Share

5

last update publish date: 2026-05-06 11:55:38

“บ่าวทำไม่ดีก็สั่งสอนเอาแม่บัว ไม่ใช่มาทุบตีเหมือนวัวเหมือนควายเยี่ยงนี้”

            “แต่มั...”

            “ให้ฉันแต่งให้ไหม” ยาหยีหลุดพูดออกไป ก่อนจะเอามือปิดปากแทบไม่ทัน ในสมองเริ่มประมวลผลไปมา  “เอ่อ...คือ บ่าวทำได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวพูดอ้อมแอ้มอย่างไม่แน่ใจในวิธีการพูดมากนัก

            “พูดจาอะไรหารู้ความไม่”  บัวเอ่ย

            “ให้บ่าวช่วยคุณบัวแต่งตัวไหมเจ้าคะ บ่าวพอจะทำได้เจ้าค่ะ” ยาหยีพูดออกไป ในใจแค่อยากช่วยจำปีก็เท่านั้น 

            “เอ็งทำได้รึ” เป็นขุนกริชที่หันไปถาม

            ยาหยีพยักหน้า “คุณบัวผิวสวยผมสวยแบบนี้แต่งอย่างไรก็ออกมาสวยค่ะ” หญิงสาวชมไปอีกดอก ก่อนจะอมยิ้มเมื่อคุณบัวดูจะพอใจไม่น้อย

            ภายในห้องคุณบัว

            “เอ้า...หวีผมให้ข้าสิ” ยาหยีพยักหน้าก่อนจะหยิบหวีขึ้นมาหวีผมให้คุณบัวอย่างเบามือ เธอเหลือบมองจำปีที่นั่งตัวหลีบอยู่ข้างๆ ผมของคุณบัวแม้จะเส้นเล็กสลวนแต่ไม่ได้อ่อนนุ่มหวีง่ายนัก

            “อันนี้น้ำมันอะไรเหรอจำปี”  ยาหยีหันไปกระซิบถามจำปี

            “น้ำมันมะพร้าว” จำปีกระซิบตอบ

            ยาหยีค่อยๆ แตะมือกับน้ำมันมะพร้าวเธอลูบเบาๆ ไปที่เส้นผมก่อนจะแบ่งผมเพื่อถักเปียและเกล้าขึ้นอย่างเบามือ แม้จะไม่มีอุปกรณ์ครบมือนักแต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปสำหรับเธอ  เครื่องประดับเล็กๆ ถูกแต่งแต้มที่ผมอย่างสวยงาม

            “เสร็จแล้วเจ้าค่ะ” ยาหยีบอกก่อนจะถอยออกมาดูผลงานตัวเองอย่างพอใจ

            “สวย เอ็งทำผมสวยมาก” บัวมองผมของตัวเองในกระจกอย่างตะลึง ทรงผมแปลกตานี้สวยถูกใจเธอมากทีเดียว ใบหน้าที่เคยงองุ้มนั้นกลับประดับด้วยรอยยิ้มแทบจะทันที

            ยาหยีเพียงแค่ยิ้มรับก่อนจะมองจำปีที่ค่อยๆ ใช้ดินสอพองบดให้ละเอียดและลงที่ตัวคุณบัวอย่างเบามือ  ยาหยีขยับตัวเข้าไปใกล้ก่อนจะหยิบแท่งสีดำเล็กๆ ที่วางเอาไว้ขึ้นมาดูอย่างสงสัย

            “มะพร้าวห้าวเผาไฟ เอาไว้เขียนคิ้วแต่คิ้วข้าดำอยู่แล้วหาต้องเขียนไม่” คุณบัวเอ่ยบอกเมื่อเห็นท่าทางสงสัยของบ่าวหน้าใหม่ที่เธอเริ่มถูกใจเสียแล้ว

            “ว่าแต่คิ้วของเอ็งทำไมถึงเป็นทรงแบบนั้นเล่า” บัวเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคิ้วของยาหยีนั้นสวยได้รูป

            “ให้ฉัน...เอ่อ...บ่าวทำให้ไหมเจ้าคะ”  ยาหยีถามออกไปก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ทันทีเมื่อคุณบัวพยักหน้า

            ยาหยีร้องขอใบมีดเล็กๆจากจำปีก่อนจะลงมือกันคิ้วให้คุณบัวอย่างเบามือก่อนจะใช้น้ำมันมะพร้าว เธอใช้แป้งผัดที่ผิวหน้าของคุณบัวเพียงอ่อนๆ ก่อนจะใช้มะพร้าวห้าวเผาไฟที่เอาไว้เขียนคิ้วเขียนลงที่หางตาบางๆ เพื่อเสริมให้ดวงตาดูคมและสวยขึ้น และสุดท้ายเธอค่อยๆ ทาสีชาดลงที่ด้านในปากและเกลี่ยไล่สีออกมาที่ริมฝีปากด้านนอก และตามด้วยแตะสีผึ้งทับเบาๆ เพียงแค่นี้ริมฝีปากก็ดูสวยมีมิติมากขึ้น

            ผลงานการแต่งหน้าทำผมของยาหยีในครั้งดูเหมือนจะพอใจคุณบัวไม่น้อย  เมื่อยาหยีได้รางวัลเป็นเปลือกหอยสองสามอันมาแบบงงๆ

            “เจ้าชื่ออะไรรึ” บัวถามในขณะที่กำลังให้จำปีช่วยนุ่งผ้าให้

            “หยีเจ้าค่ะ” 

            หยี...ชื่อแปลกจริง แต่เอาเถอะข้าจะไปขอเอ็งกับคุณแม่ มาอยู่รับใช้ข้าที่เรือนนี้เถอะ ข้าถูกใจเอ็ง”

            “เอ่อ..คือ” ยาหยียังคงลังเล นี่เธอต้องมาเป็นบ่าวจริงๆ เหรอ

            ยังไม่ทันได้ตอบอะไรคุณบัวที่ตอนี้แต่งตัวเสร็จแล้วก็เดินออกไปจากห้องทันที โดยที่มีจำปีตามไปติดๆ

            ยาหยีได้แต่เดินตามออกไปอย่างเหม่อลอย ในหัวยังคงสับสนไม่แน่ใจ ว่าเธอจะเอายังไงกับชีวิตตัวเองดี 

            “ลูกขอหยีมารับใช้ส่วนตัวนะคะคุณแม่” บัวเอ่ยเสียงหวานกับคุณหญิงแก้วผู้เป็นมารดา แขนเรียวเกี่ยวกอดเอวของมารดาไว้อย่างออดอ้อน 

            “อะไรดลใจให้เจ้าเอ็นดูหยีมันเล่าแม่บัว” คุณหญิงเอ่ยกลั้วหัวเราะ

            “มันรับใช้ถูกใจลูก ช่างคิดช่างทำไม่โง่เง่าเหมือนนังจำปี” บัวบอกอย่างเอาแต่ใจ

            “ตามใจเจ้าแล้วกัน” คุณหญิงแก้วบอกอย่างเอาใจลูกสาวคนเล็ก

            “แต่มันไม่ใช่บ่าวบ้านเราจะขอรับท่านแม่” ขุนกริชเอ่ยค้าน ก่อนหันไปมองหญิงสาวหลงทางที่มองซ้ายทีขวาทีอย่างไม่รู้จะทำตัวอย่างไร นึกแล้วก็เวทนาอยู่ไม่น้อยทั้งคำพูดคำจาที่ฟังไม่รู้ความแล้วไหนจะรูปร่างหน้าตาผิวพรรณที่ดูหมดจดจับตานั่นอีก หากจะไล่ให้พ้นเรือนก็คงไม่ดีแน่

            “เอ้า...นังหยีเอ็งว่ายังไง จะมาคอยรับใช้ลูกข้าได้หรือไม่ ยังไงเอ็งก็ไม่มีที่ไปอยู่แล้วไม่ใช่รึ” คุณหญิงแก้วเอ่ยถาม 

            ยาหยีได้แต่หันไปมองขุนกริชอย่างขอความช่วยเหลือ เพราะเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องตอบว่าอย่างไร

“เอาเถอะ...แล้วแต่แม่บัวแล้วกัน อยากได้มันก็ตามใจ” คุณหญิงแก้วเอ่ยอย่างตัดปัญหา

            ยาหยีได้แต่มองซ้ายมองขวาอย่างไม่รู้จะทำตัวอย่างไรเมื่อถูกพามายังที่ไม่คุ้นตา และรอบตัวมีคนเต็มไปหมดนี่สินะงานบุญที่จำปีบอกยาหยีคิดในใจ และด้วยความที่ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรตอนนี้เธอจึงได้แต่ยืนมองตามบัวที่เดินไปไหว้หญิงสาวคนหนึ่งในงาน หญิงสาวที่บัวคุยด้วยนั้นมีใบหน้าที่สวยงามไม่น้อยและชุดกับเครื่องประดับที่ใส่นั้นก็ดูเข้ากับราวจับวาง

            “น้องบัวไปทำอะไรมา หน้าตาทำไมคมคายแปลกตาทีเดียว” เพ็ญเอ่ยชมเมื่อเห็นว่าวันนี้บัวดูสวยผิดตา

“จริงรึเจ้าคะพี่เพ็ญ” บัวยิ้มอย่างถูกใจเมื่อได้รับคำชมจากหญิงสาวที่ขึ้นชื่อเรื่องความงามและยังเป็นคู่หมั้นของขุนกริชพี่ชายของเธออีกด้วย

            “มานี่หยี อย่าเกะกะคุณหนูบัว” จำปีเอ่ยก่อนจะรั้งแขนให้ยาหยีลงไปนั่งข้างๆ

            “ใครเหรอ” ยาหยีหันไปกระซิบถามจำปีก่อนจะพยักเพยิดไปยังหญิงสาวที่คุยอยู่กับบัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทูนหัวของพี่   6

    “คุณเพ็ญ คู่หมั้นท่านขุนกริช” จำปีบอก ยาหยีได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะนึกถึงใบหน้าขมเข้มของขุนกริช และก็พลางมองหญิงสาวตรงหน้า “ลูกออกมาคงน่ารักน่าเอ็นดูมากแน่ๆ” ยาหยีบ่นพึมพำ แต่ไม่พ้นหูจำปีที่นั่งอยู่ข้างๆ “เดี๋ยวเถอะเอ็ง สาระแนเรื่องเจ้านายแบบนี้ได้โดนเฆี่ยนหลังลายแน่ถ้าใครได้ยินเข้า” จำปีเอ่ยเตือนยาหยีได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะยกมือขึ้นมาตีปาดตัวเองเบาๆ ทำท่าทำทางให้จำปีรู้ว่าจะไม่พูดแล้ว “มานี่มาข้าช่วยตี” จำปียื่นมามาแตะปากยาหยีอย่างหยอกล้อเมื่อเห็นยาหยีทำท่ายียวนใส่ “เรื่องอะไรล่ะ ฮ่าๆ” ยาหยีโยกตัวหลบก่อนจะหัวเราะคิกคัก “บ่าวที่ไหนมานั่งหยอกกันตรงนี้ หัวเราะเสียงดังลั่นเรือนใครเขาจะว่านายไม่สั่งสอน” เสียงทักกึ่งตำหนิที่ดังเสียจนบัวหันมามอง ยาหยีเงยหน้ามองเจ้าของเสียงก็พบกับชายหนุ่มที่กำลังมองมาด้วยสายตาที่เธอไม่เข้าใจนัก ก่อนสะดุ้งเมื่อรับรู้ถึงแรงสะกิดของจำปี เมื่อหันไปก็พบว่าจำปีกำลังนั่งก้มหน้าลงกับพื้นราวทำอะไรผิด “ก้มลงๆ” จำปีบอกเสียงเบา ยาหยีทำตามทันที “มีอะไรก

  • ทูนหัวของพี่   5

    “บ่าวทำไม่ดีก็สั่งสอนเอาแม่บัว ไม่ใช่มาทุบตีเหมือนวัวเหมือนควายเยี่ยงนี้” “แต่มั...” “ให้ฉันแต่งให้ไหม” ยาหยีหลุดพูดออกไป ก่อนจะเอามือปิดปากแทบไม่ทัน ในสมองเริ่มประมวลผลไปมา “เอ่อ...คือ บ่าวทำได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวพูดอ้อมแอ้มอย่างไม่แน่ใจในวิธีการพูดมากนัก “พูดจาอะไรหารู้ความไม่” บัวเอ่ย “ให้บ่าวช่วยคุณบัวแต่งตัวไหมเจ้าคะ บ่าวพอจะทำได้เจ้าค่ะ” ยาหยีพูดออกไป ในใจแค่อยากช่วยจำปีก็เท่านั้น “เอ็งทำได้รึ” เป็นขุนกริชที่หันไปถาม ยาหยีพยักหน้า “คุณบัวผิวสวยผมสวยแบบนี้แต่งอย่างไรก็ออกมาสวยค่ะ” หญิงสาวชมไปอีกดอก ก่อนจะอมยิ้มเมื่อคุณบัวดูจะพอใจไม่น้อย ภายในห้องคุณบัว “เอ้า...หวีผมให้ข้าสิ” ยาหยีพยักหน้าก่อนจะหยิบหวีขึ้นมาหวีผมให้คุณบัวอย่างเบามือ เธอเหลือบมองจำปีที่นั่งตัวหลีบอยู่ข้างๆ ผมของคุณบัวแม้จะเส้นเล็กสลวนแต่ไม่ได้อ่อนนุ่มหวีง่ายนัก “อันนี้น้ำมันอะไรเหรอจำปี” ยาหยีหันไปกระซิบถามจำปี “น้ำมันมะพร้าว” จำปีกระซิบตอบ ยาหยีค่อยๆ แตะมือกับน้ำมันมะพร้าวเธอลูบเบาๆ

  • ทูนหัวของพี่   4

    “ แล้วเอ็งชื่อกระไรล่ะ” คุณหญิงแก้วเอ่ยถามนึกแปลกใจในการแต่งกายของหญิงสาวตรงหน้าไม่น้อย“ฉะ...ฉันชื่อ..ยา...เอ่อ...ยาหยีค่ะ” ยาหยีอ้ำอึ้งไม่ก่อนจะตัดสินใจบอกชื่อเล่นของตนออกไป เพราะถ้าเธอหลงมาในสมัยโบราณ ชื่อจริงของเธอก็คงประหลาดไม่น้อยและถ้าถูกถามเธอเองก็ไม่รู้จะอธิบายเช่นไร “ชื่อประหลาดนัก แล้วเรือนเอ็งอยู่ไหนเล่า” คุณหญิงแก้วเอ่ยถาม “มะ...ไม่รู้...จำไม่ได้ค่ะ” ยาหยีเลือกที่จะโกหกออกไป “สงสัยจะล้มหัวฟาดพื้นด้วยกระมัง ความจำถึงเลอะๆ เลือนๆ พูดจาบ้าใบ้ไม่รู้เรื่อง” ขุนกริชเอ่ยออกมา “เอ็งล้มแรงขนาดนั้นเชียว หรือเอ็งจะป่วยด้วย” “น่าเวทนานัก ยังสาวยังแส้อยู่แท้ๆ มาสติฟั้นเฟือนเอาเสียได้ เอาเถอะไปหาหยูกยาใส่เสียก่อน พออาการดีขึ้นอาจจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้างก็ได้” คุณหญิงแก้วนึกเวทนาจึงสั่งให้บ่าวในเรือนพาตัวยาหยีไปรักษา ยาหยีได้แต่ทำตามที่คนรอบข้างบอก เธอถูกพามารักษาแบบที่เธอเองก็ไม่แน่ใจว่ามันจะทำให้อาการของเธอดีขึ้นหรือแย่ลงกันแน่ ขาที่เจ็บถูกพันด้วยใบไม้ที่นำมารนไฟจนร้อน หญิงสาวได้แต่ทนเธอเก็บเอาเสื้อผ้าและของทุกอย่างที่ติดตัวมา

  • ทูนหัวของพี่   3

    ยาหยีพยายามตั้งสติตัวเองอยู่เป็นครู่ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อม้าที่ขี่มาอยู่ดีๆ ก็หยุดเดิน “มะ..มีอะไร” “เข้ามาในเขตกำแพงเมืองแล้ว เอ็งลงเสียที่นี่” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น ก่อนจะลงจากม้า และดึงตัวของหญิงสาวลงมาด้วย “โอ๊ย!” ยาหยีอุทานทันทีที่เหยียบลงพื้น ข้อเท้าของเธอแพลงและตอนนี้มันเริ่มบวมแล้ว เธอจึงยืนเองไม่ได้เหมือนเคย “เจ็บมากรึ” ชายหนุ่มเอ่ยถามใบหน้าหล่อเหลาขมวดมุ่นอย่างคิดไม่ตก หญิงงามตรงหน้าท่าทางบ้าใบ้พูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ก็หน้าตาสะสวยสะอาดสะอ้าน เขามองไปรอบๆ ชาวบ้านเริ่มหันมามองและซุบกันแล้ว นี่ถ้าเรื่องไปถึงหูแม่เพ็ญคู่หมั้นของเขาคงเป็นเรื่องอีกแน่ “เจ็บมาก คุณคะที่นี่มันที่ไหนกันทำไมทุกอย่างดูแปลกแบบนี้ล่ะ” ยาหยีเอ่ยถามอย่างหมดหนทาง ในใจนึกกังวลไปหมด ทุกอย่างตรงหน้าดูแปลกตา จะว่าเป็นกองละครก็คงไม่ใช่ เพราะทุกอย่างมันเหมือนจริงเกินไป ทั้งวัดต่างๆ ที่สวยงามราวกับภาพวาด ไหนจะคนมากมายที่แต่งกายแปลกตา และที่ทำให้เธอแทบจะร้องไห้ก็คงเป็นกำแพงสูงใหญ่ที่เธอเพิ่งผ่านเข้ามานี่ล่ะ ถึงเธอจะไม่ได้เก่งประวัติศาสตร์มากมายนักแต่เธอก็พอจะ

  • ทูนหัวของพี่   2

    รถยนต์ของยาหยีจอดสนิทที่หน้าโฮมสเตย์เจ้าประจำที่เธอชอบมา ที่นี่มีห้องพักไม่เยอะเงียบสงบและที่สำคัญมันตั้งอยู่ริมน้ำพอดี เธอชอบบรรยากาศแบบนี้มากทำให้เธอมักจะมาพักที่นี่เป็นประจำจนสนิทกับคุณป้าเจ้าของโฮมสเตย์แห่งนี้เป็นอย่างดี “อ้าว หนูหยีมาแล้วเหรอลูก” ป้าแดงเจ้าของโฮมสเตย์เดินออกมารับ “ป้าสวัสดีค่ะ” ยาหยียกมือไหว้ก่อนจะส่งกระเป๋าใบเล็กที่เธอมักมีติดรถเอาไว้ให้คนงานเอาเข้าไปเก็บที่ห้องพักห้องประจำของเธอ “จะออกไปเลยเหรอลูก....แล้วจะกลับมากินข้าวเย็นไหม” ป้าแดงเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวเดินไปจับจักรยาน “ไม่กินค่ะ เดี๋ยวหยีหากินก่อนเข้ามาเลย” ยาหยีบอกก่อนจะปั่นจักรยานออกไปทันที ตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้วถึงแม้จะยังมีแดดอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากมายนัก ยาหยีปั่นจักรยานไปตามทางเรื่อยๆ มองดูวิวข้างทางแวะถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ ก่อนจะพักที่ร้านกาแฟริมทางสั่งน้ำมาดื่ม และหยิบมือถือมาเปิดดูไปเรื่อยๆ ก่อนจะพบว่ามีคนตั้งโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊คถึงวัดแห่งหนึ่งในอยุธยา ‘วัดพระงาม’ ภาพของซุ้มประตูที่ก่อด้วยอิฐเก่าแก่ ถูกโอบกอดด้วยรากของต้นโพธิ์ใหญ่นั้นทำเอายาหยีมอ

  • ทูนหัวของพี่   1

    เสียงกรีดร้อง ดังลั่นกลางเรือนไทยยกพื้นสูงขนาดสามคูหา ระเบียงไม้ทอดยาวไปตามตัวเรือนขนาดกว้าง มีเรือนใหญ่น้อยหลายเรือนรวมกันเป็นหมู่ โดยมีหอกลางทำเป็นศาลาเอาไว้พักผ่อนหย่อนใจในยามกลางวัน แต่กลับกลายที่รับลม ชมจันทร์ของเจ้าเรือนนแห่งนี้ในยามค่ำคืน เรือนหลังงามใหญ่โตโอ่อ่าสมตฐานะเจ้าของเรือน“ไอ้โรคจิต ไอ้บ้ากาม”กรี้ดดด“หยุดแหกปากสักที หากเอ็งไม่หยุดข้าจะเอาอะไรที่ทั้งใหญ่ทั้งแน่นปากเอ็ง อุดปากซะให้เข็ด” แม้ขุนกริชจะเอ็ดเสียงกร้าว ให้แม่หญิงวิปลาสที่เอาแต่อ้างว่าตัวเอง ‘เมคอัพอาร์ติส’ มาจากอนาคต ปี พ.ศ 2566 นางนี้ก็หาฟังไม่“ไอ้ที่ท่านขุนจะเอาอุดปากข้ามันคืออะไรรึเจ้าคะ...แน่นและใหญ่ด้วยหรือไม่” คนถามเหลือบมองกำปั้นใหญ่ๆ ที่มีเส้นเลือดปูดโปนผ้าขี้ริ้วในมือที่จะเอามาอุดปากนางถึงกับสั่น เมื่อเห็นดวงตากลมโตของนางจ้องเขม็งตรงมาที่กึ่งกลางกายกำยำ ที่แท้นางมองไปด้านหลังว่าในมือท่านขุนกำสิ่งใดไว้แน่น“....”ท่านขุนหนุ่มกัดกรามแน่น ข่มจิต ข่มใจ สภาพของนางในเวลานี้ ผ้าถุงหลุดลุ่ย สไบผืนงามหลุดจากไหล่บอบบางไม่มีชิ้นดี จนเผยให้เห็นทรวงอกคัพซีขาวผ่องนวลเนียน ถึงขุนกริชจะเห็นเต้าสาวมาจนนับไม่ถ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status