Home / วาย / ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1 / บทที่ 8 ไปนานๆ ยิ่งนานก็จะยิ่งดี ไม่ต้องกลับมาก็ยิ่งดียิ่งกว่า 2/4

Share

บทที่ 8 ไปนานๆ ยิ่งนานก็จะยิ่งดี ไม่ต้องกลับมาก็ยิ่งดียิ่งกว่า 2/4

last update publish date: 2024-11-10 19:30:48

ระนาบหวู่เซียนเป็นระนาบที่มีพลังปราณยุทธเป็นใหญ่ แตกต่างจากระนาบมนตราที่พลังเวทมนตร์เป็นใหญ่

และเขาก็หาทางกลับไม่ได้

แต่ก็เป็นเรื่องดีที่เขาไม่ต้องตาย เด็กหนุ่มปลงกับตัวเอง เป้าหมายในชีวิตตอนนี้สำหรับเยี่ยหยางคือการกลับไปในที่ของตัวเอง และฟื้นชีวิตสหายที่เป็นเหมือนพี่น้องเป็นคู่อริของเขา 

เยี่ยหยางเดินเข้าไปในห้องหนังสือของเรือน หน้าต่างทุกบานปิดสนิทเหมือนเจ้าของไม่ค่อยจะเข้ามาใช้งาน ซึ่งเป็นความจริงห้องนี้เป็นแค่ทางผ่านสำหรับเดินเข้าห้องใต้ดินที่เขาสั่งคนทำขึ้น โดยไม่มีใครรู้ว่าใต้ตำหนักแห่งนี้มีดินแดนใต้ดินอยู่ ผู้ที่รู้เรื่องราวถูกลบความจำทั้งหมดด้วยเวทมนตร์อย่างถาวร 

ดินแดนใต้ดินตำหนักชินอ๋องมีทางเข้าหลายทาง ซึ่งเยี่ยหยางสร้างขึ้นเพื่อความสะดวกของเขา แต่ละทางเข้าก็มีวิธีเข้าไปที่แตกต่างกัน ไม่มีทางที่ผู้คนทั่วไป แม้กระทั่งเจ้ายุทธภพของที่นี่จะผ่านเข้าไปได้ ถ้าไม่มีพลังเวทและรู้วิธีเข้ามาที่ถูกต้อง ดีไม่ดีกลายเป็นผีเฝ้ายามให้เขาใช้สอย

บรรยากาศดินแดนด้านล่างต่างจากด้านบนลิบลับ กลิ่นอายต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เครื่องเรือนหลายชิ้นดูแปลกตา กลับตกแต่งหรูหราอย่างเข้ากันด้วยสีขาวเป็นส่วนใหญ่ตัดด้วยสีเทาและดำ 

พื้นหินสีดำเงางามบางส่วนพื้นที่ถูกปูด้วยพรมสีน้ำเงินนุ่มเท้า กำแพงหินเรืองแสงส่องสว่างเหมือนเบื้องบนของไข่มุกฉายตะวัน

เยี่ยหยางเดินผ่านโถงทางเดิน ผ่านห้องเล็กห้องน้อยที่กั้นเป็นสัดส่วนเข้าไปในห้องหนึ่ง 

ภายในห้องต่างจากห้องอื่นโดยเฉพาะไม่มีเครื่องเรือนมากมาย มีเพียงเตียงหยกหิมะเหมันต์ขนาดไม่ใหญ่ ที่เขาบังเอิญไปเจอในถ้ำหิมะลึกลงไปใต้ดินทางตอนเหนือ ตอนตามฮ่องเต้เสด็จประพาสเมื่อเจ็ดปีก่อน 

กลางเตียงหยกมีบุรุษเพศผู้หนึ่งนอนหลับ นิ่งไม่ไหวติง เส้นผมสีเข้มนุ่มฟูดูยุ่งเหยิง เปลือกตาปิดสนิทไม่เห็นแวว ผิวที่เคยแทนคล้ำกลับขาวซีด เสียงหัวใจเต้นช้า ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอเป็นสิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าร่างนั้นไม่ไร้ลมหายใจ

“เซเวียร์ เจ้ามันนอนขี้เกียจเกินไปแล้ว” เยี่ยหยางเอ่ยน้ำเสียงเบา ๆ ทักทายร่ายไร้สติ เดินไปเทไวน์ใส่แก้วนั่งจิบอย่างสงบไปหนึ่งแก้ว ก็ลุกขึ้นไปทำสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบอย่างการปรุงยา

หลังจากมาเยี่ยมร่างอัศวินไร้จิตวิญญาณอย่างทุกครั้งที่ลงมาด้านล่าง ส่วนใหญ่เขาก็หมกตัวอยู่ในห้องปรุงยาห้องใหญ่ที่ถูกสร้างใหญ่กว่าห้องอื่น ๆ มีตู้หลายใบเรียงรายกันในห้อง ในตู้ต่างมีขวดมากมายเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ 

หม้อขนาดต่าง ๆ ตั้งอยู่ตามมุมห้องทำด้วยวัสดุต่างกันไป ท้ายห้องปรุงยาเป็นประตูทะลุไปสู่ห้องเก็บเครื่องปรุงยาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร หรือแม้กระทั่งชิ้นส่วนอวัยวะของสัตว์ในห้องแคบยาวไปจนสุดทาง ที่ทะลุกว้างออกไปเสมือนป่าขนาดย่อมแห่งหนึ่ง ถูกปลูกด้วยพืชนานาพรรณ ตั้งแต่มีพิษร้ายแรงตั้งแต่กำเนิดยันพืชผักสวนครัวทั่วไปที่สามารถนำมาใช้ปรุงยา ด้วยแสงอาทิตย์จากไข่มุกฉายตะวันหล่อเลี้ยงพืชพรรณเหล่านี้

เยี่ยหยางโบกมือเรียกข้าวของทั้งหมดในห้องปรุงยา ราวกับถูกยกย้ายไปอยู่ในกล่องหนังใบใหญ่ที่มีถือสำหรับหิ้ว 

ในพริบตากลายเป็นห้องโล่งมืด ๆ มีแสงลอดมาจากกล่องเท่านั้น กล่องหนังที่อยู่บนพื้นใบนั้น คือกระเป๋าหนังหน้าตาประหลาดสำหรับคนที่นี่ ถูกเปิดออก 

เขาก้าวเท้าเข้าไปในกล่องที่มีความกว้างยาวเท่าตัวคนรอดผ่านเท่านั้น ตัวเยี่ยหยางค่อย ๆ หายลงไปในกล่องใบใหญ่ มือจับขอบกล่องหนังเอื้อมมืออีกจับอีกด้านปิดลงพร้อมแสงทั้งหมดหายไป

เด็กหนุ่มก้าวลงบันไดไปห้องปรุงยา ที่เมื่อครู่ถูกย้ายเข้ามา เพื่อเตรียมการสำหรับเดินทางไกลของเขา เยี่ยหยางสำรวจข้าวของว่าทุกอย่างถูกเป็นระเบียบจัดเรียบร้อยเหมือนเดิมหรือไม่ 

น้ำยามากมายประเมินคุณค่าไม่ได้ มีสรรพคุณชั้นเลิศยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเทียบยาของหมอเทวดาในยุทธภพ เขาต้องทยอยย้ายข้าวของส่วนตัวของเขาเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ

ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครเข้ามาที่นี่ได้ แต่เผื่อเหตุไม่คาดฝันขึ้นเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากมัน เพราะตั้งใจจะลงหลักปักฐานที่ราชอาณาจักรซีเว่ย จึงทำให้เขาสร้างอาณาเขตของตัวเองไว้ที่นี่ แต่ต้องไปร่ำเรียนวิชาเซียนอะไรสักอย่าง ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ เยี่ยหยางจึงเก็บของสำคัญติดตัวไปด้วยทั้งหมด เหมือนก่อนที่จะมาปักหลักที่นี่

ในท้ายที่สุดกระเป๋าหนังใบใหญ่ถูกย้ายไปในห้วงมิติของเขาอีกที พ่อมดแม่มดน้อยคนนักที่จะมีห้วงมิติเป็นสมบัติส่วนตัวมีเพียงจอมเวท ที่มีพรสวรรค์ของสายเลือดเมอร์ลิน และไม่ใช่ทุกคนที่มีสายเลือดเมอร์ลินจะมีพรสวรรค์นี้

ห้วงมิติของพ่อมดแม่มดแต่ละคนก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป บางคนเป็นเหมือนกระเป๋าใบเล็ก ๆ ไว้เก็บของน้อยนิด บางคนกว้างใหญ่ราวกับใบหนึ่ง 

การใช้ห้วงมิติขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและปริมาณของพลังเวท ห้วงมิติของเยี่ยหยางนั้นกว้างใหญ่ราวปราสาทหลังใหญ่ แต่ก็มีข้อจำกัด ถึงแม้จะกว้างใหญ่เพียงไหนก็ได้แค่เก็บข้าวของ 

ตัวเขาไม่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเข้าไปอยู่ในห้วงมิติได้ สิ่งของสิ่งมีชีวิตอื่นที่เขาส่งเข้าไปสามารถเข้าไปได้ยกเว้นร่างกายเขา เยี่ยหยางสามารถย่างก้าวเข้าห้วงมิติได้แค่จิตวิญญาณเท่านั้น มันเลยเป็นเหมือนกระเป๋าใบโตมโหฬารที่พบพาไปไหนก็ได้อย่างที่ไม่มีใครรู้

ที่ระนาบหวู่เซียนก็มีมิติพบพาเช่นกัน เป็นอุปกรณ์สลักอักขระอย่างแหวนมิติ หรือกำไรมิติ ส่วนใหญ่อยู่ในรูปลักษณ์เครื่องประดับ แต่พื้นที่จัดเก็บช่างน้อยนิด ยิ่งชิ้นไหนมีพื้นที่จัดเก็บมากราคาก็มหาศาลตามขนาด เขาเองก็มีแหวนมิติอยู่หนึ่งวง มีพื้นที่ขนาดจี๊ดลิดใส่วัวเข้าไปสักตัวก็เต็มแล้ว เขาเลยใส่สวย ๆ ใช้ปกปิดความลับที่เขามีห้วงมิติแทน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1   บทที่ 115 ข้าต้องฝึกทำอาหารให้ภรรยาทาน (3)

    อาหารมื้อเช้าจบลงอย่างมีความสุขของครอบครัวและอย่างเศร้าใจสำหรับเสี่ยวฉง สี่คนพ่อแม่ลูกตัดสินใจเดินเที่ยวในเจียงตงร่วมกัน ออกจากโรงเตี๊ยมพร้อมชางเหอและซูผิงผู้เป็นภรรยา รวมถึงบ่าวสกุลจูหานเฟยและเฉิงเยว่แม่ลูกเดินนำหน้าขบวนนำเที่ยว เข้าร้านนู้นออกร้านนี้อย่างสนุกสนาน ตามด้วยสองพ่อลูกอย่างจูเหวินฟงและเยี่ยหยางที่คอยเดินตาม แล้วรับของกินเล่นที่ผู้เป็นภรรยาและแม่ยื่นให้ บ่าวไพร่ต่างหอบหิ้วข้าวของที่นายหญิงเดินซื้อเต็มไม้เต็มมือ ก็ได้รับอานิสงส์อิ่มหนำสำราญกันทั่วหน้า เพราะเจ้านายอารมณ์ดีเมตตาปรานีเลี้ยงของกินพวกเขาด้วย “เส้าหยาง”“ขอรับ ท่านพ่อ”“เจ้าฝึกฝนปราณยุทธถึงระดับใด?”นั่นไง...มาแล้ว ข้ากะแล้วเชียว ไม่ว่ายังไงต้องมีคำพูดแบบนี้หลุดถามออกมาจากปากท่านพ่อเยี่ยหยางครุ่นคิดว่าเขาจะตอบระดับใดดี น้อยไปก็ไม่ได้ มากไปก็ไม่ดี ถึงแม้เขาจะไม่มีลมปราณซักเสี้ยวก็ตาม อืม...ระดับจ้าวยุทธก็ไม่เลว ระดับต่ำกว่าอาจารย์ที่เทียนถูหวู่เล็กน้อย ระดับเทียบเท่าศิษย์หลักเทียนถูหวู่ แถมยังเหมาะเข้ากับข่าวลือที่ว่าพวกนั้นอีก“ระดับจ้าวยุทธขอรับท่านพ่อ”“ดี” จูเหวินฟงตอบ แม้เขาจะตรวจสอบไม่ได้ว่า คนที่บอกว่า

  • ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1   บทที่ 114 ข้าต้องฝึกทำอาหารให้ภรรยาทาน (2)

    “ไหน ๆ หมุนตัวให้แม่ดูหน่อยสิลูก”เสียงของหานเฟยดังเข้าลูกชายสองคนที่ขมวดคิ้วเป็นปม เมื่อได้ยินประโยคทะแม่ง ๆ...ใคร?... ใครมาแย่งท่านแม่ของพวกเขาทันทีที่สองพี่น้องเห็นก็เบิกตาถลนกว้าง พวกเขาห่างท่านแม่ไม่ถึงหนึ่งเค่อกับมีเด็กชายร่างอวบอ้วนราวห้าขวบ มาคลอเคลียออดอ้อนออเซาะมารดาพวกเขา เยี่ยหยางแทบอยากพุ่งเข้าไปฉุดเจ้าฉงฉงออกไปห่างจากสายตาท่านแม่ของเขาทันที“หยางหยาง เฉิงเอ๋อร์มาแล้ว” หานเฟยหันไปหาผู้ที่เข้ามาใหม่ด้วยใบหน้ายิ้มกว้างแต่จูเหวินฟงกลับมีสีหน้าย่ำแย่มืดครึ้มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีบุรุษเพศผู้มาแย่งความสนใจจากภรรยาของเขาเพิ่มอีกแล้ว “เสี่ยวฉงนั่งนี่สิลูก” หานเฟยจัดที่นั่งทานอาหารเช้าให้ ข้างขวามือนางเป็นสามีสุดที่รักที่มีสีหน้าราวกับคนถ่ายไม่ออก ข้างซ้ายเป็นเด็กหนุ่มผมขาวนั่งตาใสอย่างฉงหยิ๋น ถัดจากสามีและเสี่ยวฉงเป็นบุตรชายสองคนที่เริ่มปั้นหน้าคล้ำไม่ต่างจากคนเป็นพ่อฮึ่ม...ฉงฉง / เจ้ากิเลน / เด็กบัดซบ เสียงความคิดของสามบุรุษตระกูลจูบรรยากาศบนโต๊ะอาหารมื้อเช้าที่มีสีหน้าอึมครึม ไม่สบอารมณ์ของหนุ่ม ๆ กับใบหน้ายิ้มแป้นเล้นของหนึ่งตัว สตรีคนเดียวในวงคีบอาหารให้ทุกคนกันอย่างท

  • ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1   บทที่ 113 ข้าต้องฝึกทำอาหารให้ภรรยาทาน (1)

    หลังจากได้กลิ่นหอมฟุ้งปลุกตื่น จูงจมูกพวกเขามาที่ครัว ทำให้ทราบว่าผู้ที่ปรุงอาหารเลิศรส คือนายใหญ่แห่งเหวินชาและสัตว์เทวะของเจ้านาย ที่พวกเขามีโอกาสได้เห็นเป็นบุญตา “ใกล้แล้วหยางหยาง” เสี่ยวฉงตอบกลับ มันชิมรสชาติที่แก้ไขด้วยความพอใจ แล้วหันไปรับกระทะจากพ่อครัวคนหนึ่งยกขึ้นเตา อ้าปากตนเองพ่นลูกไฟเร่งความร้อนจนไฟโหมแรง มือถือตะหลิวพลิกกลับผัดผักไปมาอย่างคล่องแคล่ว เหล่าลูกศิษย์ต่างเก็บรายละเอียดกันทุกเม็ด แม้แต่ท่วงท่าก็ยังเรียนรู้ที่จะเลียนแบบตาม “ดี” เยี่ยหยางมองอาหารที่เตรียมด้วยตัวเองด้วยความพึงพอใจ ที่เขาเตรียมทุกอย่างได้สมบูรณ์ เมื่อวานเย็นเขาไม่มีเวลามากพอที่จะเตรียมอาหารมื้อแรกของครอบครัวด้วยตัวเอง มื้อเช้าวันนี้จึงเหมาะสมมากนัก อาหารหกเจ็ดอย่างถูกปรุงขึ้น โดยดัดแปลงสูตรและวัตถุดิบใหม่ทั้งหมด ให้มีรสชาติของอาหารที่ระนาบมนตราและที่นี่ “จิงหลิง เจ้าควบคุมอุณหภูมิให้ดี เพิ่มความร้อนอีกหน่อย” “ขอรับนายท่าน” จิงหลิงจิตวิญญาณของสรรพาวุธที่สูงส่ง ทำหน้าที่ตัวเองอย่างแข็งขันตามที่มันเคยเอ่ยบอก หน้าที่ของมันตั้งแต่ได้เจ้านายมา คืองานครัว การเป็นภาชนะเครื่องครัวตามที่นายท่านต้อ

  • ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1   บทที่ 112 ท่านพ่อ คืนนี้ข้าขอยืมเมียท่านกอดสักคืนนะ (3)

    พวกเขาคุยเล่นกันสักพักใหญ่จนผ่านยามจื่อมาครึ่งชั่วยามแล้ว ตาของท่านแม่จะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ แต่ก็ยังไม่ยอมนอน เยี่ยหยางจึงร่ายเวทหลับใหลให้ท่านแม่น้องชายได้พักผ่อน เพราะท่าทีของทั้งสองคนคืนนี้ คงตั้งใจพูดคุยทั้งราตรี ไม่หลับไม่นอนแน่นอน เฉิงเยว่เองพลังเวทพึ่งปะทุ ร่างกายต้องได้รับการพักผ่อน ไม่อย่างงั้นแกนเวทอาจเสียหายได้เนื่องจากยังไม่สมบูรณ์ ท่านแม่เองก็เดินทางมาไกล แถมเจอเรื่องวิวาทอีก ร่างกายคงเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว เขามองทั้งสองคนหลับจนสนิทแล้ว จึงเดินไปหาบิดาผู้เปล่าเปี่ยวนอนตาค้าง เพราะขาดเมียรักข้างกาย เฮ้อ...ท่านพ่อนอนเถอะ คืนนี้ข้าขอยืมเมียท่านกอดสักคืนนะ คาถาหลับใหลกำลังถูกร่ายใส่จูเหวินฟงที่นอนไม่หลับ เพราะขาดคนข้างกายอีกทั้งแปลกที่แปลกทาง แต่เมื่อเห็นบิดาเข้าห้วงนิทราเขาก็ยกเลิกคาถา อีกทั้งตอนนี้เงียบสงบนัก เหมาะกับการตรวจสอบร่างกายท่านพ่ออย่างละเอียดอีกครั้ง เยี่ยหยางร่ายคาถาเวท เพราะคิดถึงคำเตือนที่เผิงเหล่ยพูดถึงพิษที่ยังอยู่ในร่างบิดา นี่มัน…พิษกลืนวิญญาณ พิษกลืนวิญญาณเป็นพิษร้ายแรงที่กัดกร่อนร่างกายของผู้ต้องพิษ เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ตามปริมาณที่ได้รับ หัวใจจะ

  • ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1   บทที่ 111 ท่านพ่อ คืนนี้ข้าขอยืมเมียท่านกอดสักคืนนะ (2)

    เยี่ยหยางไม่รู้ว่าวิธีตรวจสอบแบบนี้จะได้ผลหรือไม่ เพราะดูยากที่จะเชื่อถือ แต่เขาก็ไม่สามารถใช้วิธีเดียวกับที่ยืนยันกับเฉิงเยว่แสดงให้บิดาเห็น ด้วยเหตุผลที่ว่าท่านพ่อลืมเรื่องราวในระนาบมนตราสิ้นจากท่าทีที่แสดงออก เขาจึงขอเวลาในการฟื้นฟูความทรงจำของพวกท่านที่ลืมเลือนอย่างช้า ๆ ไม่ให้เกิดผลกระทบใด ๆ ดีที่น้องชายบอกกล่าวเรื่องทั้งหมดมาก่อน แล้วเขาก็เห็นแล้วว่าพวกท่านจำอะไรไม่ได้จริง ไม่ได้ทำอะไรผลีผลามใช้เวทมนตร์ จนกระตุ้นพลังเวทของพวกท่านทั้ง ๆ ร่างกายบาดเจ็บสายตาสี่คู่มองหยดเลือดสองหยดที่ค่อย ๆ รวมกันเป็นเม็ดใหญ่รอยอยู่ในภาชนะเป็นหนึ่งเดียว ไม่แตกแยก ไม่ตกตะกอนนอนก้น ซึ่งหมายความว่าเยี่ยหยางเป็นบุตรชายของจูเหวินฟง หรือจูเหวินฟง คือ มู่หรงหลงหมิง คือ แมทธิว วินเซอร์ “ฮือ ๆ หยางหยางลูกแม่” จูเหวินฟงเห็นเมียรักน้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ กอดรับขวัญบุตรชายคนโต? พลางฟังลูกชายคนเล็ก? เล่าเรื่องราวที่รับรู้มาจากพี่ชายตัวเอง เขาเห็นทีไม่เชื่อจะไม่ได้ ลูกเมียเห่อคนเป็นพี่ชายลูกชายสักขนาดนี้แล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่เขายังไม่ยอมรับลูกคนนี้หรอกยังอยู่ในช่วงประเมินคุณภาพ ภาพครอบครัวพ่อแม่ลูก

  • ท่านอ๋องบัดซบ!!! เล่ม 1   บทที่ 110 ท่านพ่อ คืนนี้ข้าขอยืมเมียท่านกอดสักคืนนะ (1)

    ท่านพ่อ คืนนี้ข้าขอยืมเมียท่านกอดสักคืนนะ เยี่ยหยางที่ถูกน้องชายที่น่ารักจู่โจม ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก วันนี้เขาถูกแก้ผ้ามาสองครั้งสองคราภายในวันเดียวกัน ทำไมเฉิงเยว่เปลื้องผ้าผู้คนได้คล่องมือเช่นนี้ น้องชายเขาไปฝึกปรือถอดผ้าจากผู้ใด เห็นทีเขาต้องเข้มงวดคัดกรองน้องสะใภ้ให้ดีแล้วล่ะ หญิงสาวเดินเข้าไปหาลูกชายที่หายสาบสูญ ลูบใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเป็นส่วนใหญ่อย่างคิดถึงสุดหัวใจของคนที่เป็นมารดาจะให้บุตรได้ “หยางหยาง” หานเฟยจำได้เพียงปานแดงและชื่อเล่นที่เอ่ยเรียกลูกชายเท่านั้น เยี่ยหยางได้ยินมารดาเรียกหาตัวเอง ก็โผเข้าอ้อมกอดมารดาเหมือนเด็กน้อย “ท่านแม่” ในความทรงจำของเขา ท่านพ่อเป็นคนที่เข้มงวดเสมอ เพราะด้วยสถานการณ์ของระนาบมนตราในตอนนั้น ตั้งแต่เขาเริ่มรู้ความ ก็ไม่เคยได้รับอ้อมกอดของคนเป็นพ่ออีกเลย มีแต่คำสั่งสอน คำดุด่าให้เขาได้เตรียมพร้อมรับมือกับสงครามที่พร้อมปะทุตลอดเวลา มีเพียงท่านแม่ที่เป็นคนให้กำลังใจเขา ปลอบโยนโอบกอดเขา และบอกเสมอว่าท่านพ่อที่ไม่แสดงออกมา ก็รักเขาเหมือนกัน คนตัวโตที่กลายเป็นเด็กเกือบจะน้ำตาร่วง แต่เมื่อเงยหน้าเห็นบิดาที่จ้องเขม็งก็หยุดชะงัก เร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status