Se connecterห้องประชุมใหญ่ชั้น 25 ของ Kira Group – คิรา กรุ๊ป วันนี้เต็มแน่นจนแทบไม่มีที่นั่ง พนักงานกว่า 300 คนต่างถูกเรียกด่วนตั้งแต่เช้าตรู่โดยไม่ได้แจ้งสาเหตุ จนทุกคนเริ่มเดากันวุ่นว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เพชรพลอยเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มงานในมือ เธอดึงคอเสื้อขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้บังรอยแดงที่ค่อยๆ จางลง แต่ยังมองเห็นได้ถ้าจงใจมองใกล้ ๆ เพื่อนร่วมงานที่นั่งโต๊ะเดียวกันหันมามองเธอทันที “เพชรพลอย เมื่อคืนเธอไปกินเหล้ามาหรือเปล่า ดูหน้าแก…ซีดเหมือนคนอดนอนเลย” “เอ่อ…ก็แค่เมานิดหน่อยน่ะ” เธอตอบเบา ๆ พยายามทำตัวปกติที่สุด แต่ในหัวของเธอไม่ปกติเลยภาพเมื่อคืนยังติดอยู่ไม่จาง มือผู้ชายคนนั้น ริมฝีปากของเขา สัมผัสหนักแน่น เสียงทุ้มที่กระซิบชื่อเธอ… และสิ่งที่ทำให้เธอหน้าชาวูบยิ่งกว่า— “ฉันไม่ได้ป้องกัน…” เพชรพลอยหลุบตาลง รีบสลัดความคิดออกไม่ได้…ห้ามคิดตอนนี้ขอให้ไม่เป็นอะไร ขอให้ไม่ใช่โชคร้ายซ้ำซ้อนเถอะ เสียงซุบซิบเริ่มดังทั่วห้องประชุม “นี่ๆ ประธานคิราวุธเรียกประชุมเช้าขนาดนี้ ต้องมีเรื่องใหญ่แน่” “หรือจะปลดผู้จัดการอีกคน?” “จะควบรวมบริษัทหรือเปล่า?” แต่มีเสียงหนึ่งที่ทำให้เพชรพลอยเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ “เขาว่าลูกชายประธานกลับมาแล้วนะเว้ย! จะเปิดตัวเร็วๆ นี้แหละ!” ประตูด้านหน้าเปิดออกอย่างเป็นจังหวะ ทำให้เสียงพูดค่อยๆ หายไปทีละแผ่ว คิราวุธ คิราวงศ์ ประธานใหญ่ ผู้มากด้วยบารมีและความสุขุม ก้าวเข้ามาด้วยจังหวะที่หนักแน่น ทุกคนลุกยืนทำความเคารพทันทีชายวัยกลางคนผู้นี้มีรัศมีอำนาจแรงจนห้องทั้งห้องเงียบลงโดยไม่ต้องเอ่ยอะไร “เชิญนั่งได้ครับ” เสียงของเขาทุ้มชัดเจนเมื่อทุกคนนั่งเรียบร้อยแล้ว อธิวัฒน์จึงเริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ปีนี้คิรากรุ๊ปสร้างยอดรายได้สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ผมขอชื่นชมทุกแผนก ทุกคนที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก” เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วห้อง เพชรพลอยเองก็ปรบด้วย แม้สมองจะยังประมวลเรื่องเมื่อคืนไม่จบก็ตาม คิราวุธยกมือขึ้นเล็กน้อย ห้องทั้งห้องจึงกลับมาเงียบอีกครั้ง “ในค่ำคืนนี้ ผมตั้งใจจะจัดงานฉลองให้ทุกคนแบบเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการขอบคุณ” เสียงฮือฮาเพิ่มขึ้นทันที “และนอกจากการฉลองผลประกอบการ—” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น “—จะมีอีกหนึ่งประกาศสำคัญ ผมจะเปิดตัว ลูกชายของผม อย่างเป็นทางการในงานคืนนี้” เสียงซุบซิบดังระลอกใหญ่กว่าเดิม “ตายแล้ววว ลูกชายประธานกลับมาจริงด้วย!” “ฉันได้ยินว่าเรียนบริหารที่ยุโรปนะหล่อมากกกก” “ใครจะไปรู้ เขาอาจโสดก็ได้ ว้ายยย!” "แล้วเจอกันคืนนี้ครับ" ** งานเลี้ยงที่บริษัท เสียงดนตรีเครื่องสายก้องกังวานภายในห้องจัดเลี้ยงกว้างใหญ่ของโรงแรมระดับห้าดาว โคมระย้าคริสตัลจำนวนหลายสิบดวงส่องประกายระยิบระยับสะท้อนกับธีมงานขาว–ดำ ลวดลายบนกำแพงถูกประดับด้วยริบบิ้นสีเงิน ทั้งงานหรูราวกับงานแฟนซีของเหล่าชนชั้นสูงในละครเวที เพชรพลอยก้าวเท้าเข้ามาอย่างไม่มั่นใจนัก เธอปรับหน้ากากผีเสื้อสีเงินที่ปิดครึ่งใบหน้าให้แนบสนิทยิ่งขึ้น มือเย็นจนเหงื่อชื้นเพราะความประหม่าทั้งที่เธอเป็นแค่พนักงานเล็กๆ ของบริษัทแต่ตำแหน่งก็ไม่พอจะปฏิเสธงานเลี้ยงใหญ่แบบนี้ได้ “เพชร! ชุดวันนี้สวยมากเลยนะ” พลอยใสเพื่อนสนิทในแผนกเดินเข้ามาสะกิดเบา ๆ เพชรพลอยยิ้มน้อย ๆ แบบคนไม่มั่นใจ “เขาบอกให้ใส่ขาว–ดำ กูเลยหยิบชุดเก่า ๆ มาใส่…กลัวจะไม่เหมาะกับงานแบบนี้น่ะ” “ไม่ต้องกลัวเลย เด่นกำลังดี ไม่แย่งซีนลูกคุณหนูทั้งหลายด้วย” พลอยใสหัวเราะเบา ๆ ก่อนกระซิบ “วันนี้เขาจะเปิดตัวลูกชายประธานด้วยนะ แถมว่ากันว่าโคตรหล่ออออ!” เพชรพลอยหัวเราะตาม แต่หัวใจกระตุกแปลกๆ เพราะคำว่า ลูกชายประธานมันทำให้นึกถึงใบหน้าผู้ชายคนนั้นขึ้นมาในจิตใจอีกครั้ง ดวงตาคม ไหล่กว้าง ร่างกายอบอุ่นที่โอบเธอไว้เมื่อคืนน้ำเสียงทุ้มที่กระซิบข้างหู สัมผัสหนักแน่น และ…เพชรเผลอยกมือแตะลำคอตัวเองยังรู้สึกร้อนผ่าวเหมือนรอยสัมผัสยังติดอยู่ “เพชร? พลอยใสมพลอยใสมองหน้า "กูรู้แล้ว” เพชรพลอยรีบหลบสายตา "มึงเลิกคิดมากได้แล้ว" เพชรพลอยเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ถ้าท้องล่ะ…ถ้ามีเด็กเกิดขึ้นมาโดยไม่มีพ่อ ถ้าผู้ชายคนนั้นตั้งใจหลอกฟันเธอ หรือว่า…เป็นเธอเองที่หลอกฟันเขากันแน่? ความคิดพันกันยุ่ง จนเพชรพลอยไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เธอแค่มาพักใจไม่คิดจะพาตัวเองไปเจอเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลย แต่ความคิดทั้งหมดถูกตัดด้วยเสียงประกาศจากบนเวที --- “ขอเชิญทุกท่านให้ความสนใจ…” เสียงพิธีกรดังกังวานไปทั่วห้อง ไฟในงานหรี่ลงจนเหลือเพียงแสงพาดเฉพาะมุมเวที ประธานบริษัทเดินขึ้นมาในสูทสีขาวสะอาด แผ่นหลังเหยียดตรง ดูทรงอำนาจจนพนักงานทุกคนยืดตัวตาม “ก่อนอื่น ผมอยากขอบคุณทุกคนที่ทำงานกันอย่างหนัก…” เสียงทุ้มใหญ่เอ่ยขึ้น เพชรพลอยยืนฟังอย่างเงียบๆ แต่อะไรก็ไม่ทำให้ใจเธอสั่นเท่า— “วันนี้ ผมจะเปิดตัวลูกชายของผมอย่างเป็นทางการ” เสียงฮือฮาในหมู่พนักงานดังทันที “ตื่นเต้นมากกกก” เพชรพลอยจับแขนเพชรพลอยแรงขึ้น “ว่าแต่หายไปไหนนะ? ยังไม่เห็นหน้าเลย” ในขณะเดียวกัน ทางด้านหลังงานชายหนุ่มยืนพิงเสาอยู่เงียบๆ ดวงตาคมจ้องมองคนในงานอย่างไม่สนใจใครทั้งนั้น คิรินทร์ชายหนุ่มเจ้าของสัมผัสเมื่อคืนและคนที่เพชรพลอยไม่รู้ว่ากำลังมองหา “ผู้หญิงคืนนั้น” อยู่อย่างใจร้อน เขากวาดตาหาเธอเหมือนนักล่ากำลังไล่เหยื่อแต่ยังไม่พบแม้เงา “และนี่—ลูกชายของผม คิรินทร์ ปราการไพศาล” เสียงประกาศดังสนั่นไฟสปอร์ตไลท์สาดลงมาที่เขาเต็มดวง ทุกคนในงานปรบมือ หลายคนพึมพำว่า “หล่อมาก” “เท่ชะมัด” แต่มีเพียงคนเดียวที่ยืนตัวแข็งเหมือนร่างไร้วิญญาณ เพชรพลอยเบิกตากว้างเลือดในกายเย็นเฉียบ นั่นมัน…ใบหน้าคล้ายภาพเมื่อคืน โครงหน้าคม ไหล่กว้าง แผงอกเดียวกับที่เธอฟุบหลับลงไปด้วยความเมา กลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่บนหมอนในเช้าวันต่อมา หัวใจเธอร่วงลงไปที่พื้นทันที “เพชร เขาหล่อใช่ไหม!” นารากระซิบตื่นเต้นแต่เพชรพลอยไม่ได้ตอบเธอหายใจไม่ออก โลกหมุน ขาไร้เรี่ยวแรง ไม่ใช่แค่หล่อ ไม่ใช่แค่ลูกประธาน แต่—เขาคือผู้ชายเมื่อคืน เขาคือพ่อของลูกที่อาจเกิดขึ้น เขาคือ…เจ้านายของเธอ เพชรพลอยถอยหลัง จับชายเดรสแน่นเสียงรอบตัวเบลอไปหมด เธออยากหนีจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดและยิ่งสลดยิ่งกว่านั้นพิธีกรยังไม่ทันพูดจบ ก็มีชื่ออีกคนถูกเรียก “และนี่—คู่หมั้นของคุณคิรินทร์… คุณญาดา เสียงฮือฮารอบสองดังสนั่นเพชรพลอยเผลอสะดุ้งวาบ ดวงตาเหลือบไปเห็นผู้หญิงสวยในเดรสขาวมุกเดินขึ้นเวทีเคียงข้างคิรินทร์ คู่หมั้น… เขามีคู่หมั้น...เมื่อคืน…เธอไปทำอะไรลงไป? หัวใจเพชรพลอยแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆเธอค่อย ๆ ถอยออกจากงานอย่างคนไร้แรง แต่แล้ว—สายตาคมกริบของคิรินทร์ที่กำลังเดินผ่านผู้คนขึ้นมาบนเวทีพลันเหลือบมาเจอความเคลื่อนไหวด้านข้างเวทีหญิงสาวในชุดดำ เดินออกไปอย่างลนลานชายเดรสสะบัดตามลมหายใจของเธอ ดวงตาคิรินทร์หรี่ลงหัวใจเต้นกระตุกคล้ายสัญชาตญาณบอกอะไรบางอย่าง คุ้น…มาก คิรินทร์ขยับตัวเล็กน้อยราวกับจะก้าวตามแต่ต้องหยุดเพราะถูกเรียกชื่อบนเวทีความสงสัยกลับทวีขึ้นเป็นเท่าตัว ในขณะเดียวกันเพชรพลอยเดินหลบออกประตูข้างงาน พลอยใสตามไปด้วยไม่ทันเพราะถูกกลุ่มพนักงานบังทาง เพชรไม่อยากจะอยู่แม้แต่วินาทีเดียว ทั้งกลัว ทั้งอาย ทั้งสับสนจนไม่รู้ตัวว่าหายใจหนักแค่ไหน แต่เธอไม่รู้เลยว่า—คิรินทร์ไม่ได้ละสายตาจากเธอแม้เพียงเสี้ยววินาที แม้เธอจะเดินออกไปพร้อมเพื่อนแม้จะกลมกลืนไปกับพนักงานหลายร้อยคนบางอย่างในตัวเธอ บอกให้เขาตามหาผู้หญิงคนนี้ให้เจอ และคืนนี้…ความจริงมันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น "เพรชมึงเป็นอะไร" พลอยใสรีบคว้าแขนเพชรพลอย "กูเหมือนจะไม่สบาย" เสียงสั่น ทั้งสองนั่งหน้าบริษัทซักพักนึงห่อนจะเดินเข้างานต่อ เธอพยายามหลบสายตาใครต่อใคร แต่สายตาคม ๆ ของคิรินทร์ (คิณ) ที่อยู่ไกล ๆ ก็จับจ้องเธออยู่ตลอด คิรินทร์สวมชุดสูทสีดำเข้ารูป เรียบหรู ดวงตาคมกริบกวาดไปรอบห้อง แต่ทันทีที่เห็นเพชรพลอยเดินผ่าน เขาแทบหยุดหายใจ เธอยังคงท่าทางและเคลื่อนไหวแบบที่เขาจดจำจากเมื่อคืน “ใช่…เธอแน่ ๆ” เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนจะเดินผ่านกลุ่มคนเข้ามาใกล้เธออย่างเป็นธรรมชาติ เพชรพลอยรู้สึกถึงความร้อนจากสายตาที่กวาดมาที่ตัวเองหัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกมา “อย่า…อย่าให้เขารู้ว่าเป็นฉัน…” เธอคิดในใจ ขณะที่พยายามทำตัวนิ่ง คิรินทร์ก้าวเข้าใกล้ แต่ยังคงรักษาระยะห่างพอดี เขาไม่ได้เอ่ยคำพูดใด ๆ เพียงมองเธอราวกับสแกนความคิดและความรู้สึก “คุณ…คุณคิรินทร์?” เพชรพลอยสะดุ้งเล็ก ๆ แต่พยายามทำเสียงนิ่ง “ฉ…ฉันไม่แน่ใจว่าจะพูดอะไรดีค่ะ” คิรินทร์ยิ้มเพียงบาง ๆ รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจเธอสั่น “คุณ…เพชรพลอยใช่ไหม?” น้ำเสียงทุ้มต่ำ แต่ชัดเจนราวกับยืนยันความทรงจำเมื่อคืน เพชรพลอยก้มหน้า มือสั่น “ค…คุณ…คุณ…จำฉันได้…หรือ…หรือว่าฉัน…” คำพูดติดขัด เธอไม่กล้าเผชิญหน้าตรง ๆ คิรินทร์ยกมือเล็กน้อย “ฉันเก็บของคุณไว้เมื่อคืน…” เขาหยิบกำไลโลหะสลักชื่อขึ้นมาเพชรพลอยตกใจจนเกือบทำแก้วไวน์หล่น หัวใจเธอสั่นแรงจนร่างแทบจะถลาออกไป แต่คิรินทร์ก้าวตามช้า ๆ “คุณไม่ต้องกลัว ฉันไม่ได้จะทำอะไรคุณ” เสียงทุ้มของเขานุ่มนวลและมั่นคง แต่อบอวลไปด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้เธอไม่อาจหนีได้ รอบตัวเธอยังคงเต็มไปด้วยแขกคนสำคัญ เสียงซุบซิบ และแสงไฟระยิบระยับ แต่เพชรพลอยกับคิรินทร์เหมือนอยู่คนละโลก มีเพียงแรงดึงดูดและความตึงเครียดที่ล้อมรอบสองร่าง --- เพชรพลอยพยายามก้าวถอยห่าง แต่คิรินทร์ยังคงเคลื่อนตัวให้ใกล้เธอ “อย่าพยายามหนีคืนนี้…ฉันต้องรู้ให้ชัดเจน” น้ำเสียงเขาแผ่วเบา แต่ทรงพลังจนทำให้หัวใจเธอสั่นอย่างรุนแรง “แต่…ฉัน…ฉัน…” เพชรพลอยพยายามเอ่ย แต่เสียงสั่นเกินกว่าจะพูดต่อ คิรินทร์โน้มตัวลงเล็กน้อยเพียงใกล้พอให้ดวงตาทั้งสองจับกัน “คืนนี้…ฉันไม่ปล่อยคุณไปง่าย ๆ แน่นอน” และทันใดนั้นเพชรพลอยรู้สึกถึงแรงดึงดูดรุนแรงแต่ก็ยังมีความอบอุ่นที่ทำให้ใจเต้นแรง ความรู้สึกสับสนระหว่างความกลัวและความปรารถนา เพชรพลอยสะดุ้งและเบนตัวออกไปเล็กน้อย แต่คิรินทร์ก้าวตาม “ไม่ต้องกลัว ฉันแค่ต้องการคุณอยู่ตรงนี้ แค่คืนนี้ก็พอ” น้ำเสียงเขาแผ่วเบา แต่ทุกคำเหมือนคำสั่ง หัวใจเพชรพลอยเต้นแรงร่างกายเธอสั่นทุกความคิดในหัวเหมือนพังทลาย เธออยากจะหนี…แต่ก็ไม่อยากหนีจากเขาและนั่นคือจุดเริ่มต้นของค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด หรูหรา ลึกลับ เพชรพลอยและคิรินทร์…สองคนที่พัวพันกันโดยบังเอิญในคืนนั้น…และคืนนี้…จะเป็นคืนที่ต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง คิรินทร์ยกมือโชว์กำไลโลหะสลักชื่อที่เขาเก็บมาจากเตียงเมื่อคืนอย่างเบามือ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า ท่าทางของเขาเรียบสง่าแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด “กำไลของคุณ…ฉันเก็บไว้แล้ว” เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงความอบอุ่น เพชรพลอยหัวใจเต้นแรงจนแทบหยุด เธอพยายามก้าวถอยห่าง แต่เขาก้าวตามช้า ๆ “อย่าพยายามหนีคืนนี้…ฉันแค่ต้องการคุยกับคุณ” เพชรพลอยสูดลึก พยายามตั้งสติ แต่หัวใจเธอสับสนระหว่างความกลัวกับความปรารถนา “ค…คุย…เรื่องอะไรคะ?” “เรื่อง…เมื่อคืน…และเรื่องที่เรายังไม่ได้รู้จักกันจริง ๆ” เขาพูดเสียงต่ำ แต่แน่วแน่และมั่นใจ ร่างกายของเพชรพลอยร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรง เธออยากหนี แต่ก็ไม่อาจต้านแรงดึงดูดนั้นได้ ดวงตาคมของคิรินทร์จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธอ ราวกับสแกนทุกความคิด ทุกความรู้สึกของเธอ เพื่อนสนิทของเพชรพลอยยืนอยู่ไม่ไกล แอบฟังบทสนทนาโดยไม่ให้เธอสังเกต “เชี่ย....นี่เพื่อนกูนอนกับลูกประธานเลยหรอเนี่ย” เสียงซุบซิบเบา ๆ แต่เพียงพอทำให้เพชรพลอยหัวใจเต้นแรงมากกว่าเดิม เธอไม่รู้เลยว่าเพื่อนกำลังจับตาดูอยู่ จากอีกมุมหนึ่ง เกวลิน คู่หมั้นของคิรินทร์มองการเคลื่อนไหวของเขาอย่างละเอียด ดวงตาแหลมคมเริ่มสงสัยอย่างมาก ทำไมคิรินทร์ถึงสนใจผู้หญิงอีกคนมากเกินไป แม้จะอยู่ท่ามกลางงานเลี้ยงหรูหรา เธอรู้สึกถึงความผิดปกติในอากัปกิริยาของเขา ทำให้หัวใจเย็นวูบ คิรินทร์เอ่ยเบา ๆ ใกล้ใบหน้าของเพชรพลอย “คุณ…กลัวฉันหรือเปล่า?” เพชรพลอยส่ายหน้า “ฉ…ฉันแค่…ไม่คุ้น…” “ไม่ต้องกลัว…แค่ให้ฉันติดต่อคุณก็พอ” เขายื่นการ์ดเล็ก ๆ ให้เธอพร้อมเบอร์โทร มือเพชรพลอยสั่นขณะรับการ์ด หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมา “ข…ขอบคุณค่ะ…” คิรินทร์เพียงยิ้มบาง ๆ แล้วก้าวถอยห่าง แต่สายตายังคงจับจ้องเธอเต็มความสนใจ เพชรพลอยยืนอยู่มุมห้อง มองการ์ดในมืออย่างตื้นตันและปั่นป่วน เธอรู้แล้วว่าคิรินทร์คือคนคืนนั้น และคืนนี้เขาให้โอกาสเริ่มต้นใหม่ แม้ใจจะสับสน แต่หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด ค่ำคืนผ่านไปด้วยความตึงเครียด หรูหรา ลึกลับ และอบอวลไปด้วยแรงดึงดูด เพชรพลอยรู้แล้วว่าพรุ่งนี้…โลกของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเช้าวันนั้น แผนกออกแบบยังคงวุ่นวายกับงานตามปกติเพชรพลอยนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ตรวจแบบงานชิ้นสุดท้ายด้วยสมาธิ แต่รอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้ากลับต่างจากทุกวัน“วันนี้อารมณ์ดีแปลก ๆ นะ”พลอยใส เพื่อนสนิทที่นั่งโต๊ะข้างกันเอ่ยขึ้น พลางเหลือบมองหน้าเพื่อน เพชรพลอยหันมายิ้ม ก่อนจะดึงกล่องสีขาวครีมใบหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก“มึง…กูมีอะไรจะให้”พลอยใสเลิกคิ้ว ก่อนจะเปิดฝากล่องภายในเรียงรายไปด้วยการ์ดงานแต่งดีไซน์เรียบหรู“เดี๋ยวนะ…”เธอหยิบการ์ดขึ้นมาอ่านชื่อ แล้วเงยหน้าขึ้นช้า ๆ“เพชรพลอย…กับ คิรินทร์?!”เพชรพลอยหน้าแดงทันที แต่พยักหน้าเบา ๆ“อืม…กูกำลังจะแจกการ์ด กูเป็นคนแรกนะ”เสียงกรี๊ดถูกกลั้นไว้แทบไม่อยู่ พลอยใสรีบลุกมากอดเพื่อนแน่น“ในที่สุด! กูรู้อยู่แล้วว่าคู่นี้ไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะมาถึงวันแต่งเร็วขนาดนี้!”เพื่อนร่วมแผนกเริ่มหันมามอง บรรยากาศค่อย ๆ คึกคักเมื่อรู้ว่าเพชรพลอยกำลังแจกการ์ดงานแต่ง ข่าวก็กระจายไปทั่วชั้นอย่างรวดเร็ว“ยินดีด้วยนะ!”“งานนี้ต้องอลังการแน่!”“ออกแบบเก่ง แถมได้สามีเป็นท่านประธานอีก!”เพชรพลอยหัวเราะทั้งเขินทั้งดีใจ“ขอบคุณนะคะ ทุกคนมาได้นะคะ”ในจังหวะนั้นเอง ร่าง
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องรับรองเพชรพลอยขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกาแฟลอยมาแตะจมูก เธอลุกขึ้นนั่งอย่างงง ๆ ก่อนจะนึกได้ว่าคืนนี้เธอค้างที่บ้านคิรินทร์“ตื่นแล้วเหรอหนู”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากหน้าประตู คิรินทร์ยืนอยู่ในชุดลำลอง สีหน้าผ่อนคลายกว่าที่เธอเห็นในบริษัทเสมอ มือหนึ่งถือถาดอาหารเช้า“พี่คิน…” เพชรพลอยรีบลุกจากเตียง “หนูหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เลยค่ะ”คิรินทร์ยิ้ม “หลับบนโซฟา พี่อุ้มหนูมานอนตรงนี้ ไม่อยากปลุก”คำพูดนั้นทำให้หัวใจเพชรพลอยอุ่นวาบ“แล้วพี่คินได้นอนบ้างไหมคะ”“นอน” เขาตอบทันที “แต่ต้องดูให้แน่ใจก่อนว่าหนูสบายดี”เขาวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างเตียง“แม่ให้พี่เอามาให้ หนูยังไม่ต้องรีบลุก กินรองท้องก่อน”เพชรพลอยมองอาหารเช้าเรียบง่ายแต่จัดอย่างตั้งใจ ก่อนจะเงยหน้ามองเขา“หนูรู้สึกเหมือนได้รับการดูแลมากเกินไปเลยค่ะ”คิรินทร์นั่งลงข้างเตียง สายตานุ่มลึก“ต่อไปนี้ หนูจะได้รับแบบนี้ทุกวัน พี่ตั้งใจแล้ว”เพชรพลอยหน้าแดง “พี่คินพูดเหมือนเราแต่งงานกันแล้วเลยนะคะ”เขาหัวเราะเบา ๆ“ก็อีกไม่นานนี่”หลังอาหารเช้าเพชรพลอยอ
ข่าวลือในบริษัทแพร่กระจายเร็วกว่าที่เพชรพลอยคิดแค่การที่เธอไม่มาทำงานหนึ่งวันเพราะอาการแฮงค์หนักหลังฉลองกีฬาสี กลับถูกต่อเติมเรื่องราวจนกลายเป็นคำถามที่ทุกคนไม่กล้าถามตรงๆ แต่กลับซุบซิบกันไม่หยุด“หรือว่า…เพชรพลอยไปอยู่กับท่านประธานที่คอนโด?”คำถามนั้นลอยไปถึงหูของผู้ใหญ่เร็วกว่าที่คิรินคาดไว้และในเช้าวันหนึ่ง เขาถูกเรียกเข้าไปพบท่านประธาน—พ่อของเขา—ในห้องทำงานที่เงียบขรึมกว่าทุกครั้ง“ข่าวมันเริ่มแรงแล้วนะคิรินทร์” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น “ถ้าลูกคิดจะจริงจัง ก็ต้องชัดเจน”คิรินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ อย่างคนตัดสินใจแล้ว“ผมชัดเจนมานานแล้วครับพ่อ”---สุดสัปดาห์ถัดมา พนักงานทั้งบริษัทถูกประกาศว่าจะได้ไปฉลองโบนัสสิ้นปีที่ทะเลเพชรพลอยเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดเพียงว่าเป็นทริปพักผ่อนธรรมดา เธอเดินเล่นอยู่ริมชายหาดยามเย็น แสงแดดสีส้มสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับอย่างสวยงาม“วิวสวยจังค่ะพี่คิน” เธอยิ้ม พลางหยิบกล้องขึ้นมาเตรียมถ่ายภาพเก็บไว้“ถ่ายสิหนู” คิรินทร์ตอบเสียงนุ่ม ยืนอยู่ข้างหลังเธอเพชรพลอยย่อตัวลงเล็กน้อย จัดมุมกล้องให้เห็นเส้นขอบฟ้า ทะเล และท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสี แต่ก่อนที่เธอจะ
สนามกีฬาของบริษัทเต็มไปด้วยเต็นท์สีสด เสียงพนักงานจากทุกบริษัทที่เข้าร่วมแข่งดังครึกครื้น ทุกคนสวมเสื้อทีมสีของแผนกตัวเองเพิ่มความคึกคัก เพชรพลอยในชุดกีฬาสีทีม แก้มขึ้นสีจากทั้งแดดและตื่นเต้น เธอสูดลมหายใจลึก พนักงานแผนกตัวเองเดินมาตบไหล่ให้กำลังใจไม่ขาด คิรินทร์ยืนอยู่ข้างสนามตามตารางแข่งของเธอทั้งวัน มือในกระเป๋ากางเกงกำแน่นทุกครั้งที่เธอลงแข่งขันชนิดต่าง ๆ เขาไม่ได้พูด แต่ทุกคนรู้… เขาเป็นห่วงเธอสุดหัวใจ *** สนามแรก การแข่งขันวิ่งผลัด 4×100 เมตรกำลังจะเริ่มแดดยามเช้าส่องลงมาเต็มแรงจนพื้นลู่วิ่งสะท้อนแสงระยิบเพชรพลอยยืนวอร์มอยู่กับทีมในชุดกีฬาสีแผนกของเธอ ผิวขาวอมชมพูตัดกับแดดแรงจนเหมือนสว่างขึ้นเองเอวบางๆ กับท่ายืดเส้นทำให้คนแถวสนามมองจนลืมหายใจ คิรินทร์ที่ยืนอยู่ไม่ห่าง แอบกลืนน้ำลายเบา ๆ แล้วหลบสายตาไปอีกทางแต่ก็ยังแอบมองอยู่ดี --- ฝ่ายบริษัทคู่แข่งยืนซุบซิบกันกลุ่มผู้ชายจากบริษัทญาดาและอีกสองบริษัทยืนมองเพชรพลอยแบบไม่ละสายตา “เฮ้ย ผู้หญิงคนนั้น… ของบริษัทไหนวะ?” “ไม่รู้ แต่โคตรเก่ง ดูตอนวอร์มดิ ท่าวิ่งเป๊ะมาก” “สเปกกูชัด ๆ เลย… ขาวสวย ผอมเอวบาง—” “ถ้าชนะจะขอไลน์เลยว่
หลังจากมื้อค่ำสุดหรูจบลง เพชรพลอยและพลอยใสยังรู้สึกอิ่มเอมจากรอยยิ้มและความเอ็นดูของครอบครัวคิรินทร์ แม่ของคิรินทร์ส่งซิกให้เพชรพลอยรู้ว่าไม่ต้องเกรงใจเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้เพชรพลอยหน้าแดงเล็กน้อย “เอาล่ะ ฉันพาพลอยใสไปส่งก่อนนะคะ” เพชรพลอยบอกพลอยใส พลอยใสยิ้มกว้าง แอบเขินที่ได้ไปส่งบ้านกับเพชรพลอยเองฃ คิรินทร์ยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุขุมแต่แฝงความห่วงใย “พี่ไปเป็นเพื่อน” ขณะนั่งรถไปยังบ้านของพลอยใส บรรยากาศในรถเงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น คิรินทร์เล็กน้อย ๆ โอบไหล่เพชรพลอยจากด้านหลัง เธอเผลอยิ้มในใจ ไม่อยากยอมรับแต่ก็อุ่นใจ เมื่อถึงบ้านของพลอยใส คิรินทร์ลงจากรถช่วยถือของให้พลอยใสและเพชรพลอย พลอยใสยกมือไหว้เขาเล็กน้อยด้วยความเกรงใจ แต่สายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม “ขอบคุณนะคะ” พลอยใสเอ่ยเสียงเบา เขาพยักหน้าเบา ๆ แอบเหลือบมองเธอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่ว “ไปเถอะ เดี๋ยวเจอหน้ากันพรุ่งนี้ที่บริษัท” คิรินทร์หันมามองเพชรพลอยที่นั่งเบาข้างหลังแล้วยิ้มมุมปาก "ส่วนพวกเราก็กลับบ้านได้แล้ว เพชรพลอยพยักหน้า แล้วหัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้สบตาเขาในตอนนั้น --- บ้านคิรินทร์
เพชรพลอยขยับตัวบนเตียงนุ่ม ก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ แสงแดดยามเช้าสะท้อนผ่านม่านบาง เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย…นี่ไม่ใช่ห้องเธอ ผ้าปูที่นอนสีเข้ม เตียงกว้าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายลอยอ่อน ๆ เธอผุดลุกขึ้นนั่งทันที “นี่… ห้องใครเนี่ย… คุณ—” คำว่า “คุณ” ยังไม่ทันหลุดปากจบดี คิรินทร์ที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมผมที่ยังเปียกนิด ๆ ก็หันมา เขายิ้มมุมปาก “ใครคือคุณ พูดใหม่สิ” เพชรพลอยชะงัก หน้าแดง “เอ่อ… ฉัน—” “เพชรพลอย” เขาขมวดคิ้วอย่างเอาเรื่องแต่แฝงความเอ็นดู “ พี่คิณ พูดแบบนี้ ” เพชรพลอยหน้าแดงกว่าเดิม รีบก้มหน้า “ค่ะ… พี่คิณ” คิรินทร์ยิ้มพอใจ ท่าทางเหมือนเจ้าแมวยักษ์ที่ได้ของเล่นคืน “ดีมาก ต่อไปนี้อย่าเผลอเรียกว่าคุณอีกล่ะ เข้าใจมั้ยคะ?" “ค่ะ…” เธอตอบเบา ๆ แทบไม่กล้าสบตา “งั้นฉัน—เอ่อ… หนูไปล้างหน้าก่อนนะคะ!” เธอรีบวิ่งเข้าห้องน้ำแทบจะสะดุดพรม ทำเอาคิรินทร์หัวเราะเบาๆ กับความลนลานน่ารักๆ ของเธอ --- ตัดมาที่ชั้นล่าง แม่ของคิรินทร์นั่งรออยู่บนโซฟาเหมือนรู้อยู่แล้วว่าเพชรพลอยจะลงมาช้าเพราะเขิน เมื่อเพชรพลอยเดินลงมา เธอก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ตื่นแล้วเหรอลูก เมื่อคืนเหนื







