Mag-log inวันถัดจากที่เกิดเรื่องโปรเจ็กต์ เพชรพลอยรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวหนักกว่าเดิม แม้จะทำงานตั้งใจมากแค่ไหนก็ยังรู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่เหมือนจับจ้องมาแบบแปลก ๆ โดยเฉพาะจากฝ่ายบริหารระดับสูงบางคนที่เธอไม่เคยยุ่งเกี่ยวด้วยมาก่อน
เธอไม่รู้เลยว่าต้นตอของแรงกดดันเหล่านั้นมาจากใคร…แต่มันกำลังค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาอย่างมืดเงียบ ในขณะเดียวกัน ญาดา—คู่หมั้นของคิรินทร์—นั่งอยู่ในรถยุโรปสีเทาด้าน สายตาเรียบเฉยแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความริษยาอัดแน่น “คนชื่อเพชรพลอย…” ญาดาพึมพำ ขณะกวาดนิ้วเปิดแฟ้มที่ลูกน้องสืบมาให้ “ฐานะทางบ้านไม่ดี พ่อแม่โลภ… แล้วก็เคยถูกส่งไปเป็นเมียน้อยคนบางคนงั้นเหรอ” ริมฝีปากญาดายกขึ้นเล็กน้อย คล้ายยิ้มแต่ไม่ใช่รอยยิ้มที่สวยงามเลยสักนิด “ของแบบนี้… แค่ปล่อยข่าวก็พังไม่เป็นท่าแล้ว ไม่ต้องเปลืองมือฉันด้วยซ้ำ” แต่ดูเหมือนเธอยังไม่พอ เธอหยิบโทรศัพท์กดต่อสายหาใครบางคน ปลายสายรับด้วยน้ำเสียงทุ้ม หยาบ และคุ้นเคยกับการใช้อำนาจข่มคน “…ว่าไงครับ" “ฉันมีเรื่องจะให้คุณช่วย” ญาดาวางน้ำเสียงเรียบหรู แต่เย็นเยียบ “ผู้หญิงที่ชื่อเพชรพลอย ทำงานที่คิรา กรุ๊ป เธอเป็นลูกหนี้บ้านคุณใช่ไหม?” “ใช่ครับ หนี้เก่าของแม่เธอ แต่ยังไม่เคลียร์กันดีๆ สักที บอกให้มาเป็นเมียผมก็จบเรื่อง” “งั้นดีเลย ฉันส่งที่อยู่ที่ทำงานให้แล้ว คุณก็รู้ว่าต้องทำอะไร” “จะให้ผมไปเก็บหนี้เลยมั้ยครับ? ไม่สิไปรับเมียกลับบ้าน” ญาดายิ้มแบบคนสั่งการหมากตัวเล็ก ๆ บนกระดาน “ดี...ทำยังไงก็ได้ให้มันออกจากที่ทำงานไวๆ ทำให้มันอับอายจนไม่กล้ามาเหยียบที่บริษัทนี้อีก” ปลายสายหัวเราะเบา ๆ แบบคนที่คิดว่าตนเหนือกว่าทุกอย่างถูกวางแผนไว้แล้ว...และเพชรพลอยไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น ━━━ ช่วงบ่ายของวันนั้น ล็อบบี้ชั้นหนึ่งของคิรา กรุ๊ปมีเสียงเอะอะขึ้นอย่างกะทันหัน พนักงานหลายคนชะเง้อมอง ก่อนจะเห็นชายร่างใหญ่ สักลายเต็มแขน ใส่เสื้อเชิ้ตลายเสือเปิดกระดุมสองเม็ด เดินเข้ามาในบริษัทด้วยท่าทีกร่าง ๆ “เฮ้! ห้ามเข้าไปนะครับ ต้องแลกบัตร!” รปภ.รีบกันไว้ แต่ชายคนนั้นผลักไหล่รปภ.ออกแล้วตะโกนลั่นจนเสียงสะท้อนถึงแทบทุกชั้น “เพชรพลอย!! อยู่ไหน!? ออกมาคุยกับฉันหน่อย!” เสียงนั้นมันดัง… และน่าอับอายจนคนทั้งล็อบบี้ชะงักงัน เพชรพลอยที่กำลังจะขึ้นลิฟต์หยุดกึก ใบหน้าเปลี่ยนสีทันที เธอจำเสียงนั้นได้ดี…ลูกชายเถ้าแก่เจ้าหนี้เก่าของแม่เธอ หัวใจเธอแทบหล่น เขามาทำอะไรที่นี่…เพราะใคร…เพราะอะไร...เพื่อนร่วมงานเริ่มกระซิบกันเสียงเบาๆ แต่ทุกคำกระซิบเหมือนคมมีดที่กรีดใจเธอ “…ใครอะ มาโวยวายหาเพชรพลอย?” “…มีเรื่องหนี้เหรอ?” “…นี่มันบริษัทนะ ทำไมถึงมีคนแบบนี้มาบุกได้?” เพชรพลอยหน้าเริ่มซีด มือสั่น ไม่รู้จะหนีหรือสู้ดี แต่ไม่ทันที่เธอจะก้าวหนี เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นด้านหลั “เกิดอะไรขึ้น?” คิรินทร์เดินออกมาจากลิฟต์อีกด้าน ใส่สูทสีดำเข้ม สง่างาม… และตอนนี้กำลังดึงดูดทุกสายตาโดยไม่ต้องพยายาม เขามองภาพตรงหน้าแล้วใบหน้าหล่อเหลาฉายความเย็นยะเยือกขึ้นทันที สายตาคมของเขามองเพชรพลอยก่อน แล้วเลื่อนไปมองชายร่างใหญ่ที่กำลังตะโกนชื่อเธอ “คนของคุณเหรอ?” คิรินทร์ถาม น้ำเสียงต่ำจนเหมือนจะระเบิดได้ทุกวินาที เพชรพลอยส่ายหน้าแทบไม่ทัน “ม–ไม่ค่ะ! ไม่ใช่เลย เขา… เขาเป็น… คนรู้จักของแม่ แต่ว่า—” ยังไม่ทันอธิบาย ชายคนนั้นตะโกนขึ้นมาอีก “อ้าว! อยู่ตรงนี้นี่เอง!” เขาชี้หน้าเพชรพลอย “มานี่เลย! แกกับแม่แกยังค้างฉันอยู่นะเว้ย! แม่แกยกแกให้ฉันแล้ว” "ย...ยกให้หรอ" เสียงน่าอับอายทะลุทั้งชั้น เพชรพลอยตัวชา หูอื้อ และอยากหายไปจากตรงนี้ แต่คนที่ไม่คิดจะทนอีกต่อไปคือคิรินทร์ เขาหันไปทางลูกน้องสองคนที่ตามติดอยู่ตลอดเวลา เสียงเขาเย็นกริบจนคนรอบข้างขนลุก “ลากมันออกไป” “คุณคิรินครับ?” “ฉันบอกให้ลากมันออกไป" ทั้งตัว ทั้งเสียง ทั้งนิสัยของมัน—อย่าให้กลับเข้ามาเหยียบบริษัทฉันอีก” คำว่า “บริษัทฉัน” ทำเอาพนักงานหลายคนตาโตขึ้นทันที ตอนนี้ไม่มีใครกล้าซุบซิบแล้ว ทุกคนอยู่ในสภาพ “เงียบเป็นเป่าสาก” ลูกชายเถ้าแก่ยังไม่ทันเข้าใจอะไร ลูกน้องคิรินทร์สองคนก็จับแขนทั้งสองข้างลากออกไปโดยไม่ให้เขาตั้งตัว “เฮ้! ปล่อยนะเว้ย! นี่มันอะไรกัน!?” เสียงร้องถูกดึงออกไปพร้อมร่างของเขาที่ถูกลากเหมือนตัวตอมหึ่งไร้ค่า คิรินทร์ยืนมองด้วยสีหน้าไม่ไหวติงแม้แต่นิดเดียว เงียบ นิ่ง ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเกลียดความวุ่นวาย แต่เพราะเขาไม่ทนให้ผู้หญิงของเขา—แม้ยังไม่ยอมรับออกมา—ถูกหยามในที่สาธารณะแบบนี้ เมื่อตัวปัญหาถูกลากออกไปแล้ว คิรินทร์จึงหันมามองเพชรพลอย สายตานั้นเต็มไปด้วยคำถามความหงุดหงิด และความเป็นห่วงปนโกรธที่เขาไม่อยากยอมรับว่ามันรุนแรงแค่ไหน “เขามาที่นี่ได้ยังไง” น้ำเสียงคิรินทร์นิ่ง แต่ทุกคำพูดคือกดดัน เพชรพลอยกำมือแน่น เสียงสั่น “ฉัน… ไม่รู้ค่ะ เขาไม่เคยมาที่นี่ เขา… เขาไม่ควรจะรู้ว่าฉันทำงานที่ไหนด้วยซ้ำ” “แล้วทำไมเขาต้องพูดเรื่องหนี้ต่อหน้าทุกคน?” เพชรพลอยก้มหน้า น้ำตาคลอ “มัน…เป็นเรื่องของแม่ค่ะ ฉันไม่ได้เกี่ยวเลย แต่เขา—” “คุณโดนรังแกอยู่ใช่ไหม” “ไม่ค่ะ ไม่… ฉัน—” “เพชรพลอย” เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเธอเงยหน้าขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ครั้งแรกที่เธอเห็นแววโกรธแบบนี้ในดวงตาของเขามันไม่ใช่ความโกรธที่มีต่อเธอ แต่เป็นความโกรธที่กำลังปกป้องเธอจากสิ่งที่เขามองว่า “สกปรกและทำให้เธอเจ็บ” “ถ้าใครทำอะไรกับคุณอีก—บอกผม” ขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนคำสั่งแต่ลึก ๆ มันคือคำขอร้องแบบที่เขาไม่แสดงออกมา เพชรพลอยไม่รู้จะตอบอย่างไร ไม่รู้จะยิ้มหรือจะร้องไห้ดี เพราะทุกคำของเขากำลังทำให้หัวใจของเธอสั่นและสับสนไปหมด เธอทำได้แค่พยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ…” คิรินทร์มองเธออีกนิด ก่อนจะหันกลับเข้าไปในลิฟต์ แต่ก่อนประตูลิฟต์จะปิด เขาหยุด มือยังกดประตูค้างไว้เล็กน้อย “เพชรพลอย” “…คะ?” “คืนนี้—ตอบแชตผมด้วย” น้ำเสียงเขานุ่มลงนิดหนึ่ง "ผมไม่ชอบความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับคุณ” แล้วประตูลิฟต์ก็เลื่อนปิดลงอย่างช้าๆ ทิ้งให้หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบอยากทรุดลงกับพื้น ━━━ คืนนั้น… โทรศัพท์เพชรพลอยสั่น ชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอคือ… คิรินทร์ เธอกดเข้าไป ภาพคือข้อความสั้น ๆ แต่เข้มกว่าที่เธอคิด > คุณโอเคไหม ถ้าไม่—บอกผมเดี๋ยวนี้ เขามายุ่งอะไรกับคุณ เพชรพลอยมองข้อความเหล่านั้นนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบด้วยมือที่ยังสั่น >ไม่เป็นไรค่ะ เขามาหาเรื่องเฉยๆ ฉันขอโทษที่ทำให้วุ่นวาย… ไม่ถึงสามวินาที ข้อความของเขาก็เด้งขึ้นมา > อย่าพิมพ์คำว่าขอโทษกับผมอีก คุณไม่ผิด แล้วผมจะจัดการเรื่องนี้เอง หัวใจเพชรพลอยเต้นแรงแบบที่ไม่รู้ว่าควรดีใจ หรือควรกลัวว่าจะพึ่งเขามากเกินไป ก่อนที่โทรศัพท์จะสั่นอีกครั้ง > พรุ่งนี้ ผมจะให้คนคอยดูคุณ ผมไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรคุณอีก เพชรพลอยจ้องข้อความนั้นพร้อมน้ำตาที่คลออยู่ปลายตา เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร แต่รู้เพียงว่า…การมีเขาอยู่ใกล้ๆ ทำให้โลกที่โหดร้ายใบนี้อันตรายน้อยลงอย่างไม่น่าเชื่อและเธอ… กำลังกลัวเหลือเกินว่าจะหวั่นไหวมากเกินไปกับผู้ชายที่ไม่ควรจะเป็นอะไรกับเธอเลยแต่หัวใจกลับไม่ฟังเหตุผลแม้แต่นิดเดียวแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องรับรองเพชรพลอยขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกาแฟลอยมาแตะจมูก เธอลุกขึ้นนั่งอย่างงง ๆ ก่อนจะนึกได้ว่าคืนนี้เธอค้างที่บ้านคิรินทร์“ตื่นแล้วเหรอหนู”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากหน้าประตู คิรินทร์ยืนอยู่ในชุดลำลอง สีหน้าผ่อนคลายกว่าที่เธอเห็นในบริษัทเสมอ มือหนึ่งถือถาดอาหารเช้า“พี่คิน…” เพชรพลอยรีบลุกจากเตียง “หนูหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เลยค่ะ”คิรินทร์ยิ้ม “หลับบนโซฟา พี่อุ้มหนูมานอนตรงนี้ ไม่อยากปลุก”คำพูดนั้นทำให้หัวใจเพชรพลอยอุ่นวาบ“แล้วพี่คินได้นอนบ้างไหมคะ”“นอน” เขาตอบทันที “แต่ต้องดูให้แน่ใจก่อนว่าหนูสบายดี”เขาวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียง“แม่ให้พี่เอามาให้ หนูยังไม่ต้องรีบลุก กินรองท้องก่อน”เพชรพลอยมองอาหารเช้าเรียบง่ายแต่จัดอย่างตั้งใจ ก่อนจะเงยหน้ามองเขา“หนูรู้สึกเหมือนได้รับการดูแลมากเกินไปเลยค่ะ”คิรินทร์นั่งลงข้างเตียง สายตานุ่มลึก“ต่อไปนี้ หนูจะได้รับแบบนี้ทุกวัน พี่ตั้งใจแล้ว”เพชรพลอยหน้าแดง “พี่คินพูดเหมือนเราแต่งงานกันแล้วเลยนะคะ”เขาหัวเราะเบา ๆ“ก็อีกไม่นานนี่”หลังอาหารเช้าเพชรพลอยอ
ข่าวลือในบริษัทแพร่กระจายเร็วกว่าที่เพชรพลอยคิดแค่การที่เธอไม่มาทำงานหนึ่งวันเพราะอาการแฮงค์หนักหลังฉลองกีฬาสี กลับถูกต่อเติมเรื่องราวจนกลายเป็นคำถามที่ทุกคนไม่กล้าถามตรงๆ แต่กลับซุบซิบกันไม่หยุด“หรือว่า…เพชรพลอยไปอยู่กับท่านประธานที่คอนโด?”คำถามนั้นลอยไปถึงหูของผู้ใหญ่เร็วกว่าที่คิรินคาดไว้และในเช้าวันหนึ่ง เขาถูกเรียกเข้าไปพบท่านประธาน—พ่อของเขา—ในห้องทำงานที่เงียบขรึมกว่าทุกครั้ง“ข่าวมันเริ่มแรงแล้วนะคิรินทร์” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น “ถ้าลูกคิดจะจริงจัง ก็ต้องชัดเจน”คิรินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ อย่างคนตัดสินใจแล้ว“ผมชัดเจนมานานแล้วครับพ่อ”---สุดสัปดาห์ถัดมา พนักงานทั้งบริษัทถูกประกาศว่าจะได้ไปฉลองโบนัสสิ้นปีที่ทะเลเพชรพลอยเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดเพียงว่าเป็นทริปพักผ่อนธรรมดา เธอเดินเล่นอยู่ริมชายหาดยามเย็น แสงแดดสีส้มสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับอย่างสวยงาม“วิวสวยจังค่ะพี่คิน” เธอยิ้ม พลางหยิบกล้องขึ้นมาเตรียมถ่ายภาพเก็บไว้“ถ่ายสิหนู” คิรินทร์ตอบเสียงนุ่ม ยืนอยู่ข้างหลังเธอเพชรพลอยย่อตัวลงเล็กน้อย จัดมุมกล้องให้เห็นเส้นขอบฟ้า ทะเล และท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสี แต่ก่อนที่เธอจะ
สนามกีฬาของบริษัทเต็มไปด้วยเต็นท์สีสด เสียงพนักงานจากทุกบริษัทที่เข้าร่วมแข่งดังครึกครื้น ทุกคนสวมเสื้อทีมสีของแผนกตัวเองเพิ่มความคึกคัก เพชรพลอยในชุดกีฬาสีทีม แก้มขึ้นสีจากทั้งแดดและตื่นเต้น เธอสูดลมหายใจลึก พนักงานแผนกตัวเองเดินมาตบไหล่ให้กำลังใจไม่ขาด คิรินทร์ยืนอยู่ข้างสนามตามตารางแข่งของเธอทั้งวัน มือในกระเป๋ากางเกงกำแน่นทุกครั้งที่เธอลงแข่งขันชนิดต่าง ๆ เขาไม่ได้พูด แต่ทุกคนรู้… เขาเป็นห่วงเธอสุดหัวใจ *** สนามแรก การแข่งขันวิ่งผลัด 4×100 เมตรกำลังจะเริ่มแดดยามเช้าส่องลงมาเต็มแรงจนพื้นลู่วิ่งสะท้อนแสงระยิบเพชรพลอยยืนวอร์มอยู่กับทีมในชุดกีฬาสีแผนกของเธอ ผิวขาวอมชมพูตัดกับแดดแรงจนเหมือนสว่างขึ้นเองเอวบางๆ กับท่ายืดเส้นทำให้คนแถวสนามมองจนลืมหายใจ คิรินทร์ที่ยืนอยู่ไม่ห่าง แอบกลืนน้ำลายเบา ๆ แล้วหลบสายตาไปอีกทางแต่ก็ยังแอบมองอยู่ดี --- ฝ่ายบริษัทคู่แข่งยืนซุบซิบกันกลุ่มผู้ชายจากบริษัทญาดาและอีกสองบริษัทยืนมองเพชรพลอยแบบไม่ละสายตา “เฮ้ย ผู้หญิงคนนั้น… ของบริษัทไหนวะ?” “ไม่รู้ แต่โคตรเก่ง ดูตอนวอร์มดิ ท่าวิ่งเป๊ะมาก” “สเปกกูชัด ๆ เลย… ขาวสวย ผอมเอวบาง—” “ถ้าชนะจะขอไลน์เลยว่
หลังจากมื้อค่ำสุดหรูจบลง เพชรพลอยและพลอยใสยังรู้สึกอิ่มเอมจากรอยยิ้มและความเอ็นดูของครอบครัวคิรินทร์ แม่ของคิรินทร์ส่งซิกให้เพชรพลอยรู้ว่าไม่ต้องเกรงใจเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้เพชรพลอยหน้าแดงเล็กน้อย “เอาล่ะ ฉันพาพลอยใสไปส่งก่อนนะคะ” เพชรพลอยบอกพลอยใส พลอยใสยิ้มกว้าง แอบเขินที่ได้ไปส่งบ้านกับเพชรพลอยเองฃ คิรินทร์ยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุขุมแต่แฝงความห่วงใย “พี่ไปเป็นเพื่อน” ขณะนั่งรถไปยังบ้านของพลอยใส บรรยากาศในรถเงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น คิรินทร์เล็กน้อย ๆ โอบไหล่เพชรพลอยจากด้านหลัง เธอเผลอยิ้มในใจ ไม่อยากยอมรับแต่ก็อุ่นใจ เมื่อถึงบ้านของพลอยใส คิรินทร์ลงจากรถช่วยถือของให้พลอยใสและเพชรพลอย พลอยใสยกมือไหว้เขาเล็กน้อยด้วยความเกรงใจ แต่สายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม “ขอบคุณนะคะ” พลอยใสเอ่ยเสียงเบา เขาพยักหน้าเบา ๆ แอบเหลือบมองเธอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่ว “ไปเถอะ เดี๋ยวเจอหน้ากันพรุ่งนี้ที่บริษัท” คิรินทร์หันมามองเพชรพลอยที่นั่งเบาข้างหลังแล้วยิ้มมุมปาก "ส่วนพวกเราก็กลับบ้านได้แล้ว เพชรพลอยพยักหน้า แล้วหัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้สบตาเขาในตอนนั้น --- บ้านคิรินทร์
เพชรพลอยขยับตัวบนเตียงนุ่ม ก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ แสงแดดยามเช้าสะท้อนผ่านม่านบาง เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย…นี่ไม่ใช่ห้องเธอ ผ้าปูที่นอนสีเข้ม เตียงกว้าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายลอยอ่อน ๆ เธอผุดลุกขึ้นนั่งทันที “นี่… ห้องใครเนี่ย… คุณ—” คำว่า “คุณ” ยังไม่ทันหลุดปากจบดี คิรินทร์ที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมผมที่ยังเปียกนิด ๆ ก็หันมา เขายิ้มมุมปาก “ใครคือคุณ พูดใหม่สิ” เพชรพลอยชะงัก หน้าแดง “เอ่อ… ฉัน—” “เพชรพลอย” เขาขมวดคิ้วอย่างเอาเรื่องแต่แฝงความเอ็นดู “ พี่คิณ พูดแบบนี้ ” เพชรพลอยหน้าแดงกว่าเดิม รีบก้มหน้า “ค่ะ… พี่คิณ” คิรินทร์ยิ้มพอใจ ท่าทางเหมือนเจ้าแมวยักษ์ที่ได้ของเล่นคืน “ดีมาก ต่อไปนี้อย่าเผลอเรียกว่าคุณอีกล่ะ เข้าใจมั้ยคะ?" “ค่ะ…” เธอตอบเบา ๆ แทบไม่กล้าสบตา “งั้นฉัน—เอ่อ… หนูไปล้างหน้าก่อนนะคะ!” เธอรีบวิ่งเข้าห้องน้ำแทบจะสะดุดพรม ทำเอาคิรินทร์หัวเราะเบาๆ กับความลนลานน่ารักๆ ของเธอ --- ตัดมาที่ชั้นล่าง แม่ของคิรินทร์นั่งรออยู่บนโซฟาเหมือนรู้อยู่แล้วว่าเพชรพลอยจะลงมาช้าเพราะเขิน เมื่อเพชรพลอยเดินลงมา เธอก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ตื่นแล้วเหรอลูก เมื่อคืนเหนื
เสียงประตูห้องนั่งเล่นบ้านญาดาปังลงอย่างแรง ตามด้วยเสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่กำลังฟิวส์ขาดจนแทบหยุดไม่ได้ ญาดาปล่อยตัวลงนั่งกับพื้น โยนแจกันราคาแพงทิ้งลงกระเบื้องจนแตกกระจาย “ทำไมต้องเป็นฉัน! ทำไมเขาถึงเลือกอีผู้หญิงจน ๆ คนนั้นแทนฉัน!!!” แม่ของเธอเข้ามาห้าม “ญาดา…ใจเย็นก่อนลูก เรื่องมัน—” “ไม่ต้องมาบอกให้ใจเย็น!!! แม่เห็นไหมว่าเขาทำอะไร? เขาไปเลือกผู้หญิงต่ำต้อยกว่าเรา! นังนั่นมันต้องทำของใส่แน่ๆ ไม่งั้นคิรินทร์จะไม่เปลี่ยนใจแบบนี้!!!” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคลั่งแค้นล้วนๆ ดวงตาที่เคยมั่นใจ กลับเต็มไปด้วยความอาฆาตรุนแรง “ฉันจะไม่ยอมให้มันแต่งงานกัน…ไม่ว่าจะต้องทำยังไงก็ตาม” เธอบอกลูกน้องของตัวเองทันทีให้ไป “จัดการ” เพชรพลอยและนั่นคือจุดเริ่มต้นของความเลวร้ายทั้งหมด… --- ด้านคิรินทร์ — ทำทุกทางเพื่อกวาดความยุ่งยากออกจากชีวิตเพชรพลอย ในเวลาเดียวกันคิรินทร์นั่งคุยกับพ่อแม่ของเพชรพลอยที่บ้านเล็ก ๆ ย่านชานเมือง ทุกอย่างเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา “ผมจะไม่ยุ่งกับเพชรพลอยอีกครับ ถ้านั่นคือสิ่งที่ท่านต้องการ แต่ผมจะขอเคลียร์หนี้ทั้งหมดให้…รวม 2 ล้านบาท และให้เงินไปตั้งตัวอีก







