ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]

ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-09
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
31Bab
4.1KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ณ ประตูทางเข้าแห่งนี้ เป็นที่ปรารถนาของสตรีทุกนาง ทว่าเบื้องหลังกลับมีความร้ายกาจมากมายซ่อนอยู่ ถึงกระนั้น... มู่ตันหยงก็หาได้หวั่นเกรงไม่ ควรเป็นคนด้านในต่างหากที่ต้องหวาดกลัว

Lihat lebih banyak

Bab 1

1. บทนำ

ณ บ้านเช่าหลังเล็ก

[เวลา 06.00 น.]

ในห้องนอนบนชั้นสองของบ้านไม้เก่า ๆ แสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าลอดผ่านช่องว่างของหน้าต่างไม้เข้ามา ดวงตาคู่สวยกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับหาแสงสักครู่

“อือ…ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกอีกแล้วเหรอ“ เธอเอ่ยพึมพำพลางบิดขี้เกียจไปมาอยู่บนเตียง ’ชีวิตเจ้ากรรมตื่นก่อนนาฬิกาทุกวัน’ เอวา ลลิตา ปัญญายิ่งทรัพย์ อายุ 25 ปี พริตตี้สาวสวยตัวท็อปของวงการ ตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงานอย่างเช่นทุกวันเธอบิดขี้เกียจไปมาบนเตียงก่อนจะรีบลุกออกจากเตียงเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอน ร่างบางยืนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ฝักบัวฮัมเพลงอย่างมีความสุข ผิวพรรณขาวนวลพอกด้วยฟองสบู่กลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งห้องน้ำขนาดเล็ก

“อ๊ะ! เจ็บหน้าอกจังประจำเดือนจะมาเหรอ” เธอร้องออกมาเสียงหลงขณะที่ลูบไล้ฟองสบู่ที่หน้าอกอวบใบหน้าสวยยู่หน้าลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกเจ็บ

“อื้อ! จริง ๆ ด้วยทำแต่งานจนลืมวันที่ประจำเดือนมาเลยเหรอนี่” เธอร้องเสียงหลงออกมาอีกครั้งเมื่อก้มลงมองเรียวขาขาวที่มีเลือดสีแดงไหลลงมาเป็นทางยาว เอวาถึงแม้ว่าจะตัวเล็กตัวน้อยแต่เธอก็อึดมากรับงานตลอดไม่เคยมีวันหยุดเลยสักวัน ความขยันอยู่คู่กับเธอเหมือนเงาตามตัวมาตั้งแต่อายุ 15 ปี หลังจากแม่จากไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อ 10 ปีก่อนเธอก็ต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยแบบนี้ตลอดเพื่อช่วยพ่อหาเงินมาใช้จ่ายภายในบ้านและส่งเสียตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรีอย่างที่เธอใฝ่ฝันเอาไว้

“เฮ้ย! เบื่อจังทำไมต้องมาวันนี้ด้วยนะ” เอวาบ่นพึมพำก่อนจะรีบล้างตัว มือบางหยิบผ้าขนหนูสีขาวสะอาดมาเช็ดตัว 20 นาทีผ่านไปร่างบางในชุดเดรสสีขาวยืนหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง เธอหยิบเครื่องสำอางแบรนด์ดังที่ต้องเจียดเงินจากค่าตัวมาเก็บหอมรอบริบซื้อเครื่องสำอางไว้แต่งหน้า อาชีพพริตตี้เครื่องสำอางก็เปรียบเหมือนกับอาวุธ โชคยังดีที่เธอมีหุ่นและผิวพรรณที่ดีมาแต่กำเนิดเลยไม่ต้องมานั่งเสียเงินกับเรื่องพวกนี้

“เรียบร้อย! วันนี้ต้องสวย เพราะงานแรกเงินค่าตัวหลักหมื่น สามงานวันนี้ฉันจะไหวไหม” เอวาหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำขึ้นมาฉีดเป็นขั้นตอนสุดท้าย เธอมองตัวเองในกระจกอีกครั้งด้วยความภูมิใจ แม้ร่างกายจะอ่อนเพลียจากการทำงานหนักสะสม และความรู้สึกหน่วงท้องที่เริ่มทวีคูณขึ้น แต่ใบหน้าสวยหวานกลับถูกฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเมื่อคิดไปถึงเงินค่าตัวที่จะได้รับวันนี้ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินไปหยิบยาแก้ปวดประจำเดือนผ้าอนามัยสำรองใส่ไว้ในกระเป๋า เธอก้าวลงจากชั้นสองของบ้าน เสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าด! ตามอายุการใช้งาน กลิ่นกาแฟจาง ๆ ลอยมาจากในครัวทำให้เธอรู้ว่าพ่อของเธอคงตื่นมาเตรียมตัวออกไปขับรถรับจ้างเหมือนทุกวัน

“พ่อเอวาไปก่อนนะ วันนี้เลิกดึกหน่อยนะคะ” เธอตะโกนบอกพลางสวมรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมมือสองที่เธอดูแลรักษาอย่างดี คมเดชทำเพียงปรายตามองลูกสาวเดินออกจากบ้านไปเงียบ ๆ ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่ทว่า ครืด! ครืด! ครืด! เสียงมือถือกลางเก่ากลางใหม่ของคมเดชในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น เขาล้วงมันออกมาดูมือไม้สั่นเทาเมื่อเห็นสายที่โทรเข้ามาตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนที่คมเดชจะตัดสินใจกดรับสาย

”เจ้าหนี้…“

“สะ สวัสดีครับพี่”

“วันนี้มึงมีนัดกับเจ้านายกู อย่าลืม!” เสียงคนในสายเอ่ยบอกเสียงเรียบแต่แฝงไว้ซึ่งความดุดันน่าเกรงขาม คมเดชกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“ครับ ครับ ผมไม่ลืม” ก่อนที่เขาจะตบปากรับคำ กาแฟร้อน ๆ อีกครึ่งแก้วกลายเป็นของแสลงจนเขากินมันต่อไม่ลง คมเดชลุกออกจากเก้าอี้เดินไปหยิบกุญแจรถ แท็กซี่เขียวเหลืองขับออกจากหน้าบ้านไปด้วยความรวดเร็ว

“ห้าหมื่นกูจะไปหาจากที่ไหนได้วะ แม่งเอ๊ย!” ปัก! คมเดชตบพวงมาลัยรถอย่างแรงและสบถออกมาอย่างหัวเสีย วันนี้จะต้องจ่ายดอกเงินกู้ห้าหมื่นบาทเพราะเขาไม่มีจ่ายเลยผัดวันประกันพรุ่งมาร่วมสองเดือนแล้ว ช่วงนี้ขับแท็กซี่ก็ค่อนข้างยากรายได้ลดน้อยลงทุกวัน ไม่เหมือนแต่ก่อนที่มีลูกค้าตลอดรถแทบไม่ได้จอดพัก ดวงตาที่เริ่มเหี่ยวย่นกวาดสายตามองหาลูกค้าเที่ยวแรกแต่ก็ว่างเปล่า

ทางด้านเอวา หลังจากที่ฝ่ารถติดมาถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางเมือง เธอก็รีบวิ่งตรงไปยังสถานที่นัดหมาย

“เอวาทางนี้!” ชมพูเอ่ยเรียกเพื่อนเสียงดัง

“ชมพูมานานแล้วเหรอ รถติดมากเลยอะ”

“เพิ่งมาถึงเหมือนกัน เอานี่ซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมาฝาก” ชมพูเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเอวา ทั้งสองคบกันมาตั้งแต่เรียนจนเรียนจบพากันหางานทำสู้ชีวิตพอกัน

“ขอบใจนะ เดี๋ยวเลี้ยงข้าวคืน”

“อืม ไปเถอะรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน”

“อิจฉาชมพูจังเลยบ้านอยู่ในเมืองมาทำงานง่าย กลับง่ายสะดวกไปหมด เราสิบ้านก็ไกล รถก็ติดแค่คิดก็เหนื่อยแล้วอะ”

“ย้ายออกมาอยู่หอสิ ถูก ๆ แบบอยู่คนเดียวเอาไว้นอนพักหยุดงานค่อยกลับบ้าน เราว่าถ้าคำนวนดี ๆ เวลาในการเดินทางกับค่ารถของเอวาจ่ายค่าเช่าหอได้แล้วนะ” ชมพูเอ่ยขึ้น เพื่อนเดินทางค่อนข้างไกลถ้านั่งรถประจำทางก็หลายต่อ ขึ้นแท็กซี่ก็หลายบาท สู้เก็บรวบรวมค่ารถมาเป็นค่าเช่าจะดีกว่าแถมประหยัดเวลาด้วย

“เราเป็นห่วงพ่อน่ะสิ ถึงความสัมพันธ์ของเรากับพ่อจะไม่ค่อยดี แต่เขาก็เหลือเราแค่คนเดียว” ชมพูเงียบไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้นของเพื่อน ทั้งสองเดินมายังห้องแต่งตัวที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้

“มากันแล้วเหรอ มาเร็วตลอดเลยสองคน” เสียงของโมเดลลิ่งคนสนิทเอ่ยทักสองสาวอย่างเป็นกันเอง

“พี่เกดสวัสดีค่ะ” ทั้งสองไม่ลืมที่จะยกมือไหว้อย่างมีมารยาท

“จ้า แต่เอ๊ะ! น้องเอวาวันนี้ทำไมหน้าซีดๆ” พี่เกดเอ่ยขึ้นทำให้ชมพูเองก็ต้องหันไปมองหน้าเพื่อน

“ใช่ เอวาไม่สบายหรือเปล่าทำไมหน้าซีดจัง”

“แค่ปวดท้องประจำเดือนนิดหน่อยนะ”

“อ้าว งั้นกินหมูปิ้งสิมียาไหม” ชมพูเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

“เราเอายามา”

“งั้นน้องเอวากินอะไรรองท้องก่อนจะได้กินยาเหลือเวลาอีกเยอะกว่างานจะเริ่ม” พี่เกดก้มลงไปมองนาฬิกาข้อมือและเอ่ยบอกเธอค่อนข้างชอบสองสาวที่เป็นคนง่าย ๆ ไม่งอแง ไม่เรื่องเยอะอย่างคนอื่น ๆ ทั้งสองเลยอยู่ในอาชีพนี้ได้นานจากพริตตี้หางแถวขึ้นมาเป็นตัวท็อปและที่สำคัญทั้งสองไม่เลือกงานรับหมดทุกอย่างจะงานถูกงานแพงไม่เคยเกี่ยงทั้งที่เอวามีค่าตัวสูงถึงหลักแสนบาทงานพันงานหมื่นเธอก็ไม่เคยปฏิเสธเลย เอวานั่งกินหมูปิ้งที่เพื่อนซื้อมาฝากเงียบ ๆ

“รีบกินเถอะ เดี๋ยวพี่ช่วยแต่งหน้ากลบความซีดให้ รับรองออกมาสวยพริ้ง” พี่เกดตบไหล่เอวาเบาๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปเตรียมเครื่องสำอางรอ

เธอฝืนยิ้มขอบคุณพลางเคี้ยวข้าวเหนียวหมูปิ้งในมือ แม้จะรู้สึกพะอืดพะอมจากอาการปวดมวนในท้องที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น แต่เธอก็ต้องบังคับตัวเองให้กินเข้าไปเพื่อรองท้องสำหรับยาแก้ปวดที่เตรียมมา

“ใส่ชุดนี้เหรอคะพี่เกด” ชมพูหยิบชุดจากราวหันมาถามโมเดลลิ่ง

“ใช่จ๊ะ! เจ้าของงานเขาขอสีนี้มานะหายากมาก”

“แดงได้ใจจริงๆ ค่ะพี่เกด” ชมพูอุทานพลางลูบเนื้อผ้า ชุดราตรีสั้นสีแดงเพลิง ตัดเย็บด้วยผ้าซาตินเนื้อดีที่เล่นกับแสงไฟ เสริมความเซ็กซี่ด้วยดีไซน์แหวกหน้าขาและโชว์แผ่นหลังกว้าง

“พี่ถึงบอกไงสีหายากมาก ส่งให้ลูกค้าดูหลายชุด หลายแดงมากจนมาจบที่ชุดนี้สีแดงแจ๊ดนี่” พี่เกดส่ายหัวไปมากับความเรื่องเยอะของเจ้าของงาน เธอหาชุดอยู่ร่วมสองอาทิตย์กว่าจะได้อย่างที่ลูกค้าต้องการ

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” ชมพูเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

“ใช่สิ พี่ละเหนื่อย”

เอวานั่งกินหมูปิ้งฟังทั้งสองคุยกันเงียบๆ ทันทีที่เอวากินยาเสร็จสองสาวก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า

“ชุดรัดมาก อึดอัดจังวันนี้แกว่าฉันท้องป่องไหม” เอวาหันไปให้เพื่อนช่วยดูอาการปวดท้องก็ยังไม่หายแถมเหมือนจะท้องอืดขึ้นมาซะงั้น

“นิดนึงอะ แต่ไม่น่าเกลียดนะแกไหวไหม” ชมพูถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“ไหวสิ แค่นี้สบายไปเถอะ“ เธอรู้สึกเหมือนอาหารที่เพิ่งทานเข้าไปกำลังจะตีกลับขึ้นมาที่ลำคอ แต่เธอก็พยายามกลืนมันลงไปและฝืนยิ้มเพราะไม่อยากให้เพื่อนและพี่เกดต้องเป็นห่วง

เอวาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามแขม่วพุงเพื่อให้ซิปที่รัดตึงดูเรียบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งสองเดินกลับออกมาหาพี่เกดที่เตรียมอุปกรณ์แต่งหน้าไว้พร้อมสแตนด์บาย

“โอ้โห! สวยฟาดมากลูกสาวพี่ สีนี้ขับผิวสุดๆ ไปเลยเอวา” พี่เกดตาโตเมื่อเห็นเอวาในชุดสีแดงเพลิง ก่อนจะจับร่างบางให้นั่งลงบนเก้าอี้

เธอลงมือสะบัดแปรงด้วยความชำนาญ พรางรอยคล้ำใต้ตาและแต่งแต้มใบหน้าของเอวาให้ดูโฉบเฉี่ยว ทรงพลังจนดูไม่ออกเลยว่าเจ้าตัวกำลังกัดฟันสู้กับอาการปวดมวนในท้องที่เริ่มบีบตัวแรงขึ้นเป็นระยะๆ

“วันนี้แขก VIP เยอะนะ โดยเฉพาะบอสใหญ่เจ้าของงานค่อนข้างเนี้ยบ ดูท่าจะเอาใจยากระหว่างรอก็อ่านรายละเอียดของงานไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวพี่จะออกไปดูด้านนอกว่าเขาจะเริ่มกันหรือยัง“ พี่เกดส่งรายละเอียดของโครงการคอนโดหรูให้สองสาวอ่าน

“โห! เริ่มต้นห้องละร้อยล้าน!!” ชมพูเบิกตากว้างหลังจากเห็นราคาเริ่มต้นของคอนโดหรู

“อยากมีแบบนี้สักห้องจังเราทำงานจนตายก็ไม่รู้จะพอค่าคอนโดนี้ไหม” เอวามองภาพคอนโดในมือยิ้ม ๆ ความฝันอยากมีบ้าน อยากมีรถ มีชีวิตที่ดีที่เธอฝันเอาไว้ตลอด เธออยากหลุดพ้นจากความจนที่คนเขาพูดกันว่า ความจนมันน่ากลัว มันคือเรื่องจริงเพราะเธอสัมผัสความน่ากลัวนั้นมาแล้ว

“จริงแกถ้ามีสักห้องนะ ฉันจะนอนทั้งวันไม่ทำอะไรเลย” ชมพูสมทบพลางหัวเราะเบาๆ เพื่อคลายความเครียด แต่เอวาทำได้เพียงยิ้มบางๆ มือหนึ่งยังคงลูบหน้าท้องที่ปั่นป่วน สายตากวาดมองรูปภาพส่วนกลางของคอนโดหรูที่มีทั้งสระว่ายน้ำลอยฟ้าและเลานจ์ระดับพรีเมียม ห้องนอนสุดหรูดูสวยหรูสมราคามากเหลือเกิน

“แต่ก็นั่นแหละคนระดับเรา แค่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านให้ครบทุกเดือน ไม่โดนไล่ออกก็บุญแล้ว” เอวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ความขมขื่นแล่นขึ้นมาจุกที่อกชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะรีบปัดมันทิ้งไปเมื่อเห็นพี่เกดกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวด้วยท่าทางตื่นเต้น

“พร้อมกันไหม น้องเอวาไหวแน่นะ“

”ไหวค่ะ สบายมาก“

“จ๊ะ งั้นไปเถอะชั่วโมงนึงแป๊บเดียวเสร็จแล้วจะได้ไปหาที่พักเตรียมตัวไปงานที่สองกันต่อ” สองสาวเดินออกจากห้องแต่งตัวด้วยท่าทีสง่า จนมาถึงหน้างาน

“คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย มีแต่นักธุรกิจ ดาราคนดังทั้งนั้นเลย“ ชมพูเอ่ยขึ้นในขณะที่ยืนรอคิวอยู่ข้างเวที โดยบนเวทีมีพิธีกำลังกล่าวเปิดงาน

[พิธีกร] ลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญเจ้าของโครงการผู้สร้างสรรค์นิยามใหม่ของที่อยู่อาศัยระดับเวิลด์คลาส ขึ้นกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการขอเสียงปรบมือให้กับ คุณอาเธอร์ คิมสันยัง ครับ!

เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งลานกิจกรรมร่างสูงของหนุ่มลูกครึ่งไทย อิตาลีในชุดสูทสีดำถูกตัดเย็บมาอย่างประณีต เนี้ยบไปทุกระเบียบนิ้วเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยท่วงท่าที่สง่างามแต่ทรงอำนาจ ใบหน้าคมคายดูเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับดูดุดันจนคนมองแทบไม่กล้าสบตา เขากวาดสายตามองไปรอบงานเพียงครู่เดียว ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางในชุดแดงเพลิงที่ยืนสแตนด์บายอยู่ข้างเวที กระทั่งการกล่าวเปิดงานก็จบลงเป็นหน้าที่ของสองสาวที่จะต้องขึ้นไปมอบดอกไม้และถ่ายภาพร่วมกันก่อนจะลงไปยังบริเวณจัดงานด้านล่างเวที

ร่างบางของสองสาวไปยืนขนาบข้างชายหนุ่มเจ้าของงาน

“คุณอาเธอร์ยิ้มหน่อยนะครับ” เสียงตากล้องตะโกนขึ้นมาจากด้านล่าง แสงแฟลชสว่างวาบไปทั่วทั้งงานจนตาพร่ามัว เอวาพยายามเหยียดแผ่นหลังให้ตรงที่สุดท่ามกลางความรู้สึกรัดตึงของชุดราตรีสีแดงที่เริ่มบีบรัดช่วงหน้าท้องที่กำลังประท้วงอย่างหนัก เธอฉีกยิ้มหวานที่ฝึกฝนมาอย่างดี ส่งสายตาให้กล้องแต่ละตัวอย่างเป็นมืออาชีพ

แต่แล้วจังหวะหนึ่งที่ อาเธอร์ หันมาสบตากับเธอเพื่อร่วมเฟรมถ่ายรูป แววตาคมกริบสีสนิมของเขากลับดูนิ่งลึกจนน่าขนลุก เขาไม่ได้ยิ้มตอบพริตตี้สาวเหมือนที่แขกคนอื่นทำ แต่กลับปรายตาไล่มองตั้งแต่ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มจนคมเข้ม ไปจนถึงปลายนิ้วมือของเอวาที่จิกเกร็งอยู่ข้างลำตัว เอวายืนนิ่งราวกับโดนกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเธอรีบหลบสายตาดุดันคู่นั้นหันไปมองกล้อง เท้าเรียวถอยห่างเขาเล็กน้อยในใจได้แต่คิดว่า ‘คนอะไรหน้าตาก็ดีแต่สายตาน่ากลัวมาก’

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

AiGame Aigame
AiGame Aigame
มีกี่ตอนค่ะ
2025-11-06 22:27:10
0
0
ซูมู่หราน
ซูมู่หราน
ฝากนิยายของซูมู่หรานด้วยนะคะ ใครชอบนิยายเกิดใหม่ จบสุขนิยม พระเอกคลั่งรัก ไรท์ขอแนะนำค่ะ ไม่ผิดหวังแน่นอน
2025-10-09 18:31:17
5
0
31 Bab
1. บทนำ
บทนำ…ณ เรือนนอกเมืองใกล้กับวัดใหญ่หลงซานชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังยืนหันรีหันขวางราวกับรอใครบางคนอยู่ ไม่นานนักใบหน้าเขาก็เผยให้เห็นรอยยิ้ม เมื่อร่างอรชรของสตรีที่ตนรอคอยโผล่ออกมาจากชายป่า เขาจึงรีบตรงเข้าไปหา“ตันหยงเจ้ามาเสียที รู้หรือไม่พี่คิดถึงเจ้านัก” คำหวานถูกกล่าวออกมาทันใด พร้อมกันนั้นเขาก็จูงมือนางให้เดินมาที่หน้าเรือน ก่อนจะยื่นน้ำส่งให้หญิงสาวดับกระหาย“ข้าก็คิดถึงพี่ มิเช่นนั้นไม่รีบออกมาหาท่านพี่อี้หรอกเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวพร้อมกับซับเหงื่อบนใบหน้าของตน เพราะนางบุกป่าฝ่าดงเพื่อตรงมาหาเขาที่นี่ โดยไม่ยอมหยุดพักเลยสักนิด“จริงหรือ เจ้าทำพี่ดีใจรู้หรือไม่” ชายหนุ่มเผยยิ้มชอบใจ ก่อนจะโน้มหน้ามาใกล้เพื่อจุมพิตแก้มเนียน และหญิงสาวก็ไม่ปฏิเสธเขาเลยสักนิด เมื่อเห็นนางไม่ทักท้วง เหวินอี้จึงโน้มตัวลงมาช้อนอุ้มร่างอรชรขึ้น เพื่อหานางเข้าด้านใน“พวกเจ้าออกไปเฝ้าไกล ๆ หน่อย” ยกยิ้มใส่คนของตนแล้วก็พาสตรีในอ้อมกอดเข้าเรือนไปหาความสุขด้านใน “ข้าอิจฉาคุณชายนัก มีสตรีงามมาทอดกายให้ถึงที่เชียว”“ไม่ใช่แค่งาม แต่นางยังเป็นถึงบุตรสาวท่านโหราจารย์ด้วย”“จริงหรือ? แล้วเห
Baca selengkapnya
2.เย้ยหยัน
ในยุคโบราณนั้นจารีตประเพณีถือเป็นเรื่องเคร่งครัดมาก สตรีต้องอยู่ในข้อห้าม ‘สี่จรรยา สามคล้อยตาม' จึงจะถือเป็นสตรีที่ควรค่าแก่การแต่งเข้ามาครองเรือนทว่า… เจ้าสาวที่กำลังแต่งเข้าจวนโหวผู้นี้ กลับมิได้เป็นที่ปรารถนาของสกุลฟู่แม้แต่น้อย สำหรับพวกเขานางคือตัวอัปมงคลที่น่ารังเกียจ ไม่คู่ควรเหยียบย่างเข้ามาด้วยซ้ำเมื่อถึงเวลาทำพิธี เสียงซุบซิบนินทาจึงแว่วมาให้ได้ยินเจ้าบ่าวกำมือแน่น แก้มสากขึ้นเป็นสันนูน หากวันนี้ไม่มีนางกำนัลคนสนิทของไทเฮาอยู่ด้วย มีหรือเขาจะยอมเข้าพิธีส่วนเจ้าสาว ยังคงยืนนิ่งไม่มีท่าทางตื่นตระหนก แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยคำนินทาว่าร้ายขั้นรุนแรงถึงกระนั้นนางก็ไม่ได้หวั่นอันใด…เมื่อเวลาผ่านไป เป็นยามที่ทั้งคู่ต้องคำนับกัน เจ้าสาวก็ทำตามโดยไม่อิดออด ทว่าเจ้าบ่าวนั้นยังคงยืนนิ่งอยู่ และเขาก็จ้องนางด้วยนัยต์ตาคมดุ อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ“ท่านโหวคำนับ” เสียงนางกำนัลไทเฮาเอ่ยเตือนฟู่อินโหววัยสามสิบสองจึงต้องโค้งลงตามธรรมเนียม ทว่าเขาไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด เขาเกลียดชังสตรีตรงหน้าเป็นที่สุด“ส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอ” เสียงแม่สื่อประกาศลั่น ร่างอรชรสูงแค
Baca selengkapnya
3.ของกำนัลจากเบื้องบน
นางรำผู้นี้ขยับข้อเท้าที่สวมใส่กระดิ่งอย่างแช่มช้าอ่อนช้อย อาภรณ์สีแดงสดแนบเนื้อพลิ้วไหวตามการเคลื่อนตัวของเรือนกาย มันงดงามราวกับเปลวเพลิงที่กำลังหลอกล่อแมลงใบหน้างามยังคงเรียบเฉย ไม่ยิ้มแย้มเพื่อเชิญชวนคนดู ดวงตากลมโตคมดุเยือกเย็นไร้ซึ่งการหยอกล้อเฉกเช่นนางรำทั่วไป ทว่าทุกฝีก้าวกลับมีแรงดึงดูดอย่างประหลาด ทั้งนุ่มนวลและหนักแน่น ยามเสียงดนตรีเริ่มหนักขึ้น นางก็ยกแขนทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ นิ้วเรียวขยับอ่อนช้อย ท่วงท่าเชื่องช้าดั่งสายธาร ทว่าเต็มไปด้วยพลังที่บดบังไม่ให้ใครละสายตาได้พอบทเพลงเปลี่ยนจังหวะ เรือนกายอ่อนนุ่มก็เคลื่อนไหวรวดเร็วเฉียบคม ปลายผ้าคล้ายเปลวไฟพุ่งออกพร้อมฝีเท้าที่หมุนวนไปทั่วพื้นที่กว้างในห้องรับรองเหล่าบุรุษในห้องต่างก็พากันมองอย่างไม่ละสายตา บางคนแทบจะลืมหายใจไปก็มี เพราะสตรีนางนี้ทั้งงามและยั่วยวนนัก แม้ไม่ยิ้มทว่าสีหน้าและแววตากลับดึงดูดได้ดียิ่งร่างกายของนางเปรียบดังสายน้ำ มือที่ชูขึ้นนั้นดูอ่อนโยนราวกับผ้าไหมที่พัดปลิว แต่เมื่อใดที่นางขยับตัวรวดเร็วกลับดูแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ซึ่งมันสร้างความตื่นตะลึงได้ดียิ่ง แม้แต่เจ้าของงานยังนั่งน
Baca selengkapnya
4.ชี้โพรงให้คนชั่ว
องครักษ์เกราะดำเหลืออดเต็มที เพราะสหายตนถูกหยามซึ่งหน้า ต่อจากนั้นเขาก็ลุกพรวดขึ้น หมายจะไปจัดการกลุ่มคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกันเสีย ทว่ามือเรียวของสหายกลับรั้งไว้“นั่งลง ใครอยากกล่าวอันใดก็ปล่อยมัน” อินหลางเอ่ยเสียงเรียบ แววตาเขายังคงนิ่งจนคนรอบข้างอ่านไม่ออก“เจ้าจะปล่อยให้มันเหยียดหยามเช่นนี้หรือ ดูท่าทางพวกมันเถิด ไม่มีสะทกสะท้านอันใดเลย” ตงไห่รีบเตือน ทว่าสหายกลับกล่าวในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความต้องการของพวกเขา “ข้าอยากรู้ความจริง ในเมื่อบุรุษในที่นี้ต่างก็บอกว่าเคยหลับนอนกับภรรยาข้า เช่นนั้นพวกเจ้าก็ทำให้ข้ากระจ่างใจทีเถิด นางชั่วช้าเลวทรามอย่างนั้นจริงหรือ” อินหลางเปล่งเสียงดังพอให้คนในห้องได้ยินทั่วกัน และไม่เพียงแต่แขกในห้องนี้เท่านั้นที่สนใจ ยังมีแขกผู้ใหญ่หลายคนเดินเข้ามาสมทบอีก“ฮ่าฮ่า นี่ท่านโหวเป็นคนร้องขอเองนะ หากพูดไปแล้วอย่ามาว่าพวกข้าทีหลังก็แล้วกัน” เหวินอี้เอ่ยอย่างกระหยิ่มใจ“ใช่ ข้าร้องขอเจ้าเอง” อินหลางยังคงยืนยันคำเดิม“ดี! เช่นนั้นข้าก็จะเริ่มแล้วนะ” เหวินอี้ยังคงเรียบเคียงทำทีหยั่งเชิง ทว่าบุรุษผู้น่าเกรงขามก็ยังนั่งนิ่งเช่นเคย ‘หึห
Baca selengkapnya
5.อับอาย
อารมณ์คุกรุ่นของบุรุษคู่แค้นยังคงปะทุ รอเวลาจัดการอีกฝ่ายอย่างที่ใจหมายมั่น ทว่าสตรีตัวน้อยที่นั่งนิ่งอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง กลับทอดถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย‘เห้อ! ตกลงอีตาโหวนี่เป็นพระเอกแน่เหรอ ปากว่ามือถึงขนาดนี้ ทำไมมันไม่ค่อยเหมือนเนื้อเรื่องที่อ่านมาเลย ปกติเขาต้องรักนวลสงวนตัว ไม่แตะต้องสตรีไม่ใช่เหรอ ถึงจะรู้แล้วว่าเราเป็นใคร เขาก็ไม่น่า… จูบเราต่อหน้าผู้คนนี่’ นึกแล้วแก้มเนียนใสก็ขึ้นสีเรื่อ โดยเฉพาะจมูกนางมันแดงอย่างกับลูกตำลึงเชียวดีที่ก้มหน้าอยู่ ฟู่อินโหวจึงมองไม่เห็นแต่ก่อนที่นางจะได้คิดไปไกลจนวุ่นวายใจ ใครคนหนึ่งก็กล่าวขึ้น ทำให้ทุกคนต้องหันไปยังที่มาของเสียงทันที“นี่ใช่หรือไม่ มู่ตันหยงที่พวกเจ้าพูดถึง” เสียงทุ้มเย็นกล่าวขึ้น ก่อนจะดันร่างอรชรของสตรีนางหนึ่งมาที่กลางห้อง“ใช่ ๆ นางนี่แหละ มู่ตันหยงที่ข้าเคยหลับนอนด้วย ว่าแต่ทำไมหน้าตานางดูอิดโรยอย่างกับคนทำงานหนักเลย”ชายหนุ่มผู้หนึ่งกล่าวขึ้น พร้อมกับเดินมาส่องหน้าให้ชัด “เอ๋! มิใช่ว่านางรอเจ้าบ่าวนานไปจนทนไม่ไหว แอบไปลักลอบหลับนอนกับบ่าวคนไหนมาหรอกนะ”“ฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นทันที“หึ
Baca selengkapnya
6.ผลแห่งกรรม
ภายในห้องรับรองที่เคยมีเสียงหัวเราะเฮฮา บัดนี้กลับเงียบราวกับไม่มีคนอยู่เสียอย่างนั้น ทั้งที่ในห้องก็มีคนอยู่นับสิบ โดยเฉพาะฝ่ายของซูเหวินอี้ ยามนี้ไม่มีใครกล่าวอันใดเลย“หึหึ ฮ่าฮ่า สาแก่ใจข้ายิ่งนัก นี่กระมังที่เขาว่า ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นมักวนกลับมาหาตนเอง สวรรค์มีตาโดยแท้” เป็นตงไห่ที่เอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบ มิหนำซ้ำเขายังหัวเราะเสียงดัง ไม่ต่างจากคราวกันที่คนเหล่านี้เคยทำเลยซูเหวินอี้ได้แต่ขบกรามแน่น เพราะไม่อาจตอบโต้อันใดได้ ยามนี้หากเอ่ยออกไป คงมีแต่ทำให้ตนเองเสียหน้าเป็นแน่“กลับ!!” เขากล่าวขึ้นมาเสียงดัง สิ้นคำเขาก็ตั้งท่าจะเดินออกมา แต่ร่างสูงกลับต้องหยุดชะงักทันทีที่ใครบางคนทักท้วง“คิดจะกลับก็กลับกระนั้นหรือ” มู่ตานชุยเอ่ยเสียงเข้ม เขาจ้องมองบุรุษที่ว่าร้ายน้องสาวด้วยสายตาคมดุ มือนั้นก็กำดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาดูน่าเกรงขาม“มะ… หมดธุระข้าแล้ว ไยจะต้องอยู่” เหวินอี้รีบเอ่ย“แต่ข้ายังไม่หมดธุระกับพวกเจ้า” ตานชุยกล่าวพร้อมกับยกฝักดาบชี้หน้ากลุ่มของเหวินอี้ “ว่าร้ายทำให้ชื่อเสียงน้องสาวข้าแปดเปื้อน คิดหรือว่าข้าจะยอมปล่อยพวกเจ้าไปง่าย ๆ” “ล
Baca selengkapnya
7. รอเวลา
ด้านในจวน แขกเหรื่อเริ่มทะยอยกลับมากินดื่มอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงดนตรีที่ดังขึ้นเพื่อขับกล่อมผู้คนในงาน แต่ในมุมสวนริมกำแพงกลับมีกลุ่มสตรีกำลังพูดคุยหารือกัน“ไม่น่าเชื่อว่าข่าวลือพวกนั้นจะเกิดจากสาวใช้นางนี้ผู้เดียว ลูกว่ามู่ตันหยงจะต้องบังคับให้สาวใช้รับผิดแทนแน่ ๆ ” คุณหนูสามฟู่ซือหลินเอ่ยกับมารดาและน้องสาวของตน หนึ่งในสี่ยังมีบุตรสาวของราชครูเจียงรวมอยู่ด้วยอีกคน“ลูกก็ว่าต้องเป็นเช่นนั้นท่านแม่ มีอย่างที่ไหน เป็นเจ้านายแท้ ๆ แต่กลับยอมให้สาวใช้สวมใส่เสื้อผ้าเช่นเดียวกับตน มันก็แค่ข้ออ้างทั้งนั้น” คุณหนูสี่นามว่าฟู่จือจือรีบสำทับ“แม่ก็คิดเช่นเจ้า” ฮูหยินรองฟู่กล่าวบ้าง“มันอาจจะจริงก็ได้นะเจ้าคะ ข้าเองยังเคยเก็บอาภรณ์และเครื่องประดับที่ไม่ใช้แล้วให้สาวใช้ในจวนเลย หากพี่สะใภ้ทำมันก็คงไม่แปลกอันใด อีกอย่างข้าได้ยินว่า ซื่อจื่อกั๋วกงก็ยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่านางคือสตรีที่… เอ่อ…” เจียงซินลี่ไม่กล้าเอ่ยต่อนางรู้สึกกระดากอายที่จะพูดถึงเรื่องลักลอบได้เสียกันของกลุ่มคนเหล่านี้ จึงได้แต่ยิ้มแหยในเวลาต่อมา“เจ้าก็เป็นเสียอย่างนี้ มองคนในแง่ดีไปเสียทั้งหมด ข้าไม่มีทางเชื่อ
Baca selengkapnya
8.วันแรกก็ถูกวางยา
ด้านตันหยง เมื่อหลบออกมาแล้วนางก็นั่งเล่นอยู่ในสวน มีสาวใช้คนสนิทจากบ้านเดิมสองคนคอยอยู่รับใช้ข้างกาย เพราะนางไม่ไว้ใจคนของจวนโหวสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะสาวใช้หน้าตาดีที่ถูกส่งมาเดินวนเวียนทั่วเรือนของนาง คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคนของฮูหยินรองฟู่ทั้งนั้น และแน่นอนว่าพวกนางไม่ได้มาอยู่รับใช้ตนเพียงอย่างเดียว แต่มาคอยก่อกวนให้อยู่ไม่เป็นสุขด้วยทว่า ใครหรือจะอยู่ไม่เป็นสุข“ฮูหยิน ชาเจ้าค่ะ” สาวใช้ของจวนโหวนามว่าจางหมิ่นเดินเข้ามาวางถาด จากนั้นก็รินให้นายหญิงคนใหม่ของตนตันหยงเงยหน้ามองอีกฝ่ายพร้อมกับยิ้มอ่อนให้ จากนั้นนางก็เอ่ยว่า “เจ้าชิมให้ข้าที ข้าอยากรู้ว่ามันร้อนหรือเปล่า”“อะ… เอ่อ ไม่ได้เจ้าค่ะ บ่าวเป็นบ่าว ไม่ควรแตะต้องของผู้เป็นนาย หากฮูหยินรองฟู่ทราบเรื่อง บ่าวต้องถูกโบยจนหลังลายเป็นแน่เจ้าค่ะ” จางหมิ่นรีบปฏิเสธ“แล้วนายเจ้าโบยเจ้ากี่ไม้ล่ะ” จินมู่สาวใช้ตันหยงถาม“สิบไม้เจ้าค่ะ” จางหมิ่นรีบเอ่ย หมายให้อีกฝ่ายปรานีทว่า!“เช่นนั้นถ้าเจ้าไม่ดื่มชานี่ ก็รับโทษโบยจากฮูหยินท่านโหวไปยี่สิบไม้ก็แล้วกัน เด็ก ๆ มาเอานางไปโบย” ครานี้เป็นเสียงสั่งการของชงมู่ สาวใช้หน้า
Baca selengkapnya
9.ดาบนั้นคืนสนอง
หลังจากกลับเข้าห้องด้วยความรีบร้อน ไม่นานก็มีเสียงคนสนิทกล่าวขึ้นมาที่หน้าประตู “ฮูหยิน ท่านยังต้องไปยกน้ำชาให้ไท่ฮูหยินกับฮูหยินรองฟู่นะเจ้าคะ” จินมู่เอ่ยรายงาน“แล้วเขาล่ะ” ตันหยงกระซิบถาม“นั่งรอที่สวนเจ้าค่ะ ท่านโหวบอกว่าจะไปด้วย”ได้ยินเช่นนั้นตันหยงก็เปิดประตูออกมา สายตายังคงจับจ้องไปที่โต๊ะกลางสวน พอเห็นสามีมองอยู่นางก็เม้มปาก แต่ก็ยอมเดินออกมา เพื่อไปทำหน้าที่สะใภ้ตามธรรมเนียม เมื่อเดินมาถึงนางก็เอาแต่เหลือบมองท่านโหว เพราะเกรงจะถูกเขาเอาคืน จนกลายเป็นหวาดระแวงไปเลย และท่าทางนางมันก็ทำให้ฝ่ายของสามีพากันอมยิ้ม เพราะมู่ตันหยงคอยเหลียวหลังกลับมามองอยู่ตลอดเวลา “เดินไปเถิดน่า หันรีหันขวางอยู่ได้ ไม่เหนื่อยหรือ”“ท่านโหวก็เดินนำสิเจ้าคะ” นางรีบต่อรอง ผู้เป็นสามีจึงส่ายศีรษะเล็กน้อย ถึงกระนั้นใบหน้าเขาก็ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่ก่อนที่เขาจะเดินต่อ มือเรียวได้ยื่นออกมารั้งแขนนางให้หยุด จากนั้นเขาก็โน้มหน้าลงมาหาแล้วเอ่ยกับคนหน้าตื่นว่า “ไม่ต้องกลัว ข้าเอาคืนเจ้าแน่” ยิ้มร้ายเผยออกมาอีกครั้ง คนตัวเล็กจึงได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะยิ้มแหยให้เขา“ลืม ๆ มัน
Baca selengkapnya
10.กลยุทธ์เอาคืน
หลังจากนั้น ภายในห้องก็เงียบนิ่งราวกับไม่มีคนอยู่ ผู้อาวุโสสูงสุดก็เหมือนจะมองออกว่าอะไรเป็นอะไร จึงตัดบทด้วยการบอกกล่าวหลานชายให้พาสะใภ้ตนกลับไปพักเสีย“เช่นนั้นหลานคงต้องขอตัวก่อนนะขอรับ วันนี้มีประชุมที่หอขุนนางด้วย” อินหลางหันมาเอ่ยกับผู้เป็นย่า“ไปเถิด” ไท่ฮูหยินยิ้มอ่อนให้ทั้งคู่ที่ย่อตัวคารวะ ทว่าพอตันหยงจะหันมาหาฮูหยินรองฟู่ มือเรียวก็หันมาคว้าแขนนางเดินออกไป ทำให้สามแม่ลูกถึงกับหน้าเสีย“พวกเจ้าก็ไปเถิด ข้าเองก็จะกลับเรือนพักเช่นกัน” “น้อมส่งไท่ฮูหยินเจ้าค่ะ” ทั้งสามย่อตัวให้ ก่อนจะเดินตามกันออกไป เมื่อคล้อยหลังไท่ฮูหยิน สามแม่ลูกก็รีบวิ่งกลับไปที่เรือนของตนซึ่งอยู่คนละฝั่งกำแพง“ซือหลินไปเอายาถอนพิษมาให้แม่ที เร็วสิ!” ฟู่ซือเหนียงรีบเร่งบุตรสาว ไม่นานนักขวดยาสีขาวก็ถูกนำมาส่งให้ นางจึงรีบเทยาออกมาแล้วยัดใส่ปากตนอย่างเร่งรีบ“เจ็บใจนัก นึกไม่ถึงว่าแผนการณ์ของเราจะล้มเหลวไปเสียทุกอย่าง” ฟู่ซือหลินเอ่ยอย่างแค้นใจ“นั่นสิ หากพี่ใหญ่ไม่ยื่นมือมาช่วยมัน ป่านนี้มันคงถูกน้ำร้อนลวกจนเสียโฉมไปแล้ว” ซือหลินกล่าวอย่างแค้นใจไม่ต่างกัน ทว่าอึดใจต่อมานางก็ขมวดคิ้ว
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status