Share

บท13

Penulis: Jammy Witty
last update Tanggal publikasi: 2026-01-26 20:32:56

บท 13

 

"คือพวกเอกสารเสนอลายเซ็นต่าง ๆ จะส่งมาที่นี่และเราก็ต้องทำการตรวจสอบแล้วก็ส่งไปให้เลขาข้างบนอีกทีเหรอคะ ทำไมเลขาคนนั้นถึงไม่ทำเองละคะ?" ถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็ไม่ได้เจอท่านประธานน่ะสิ แล้วทำไมงานพวกนี้เลขาถึงไม่ทำเองล่ะ ให้เลขาฝึกหัดทำเนี่ยนะ งั้นงานเลขาก็สบายเลยสิ เพราะฉันแทบจะทำทุกอย่างของงานเลขาแล้ว

"มันยากจะอธิบายน่ะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวเธออยู่ไปสักพักก็จะรู้เองนะ เดี๋ยวพี่ไปเอาเอกสารทั้งหมดมาให้นะ" เธอก็ยากที่จะอธิบายเรื่องนี้เหมือนกัน มันไม่ใช่เรื่องที่จะพูดออกมาได้ง่าย ๆ น่ะ

"เดี๋ยวฉันไปช่วยค่ะ" ฉันรีบเดินตามพี่ลิตาไปที่ห้อง เพื่อที่จะไปช่วยหยิบเอกสารทั้งหมด มาไว้ที่โต๊ะของฉัน

เอกสารเสนอขอลายเซ็นมีค่อนข้างที่จะเยอะ ฉันต้องมาไล่เช็กทีละหน้า เพื่อที่จะให้มันผิดพลาดน้อยที่สุด

พี่ลิตาบอกว่าให้รวบรวมเอาไปให้เซ็นทีเดียว จะได้ไม่เป็นการรบกวนท่านประธานจนเกินไป

ฉันก็เลยรอให้ถึงวันศุกร์แล้วค่อยเอาไปให้เลขาหน้าห้อง ทั้งอาทิตย์นี้ฉันยังไม่เจอท่านประธานหรือเซอร์เวย์เลย หรือว่าอาทิตย์นี้เขาจะไม่มาแล้วนะ นี่ก็วันศุกร์แล้ว เขาน่าจะไม่มาแล้วละ อาจจะเหนื่อยจากการทำงานก็ได้ แต่อาทิตย์หน้าต้องได้เจอแน่นอน

ฉันต้องแบกเอกสารทั้งหมดขึ้นไปให้เลขาที่ชั้นบน เอกสารเยอะพอสมควร ฉันแบกขึ้นไปอย่างทุลักทุเล กว่าจะถึงหน้าห้อง แต่พอฉันมาถึงกลับไม่เห็นใครอยู่หน้าห้องเลย เจอแต่โต๊ะ คนหายไปไหนก็ไม่รู้

"อ๊า….เสียวจังเลยค่ะ" ในตอนที่ฉันกำลังจะเดินลงไป เพราะชั้นที่ฉันอยู่กับห้องประธานห่างกันแค่ชั้นเดียว ฉันเลยไม่อยากใช้ลิฟต์ให้มันเปลืองค่าไฟ คงเป็นนิสัยติดประหยัดหรือขี้งกของฉันเองแหละ

เสียงครวญครางดังแว่วออกมาจากในห้อง ที่มีอยู่ห้องเดียวทั้งชั้น

…..ใช่ มันดังออกมาจากห้องประธานบริษัท

ฉันค่อย ๆ เดินกลับไปทางเดิม ก็คือห้องของท่านประธานและเอาหูไปแนบที่ประตู เพื่อที่จะฟังให้ชัด ๆ อีกครั้ง ว่ามันเป็นแบบที่คิดรึเปล่า

"อ๊าาา....." โอ้วว ชัดเจนเต็มสองรูหู

 

โครม!!!

 

เสียงของล้มระเนระนาดดังขึ้น แต่หาใช่เสียงของคนใน กลับเป็นเสียงของคนข้างนอกที่กำลังแอบฟัง ได้ลนลานและทำเอกสารที่ขนมาทั้งหมดล่วงไปกองกับพื้น

“ใคร!!!” เสียงเหี้ยมไม่สบอารมณ์ตะโกนลั่น ทำเอาคนด้านนอกแทบจะไม่กล้าขยับตัวไปไหน

“แมวค่ะ เมี้ยว!” ใจฉันตอนนี้วิ่งลงไปถึงชั้นล่างเรียบร้อย แต่ติดอยู่ที่ขาเจ้ากรรมนี่แหละ มันไม่ยอมไปด้วย ไอ้ขาทรยศ!

“ฉันเป็นเพื่อนเล่นเธองั้นเหรอ!! เข้ามานี่!!!” เสียงใครวะ แม่งดุฉิบหาย น่ากลัวแบบนี้ใครจะกล้าเข้าไปกัน

“ไม่เข้าไปได้ไหมคะ จะรีบลงไปเดี๋ยวนี้เ.........ว้าย!!!” ยังพูดไม่ทันที่จะจบ กลับมีแรงดึงมหาศาล กระชากฉันให้เข้าไปในห้องนั้นและเสียงล็อกกลอนประตูก็ดังตามมาติด ๆ

“ก็บอกว่าจะลงแล้วยังไงละคะ.........” ฉันรีบหันกลับไปทางประตู เพื่อที่จะดูว่าใครเป็นคนกระชากฉันเข้ามา

“ฉันบอกให้เธอลงไปงั้นเหรอ ทำตำแหน่งอะไร” เขาพูดพร้อมกับเดินไปที่โซฟาและนั่งลงมองฉันด้วยสายตาที่เยือกเย็น ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกันอย่างนั้นแหละ

“ทะ.....ทำไมถึง......” ฉันยืนพึมพำอยู่กับตัวเองโดยที่ไม่ได้สนใจคำถามของเขาด้วยซ้ำ

ทำไมถึงได้เปลี่ยนเป็นคนละคนเลยนะ ทำไมกัน

ผู้ชายที่ดูอบอุ่น แสนดีคนนั้นไปไหนแล้ว ที่ฉันได้เห็นและได้มองอยู่ตอนนี้ คือผู้ชายที่กำลังทำเรื่องอย่างว่าที่บริษัทของตัวเองและคนที่ทำด้วยก็คือเลขาคนนั้น!

ฉันเริ่มทบทวนความคิด คำที่พี่ลิตาเคยบอกว่า ‘เลขาที่นี่ไม่ค่อยได้ทำงานสักเท่าไหร่’ ‘ถ้าเธอได้เป็นเลขาเต็มตัวก็จะรู้เอง’

อ๋อ! มันเป็นแบบนี้เองสินะ พี่ลันคงจะพูดถูกทุกอย่าง เขามันก็คงเป็นพวกสร้างภาพ การละคร 

“ทำไมอะไรของเธอ ไม่ได้ยินที่ฉันพูดรึไง” ฉันได้กลับมาสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง เพราะเสียงเรียกของเขา

“ค่ะ พอดีช่วงนี้หูตึง” ฉันได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้แล้ว ก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องทำดีต่อไปแล้วละ

“อ่องั้นเหรอ ไม่สวยแถมยังจะหูตึงอีก น่าสมเพชจริง ๆ ” ตอกย้ำฉันเข้ามาอีกสิ จะได้ตัดใจได้เร็วขึ้น

“ไม่สวยก็ไม่ได้ไปหนักหัวใครนะคะ” ฉันสวนกลับด้วยถ้อยคำที่ดูซอฟต์ ๆ แต่เต็มไปด้วยคำที่แดกดัน ใครจะยอมโดนด่าคนเดียวละ

“หึ ปากเก่งดีนี่ ฉันถามว่าเธอทำงานตำแหน่งอะไร” ท่าทางนี่มันน่าหมั่นไส้จริง ๆ

“ตอนแรกก็ทำเลขาฝึกหัดค่ะ แต่พึ่งจะมารู้เร็ว ๆ นี้ว่าตำแหน่งเลขางานมันเหนื่อยขนาดนี้ เหงื่อท่วมตัวเลยนะคะ คุณเลขา งานก็ไม่ได้ทำ แต่ทำไมเหงื่อออกเยอะแบบนี้ล่ะคะ พึ่งออกกำลังกายลุกนั่งมาใช่ไหมคะ หื้ม” ฉันหันไปทางคุณเลขา ที่ฉันต้องมาทำงานทั้งหมดให้ แต่เธอกลับมาเล่นกีฬาในร่มกับท่านประธานอยู่บนนี้ เงินเดือนก็ได้เยอะกว่าฉัน มีแต่ฉันที่ทำงานงก ๆ อยู่คนเดียวรึไง

“นี่!! แก....” ยัยเลขานมโตนั่นทำท่าจะเดินมาหาเรื่องฉัน

“ออกไปก่อนลีน่า”

“แต่ลีน่า......” เธอหยุดชะงักและมองไปทางท่านประธานที่นั่งอยู่

“ออกไป” เขาสั่งเฉียบขาด เป็นการบอกว่าจะไม่มีการพูดครั้งที่สามอีก

คุณเลขานมโตก็เดินออกจากห้อง แต่ก่อนจะออกไปก็ยังไม่วายที่จะมองหาเรื่องฉัน แต่ฉันกลัวที่ไหนละ

มาสิ แม่จะตบให้นมยุบเลย

“แล้วฉันออกไปได้รึยังคะ ยืนจนเมื่อยแล้วค่ะ” ทันทีที่เลขานั่นออกไป ฉันก็เปิดประเด็นถามเขาทันที เพราะขี้เกียจจะเห็นหน้าเขาแล้ว

“ชอบแอบดูคนอื่นนักไม่ใช่รึไง ก็ยืนต่อไปสิ” เขาสั่งพร้อมกับหยิบหนังหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านอย่างสบายอารมณ์ ไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรทั้งนั้น มีแต่ฉันนี่แหละ ที่ตอนนี้มันร้อนรุ่มสุมอยู่ในอก จนอยากจะระเบิดมันออกมาซะให้ได้

 

15 นาทีก่อนหน้านี้

 

“ลิตา” เสียงเปิดประตูพร้อมกับเสียงเรียกโดยไม่ได้ส่งสัญญาณมาก่อน ทำให้คนที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะตกใจ

“คุณนาย!! มาทำอะไรที่นี่คะ จะเข้ามาทำไมไม่บอกกันก่อน ลิตาไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลยค่ะ” ลิตารีบลุกมาจากงานตรงหน้าและมาหาคุณนายหรือคุณแม่ของท่านประธานซะก่อน

“มาดูอะไรนิดหน่อยน่ะ” คุณนายทำท่าชะเง้อมองตรงนู้นที ตรงนี้ที เหมือนกำลังหาอะไรสักอย่าง แต่ก็หาไม่เจอสักที

“หาอะไรอยู่เหรอคะ เดี๋ยวลิตาช่วยหา” ลิตาสังเกตเห็นว่าคุณนายมองไปทางโต๊ะของเลขา มาหากีวี่งั้นเหรอ

เธอได้แต่คิดและคาดเดาอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป ตรง ๆ

“เลขาคนใหม่อยู่ไหนล่ะ ฉันรีบมาดู เพราะเธอบอกว่าคนนี้ตั้งใจมาทำงานแน่นอน แต่ตอนนี้หายไปไหนซะแล้ว” ถูกเป๊ะ ทำไมเวลาซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้บ้างนะ

“อ๋อ....เอาเอกสารไปส่งที่ห้องท่านประธานน่ะค่ะ เดี๋ยวสักพักก็คงจะลงมา คุณนายเชิญนั่งพักก่อนนะคะ” ลิตาตอบไปตามตรง เพราะก่อนที่เธอจะเอาเอกสารขึ้นไปส่ง เธอได้มาบอกไว้ก่อนแล้ว

“เซอร์เวย์ไม่อยู่ไม่ใช่เหรอหรือว่ากลับมาแล้ว”

“ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ เห็นว่ากลับอาทิตย์นี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าวันไหนเหมือนกัน” เธอไม่ใช่คนทำตารางที่แน่ชัด เลยไม่ได้รู้ละเอียดขนาดนั้น

“แม่เลขาข้างบนนั่นก็คงไม่รู้อะไรเหมือนกันสินะ ถามอะไรไปก็คงจะไม่รู้เรื่องอยู่ดี เปลืองเงินเดือนจริง ๆ ” ลิตาได้แต่ยืนส่งยิ้มแห้ง ๆ และภาวนาให้กีวี่ลงมาเร็ว ๆ อึดอัดจะตายอยู่แล้ว

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ“ยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม.......สวยมากครับ อีกรูปนะครับ........” เสียงตากล้องสั่งโพสท่าทางอย่างมืออาชีพ เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัว ๆ ราวกับว่าอยากจะเก็บภาพทุกช็อตทั้งวันนี้ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าคนรู้จักเยอะจริง ๆ ส่วนมากไม่ใช่ของฉันหรอก เป็นทางฝั่งเขาซะมากกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของฉันที่ดองมากว่าห้าปี เพราะไหนจะรอคลอดลูก รอรักษาหุ่น รอลูกวิ่งได้ แต่เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปตรวจเจอว่าท้องลูกคนที่สองอีก ไม่ต้องรักษาแล้วหุ่นอะไรนั่นน่ะ จัด ๆ ไปเถอะ เอาลูกเข้าเฟรมให้หมดทุกคนไปเลย“วันนี้เพื่อนฉันสวยที่สุด! ไม่มีใครสวยได้เท่าแกแล้วคุณแม่ลูกสอง” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอรับแขกที่มาร่วมงานงานแต่ง ยัยลินก็เดินถือแก้วน้ำมาให้ฉัน เพราะตั้งแต่งานเริ่มฉันก็เอาแต่นั่งถ่ายรูปมาหลายชั่วโมงแล้ว“เหนื่อยสุด ๆ เลย นั่งจนเมื่อยก้นแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้เข้าพิธีสักทีนะ อยากกลับไปนอนจะแย่” ฉันนั่งทุบ ๆ ไหล่ตัวเองไปมา ช่วงนี้คนน่าจะมากันใกล้หมดแล้วละ มีเวลาได้พักหายใจหายคอหน่อย“อีกครึ่งชั่วโมงก็เข้าพิธีแล้ว ทนอีกนิดนะ........” อลินซับเหงื่อตามใบหน้าให้ฉันและแต่งเติมเพิ่มเข้าไ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 2/2

    “เซอร์เวย์.........”“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการให้เอง” ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปากขอร้องออกไป เซอร์เวย์ก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะขอและหันไปสั่งให้เอเดนจัดการ “การเรียนเธอเป็นยังไง?”“ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ”“หางานตำแหน่งที่ว่างในบริษัทให้เธอ ที่พักด้วย........”“ครับบอส....”“คุณ....จะให้ฉันทำงานในบริษัทจริง ๆ เหรอคะ! ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ฉันสัญญาว่าจะกลับตัวและไม่ทำเรื่องแบบนั้นอีก” หญิงสาวแววตาเปลี่ยนทันที เพราะการที่ครอบครัวของเธอมีประวัติแบบนี้ก็คงจะหางานทำได้ยาก ยิ่งเธอต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้อีกคงได้อดตายกันก่อนพอดี“เธอก็ตั้งใจทำงานซะ นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอ รักษามันไว้ให้ดีล่ะ” ฉันทนเห็นญาติผู้น้องคนนี้อดตายไปไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าเรื่องสมัยก่อนเธอจะทำฉันไว้เจ็บแสบก็เถอะ แต่เดี๋ยวฉันค่อยไปเอาคืนทีหลังก็ได้ ยังมีเวลาอีกเยอะ“ขอบคุณนะกีวี่” ขอแค่เพียงให้เธอได้เจอโลกใบใหม่ ฉันก็เชื่อว่าเธอต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้แน่นอน“กลับบ้านกันเถอะ” เซอร์เวย์ยื่นมือมาที่ด้านหน้าของฉันและมองด้วยสายตาที่อ่อนโยนราวกับว่าต้องการให้ฉันละลายลงไปที่พื้นให้ได้“อื้ม......กลับบ้านของเราก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 1/2

    บท 67 THE END “กีวี่!!! มาช่วยน้าใช่ไหม น้าไม่ได้เป็นคนทำ” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมา ฉันมองไปทางที่มาของเสียงก็พบกับสองผัวเมียและผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ในห้องขัง “มันเป็นคนขับไปชน น้าแค่โดนบังคับ มัน........อั่ก!!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางนั่นก็กระเด็นไปติดกำแพงอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้คนบริเวณนั้นไม่น้อย “เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คาบข่าวเกี่ยวกับเงินมาบอกกู มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างไม่ใช่รึไง!!” พอถึงเวลาก็โยนขี้ใส่กัน น่าสมเพชจริง ๆ เลยนะคนพวกนี้ ฉันเดินหนีไปโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก วันนี้ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าเอาเรื่องในชีวิตจริงของฉันมาแต่งเป็นนิยายให้คนทั่วไปได้อ่านมันคงจะน่าอดสูไม่น้อยเลย พ่อแม่ตาย ฉันก็ดันมาความจำเสื่อมไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฆาตกรที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่อีก คงไม่มีใครดวงกุดไปกว่าฉันแล้วละ แต่ก็ยังมีเรื่องที่นับว่าโชคดี อย่างเรื่องที่ฉันได้เจอคนดี ๆ อย่างพี่ลัน ยัยลินและครอบครัวพวกเขาดีกับฉันทุกอย่างเหมือนคนในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ และอีกห

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 2/2

    “เรื่องสิบสี่ปีก่อนกูโง่เองแหละที่ยอมทำตามคำสั่งของมึง มันฝังใจกูมาตลอดที่ไปช่วยคนชั่วอย่างมึง แล้วตอนนี้มึงก็ยังจะไปฆ่าเด็กคนนั้นอีก กูทนต่อไปไม่ไหวแล้วว่ะ กลับตัวตอนนี้มันก็ยังไม่สาย มึงยอมรับสารภาพซะเถอะ” บทสนทนาของสองพี่น้องยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆการที่ได้เป็นพ่อคนมันทำให้เขาสำนึกขึ้นมาได้ว่าในตอนนั้นเขาได้ทำสิ่งที่มันร้ายแรงที่สุดลงไป แต่จะให้กลับไปแก้ไขอะไรตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือยอมรับผิดและรับโทษในสิ่งที่ได้ทำลงไปและที่สำคัญที่สุดคือ เขาจะต้องขอโทษเด็กคนนั้นให้ได้“ไอ้น้องทรยศ!!!” คุณตำรวจได้แต่นั่งถอนหายใจกับพฤติกรรมของพี่ชายที่ถูกเลี้ยงอย่างเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กไม่ว่าเขาจะเอาอะไร คนในบ้านก็จะหามาให้ทุกอย่าง พอไม่ได้ดั่งใจก็จะโวยวาย จนคนในครอบครัวไม่มีใครกล้าขัด มันคงเป็นสันดานเสียที่เริ่มต้นจากพื้นฐานครอบครัวนี่แหละ“พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ ขอบคุณที่ยอมรับผิดและมอบหลักฐานให้นะครับ” หลังจากที่เอเดนพาสองผัวเมียคู่นั้นมาส่งไว้ที่สถานีตำรวจที่มีนายตำรวจคนนั้นประจำการอยู่ เอามาฝากขังไว้ ก่อนที่จะลากลับไป แต่ก็ยังคงให้ลูกน้องเฝ้าบริเวณโดยรอบเอาไว้........

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 1/2

    บท 66 “มึงเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งตัวเกร็งและเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “แล้วมึงละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านหลังนี้” ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปใกล้กว่าเดิม เพื่อหมายจะเอาชีวิต “กะ.....กูเป็นญาติเจ้าของบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าเพราะเกิดจากความเครียดและความกลัวตาย “งั้นเหรอ.......” “คุณคะ ทำไมไม่ขึ้นมานอนสักที พรุ่งนี้..........นี่มันอะไรกัน....” ยังไม่ทันที่เซอร์เวย์จะได้พูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน เธอมองเข้ามาในความมืดเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นสามีของเธอกำลังนั่งอยู่และมีผู้ชายอีกคนที่กำลังจ่อกระบอกปืนไปที่หัวของผู้ที่เป็นสามีของเธอ “บอสครับ เราได้หลักฐานมาแล้วครับ แล้วคนคนนั้นก็ยอมรับผิดแล้ว” เอเดนเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เจ้านายฟัง “หลักฐานบ้าอะไรของแกวะ....” “อย่าขยับเยอะสิเดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก ไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมา” เอเดนทำตามคำสั่งของเจ้านายและเดินไปจับตัวหญิงวัยกลางคนไว้ “แกจะมายุ่งกับฉันทำไม!!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เธอเอาแต่โวยวายและไม่ยอมให้เอเดนจับและ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท65

    บท 65 “เธอกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไปแย่งมาตอนไหน.........” “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปสิฟาง ใครกันแน่ที่ทำตัวเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นพี่มันก็โง่เองแหละที่ปล่อยกีวี่ให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ พี่ไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกมาบังคับให้พี่ต้องเลิกกับวี่” มาร์คระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่าน ที่เขาต้องคอยมาโทษตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ เพียงเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว “หึ พี่พูดอย่างนี้เพราะอยากจะตัดขาดกับฟางเหรอคะ? พี่อย่าลืมสิถ้าพ่อฟางถอนหุ้นออกให้หมด บริษัทของพ่อพี่มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ลืมไปแล้วเหรอ?” “เธออยากจะบอกให้พ่อเธอถอนออกไปก็แล้วแต่ โทรเลยสิพี่รอฟังอยู่......” พี่มาร์คทำหน้าท้าทายให้เธอรีบ ๆ กดโทรไปบอกพ่อเธอซะ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวก็เอาเลยสิ “นี่มัน มันเรื่องอะไรกัน หนูฟางทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ หนูเป็นอะไรไปทำไมถึงไปพูดขู่พี่เขาแบบนั้น........มาร์ค” คุณป้าได้แต่ยืนอึ้งกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะให้มาเป็นลูกสะใภ้ที่สวย เรียบร้อย อ่อนน้อมเหมือนที่เธอแสดงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท56

    บท 56 เพี้ยะ!!!! เสียงตบครั้งที่สองดังขึ้น พร้อมกับที่ฮือฮาดังกว่าเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ที่ใบหน้าของฉัน แต่เป็นใบหน้าของมนุษย์ป้าที่กล้ามา ตบฉัน “ตอนนี้กับตอนนั้นมันไม่เหมือนกันแล้วนะคะ หัดเจียมตัวเองซะบ้าง แก่แล้วก็ควรจะเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน แต่ฉันว่าเคสนี้ควรให้ลูกเลี้ยงอยู่ที่บ้านแทนนะคะ จะ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท55

    บท 55“นี่เอกสารทั้งหมดที่ค้างไว้ เซ็นให้หมดเลยนะคะ” หลังจากที่หมดวันลาแล้ว ฉันก็กลับมาทำงานปกติ แต่กว่าจะกลับมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ปัญหาก็ติดอยู่ที่ประธานบริษัทนี่แหละ ดื้อดึงไม่ยอมกลับ จนฉันต้องใช้ไม้แข็งโดยการที่จะขับกลับคนเดียวและปล่อยให้เขาอยู่พักผ่อนตามที่ต้องการแต่หลังจากที่ฉันเก็บของเ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท54

    บท 54ติ้ง ติ้งข้อความทยอยส่งมาเรื่อย ๆ ทางอีเมล มีส่งเอกสารมาหนึ่งฉบับและรายละเอียดอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ ฉันกดเข้าไปที่เอกสารจ่าหน้าว่ากรมธรรม์ประกันชีวิต“เอกสารประกันชีวิตของใคร.........”..........................................................................................................ผ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท47

    บท 47“เอ่อ.....คุณป้าหมายถึงหนูเหรอคะ?” คงจะพูดกับใครไม่ได้นอกจากฉันแล้วละ เพราะฉันคือผู้ที่มาใหม่ของบ้านนี้ แต่เขาทักขึ้นมาเหมือนจะเคยเจอฉันมาก่อน“สิบกว่าปีก่อนใช่ไหมนะ ป้าเสียใจด้วยนะที่ป้าช่วยไว้ไม่ทัน” หน้าของคุณป้าดูเศร้าลงมาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่ากำลังพูดเรื่องที่สะเทือนอย่างหนัก“พูดถ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status