All Chapters of ท่านหญิงจีจอมพลัง : Chapter 1 - Chapter 10

87 Chapters

บทที่ 1 เขาคือเป้าหมายของข้า

ร่างระหงในชุดสีฟ้าที่ยืนเคียงคู่กันลอบชำเลืองดูชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดขุนนางสีน้ำเงินด้านหน้ามีลายปักตราพยัคฆ์ “คนนี้หรือพี่อิงอิง?” “ใช่ บุตรคนโตของอดีตเสนาบดีฝ่ายซ้าย พี่ชายของพระชายาฟ่านซิ่วอิง และพี่เขยของชินอ๋อง ตอนนี้กำลังเป็นขุนนางหนุ่มที่ได้รับการจับตามองว่า น่าจะขึ้นมาเป็นเสนาบดีฝ่ายซ้าย” ท่านหญิงใหญ่จีพยักหน้า เป้าหมายของนางใบหน้าคมคายนัก คิ้วคมหนาของเขาพาดตรง จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางตรง ดวงตายาวรีดูคล้ายไม่แยแสผู้ใด “ช่างหล่อเหลาเสียนี่กระไร ข้าเคยเห็นชื่อของเขาติดหนึ่งในสิบอันดับบุรุษรูปงามแห่งเมืองหลวง รูปร่างหน้าตาช่างสมคำร่ำลือยิ่งนัก” จีเซียงอี๋ ท่านหญิงผู้น้องยิ้มกว้างออกมา นางนึกถึงป้ายจัดอันดับในงานเทศกาลชมดอกไม้เมื่อปีที่แล้ว ช่วงที่นางยืนอ่านประกาศนั้นก็มีหญิงสาวหลายคนมายืนวิพากษ์วิจารณ์อยู่ใกล้ๆ ชื่อของคนผู้นี้จึงติดอยู่ในหัว ‘ฟ่านหลี่เจี๋ย คุณชายใหญ่ตระกูลฟ่าน’ “ข้ามิได้สนใจข้อนั้น แต่คุณสมบัติของเขาต่างหากที่จะช่วยปกป้องตระกูลจีของเราได้”ท่านหญิงเล็กจีหันไปมองหน้าพี่สาวคนกลาง “ท่านคิดจะทำอย่างไรใ
Read more

บทที่ 2 ชะตาแต่งงานของข้า

ฮูหยินใหญ่ตระกูลฟ่าน จ้งชิงเยียนนึกถึงปัญหาของบุตรชายก็ได้แต่กลัดกลุ้ม ฟ่านหลี่เจี๋ยเป็นลูกที่นางภาคภูมิใจมาตลอด เขาขยันร่ำเรียน สุภาพเรียบร้อย ในยามว่างมักจะวาดภาพ ใบหน้างดงามของลูกทั้งสองถอดแบบมาจากนางทั้งสิ้น ช่างน่าภาคภูมิใจที่ทุกคนต่างชื่นชม ใต้เท้าฟ่านสามีของนางกว่าจะฝ่าฟันมาจนได้เป็นเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนสำคัญของราชสำนักช่างยากลำบาก แต่ก็อย่างที่เขาเคยบอก ยิ่งมีอำนาจและตำแหน่งสูงก็ยิ่งต้องระวังตัว “ข้าคงจะมีอำนาจมากเกินไปเสียแล้ว” “ทำไมหรือท่านพี่?” “ฮ่องเต้คงไม่ไว้พระทัยอีกต่อไป ต้องชิงลาออกเสียก่อน” เมื่อเขาบอกกล่าวนางเช่นนั้น จึงได้ยื่นหนังสือขอลาออกอ้างว่า ต้องการไปพักผ่อนใช้ชีวิตอย่างสงบ และเลี้ยงดูหลานๆ ทว่าฮ่องเต้กลับไม่ปล่อยสามีนางไปโดยง่าย บังคับให้ย้ายบุตรชายคนโตจากสังกัดเดิมมาอยู่สำนักตรวจการเพื่อให้มาทำงานแทนบิดา ฮูหยินใหญ่รู้ว่าบุตรชายของนางอยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบ ใต้เท้าฟ่านซื้อที่ดินนอกเมืองไว้กว้างมากพอที่จะทำบ้านพักตากอากาศ ฟ่านหลี่เจี๋ยจึงมักปลีกวิเวกออกไปพักที่นั่นในช่วงวันหยุด
Read more

บทที่ 3 สัมผัสอัศจรรย์ของข้า

ฟ่านหลี่เจี๋ยมองดูภิกษุชราด้วยความคลางแคลงใจ “เหตุใดต้องเป็นข้าเล่า? ข้ามิได้เป็นฮ่องเต้หรือเชื้อพระวงศ์สักหน่อย” “เพราะเจ้าคือผู้ที่เกิดในวันสมโภชเมือง ยามจื่อซึ่งเป็นฤกษ์มงคล ในตระกูลที่เป็นผู้ร่วมสร้างเจดีย์ที่วัดหยกสวรรค์ซึ่งถือเป็นหลักชัยของแคว้น” ชายชราควักเอาสร้อยคอที่มีหยกสีดำสลักลายยื่นให้เขา “จงใส่สร้อยนี้ไว้ตลอดเวลาจนกว่าอาตมาจะมารับคืน สิ่งนี้จะช่วยคุ้มภัยให้เจ้าได้” คุณชายใหญ่ฟ่านตื่นแต่เช้าตรู่ เมื่อคืนช่างฝันประหลาดนัก และฝันเหมือนจริงจนน่าแปลกใจ เขาลุกขึ้นพับผ้าห่มไว้ปลายเตียง บ่าวข้างนอกได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบเข้ามาจัดแจงน้ำอุ่นสำหรับอาบน้ำให้เจ้านาย ขณะกำลังจะถอดเสื้อนอน พลันฟ่านหลี่เจี๋ยแตะไปโดนสร้อยหยกที่คอ พอหยิบขึ้นมาดูยิ่งตกใจ ทั้งแบบและลวดลายที่เห็นในความฝัน ยามนี้ห้อยอยู่ที่คอเขา “เอ๊ะ! นี่มัน....” เขาทำหน้าเลิกลั่กจนบ่าวตกใจ ‘นี่มิใช่ฝันธรรมดาแล้วกระมัง? คงจะต้องไปหาอาจารย์แล้ว’ ตั้งแต่เยาว์วัยจนจบการศึกษาจากสถาบันเค่อเฉิงเขาจะมีชื่อติดบนกระดานในฐานะผู้ที่สอบได้อันดับหนึ่งมาโดยตลอด แม้จะเป
Read more

บทที่ 4 ท่านหญิงจอมพลัง

ท่านหญิงใหญ่จียกง้าวขนาดร้อยชั่งกวัดแกว่งอย่างคล่องแคล่ว เหล่าองครักษ์ที่เป็นยอดฝีมือสิบนายกระโจนบุกเข้าประชิดพร้อมแทงกระบี่เข้าพร้อมกัน จีลี่อิงเหวี่ยงง้าวรับคนทั้งสิบทั้งซ้ายและขวาพร้อมดันพวกเขากระเด็นหงายหลังออกไปไกลกว่าหกจั้ง ทุกคนที่ล้อมวงชมอยู่ต่างตื่นเต้นยืนขึ้นปรบมือเกรียวกราว “พี่อิงอิงสุดยอด!” จีเซี่ยงอี๋ตะโกนลั่น “สมแล้วกับเป็นจอมพลังแห่งตระกูลจี” ท่านฝู่กั๋วกงจีจิงเทียนตบมือเสียงดังหัวเราะร่า “เจ้าช่างแข็งแกร่งจริง” จีหลุนยกง้าวขนาดเท่ากันกระโจนไปยืนตรงหน้าน้องสาว “คู่ต่อสู้ที่คู่ควรกับเจ้ามีเพียงข้าเท่านั้น” ว่าแล้วเขาก็กระโจนเข้าไปโจมตีนางอย่างรวดเร็ว จีลี่อิงตวัดปลายง้าวขึ้นรับ คร้าง! เสียงกระทบของง้าวก้องกังวานทั่วสนามฝึก วิทยายุทธ์พี่ชายคนโตนั้นประมาทไม่ได้ มีเพียงพละกำลังเท่านั้นที่ยังเป็นรองนางอีกมาก จีลี่อิงกระโดดถอยหลังไปสองจั้ง ยกยิ้มมุมปาก ตวัดง้าวขึ้นเป็นรูปครึ่งวงกลมในอากาศ “ข้าจะสำแดงพลังล่ะ” “เข้ามาได้เลย” จีหลุนอมยิ้ม เขามีวิธีรับมือกับพลังมหาศาลของน้องสาวเสมอ แล
Read more

บทที่ 5 เมื่อสบตานางครั้งแรก

สะพานไม้ที่สร้างสำหรับข้ามแม่น้ำไท่หยาง นับเป็นสะพานไม้ที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นหมิง สร้างในรัชกาลก่อน ผู้ที่ดูแลการก่อสร้างคืออดีตองค์ชายสาม หรือฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั่นเอง สะพานนี้มีความแข็งแรงและงดงามอย่างยิ่ง ที่หัวสะพานมีเสาหินใหญ่สลักรูปหัวพยัคฆ์ไว้ ข่าวลือว่า การที่ฮ่องเต้รับอาสาดูแลการสร้างสะพานแห่งนี้เพื่อเสริมบารมีตามคำแนะนำของโหรผู้หนึ่งที่องค์ชายสามบังเอิญได้พบ ฟ่านหลี่เจี๋ยมักจะสั่งให้บ่าวจอดรถม้าข้างทางเพื่อเดินเล่นบนสะพานก่อนที่จะตรงไปพระราชวัง ท่านพ่อของเขาก็มีส่วนในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ และเขาเองก็เคยตามท่านพ่อมาดูการก่อสร้างหลายครั้ง ทิวทัศน์จากบนสะพานเมื่อมองไปยังพระราชวังนั้นงดงามนัก โดยเฉพาะยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก รถม้าคันหนึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงมาตามถนนฝั่งตรงข้ามกำลังพุ่งขึ้นบนสะพาน ท่านหญิงใหญ่จีควบม้าตามมาติด “หลบไป! อันตราย!” นางตะโกนลั่น ทว่าชายหนุ่มที่กำลังยืนหลับตาเงยหน้ารับลมนั้นกลับมิได้ยินสิ่งใด ท่านหญิงจีตัดสินใจยืนขึ้นบนหลังม้าย่อตัวลงเล็กน้อย กระโจนขึ้นสูงพุ่งไปกอดเอวชายผู้นั้นกระโจนอีกฟาก ขณะที่รถ
Read more

บทที่ 6 คำทำนายของท่านปู่

เมื่อเดือนก่อน ม้วนกระดาษที่ถูกเก็บไว้ในกล่องไม้ ถูกหยิบออกมาคลี่อ่านอีกครั้ง ท่านฝู่กั๋วกงรู้สึกหนักใจเพราะเหตุการณ์ในบรรทัดแรกได้เกิดขึ้นแล้ว“สตรีสูงศักดิ์เทเลือดล้างเมือง บุรุษลือเลื่องยกดาบทาบบัลลังก์ สงครามหลังยุคกลางก่อเกิด กำเนิดมหาเสนาบดีค้ำชะตาแคว้น ฮองเฮาแห่งดินแดนปรากฏ” เมื่อฮองเฮากับใต้เท้าเถียนร่วมมือกับกองทัพของนายพลเถียนหวังก่อการกบฏ หากแต่ได้ชินอ๋องกับอ๋องเก้าร่วมมือกันช่วยเหลือฮ่องเต้เอาไว้ได้ คราวนี้จากการคำนวณดวงดาวตามวิชาที่ท่านพ่อของท่านฝู่กั๋วกงสอนไว้ ใกล้จะเกิดเหตุการณ์ที่สอง ‘บุรุษลือเลืองยกดาบทางบัลลังก์’ ท่านฝู่กั๋วกงอยากจะหยุดยั้งมิให้เกิดสงครามกลางเมือง แต่เขาเป็นเพียงเชื้อพระวงศ์ปลายแถวที่มิได้มีอำนาจทางการทหารหรืออำนาจทางการเมืองในมือ ยากยิ่งที่จะเปลี่ยนผันสิ่งใด ความสามารถด้านการทำนายทายทักก็ถูกสั่งห้ามมิให้เปิดเผยหรือทำนายให้แก่ผู้ที่อยู่นอกตระกูล การตรวจชะตาเมืองเป็นหน้าที่โดยตรงของคนในตระกูลจีในอดีตแต่เมื่อขั้วอำนาจเปลี
Read more

บทที่ 7 ความบังเอิญไม่มีจริง

จีลี่อิงนอนคว่ำบนเตียงนอน ปานเหมยกุ้ยจุดตะเกียงให้นางหลายดวงใกล้หัวนอน หนังสือที่นางสอดไว้ใต้หมอนใบใหญ่เล่มค่อนข้างหนา นางเอาเศษกระดาษมาคั่นส่วนที่อ่านค้างไว้ “ท่านหญิง ข้าว่าท่านขยับมาอ่านฝั่งนี้จะสว่างกว่านะเจ้าคะ” “อืม...ก็ดีเหมือนกัน เจ้าคอยเตือนด้วย อย่าให้ข้าอ่านเพลินนัก” นางเปิดไปยังหน้าที่คั่นเอาไว้ "เรื่องนี้สนุกดีนะ เสียดายที่พี่หลุนเพิ่งซื้อมาให้ เห็นบอกว่าเถ้าแก่สามตารับซื้อมือสองมาจากเมืองฉู่จิ้ง” นางพลิกดูชื่อผู้ประพันธ์อีกครั้ง “ข้าอ่านนิยายที่คุณชายท้ายตรอกเขียนมาหลายเรื่องแล้ว แต่เรื่องนี้สนุกจริงๆ” “อย่าบอกข้าว่า ท่านหญิงทำแบบนางเอกนิยายเรื่องนี้จริงๆ” “ใช่น่ะสิ! นางเอกในเรื่องนี้เป็นจอมยุทธ์ที่ได้ช่วยชีวิตพระเอก เมื่อนางช่วยแล้วกลับไม่ยอมบอกชื่อแซ่ เดินจากไปอย่างงามสง่า ทำให้พระเอกประทับใจในตัวนาง ข้าก็ทำแบบนี้เช่นกันเมื่อวานนี้” ปานเหมยกุ้ยกับปานหวงหลานสองพี่น้องอ้าปากค้างมองนายหญิงของตนเอง “เหลือเชื่อ!” นางกำนัลทั้งสองร้องออกมาพร้อมกัน จีเซียงอี๋เดินเข้ามาสมทบ “พี่ลี่อิง ท่านเล่าอะ
Read more

บทที่ 8 พนันแต่งงาน

หลังจากการปราบกบฏภายใต้การมุ่งสังหารฮ่องเต้ของอดีตฮองเฮาของ ชินอ๋องและอ๋องเก้า เมืองหลวงสงบสุขขึ้นมาก ขั้วอำนาจในวังยามนี้ต่างสงบนิ่ง ฮองไทเฮาก็ดูเหมือนจะยอมรามือหันไปสนใจดูแลหลานๆ ที่เกิดจากชินอ๋องและพระชายาฟ่านซิ่วอิง ฟ่านหลี่เจี๋ยจับสังเกตได้ว่า ฮ่องเต้ยังไม่ไว้วางพระทัยในเรื่องแย่งชิงราชบัลลังก์ เมื่อเลือกเฟ้นและสืบสอบปูมหลังของขุนนางรุ่นใหม่โดยละเอียด ยามนี้ฟ่าน หลี่เจี๋ยจึงได้รับเลือกเป็นหนึ่งในเหล่าราชบัณฑิตที่คอยให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาของฮ่องเต้ ‘ข้าไม่ได้อยากเข้าใกล้ฮ่องเต้ขนาดนั้น ผู้ใดกันหวังดีในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรขนาดนี้ แทนที่จะได้อยู่อย่างสงบสุขในช่วงวันหยุด การเป็นราชบัณฑิตต้องพร้อมจะเข้าเฝ้าตลอดเวลา น่าเบื่อยิ่งนัก’ ฟ่านหลี่เจี๋ยนัดแนะกับจินวั่งซู เจ้าของฉายาจอมยุแยงประจำเมืองหลวง คุณชายจินผู้นี้เป็นญาติกับจวิ้นอ๋องหรือองค์ชายสิบสองที่อภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่งแห่งแคว้นจิน บัดนี้ได้กลับมาพำนักยังเมืองหลวงหมิงแล้ว นิสัยของจินวั่งซูผู้นี้ถูกน้องสาวของเขา พระชายาฟ่านซิ่วอิงเรียกขานว่า ‘พี่วั่งซูคนโฉดข้าง
Read more

บทที่ 9 สตรีในชุดแดง

ฟ่านหลี่เจี๋ยเร่งฝีเท้าเต็มที่ เย็นนี้เขาออกจากมาจากสำนักตรวจการช้า กว่าจะกลับเข้าจวนเพื่อหยิบหนังสือที่เขียนเสร็จแล้วบนโต๊ะออกมาก็ใกล้เวลาพลบค่ำ เขาใช้ผ้าสีดำห่อหนังสือสองเล่มแล้วเร่งรุดออกจากคฤหาสน์ไปทางบ่อนหวังร่ำรวย ตรอกข้างบ่อนการพนันนั้นเป็นที่รู้จักกันในนามตรอกคนโฉด ก่อนจะไปถึงเขาแวะในซอยเล็กๆ ที่มีบ้านหลังน้อยซ่อนอยู่ เปิดเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดบัณฑิตซ่อมซ่อ แล้วใช้ผ้าปิดหน้า “เจ้ามาแล้วหรือ? ข้าถูกลูกค้าด่ามาห้าวันแล้ว เงินมัดจำก็รับเขามาแล้วจะคืนก็มิมีผู้ใดยอมรับได้กดดันให้ข้าไปเร่งเอาต้นฉบับมา”คุณชายฟ่านหัวเราะแหะๆ “ข้าขออภัยจริงๆ ระยะนี้งานข้ายุ่งมาก กำหนดว่าจะเขียนให้จบเดือนนี้ก็เลยต้องเลื่อน”ครั้งแรกที่เขาเอาหนังสือที่ประพันธ์ไว้มาขายต้นฉบับที่นี่ เพราะเกรงจะมีผู้จำได้จึงต้องแปลงโฉมสักเล็กน้อย เสื้อผ้าราคาถูกที่ขอมาจากบ่าวหลังจวนใส่แล้วทำให้คนไม่สนใจจะสังเกตเขานัก แต่เพื่อความมั่นใจเขาจึงใช้ผ้าคาดใบหน้าไว้โดยอ้างกับเถ้าแก่ตาเดียวว่า ตนมีแผลเป็นที่ใบหน้าอัปลักษณ์นักจึงมิอยากให้ผู้ใดได้เห็นเถ้าแก่ตาเดียวเปิดอ่านต้นฉบับของเขาไม่เพียงสองตอนก
Read more

บทที่ 10 ครูฝึกทัพพยัคฆ์เหิน

ชินอ๋องที่ดูแลค่ายพยัคฆ์เหินมาเนิ่นนานกราบทูลขอพระบรมราชานุญาตจากฮ่องเต้เปิดการประลองเพื่อคัดเลือกยอดฝีมือไปเป็นนายกองเพิ่มเติม “หม่อมฉันอยากจะได้ผู้ที่อยู่นอกกองทัพเพื่อที่จะได้นำเอาวิทยายุทธ์จากภายนอกไปฝึกสอนให้กับทหารเพิ่มเติม” ฮ่องเต้หมิงทรงพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าอนุญาต” ประกาศของทางการที่ถูกปิดไปทั่วเมืองหลวงล้วนทำให้ชายหนุ่มผู้ฝึกยุทธ์มีความกระตือรือร้น การคัดเลือกโดยชินอ๋องซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น ท่านชายน้อยจีเป็นหนึ่งในผู้สมัคร แม้ผู้ที่เป็นเชื้อพระวงศ์โดยมากไม่นิยมเป็นทหารเพราะแต่ละสายตระกูลล้วนหวงแหนทายาทของตนยิ่งนัก จะว่าไปแล้วตระกูล หมิงของฮ่องเต้ก็มีเพียงชินอ๋องที่อาจหาญและเป็นขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ “ที่ผ่านมา พ่อมิยอมให้เจ้าไปเป็นทหารเพราะเจ้าจะต้องสืบต่อตระกูล ทว่ายามนี้ภัยกลับมากมีนัก การออกจากวังจีของเจ้าจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบา” ท่านฝู่กั๋วกงตรวจดวงชะตาของตระกูลแล้วจึงอนุญาต จากคนนับพันที่แห่แหนมาจากทั่วสารทิศ ผ่านรอบคัดเลือกเหลือเพียงสี่ร้อยคนที่นับว่ามีฝีมือร้ายกาจ ลานประลองก
Read more
PREV
123456
...
9
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status