Short
สายฝนไม่หวนคืน

สายฝนไม่หวนคืน

By:  หงเฉินKumpleto
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
9Mga Kabanata
4views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

ก้าวเข้าสู่ปีที่สิบแห่งการทะลุมิติมายังโลกปัจจุบันอย่างไม่คาดฝัน ในที่สุดระบบก็ค้นพบว่าตัวข้าคือบั๊ก มันเตรียมส่งข้ากลับสู่ยุคสมัยเดิม โดยมอบเวลาให้ข้าสามวันเพื่อกล่าวคำอำลา วันแรก หลินหว่านชิงบอกให้ข้ายกงานแต่งงานให้แก่เพื่อนสมัยเด็กของนาง ข้าไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายหรือโวยวาย เพียงยิ้มรับพลางถอดแหวนแต่งงานคืนให้นาง วันที่สอง นางพาเพื่อนสมัยเด็กผู้นั้นกลับมาที่บ้าน เอ่ยว่าจะมอบครอบครัวให้แก่เขา ข้าตอบรับอย่างเรียบเฉย ยินดีหลีกทางให้ด้วยความเต็มใจ วันที่สาม นางต้องการพาเขาไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่เจียงหนาน สถานที่ซึ่งข้าเฝ้าใฝ่ฝันมาตลอด ข้ายังคงช่วยนางจัดการทุกสิ่งอย่างนุ่มนวล ทว่ายามที่นางก้าวขึ้นรถมุ่งหน้าสู่เจียงหนาน ข้ากลับหมุนตัวเดินไปตามเส้นทางหวนคืนของตนเอง ความฝันตลอดสิบปีนี้ ถึงเวลาต้องตื่นเสียที

view more

Kabanata 1

บทที่ 1

เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งชั่วโมงก่อนงานแต่งงานจะเริ่มขึ้น

ข้านั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ทอดมองรูปถ่ายของข้ากับหลินหว่านชิงที่อัดแน่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือ หัวใจอดปวดร้าวขึ้นมาอย่างรุนแรงไม่ได้

ไม่มีรูปคู่ที่ดูสนิทสนมเกินพอดีแม้แต่รูปเดียว

มีเพียงภาพเสี้ยวหน้าของนางที่กำลังแย้มยิ้มสดใส ยามควงแขนหรือซบลงบนไหล่ข้านับครั้งไม่ถ้วน

ทั้งมุมถนนในเมืองที่เคยไปเยือนด้วยกัน พระอาทิตย์ขึ้นและตกที่เคยเฝ้ามอง รวมถึงขบวนรถไฟใต้ดินที่เคยเบียดเสียด

ส่วนใหญ่มักเป็นภาพที่ถ่ายเก็บไว้แบบผ่าน ๆ

ทว่าในทุกรูปถ่าย แววตาของนางล้วนเป็นประกาย ราวกับมีดวงดาวอยู่ภายใน

ข้าสลับหน้าจอกลับไปยังข้อความที่หลินหว่านชิงส่งมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน

“ชิงเยี่ยน ขอโทษนะ ฉันปล่อยให้จื่อมั่วจากไปพร้อมกับความเสียใจไม่ได้หรอก”

“ฉันแค่จัดงานแต่งงานกับเขา เพื่อทำตามความปรารถนาสุดท้ายก่อนตายของเขา หลังจบงานฉันก็จะไปจดทะเบียนกับคุณ คุณจะเข้าใจฉันใช่ไหม”

หากเป็นเมื่อก่อน ตอนหลินหว่านชิงขอให้ข้ายอมสละงานแต่งงานในวันจริงอย่างใจกว้าง เพียงเพราะใบแจ้งผลตรวจมะเร็งที่เพื่อนสมัยเด็กของนางส่งมา เพื่อเติมเต็มความปรารถนาก่อนตายของโจวจื่อมั่วที่อยากแต่งงานกับนาง

ข้าคงจะคลุ้มคลั่งเป็นแน่

ทว่าบัดนี้ ข้ากำลังจะจากไป กำลังจะหวนคืนสู่ยุคสมัยของตนเอง

ยุคสมัยนั้นไม่ได้มีเทคโนโลยีเจริญรุ่งเรือง หรือผู้คนอยู่เย็นเป็นสุขเช่นในปัจจุบัน

ในยุคสมัยของข้า ยังมีผู้คนอีกมากมายที่อดอยาก และขาดแคลนเสื้อผ้าให้อบอุ่น

ดังนั้นก่อนจากไป ข้าจึงอยากร่ำเรียนวิชาความรู้ให้มากขึ้น เพื่อนำกลับไปยังยุคสมัยของตนเอง ข้ามีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมาก จนไม่มีเวลามามัวนั่งเสียใจ

นิ้วของข้าชะงักค้างอยู่เหนือช่องพิมพ์ข้อความ ท้ายที่สุดก็เพียงแค่กดปิดหน้าจอไปอย่างแผ่วเบา

ตอนที่ช่างแต่งหน้าผลักประตูเข้ามา ข้ากำลังยืนผูกเนกไทอยู่หน้ากระจก

นางยิ้มแล้วเอ่ยหยอกล้อว่า “วันนี้คุณฉู่ดูสดใสจังเลยนะคะ ไม่เหมือนคนกำลังจะแต่งงานเลย เหมือนกำลังจะไปเที่ยวฤดูใบไม้ผลิมากกว่า”

ข้ากระตุกมุมปากเล็กน้อย ไม่ได้เอ่ยตอบสิ่งใด

บุรุษในกระจกสวมชุดสูทสีขาวสะอาดตา แววตาแฝงความเรียบเฉยที่จงใจปั้นแต่งขึ้น มีเพียงหางตาที่แดงเรื่อเล็กน้อยเท่านั้น ที่เผยให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าซึ่งยากจะสังเกต

สิบปีแล้ว

จากตอนแรกที่สวมชุดผ้าหยาบ ยืนตื่นตระหนกทำสิ่งใดไม่ถูกอยู่ท่ามกลางถนนที่รถราขวักไขว่ จนบัดนี้สามารถใช้สมาร์ตโฟนได้อย่างคล่องแคล่วและสวมใส่เสื้อผ้าสมัยใหม่ ข้าเคยชินกับทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่เสียแล้ว

มีเพียงหลินหว่านชิงที่เป็นดั่งรอยประทับล้ำลึกที่สุดในการหลอมรวมเข้ากับโลกใบนี้ และเป็นห่วงความผูกพันที่ยากจะตัดใจละทิ้งที่สุดในยามนี้

“อาเช่อ เตรียมตัวเสร็จหรือยังคะ”

เสียงของหลินหว่านชิงดังมาจากนอกประตู แฝงความสั่นเครือที่ยากจะสังเกตเห็น

ข้าสูดหายใจลึก แล้วผลักประตูออกไป

นางสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ งดงามราวกับเดินออกมาจากภาพวาด

ทว่าดวงตาที่เคยเปล่งประกายเจิดจ้าคู่นั้น บัดนี้กลับมีแววหลบเลี่ยงอยู่บ้าง

ข้างกายของนางมีบุรุษใบหน้าซีดเซียวผู้หนึ่งยืนอยู่ เขาสวมชุดสูทสีขาวแบบเดียวกัน และคนผู้นั้นก็คือโจวจื่อมั่ว เพื่อนสมัยเด็กของนาง

“อาเช่อ ขอบคุณคุณมากนะครับ”

โจวจื่อมั่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ผมรู้ว่าทำแบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับคุณเอาซะเลย แต่ผม...”

“ไม่ต้องพูดแล้วครับ”

ข้าพูดแทรกขึ้น สายตาทอดมองไปยังหลินหว่านชิง “ผมจำลำดับพิธีในงานได้หมดแล้ว พวกคุณแค่ทำตามขั้นตอนไปก็พอ ต้องการให้ผมทำอะไรก็บอกได้ตลอด”

“ถ้าหลังจากผมไปแล้ว เขาจะช่วยให้คุณสบายใจขึ้นได้ ผมก็ไม่ติดใจอะไร”

เมื่อหลินหว่านชิงได้ยินเช่นนั้น น้ำเสียงของนางก็เจือความตื่นตระหนกอย่างหาได้ยาก

“ไปเหรอ ชิงเยี่ยน คุณจะไปไหน”

ข้าไม่ได้ตอบ ทว่าโจวจื่อมั่วที่ยืนอยู่ข้างนางกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น

สีหน้าที่เขามองมาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ทว่ายามเอ่ยปากกลับใช้น้ำเสียงน่าเวทนา

“ผมก็รู้อยู่แล้วเชียวว่าเป็นเพราะผมทำให้พี่ฉู่ไม่พอใจ ผมมันไม่ดีเอง หว่านชิง เธอรีบปลอบเขาเถอะ ยังไงซะในยุคสมัยนี้เขาก็พึ่งได้แค่เธอคนเดียวนี่นา”

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
9 Kabanata
บทที่ 1
เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งชั่วโมงก่อนงานแต่งงานจะเริ่มขึ้นข้านั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ทอดมองรูปถ่ายของข้ากับหลินหว่านชิงที่อัดแน่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือ หัวใจอดปวดร้าวขึ้นมาอย่างรุนแรงไม่ได้ไม่มีรูปคู่ที่ดูสนิทสนมเกินพอดีแม้แต่รูปเดียวมีเพียงภาพเสี้ยวหน้าของนางที่กำลังแย้มยิ้มสดใส ยามควงแขนหรือซบลงบนไหล่ข้านับครั้งไม่ถ้วนทั้งมุมถนนในเมืองที่เคยไปเยือนด้วยกัน พระอาทิตย์ขึ้นและตกที่เคยเฝ้ามอง รวมถึงขบวนรถไฟใต้ดินที่เคยเบียดเสียดส่วนใหญ่มักเป็นภาพที่ถ่ายเก็บไว้แบบผ่าน ๆทว่าในทุกรูปถ่าย แววตาของนางล้วนเป็นประกาย ราวกับมีดวงดาวอยู่ภายในข้าสลับหน้าจอกลับไปยังข้อความที่หลินหว่านชิงส่งมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน“ชิงเยี่ยน ขอโทษนะ ฉันปล่อยให้จื่อมั่วจากไปพร้อมกับความเสียใจไม่ได้หรอก”“ฉันแค่จัดงานแต่งงานกับเขา เพื่อทำตามความปรารถนาสุดท้ายก่อนตายของเขา หลังจบงานฉันก็จะไปจดทะเบียนกับคุณ คุณจะเข้าใจฉันใช่ไหม”หากเป็นเมื่อก่อน ตอนหลินหว่านชิงขอให้ข้ายอมสละงานแต่งงานในวันจริงอย่างใจกว้าง เพียงเพราะใบแจ้งผลตรวจมะเร็งที่เพื่อนสมัยเด็กของนางส่งมา เพื่อเติมเต็มความปรารถนาก่อนตายของโจวจื่อมั่ว
Magbasa pa
บทที่ 2
เอ่ยจบเขาก็ยกมือกุมหน้าอกพลางไอเบา ๆ หนึ่งทีหลินหว่านชิงรีบรั้งโจวจื่อมั่วเข้ามากอดไว้อย่างลุกลี้ลุกลน นัยน์ตาของนางเอ่อล้นไปด้วยความปวดใจทว่าคำพูดของโจวจื่อมั่วก็เตือนสตินางเช่นกันว่าคนที่ไม่ใช่คนของยุคสมัยนี้อย่างฉู่ชิงเยี่ยน หากปราศจากนางแล้ว เขาจะไปที่ใดได้อีกเมื่อคิดได้ดังนั้น แววตาของนางก็เจือความรังเกียจขึ้นมา“ฉู่ชิงเยี่ยน! ฉันรู้อยู่แล้วเชียวว่าคุณยังจะทำตัวเหมือนแต่ก่อน ฉันก็บอกไปแล้วไงว่าฉันแค่ทำเพื่อสานฝันให้จื่อมั่ว คุณจำเป็นต้องเสแสร้งทำเป็นกัดไม่ปล่อยด้วยหรือไง?!”นางเอ่ยพลางแค่นเสียงเย็นชา “ในเมื่อคุณจะไป งั้นก็ไปซะตอนนี้เลยสิ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณจะไปไหนรอด”ข้ายืนนิ่งอยู่กับที่ ลมหนาวที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามาทำเอาหนาวสั่นไปทั้งร่างข้ามองแผ่นหลังของนางและโจวจื่อมั่วที่เดินจากไป ก่อนแค่นเสียงหัวเราะหยันปากก็พร่ำบอกว่าเพื่อสานฝัน ทว่าหลินหว่านชิง รอยแดงจาง ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่บนลำคอของเจ้าก็ทำไปเพื่อสานฝันให้เขาด้วยเช่นนั้นหรือช่างเถอะ อย่างไรเสียอีกเพียงสองวัน ข้าก็จะไปจากที่นี่ได้แล้วเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ข้าสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงที่ดังมาจาก
Magbasa pa
บทที่ 3
ข้ามองนาง พลันรู้สึกขบขันขึ้นมาเล็กน้อยสิบปีที่อยู่เคียงข้าง นางไม่เคยเชื่อใจข้าอย่างแท้จริง มาบัดนี้ยิ่งนำความจริงใจของข้าไปเป็นเครื่องมือเรียกร้องความสงสารและเป็นข้ออ้างในการหาเรื่องไร้สาระก็ดีเหมือนกัน การลากันเช่นนี้อาจทำให้ข้าตัดใจจากไปได้อย่างเด็ดเดี่ยวยิ่งขึ้นคืนนั้นข้านอนที่ห้องนอนแขกห้องนอนใหญ่ข้าง ๆ แว่วเสียงพูดคุยแผ่วเบา อ่อนโยนลึกซึ้ง ทุกถ้อยคำล้วนกำลังประกาศโทษประหารให้แก่ความสัมพันธ์ครั้งนี้เมื่อข้าหลับตาลง เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง[โฮสต์คะ เวลาที่เหลือ: 18 ชั่วโมง 56 นาที 41 วินาที]เช้าตรู่วันที่สาม ฟ้าเพิ่งสางข้าก็ตื่นแล้วเตียงในห้องนอนแขกทั้งแข็งและเย็นเฉียบ เทียบไม่ได้เลยกับฟูกในห้องนอนใหญ่ที่เราเลือกมาด้วยกัน ทว่าข้ากลับหลับสนิทอย่างประหลาด ราวกับก้อนหินที่แขวนอยู่กลางใจมาตลอดสิบปี ในที่สุดก็กำลังจะถูกวางลงเสียทีเพิ่งล้างหน้าบ้วนปากเสร็จ จู่ ๆ ในห้องนั่งเล่นก็มีเสียงลากกระเป๋าเดินทางดังขึ้นข้าผลักประตูออกไปก็เห็นหลินหว่านชิงในชุดลำลอง ข้างกายมีกระเป๋าเดินทางใบเขื่องสองใบ นางกำลังก้มลงช่วยจัดคอเสื้อให้โจวจื่อมั่ว น้ำเสียงหวานหยดย้อย“ฉันจองตั๋
Magbasa pa
บทที่ 4
“แล้วคุณล่ะ”“คุณยอมพังงานแต่งงานของเราเพื่อเพื่อนสมัยเด็กที่แม้อาการป่วยก็ยังดูไม่สมเหตุสมผล ดึงเขาเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา แล้วตอนนี้ยังจะเอาทริปเดินทางที่ผมเฝ้าฝันไปประจบเขาอีก”“คุณปวดใจที่เขามีเรื่องเสียใจ ปวดใจที่เขาป่วย แล้วใครปวดใจเพื่อผมบ้าง”“ใครจะมาสงสารผม คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคยโดยพึ่งพาแค่คุณมาตลอดสิบปี”หลินหว่านชิงถูกคำถามเป็นชุดของข้าต้อนจนต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว แววตาวูบไหว ทว่ายังคงปากแข็ง“ฉู่ชิงเยี่ยน คุณจำเป็นต้องพูดจาไร้สาระพวกนี้ด้วยหรือไง! โลกที่ไม่คุ้นเคยอะไรกัน คุณก็แค่มาจากบ้านนอกคอกนา ไม่เคยเห็นโลกกว้าง เลยชอบเล่าเรื่องแปลก ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละ!”“ใบรับรองแพทย์ของจื่อมั่วก็เขียนไว้ชัดเจน หมอก็บอกว่าอาการวิกฤต ทำไมคุณถึงไม่ยอมเชื่อ”“อย่าลืมสิว่าหลายปีมานี้ ฉันเป็นคนเก็บคุณมาเลี้ยง ให้ข้าวคุณกินนะ!”ทุกถ้อยคำล้วนเป็นดั่งค้อนเหล็กที่ทุบทำลายความอ่อนโยนสุดท้ายของข้าจนแหลกสลายสิบปีที่อยู่เคียงข้าง สิบปีที่ทุ่มเท ทว่าเมื่อออกจากปากนางกลับกลายเป็นเพียงการสงเคราะห์จากเบื้องบนเท่านั้นโจวจื่อมั่วดึงมือหลินหว่านชิง ทำทีเป็นเอ่ยปากเ
Magbasa pa
บทที่ 5
ในชั่วอึดใจที่แสงสว่างห่อหุ้มร่าง ความวุ่นวายของโลกปัจจุบัน โครงร่างของตึกระฟ้า หรือแม้กระทั่งท้ายรถของหลินหว่านชิงที่แล่นจากไป ล้วนเลือนหายไปจากสายตาอย่างรวดเร็วข้างหูไม่มีเสียงแตรรถอีกต่อไป แทนที่ด้วยเสียงลมพัดหวิว ผสมกับเสียงอาวุธโลหะกระทบกันและเสียงกระซิบกระซาบของชาวบ้านที่ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆยามลืมตาขึ้นอีกครั้ง เบื้องล่างไม่ใช่กระเบื้องขัดมันอีกต่อไป หากแต่เป็นถนนหินชนวนที่ชื้นแฉะไกลออกไปคือกำแพงเมืองด่างพร้อย ธงรบโบกสะบัด ชาวบ้านในชุดผ้าหยาบเดินกันขวักไขว่ พ่อค้าแม่ค้าข้างทางต่างตะโกนเร่ขายข้าวสารอาหารแห้ง ช่างเป็นภาพบ้านเกิดเมืองนอนที่ข้าทั้งคุ้นเคยและแปลกตา[อัปเดตภารกิจระบบ: แก้ไขบั๊กมิติเวลาสำเร็จแล้ว โฮสต์ได้กลับสู่มิติเวลาเดิมแล้วค่ะ เนื่องจากโฮสต์ตกค้างอยู่ในโลกปัจจุบันเป็นเวลาสิบปีและได้เรียนรู้ความรู้สมัยใหม่ จึงขออนุมัติสิทธิ์พิเศษ—สามารถนำความรู้ด้านการเกษตร ชลประทาน คณิตศาสตร์ และอื่น ๆ ที่เรียนรู้มา ใช้ปรับปรุงวิถีชีวิตผู้คนในยุคนี้ได้ โดยไม่มีบทลงโทษและไร้ขีดจำกัดค่ะ]สิ้นเสียงของระบบ ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบงันสิบปีแล้วข้ากลับมาแล้วจริง ๆข้าก้มมอง
Magbasa pa
บทที่ 6
นี่คือเจียงหนานที่ฉู่ชิงเยี่ยนคิดถึงนับครั้งไม่ถ้วน เป็นสถานที่ที่เขาเคยบอกไว้ว่ารอให้เราแต่งงานกันแล้วต้องมาด้วยกันให้ได้“หว่านชิง เหม่ออะไรอยู่เหรอ”โจวจื่อมั่วถือถ้วยชาที่เพิ่งชงเสร็จเดินเข้ามานั่งลงข้าง ๆ เธอ ถือโอกาสยื่นมือหมายจะโอบไหล่ ทว่าหลินหว่านชิงกลับเบี่ยงตัวหลบแบบเงียบ ๆรอยยิ้มบนใบหน้าเขาพลันแข็งค้างไป ก่อนจะกลับมาทำท่าทางอิดโรยเหมือนคนป่วยอีกครั้ง เขาไอเบา ๆ สองที “รู้สึกว่าที่นี่ฝนตกนานไปจนอึดอัดหรือเปล่า ถ้าเธอเหนื่อย เรากลับไปพักที่ห้องกันสักหน่อยไหม”หลินหว่านชิงส่ายหน้า สายตายังคงทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง น้ำเสียงเลื่อนลอยเล็กน้อย “เปล่าหรอก แค่รู้สึกว่า...ที่นี่ดูจะไม่เหมือนกับที่ฉันจินตนาการไว้น่ะ”“ไม่เหมือนเหรอ”แววตาของโจวจื่อมั่วฉายแววลุกลี้ลุกลนอย่างยากจะสังเกตเห็นขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่าวินาทีต่อมาก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน “จะไม่เหมือนได้ยังไง เธอดูถนนหินชนวนนี่สิ โฮมสเตย์ริมน้ำนี่อีก เป็นแบบที่เธอชอบไม่ใช่เหรอ หรือว่าเธอยังคิดถึงฉู่ชิงเยี่ยนอยู่อีก”พอพูดถึงชื่อของฉู่ชิงเยี่ยน หัวใจของหลินหว่านชิงก็ดิ่งวูบทันที ราวกับถูกบางสิ่งบีบรัดจนเจ็บแปลบเธอขมวดคิ้วตามสัญชา
Magbasa pa
บทที่ 7
โจวจื่อมั่วสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ จึงรีบถามด้วยความเป็นห่วง พลางยื่นมือไปหมายจะแตะหน้าผากเธอ “ไม่สบายเหรอ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลไหม”เมื่อกลับถึงโฮมสเตย์ หลินหว่านชิงก็อ้างว่าเหนื่อย แล้วกลับเข้าห้องไปตามลำพังเธอปิดประตู เอนหลังพิงบานประตู ในที่สุดน้ำตาก็อดร่วงหล่นลงมาไม่ได้เธอไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงร้องไห้ ทั้งที่เธอเป็นคนเลือกโจวจื่อมั่ว ทั้งที่เธอรู้สึกว่าฉู่ชิงเยี่ยนทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผล แต่ทำไมพอคิดถึงฉู่ชิงเยี่ยน เธอถึงได้รู้สึกเสียใจและร้อนรนขนาดนี้เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา อยากจะส่งข้อความหาฉู่ชิงเยี่ยนตามสัญชาตญาณ เพื่อถามเขาว่ากินข้าวตรงเวลาไหม พักผ่อนเพียงพอหรือเปล่า ทว่าผ่านไปเนิ่นนาน ก็ไม่มีใครตอบกลับความหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก พลันถาโถมเข้าใส่เธอทันทีเธอนึกถึงคำพูดสุดท้ายเหล่านั้นของฉู่ชิงเยี่ยน นึกถึงแววตาที่เขามองเธอเมื่อก่อนเธอมักจะคิดว่าฉู่ชิงเยี่ยนกำลังเรียกร้องความสงสาร คิดว่าสิ่งที่เขาเรียกว่า “มาจากยุคโบราณ” เป็นเพียงคำโกหกที่แต่งขึ้นมา คิดว่าเขาขาดเธอไม่ได้ และจะไม่มีวันจากไปจริง ๆทว่าตอนนี้ จู่ ๆ เธอกลับเริ่มไม่แน่ใจแล้วถ้าสิ่งที่เขาพูดเป็นความ
Magbasa pa
บทที่ 8
เห็นท่าทีเช่นนี้ของเขา ความคลางแคลงใจในใจของหลินหว่านชิงไม่เพียงแต่ไม่หมดไป แต่กลับยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆจู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าโจวจื่อมั่วไม่เคยให้เธอเห็นใบรายงานผลการตรวจโรคมะเร็งของเขาอย่างละเอียดเลย และไม่เคยให้เธอไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลเป็นเพื่อนเลยนึกถึงตอนที่อาการป่วยเขากำเริบ ทุกครั้งก็แค่ไอเบา ๆ ไม่กี่ที สีหน้าซีดเซียว แต่ไม่เคยมีอาการหายใจลำบากหรือเจ็บปวดทรมานจนทนไม่ไหวให้เห็นเลยความคิดอันน่ากลัวอย่างหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเธอโรคมะเร็งของโจวจื่อมั่วจะเป็นของปลอมหรือเปล่านะเขาจงใจปลอมแปลงใบรับรองแพทย์ เพื่อหลอกให้เธอทิ้งฉู่ชิงเยี่ยน แล้วมาอยู่เคียงข้างเขาใช่ไหม“จื่อมั่ว”น้ำเสียงของหลินหว่านชิงกลายเป็นเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยการจับผิด “นายบอกฉันมาสิว่ามะเร็งของนายเป็นของปลอมใช่ไหม นายตั้งใจหลอกฉันใช่ไหม”สีหน้าของโจวจื่อมั่วพลันซีดเผือดลงทันที ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย สายตาหลบเลี่ยง ไม่อาจเสแสร้งต่อไปได้อีกเขาผลักมือของหลินหว่านชิงออกอย่างแรง น้ำเสียงเจือความโกรธเกรี้ยวเพราะความอับอาย “ใช่! ฉันหลอกเธอ! แล้วมันจะทำไมล่ะ”หลินหว่านชิงเซถอยหลังไปครึ่งก้าว มองเขาอย่างไม่อย
Magbasa pa
บทที่ 9
“ฉู่ชิงเยี่ยน...คุณอยู่ที่ไหน กลับมาได้ไหม”เธอเริ่มติดต่อฉู่ชิงเยี่ยนอย่างบ้าคลั่ง โทรศัพท์ไม่ติด ส่งข้อความไม่ไป ที่บริษัทบอกว่าเขาลาออกไปนานแล้ว เจ้าของบ้านเช่าก็บอกว่าหมดสัญญาและเขาไม่ได้ต่ออายุถึงขั้นไปแจ้งความ หวังจะใช้กำลังตำรวจตามหาฉู่ชิงเยี่ยน ทว่าตำรวจตรวจสอบประวัติทั้งหมดแล้ว กลับไม่พบข้อมูลใด ๆ ของฉู่ชิงเยี่ยนเลย ราวกับว่าเขาไม่เคยปรากฏตัวบนโลกใบนี้มาก่อนทุกคนล้วนไม่รู้ว่าฉู่ชิงเยี่ยนไปที่ไหนราวกับเขาโผล่มากลางอากาศ แล้วก็หายตัวไปดื้อ ๆโจวจื่อมั่วมองท่าทีลุกลี้ลุกลนของเธอ ในใจก็นึกดูแคลน ทว่าปากกลับปลอบโยนอย่างอ่อนโยน “หว่านชิง บางทีพี่ฉู่อาจแค่คิดได้ แล้วไปจากที่นี่แล้วก็ได้ เธออย่ากังวลไปเลย”ทว่าหลินหว่านชิงกลับผลักเขาออกอย่างแรง ในที่สุดน้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาเธอนึกถึงเด็กหนุ่มในชุดประหลาดที่ยืนตื่นตระหนกอยู่ริมถนนเมื่อสิบปีก่อนนึกถึงตอนที่เขาเรียนรู้การใช้โทรศัพท์มือถือ เรียนรู้การขึ้นรถไฟใต้ดิน และเรียนรู้สิ่งทันสมัยทุกอย่างด้วยความเก้ ๆ กัง ๆนึกถึงตอนที่เขามอบความอ่อนโยนทั้งหมดให้เธอ มองเธอเป็นดั่งแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่แท้โลกแปลกหน้าที่เขาพูดถึง คือ
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status