่ประจำในช่วงนี้...
ปึง!
“สวัสดีค่ะ”
“อือ” วาโยตอบรับสั้น ๆ เมื่อได้ยินคำทักทาย พร้อมกับมือน้อยที่ยกขึ้นไหว้เขาเสมอราวกับเห็นเขาเป็นพระพุทธรูป
ปอไหมมักแสดงกิริยานอบน้อมต่อเขาเสมอ จนบางทีเขาก็มองว่ามันมากเกินไป เพราะไม่ว่าเวลาจะทำให้พวกเขาสนิทใจกันมากขึ้นเพียงใด แต่เธอก็พยายามเว้นช่องว่างกับเขาอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการวางตัวให้เขารู้สึกเหมือนว่าตนเองสวมใส่ผ้าเหลืองอยู่ เธอจึงไม่กล้าเข้าใกล้หรือแม้แต่เดินเฉียด เรื่องสัมผัสเนื้อตัวก็ไม่ต้องหวังว่ามันจะเกิดขึ้น
“พี่กาวินติดถ่ายงานอีกแล้วเหรอคะ”
“อือ วันนี้มันมีถ่ายแบบกางเกงใน” เห็นว่านางแบบที่มันถ่ายงานด้วยวันนี้เป็นลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ท่าจะถ่ายงานกันทั้งคืนจนถึงเช้า
“ขอบคุณที่มารับไหมนะคะ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก พี่ว่างพอดี”
เขามักจะว่างเสมอเมื่อเพื่อนรักขอให้ทำหน้าที่รับส่งเด็กเลี้ยงอย่างปอไหมให้ ซึ่งก็เป็นแบบนี้มาตลอดสี่ปีที่เธอเป็นเด็กดีของกาวิน เรียกว่าเป็นเด็กเพียงคนเดียวที่กาวินส่งเสียเลี้ยงดูนานที่สุด และเอ็นดูมากที่สุดที่เคยมีมา
เพราะนอกจากที่ปอไหมจะรู้สถานะของตัวเองดีแล้ว เธอยังไม่เคยมีท่าทางน้อยใจ งี่เง่า ขี้งอน หรือแม้แต่แสดงท่าทางหึงหวงให้กาวินหงุดหงิดใจเลย นั่นจึงทำให้เธอได้รับการดูแลเอาใจ และเป็นที่หนึ่งของเขามากกว่าเด็ก ๆ คนอื่นที่เขาเลี้ยงดูอยู่
ซึ่งเธอจำไม่ได้ว่าเด็กของกาวินมีใครบ้างเพราะเขาเปลี่ยนผู้หญิงค่อนข้างบ่อย แต่เธอก็ยอมรับทุกอย่างนั้นได้ว่าเขาไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ซึ่งหลายครั้งที่กาวินออกไปนอนค้างคืนที่อื่น และปล่อยให้เธออยู่กับเพื่อนรักลำพัง เฉกเช่นอย่างวันนี้
“ใส่ยาวกว่านั้นจะตายหรือไง นั่งดึงอยู่ได้ รำคาญ” เขาพูดบ่นกับสิ่งที่เห็นอยู่ประจำ ไม่ว่าจะชุดอะไรที่ปอไหมสวมใส่ ก็จะเห็นเธอมีปฏิกิริยากับชุดพวกนั้นแบบนี้เสมอ
พรึบ!
“ขะ...ขอบคุณค่ะ”
เธอพูดขอบคุณกับชายคนขับ เมื่อเขาโยนเสื้อยีนส์มาให้คลุมกระโปรงตัวสั้นจู๋ กระโปรงที่เธอสวมใส่อย่างอึดอัดมาตลอดสี่ปี เพราะมันทั้งรัดรูป ทั้งสั้น ซึ่งมันไม่เป็นตัวเธอเลยสักนิด แต่ที่ยอมใส่ก็เพราะคำว่าชอบของกาวิน ทุกอย่างที่เขาชอบ เธอจะทำให้โดยไม่สนว่าลึก ๆ แล้วเธอจะชอบสิ่งนั้นหรือไม่
ติ๊ง! (เบบี๋คะ วันนี้พี่คงไม่ได้กลับคอนโด อย่าดื้อกับไอ้วาโยมันนะคะ)
ปอไหมเปิดอ่านข้อความเมื่อครู่แล้วก็นั่งเงียบไป ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของวาโยจะดังขึ้น ซึ่งปลายสายที่โทรเข้าหาเขาก็คือเพื่อนรักเพื่อนเลวคนเก่าเจ้าเดิม
ครืดด~
“ว่า?”
“ไปรับปอไหมแล้วใช่ไหม”
“เออ อยู่บนรถแล้ว”
“คืนนี้ฝากไหมด้วยนะ กูน่าจะไม่ได้กลับ” เขาพูดฝากเธอราวกับเห็นว่าเธอเป็นสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง ที่ไม่สามารถปล่อยทิ้งไว้บ้านลำพังได้ และหากมีคนช่วยดูแลให้เขาคงสบายใจขึ้น
“จะฝากเหี้ยอะไรนัก เมียกูก็ไม่ใช่...”
“เออฝากหน่อยเพื่อน ถ่ายงานกำลังมันส์ เดี๋ยวเช้ากูรีบกลับ” กาวินพูดอย่างไม่สลด
“กูปฏิเสธได้ไหมล่ะ”
“ไม่ได้เพื่อน”
“เวรจริง”
“ขอบคุณครับ...” ตุ๊ด! ตุ๊ด!
แม้ไม่ได้ยินคำตอบรับจากเพื่อน แต่ก็เข้าใจได้ว่าวาโยนั้นจะทำตามคำขอของเขาเหมือนกับทุกครั้งที่ตนฝากฝังให้เพื่อนสนิทดูแลยัยหนูให้
“เฮ้อ เหลือแค่อย่างเดียวที่ยังไม่ได้ทำ...” เขามองหน้าเธอแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่ทำให้เธอนั้นมันครบถ้วนแล้วในหน้าที่แฟนคนหนึ่ง อาจจะขาดข้อสำคัญไปนั้นคือการทำเรื่องอย่างว่ากับเธอ เรื่องที่เขาเองก็เคยคิดจินตนาการถึงมันอย่างห้ามความคิดไม่อยู่
“ขอโทษนะคะ”
“ช่างเถอะ”
“ถ้าพี่วาโยจะกลับไปนอนที่บ้าน ก็ไปได้เลยนะคะ ไหมอยู่คนเดียวได้”
“...”
ทุกครั้งที่เห็นว่าเธอทำหน้าหงอยเมื่อรู้ว่าเจ้าของจะไม่กลับมานอนด้วย วาโยก็ไม่กล้าปล่อยให้เธออยู่บ้านลำพัง ซึ่งเขามักจะใช้ข้ออ้างมาหักล้างความรู้สึกของตัวเองเสมอ เช่นว่าอยู่กับเธอแก้เบื่อ หรือทำไปเพราะสงสารเธอบ้าง
“...ช่างเถอะ พี่ไม่ได้จะกลับบ้านอยู่แล้ว เย็นนี้ทำอะไรให้กินด้วยแล้วกัน”
“...ได้ค่ะ”
‘คือนี้พี่กาวินไปนอนกับใครนะ...’
คำถามนั้นเกิดขึ้นในหัวของเธออยู่เสมอเมื่อกาวินบอกว่าจะไม่กลับมานอนด้วยกัน แต่มันก็ไม่เคยหลุดปากออกไปเลย ทั้งถามกับเจ้าตัวเอง หรือถามกับเพื่อนสนิทของเขาที่คาดว่าน่าจะรู้ความจริงทุกอย่าง ปอไหมไม่แม้แต่แสดงความรู้สึกน้อยใจให้เขาเห็นทั้งที่ส่วนลึกของเธอกำลังติดอยู่กับความรู้สึกเศร้า...
“เฮ้อ”
เสียงถอนหายใจดังจนคนหน้านิ่งต้องกวาดตาไปมองที่มาของเสียง “หนักใจอะไร ถึงกับต้องถอนหายใจ”
“...เปล่าค่ะ”
“อยู่กับมันมาสี่ปีแล้ว ยังไม่ชินอีกหรือไง”
“นั่นสิคะ ตั้งสี่ปีแล้ว ยังไม่ชินอีก”
เธอพูดว่าตัวเองถึงสิ่งที่เจอมาตลอดสี่ปี เพราะถึงเขาจะเลี้ยงดูส่งเสียและให้ความใส่ใจบ้างในบางครั้ง แต่เธอก็ยังไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองได้เข้าไปอยู่ในใจของเขาเลย เขาเหมือนมีกำแพงบางอย่างกั้นเธอไว้หรือเหมือนมีใครบางคนอยู่ในนั้นก่อนแล้ว
“ฮึก”
“...” เฮ้อ อยู่กับฉันร้องไห้เก่งจริง ทีตอนอยู่กับไอ้กาวิน ทำตัวสดใสเหมือนหมาเห็นเจ้าของ
“เงียบน่า” เขาดุเจ้าของเสียงสะอื้น
“ฮึก ขอโทษค่ะ”
“เช็ดน้ำตา เดี๋ยวพี่จะพาแวะซุปเปอร์ก่อนเข้าคอนโด”
“ค่ะ”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กาวินปล่อยให้ปอไหมนอนอยู่ที่คอนโดกับวาโยลำพัง แต่มันมักเป็นเช่นนี้นับครั้งไม่ถ้วน เขาไม่เพียงแค่ไว้ใจเพื่อนสนิทแต่เขายังไว้ใจเด็กดีของเขามากพอกัน และนั่นอาจเพราะสองหนุ่มเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ชั้นประถม เรียนอินเตอร์มาด้วยกันจนเมื่อเริ่มเข้ามหาลัยก็ออกมาซื้อคอนโดหรูอยู่ด้วยกัน เพราะต้องการใช้ชีวิตวัยรุ่นได้เต็มที่อย่างไม่มีขีดจำกัด...
คอนโดหรูที่ว่านี้ ตั้งอยู่ที่ตึกมหานครใจกลางกรุง ตึกที่หรูหราที่มาพร้อมกับราคาแพงหูฉี่ แต่ก็เรียกได้ว่าสมฐานะของสองหนุ่ม เพราะกาวินเป็นถึงลูกชายคนเล็กและควบตำแหน่งลูกรักของ คุณหญิง กัลยา เจ้าของร้านเพชร RM-Diamond นำเข้าและส่งออกเพชรรายใหญ่ในไทย ที่มีสาขาทั่วประเทศมากกว่า 45 สาขา ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็มีทั้งเชื้อสายเจ้า คุณหญิงคุณนาย รวมไปถึงดาราเซเลบต่างก็เลือกใช้บริการที่นี่ (ตระกูลผู้ดีเก่า)
ส่วนวาโยเอง ก็เป็นถึงทายาท บริษัท V-m*b จัดจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ ลูกชายคนโตของ อาจารย์แพทย์ วรินทร เจ้าของบริษัท V-m*b เจ้าของโรงพยาบาล V-m*b เอกชล และผลิตภัณฑ์ในเคลือ V-m*b ทั้งหมด
ซึ่งเหตุผลหลัก ๆ ที่กาวินต้องรับจ็อบเป็นนายแบบทั้งที่มีเงินในบัญชีอยู่หลายสิบล้าน ก็เพราะว่าเขาถูกใจสาวสวยหุ่นนางแบบอีโก้สูงพวกนั้น จึงพาตัวเองเข้าไปอยู่ในวงสังคมเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่างจากการร่วมงาน และก็มีนางแบบจำนวนไม่น้อยแวะเวียนกันมาที่คอนโดแห่งนี้
ทั้งมาในฐานะแขกของกาวินเอง และนำมาเป็นของฝากให้เพื่อนสนิทอย่างวาโย แต่ก็มีเพียงปอไหมเท่านั้น ที่ได้เข้ามาอยู่ที่นี่นานอย่างไม่มีกำหนด ต่างจากผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่แวะมาค้างเพียงหนึ่งคืน แล้วก็หายหน้าไปตลอดการ...
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] • [Follow the next episode]
• เพิ่มเข้าชั้น • กดหัวใจ • คอมเมนท์ •กดติดตาม และฝากซัพพอร์ตนักเขียนด้วยนะครับ~
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : กาวิน*วิวาร์ NC--------------------------------------------------------------------------โรงพยาบาล...แม้จะเหน็ดเหนื่อยกับงานที่ทำ ฉันก็ไม่สามารถทิ้งก้นนั่งพักได้ เพราะยังต้องมารับมือกับคนไข้อีกคนที่คอยตามติดฉันอยู่ไม่ห่าง ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นโรคขาดความอบอุ่นอะไรทำนองนั้น“วาร์วาร์คะ มาให้พี่กอดกอดหน่อย”“เฮ้อ เลิกอ้อนวาร์เป็นเด็กแดงได้แล้วค่ะ อายุสามสิบกว่าเข้าไปแล้วนะ ยังทำตัวเป็นเด็กขาดความอบอุ่นไปได้”“ก็พี่รักของพี่หนิ ขออ้อนหน่อยไม่ได้เหรอ”เธอรู้ดีว่ากาวินเป็นคนที่ติดสกินชิพและขี้อ้อนแค่ไหน ไม่ต่างจากหมาแมวที่กำลังออดอ้อนเจ้าของของมัน และที่เขาเป็นแบบนี้ก็อาจจะเพราะว่าเขากลัวว่าจะถูกเธอไม่รักอีกครั้งหากว่าทำตัวเป็นคนรักไม่เอาไหนเหมือนอย่างเมื่อก่อน แต่บทจะเป็นคนรักที่ดีก็หาความพอดีไม่เจอ...“ซื้อของกินเข้ามาเพิ่มเหรอคะ” คุณหมอคนสวยถามกับแฟนหนุ่มขี้อ้อนเมื่อเปิดตู้เย็น และเห็นว่ามีของกินอยู่เต็มตู้“ใช่ครับ”“มีกล้วยด้วยแฮะ” เธอหยิบกล้วยลูกใหญ่ที่เห็นในตู้เย็นออกมาทันที ก่อนจะเดินตรงไปหาแฟนหนุ่มตามคำเรียกหาของเขาในก่อนหน้
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : วาโย*ปอไหม NC-------------------------------------------------------------------------- ตอนนี้ ‘ลาวา’ ลูกสาวผมอายุครบหนึ่งขวบแล้ว เธอเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของครอบครัวผม และทำให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น เพราะหลังจากที่ผมสร้างครอบครัวกับปอไหม พ่อก็ไม่เคยพูดเรื่องความต้องการเดิมที่อยากให้ผมกลับไปเรียนต่อเพื่อมาขึ้นรับตำแหน่งอีกเลยเขาปล่อยให้ผมได้ทำตามใจโดยมีข้อแม้ว่าผมและปอไหม รวมถึงลาวาลูกสาวต้องอาศัยอยู่ที่นี่ด้วยกัน ไม่ย้ายออกไปสร้างครอบครัวใหม่ที่ไหนไกลตา แต่ทำครอบครัวเดิมให้เป็นครอบครัวที่แข็งแกร่งและอบอุ่นมากขึ้น ซึ่งผมก็เข้าใจได้หากว่าท่านจะรู้สึกเหงาในช่วงอายุเลขหกนี้“หลานปู่ ชอบอันนี้ไหม หรือชอบอันนี้?” คุณปู่พยายามยื่นของเล่นเครื่องมือแพทย์ให้กับหลานสาว และดูเหมือนว่าเธอจะชอบของเล่นทุกชิ้นที่คุณปู่ยื่นให้“ยัยวาร์ยังไม่กลับมาบ้านใช่ไหมครับ”“ไม่เห็นกลับนะ สงสัยจะไปนอนค้างบ้านเจ้ากาวินหรือเปล่า”“...” ตั้งแต่ที่สองคนนั้นกลับมาคืนดีกัน ผมกับไอ้กาวินก็ตัดสินใจขายคอนโดที่เคยอยู่ และแยกย้ายกันไปเติบโตเป็นผู้ใหญ่ม
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : END.--------------------------------------------------------------------------ในเช้าวันใหม่ที่วาโยตื่นขึ้น ทันทีที่เขาลืมตาก็เห็นใบหน้าสวย ๆ ของปอไหมอยู่ใกล้เพียงแค่ปลายจมูก เธอหลับไปในอ้อมกอดของเขาทั้งคืนจนถึงเช้านี้ก็ยังหลับอยู่“ลงไปเตรียมมื้อเช้าดีกว่า...”วาโยรีบเด้งตัวออกจากที่นอนเมื่อคิดได้ว่าปอไหมคงจะหิวหากตื่นขึ้น ตนเลยรีบล้างหน้าล้างตา และลงไปจัดการมื้อเช้ารอคุณแม่ท้องอ่อนแต่เมื่อเดินผ่านห้องนอนของน้องสาวก็นึกได้ว่าเขาควรจะยืมเสื้อผ้าชุดอยู่บ้านของวิวาร์ให้ปอไหมสวมใส่ไปก่อน เนื่องจากเมื่อคืนเขาหยิบออกมาเพียงแค่ชุดนอนเท่านั้นก๊อก ๆ!“วาร์ ตื่นยัง?”ก๊อก ๆ!“แปดโมงแล้วยังไม่ตื่นอีกเหรอวะ” วาโยยืนตั้งคำถามอยู่หน้าห้องก่อนจะลองเคาะประตูเรียกอีกครั้งก๊อก ๆ! ตอนแรกเขาเกือบถอดใจเดินถอยไปแล้ว แต่พอได้ยินเสียงเปิดประตูก็หยุดก้าวเท้า แก๊ก!“มีอะไร?”“มึงมานอนอยู่นี่ได้ไงเนี่ย?!”“ก็ทำไมจะนอนไม่ได้ มึงบอกเองนะว่าจะให้กูคบกับวาร์”“ก็...” เออ กูพูดไปแบบนั้นแล้วนี่นา“…”“ก็ใช่...แล้ววาร์อ่ะ” แม้ปากจะบอกว่ายกน้องสาวให้เพื่อนสนิ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ตั้งใจรัก--------------------------------------------------------------------------ในตอนที่ผมอยู่รอไอ้วาโยที่โรงแรมกับวิวาร์ ผมไม่ได้พูดถามสิ่งที่สงสัยออกไปเลย เราต่างฝ่ายต่างเงียบและนั่งกันอยู่คนละมุมห้อง ซึ่งตอนนั้นมีคำถามมากมายอยู่ในหัวเกี่ยวกับเรื่องของขวัญที่เธอยังนำติดตัวไว้แต่ผมก็ไม่ได้ถามออกไปในทันที เพราะโฟกัสเพียงแค่ปอไหม ในตอนนั้นผมเป็นห่วงเธอมากอย่างปฏิเสธไม่ได้ กลัวว่าเธอจะเป็นอันตรายไป ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างที่วุ่นวายใจเกี่ยวกับเรื่องไหมก็คลี่คลายแล้ว และนี่คงเป็นเวลาเหมาะสมที่ผมจะถามวิวาร์ถึงเรื่องที่คาใจ...“คือ...ที่วาร์บอกว่าทิ้งของขวัญวันเกิดที่พี่ซื้อให้ไป อย่างอื่นทิ้งด้วยหรือเปล่า”“ถามทำไมคะ จะเอาของคืนหรือไง?” สีหน้าของคนเจ้าเล่ห์ทำให้เธอคิดแบบนั้น“ใช่ พี่จะเอาคืน ไหน ๆ เราก็คงไม่ได้จะกลับไปคบกันแล้วหนิ ใช่ไหม?”“เหอะ!” ให้ฉันแล้วจะมาเอาคืนเนี่ยนะ “...ทิ้งไปหมดแล้ว” เธอพูดห้วนเสียงแข็ง แสดงท่าทางไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน“หมดทุกชิ้นเลยเหรอ?”“ใช่! หมดทุกชิ้น ไม่เคยเก็บไว้ ทิ้งไปตั้งแต่วันแรกที่ของส่งมาถึงบ้า
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ดีใจที่มีเธอในชีวิต--------------------------------------------------------------------------คลินิกทำแท้งเถื่อน...“มาติดต่ออะไรคะ?” เสียงพยาบาลถามขึ้นเมื่อชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาด้านในสถานบริการด้วยท่าทางรีบร้อน“ไหมอยู่ไหน!”“ไหม!”“โทษนะคะคุณ ทำแบบนี้ไม่ได้นะ”“ถ้าไม่อยากให้ผมแจ้งตำรวจก็หลบไป! ไหม!” วาโยตรวจทั่วชั้นล่างและวิ่งขึ้นไปตรวจดูในชั้นสองก็ไม่พบอะไร จนขึ้นมาถึงชั้นที่สี่ของตึกจึงได้เห็นว่ามีสาวร่างเล็กท่าทางคุ้นตา เอามือปิดหน้านั่งร้องไห้อยู่ที่เก้าอี้ตรงหน้าห้องนั่งรอ วินาทีนั้นวาโยได้แต่ภาวนาขอให้ยังไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นกับเเธอเขาค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเธออย่างระวัง เพราะกลัวว่าจะยิ่งทำเธอขวัญเสีย แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น และเห็นว่ามีเท้าของใครบางคน หยุดยืนอยู่ด้านหน้าก็พบว่าเป็นเขา…เขาคนที่เธอกำลังคิดถึงอยู่วินาทีนั้น“ฮืออ!”“...” ผมมาทันไหมนะ “ไหม” เขาใช้เสียงโทนนุ่มเรียกหาเธอ ในตอนนั้นก็คุกเข่าลงที่ด้านหน้าคนตัวเล็ก เพราะต้องการถามไถ่กับเรื่องที่เกิดขึ้น“ฮืออ! ไหมไม่กล้าค่ะ ฮืออ!”“...” วาโยได้แต่เงียบฟัง
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : คนขี้ขลาด--------------------------------------------------------------------------วาโยพูดสารภาพทุกสิ่งที่ตนทำไว้กับปอไหม รวมถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอมาตลอดสี่ปีไม่เคยจืดจาง อีกทั้งเหตุผลที่ทำให้เขาทำเรื่องต้องห้ามนั้นกับเธอซึ่งในตอนนั้นวิวาร์ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เนื่องจากเธอไม่อาจปล่อยให้กาวินเเดินทางมาหาพี่ชายที่บ้านโดยลำพัง จึงลางานช่วงครึ่งวันและติดรถกาวินกลับมาบ้านของตัวเอง“...กูขอโทษ”ผัวะ!“มึงแม่ง!”“อย่านะ!” วิวาร์เข้ามาผลักกาวินออกจากพี่ชายของเธอ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้น แต่เธอก็ไม่ทันตั้งรับเช่นกัน แถมแรงกาวินยังเยอะกว่าที่คิดผัวะ!“พอแล้ว!”“ปล่อยมันวาร์ ปล่อยให้มันต่อยพี่” วาโยเต็มใจรับความรู้สึกเจ็บนั้น เพราะคิดว่าเพื่อนของตนก็คงปวดร้าวอยู่ภายในไม่ต่างกัน“ฮึก หยุดเถอะนะ วาร์ขอร้อง!”“...”แต่เพียงแค่กาวินเห็นว่าสาวร่างเล็กที่กอดรัดเขาอยู่จากทางด้านหน้า กาวินก็หยุดอารมณ์แค้นที่มีต่อวาโย เพราะคิดได้ว่าตนก็มีเรื่องที่ปิดบัง และทำผิดต่อเพื่อนรักเช่นกัน“ทำไมมึงถึงไม่บอกกูตั้งแต่แรก ทำไมวะ?”“
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : อย่าเล่นกับความอดทน--------------------------------------------------------------------------ตึกมหานคร ชั้น54ทั้งคู่กลับมาถึงที่พักพร้อมกับเนื้อและผักสดมากมาย ที่วาโยตั้งใจซื้อเข้ามาตุนไว้ที่พัก เพื่อจะได้ไม่ต้องออกไปซื้อของหรือเสียเวลาสั่ง
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ไม่เป็นอย่างที่หวัง--------------------------------------------------------------------------“สวัสดีจ้ะ หนูชื่ออะไรเหรอ?” คนเจ้าเล่ห์ปากหวานพูดถามสาวน้อย ร่างสูงหุ่นลีนเบี่ยงตัวไปทางเบาะหลังอย่างให้ความสนใจ กับคู่สนทนา“...”“ไม่ต้องกลัวพี่น
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : เตือนด้วยความหวังดี--------------------------------------------------------------------------พี่วาโยเป็นคนที่มีบุญคุณกับฉันเหมือนกัน แน่นอนว่าฉันก็คิดเรื่องตอบแทนบุญคุณเขา แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะตอบแทนด้วยอะไร เพราะสิ่งที่เขาทำให้มันมากมายจริง ๆ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : คนที่ใช่ไม่ต้องพยายาม--------------------------------------------------------------------------กางเกงวอมขายาวตัวใหญ่โคร่งที่ปอไหมสวมใส่อยู่ แม้จะไม่สบายตัวผู้สวมใส่ เพราะต้องใช้หนังยางมารัดเอวให้พอดีตัว และพับขากางเกงขึ้นหลายทบ แต่มันก็สบายต







