Share

ป่วยนานเหมือนตายไปแล้ว

last update Last Updated: 2026-01-06 21:56:20

หนึ่งเดือนแล้วที่บุตรีคนเล็กของราชครูโจวเยี่ยน นอนป่วยหมดสติอยู่บนเตียงนอนภายในเรือนของนาง ฮ่องเต้รับสั่งให้หมอหลวงมาช่วยดูอาการแล้วหลายคน  หมอหลวงทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นางเพียงแค่หลับไปเท่านั้น ภายในร่างกายไม่ได้เจ็บป่วยอะไรเลย

           “ฮึก ฮือ ฮือ!! ท่านพี่ เมื่อไหร่ลี่เอ๋อร์ของเราจะฟื้นขึ้นมาเจ้าคะ”

           โจวฮูหยินนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียงนอนของบุตรสาว นางนึกไปถึงสภาพของบุตรสาว ที่ตัวซีดขาวเหมือนร่างไร้ลมหายใจเมื่อครั้งที่ขึ้นมาจากน้ำใหม่ ๆ ก็ยิ่งร้องไห้ไม่หยุด เสียงสะอึกสะอื้นดังระงม จนผู้เป็นสามีปวดใจกับภาพที่พบเห็นยิ่งนัก

           “ท่านแม่ ลี่เอ๋อร์ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรขอรับ เดี๋ยวน้องก็ตื่นแล้ว”

           โจวสืออี้ พี่ชายคนโตที่กำลังตาแดงก่ำ แต่ก็พยายามฝืนเอ่ยปลอบใจมารดาออกไป ในใจของเขาหวาดกลัวว่าน้องสาวจะจากไป แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมาให้มารดาได้ยิน

            “ฮูหยิน พี่เชื่อว่าลี่เอ๋อร์จะกลับมาหาพวกเราในเร็ว ๆ นี้ ตามที่ท่านไต้ซือได้บอกกล่าวเอาไว้ เจ้าอย่าร้องไห้ให้ลูกได้ยินอีกเลย”

           ราชครูโจวเชื่อเช่นนั้นจริง ๆ เขากับฮูหยิน ขึ้นไปกราบไหว้สักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไต้ซือที่วัดบนเขามา ท่านไต้ซือบอกว่าอีกไม่นาน นางจะกลับมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

            “ฮึก!! ถ้านางฟื้นขึ้นมาข้าจะพานางกลับไปกราบไหว้ไต้ซือ ที่วัดบนเขาด้วยตนเอง”

ตำหนักอ๋องหนานกงชิง

            “ฟานจง นางฟื้นหรือยัง” 

           ในห้องทรงงานอันเงียบสงบ บุรุษเจ้าของตำหนักที่มีใบหน้าเคร่งขรึม ก็เงยหน้าจากงานราชการมากมาย ที่ต้องช่วยเหลืองานของพี่ชาย เพื่อ ไต่ถามในสิ่งที่ยังติดค้างอยู่ในใจของเขามาตลอด 1 เดือน

           “ยังขอรับ”

            “ส่งโสมไปเยี่ยมนางอีก เผื่อฟื้นขึ้นมาจะได้บำรุงร่างกายให้แข็งแรง  และไม่เจ็บป่วยนาน ๆ แบบนี้อีก”

           น้ำเสียงราบเรียบ แต่ทว่าถ้าฟังดี ๆ จะรู้สึกถึงความห่วงใยปนความรู้สึกผิดมาด้วย

            “ขอรับ ว่าแต่ท่านอ๋องไม่นำของบำรุง ไปเยี่ยมคุณหนูโจวด้วยตนเองหรือขอรับ”

            องครักษ์ฟานจง แสดงความคิดเห็นไปตามความเหมาะสม เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องในคราวนั้น อ๋องหนานยังไม่เคยไปเยี่ยมไข้โจวลี่เซียนด้วยตนเองเลยสักครั้ง มีเพียงให้คนนำสมุนไพรบำรุงส่งไปจวนราชครูเท่านั้น

            “อืม ข้าควรไปด้วยตนเองหรือ?”

           น้ำเสียงไม่มั่นใจเอ่ยถามออกมา เพราะเขาก็แยกออกมาอยู่ตัวคนเดียวมานานหลายปี ไม่ได้มีมารดาคอยชี้แนะ จึงไม่ได้ล่วงรู้ธรรมเนียมปฏิบัติอันใดมากนัก

           “ขอรับ เพื่อแสดงน้ำใจจะได้ไม่น่าเกลียด พวกนางทะเลาะกันเรื่องของท่าน ถึงแม้ว่าท่านอ๋องจะเป็นคนช่วยนางขึ้นมาจากน้ำก็ตาม  การไปเยี่ยมไข้ด้วยตนเองสักครั้งก็ถือว่าสมควรยิ่ง”

           ฟานจงรู้นิสัยท่านอ๋อง เจ้านายของเขาดีว่าที่จริงแล้วเป็นคนจิตใจดี ติดที่ว่าเฉยชาและไม่ค่อยรู้ธรรมเนียมปฏิบัติเท่านั้นเอง จึงได้เอ่ยแนะนำออกไปตามตรง

           “ถ้าเช่นนั้นก็ไปเตรียมรถม้าเถิด ข้าจะไปเยี่ยมนางด้วยตนเอง”

           “ขอรับ”

จวนราชครูโจว

           บุรุษสูงศักดิ์ ก้าวเท้าเข้ามาในจวนราชครูด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย และมีใบหน้าที่เป็นมิตร ผิดจากยามปกติที่มักจะนิ่งขรึมเฉยชาอยู่เสมอ

            และครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกที่อ๋องหนานกงชิง ได้เข้ามาเยี่ยมเยือนที่จวนราชครูโจว ตามติดมาด้วยองครักษ์ฟานจง ที่กำลังถือตะกร้าใส่ของบางอย่างอยู่ในมือ

           “คารวะท่านอาจารย์ขอรับ”

           “ถวายบังคมท่านอ๋อง กระหม่อมไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จมาที่จวนเลยไม่ได้เตรียมการต้อนรับ ขอประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

           ราชครูโจวรีบเดินออกมาจากห้องหนังสือ เมื่อพ่อบ้านของจวนไปแจ้งว่าท่านอ๋องหนานกงชิงมาขอพบ

           “ท่านอาจารย์ พูดกับข้าเสียนึกว่าอยู่ในวังหลวงต่อหน้าเสด็จพี่ฮ่องเต้  พูดธรรมดาเถิดขอรับข้าจะได้พูดคุยด้วยอย่างสบายใจ”

            “ขอรับ ท่านอ๋อง ว่าแต่ท่านมาถึงจวนราชครู มีสิ่งใดให้พวกเราตระกูลโจวช่วยเหลือหรือไม่”

            ราชครูโจวนึกแปลกใจ ที่อ๋องหนานกงชิงมาที่จวนตระกูลโจว เพราะปกติอ๋องหนุ่มคนนี้ ค่อนข้างจะหวงแหนความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ชอบไปเยี่ยมเยือนใครถึงจวน และไม่ชอบให้ใครไปเยือนที่ตำหนักของเขาเช่นกัน

           “ข้าไม่มีสิ่งใดรบกวนตระกูลโจวหรอกขอรับ ที่มาวันนี้เพียงแค่นำของบำรุงมาเยี่ยมไข้คุณหนูโจวเพียงเท่านั้น เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องในครั้งนั้น ข้าก็ยังไม่เคยมาเยี่ยมนางด้วยตนเองเลยสักครั้ง วันนี้เห็นเป็นโอกาสที่เหมาะสม เลยนำโสมมาให้พวกท่านต้มให้นางดื่ม ยามที่ตื่นฟื้นขึ้นมาจากอาการเจ็บป่วย”

           “พวกเราตระกูลโจวต้องขอบพระคุณท่านอ๋องมากขอรับ ที่ทั้งช่วยเหลือชีวิตบุตรสาวของเรา ทั้งมีแก่ใจนำสมุนไพรมาเยี่ยมเยียนอีก เป็นบุญของลี่เอ๋อร์ยิ่งนัก”

           ราชครูโจวก้มหัวลง เพื่อขอบคุณอ๋องหนุ่มอย่างถึงที่สุด ถ้าไม่ได้บุรุษตรงหน้าเห็นทีว่าบุตรสาวของเขา คงไร้ลมหายใจตั้งแต่ตกลงไปในสระบัวนั้นแล้ว

           “ท่านอาจารย์อย่าก้มหัวให้ข้าขนาดนี้เลย  ข้าควรต้องช่วยนางอยู่แล้ว เพราะต้นเรื่องมาจากข้า ที่ทำให้พวกนางทะเลาะกันจนเกิดเรื่องขึ้น จนถึงทุกวันนี้ข้าก็ยังสำนึกผิดอยู่ทุกครั้ง ที่นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น การที่ได้กระโดดน้ำลงไปช่วยชีวิตของนาง ก็ถือว่าเป็นการไถ่บาปในใจของข้าไปบางส่วนเช่นกัน”

           ใช่แล้ว อ๋องหนานกงชิงรู้สึกผิดอยู่ทุกวัน ที่ตนเองมีส่วนทำให้โจวลี่เซียน ต้องตกลงไปในสระบัวจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จนกระทั่งเวลานี้นางก็ยังไม่ฟื้นกลับมาหาครอบครัว

           ในขณะที่ราชครูโจว กำลังสนทนาอยู่กับอ๋องหนานกงชิง ในห้องโถงรับแขกอยู่นั้น พ่อบ้านจิ้งก็รีบเดินเข้ามาแจ้งข่าวสำคัญให้ราชครูโจวรับรู้

           “ขอประทานอภัยท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

           พ่อบ้านจิ้งรีบกล่าวขออภัยแขกผู้สูงศักดิ์ของนายท่าน ก่อนที่จะเอ่ยแจ้งเรื่องสำคัญออกไป ให้นายท่านของเขารับทราบ  เพราะเป็นข่าวที่ดีที่สุดในรอบ 1 เดือนมานี้แล้ว

            “ขออภัยท่านอ๋อง พ่อบ้านคงมีเรื่องด่วนมาแจ้งกระหม่อม  มีเรื่องอะไรหรือพ่อบ้านจิ้ง”

           ราชครูโจวกล่าวขออภัยแขกสูงศักดิ์ที่ถูกรบกวนการสนทนา แล้วหันมาสอบถามเรื่องราวจากพ่อบ้านจิ้ง ที่มีสีหน้าแตกตื่น แต่ทว่าแลดูกำลังยินดีอยู่เช่นกัน

           “คุณหนูฟื้นแล้วขอรับ ฮูหยินให้คนมาแจ้งข้า เพื่อส่งข่าวให้นายท่านทราบขอรับ”

           “ฮะ ลี่เอ๋อร์ฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ”

           “ขอรับนายท่าน”

           จากนั้นบุคคลทั้งหมดในห้องโถงรับแขก ก็รีบเดินตามพ่อบ้านจิ้งไป ไม่เว้นแม้แต่บุรุษสูงศักดิ์ผู้เป็นแขกของราชครูโจวกับองครักษ์ของเขา ก็เดินตามไปด้วยเช่นกัน

           พอเดินไปถึงบริเวณหน้าเรือนนอนของโจวลี่เซียน ก็มีเพียงราชครูโจวเท่านั้น ที่เดินเข้าไปภายในเรือนนอนของนาง ส่วนคนอื่น ๆ ก็อยู่รอฟังข่าว อยู่บริเวณด้านนอกตามมารยาทที่พึงกระทำ

           “แค่ก แค่ก!!! ขอน้ำ” 

           เสียงแหบแห้งพยายามเอ่ย เพื่อบอกกล่าวความต้องการของตนเอง เนื่องจากลำคอขาดน้ำมาเนิ่นนาน การที่จะเอ่ยออกมาแต่ละคำนั้นก็ช่างลำบากยิ่งนัก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   ตอนพิเศษ

    กาลเวลาผันผ่านไป 5 ปีแล้ว ยามนี้ในตำหนักของอ๋องหนานกงชิง มีอ๋องน้อยฝาแฝดชายวัย 4 หนาว ที่มีใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบบิดามามิมีผิดเพี้ยน ผิวกายของเด็กชายขาวเนียนละเอียดเยี่ยงมารดาของพวกเขา ทั้งยังตัวอวบอ้วนน่ารักน่าชังจนเสด็จลุงฮ่องเต้ และเสด็จป้าฮองเฮาเรียกหาให้เข้าวังอยู่เสมอ เจ้าหัวผักกาดทั้งสองคน กำลังเดินตามติดมารดาอยู่ไม่ห่าง เหตุเกิดจากบิดาของทั้งสองคนแย่งมารดาที่รักยิ่งของพวกเขาไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เมื่อทั้งสองตื่นขึ้นมาในยามเช้าก็ไม่พบมารดาแล้ว จึงคาดเดาได้ไม่ยากว่าผู้ใดเป็นคนขโมยมารดาไปจากพวกเขา เพราะบิดามักจะทำเช่นนี้อยู่เสมอ หนานเฟยเทียน กับหนานเฟยฮุ่ย ทั้งสองคนกำลังเฝ้าตามติดมารดาไม่ให้คลาดสายตา เพราะเกรงว่าบิดาจะมาแย่งมารดาไปจากพวกเขาในยามกลางวันเฉกเช่นยามค่ำคืน เพราะแอบถามองครักษ์ฟานจงมาแล้วว่า วันนี้บิดาไม่ได้เข้าวัง และกำลังทรงงานอยู่ในห้องหนังสือของตำหนัก “เฟยเทียน เฟยฮุ่ย พวกเจ้าไม่ไปวิ่งเล่นกันหรอกหรือ เหตุใดจึงเดินตามแม่ทุกฝีก้าวเยี่ยงนี้” ลี่เซียนเอ่ยถามบุตรชายฝาแฝดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ขณะที่กำลังเดินเก็บสมุนไพรที่ท่านอ๋องให้

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   เข้าหอ NC+++ (ตอนจบ)

    โจวลี่เซียนเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสวามีของนางอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณี เขาช่างสง่างามจนใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น แก้มนวลก็เห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกจินตนาการไปถึงบทรักอันร้อนแรง ที่นางจะมอบให้สวามีในค่ำคืนเข้าหออย่างเป็นทางการนี้ “เมาหรือเจ้าคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยขึ้นมาทันที เห็นสวามีเดินเข้ามาในห้องหอ โดยที่มีกลิ่นสุราอบอวลไปทั่วร่างกาย ใบหน้าหล่อเหลาแย้มยิ้มออกมา ทั้งยังมีแววตากรุ้มกริ่มอย่างเห็นได้ชัด “นิดหน่อย เจ้าพวกนั้นมิปล่อยให้พี่มาหาเจ้า โดยเฉพาะเจ้าประมุขหน้าขาวผู้นั้น” “ท่านอ๋องจะดื่มน้ำแกงสร่างเมาสักหน่อยไหมเจ้าคะ ข้าจะให้สาวใช้ไปจัดเตรียมมาให้” “ลี่เอ๋อร์จากนี้ให้เรียกสามีว่าท่านพี่ได้หรือไม่ ส่วนน้ำแกงพี่ไม่ต้องการพี่ต้องการเพียงน้ำหวานเท่านั้น” เรือนกายสูงใหญ่เดินเข้ามากอดรัดเอวบางด้วยความคิดถึง “เปิดผ้าคลุมหน้าแล้วดื่มสุรามงคลกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าหนักเครื่องประดับที่หัวมากแล้ว” หลังจากอ๋องหนานกงชิงเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว และคล้องแขนดื่มสุรามงคลกันจนหมดจอก ลี่เซียนก็รู

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   สมรสพระราชทาน

    จวนตระกูลจ้าว รองเจ้ากรมอาญาได้รับคำสั่งจากเจ้ากรมอาญา ให้ติดตามเสนาบดีจ้าวหย่งเจี้ยนมายังจวนตระกูลจ้าว เพื่อดำเนินการเนรเทศจ้าวอิงเถาให้ไปอยู่เมืองตงกง เมืองชายแดนทางทิศใต้ของแคว้นหนาน ตามพระบัญชาของฮ่องเต้ เสนาบดีจ้าวหย่งเจี้ยนมีสีหน้าราบเรียบ และอยู่ในอารมณ์นิ่งสงบ เพราะวิธีนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว สำหรับทุกคนในตระกูลจ้าว หากยังพยายามแก้ต่างให้บุตรสาวที่ดื้อรั้นทั้งยังเอาแต่ใจตนเอง มีแต่จะนำพาให้ทุกคนในตระกูลเดือดร้อนกันไปทั้งหมด และตระกูลจ้าวคงได้จบสิ้นในชั่วอายุของเขาเป็นแน่ “ท่านพี่ คนจากกรมอาญามาทำอันใดที่จวนของเราเจ้าคะ” จ้าวฮูหยินสอบถามสามีด้วยความสงสัย เมื่อเห็นบุรุษหลายคนซึ่งอยู่ในอาภรณ์ที่บ่งบอกตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างชัดเจน เดินเข้ามาในจวนพร้อมกับสามี ข้างกายของจ้าวฮูหยินมีบุตรสาวคนรอง ซึ่งยามนี้จ้าวอิงเถากำลังมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด “สอบถามบุตรสาวของเจ้าเถิดฮูหยิน ว่านางไปทำอันใดไว้บ้าง หากข้าไม่พาคนจากกรมอาญามาที่จวนด้วยตนเอง เห็นทีว่าคนในตระกูลจ้าว คงต้องหัวหลุดจากบ่ากันทุกคน” เสนาบดีจ้าวเอ

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   ทนรอแทบไม่ไหว

    การสอบสวนหาตัวผู้ร้าย ที่ลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้กับฮองเฮา ยังคงเป็นไปอย่างเงียบเชียบ บรรดาองค์ชายคนอื่น ๆ กับสนมหรือสตรีในวังหลังทุกคน จะยังไม่รับรู้เรื่องราวการลอบปลงพระชนม์ในครั้งนี้ จะรับรู้เพียงแค่ทั้งสองพระองค์กำลังพักฟื้นจากอาการป่วยก็เพียงเท่านั้น เนื่องจากยังต้องสืบหาตัวผู้ลงมือปองร้ายองค์รัชทายาท ที่ยังไม่มีหลักฐานเอาผิดผู้ใด หากผู้ร้ายเป็นพวกเดียวกันจะได้ไม่ไหวตัวหลบหนีไปได้ทันเวลาตำหนักหวงกุ้ยเฟย ยามนี้ฮ่องเต้หนานเจ๋อติง กำลังสอบถามเอาความกับหวงกุ้ยเฟยเป็นการส่วนพระองค์ ในตำหนักของหวงกุ้ยเฟย ซึ่งมีฮองเฮานั่งรับฟังเรื่องราวทั้งหมดอยู่ข้าง ๆ กัน ฮองเฮาทรงนั่งรับฟังด้วยอาการสงบนิ่ง เพราะเรื่องราวในครั้งนี้พระนางยกให้พระสวามีเป็นผู้จัดการด้วยพระองค์เองทั้งหมด “ฝ่าบาททรงเชื่อนางกำนัลพวกนี้หรือเพคะ หม่อมฉันย่อมรักใคร่ในตัวของพระองค์ จะลอบวางยาพิษพระองค์ไปเพื่อการใด” สตรีที่หมอบคลานอยู่กับพื้นกล่าวแก้ต่างให้กับตนเอง ใบหน้างดงามตามวัยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ตั้งแต่รับรู้ข้อกล่าวหาที่พระสวามี ได้บอกกล่าวความผิดของพระนางให้แจ้งประจักษ์

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   คนร้าย NC

    หนึ่งชั่วยามต่อมา ฮ่องเต้หนานเจ๋อติงก็รู้สึกตัวฟื้นตื่นขึ้นมา ก่อนที่จะหมดสติพระองค์จดจำได้ทุกอย่าง ว่ากำลังนั่งเสวยอาหารร่วมกันกับฮองเฮาในตำหนักส่วนพระองค์ ซึ่งก็เป็นเช่นนี้เฉกเช่นทุกเช้า เพียงแต่เช้านี้หลังจากเสวยอาหารไปเพียงไม่กี่คำก็รู้สึกแน่นหน้าอก ฮองเฮาหมดสติก่อนพระองค์ เพราะพระนางดื่มน้ำชาไปหมดจอกก่อนจะเริ่มเสวยอาหาร “อาหนาน ข้ายังไม่ตายหรอกหรือ” เสียงอ่อนระโหยโรยแรงกล่าวขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน แต่สายพระเนตรก็มองเห็นน้องชายนั่งเฝ้าพระองค์อยู่ไม่ห่าง “พี่ใหญ่ ท่านกับพี่สะใภ้เกือบได้ข้ามแม่น้ำเหลืองแล้ว หากโจวลี่เซียนไม่ได้อยู่เมืองหลวง เพราะท่านถูกพิษเหมันต์พิษร้ายแรงที่ไม่สามารถตรวจสอบหาพิษด้วยวิธีการทั่ว ๆ ไป” “พี่สะใภ้เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง นางหมดสติไปก่อนข้าเสียอีก” “ปลอดภัยแล้วขอรับ อีกสักครู่ก็คงฟื้นเช่นกัน ลี่เอ๋อร์กำลังดูแลอยู่” “เสด็จพ่อ เป็นเช่นไรบ้างขอรับ” องค์รัชทายาทเมื่อเห็นว่าพระบิดารู้สึกตัวแล้ว จึงรีบเดินลงจากเตียงมาสอบถามอาการด้วยความเป็นห่วง “อาหยุนเหตุใดเจ้าจึงหน้าตาซีดเซ

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   องค์รัชทายาทก็ถูกพิษ

    บริเวณตำหนักหลวงยามนี้มีแต่ความเงียบสงบ เพราะองครักษ์เสื้อแพรได้เชิญผู้ไม่เกี่ยวข้องในการรักษาให้ออกไปทั้งหมดแล้ว “เสด็จอา เสด็จพ่อกับเสด็จแม่เป็นเช่นไรบ้างขอรับ” องค์รัชทายาทหนานหลิงหยุน รีบเสด็จมาดูอาการของพระบิดากับพระมารดา เมื่อทราบข่าวจากองครักษ์ส่วนพระองค์ ทั้ง ๆ ที่เขาก็รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวสักเท่าไร เขาเริ่มมีอาการอ่อนเพลียมาหลายวันแล้ว ทว่าเมื่อหมอหลวงมาตรวจร่างกาย ก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ และตัวเขาก็ระมัดระวังตนเองเป็นอย่างดี ในทุก ๆ ครั้งก่อนจะกินอาหารก็ให้กงกงคนสนิท ใช้เข็มตรวจสอบพิษในอาหารและน้ำดื่มอยู่เสมอ และไม่เคยพบเจอพิษใด ๆ เลยสักครั้ง เขาจึงคิดว่าตนเองคงแค่อ่อนเพลียเพราะทำงานหนักเป็นแน่ “ท่านอ๋อง องค์รัชทายาทถูกพิษนะเพคะ เหตุใดจึงยังไม่ได้รับการรักษาเช่นนี้” ลี่เซียนเห็นใบหน้าซีดเซียวขององค์รัชทายาท นางก็วินิจฉัยโรคได้ทันที เพราะริมฝีปากของเขาเริ่มมีสีม่วงคล้ำ บ่งบอกแน่ชัดว่าร่างกายของเขา ถูกพิษมาสักระยะหนึ่งแล้ว “หมอโจว ข้ารู้สึกอ่อนเพลียเหมือนคนที่พักผ่อนไม่เพียงพอ จึงคิดว่าเกิดจากการทำงานหนัก เพราะก่อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status