Beranda / รักโบราณ / ท่านหญิงจีจอมพลัง / บทที่ 3 สัมผัสอัศจรรย์ของข้า

Share

บทที่ 3 สัมผัสอัศจรรย์ของข้า

last update Tanggal publikasi: 2026-01-26 17:57:24

            ฟ่านหลี่เจี๋ยมองดูภิกษุชราด้วยความคลางแคลงใจ “เหตุใดต้องเป็นข้าเล่า? ข้ามิได้เป็นฮ่องเต้หรือเชื้อพระวงศ์สักหน่อย”

            “เพราะเจ้าคือผู้ที่เกิดในวันสมโภชเมือง ยามจื่อซึ่งเป็นฤกษ์มงคล ในตระกูลที่เป็นผู้ร่วมสร้างเจดีย์ที่วัดหยกสวรรค์ซึ่งถือเป็นหลักชัยของแคว้น” ชายชราควักเอาสร้อยคอที่มีหยกสีดำสลักลายยื่นให้เขา “จงใส่สร้อยนี้ไว้ตลอดเวลาจนกว่าอาตมาจะมารับคืน สิ่งนี้จะช่วยคุ้มภัยให้เจ้าได้”

            คุณชายใหญ่ฟ่านตื่นแต่เช้าตรู่ เมื่อคืนช่างฝันประหลาดนัก และฝันเหมือนจริงจนน่าแปลกใจ เขาลุกขึ้นพับผ้าห่มไว้ปลายเตียง บ่าวข้างนอกได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบเข้ามาจัดแจงน้ำอุ่นสำหรับอาบน้ำให้เจ้านาย

            ขณะกำลังจะถอดเสื้อนอน พลันฟ่านหลี่เจี๋ยแตะไปโดนสร้อยหยกที่คอ พอหยิบขึ้นมาดูยิ่งตกใจ ทั้งแบบและลวดลายที่เห็นในความฝัน ยามนี้ห้อยอยู่ที่คอเขา

            “เอ๊ะ! นี่มัน....” เขาทำหน้าเลิกลั่กจนบ่าวตกใจ ‘นี่มิใช่ฝันธรรมดาแล้วกระมัง? คงจะต้องไปหาอาจารย์แล้ว’

            ตั้งแต่เยาว์วัยจนจบการศึกษาจากสถาบันเค่อเฉิงเขาจะมีชื่อติดบนกระดานในฐานะผู้ที่สอบได้อันดับหนึ่งมาโดยตลอด แม้จะเป็นที่รู้กันว่าฟ่านหลี่เจี๋ยมิได้เก่งกาจในเรื่องวรยุทธ์แต่กลับมีความสามารถในการขี่ม้าและยิงธนูโดดเด่นยิ่ง เขามิได้เป็นบัณฑิตที่กระทำตัวเซ่อซ่า หากแต่เป็นเพียงผู้ไม่สนโลกผู้หนึ่ง ไม่ว่าผู้ใดจะนินทา ด่าทอ หรือทำร้ายใคร เขาจะไม่ขัดขวางหรือต่อต้าน ตราบใดที่คนเหล่านั้นไม่มาวุ่นวายถึงตัวเขา ฉายาเสาหิน จึงถูกในแทนตัวเขามายาวนาน จนกระทั่งอยู่ในฐานะขุนนาง

            สถาบันเค่อเฉิงในแคว้นหมิงมีให้เพียงบรรดาคุณชายสูงศักดิ์และบุตรคหบดีได้ร่ำเรียน เพราะค่าบำรุงการศึกษานั้นนับว่าสูงเกินกว่ามาตรฐานที่ชาวเมืองทั่วไปจะสามารถจ่ายได้ ส่วนสตรียังคงนิยมร่ำเรียนอยู่ในเรือนโดยการว่าจ้างอาจารย์เข้าไปสอนเป็นการเฉพาะ ผู้ที่จบจากสถาบันเค่อเฉิงย่อมมีโอกาสในการสอบแข่งขันเพื่อเป็นขุนนางมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ร่ำเรียนจากหัวเมืองหรือชานเมือง

            อาจารย์ใหญ่ของเค่อเฉิง เป็นชายชรารูปร่างสูงใหญ่มีเคราสีเทายาว มักจะสวมใส่ชุดขาวปักลายก้อนเมฆ ถือไม้เท้าอันใหญ่ ท่านเป็นผู้ที่มีภูมิรู้สูงส่ง เคยเป็นหนึ่งในพระอาจารย์ของฮ่องเต้หมิงที่ขอปลดระวางจากในวังออกมาดูแลการศึกษาของ   องค์ชายและคุณชายจากตระกูลใหญ่ต่างๆ  ลือกันว่า ในอดีตท่านเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดดังที่มีวิชาหมัดมวยเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า แต่ท่านกลับมิเคยยืนยันเรื่องนี้

            “ท่านอาจารย์ขอรับ โปรดให้คำแนะนำข้าด้วย”

            หวังต้าจิ้งเห็นหยกที่คอของศิษย์รักก็มีอาการมือสั่น “หยกชิ้นนี้ เจ้าได้มาจากคนที่อยู่ในฝันจริงหรือ?”

            “ขอรับ ข้าได้จากภิกษุชราในฝันจริงๆ” น้ำเสียงและใบหน้าที่ดูทื่อและซื่อของศิษย์ผู้นี้ อาจารย์ใหญ่ดูออกว่า เขาพูดความจริง

            ท่านอาจารย์หวังหยิบหนังสือปกสีดำที่ซ่อนไว้ล่างสุดของลิ้นชักตู้ด้านหลังโต๊ะทำงานออกมา ไล่นิ้วไปตามสารบัญ เปิดไปหน้าที่ต้องการแล้วส่งให้ศิษย์รักได้ดู

            “หยกสวรรค์ ส่วนหยิน” ชายหนุ่มมองภาพแล้วอุทานออกมา

            “ใช่ นี่คือ หยกที่กล่าวกันว่าถูกเก็บรักษาไว้ในเจดีย์วัดหยกสวรรค์ที่ถูกปิดตายไร้ทางเข้า มีทั้งส่วนหยินสีดำและหยางสีขาว พลังหยินคือพลังสตรี ส่วนพลังหยางคือพลังแห่งบุรุษ ตามที่ข้าได้ยินได้ฟัง หากได้ครอบครองหยกหยินหมายถึง เจ้าต้องให้พลังสตรีเป็นผู้ปกป้อง”

            ฟ่านหลี่เจี๋ยยิ่งมึนนักเข้าไปอีก เขามิเคยสร้างศัตรู สู้อุตส่าห์ดำรงตนอย่างเงียบเชียบไม่ชิงดีกับผู้ใด เขาไม่ออกตัวอวดอ้างความเก่งกาจ ยังต้องหาผู้มาปกป้องอีกหรือ?

            “ต้องให้สตรีเป็นผู้ปกป้องเท่านั้นหรือขอรับ?”

            “ตามตำนานกล่าวไว้เช่นนั้น”

            “หือ!” ฟ่านหลี่เจี๋ยพลิกหน้ากระดาษไปมาก็ไม่เห็นมีเขียนรายละเอียดไว้มากกว่าที่ท่านอาจารย์อธิบาย

            “ก็บอกแล้วว่า ตำนาน ก็เป็นแค่เรื่องเล่าอย่างไรเล่า? หากมีเขียนไว้ข้าก็บอกเจ้าว่ามีบันทึกในตำราสิ”

            “อ้อ....” ฟ่านหลี่เจี๋ยพยักหน้ารับ ‘คงต้องไปหาตำราที่ตรอกคนโฉดอีกแล้วกระมัง’

            นับจากฝันประหลาดในคืนนั้น เขาก็เริ่มเห็นสิ่งอัศจรรย์ คืนก่อนเขาไปภัตตาคารบึงหงส์กับจินวั่งซู เมื่อนั่งลงโต๊ะริมน้ำ มีแมลงบินมาชนตาเขาเข้า ครั้นหลับตากลับเห็นภาพและได้ยินเสียงขุนนางกรมกลาโหมร่ำสุราและพูดคุยเรื่องกองทัพพยัคฆ์เหิน พอสอบถามเสี่ยวเอ้อก็พบว่า คนกลุ่มนั้นเพิ่งมานั่งโต๊ะเดียวกันกับเขาเมื่อวานนี้ ฟ่านหลี่เจี๋ยใช้ความสามารถในการทำหน้าตายของเขาสืบข่าวจนรู้ว่า กลุ่มขุนนางนั้นมาคุยเรื่องที่เขาได้ยินจริงๆ

            ครั้งที่สองฟ่านหลี่เจี๋ยไปยืนรอเข้าประชุมยามเช้ากับฮ่องเต้ ระหว่างยืนรออยู่เสาหน้าอาคาร เขาเผลอพิงหลังเพราะรู้สึกเพลียจากการประพันธ์หนังสือในยามค่ำคืน พอหลับตาก็มองเห็นและได้ยินเสียงเสนาบดีฝ่ายขวากับผู้ช่วยของเขากำลังคุยกันเกี่ยวกับการโยกย้ายข้าราชการทหารระดับนายกองหลายราย ต่อมาเมื่อบัญชีรายชื่อผู้โยกย้ายออกมาก็พบว่าสิ่งที่เขาได้เห็นและได้ยินในวันนั้นเกิดขึ้นจริงๆ

            และแล้วก็มีครั้งที่สาม...ครั้งที่สี่...ห้าและหกตามมา จนกระทั่งฟ่านหลี่เจี๋ยแน่ใจแล้วว่า เขามีสัมผัสอันอัศจรรย์  เขาแอบเข้าไปตรอกคนโฉดเพื่อตามซื้อตำราที่ต้องการพบว่ามีแผงหนังสือมาเปิดใหม่ เถ้าแก่ตาเดียวเจ้าของแผงหนังสือใต้ดินกำลังทะเลาะกับเถ้าแก่สามตาที่มาเปิดแผงหนังสือหายากขายอยู่ฝั่งตรงข้าม และที่แผงใหม่นี้เขาซื้อหนังสือเก่ามาเล่มหนึ่ง

ในตำรา ‘ตำนานเก่าแก่ของแคว้นหมิง ประพันธ์โดย เจ้าสำนักหมื่นตำรา’ ได้กล่าวถึงผู้ที่ครอบครองหยกสวรรค์ฝ่ายหยินไว้ว่า อาจจะได้สัมผัสกับพลังเหนือธรรมชาติบางอย่าง แต่ระบุไม่ได้ว่าจะเป็นเช่นใด เพราะที่ผ่านมาไม่มีผู้ยอมเปิดเผย ฟ่านหลี่เจี๋ยพอจะเข้าใจแล้วว่า เหตุใดจึงเปิดเผยไม่ได้

“หลี่เจี๋ยเจ้ามีสิ่งใดจะเล่าให้ข้าฟังหรือไม่?” จินวั่งซูสังเกตเห็นฟ่านหลี่เจี๋ยคอยให้เขาไปสืบความซอกแซกเรื่องผู้คนจำนวนมากในช่วงเดือนที่ผ่านมาจึงนึกสงสัย แต่ถามเมื่อใดสหายหน้าตายของเขาก็เอาแต่ปฏิเสธ ฟ่านหลี่เจี๋ยได้แต่มองจินวั่งซูด้วยสายตาว่างเปล่า เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนเองรู้สมควรจะเล่าให้ผู้ใดฟังหรือไม่?

“ข้าแค่มีสิ่งที่สงสัย แต่ยังไม่มีข้อสรุปเท่านั้นเอง”

“เจ้าสงสัยสิ่งใด?”

“สงสัยในชะตาของแคว้นหมิง”

จินวั่งซูถึงกับตบพัดพรึ่บ “หา! เจ้าจะสงสัยชะตาเมืองไปทำไมกัน? เจ้ามิใช่ฮ่องเต้เสียหน่อย” ชายหนุ่มเจ้าของพัดชะโงกเข้ามาพลางเอาพัดป้องปาก

“อย่าบอกนะว่า เจ้าคิดจะกบฏ เช่นนั้นข้าคงไม่กล้าช่วย”

***************************

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 87 บุตรชายจอมพลัง (ตอนจบ)

    หน้าท้องของนางนูนชัดขึ้น ล่วงเข้าเดือนที่ห้า ฟ่านหลี่เจี๋ยที่ได้กลายเป็นท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนสำคัญยังต้องเดินทางไปราชการแต่เช้า ทว่ากำชับมิให้ผู้ใดรบกวนฮูหยินน้อยที่นอนพักผ่อนอยู่บนเตียงจนตะวันแผดกล้า ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นเต้นยิ่งกว่าทุกคน คอยกำชับเรื่องอาหารกับพ่อครัวเป็นพิเศษ แต่ละวันก็คอยไล่ให้ลูกสะใภ้ออกไปหาอาหารบำรุงหลานสะใภ้ ความหวังที่จะได้เป็นย่าทวดนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม ขณะเดียวกันก็ให้บ่าวออกไปส่งข่าวที่วังสามพยัคฆ์เรียกร้องให้แฝดสี่ที่วัยจวนจะสามขวบมาเยี่ยมท่านยายและท่านยายทวดที่จวน พระชายาฟ่านซิ่วอิงเห็นว่าพี่สะใภ้ครรภ์โตขึ้นจึงพยายามพาโอรสและธิดามาให้ท่านหญิงจีได้ซึมซับความสุขของการเลี้ยงเด็ก ต้าลู่โอรสองค์โตเป็นผู้มีความเป็นผู้นำอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่มาเยือนจวนตระกูลฟ่านก็มักจะเดินเอามือไพล่หลังสำรวจห้องต่างๆ ราวกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่มาตรวจตราความเรียบร้อย ท่าทีของเขาทำเอาฮูหยิน ผู้เฒ่าอดอมยิ้มมิได้ “เจ้าดูสิ ต้าลู่ยิ่งโตก็ยิ่งเหมือนชินอ๋อง ทั้งท่าทางและการทำสีหน้า เดินไปที่ใดล้วนข่มให้บ่าวและสาวใช้เกรงกลัวกันได้ทั่วหน้า” ฮูหยิน

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 86 ผนึกตรามังกรคู่

    เจดีย์หยกสวรรค์สีขาวกระจ่างตาในคืนพระจันทร์เต็มดวง ทุกคนต้องเดินขึ้นบันไดสูงชันเพื่อไปยังฐานของเจดีย์ที่ตั้งตระหง่าน นับตั้งแต่พิธีสมโภชการตั้งเมืองหมิงเป็นเมืองหลวงของแคว้นก็ยังไม่เคยมีพิธีสำคัญที่จัดบนนี้มาก่อน หลังจากฮ่องเต้ทรงทราบข้อตกลงของสี่ตระกูลใหญ่จากท่านฝู่กั๋วกงแล้วทรงยินดียิ่งนัก ทรงระมัดระวัง มิยอมเอ่ยเรื่องนี้กับผู้ใด สั่งการเพียงให้องครักษ์ทั้งหมดในวังเตรียมตัวให้พร้อม และยังมอบหมายให้ฟ่านหลี่เจี๋ยไปจัดเตรียมมือปราบทั้งหมดที่มิได้เข้าเวรตรวจตราเมืองเตรียมกำลังเอาไว้ท่านผู้เฒ่าจากสี่ตระกูลเดินขึ้นบันไดสูงโดยมีบุตรและบุตรีจากแต่ละตระกูลคอยพยุงฮ่องเต้ทรงสั่งให้ท่านอ๋องเก้าโดยเสด็จ ด้านล่างรอบเจดีย์ถูกล้อมโดยผู้อารักขานับพันคน และมีพลธนูซุ่มอยู่โดยรอบอีกนับร้อย“งานนี้จะผิดพลาดมิได้เลย ฤกษ์ดีนี้ร้อยปีจึงมีครั้ง หากเลยคืนนี้ไปไม่รู้ว่าหยกหยินหยางจะทำให้เจดีย์หยกสวรรค์เปิดออกได้หรือไม่?”เมื่อบุคคลสำคัญที่จะร่วมพิธีเดินขึ้นไปด้านหน้าเจดีย์พร้อมกันแล้ว ท่านฝู่กั๋วกงจึงหันไปหาชายาเอกหวังที่ยืนอยู่ข้างตน “เจ้าอย่าให้คบไฟดับเด็ดขาด”ท่านผู้เฒ่าจากแต่ละตระกูลพร้อม

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 85 ผู้แฝงกายรอโอกาส

    สาวใช้ที่ทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ อยู่เรือนคนใช้หลังเล็ก ค่อยๆ ย่องออกมาพร้อมห่อผ้าสีดำขนาดใหญ่ในมือ นางเดินวนไปข้างเรือนแล้วหยิบเอาพลั่วติดมือไปด้วย หลังจากแอบมองเวรยามในจวนเดินผ่านไปแล้วก็วิ่งรี่ไปอิงแอบกับต้นใม้ใหญ่ที่อยู่ห่างเรือนออกไปเล็กน้อย เงาตะคุ่มๆ ที่ออกมาจากต้นไม้ใหญ่ต้นถัดไปคือ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง “เจ้ามาแล้วหรือ? เอาของที่ว่ามาด้วยหรือไม่?” “เอามาแล้ว อยู่นี่” นางชูห่อผ้านั้นให้บุรุษดู “ดี!” ทั้งสองค่อยๆ ลัดเลาะไปยังสวนหลังเรือนที่ไม่ค่อยมีผู้คนเดินผ่าน ฝ่ายชายรับเอาพลั่วนั่นขุดลงตรงโคนต้น แล้วยื่นมารับห่อผ้าจากสตรี จากนั้นจึงหย่อนลงไปในหลุม พวกเขาทั้งสองช่วยกันกลบจนมิดชิด “เสร็จแล้ว เจ้าไม่น่าขโมยมันออกมาด้วยเลยจริงๆ หากมีคนจับได้ว่าของชิ้นนี้มาวังท่านอ๋องสี่มีหวังเจ้าถูกสั่งประหารเป็นแน่” “แค่ฝังไว้ก็จะช่วยข้าได้จริงหรือ?” “เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้หรอก แต่หากเจ้ายังขืนเก็บไว้กับตัวก็ไม่แน่” “เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่มีผู้ใดรู้ว่าข้าซ่อนของที่ขโมยมาไว้ที่นี่” “สวนนี้ไม่มีคนมาดูแลนานแล้ว

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 84 ผู้ซ่อนตรามังกรคู่

    ท่านฝู่กั๋วกงนั่งดูดวงดาวอย่างเคร่งเครียด ในเมื่อชะตาเกิดของฟ่านหลี่เจี๋ยมีส่วนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชะตาของบุตรสาวคนรองแล้ว ก็ยังเหลือสิ่งสุดท้ายที่ต้องทำให้สำเร็จคือการผนึกตรามังกรคู่ หลังจากการรวมหยินหยางของสองสามีภรรยาทำให้หยกสวรรค์ปรากฎ นับว่าวาสนาชะตาเกิดของเจ้าก้อนแป้งน้อยในท้องจีลี่อิงย่อมเป็นมงคลอย่างยิ่ง “ท่านพ่อ เป็นอย่างไรบ้าง? ข้าเห็นท่านนั่งคร่ำเคร่งมาสองคืนแล้วนะเจ้าคะ” จีเซียงอี๋ยกถาดยาบำรุงมาส่งให้บิดา “ท่านดื่มเสียหน่อยเถิดนี่ก็ดึกดื่นแล้ว” “ยิ่งดึกดวงดาวยิ่งชัดเจน หากไม่รอยามนี้คงยากจะได้เห็นสิ่งที่หลบซ่อนอยู่” “สิ่งใดหรือเจ้าคะ?” “การโคจรที่ผิดปกติของดวงดาวน่ะสิ” ฝู่กั๋วกงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “การดูดวงดาวและทำนายทายทักที่ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษตระกูลจีนับว่าเป็นดาบสองคมอย่างแท้จริง หากใช้ได้เหมาะสมกับสถานการณ์และบุคคลก็ย่อมเกิดประโยชน์” “อย่างไรหรือท่านพ่อ?” “หากเจ้าใช้ทำนายในสิ่งที่จะมีผู้สูญเสียผลประโยชน์ก็อาจจะกลายเป็นภัยร้ายเหมือนที่ท่านปู่เจ้าได้ประสบอย่างไรเล่า?”

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 83 ดับภัยความระแวง

    “ท่านพี่ ท่านไม่รีบเข้าเฝ้าเช้านี้ดอกหรือ?” “ข้าแจ้งขอลาไปแล้ว เรื่องของเจ้ายามนี้สำคัญยิ่ง ส่วนเรื่องในราชสำนักยามนี้ยังมีผู้คอยดูแลแทนข้าอยู่ เจ้าเองก็นอนอีกสักหน่อยเถิด ยามสายค่อยอาบน้ำกินข้าว” สามีบังคับให้ท่านหญิงจีนอนต่ออีกสักพัก ครั้นแดดสายสาดถึงห้องนอนเขาจึงปลุกให้นางตื่น “ท่านพี่ ข้าไม่เป็นไรจริงๆ เจ้าค่ะ” นางเอ่ยด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ ท่านพี่มิยินยอมให้สาวใช้เข้าใกล้นาง เขาอุ้มนางลงอาบน้ำเช็ดถูเนื้อตัวนางอย่างเบามือ สระผมด้วยความเอาใจใส่ “เจ้าหอมแล้ว” เขายื่นจมูกโด่งเป็นสันมาคลอเคลียผิวแก้มที่เปื้อนไอน้ำของนาง ทั้งใช้นิ้วสางผมให้สักครู่ก็หันมาจูบแก้ม สักหน่อยก็จูบขมับ “ท่านพี่เจ้าคะ ทำเช่นนี้เมื่อใดข้าจะอาบน้ำเสร็จเสียที” “ข้าสระผมให้เจ้าแล้ว ลืมไปว่าข้าเองก็ควรจะอาบด้วย” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเปลื้องเสื้อผ้าพาดไว้ด้านข้างแล้วหย่อนร่างมาแนบชิด “ให้ข้าสระผมให้ท่านพี่ดีหรือไม่?” ท่านหญิงจีเงยหน้าขึ้นเอ่ยเอาใจ นางลืมไปว่าท่านพี่ผู้เป็นบัณฑิตหน้าตายผู้นี้ หากได้คืบก็มักจะเอาศอก ดีว่ายามนี้เขาเอาแต่พึมพำ

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 82 หยกสวรรค์ส่วนหยาง

    “เห็น เหมือนจะมีแสงออกจากฟูกนี้ด้วย” ปานเหมยกุ้ยมองหน้า ปานหวงหลาน “เจ้าว่าในนี้มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่หรือไม่?” ปานเหมยกุ้ยมองซ้ายมองขวา ยามนี้คุณชายใหญ่อุ้มฮูหยินน้อยออกไปนั่งสูดอากาศที่ศาลาริมน้ำ มีเพียงนางสองพี่น้องอยู่ในห้อง “ค้นดูเร็ว!” ปานหวงหลานรีบบอกญาติผู้พี่ พวกนางทั้งสองเลาะตะเข็บฟูกด้านหนึ่งแล้วล้วงหา เพราะความที่เคยซุกซ่อนสิ่งสำคัญไว้ในหมอนทำให้สองพี่น้องอดระแวงมิได้ “ข้าเจอแล้ว!” ปานหวงหลานคลำไปดูกระดาษที่พับไว้แผ่นหนึ่ง เมื่อนางดึงออกมาดู สองพี่น้องถึงกับชะงัก ยันต์นั้นเรืองแสงขึ้นอีกแวบหนึ่ง “เก็บไว้ที่เดิมเถิด ยันต์นี้คงเป็นของศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่” ปานเหมยกุ้ยเห็นดังนั้นก็เกิดความเลื่อมใส นางหยิบเอาเข็มและด้ายมาส่งให้ญาติผู้น้อง “สิ่งนี้อาจจะทำให้ฮูหยินน้อยฟื้นก็ได้” สองพี่น้องเย็บช่วยกันครู่หนึ่งก็เรียบร้อย ทั้งสองสบตาเป็นเชิงเตือนอีกฝ่ายว่าห้ามบอกผู้ใด เมื่อเห็นแดดเริ่มแรง ฟ่านหลี่เจี๋ยจึงอุ้มร่างภรรยากลับมายังห้องนอน วางนางลงบนฟูกที่ปูใหม่ กลิ่นไอแดดให้ความสดชื่นและรู้สึกถึงความร้อนที่ยังแผ่กระจายอยู่ในเนื้อ

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 10 ครูฝึกทัพพยัคฆ์เหิน

    ชินอ๋องที่ดูแลค่ายพยัคฆ์เหินมาเนิ่นนานกราบทูลขอพระบรมราชานุญาตจากฮ่องเต้เปิดการประลองเพื่อคัดเลือกยอดฝีมือไปเป็นนายกองเพิ่มเติม “หม่อมฉันอยากจะได้ผู้ที่อยู่นอกกองทัพเพื่อที่จะได้นำเอาวิทยายุทธ์จากภายนอกไปฝึกสอนให้กับทหารเพิ่มเติม” ฮ่องเต้หมิงทรงพยักหน้าเห็นด้วย “

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 9 สตรีในชุดแดง

    ฟ่านหลี่เจี๋ยเร่งฝีเท้าเต็มที่ เย็นนี้เขาออกจากมาจากสำนักตรวจการช้า กว่าจะกลับเข้าจวนเพื่อหยิบหนังสือที่เขียนเสร็จแล้วบนโต๊ะออกมาก็ใกล้เวลาพลบค่ำ เขาใช้ผ้าสีดำห่อหนังสือสองเล่มแล้วเร่งรุดออกจากคฤหาสน์ไปทางบ่อนหวังร่ำรวย ตรอกข้างบ่อนการพนันนั้นเป็นที่รู้จักกันในนามตรอกคนโฉด ก่อนจะไปถึงเข

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 8 พนันแต่งงาน

    หลังจากการปราบกบฏภายใต้การมุ่งสังหารฮ่องเต้ของอดีตฮองเฮาของ ชินอ๋องและอ๋องเก้า เมืองหลวงสงบสุขขึ้นมาก ขั้วอำนาจในวังยามนี้ต่างสงบนิ่ง ฮองไทเฮาก็ดูเหมือนจะยอมรามือหันไปสนใจดูแลหลานๆ ที่เกิดจากชินอ๋องและพระชายาฟ่านซิ่วอิง ฟ่านหลี่เจี๋ยจับสังเกตได้ว่า ฮ่องเต้ยังไม่ไว้วางพระทัยในเ

  • ท่านหญิงจีจอมพลัง    บทที่ 7 ความบังเอิญไม่มีจริง

    จีลี่อิงนอนคว่ำบนเตียงนอน ปานเหมยกุ้ยจุดตะเกียงให้นางหลายดวงใกล้หัวนอน หนังสือที่นางสอดไว้ใต้หมอนใบใหญ่เล่มค่อนข้างหนา นางเอาเศษกระดาษมาคั่นส่วนที่อ่านค้างไว้ “ท่านหญิง ข้าว่าท่านขยับมาอ่านฝั่งนี้จะสว่างกว่านะเจ้าคะ” “อืม...ก็ดีเหมือนกัน เจ้าคอยเตือนด้วย อย่าให้ข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status