Masukหลังจากออกมาจากห้องประธานคิราวงศ์ คิรินทร์ยังคงจับมือเพชรพลอยไว้ไม่ปล่อย ความแน่วแน่ในดวงตาเขายังคงเหมือนเดิม แต่สำหรับเพชรพลอย—โลกทั้งใบกำลังหมุนรวดเร็วเกินไปจนเธอตั้งตัวไม่ทัน
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อไม่ถึงสองชั่วโมงก่อน เธอยังเป็นแค่พนักงานธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังจะถูกไล่ออกแต่ตอนนี้เธอกลับเดินเคียงข้างลูกชายท่านประธาน…ด้วยสถานะว่าที่คู่สมรสในอีกไม่นาน เพชรพลอยแทบไม่กล้าหายใจแรง กลัวว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นเพียงภาพฝันที่พร้อมจะสลายหายได้ทุกเมื่อ “คะ…คุณคิณ เรากำลังจะไปไหนกันต่อคะ” “ไปพบแม่ครับ” เขาตอบราบเรียบ “ต้องบอกให้แม่รู้เรื่องถอนหมั้นด้วย แล้วก็…เรื่องของเรา” เพชรพลอยรีบชะงัก “เดี๋ยวก่อนค่ะ—” แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เสียงเข้มของท่านประธานกลับดังขึ้นจากด้านหลัง “ไปพร้อมกันนั่นแหละ จะได้ไปกินข้าวด้วยกันเลย” ทั้งคู่หันกลับไปเห็นท่านประธานเดินตามออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อน ๆ ที่เต็มไปด้วยความหมาย ซึ่งทำให้เพชรพลอยหน้าแดงขึ้นมาอย่างอาย ๆ คิรินทร์เดินเข้าไปดึงมือเธอให้อยู่ข้างเขาเหมือนเดิม “ตามนั้นครับ” --- พนักงานทั้งบริษัทซุบซิบกันระงม ทันทีที่ทั้งสามคน—ประธาน คิรินทร์ และเพชรพลอย—เดินผ่านลานชั้นล่างเพื่อจะออกจากบริษัท เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นรอบทิศ “นั่น…เพชรพลอยไม่ใช่เหรอ?” “เดินกับคุณคิณแบบนั้น…หรือว่า…?” “มือจับกันเลยนะเว้ย!!” “กรี๊ดดดดดด พนักงานใหม่ได้ลูกชายท่านประธาน!!!” บางคนปิดปากกรี๊ด บางคนทำตาโต บางคนอ้าปากค้างจนลืมงานในมือไปหมด สิ่งที่ทำให้ทุกคนช็อกยิ่งกว่า คือเรื่องที่ประธานเดินอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าสบายใจสุด ๆ เพื่อนสนิทของเพชรพลอยอย่าง “พลอยใส” ยืนตัวแข็งเหมือนถูกสายฟ้าฟาด หูอื้อตาลายหายใจไม่ทั่วท้อง เธอกระโดดเข้าไปหาเพชรพลอยทันที “เพ—เพชร!!! นี่มันอะไรกัน!? เดินกับคุณคิณ!?” เพชรพลอยหน้าแดงจนหูร้อน “ไว้เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะ เราต้องรีบไปก่อน เดี๋ยวญาดามาเห็น” ประโยคสุดท้ายนี่เองที่ทำให้พลอยใสรีบถอยหลังให้อย่างไว “ไปเลยเพื่อน เดี๋ยวหลังเลิกงานเราคุยกันยาว” เพชรพลอยยิ้มเก้อ ๆ ก่อนรีบตามคิรินทร์และประธานออกจากบริษัททันที --- ไปพบแม่ของคิรินทร์ เมื่อถึงคฤหาสน์ตระกูลคิราวงศ์ แม่ของคิรินทร์—คุณหญิงดารินทร์—กำลังอยู่ในห้องนั่งเล่น เธอเงยหัวขึ้นเมื่อได้ยินเสียงลูกชายเดินเข้ามา “คิณ? ทำไมกลับเร็ว—” แล้วสายตาของเธอก็เลื่อนไปเห็นเพชรพลอยที่ยืนอยู่ข้างเขา เธอหยุดนิ่งไปหนึ่งวินาที ก่อนจะยิ้มสุภาพ “เด็กคนนี้คือ…?” คิรินทร์ตอบทันที “แม่ครับ ผมจะถอนหมั้นกับญาดา และจะแต่งงานกับเพชรพลอย” เพชรพลอยแทบจะทรุดลงตรงนั้น หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก มือเย็นเฉียบในมือคิรินทร์ คุณหญิงดารินทร์ชะงักอย่างเห็นได้ชัด แต่สีหน้ายังคงสุขุม “คิณ…เรื่องถอนหมั้น แม่ไม่คัดค้านหรอก ถ้าลูกไม่รักเขา แม่ก็ไม่อยากบังคับ” ท่านประธานที่ยืนอยู่ด้วยพยักหน้า “ดีแล้ว คุยกันตรง ๆ ดีกว่าฝืนกันไป” คุณหญิงภัทราหันไปมองเพชรพลอยเต็มๆ ตาสายตานั้นไม่ใช่ความเกลียด ไม่ใช่ความดูถูก แต่เป็นสายตาที่มองเหมือน…กำลังประเมิน “แต่หนู…” เธอเอ่ยเบา ๆ “หนูจะทนแรงกดดันจากสังคมได้หรือเปล่าลูก? ผู้หญิงที่เข้ามาในตระกูลใหญ่ มันไม่ใช่แค่เรื่องแต่งงาน แต่มันมีสายตาคนรอบข้าง คำพูดกัดกินใจ ข่าวลือ เสียงซุบซิบ แม่เคยผ่านมันมา แม่รู้ว่ามันทรมานมาก” เพชรพลอยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแต่ยังยิ้มสุภาพและไหว้คุณหญิงภัทราด้วยความเคารพ “หนู…ไม่รู้ว่าหนูจะทนได้ไหม แต่หนูจะพยายามทำให้ดีที่สุด” คำตอบนั้นทำให้ท่านประธานยิ้ม ส่วนคิรินทร์มองเธออย่างภูมิใจชนิดที่ไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย --- คิรินทร์เปิดเผยแผนของญาดา และในจังหวะที่บรรยากาศกำลังนิ่งสงบ คิรินทร์ตัดสินใจพูดขึ้น น้ำเสียงเขาหนักแน่นและเย็นเยียบขึ้นทันที “แม่ครับ…พ่อครับ ผมมีเรื่องจะบอก” ทั้งสองหันไปมองเขา “ญาดาเป็นคนส่งคนมาวุ่นวายกับเพชรพลอย เอาคนมาพังโปรเจ็กต์งาน แอบปล่อยข้อมูลเท็จให้บริษัทคู่ค้าเพื่อดิสเครดิตเธอ และยังบงการให้ลูกชายเจ้าหนี้ไปข่มขู่เธอถึงที่ทำงาน” ทันทีที่ประโยคจบ ใบหน้าของคุณหญิงดารินทร์ก็แข็งทื่อ ส่วนท่านประธานขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที “ทำแบบนั้นกับพนักงานบริษัทเรา?” ท่านประธานเอ่ยเสียงต่ำ “นั่นมันทำให้บริษัทเสียชื่อเสียงโดยตรง” คิรินทร์พยักหน้า “ครับ และผมไม่ยอมให้เพชรพลอยต้องรับผิดชอบสิ่งที่เธอไม่ได้ทำ” คุณหญิงดารินทร์วางถ้วยชาลงด้วยท่าทางหนักแน่นกว่าปกติ “ก้าวร้าวเกินไปแล้วเด็กคนนั้น… เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงทำแบบนี้?” คิรินทร์พูดต่อ “ภายในสามวัน ผมจะนัดครอบครัวเขามาคุยเรื่องถอนหมั้น และอธิบายสาเหตุทั้งหมด รวมทั้งวีรกรรมที่ทำให้บริษัทเสียหาย” ท่านประธานพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ดี จะได้รู้กันไปเลยว่าเธอทำอะไรลงไปบ้าง” คุณหญิงดารินทร์ถอนหายใจแรงหนึ่งครั้งก่อนจะหันไปจับมือเพชรพลอยเบา ๆ “ลูก แม่ไม่ได้เกลียดหนู…แต่แม่อยากให้หนูรู้ว่าชีวิตต่อจากนี้มันไม่ง่ายเลยนะ” เพชรพลอยก้มหน้า น้ำเสียงสั่นเบา ๆ “ค่ะ หนูรู้ค่ะ…แต่หนูจะพยายาม” คิรินทร์เอื้อมมือไปกุมมือเธอใต้โต๊ะบีบเบา ๆ เหมือนบอกว่า—เขาจะอยู่ข้างเธอเสมอ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปิดศึกในเงาความรักที่ไม่มีใครถอยก่อน สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว…ภายในบ้านหลังใหญ่ตระกูล “วัฒนากุล” บรรยากาศนิ่งเงียบจนน่าอึดอัด รถหรูของครอบครัวคิรินทร์แล่นเข้ามาจอดตรงหน้าบ้านอย่างสง่างาม แต่ภายในรถกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ล้นจนแทบระเบิด คิรินทร์นั่งเงียบ ดวงตาคมนิ่งเรียบแต่ลึกลงไปมีความเย็นชาจัดจ้านซ่อนอยู่ ข้างเขาคือพ่อกับแม่ที่นั่งด้วยท่าทีสุขุม ทว่าแววตาไม่ยอมรับการกระทำของญาดาอย่างชัดเจน เมื่อเดินเข้าบ้าน พ่อแม่ของญาดารีบออกมาต้อนรับอย่างดีใจเหมือนกำลังจะคุยเรื่องงานแต่ง แต่รอยยิ้มนั้นค่อย ๆ เลือนหาย เมื่อเห็นสีหน้าของทั้งสามคนที่เดินเข้ามาอย่างจริงจัง “อะ…เอ่อ เชิญนั่งก่อนนะคะ คุณคิราวุธ คุณภัทรา… คิรินทร์ มาพร้อมหน้ากันแบบนี้ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ?” แม่ของญาดาถามด้วยน้ำเสียงหวั่น ๆ เมื่อความเงียบยืดเยื้อ พ่อของคิรินทร์เป็นคนเปิดเรื่อง เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะเสียงนิ่งสงบแต่หนักแน่น “วันนี้พวกเรามาเพื่อคุยเรื่อง…ถอนหมั้นครับ” จังหวะนั้นเหมือนทั้งบ้านหยุดหายใจ เสียงอะไรสักอย่างหล่นกระทบพื้นเบา ๆ จากมือแม่ของญาดา “ทะ…ถอนหมั้น? ทำไมครับ?! ญาดาทำอะไรผิด?” พ่อของญาดาถามเสียงเข้ม คิรินทร์เป็นคนตอบ “เพราะสิ่งที่ลูกสาวคุณทำครับ และมันทำให้บริษัทของผม เสียชื่อเสียงอย่างร้ายแรง” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ เปิดหลักฐานที่รวบรวมภายในสามวันที่ผ่านมา ทั้งแชต ทั้งคลิปเสียง ทั้งข้อมูลการติดต่อกับลูกชายเจ้าหนี้ของบ้านเพชรพลอย แม่ของญาดาหน้าซีดเผือดทันที “มะ…ไม่จริง ญาดาไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกค่ะ!” แต่พ่อของคิรินทร์พูดเรียบนิ่ง “เอกสาร และเสียงบันทึกเหล่านี้…มันพูดเองครับ” คิรินทร์เสริมต่อ “ญาดาเป็นคนจัดฉากส่งจดหมายเท็จใส่ความลูกจ้างบริษัท ตั้งใจจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นถูกไล่ออกเพราะหึงหวงผม และยังให้ข้อมูลส่วนตัวของพนักงานไปบอกคนที่มาตามทวงหนี้…แบบนั้นเรียกว่าทำร้ายกันโดยตรง ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ” แม่ของญาดาถึงกับทรุดนั่ง “ญาดา…ทำแบบนั้นจริง ๆ เหรอ…” “ไม่ใช่แค่นั้นครับ” พ่อของคิรินทร์กดเสียงต่ำ “เรื่องนี้ถูกพนักงานหลายแผนกส่งรายงานมา พวกเขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก บริษัทบอบช้ำเพราะเรื่องนี้ ผมไม่สามารถให้งานแต่งเกิดขึ้น แล้วปล่อยให้ลูกชายผมมารับกรรมแทนได้” แม่ของคิรินทร์จึงพูดขึ้นอย่างใจเย็นแต่หนักแน่น “การแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องที่ผู้ใหญ่ยัดเยียดให้ลูกได้ตลอดค่ะ คุณต้องเข้าใจ… ลูกสาวคุณทำผิดชัดเจน คิรินทร์ไม่ควรต้องใช้ชีวิตกับคนที่ทำร้ายผู้อื่นอย่างไม่มีเหตุผล” พ่อของญาดากัดฟันแน่น น้ำเสียงคุมอารมณ์ยาก “แล้วผู้หญิงคนนั้น…ที่ลูกคุณจะไปแต่งด้วยล่ะ เป็นใครมาจากไหนพวกผมยังไม่รู้จัก” คิรินทร์ตอบทันที ดวงตาคมวาว “เธอเป็นคนที่สุภาพ เรียบร้อย ทำงานหนัก และไม่เคยสร้างปัญหาให้ใคร — ตรงกันข้าม เธอทำให้บริษัทได้กำไรหลายสิบล้านจากโครงการใหญ่ที่ผ่านมา” พ่อของเขาเสริมด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “ผมรู้จักเด็กคนนั้นดี เธอมีความสามารถ ไม่เคยเล่นสกปรก ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน เด็กแบบนี้ล่ะครับ…ที่ผมอยากให้เข้ามาอยู่ในครอบครัว” คำยืนยันนั้นทำให้พ่อแม่ของญาดาเงียบสนิท ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ สุดท้าย พ่อของญาดาถามเสียงสั่น “แล้ว…เราจะให้ญาดามาคุยด้วยไหม?” แม่ของคิรินทร์ตอบเรียบสงบ “ไม่จำเป็นครับ เรามาแจ้ง ไม่ได้มาขออนุญาต” พ่อของคิรินทร์จึงลงท้าย “หลังจากวันนี้ มันจบอย่างเป็นทางการ เราจะจัดการเอกสารให้ตามขั้นตอน ไม่ต้องเป็นห่วงครับ” เมื่อทุกอย่างสิ้นสุด คิรินทร์ลุกขึ้นยืน “ขอบคุณที่รับฟังครับ” เขาโค้งเล็กน้อยอย่างสุภาพ ก่อนเดินออกจากบ้านไปพร้อมพ่อแม่ ทิ้งให้ครอบครัวของญาดาจมอยู่กับความเงียบหนักอึ้ง และความผิดที่ลูกสาวของพวกเขาก่อไว้ เพราะเกมที่ญาดาเริ่ม…วันนี้มันย้อนกลับมาทำลายทุกอย่างที่เธอเคยมีเช้าวันแรกหลังกลับจากฮันนีมูนบรรยากาศในบริษัทกลับมาคึกคักตามปกติ แต่สำหรับเพชรพลอย ทุกอย่างดูเปลี่ยนไป เธอก้าวเข้ามาในอาคารด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่แค่ในฐานะพนักงานแผนกออกแบบอีกต่อไปแต่ในฐานะ ภรรยาของคิรินทร์ “มาแล้ว ๆ เจ้าสาวหมาด ๆ”พลอยใสโบกมือจากโต๊ะทำงาน ก่อนจะรีบเดินเข้ามา“มึงนี่ดังทั้งบริษัทเลยนะ”เพื่อนสนิทกระซิบ “แต่ไม่ต้องห่วง ฉันกันสายตาให้แล้ว”เพชรพลอยหัวเราะเบา ๆ แม้จะรู้สึกกดดันอยู่ลึก ๆ แต่เธอก็เลือกนั่งลงที่โต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์ และเริ่มทำงานเหมือนทุกวันเธอไม่อยากให้ใครมองว่าเธอได้อะไรมาเพราะสถานะ ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงเคาะโต๊ะเบา ๆ ก็ดังขึ้น “คุณเพชรพลอยครับ”เธอเงยหน้าขึ้นพนักงานฝ่ายบุคคลยืนอยู่พร้อมแฟ้มเอกสาร“มีเอกสารการอนุมัติงบออกแบบโปรเจกต์ใหม่ ขอให้คุณเซ็นรับทราบค่ะ”เพชรพลอยรับมาอย่างงุนงง “เอ๊ะ…โปรเจกต์นี้ยังไม่ผ่านบอร์ดไม่ใช่เหรอคะ”อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย “ในระบบขึ้นว่า…ผ่านตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแล้วค่ะ”เพชรพลอยขมวดคิ้วบางอย่างไม่ชอบมาพากลในขณะเดียวกันชั้นบนสุดของอาคาร คิรินทร์กำลังประชุมกับบอร์ดบริหาร สีหน้าจริงจังกว่าปกติ เมื่อรายงานบางอย่างถูกนำขึ้นจอ“มีการแ
ห้องสวีตเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสีอุ่นสลัว ๆ จากโคมข้างเตียง เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ก่อนที่ทั้งสองจะหยุดยืนอยู่กลางห้อง ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่า…ตั้งแต่วินาทีนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วเพชรพลอยยืนอยู่ตรงนั้น มือเล็กกำชายผ้าไว้แน่น หัวใจเต้นแรงจนได้ยินชัดในอก คิรินทร์ถอดสูทวางพาดไว้ ก่อนจะหันมามองเธอ สายตาที่เคยมองอย่างสุขุม วันนี้กลับอ่อนโยนจนเธอเผลอหลบตา “ยังไม่ง่วงเหรอหนู” เสียงเขาทุ้มต่ำ แผ่วเบากว่าทุกครั้ง เพชรพลอยส่ายหน้าเล็กน้อย “หนู…ยังไม่ง่วงค่ะ” คิรินทร์ยิ้ม เขาเดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ อย่างให้เกียรติ ยกมือขึ้นแตะปลายคางเธอเบา ๆ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา “คืนนี้พี่ขอได้มั้ย”เขาพูดชัดถ้อยชัดคำ คำพูดนั้นทำให้หัวใจเพชรพลอยอ่อนลง มือของเธอค่อย ๆ วางลงบนอกเขา รับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นไม่ต่างกัน เขาก้มลงใกล้…ใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่ประสานกัน หน้าผากแตะกันเบา ๆ ก่อนที่ริมฝีปากจะประสานกัน "เด็กดี" มือของคิรินทร์เลื่อนมาโอบเอวเธอไว้ เพชรพลอยหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้ความรู้สึกนำทาง "พี่คิณ..." เสียงกระซิบแผ่ว ๆ ใกล้หู คำเรียกชื่อที่ทำให้หัวใจสั่น "เพชรพลอย" คิรินทร์โน้มห
เช้าวันนั้น แผนกออกแบบยังคงวุ่นวายกับงานตามปกติเพชรพลอยนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ตรวจแบบงานชิ้นสุดท้ายด้วยสมาธิ แต่รอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้ากลับต่างจากทุกวัน“วันนี้อารมณ์ดีแปลก ๆ นะ”พลอยใส เพื่อนสนิทที่นั่งโต๊ะข้างกันเอ่ยขึ้น พลางเหลือบมองหน้าเพื่อน เพชรพลอยหันมายิ้ม ก่อนจะดึงกล่องสีขาวครีมใบหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก“มึง…กูมีอะไรจะให้”พลอยใสเลิกคิ้ว ก่อนจะเปิดฝากล่องภายในเรียงรายไปด้วยการ์ดงานแต่งดีไซน์เรียบหรู“เดี๋ยวนะ…”เธอหยิบการ์ดขึ้นมาอ่านชื่อ แล้วเงยหน้าขึ้นช้า ๆ“เพชรพลอย…กับ คิรินทร์?!”เพชรพลอยหน้าแดงทันที แต่พยักหน้าเบา ๆ“อืม…กูกำลังจะแจกการ์ด กูเป็นคนแรกนะ”เสียงกรี๊ดถูกกลั้นไว้แทบไม่อยู่ พลอยใสรีบลุกมากอดเพื่อนแน่น“ในที่สุด! กูรู้อยู่แล้วว่าคู่นี้ไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะมาถึงวันแต่งเร็วขนาดนี้!”เพื่อนร่วมแผนกเริ่มหันมามอง บรรยากาศค่อย ๆ คึกคักเมื่อรู้ว่าเพชรพลอยกำลังแจกการ์ดงานแต่ง ข่าวก็กระจายไปทั่วชั้นอย่างรวดเร็ว“ยินดีด้วยนะ!”“งานนี้ต้องอลังการแน่!”“ออกแบบเก่ง แถมได้สามีเป็นท่านประธานอีก!”เพชรพลอยหัวเราะทั้งเขินทั้งดีใจ“ขอบคุณนะคะ ทุกคนมาได้นะคะ”ในจังหวะนั้นเอง ร่าง
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องรับรองเพชรพลอยขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกาแฟลอยมาแตะจมูก เธอลุกขึ้นนั่งอย่างงง ๆ ก่อนจะนึกได้ว่าคืนนี้เธอค้างที่บ้านคิรินทร์“ตื่นแล้วเหรอหนู”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากหน้าประตู คิรินทร์ยืนอยู่ในชุดลำลอง สีหน้าผ่อนคลายกว่าที่เธอเห็นในบริษัทเสมอ มือหนึ่งถือถาดอาหารเช้า“พี่คิน…” เพชรพลอยรีบลุกจากเตียง “หนูหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เลยค่ะ”คิรินทร์ยิ้ม “หลับบนโซฟา พี่อุ้มหนูมานอนตรงนี้ ไม่อยากปลุก”คำพูดนั้นทำให้หัวใจเพชรพลอยอุ่นวาบ“แล้วพี่คินได้นอนบ้างไหมคะ”“นอน” เขาตอบทันที “แต่ต้องดูให้แน่ใจก่อนว่าหนูสบายดี”เขาวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียง“แม่ให้พี่เอามาให้ หนูยังไม่ต้องรีบลุก กินรองท้องก่อน”เพชรพลอยมองอาหารเช้าเรียบง่ายแต่จัดอย่างตั้งใจ ก่อนจะเงยหน้ามองเขา“หนูรู้สึกเหมือนได้รับการดูแลมากเกินไปเลยค่ะ”คิรินทร์นั่งลงข้างเตียง สายตานุ่มลึก“ต่อไปนี้ หนูจะได้รับแบบนี้ทุกวัน พี่ตั้งใจแล้ว”เพชรพลอยหน้าแดง “พี่คินพูดเหมือนเราแต่งงานกันแล้วเลยนะคะ”เขาหัวเราะเบา ๆ“ก็อีกไม่นานนี่”หลังอาหารเช้าเพชรพลอยอ
ข่าวลือในบริษัทแพร่กระจายเร็วกว่าที่เพชรพลอยคิดแค่การที่เธอไม่มาทำงานหนึ่งวันเพราะอาการแฮงค์หนักหลังฉลองกีฬาสี กลับถูกต่อเติมเรื่องราวจนกลายเป็นคำถามที่ทุกคนไม่กล้าถามตรงๆ แต่กลับซุบซิบกันไม่หยุด“หรือว่า…เพชรพลอยไปอยู่กับท่านประธานที่คอนโด?”คำถามนั้นลอยไปถึงหูของผู้ใหญ่เร็วกว่าที่คิรินคาดไว้และในเช้าวันหนึ่ง เขาถูกเรียกเข้าไปพบท่านประธาน—พ่อของเขา—ในห้องทำงานที่เงียบขรึมกว่าทุกครั้ง“ข่าวมันเริ่มแรงแล้วนะคิรินทร์” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น “ถ้าลูกคิดจะจริงจัง ก็ต้องชัดเจน”คิรินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ อย่างคนตัดสินใจแล้ว“ผมชัดเจนมานานแล้วครับพ่อ”---สุดสัปดาห์ถัดมา พนักงานทั้งบริษัทถูกประกาศว่าจะได้ไปฉลองโบนัสสิ้นปีที่ทะเลเพชรพลอยเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดเพียงว่าเป็นทริปพักผ่อนธรรมดา เธอเดินเล่นอยู่ริมชายหาดยามเย็น แสงแดดสีส้มสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับอย่างสวยงาม“วิวสวยจังค่ะพี่คิน” เธอยิ้ม พลางหยิบกล้องขึ้นมาเตรียมถ่ายภาพเก็บไว้“ถ่ายสิหนู” คิรินทร์ตอบเสียงนุ่ม ยืนอยู่ข้างหลังเธอเพชรพลอยย่อตัวลงเล็กน้อย จัดมุมกล้องให้เห็นเส้นขอบฟ้า ทะเล และท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสี แต่ก่อนที่เธอจะ
สนามกีฬาของบริษัทเต็มไปด้วยเต็นท์สีสด เสียงพนักงานจากทุกบริษัทที่เข้าร่วมแข่งดังครึกครื้น ทุกคนสวมเสื้อทีมสีของแผนกตัวเองเพิ่มความคึกคัก เพชรพลอยในชุดกีฬาสีทีม แก้มขึ้นสีจากทั้งแดดและตื่นเต้น เธอสูดลมหายใจลึก พนักงานแผนกตัวเองเดินมาตบไหล่ให้กำลังใจไม่ขาด คิรินทร์ยืนอยู่ข้างสนามตามตารางแข่งของเธอทั้งวัน มือในกระเป๋ากางเกงกำแน่นทุกครั้งที่เธอลงแข่งขันชนิดต่าง ๆ เขาไม่ได้พูด แต่ทุกคนรู้… เขาเป็นห่วงเธอสุดหัวใจ *** สนามแรก การแข่งขันวิ่งผลัด 4×100 เมตรกำลังจะเริ่มแดดยามเช้าส่องลงมาเต็มแรงจนพื้นลู่วิ่งสะท้อนแสงระยิบเพชรพลอยยืนวอร์มอยู่กับทีมในชุดกีฬาสีแผนกของเธอ ผิวขาวอมชมพูตัดกับแดดแรงจนเหมือนสว่างขึ้นเองเอวบางๆ กับท่ายืดเส้นทำให้คนแถวสนามมองจนลืมหายใจ คิรินทร์ที่ยืนอยู่ไม่ห่าง แอบกลืนน้ำลายเบา ๆ แล้วหลบสายตาไปอีกทางแต่ก็ยังแอบมองอยู่ดี --- ฝ่ายบริษัทคู่แข่งยืนซุบซิบกันกลุ่มผู้ชายจากบริษัทญาดาและอีกสองบริษัทยืนมองเพชรพลอยแบบไม่ละสายตา “เฮ้ย ผู้หญิงคนนั้น… ของบริษัทไหนวะ?” “ไม่รู้ แต่โคตรเก่ง ดูตอนวอร์มดิ ท่าวิ่งเป๊ะมาก” “สเปกกูชัด ๆ เลย… ขาวสวย ผอมเอวบาง—” “ถ้าชนะจะขอไลน์เลยว่







