Masukถ้าคนหนึ่งเป็นไฟ อีกคนก็พร้อมที่จะเป็นน้ำมัน เกิดมามีชีวิตเดียวไปยอมมันทำเหี้ยอะไรล่ะ!!!!!
Lihat lebih banyakงานมงคลสมรสถูกจัดขึ้นที่โรงแรมห้าดาวชื่อดังติดอันดับหนึ่งในห้าของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของตระกูลเธียรเมธา ภายในห้องโถงกลางกว้างขวางหรูหรา สามารถรองรับแขกได้จำนวนมาก บรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยมวลของความสุขสันต์ แขกเหรื่อที่มาต่างมอบคำอวยพรให้คู่บ่าวสาวครองคู่กันไปนานแสนนาน บ้างก็ว่าให้ถือไม้เฒ่ายอดทอง กระบองยอดเพชร โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่านี่คือการคลุมถุงชนดี ๆ นี่เอง
เสียงจอแจของเหล่าแขกที่พากันมาร่วมยินดีให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นภาพที่ดูแล้วรู้สึกปลื้มปริ่มไปตาม ๆ กัน ทว่าคนที่ไม่ยินดีกลับเป็นฝ่ายเจ้าสาว ที่เผลอทำหน้าเบื่อหน่ายและเอือมระอาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้
“ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อย กลัวคนอื่นไม่รู้หรือไงว่าไม่อยากแต่ง”
เจ้าบ่าวโน้มตัวลงกระซิบข้างหูภรรยา ครั้นเห็นสีหน้าไม่รับแขกหากใครเห็นเข้าก็ต้องพากันไปนินทาตามหลังอย่างแน่นอน
ไหนจะพวกช่างภาพนักข่าว ที่คอยเก็บบรรยากาศอยู่แทบตลอดเวลา หากใบหน้าซังกะตายของเจ้าสาวหลุดออกไปมีหวังได้ขึ้นเทรนทวิตเตอร์พอดี
พลันดวงตาคู่สวยเหลือบมองกันด้วยหางตาก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น จะมีใครสักคนในงานหรือเปล่าที่รู้ว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่ถูกกัน
ทั้งที่เคยรักกันมาก่อน
คนโปรด เดินหลีกออกไปที่โต๊ะเพื่อนสนิทอย่างวิเวียน เพื่อนสาวสมัยมัธยมปลายที่คบกันมายาวนานเป็นสิบปี และเธอก็เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่คนโปรดยังสนิทด้วย
“อารมณ์ไม่ดีเหรอ ตั้งแต่ฉันเข้างานมาฉันยังไม่เห็นแกยิ้มเลยนะโปรด”
“เบื่อ อยากกลับบ้าน”
“เอาน่า ทนหน่อยอีกแค่แป๊บเดียวงานก็จบแล้ว”
“ถ้าไม่เกรงใจพ่อเราคงหนีกลับบ้านไปแล้ว”
แน่นอนว่าไม่มีคำล้อเล่นออกมาจากปากของคนโปรด ไม่รู้เวรกรรมอะไรของเขาถึงต้องมาแต่งงานกับ มาก่อน ลูกชายของคุณจิรพนธ์เพื่อนสนิทของพ่อ อีกทั้งยังพ่วงด้วยตำแหน่งแฟนเก่า ที่มีความหลังฝังใจกันมาเพราะเลิกกันไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่ทั้งสองคนไปตกลงกันไว้ตั้งแต่ชาติปางไหนถึงได้จับคู่เขากับอีตานั่นให้มาแต่งงานกัน!
ใบหน้าคมสวยถูกแต่งเติมด้วยสีสันโดยช่างแต่งหน้าชื่อดัง ทว่าเจ้าตัวกลับเอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงไม่สดใสอย่างที่ควรจะเป็น
“ช่วงสุดท้ายนี้เดี๋ยวขอเชิญคู่บ่าวสาวขึ้นมากล่าวขอบคุณแขกทุกท่านที่มาร่วมยินดีวันนี้หน่อยครับ”
สิ้นเสียงพิธีกรคนโปรดกลอกตามองบนถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เพิ่งรู้ว่าการแต่งงานมันเสียเวลามากมายขนาดนี้ ทว่ากลับกันถ้าเขาเต็มใจที่จะแต่งกับมาก่อนตั้งแต่แรกก็คงไม่ได้รู้สึกแบบแบบนี้กระมัง..
แสงสปอตไลต์ส่องคู่บ่าวสาวเพื่อให้เป็นจุดเด่น ชายหนุ่มร่างสูงยืนยิ้มร่าราวกับมีความสุขเหลือล้นผิดกับอีกคนอย่างชัดเจน
วงแขนแกร่งโอบเอวบางเอาไว้ มันเป็นแบบนั้นในสายตาบรรดาแขกในงาน ทว่าในความเป็นจริงแล้วมาก่อนกำลังหยิกเอวคนโปรดเพื่อให้อีกคนเปลี่ยนสีหน้า
และมันก็ได้ผล คนโปรดยิ้มออกมาจริง ๆ พร้อมกับแขนเรียวที่โอบเอวสามีเอาไว้เช่นกัน ก่อนที่จะหยิกเอวอีกคนคืนเต็มแรง ไม่มีทางเสียหรอกที่จะยืนเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว!
กระนั้นทั้งสองคนก็ต้องข่มความเจ็บแสบเอาไว้ หันหน้าสบตากันด้วยรอยยิ้มที่ฝืนแล้วฝืนอีก
“กูหยิกมึงเบา ๆ เองนะ” ฟันคมขบแน่นแสร้งทำเป็นยิ้ม แค่นเสียงหนักลอดไรฟันแผ่วเบา
“กูก็หยิกมึงเบา ๆ นะ”
คนโปรดทำเช่นเดียวกัน เสียงของพวกเขาเบาเกินกว่าที่ใครคนอื่นจะได้ยิน อีกทั้งรูปปากไม่ขยับมากนัก เหมือนกำลังยิ้มเสียมากกว่า
บรรดาพ่อแม่ของทั้งสองฝั่งต่างยิ้มหน้าบาน ปรบมือเสียงดังด้วยความรู้สึกยินดี คิดว่าเขาสองคนรักกันดีกระมัง ไม่มีใครสักคนที่จะสังเกตเลยด้วยซ้ำว่าอีกนิดเดียวทั้งคู่ก็จะกระโจนทึ้งหัวกันอยู่แล้ว
ให้ตายเถอะ นี่มันเวรกรรมอะไรวะเนี่ย!!!
----- โปรดอย่าหย่าก่อน ----
Talk Talk
โอ้ยยยยย!!! ฉันจะบ้า อยากบอกแม่ ๆ ไว้เลยว่าเตรียมปวดหัวกับไอ้สองแสบนี่ได้เลย ไม่มีใครยอมใคร คนหนึ่งไฟ คนหนึ่งน้ำมัน ใครที่กังวลว่าพระเอกธงไหน เจ้าชู้ไหม มีนอกใจนอกกายหรือเปล่า บอกเลยว่าไม่มีค่ะ ส่วนเรื่องธงอันนี้อยู่ที่คนอ่านจะตัดสินใจ สำหรับดรามาแค่นิดเดียวเท่านั้น เน้นตบตี กวนตีนกันไปมามากกว่า เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อรออ่านได้เลยยยย
ปัจฉิมบททำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน“ที่รัก ขนมมาแล้วครับ”หลังจากเคลียร์ใจกันไปเมื่อคืนนี้เช้ามาคนเป็นสามีก็เอาอกเอาใจหนักกว่าเดิม ลงมือทำอาหารเช้าด้วยตัวเอง โดยให้แม่บ้านสาวสองคนคอยช่วยสอนทานมื้อเช้าเสร็จมาก่อนก็อุ้มภรรยามานั่งดูหนังในห้องนั่งเล่น เข้าไปเอาของกินเล่นมาให้ พร้อมน้ำผลไม้ที่คนโปรดชอบดื่มเป็นประจำทั้งที่โซฟาก็ตัวใหญ่มีที่ว่างมากพอให้นั่งได้ถึงสามสี่คน ทว่ามาก่อนกลับเลือกนั่งลงบนพื้นพรมด้านล่าง คอยหยิบขนมป้อนให้คนโปรด“กูกินเองได้น่ะก่อน ไม่ต้องป้อนหรอก”“อยากป้อน อ้าปากเร็ว อา~” ว่างพลางทำเสียงคล้ายกับหลอกล่อเด็กน้อยคนโปรดถอนหายใจอย่างเอือม ๆ กระนั้นก็อ้าปากรับขนมเข้าปาก“อร่อยไหม”“อือ”“อร่อยก็กินเยอะ ๆ”ขนมชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกป้อนให้คนโปรดจนหมดจาน ไม่มีเข้าปากตัวเองสักชิ้น แค่เห็นภรรยาตัวเองกินได้ก็อิ่มอกอิ่มใจมากแล้ว“ก่อน”“ครับ?”“ขึ้นมานั่งด้วยกันสิ”“ไม่เป็นไร”“ขึ้นมา”ครั้นคนโปรดเริ่มเสียงแข็งมาก่อนก็ไม่อาจขัดได้ รีบลุกขึ้นไปนั่งข้าง ๆ คนตัวเล็กขยับกายเข้ามาชิด กอดแขนแกร่งพร้อมซบไหล่กว้าง ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย รวมไปถึงความสบายใจของการได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ม
24อย่าเลิกกันเป็นครั้งที่สอง“กินส้มไหมก่อนปอกให้”“...”มาก่อนนั่งอยู่บนพื้นพรมปอกส้มให้คนรักโดยไม่รอฟังคำตอบ ตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาลคนโปรดก็ยังไม่คุยกับมาก่อนสักคำนี่ก็เข้าวันที่สามแล้ว มีแต่มาก่อนที่พูดเองเออเองคอยทำนู่นทำนี่ให้ทั้งที่ไม่ได้ขอ“อ้าปากเร็วครับ” ว่าพลางยื่นส้มไปจ่อที่ปากครั้นคนโปรดยอมอ้าปากกินส้มที่เขาปอกไปเท่านี้ก็พอใจแล้ว แม้ว่าตลอดหลายวันนับตั้งแต่ที่คนโปรดฟื้นขึ้นมาจะยังไม่พูดด้วยสักคำ มาก่อนก็ยังไม่นึกถอดใจ อีกทั้งยังเอาใจมากกว่าเดิม อาจจะน้อยใจบ้างแต่ไม่นานก็หายไปเอง ตอนนี้เขาอาจจะกำลังเรียนรู้สิ่งที่คนโปรดเคยเจออยู่ เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาดมาก่อนยังคงทำหน้าที่ป้อนผลไม้เข้าปากคนรัก ปล่อยให้คนโปรดนั่งดูหนังเฉย ๆ ไม่ต้องขยับตัวเยอะ แม้ว่าทุกอย่างจะดีหมดแล้ว แต่ขาข้างที่หักยังต้องใส่เฝือกอยู่ ช่วงนี้คนโปรดเลยนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่บ้านไม่ได้ไปทำงาน ทว่าไม่วายยังวานให้เลขาเอาเอกสารมาให้ตรวจถึงที่บ้าน คนติดงานอย่างคนโปรดหากให้อยู่เฉย ๆ ก็คงรู้สึกเบื่ออยู่ไม่น้อย“ที่รักเมื่อยไหม เดี๋ยวก่อนนวดให้”หลังจากป้อนส้มหมดไปสองลูก ก็เริ่มหาอย่างอื่นทำ คนโปรดละสายตาจ
23หมาหัวเน่าตัวนี้มันรักเธอชายหนุ่มนำผ้าขนหนูผืนเล็กบิดน้ำพอหมาดเช็ดไปตามเนื้อตามตัวคนที่ยังคงนอนหลับสนิทไม่รู้สึกตัวมาตลอดสองอาทิตย์ แม้กระทั่งหมอเองก็ยังนึกแปลกใจที่คนโปรดไม่ฟื้นขึ้นมาทั้งที่บาดแผลภายนอกหายดีหมดแล้วมาก่อนทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมข้างเตียง กุมมือเล็กขึ้นมาจูบซ้ำ ๆ อย่างที่ทำอยู่ทุกวัน แม้ว่าหลายวันมานี้จะเริ่มเข้มแข็งขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังแอบน้ำตาซึมไม่หายทว่าฝ่ามือกลับรู้สึกได้ถึงนิ้วที่กระดิกขยับไปมา หลังจากที่นอนนิ่งไม่ตอบสนองมาหลายวัน ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจระคนตกใจในที่สุดคนโปรดก็ลืมตาแล้ว“โปรด..” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยเรียกคนรัก พลางวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มดวงตาปรือปรอยเหลือบมองมาก่อนค้างอยู่อย่างนั้นไม่ได้หลบสายตาหนีทว่าไม่พูดไม่อะไรออกมาสักคำ มาก่อนกดปุ่มข้างเตียงเรียกหมอหลังจากตรวจอาการเสร็จเรียบร้อยได้ข้อสรุปว่าทุกอย่างปกติดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภายนอกกรือภายใน รอพักฟื้นอีกสองสามวันก็สามารถกลับบ้านได้มาก่อนไม่ลืมที่จะแจ้งข่าวไปให้ผู้ใหญ่ทราบทั้งพ่อแม่คนโปรด และพ่อแม่ของตัวเอง หลังจากนั้นทุกคนก็มาถึงพร้อม ๆ กันรวมถึงวิเวียนที่แวะมาเยี่ยมพอด
22คำที่ไม่เคยได้พูดไปตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามาก่อนยังคงเอาแต่นั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย แทบจะไม่หลับไม่นอน ใต้ตาดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด ครั้นภายในห้องตกอยู่ในความเงียบก็พลันน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง จนบางครั้งก็อดตำหนิตัวเองไม่ได้ที่อ่อนแอแบบนี้มาก่อนกุมมือเล็กเอาไว้ยกขึ้นแนบใบหน้าตนเอง ดวงตาแดงก่ำจดจ้องไปยังใบหน้าคนรักแทบจะตลอดเวลา หากคนโปรดตื่นมาจะได้เจอเขาเป็นคนแรก แม้ไม่รู้ว่าจะอยากเห็นหน้าผู้ชายเลว ๆ คนนี้อยู่หรือเปล่าหากนึกย้อนไปเมื่อวันเกิดอุบัติเหตุ มาก่อนเกือบขาดใจตายไปหน้าห้องฉุกเฉินแล้วแท้ ๆ เพราะคำบอกกล่าวของหมอ แต่เหมือนฟ้าจะยังเห็นใจคนรักห่วย ๆ อย่างเขาอยู่บ้าง เพราะคนที่เสียชีวิตไม่ใช่คนโปรด แต่เป็นอีกคนที่เกิดอุบัติเหตุมาพร้อมกัน เพียงแค่ชื่อเหมือนกันก็เท่านั้นส่วนคนโปรดก็มีอาการบาดเจ็บตามร่างกายที่มองเห็นได้ภายนอกอีกทั้งขาข้างขวาหักทว่าได้ทำการใส่เฝือกไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนภายในโชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก ด้วยแรงกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะทำให้คนโปรดหมดสติ ซึ่งหมอก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าจะฟื้นตอนไหน แม้ว่าภายนอกจะดูปกติดีแล้วก็ตาม“โปรด.. ไปวิ่งเล่นอยู่ที่ไหน กลับมาหาก่อนได้แล้ว