แชร์

บท12

ผู้เขียน: Jammy Witty
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-26 20:32:36

บท 12

 

“สวัสดีค่ะพี่ลิตา” ฉันกล่าวทักทายพี่ลิตา ที่กำลังจะเดินเข้าห้องทำงานของตัวเอง

“มาซะเช้าเลย ยังไม่ถึงเวลาเริ่มงานเลยนะ” ลิตาทักขึ้น เพราะที่บริษัทนี้เข้างานเก้าโมง แต่เธอมาทำงานตั้งแต่แปดโมง ซึ่งมันเป็นเวลาที่เช้ามาก

วันนี้ฉันมาทำงานที่บริษัทด้วยความกระตือรือร้น เพราะอาทิตย์นี้ เป็นอาทิตย์ที่ท่านประธานจะมาทำงานแล้ว แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมาวันไหน

“อยากตั้งใจทำงานน่ะค่ะ” ฉันอยากตั้งใจทำงานจริง ๆ นะ ฮิฮิ

“ยังเช้าอยู่เลย ทานอะไรมารึยัง”

“ยังเลยค่ะ” ปกติฉันก็ไม่ค่อยได้ทานข้าวเช้าอยู่แล้ว เพราะกว่าจะตื่นก็เกือบเที่ยง ข้าวเช้าก็เลยรวมไปกับข้าวเที่ยงไปโดยปริยาย

“งั้นไปทานที่ร้านของมาร์คกันเถอะ เดี๋ยวพี่เอาเอกสารไปเก็บก่อนและเดี๋ยวไปพร้อมกัน” พี่ลิตารีบเดินไปเก็บของที่ห้องโดยที่ไม่รอฟังคำตอบจากฉันเลย ฉันไม่อยากไปร้านนั้นนะ

..........................................................................................................

 

กริ๊ง

 

“มาร์คเปิดร้านรึยัง” เราสองคนเปิดประตูเข้ามาในร้าน พี่ลิตาก็ร้องเรียกหาเจ้าของ เพื่อที่จะถามว่าร้านพร้อมเปิดรึยัง

“อ่าว พี่ลิตา น้องกีวี่ก็มาด้วยเหรอ หาที่นั่งกันก่อนสิ ร้านยังไม่เปิดหรอก พ่อครัวยังไม่มาน่ะ” มาร์คหรือเจ้าของร้าน เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์เก็บเงิน เขาดูเหมือนกำลังยุ่งอยู่กับการเคลียร์อะไรสักอย่าง เพื่อที่จะได้พร้อมกับการเปิดร้าน

“ว่าจะมาหาข้าวทานซะหน่อย”

“งั้นเราไปทานร้านอื่นกันดีไหมคะพี่ลิตา” ฉันรีบเสนอไปทันที เพราะไม่อยากอยู่ที่นี่นานสักเท่าไหร่และโอกาสก็มาพอดี ร้านของพี่มาร์คยังไม่เปิด พ่อครัวก็ไม่มี งั้นใครจะมาทำให้ทานละ นอกจากไปทานร้านอื่น

“ไม่ต้องหรอกน่า”

“ทำไมคะ? พ่อครัวยังไม่มาไม่ใช่เหรอ” ฉันรีบหันไปทางพี่มาร์คแทบจะทันที ทำไมมีแต่คนชอบมาขัดขวางฉันจังเลยนะ ชาติที่แล้วฉันไปทำอะไรไว้กับใครรึไง

“เดี๋ยวทำให้ทานเอง พี่ทำอาหารอร่อย จำไม่ได้เหรอ”

 

 หกปีที่แล้ว

 

‘พี่มาร์ค หนูหิวอะ ทำอะไรให้กินหน่อยสิ’ ฉันเดินเข้าไปอ้อนพี่มาร์ค จริง ๆ ก็ไม่หิวอะไรมากมายหรอก แค่อยากอ้อนเฉย ๆ

‘อยากกินอะไรละ เดี๋ยวพี่จะไปทำให้เดี๋ยวนี้เลย’ พี่มาร์คไม่เคยขัดฉันเลย ไม่ว่าฉันจะต้องการอะไร เขาก็พร้อมจะทำให้ฉันตลอด โดยที่ไม่เคยบ่นสัดนิดเดียว

‘อืม......เอาเป็นข้าวหมูหวานก็ได้ค่ะ’

‘โอเค ไปนอนรอพี่ที่โซฟาก็ได้ ถ้าพี่ทำเสร็จแล้ว เดี๋ยวพี่เอาไปให้นะ’ พี่มาร์ค เดินไปทางห้องครัว เพื่อที่จะไปทำข้าวหมูหวานให้ฉัน

ตอนนี้ฉันอยู่ที่ห้องของพี่มาร์ค ทางบ้านพี่เขาค่อนข้างที่จะมีฐานะพอสมควร ห้องที่เขาอยู่เลยค่อนข้างที่จะกว้าง มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นและเคาน์เตอร์ครัวแยก

‘ไม่เอาอะ หนูอยากไปดูพี่ทำ ไปเร็ว หิวแล้ว ๆ’

‘ก็ได้ ๆ นั่งรอตรงนี้ละกัน’ พี่มาร์คจับฉันให้นั่งหน้าเคาน์เตอร์ แล้วเขาก็เข้าไปทำอาหารให้ฉัน ส่วนฉันก็นั่งมองเขาจากตรงนี้นี่แหละ

เขาเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมาก ๆ จนฉันคิดว่าชาตินี้ฉันคงหาผู้ชายดี ๆ แบบนี้จากที่ไหนไม่ได้แล้วละ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันได้คิดและวาดฝันเอาไว้ ก็จบลงที่วันนั้น วันที่ฉันบอกเลิกเขาและอยากจะลบเขาให้ออกจากความทรงจำตลอดไป...........

..........................................................................................................

 

“จำไม่ได้หรอกค่ะ พอดีเป็นคนความจำสั้น จะไปทำอะไรให้กินก็ไปเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะเข้างานสาย” ทำไมอยู่ดี ๆ ก็ไปคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ละเนี่ย อยากจะลืมแต่กลับไม่เคยลืมซะงั้น

“อะ....อ่อ ได้สิ เดี๋ยวพี่จะรีบไปทำให้เลย พี่ลิตาอยากทานอะไรครับ” พี่มาร์คหน้าเจื่อนอย่างเห็นได้ชัด เธอตัดขาดจากเขาถาวรแล้วสินะ แต่กลับเป็นเขาเอง ที่ไม่เคยลืมเธอได้เลย

“พะ.....พี่เอาผัดกะเพราก็ได้จ่ะ ฝากด้วยนะ” ลิตาได้แต่นั่งเกร็ง โดยไม่กล้าขยับมากมาย เพราะบรรยากาศตอนนี้มันมาคุจนตัวเธอหดลงเหลือแค่หนึ่งนิ้วเท่านั้น สองคนนี้เจอกันทีไรบรรยากาศเป็นแบบนี้ทุกที

“เดี๋ยวผมไปทำให้นะ รอแป๊บเดียว” พี่มาร์ครีบเข้าห้องครัวไป เพื่อที่จะไปทำอาหาร เพราะกลัวพวกเราจะรอนาน

 

ยี่สิบนาทีผ่านไป

 

“มาแล้ว ๆ” พี่มาร์คถืออาหารสองจานออกมาจากทางห้องครัวและรีบเดินมาทางโต๊ะที่ฉันกับพี่ลิตานั่งอยู่

 

“กลิ่นหอมโชยมาเลย มา ๆ วางเลย ๆ ” ฉันนั่งฟุดฟิดอยู่อย่างนั้น เพราะกลิ่นมันหอมจริง ๆ แต่ฉันก็ต้องเก็บอาการไว้ก่อน จะให้เขารู้ว่าฉันอยากกินไม่ได้

“นี่ของพี่นะครับและนี่ของวี่นะ พี่ทำข้าวหมูหวานมาให้ อร่อยเหมือนเดิมแน่นอน” พี่มาร์หยิบจานข้าวที่ด้านหน้าโปะด้วยหมูหวานที่หอมชวนทานสุด ๆ

“งั้นเหรอคะ พอดีว่าจำรสชาติเดิมไม่ได้แล้วค่ะ โทษที” ฉันหยิบจานข้าวมาและตักเข้าปาก รสชาติเหมือนเดิมจริง ๆ แฮะ

ฉันกับพี่ลิตารีบทานรีบกลับ เพราะว่าใกล้จะถึงเวลางานแล้ว

“มา วันนี้พี่จะสอนตอบ - รับอีเมลและจัดตารางนัดนะ”

“มาเลยค่ะ พร้อมมาก!!”

พี่ลิตาอยู่สอนงานฉันสักพัก ฉันก็เริ่มเข้าใจและทำเอง มีคนส่งอีเมลมาทั้งวันฉันเลยต้องเข้ามาเช็กเป็นระยะ ถ้าว่างฉันก็จะทำตารางนัด ว่ามีนัดวันไหนบ้าง

ฉันเรียนรู้งานค่อนข้างที่จะเร็ว เพราะส่วนมากก็งานประเภทที่ฉันทำประจำอยู่แล้ว อาจจะมีปวดหัวเกี่ยวกับจัดตารางนัดนิดหน่อย เพราะมีนัดค่อนข้างเยอะและต้องเช็กให้ละเอียด คอนเฟิร์มนัดที่แน่นอน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด

ฉันเรียนรู้เกี่ยวกับงานนี้ประมาณสองวันก็เริ่มคล่องแล้ว มันไม่ได้ยากเท่าไหร่แค่ต้องการความละเอียดเฉย ๆ

"วันนี้พี่จะสอนเกี่ยวกับเอกสารเสนอลายเซ็นท่านประธานนะ เอกสารทุกอย่างก่อนที่จะให้ท่านประธานเซ็น จะต้องผ่านมือเธอก่อน เพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อย คำผิดเนื้อหาข้างใน จะต้องตรวจอย่างละเอียด แล้วค่อยรวบรวมไปให้ท่านประธานเซ็น ถ้าเป็นเอกสารสำคัญหรือเร่งรีบก็ให้เอาไปให้เซ็นได้เลย โดยการที่เธอเอาขึ้นไปให้เลขาหน้าห้อง เลขาหน้าห้องก็จะเอาไปให้ท่านประธานเซ็นอีกที" พี่ลิตาอธิบายละอียดยิบ เพราะปกติตำแหน่งนี้ เธอไม่ค่อยได้สอนอะไรมาก เพราะบางคนก็ไม่เคยมาของานกับเธอเลย อย่างคนล่าสุดที่เป็นเลขาตอนนี้ ตอนฝึกหัด เธอก็ไม่เคยมาของานสักครั้ง เอาแต่นั่งอยู่เฉย ๆ ที่โต๊ะของตัวเอง พวกงานรวบรวมเสนอลายเซ็นพวกนี้ เธอเลยต้องเป็นคนทำแทน

แต่พอมีกีวี่เข้ามา เธอมักจะมาของานทำเสมอ ก็เลยให้ลองทำงานนี้ดู สรุปก็คือ เธอทำมันได้ดีและเรียนรู้ได้เร็ว ตั้งใจทำงานมาก ๆ เธอก็เลยต้องตั้งใจสอนงานเธอให้ดีเหมือนกัน

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ“ยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม.......สวยมากครับ อีกรูปนะครับ........” เสียงตากล้องสั่งโพสท่าทางอย่างมืออาชีพ เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัว ๆ ราวกับว่าอยากจะเก็บภาพทุกช็อตทั้งวันนี้ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าคนรู้จักเยอะจริง ๆ ส่วนมากไม่ใช่ของฉันหรอก เป็นทางฝั่งเขาซะมากกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของฉันที่ดองมากว่าห้าปี เพราะไหนจะรอคลอดลูก รอรักษาหุ่น รอลูกวิ่งได้ แต่เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปตรวจเจอว่าท้องลูกคนที่สองอีก ไม่ต้องรักษาแล้วหุ่นอะไรนั่นน่ะ จัด ๆ ไปเถอะ เอาลูกเข้าเฟรมให้หมดทุกคนไปเลย“วันนี้เพื่อนฉันสวยที่สุด! ไม่มีใครสวยได้เท่าแกแล้วคุณแม่ลูกสอง” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอรับแขกที่มาร่วมงานงานแต่ง ยัยลินก็เดินถือแก้วน้ำมาให้ฉัน เพราะตั้งแต่งานเริ่มฉันก็เอาแต่นั่งถ่ายรูปมาหลายชั่วโมงแล้ว“เหนื่อยสุด ๆ เลย นั่งจนเมื่อยก้นแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้เข้าพิธีสักทีนะ อยากกลับไปนอนจะแย่” ฉันนั่งทุบ ๆ ไหล่ตัวเองไปมา ช่วงนี้คนน่าจะมากันใกล้หมดแล้วละ มีเวลาได้พักหายใจหายคอหน่อย“อีกครึ่งชั่วโมงก็เข้าพิธีแล้ว ทนอีกนิดนะ........” อลินซับเหงื่อตามใบหน้าให้ฉันและแต่งเติมเพิ่มเข้าไ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 2/2

    “เซอร์เวย์.........”“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการให้เอง” ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปากขอร้องออกไป เซอร์เวย์ก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะขอและหันไปสั่งให้เอเดนจัดการ “การเรียนเธอเป็นยังไง?”“ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ”“หางานตำแหน่งที่ว่างในบริษัทให้เธอ ที่พักด้วย........”“ครับบอส....”“คุณ....จะให้ฉันทำงานในบริษัทจริง ๆ เหรอคะ! ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ฉันสัญญาว่าจะกลับตัวและไม่ทำเรื่องแบบนั้นอีก” หญิงสาวแววตาเปลี่ยนทันที เพราะการที่ครอบครัวของเธอมีประวัติแบบนี้ก็คงจะหางานทำได้ยาก ยิ่งเธอต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้อีกคงได้อดตายกันก่อนพอดี“เธอก็ตั้งใจทำงานซะ นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอ รักษามันไว้ให้ดีล่ะ” ฉันทนเห็นญาติผู้น้องคนนี้อดตายไปไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าเรื่องสมัยก่อนเธอจะทำฉันไว้เจ็บแสบก็เถอะ แต่เดี๋ยวฉันค่อยไปเอาคืนทีหลังก็ได้ ยังมีเวลาอีกเยอะ“ขอบคุณนะกีวี่” ขอแค่เพียงให้เธอได้เจอโลกใบใหม่ ฉันก็เชื่อว่าเธอต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้แน่นอน“กลับบ้านกันเถอะ” เซอร์เวย์ยื่นมือมาที่ด้านหน้าของฉันและมองด้วยสายตาที่อ่อนโยนราวกับว่าต้องการให้ฉันละลายลงไปที่พื้นให้ได้“อื้ม......กลับบ้านของเราก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 1/2

    บท 67 THE END “กีวี่!!! มาช่วยน้าใช่ไหม น้าไม่ได้เป็นคนทำ” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมา ฉันมองไปทางที่มาของเสียงก็พบกับสองผัวเมียและผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ในห้องขัง “มันเป็นคนขับไปชน น้าแค่โดนบังคับ มัน........อั่ก!!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางนั่นก็กระเด็นไปติดกำแพงอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้คนบริเวณนั้นไม่น้อย “เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คาบข่าวเกี่ยวกับเงินมาบอกกู มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างไม่ใช่รึไง!!” พอถึงเวลาก็โยนขี้ใส่กัน น่าสมเพชจริง ๆ เลยนะคนพวกนี้ ฉันเดินหนีไปโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก วันนี้ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าเอาเรื่องในชีวิตจริงของฉันมาแต่งเป็นนิยายให้คนทั่วไปได้อ่านมันคงจะน่าอดสูไม่น้อยเลย พ่อแม่ตาย ฉันก็ดันมาความจำเสื่อมไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฆาตกรที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่อีก คงไม่มีใครดวงกุดไปกว่าฉันแล้วละ แต่ก็ยังมีเรื่องที่นับว่าโชคดี อย่างเรื่องที่ฉันได้เจอคนดี ๆ อย่างพี่ลัน ยัยลินและครอบครัวพวกเขาดีกับฉันทุกอย่างเหมือนคนในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ และอีกห

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 2/2

    “เรื่องสิบสี่ปีก่อนกูโง่เองแหละที่ยอมทำตามคำสั่งของมึง มันฝังใจกูมาตลอดที่ไปช่วยคนชั่วอย่างมึง แล้วตอนนี้มึงก็ยังจะไปฆ่าเด็กคนนั้นอีก กูทนต่อไปไม่ไหวแล้วว่ะ กลับตัวตอนนี้มันก็ยังไม่สาย มึงยอมรับสารภาพซะเถอะ” บทสนทนาของสองพี่น้องยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆการที่ได้เป็นพ่อคนมันทำให้เขาสำนึกขึ้นมาได้ว่าในตอนนั้นเขาได้ทำสิ่งที่มันร้ายแรงที่สุดลงไป แต่จะให้กลับไปแก้ไขอะไรตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือยอมรับผิดและรับโทษในสิ่งที่ได้ทำลงไปและที่สำคัญที่สุดคือ เขาจะต้องขอโทษเด็กคนนั้นให้ได้“ไอ้น้องทรยศ!!!” คุณตำรวจได้แต่นั่งถอนหายใจกับพฤติกรรมของพี่ชายที่ถูกเลี้ยงอย่างเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กไม่ว่าเขาจะเอาอะไร คนในบ้านก็จะหามาให้ทุกอย่าง พอไม่ได้ดั่งใจก็จะโวยวาย จนคนในครอบครัวไม่มีใครกล้าขัด มันคงเป็นสันดานเสียที่เริ่มต้นจากพื้นฐานครอบครัวนี่แหละ“พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ ขอบคุณที่ยอมรับผิดและมอบหลักฐานให้นะครับ” หลังจากที่เอเดนพาสองผัวเมียคู่นั้นมาส่งไว้ที่สถานีตำรวจที่มีนายตำรวจคนนั้นประจำการอยู่ เอามาฝากขังไว้ ก่อนที่จะลากลับไป แต่ก็ยังคงให้ลูกน้องเฝ้าบริเวณโดยรอบเอาไว้........

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 1/2

    บท 66 “มึงเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งตัวเกร็งและเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “แล้วมึงละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านหลังนี้” ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปใกล้กว่าเดิม เพื่อหมายจะเอาชีวิต “กะ.....กูเป็นญาติเจ้าของบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าเพราะเกิดจากความเครียดและความกลัวตาย “งั้นเหรอ.......” “คุณคะ ทำไมไม่ขึ้นมานอนสักที พรุ่งนี้..........นี่มันอะไรกัน....” ยังไม่ทันที่เซอร์เวย์จะได้พูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน เธอมองเข้ามาในความมืดเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นสามีของเธอกำลังนั่งอยู่และมีผู้ชายอีกคนที่กำลังจ่อกระบอกปืนไปที่หัวของผู้ที่เป็นสามีของเธอ “บอสครับ เราได้หลักฐานมาแล้วครับ แล้วคนคนนั้นก็ยอมรับผิดแล้ว” เอเดนเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เจ้านายฟัง “หลักฐานบ้าอะไรของแกวะ....” “อย่าขยับเยอะสิเดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก ไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมา” เอเดนทำตามคำสั่งของเจ้านายและเดินไปจับตัวหญิงวัยกลางคนไว้ “แกจะมายุ่งกับฉันทำไม!!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เธอเอาแต่โวยวายและไม่ยอมให้เอเดนจับและ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท65

    บท 65 “เธอกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไปแย่งมาตอนไหน.........” “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปสิฟาง ใครกันแน่ที่ทำตัวเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นพี่มันก็โง่เองแหละที่ปล่อยกีวี่ให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ พี่ไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกมาบังคับให้พี่ต้องเลิกกับวี่” มาร์คระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่าน ที่เขาต้องคอยมาโทษตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ เพียงเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว “หึ พี่พูดอย่างนี้เพราะอยากจะตัดขาดกับฟางเหรอคะ? พี่อย่าลืมสิถ้าพ่อฟางถอนหุ้นออกให้หมด บริษัทของพ่อพี่มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ลืมไปแล้วเหรอ?” “เธออยากจะบอกให้พ่อเธอถอนออกไปก็แล้วแต่ โทรเลยสิพี่รอฟังอยู่......” พี่มาร์คทำหน้าท้าทายให้เธอรีบ ๆ กดโทรไปบอกพ่อเธอซะ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวก็เอาเลยสิ “นี่มัน มันเรื่องอะไรกัน หนูฟางทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ หนูเป็นอะไรไปทำไมถึงไปพูดขู่พี่เขาแบบนั้น........มาร์ค” คุณป้าได้แต่ยืนอึ้งกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะให้มาเป็นลูกสะใภ้ที่สวย เรียบร้อย อ่อนน้อมเหมือนที่เธอแสดงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท13

    บท 13"คือพวกเอกสารเสนอลายเซ็นต่าง ๆ จะส่งมาที่นี่และเราก็ต้องทำการตรวจสอบแล้วก็ส่งไปให้เลขาข้างบนอีกทีเหรอคะ ทำไมเลขาคนนั้นถึงไม่ทำเองละคะ?" ถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็ไม่ได้เจอท่านประธานน่ะสิ แล้วทำไมงานพวกนี้เลขาถึงไม่ทำเองล่ะ ให้เลขาฝึกหัดทำเนี่ยนะ งั้นงานเลขาก็สบายเลยสิ เพราะฉันแทบจะทำทุกอย่างของงานเล

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท11

    บท 11 “ว๊าว เก่งเหมือนกันนะเนี่ย” พี่ลิตาเอ่ยปากชมพร้อมกับปรบมือให้ฉันลิตาคิดว่าคนนี้เป็นคนเก่งแน่นอน จำได้ละเอียดขนาดนี้ คงจะได้คนทำงานจริง ๆ แล้วละ“ชมซะเขินเลยค่ะ ว่าแต่งานต่อไปให้ทำอะไรเหรอคะ?” ฉันพร้อมที่จะทำงานมาก ๆ จนแทบจะลืมจุดประสงค์ที่มาทำงานที่นี่ ตั้งแต่มาฉันยังไม่เคยเห็นท่านประธาน

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท10

    บท 10 พี่มาร์คและพี่ลิตาได้แต่ทำหน้าเจื่อน ๆ และได้แยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง พี่ลิตาก็ก้มหน้าลงทานก๋วยเตี๋ยวโดยที่ไม่ได้ถามอะไรฉันทั้งนั้น ทั้งที่ฉันพึ่งจะทำกิริยาแบบนั้นออกไปฉันรู้ว่าเป็นกิริยาที่ไม่น่ารัก แต่จะให้ฉันแสร้งทำเป็นยิ้มต่อหน้าคนที่เคยทำฉันเจ็บไว้ไม่ได้หรอก ฉันเล่นละครไม่เก่ง

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท9

    บท 9 “เลขาฝึกหัด?”“ใช่จ่ะ เลขาฝึกหัด พอดีงานเลขาที่นี่เปลี่ยนคนค่อนข้างบ่อย สองสามเดือนเปลี่ยนทีน่ะ เลยต้องฝึกไว้ก่อน” เธอรู้ดีว่างานเลขาที่นี่ไม่ค่อยได้ทำงานบริษัท แต่ทำงานอย่างอื่นซะมากกว่า เลยต้องรับสมัครบ่อย ๆ แถมเธอยังโดนนายหญิงใหญ่ของที่นี่สั่งมาอีก ว่าให้หาคนที่คิดจะมาทำงานจริง ๆ หน่อย ไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status