Masuk`บรรยากาศในห้องทำงานของคิรินทร์ในเช้าวันถัดมาหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก แม้แสงแดดส่องลอดกระจกสูงเข้ามา แต่กลับไม่สามารถไล่ความเย็นยะเยือกบนใบหน้าของเขาได้เลยแม้แต่น้อย
ลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาวางเอกสารเล่มหนึ่งลงตรงหน้าบอสอย่างระมัดระวัง “คุณคิรินครับ… นี่คือสิ่งที่เราพบในกล้องวงจรปิดเมื่อคืน” คิรินทร์เงยหน้าขึ้น สายตาคมไหววาบหนึ่งครั้ง ก่อนจะเปิดแฟ้มอย่างใจเย็น แต่ยิ่งเปิด สีหน้าของเขายิ่งขุ่นดั่งทะเลมืดในคืนพายุพัด ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดชัดเจน — ญาดาเดินไปที่แผนกของเพชรพลอยในเวลาหลังเลิกงานเมื่อคืน เธอเปิดลิ้นชัก โต๊ะเอกสารและ…วางซองเอกสารสีขาวไว้บนโต๊ะทำงานของเพชรพลอย ลูกน้องเอ่ยเสียงเบาหวิว “เราตรวจซองแล้วครับ… เป็นใบร้องเรียนปลอมว่าเพชรพลอยทำให้ชื่อเสียงบริษัทเสียหายจากเหตุการณ์เมื่อวาน มีลายเซ็นปลอมของหัวหน้าฝ่ายด้วย…" คิรินทร์หลุบตาลงอย่างช้า ๆ ก่อนปิดแฟ้มลงด้วยเสียง “ปิด” เบา ๆ แต่แรงพอจะทำให้ลูกน้องสะดุ้ง “เธอคิดว่าเล่นแบบนี้แล้วฉันจะยอมเหรอ…” น้ำเสียงเขาทุ้มต่ำจนน่ากลัว “ดี… ถ้าอยากเล่นเกมสกปรก… ฉันก็จะเล่นด้วย” เขาลุกขึ้นทันที ผูกเนกไทแบบไม่สนใจความเรียบร้อย ก่อนคว้าเสื้อสูททิ้งใส่ไหล่อย่างหัวเสียที่สุดในรอบหลายปีลูกน้องไม่เคยเห็นเจ้านายหัวเสียถึงขั้นนี้มาก่อน เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องงานแต่เป็นเรื่องของ “ผู้หญิงคนหนึ่ง”ผู้หญิงที่เขา…อยากปกป้องมากกว่าสิ่งใดอย่างไม่เข้าใจตัวเอง คิรินทร์เดินออกจากห้องพร้อมเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดัง “ตึก ตึก” ดั่งประกาศชัดว่าคนอย่างเขา — โกรธจริงแล้ว แต่พอไปถึงแผนกของเพชรพลอย โต๊ะของเธอโล่งว่างเก้าอี้ถูกดันเก็บเรียบร้อยไม่มีแม้แต่กระดาษแผ่นเดียว เขาใจคอไม่ดีในทันที “เพชรพลอยไปไหน!” เขาถามเสียงเข้มกับพนักงานที่ยังอยู่ในแผนก หญิงสาวคนหนึ่งลุกขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะรีบตอบ “เอ่อ… เพื่อนเธอชื่อพลอยใสเพิ่งมารับของให้ค่ะ เหมือนเพชรพลอยกำลังจะลาออก…” คิรินทร์หัวใจเต้น “ตุบ” หนึ่งครั้ง ก่อนพุ่งออกจากพื้นที่นั้นเร็วกว่าที่ใครจะตั้งตัวทัน เขาวิ่งลงบันไดหนีไฟแทนลิฟต์ด้วยซ้ำ เพราะกลัวจะช้าเกินไป เขาตามหาเธอจนเจอพลอยใสกำลังยื่นกล่องของให้พนักงานหน้าล็อบบี้ คิรินทร์เข้าไปหาเธอทันท “เพชรพลอยไปไหน” พลอยใสหันมา สีหน้าเต็มไปด้วยความเครียดและความโกรธแทนเพื่อน “คุณคิณ…” เธอขบเม้มปาก ก่อนพูดอย่างกดอารมณ์ “เพชรพลอยถูกใส่ร้ายค่ะ ซองนั้นวางไว้ที่โต๊ะเธอตั้งแต่เช้า บอกว่าทำบริษัทเสียชื่อเสียง” คิรินทร์กัดฟันแน่น “ฉันรู้ว่าใครทำ” น้ำเสียงเขาเย็นจนคนรอบข้างไม่กล้ามองขึ้นมาเลยแม้แต่คนเดียว พลอยใสจึงพูดต่อ “เธอรับไม่ไหวค่ะ เธอเหนื่อยมานานแล้ว บ้านเธอมีปัญหาเรื่องเงินตั้งแต่เด็ก ต้องทำงานหาเงินช่วยแม่ใช้หนี้ตั้งแต่ม.ปลาย เธอเคยถูกกดขี่มาตลอด… พอเจอเรื่องนี้ เธอก็เลยคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิอยู่ที่นี่นานกว่านี้” หัวใจคิรินทร์เหมือนถูกบีบ เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าผู้หญิงคนนี้ “แบกชีวิตหนักขนาดไหน” เขายิ่งไม่รู้เลยว่าเธอเป็นคนที่เจ็บแล้วไม่เคยร้อง ถูกเหยียบก็ลุกขึ้นเงียบ ๆ ถูกทำร้ายก็ไม่เคยขอให้ใครช่วยเพราะเธอไม่เคยมีใครคอยช่วย คิรินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก น้ำเสียงแผ่วต่ำ “แล้วตอนนี้เธอไปไหน” พลอยใสชี้ไปทางประตูหมุนของบริษัท “เธอเพิ่งออกไปเมื่อกี้… คุณตามได้ทันถ้ารีบไปตอนนี้” ไม่ต้องได้ยินซ้ำคิรินทร์วิ่งออกจากอาคารทันที ━━━ เขาเห็นเธอ กำลังก้มหน้าก้มตาเดินไปป้ายรถเมล์ ถือกล่องของใบใหญ่เหมือนจะล้มลงได้ทุกวินาที แต่ระยะทางกลับไกลเกินกว่าจะตะโกนเรียกและเขาไม่ใช่คนที่จะตะโกนเรียกเธอท่ามกลางคนเยอะๆ เขาจึงวิ่งวิ่งเหมือนคนบ้า เหมือนคนกลัวจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดเพชรพลอยไม่ทันเห็นเขาเธอขึ้นรถเมล์ไปแล้ว คิรินทร์มองรถคันนั้นแล่นออกไปช้าๆ หัวใจเขาหนักเหมือนตกวูบลงเหว แต่เขาไม่ยอมเสียเธอไปง่าย ๆ เขากดโทรหาลูกน้องทันที “ตามตำแหน่งจากมือถือบริษัทของเธอให้ฉันเดี๋ยวนี้” “ครับคุณคิริน!” เขาวิ่งไปขึ้นรถตัวเอง ปิดประตูพร้อมทุบพวงมาลัยดัง “ปัง” หนึ่งครั้งไม่ใช่เพราะโกรธเธอ แต่เพราะโกรธตัวเอง…ที่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นและโกรธผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ “ญาดา” ที่กล้าทำให้เพชรพลอยร้องไห้ เขาขับรถตามสัญญาณอย่างเร็วที่สุด จนในที่สุด…เห็นเธอเดินอยู่บนฟุตบาทเงียบๆ คนเดียวห่อไหล่ถือกล่องหนัก และดูเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มทับลงมาบนไหล่บอบบางคู่นั้น เขารีบจอดรถแล้วลงไปหาเธอทันที “เพชรพลอย!” เธอชะงัก หันขวับมาด้วยความตกใจ “คุณคิณ… คะ… คุณมาทำอะไรที่นี่” เขามองหน้าเธอ เห็นตาแดง ๆ และรู้ทันทีว่าเธอร้องไห้มา ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นเข้าหน้าอก เขาเอื้อมไปยกกล่องออกจากมือเธอโดยไม่ถาม “มันหนัก คุณจะถือทำไมคนเดียว” เพชรพลอยรีบถอย “อย่าค่ะ! มะ…ไม่ต้อง มันเป็นของฉัน ฉันจัดการได้—” “เพชรพลอย” เสียงเขานุ่ม แต่แน่นราวคำสั่ง “ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่คุณต้องรับทุกอย่างคนเดียวโดยไม่ให้ใครช่วย” คอเธอสะท้อนขึ้นลง “เพราะฉัน…ไม่มีใครอยู่ข้างฉัน…” คำของเธอทำให้เขาแทบหมดลมหายใจเขาวางกล่องลง แล้วจับไหล่เธอเบาๆ ก้มลงมองหน้าเธอในระยะใกล้ “ตั้งแต่วันนี้ไป—คุณมีผม” เพชรพลอยตะลึงหัวใจเต้นแรงจนลมหายใจสะดุด คิรินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ แล้วพูดสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะพูดกับใครในชีวิต “…แต่งงานกับผมสองปี” ราวกับโลกหยุดหมุน เพชรพลอยเบิกตาโต “อะไรนะคะ…” เขากลืนน้ำลาย น้ำเสียงชัดเจน หนักแน่น ไม่ใช่คำล้อเล่น “ผมจะจ่ายหนี้ให้แม่คุณทั้งหมด — สองล้านบาท" “และดูแลความปลอดภัยคุณ” “คุณจะไม่ต้องก้มหน้าให้ใครอีก” “แต่คุณต้องมาอยู่กับผม สองปี… เป็นภรรยาผมตามกฎหมาย” เพชรพลอยเหมือนถูกแทงด้วยคำพูด “คะ…คุณทำแบบนี้ทำไม…” คิรินทร์เม้มปาก เพราะเหตุผลจริง ๆ มีมากกว่าเรื่องหนี้มากกว่าเรื่องปกป้องมากกว่าเรื่องคู่หมั้น ความจริงคือ…เขาอยากได้เธอ อยากเก็บเธอไว้ อยากมีสิทธิ์ในชีวิตของเธอ อยากเป็นคนเดียวที่แตะต้องเธอได้ แต่เขาไม่กล้าพูดมันออกไปตอนนี้มันเร็วเกินไปสำหรับเธอและเร็วเกินไปสำหรับหัวใจของเขาเองที่เริ่มเต้นผิดจังหวะตั้งแต่คืนนั้น เขาจึงบอกความจริงอีกครึ่งหนึ่งที่พูดได้ “เพราะผมต้องถอนหมั้นกับญาดา ผมไม่อยากอยู่กับผู้หญิงที่โรคจิตเอาแต่ใจแบบนั้นไปตลอดชีวิตหรอกนะ” “และผมเลือกคุณ” เพชรพลอยชะงักเหมือนหายใจไม่ออก หัวใจเต้นดังจนเธอแทบได้ยินเอง คิรินทร์ก้าวเข้ามาใกล้อีกใบหน้าหล่อเหลานั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ในสองปีนี้… ผมจะทำทุกอย่างให้คุณเห็นว่า…” เขาหยุด หายใจช้า ๆ “คุณควรอยู่กับผมตลอดไป” คำพูดนั้นสั่นคลอนหัวใจเธอมากกว่าที่เขาคิดเพชรพลอยยกมือลูบหน้า กลั้นน้ำตาไม่อยู่ “ฉัน… ไม่เหมาะกับคุณค่ะ ฉันไม่มีอะไรเลย บ้านก็เป็นหนี้… พ่อแม่ก็—” “ผมไม่ได้ขอให้คุณสมบูรณ์แบบ” เขาตัดบททันที “ผมขอแค่คุณอยู่” เพชรพลอยสะอื้น “แต่พ่อแม่คุณ… ท่านคงไม่ยอมรับฉัน" “แม่ผมไม่ใช่คนตัดสินใจแทนผม อีกอย่างพ่อผมบอกว่าถ้าหาใครมาแต่งงานด้วยได้ก็จะให้ถอนหมั้นกับญาดา” เขาตอบโดยไม่ลังเล “และไม่มีใครมีสิทธิ์เลือกว่าใครเหมาะกับผม นอกจากผมเอง” เพชรพลอยยิ่งร้องหนักเพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีใครสักคนพูดกับเธอแบบนี้ปกป้องเธอแบบนี้และเลือกเธอแบบนี้คิรินทร์จึงจับมือเธอไว้ประคองมันอย่างทะนุถนอมราวกับของล้ำค่า “เพชรพลอย…” น้ำเสียงเขาอ่อนลงอย่างมาก “ให้โอกาสผมได้ไหม” เธอกัดริมฝีปากจนเจ็บ หลับตาแน่นเหมือนกำลังต่อสู้กับหัวใจตัวเอง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “ฉัน…ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะเหมาะสมกับชีวิตคุณหรือเปล่า…” เขายิ้มจางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้หล่อแบบนายคิรินทร์แห่งคิรากรุ๊ป แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังตกหลุมรักใครบางคนอย่างโงหัวไม่ขึ้น “งั้น…ผมจะเป็นคนพิสูจน์เอง” คำพูดนั้นทำให้เพชรพลอยเผลอสั่นสะท้าน คิรินทร์ยกมือขึ้นแตะแก้มเธอเบา ๆ ทั้งที่ตัวเธอสั่น “แต่งกับผม… แล้วปล่อยให้ผมดูแลคุณนะ เพราะยังไงญดาก็ไม่ปล่อยให้คุณใช้ชีวิตแบบมีความสุขแน่นอน” เพชรพลอยช้อนตามองเขาทั้งกลัวทั้งโดนดึงดูดทั้งสับสนทั้งอบอุ่นทั้งเจ็บทั้งรัก ทั้งไม่รู้ว่าจะหนีไปไหนได้อีกแล้ว เธอหลับตาช้าๆ แล้วน้ำตาก็ไหลอาบแก้มและคิรินทร์รู้ทันทีว่า…ผู้หญิงคนนี้กำลังจะเปลี่ยนทั้งชีวิตของเขา เพชรพลอยยืนเงียบอยู่นานหลังจากฟังข้อเสนอของคิรินทร์ สายตาเขาแน่วแน่ รอคำตอบอย่างไม่กะพริบ ลมหายใจของหญิงสาวสั่นระริก เธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่ข้อเสนอธรรมดา แต่มันคือการ “เปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิต” ของเธอ เพชรพลอยเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ความกังวล และความสิ้นหวังที่แบกรับมานานหลายปี “สองล้าน…มันช่วยทุกอย่างได้จริง ๆ ใช่ไหมคะ” เสียงของเธอแทบแผ่วจนจมหายไปกับลม คิรินทร์ก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด สายตาเขานุ่มลง แม้ท่าทีจะยังคงสุขุมและเด็ดขาดแบบที่เป็นมาตลอด “ผมสัญญา เพชรพลอย…ถ้าคุณตกลง ทุกอย่างที่ทำให้คุณเจ็บ คุณจะไม่ต้องเผชิญมันคนเดียวอีกต่อไป” หัวใจเพชรพลอยเต้นแรงจนหูอื้อ เธอคิดถึงพ่อแม่ที่กำลังถูกตามทวงหนี้ คิดถึงบ้านที่พร้อมถูกยึดทุกเมื่อ คิดถึงชีวิตที่ต้องดิ้นรนมาทุกวัน และคิดถึงตัวเอง…ว่าต่อให้ทำงานแทบตายก็ไม่มีวันหาเงินจำนวนนี้ทันเวลา เธอหลับตา ถอนหายใจลึก แล้วพูดออกไปช้า ๆ “ตกลงค่ะ… ฉันจะ…แต่งงานกับคุณ” คิรินทร์เหมือนหยุดหายใจไปหนึ่งวินาที ก่อนที่แววตาจะวาวขึ้นอย่างคุมไม่อยู่ ทั้งโล่งใจ ทั้งพอใจ และทั้งดีใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่รอช้าคว้ามือเธอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ไปกันครับ” เพชรพลอยกะพริบตาปริบ ๆ “ไป…ไหนคะ?” “ไปจัดการเรื่องทั้งหมดให้จบ” เขาตอบเรียบ ๆ แต่จิตใจข้างในเดือดพล่าน เขามั่นใจว่าต้องเริ่มจากคนที่สร้างเรื่องทั้งหมดขึ้นมา—ญาดา --- คิรินทร์บุกไปหาญาดา เขาเดินนำไปยังลิฟต์ด้วยก้าวยาวและหนักแน่น ราวกับกลั้นอารมณ์อยู่ทุกวินาที เพชรพลอยต้องวิ่งตามกึ่งเดินกึ่งวิ่งจนกลัวว่าจะล้ม แต่คิรินทร์กลับยื่นมือมาคว้าเธอไว้โดยไม่ทันคิด “จับไว้ จะได้ไม่หลง” เขาพูดเบา ๆ แต่ไม่ปล่อยมือ พอถึงชั้นฝ่ายบริหาร เขาปล่อยมือเธอแล้วเดินตรงไปห้องญาดาทันที เปิดประตูโดยไม่สนว่ามีการเคาะหรือไม่ ญาดาที่กำลังเซ็นเอกสารเงยหน้าและยิ้มหวานทันทียิ้มที่ทำให้เพชรพลอยรู้สึกเสียวสันหลังโดยไม่รู้สาเหตุ "คิรินทร์ มาโดยไม่บอกแบบนี้ เราตกใจหมดเลย—” “คิดจะทำอะไร” คิรินทร์พูดห้วนจนเธอชะงัก สายตาคมเข้มของเขาเย็นเฉียบจนห้องเหมือนลดอุณหภูมิลง “ในเมื่อคุณเลือกที่จะเล่นเกมแบบนี้…” เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะของเธอ “…ผมก็จะเล่นกับคุณเหมือนกัน” ญาดายิ้มค้าง “คิรินทร์พูดแบบนี้หมายความว่าอะไร?” “คุณคิดว่าผมมองไม่ออกเหรอ ว่าใครเป็นคนบงการให้ลูกชายเถ้าแก่ตามรังควาญพนักงานของผม” น้ำเสียงเขาราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยไฟโทสะที่สั่นสะเทือน ญาดาหน้าตึงไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบปรับสีหน้า “เราไม่เข้าใจที่คิรินทรพูด พนักงานคนนั้นไม่ใช่คนสำคัญอะไร—” “สำคัญ” คิรินทร์ตัดบท “สำคัญมาก” เพชรพลอยที่ยืนข้างประตูตัวแข็งเป็นหิน เธอไม่เคยเห็นเขาในรูปแบบนี้ เป็นคนที่พูดด้วยอำนาจเต็มตัวจนคนฟังไม่กล้าหายใจแรง ญาดาหรี่ตา “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง คิรินทร์ถึงได้ปกป้องเธอขนาดนี้… คิรินทร์มีอะไรกับพนักงานในบริษัทใช่ไหม?” “เรื่องนั้น…” เขาชะงักแล้วปรายตามองเธออย่างเย็นชา “ไม่ใช่สิ่งที่คุณควรพูดถึง” ญาดากัดฟันแน่น เล็บจิกลงไปที่กระดาษบนโต๊ะ “แล้วคิรินทร์จะทิ้งเราเพื่อผู้หญิงตัวเปื้อนหนี้แบบนั้นเหรอ?” คิรินทร์หัวเราะในลำคออย่างเย็นยะเยือก “ผมไม่ทิ้งใครทั้งนั้น เพราะเราไม่เคยเป็นอะไรกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” ใบหน้าญาดาซีดลงทันที "ผมจะไปคุยกับพ่อเรื่องถอนหมั้น และผมหวังว่าคุณจะไม่ทำอะไรเพชรพลอยอีก ไม่อย่างนั้น…” เขาก้มลงสบตาเธอช้า ๆ “ผมสัญญาว่าคุณจะไม่มีที่ยืนในวงการธุรกิจนี้อีกต่อไป” และนั่นเป็นครั้งแรกที่ญาดาหน้าถอดสีจริง ๆ คิรินทร์หันหลังให้ทันที ไม่แม้แต่จะมองซ้ำ เดินไปจับมือเพชรพลอยแล้วพาออกจากห้อง ไม่สนใจเสียงของญาดาที่ดังลั่นตามหลังว่า “คุณไม่มีวันรักเธอได้มากกว่าเราหรอกคิรินทร์!” --- คิรินทร์พาเพชรพลอยไปพบประธานคิราวุธ ระหว่างเดินไปยังห้องท่านประธาน เพชรพลอยรู้สึกว่ามือตัวเองสั่นจนแทบควบคุมไม่ได้ เธอพยายามดึงมือกลับ “คะ…คุณคิณ ปล่อยมือเถอะค่ะ คนเขามอง—“ “ปล่อยไม่ได้ครับ เดี๋ยวหนี”เขาตอบเรียบ ๆ เพชรพลอยหน้าแดงก่ำ “หนีอะไรคะ!?” “หนีผมไง” เขาตอบหน้าตายแต่หางเสียงมีรอยยิ้มบาง ๆ จางจนเกือบมองไม่เห็น เมื่อถึงห้องประธาน คิรินทร์เปิดประตูเข้าไปโดยไม่รอให้เลขาอนุญาต ท่านประธานคิราวุธ คิราวงศ์เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะขมวดคิ้วนิด ๆ เมื่อเห็นเพชรพลอยยืนอยู่ด้วย “มีอะไรกันเหรอ?” คิรินทร์ไม่เสียเวลา “พ่อครับ ผมขอถอนหมั้นกับญาดา” ท่านประธานชะงักเล็กน้อย แต่ยังคงนิ่งสงบ “เหตุผล?” คิรินทร์เอียงหน้าไปมองเพชรพลอยอย่างชัดเจน “ผมเจอคนที่ผมเลือกแล้วครับ” เพชรพลอยสะดุ้งเหมือนถูกไฟช็อต นั่นไม่ใช่คำที่พวกเขาตกลงกันไว้เลยสักนิด ท่านประธานมองเธอเต็ม ๆ ตา ดวงตาของเขาไม่ได้ดูอคติ กลับดูใคร่ครวญอย่างจริงจัง “เด็กคนนี้…ชื่อเพชรพลอยใช่ไหม?” เธอยกมือไหว้อย่างประหม่า “ใช่ค่ะท่านประธาน หนู…เป็นพนักงานแผนกมาร์เก็ตติ้งค่ะ” ท่านประธานยิ้มบาง ๆ “ฉันจำเธอได้ เธอคือคนที่ทำยอดขายในไตรมาสก่อนสูงที่สุดในแผนกใช่ไหม? ห้างหุ้นส่วนยังพูดชมเธอไม่หยุดเลย ว่าเธอสุภาพ ทำงานละเอียด ให้ความร่วมมือทุกอย่าง” เพชรพลอยตกใจ ไม่คิดว่าคนระดับเขาจะรับรู้เรื่องของเธอมากขนาดนี้ “คะ…คือ หนูแค่ทำงานเต็มที่ค่ะ” “เต็มที่มากจนทำให้บริษัทโตขึ้นเป็นก้าวใหญ่เลยล่ะ” ท่านประธานหัวเราะในลำคอด้วยความพึงใจ คิรินทร์ยืดหลังขึ้นอย่างภาคภูมิแทนเธอ ท่านประธานเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง “ลูกตั้งใจจะแต่งงานกับเธอจริง ๆ ใช่ไหม?” คิรินทร์ตอบโดยไม่ลังเลแม้ครึ่งวินาที “ครับ” เพชรพลอยหันขวับไปมองเขา เสียงหัวใจเต้นดังยิ่งกว่าเสียงลมหายใจในห้องเงียบ ๆ ท่านประธานพยักหน้า “งั้นฉันไม่ขัดข้อง บริษัทเราไม่เคยมองฐานะเป็นตัวชี้วัดคุณค่าคนอยู่แล้ว ความสามารถของเด็กคนนี้ฉันเห็นกับตา ฉันเชื่อว่าเธอจะไม่ทำให้ตระกูลเราผิดหวัง” เพชรพลอยยืนตัวแข็ง น้ำตารื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ทุกอย่างมันเร็ว…แต่มันสวยงามเกินกว่าที่เธอจะฝันถึงได้ด้วยซ้ำ คิรินทร์ค้อมศีรษะให้พ่อ “ขอบคุณครับพ่อ” เมื่อเดินออกมานอกห้อง คิรินทร์ยังจับมือเพชรพลอยไม่ปล่อย แต่คราวนี้…เธอไม่ได้พยายามดึงมือออกแล้ว หัวใจเธอเต้นแรงเกินกว่าจะทำอะไรได้อีกเช้าวันแรกหลังกลับจากฮันนีมูนบรรยากาศในบริษัทกลับมาคึกคักตามปกติ แต่สำหรับเพชรพลอย ทุกอย่างดูเปลี่ยนไป เธอก้าวเข้ามาในอาคารด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่แค่ในฐานะพนักงานแผนกออกแบบอีกต่อไปแต่ในฐานะ ภรรยาของคิรินทร์ “มาแล้ว ๆ เจ้าสาวหมาด ๆ”พลอยใสโบกมือจากโต๊ะทำงาน ก่อนจะรีบเดินเข้ามา“มึงนี่ดังทั้งบริษัทเลยนะ”เพื่อนสนิทกระซิบ “แต่ไม่ต้องห่วง ฉันกันสายตาให้แล้ว”เพชรพลอยหัวเราะเบา ๆ แม้จะรู้สึกกดดันอยู่ลึก ๆ แต่เธอก็เลือกนั่งลงที่โต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์ และเริ่มทำงานเหมือนทุกวันเธอไม่อยากให้ใครมองว่าเธอได้อะไรมาเพราะสถานะ ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงเคาะโต๊ะเบา ๆ ก็ดังขึ้น “คุณเพชรพลอยครับ”เธอเงยหน้าขึ้นพนักงานฝ่ายบุคคลยืนอยู่พร้อมแฟ้มเอกสาร“มีเอกสารการอนุมัติงบออกแบบโปรเจกต์ใหม่ ขอให้คุณเซ็นรับทราบค่ะ”เพชรพลอยรับมาอย่างงุนงง “เอ๊ะ…โปรเจกต์นี้ยังไม่ผ่านบอร์ดไม่ใช่เหรอคะ”อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย “ในระบบขึ้นว่า…ผ่านตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแล้วค่ะ”เพชรพลอยขมวดคิ้วบางอย่างไม่ชอบมาพากลในขณะเดียวกันชั้นบนสุดของอาคาร คิรินทร์กำลังประชุมกับบอร์ดบริหาร สีหน้าจริงจังกว่าปกติ เมื่อรายงานบางอย่างถูกนำขึ้นจอ“มีการแ
ห้องสวีตเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสีอุ่นสลัว ๆ จากโคมข้างเตียง เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ก่อนที่ทั้งสองจะหยุดยืนอยู่กลางห้อง ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่า…ตั้งแต่วินาทีนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วเพชรพลอยยืนอยู่ตรงนั้น มือเล็กกำชายผ้าไว้แน่น หัวใจเต้นแรงจนได้ยินชัดในอก คิรินทร์ถอดสูทวางพาดไว้ ก่อนจะหันมามองเธอ สายตาที่เคยมองอย่างสุขุม วันนี้กลับอ่อนโยนจนเธอเผลอหลบตา “ยังไม่ง่วงเหรอหนู” เสียงเขาทุ้มต่ำ แผ่วเบากว่าทุกครั้ง เพชรพลอยส่ายหน้าเล็กน้อย “หนู…ยังไม่ง่วงค่ะ” คิรินทร์ยิ้ม เขาเดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ อย่างให้เกียรติ ยกมือขึ้นแตะปลายคางเธอเบา ๆ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา “คืนนี้พี่ขอได้มั้ย”เขาพูดชัดถ้อยชัดคำ คำพูดนั้นทำให้หัวใจเพชรพลอยอ่อนลง มือของเธอค่อย ๆ วางลงบนอกเขา รับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นไม่ต่างกัน เขาก้มลงใกล้…ใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่ประสานกัน หน้าผากแตะกันเบา ๆ ก่อนที่ริมฝีปากจะประสานกัน "เด็กดี" มือของคิรินทร์เลื่อนมาโอบเอวเธอไว้ เพชรพลอยหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้ความรู้สึกนำทาง "พี่คิณ..." เสียงกระซิบแผ่ว ๆ ใกล้หู คำเรียกชื่อที่ทำให้หัวใจสั่น "เพชรพลอย" คิรินทร์โน้มห
เช้าวันนั้น แผนกออกแบบยังคงวุ่นวายกับงานตามปกติเพชรพลอยนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ตรวจแบบงานชิ้นสุดท้ายด้วยสมาธิ แต่รอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้ากลับต่างจากทุกวัน“วันนี้อารมณ์ดีแปลก ๆ นะ”พลอยใส เพื่อนสนิทที่นั่งโต๊ะข้างกันเอ่ยขึ้น พลางเหลือบมองหน้าเพื่อน เพชรพลอยหันมายิ้ม ก่อนจะดึงกล่องสีขาวครีมใบหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก“มึง…กูมีอะไรจะให้”พลอยใสเลิกคิ้ว ก่อนจะเปิดฝากล่องภายในเรียงรายไปด้วยการ์ดงานแต่งดีไซน์เรียบหรู“เดี๋ยวนะ…”เธอหยิบการ์ดขึ้นมาอ่านชื่อ แล้วเงยหน้าขึ้นช้า ๆ“เพชรพลอย…กับ คิรินทร์?!”เพชรพลอยหน้าแดงทันที แต่พยักหน้าเบา ๆ“อืม…กูกำลังจะแจกการ์ด กูเป็นคนแรกนะ”เสียงกรี๊ดถูกกลั้นไว้แทบไม่อยู่ พลอยใสรีบลุกมากอดเพื่อนแน่น“ในที่สุด! กูรู้อยู่แล้วว่าคู่นี้ไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะมาถึงวันแต่งเร็วขนาดนี้!”เพื่อนร่วมแผนกเริ่มหันมามอง บรรยากาศค่อย ๆ คึกคักเมื่อรู้ว่าเพชรพลอยกำลังแจกการ์ดงานแต่ง ข่าวก็กระจายไปทั่วชั้นอย่างรวดเร็ว“ยินดีด้วยนะ!”“งานนี้ต้องอลังการแน่!”“ออกแบบเก่ง แถมได้สามีเป็นท่านประธานอีก!”เพชรพลอยหัวเราะทั้งเขินทั้งดีใจ“ขอบคุณนะคะ ทุกคนมาได้นะคะ”ในจังหวะนั้นเอง ร่าง
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องรับรองเพชรพลอยขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกาแฟลอยมาแตะจมูก เธอลุกขึ้นนั่งอย่างงง ๆ ก่อนจะนึกได้ว่าคืนนี้เธอค้างที่บ้านคิรินทร์“ตื่นแล้วเหรอหนู”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากหน้าประตู คิรินทร์ยืนอยู่ในชุดลำลอง สีหน้าผ่อนคลายกว่าที่เธอเห็นในบริษัทเสมอ มือหนึ่งถือถาดอาหารเช้า“พี่คิน…” เพชรพลอยรีบลุกจากเตียง “หนูหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เลยค่ะ”คิรินทร์ยิ้ม “หลับบนโซฟา พี่อุ้มหนูมานอนตรงนี้ ไม่อยากปลุก”คำพูดนั้นทำให้หัวใจเพชรพลอยอุ่นวาบ“แล้วพี่คินได้นอนบ้างไหมคะ”“นอน” เขาตอบทันที “แต่ต้องดูให้แน่ใจก่อนว่าหนูสบายดี”เขาวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียง“แม่ให้พี่เอามาให้ หนูยังไม่ต้องรีบลุก กินรองท้องก่อน”เพชรพลอยมองอาหารเช้าเรียบง่ายแต่จัดอย่างตั้งใจ ก่อนจะเงยหน้ามองเขา“หนูรู้สึกเหมือนได้รับการดูแลมากเกินไปเลยค่ะ”คิรินทร์นั่งลงข้างเตียง สายตานุ่มลึก“ต่อไปนี้ หนูจะได้รับแบบนี้ทุกวัน พี่ตั้งใจแล้ว”เพชรพลอยหน้าแดง “พี่คินพูดเหมือนเราแต่งงานกันแล้วเลยนะคะ”เขาหัวเราะเบา ๆ“ก็อีกไม่นานนี่”หลังอาหารเช้าเพชรพลอยอ
ข่าวลือในบริษัทแพร่กระจายเร็วกว่าที่เพชรพลอยคิดแค่การที่เธอไม่มาทำงานหนึ่งวันเพราะอาการแฮงค์หนักหลังฉลองกีฬาสี กลับถูกต่อเติมเรื่องราวจนกลายเป็นคำถามที่ทุกคนไม่กล้าถามตรงๆ แต่กลับซุบซิบกันไม่หยุด“หรือว่า…เพชรพลอยไปอยู่กับท่านประธานที่คอนโด?”คำถามนั้นลอยไปถึงหูของผู้ใหญ่เร็วกว่าที่คิรินคาดไว้และในเช้าวันหนึ่ง เขาถูกเรียกเข้าไปพบท่านประธาน—พ่อของเขา—ในห้องทำงานที่เงียบขรึมกว่าทุกครั้ง“ข่าวมันเริ่มแรงแล้วนะคิรินทร์” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น “ถ้าลูกคิดจะจริงจัง ก็ต้องชัดเจน”คิรินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ อย่างคนตัดสินใจแล้ว“ผมชัดเจนมานานแล้วครับพ่อ”---สุดสัปดาห์ถัดมา พนักงานทั้งบริษัทถูกประกาศว่าจะได้ไปฉลองโบนัสสิ้นปีที่ทะเลเพชรพลอยเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดเพียงว่าเป็นทริปพักผ่อนธรรมดา เธอเดินเล่นอยู่ริมชายหาดยามเย็น แสงแดดสีส้มสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับอย่างสวยงาม“วิวสวยจังค่ะพี่คิน” เธอยิ้ม พลางหยิบกล้องขึ้นมาเตรียมถ่ายภาพเก็บไว้“ถ่ายสิหนู” คิรินทร์ตอบเสียงนุ่ม ยืนอยู่ข้างหลังเธอเพชรพลอยย่อตัวลงเล็กน้อย จัดมุมกล้องให้เห็นเส้นขอบฟ้า ทะเล และท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสี แต่ก่อนที่เธอจะ
สนามกีฬาของบริษัทเต็มไปด้วยเต็นท์สีสด เสียงพนักงานจากทุกบริษัทที่เข้าร่วมแข่งดังครึกครื้น ทุกคนสวมเสื้อทีมสีของแผนกตัวเองเพิ่มความคึกคัก เพชรพลอยในชุดกีฬาสีทีม แก้มขึ้นสีจากทั้งแดดและตื่นเต้น เธอสูดลมหายใจลึก พนักงานแผนกตัวเองเดินมาตบไหล่ให้กำลังใจไม่ขาด คิรินทร์ยืนอยู่ข้างสนามตามตารางแข่งของเธอทั้งวัน มือในกระเป๋ากางเกงกำแน่นทุกครั้งที่เธอลงแข่งขันชนิดต่าง ๆ เขาไม่ได้พูด แต่ทุกคนรู้… เขาเป็นห่วงเธอสุดหัวใจ *** สนามแรก การแข่งขันวิ่งผลัด 4×100 เมตรกำลังจะเริ่มแดดยามเช้าส่องลงมาเต็มแรงจนพื้นลู่วิ่งสะท้อนแสงระยิบเพชรพลอยยืนวอร์มอยู่กับทีมในชุดกีฬาสีแผนกของเธอ ผิวขาวอมชมพูตัดกับแดดแรงจนเหมือนสว่างขึ้นเองเอวบางๆ กับท่ายืดเส้นทำให้คนแถวสนามมองจนลืมหายใจ คิรินทร์ที่ยืนอยู่ไม่ห่าง แอบกลืนน้ำลายเบา ๆ แล้วหลบสายตาไปอีกทางแต่ก็ยังแอบมองอยู่ดี --- ฝ่ายบริษัทคู่แข่งยืนซุบซิบกันกลุ่มผู้ชายจากบริษัทญาดาและอีกสองบริษัทยืนมองเพชรพลอยแบบไม่ละสายตา “เฮ้ย ผู้หญิงคนนั้น… ของบริษัทไหนวะ?” “ไม่รู้ แต่โคตรเก่ง ดูตอนวอร์มดิ ท่าวิ่งเป๊ะมาก” “สเปกกูชัด ๆ เลย… ขาวสวย ผอมเอวบาง—” “ถ้าชนะจะขอไลน์เลยว่







