หน้าหลัก / รักโบราณ / ท่านอ๋องอย่าคิดหนี / บทที่ 3 อย่าคิดจะหยามข้า

แชร์

บทที่ 3 อย่าคิดจะหยามข้า

last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-26 15:13:38

         ฮูหยินชราตระกูลฟ่านยิ้มกว้างเมื่อเห็นหลานสาวคนรองชี้ชวนให้ดูอาหารฝีมือของนางที่วางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ

         “ท่านย่า ทุกจานล้วนเป็นฝีมือของข้าเจ้าค่ะ”

         “พ่อไม่เคยคิดมาก่อนว่าเจ้าจะทำอาหารได้น่าอร่อยเยี่ยงนี้” เสนาบดีฝ่ายซ้ายกวาดตามองอาหารแต่ละจาน

         “ท่านย่ากับท่านพ่อลองชิมหน่อยสิเจ้าคะ”

         “ได้ๆ ย่าจะกินอาหารที่เจ้าให้ครบทุกอย่างเลยเทียว”

         สองผู้อาวุโสสบตากันเสนาบดีฟ่านคีบอาหารใส่ถ้วยข้าวให้มารดา “ท่านแม่ ท่านต้องชิมฝีมือหลานสาวท่านให้มาก”

         เมื่อคนอื่นๆ เห็นว่า ฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มลงมือคีบอาหารแล้ว คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะจึงได้เริ่มรับประทานอาหาร ฟ่านซิ่วอิงหันไปเอาใจมารดา

“ท่านแม่ ข้าอยากให้ท่านชิมจานนี้เจ้าค่ะ”

         ฮูหยินใหญ่สกุลฟ่านยิ้มรับ “มิเสียแรงที่พ่อบ้านเหลยนำพี่สาวมาจากเหลาเลื่องชื่อ เจ้าจึงพลอยได้ฝีมือทำอาหารไปด้วย”

         เมื่อผู้เป็นมารดาคีบอาหารคำแรกเข้าปากก็ยิ้มกริ่ม ค่อยๆ เคี้ยวอย่างตั้งใจ รสชาติอาหารฝีมือของบุตรสาวจะว่าไปดียิ่งกว่าที่ไปรับประทานในภัตตาคารบึงหงส์อันเลื่องชื่อเสียอีก

         “อร่อยจริง ฝีมือของเจ้า พ่อนึกว่าพ่อครัวหลวงมาเอง”

         “ถึงเพียงนั้นเชียวหรือเจ้าคะ  ” ฟ่านซิ่วอิงทำตาลุก

         “อืม...พ่อไม่ได้พูดเอาใจเจ้าสักนิด” เจ้ากรมกลาโหมยิ้มกว้าง คีบอาหารจานต่อไปอย่างรื่นรมย์

         เช่นเดียวกับฮูหยินผู้เฒ่าที่คีบข้าวเข้าปากโดยมีรอยยิ้มประดับมุมปาก ก่อนจะหันไปคีบขาเป็ดอบที่อยู่ตรงหน้ามาชิม

เมื่อเคี้ยวเสร็จไปคำก็หันไปพยักหน้าให้กับหลานสาวเป็นการบ่งบอกว่าพอใจอย่างยิ่ง

         ฟ่านซิ่วอิงมองญาติพี่น้องที่นั่งล้อมโต๊ะใหญ่ด้วยความสุขใจ

หลายปีแล้วที่บุตรสาวของนางต้องระหกระเหินออกจากจวนไป เพิ่งจะมีโอกาสกลับมาเยือนเมืองหลวง ร่างกายที่อ่อนแอของฟ่านซิ่วอิงทำให้สองสามีภรรยาจำใจต้องส่งนางไปรักษาตัวยังหัวเมือง แต่ละปีทั้งสองจะเดินทางไปเยี่ยมบุตรสาวได้เพียงหนเดียวเท่านั้น

         หลังรับประทานอาหารท่านย่าก็เรียกฟ่านซิ่วอิงเข้าไปหาที่ห้องส่วนตัว

         “เจ้าคงได้ยินเรื่องที่จวิ้นอ๋องปฏิเสธการหมั้นกับเจ้าแล้ว”

         “เจ้าค่ะ”

         ฮูหยินชราแห่งตระกูลฟ่านจ้องตรงมายังหลานสาวคนรอง แม้นางจะมีบุตรชายถึงสามคน มีหลานชายห้าคน หลานสาวสองคน แต่ก็ในใจกลับรู้สึกรักและเวทนาหลานสาวคนนี้เป็นที่สุด เพราะฟ่านซิ่วอิงเป็นหลานเพียงคนเดียวที่นางแทบไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด

ในช่วงที่ฟ่านซิ่วอิงเพิ่งเกิด เด็กน้อยเกือบจะไม่รอดชีวิต เคราะห์ดีที่ ฮองไทเฮาซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของฮูหยินผู้เฒ่าสั่งให้หมอหลวงมาช่วย จึงรักษาชีวิตน้อยๆ ของฟ่านซิ่วอิงไว้ได้ ทว่าต่อจากนั้นนางก็ยังคงเป็นเด็กหญิงที่ป่วยกระเสาะกระแสะจนต้องส่งตัวไปตระเวนรักษาในหลายเมือง

...พระคุณที่ฮองไทเฮามีต่อหลานสาวผู้นี้ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงหมายจะตอบแทน แม้จะรู้ว่านี่เป็นหมากทางการเมืองของคนผู้นั้นก็ตาม...

         “ย่าเองไม่รู้จะช่วยให้พระประสงค์ของฮองไทเฮาสำเร็จได้อย่างไร   ในเมื่อท่านอ๋องปฏิเสธแข็งขันถึงเพียงนั้น ท่านพ่อของเจ้าก็พยายามไปเจรจาหลายคราว จวิ้นอ๋องก็เอาแต่หลบเลี่ยง”

น้ำเสียงหนักอกหนักใจของท่านย่า ทำให้นางสลดใจลงหลายส่วน แต่ก็ไม่อยากจะเอาชีวิตตนเองไปเสี่ยงกับบุรุษที่ไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอ

“ทำไมท่านพ่อต้องทำถึงเพียงนั้นด้วย”

“อิงเอ๋อร์ เจ้าไม่รู้หรือว่า ตระกูลฟ่านของเราเป็นหนี้พระคุณฮองไทเฮามากเพียงไหน   หากไม่ได้พระองค์ส่งเสริมคิดหรือว่า ท่านพ่อกับท่านพี่ของเจ้าจะมีโอกาสก้าวหน้าในราชสำนัก ไหนจะยังมีชีวิตของเจ้าในตอนแรกเกิดอีก”

คุณหนูใหญ่ตระกูลฟ่านส่ายหน้า นางเติบโตที่หัวเมืองจึงไม่เคยรู้เรื่องราวในจวนเสนาบดี ท่านพ่อและท่านแม่เดินทางไปเยี่ยมนางปีละหน ส่วนใหญ่นางอยู่ในความดูแลของญาติหรือไม่ก็คนที่ท่านพ่อไว้วางใจ

“หากเจ้าได้เป็นพระชายาเอกของจวิ้นอ๋อง นอกจากจะทำให้ฮองไทเฮาทรงเบาพระทัยเรื่องฮองเฮา ท่านพ่อกับท่านพี่ของเจ้าก็จะไม่ถูกบีบคั้นจากเสนาบดีฝ่ายขวาด้วย”

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับท่านพ่อเจ้าคะ  ”

ฮูหยินผู้เฒ่าพิจาณาหลานสาวคนงามที่นั่งอยู่ตรงหน้า ฟ่านซิ่วอิงปีนี้ก็อายุล่วงเข้าสิบแปดปีน่าจะพอจะเข้าใจเหตุการณ์ได้ จึงเล่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีฮองเฮาเป็นผู้สนับสนุน กับเสนาบดีฝ่ายซ้ายที่อยู่ข้างฮองไทเฮา

ในเมื่อฮองไทเฮานั้นมิใช่มารดาที่แท้จริงของฮ่องเต้ พระนางจึงต้องระมัดระวังพระองค์เมื่อเห็นพระญาติฝ่ายฮองเฮาเรืองอำนาจ ฮองไทเฮาจึงเริ่มมองหาผู้ที่จะช่วยคานพลังของฝ่ายตรงข้าม

หากคุณหนูฟ่านซึ่งนับเป็นญาติฝ่ายพระองค์สมรสกับจวิ้นอ๋องหมิงจิ้นเหอผู้คุมกองกำลังภาคเหนืออันเกรียงไกร ย่อมทำให้คลายพระทัย โอกาสที่ตระกูลเถียนของฮองเฮาจะก่อการกบฏก็ย่อมจะน้อยลง เพราะความยำเกรงในปีศาจภูเขาตนนั้น

เรื่องของฮองไทเฮาฟ่านซิ่วอิงย่อมไม่เอามาใส่ใจ แต่เรื่องที่ท่านพ่อกับท่านพี่ที่ถูกบีบคั้นจนต้องลดตัวลงไปคอยตามตื้อจวิ้นอ๋องเพื่อให้เปลี่ยนพระทัย เป็นเรื่องที่นางขัดเคืองใจ

...นางไม่มีวันยอมให้คนในครอบครัวถูกผู้อื่นรังแกโดยเด็ดขาด....

“หากครั้งนี้ การสมรสไม่เกิดขึ้นหรือหากจวิ้นอ๋องเลือกคุณหนูจากตระกูลที่อยู่ฝั่งฮองเฮา ตระกูลของเราอาจจะมีภัยใหญ่หลวง” น้ำเสียงของท่านย่าเจือไว้ด้วยความหวาดหวั่น

ฟ่านซิ่วอิงเงยหน้ามองท่านย่าของนางด้วยอาการตะลึง นางไม่เคยเห็นฮูหยินผู้เฒ่าที่กร้าวแกร่งและเชิดหน้าอยู่เสมอ มีใบหน้าเศร้าโศกถึงเพียงนี้  

“ครั้งนี้ หากจะต้องให้ท่านพ่อกับท่านพี่ของเจ้าไปคุกเข่าอ้อนวอนฝ่ายนั้นก็คงต้องทำ แต่ว่าท่านอ๋องจะเดินทางกลับเมืองพยัคฆ์เหินพรุ่งนี้แล้ว สิ่งที่ครอบครัวเราทำได้ คงเพียงแต่สวดมนต์อ้อนวอนขอสวรรค์เมตตาให้จวิ้นอ๋องอย่าเลือกพระชายาเอกอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเรา”

“จวิ้นอ๋องยิ่งใหญ่เพียงนั้นเชียวหรือเจ้าค่ะท่านย่า  ”

“ใช่ อำนาจของผู้นี้เป็นรองแต่เพียงฮ่องเต้ นับตั้งแต่จวิ้นอ๋องบอกปัดเรื่องหมั้น ท่านพ่อกับท่านพี่ของเจ้า ไปไหนก็ไม่มีหน้าจะสู้ผู้คน ชาวเมืองยังโจษจันกันด้วยซ้ำว่า เจ้าเป็นหญิงอัปลักษณ์ ไร้การศึกษาและมารยาทผู้ดี ไม่คู่ควรกับจวิ้นอ๋องผู้สูงศักดิ์และงามสง่า ซ้ำร้ายยังกล่าวหาว่า ตระกูลฟ่านต้องพยายามอ้อนวอนเพื่อให้ท่านอ๋องยอมรับเจ้าเป็นพระชายาเอกเพื่อความอยู่รอด”

ฟ่านซิ่วอิงกัดริมฝีปากจนห้อเลือด นางเคยภาคภูมิใจในวงศ์ตระกูลมาโดยตลอด บัดนี้กลับพบว่า ตระกูลของนางต้องอ้อนวอนคนผู้หนึ่งเพื่อให้รับนางเป็นภรรยาแลกกับความปลอดภัย แต่ฝ่ายนั้นยังไม่แลเหลียว

...หมิ้งจิ้นเหอผู้นี้ถือตัวว่าเหนือกว่าสกุลฟ่านนักหรือไร จึงได้ดูหมิ่นเหยียดหยามท่านพ่อของนางถึงเพียงนี้...

“ท่านย่าโปรดวางใจ เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง”

ฮูหยินผู้เฒ่าเงยหน้าขึ้นแสร้งควักเอาผ้าเช็ดหน้าจากในแขนเสื้อออกมาซับน้ำตา มองหลานสาวคนงามอย่างมีความหวัง

“เจ้าจะทำเช่นไรได้  ในเมื่อท่านอ๋องประกาศให้คนทั้งเมืองหลวงรู้ชัดเจนแล้วว่า เขาไม่มีวันจะแต่งกับเจ้า”

สีหน้าของฟ่านซิ่วอิ่งเริ่มมีสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ เมื่อนึกถึงเรื่องที่เขาประกาศในหอนางโลมคืนนั้น และยังหัวข้อที่คนสนทนากันสนุกปากที่ตลาดเมื่อเช้า โทสะของนางพลุ่งขึ้นเทียมฟ้า

“ท่านย่าโปรดวางใจ ภายในหกเดือนนี้ ข้าจะทำให้จวิ้นอ๋องต้องรับข้าเป็นพระชายาเอกให้จงได้”

ฮูหยินผู้เฒ่าลุกจากเก้าอี้ปราดเข้ามาจับมือทั้งสองข้างของหลานสาว

“เจ้าพูดจริงหรือ  ”

คุณหนูฟ่านดวงตาลุกโรจน์ด้วยความแค้น

‘จวิ้นอ๋อง ท่านกล้าหยามท่านพ่อและตระกูลฟ่าน ข้าจะทำให้ท่านต้องมาเยือนที่จวนแห่งนี้เพื่อคารวะท่านย่ากับท่านพ่อของข้าให้ได้’

นางจ้องนัยน์ตาท่านย่าอย่างแน่วแน่

“ข้า ฟ่านซิ่วอิง คำไหนคำนั้น ท่านย่าโปรดอนุญาตให้ข้าทำตามที่ร้องขอด้วยเถิดเจ้าค่ะ” หญิงสาวยอบกายลง ค้อมศีรษะตรงหน้าท่านย่า

หญิงชรายิ้มทั้งน้ำตาที่รื้นแทบหยาดหยด นางรู้ดีว่า หลานสาวของนางฉลาดรอบรู้และเจ้าแผนการเพียงใด ทุกย่างก้าวของการเติบโตที่หัวเมืองถูกรายงานให้นางรับรู้มาตลอด นางให้บุตรชายส่งอาจารย์ที่เก่งกาจหลายคนไปสอนหนังสือให้หลานสาว ไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง

....จะว่าไปบางที ฟ่านซิ่วอิงผู้ที่อยู่ชายเองได้ร่ำเรียนมากกว่าพี่น้องคนอื่นๆ ด้วยซ้ำ...

อีกทั้งเพราะร่างกายนางอ่อนแอนางจึงเก็บตัวอยู่ในจวน เอาแต่อ่านหนังสือเพื่อเป็นเพื่อนในทุกวันที่เงียบเหงา ความเฉลียวฉลาดของนางนั้นเป็นที่พึงพอใจของอาจารย์ทุกท่าน

หญิงชรายิ้มบางๆ แตะมือไปยังศีรษะของหลานสาวคนงาม

“ได้ หากเจ้าทำสำเร็จ ย่ายินดีให้ทุกอย่างที่เจ้าปรารถนา”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 98 (ตอนจบ) คุ้มกับที่ออกแรง

    ฮูหยินผู้เฒ่าก็ทำเช่นกัน นางรีบกล่าวขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาให้หลานทุกคนร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง “ท่านแม่ น่ายินดีนัก หลานๆ ของพวกเรามาคราวเดียวถึงสี่คนเลยขอรับ” ใต้เท้าฟ่านจับมือมารดาข้างหนึ่ง จับมือภรรยาข้างหนึ่ง “ท่านพี่ ช่างเป็นเรื่องมงคลของจวนเรานัก”พระสนมหยางเวียนอุ้มทารกทีละคนด้วยความตื่นเต้น แววตาของพระนางเปี่ยมสุขล้นใต้เท้าฟ่านและฟ่านฮูหยินนึกอัศจรรย์ในบุตรีของตนที่สามารถคลอดเจ้าเด็กทารกทั้งสี่คนนี้ออกมาได้อย่างปลอดภัยบรรดาปู่ย่าตายายล้วนคิดถึงภาพที่จะได้จูงมือเล็กของหลานๆ เดินเล่นในเทศกาลประจำปีอย่างมีความสุข“ต่อไปข้าก็จะได้ซื้อโคมไฟเพื่อให้เด็กๆ ทั้งสี่เดินถือเล่นในงานเทศกาลแล้ว ช่างน่าตื่นใจนัก ข้ามีหลานคราวเดียวถึงสี่คน” ใต้เท้าฟ่านพึมพำอย่างเปี่ยมสุข พลางหันไปดูหน้าฟ่านหลี่เจี๋ย“ใช่ๆ ข้าก็จะได้ซื้อขนมในยามที่พวกเขางอแงด้วยขอรับ” ฟ่านหลี่เจี๋ยเองก็ตื่นเต้นที่จะมีหลานตัวน้อยเมื่อกงกงกราบทูลฮ่องเต้ พระองค์มีใบหน้าอึมครึมเล็กน้อย‘เจ้าห้า แม้แต่เรื่องลูก เจ้าก็ยังไม่ไว้หน้าข้า นับว่ายังดีที่เรื่องภรรยา...ข้ามีได้มากกว่าเจ้า’มู่หลี่เฉียงที่เดินทางมาถึงเมืองห

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 97 คุ้มกับที่ออกแรง

    เหอหงเซ่อที่อาสามาเฝ้าหน้าห้องในคืนอภิเษกได้ยินเสียงนั้นแล้วอมยิ้ม แอบส่งสายตายั่วยวนให้สามีที่แฝงกายอยู่ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ นางบอกนางกำนัลคนอื่นให้ไปรอที่เรือนถัดไป หากต้องการก็จะไปเรียกใช้รอจนค่อนคืนถึงยามเปลี่ยนเวรของทั้งสองสามีภรรยา องครักษ์ฉินผู้น้องที่เห็นพี่ชายแว่บตามร่างของเหอหงเซ่อหายไปทางห้องนอนของนางก็ได้แต่ถอนใจด้วยความอิจฉา‘พอมีภรรยาก็ลืมน้อง พี่ชายเลว แต่ก่อนเฝ้าเวรยามด้วยกันจนรุ่งสาง เดี๋ยวนี้หมดเวรก็รีบไปทันที’ฉินผู้พี่ผลุบเข้าไปในห้องนอนของภรรยาได้รีบระบายความอัดอั้นจากการต้องทนฟังเสียงของท่านอ๋องและพระชายาปลอดรักกันทันที“หงเซ่อ เจ้าว่าเราสองคนคืนนี้ควรจะนอนหรือไม่ ”“เรื่องนี้ ข้าแล้วแต่ท่านพี่เจ้าค่ะ”ผ่านไปหลายเดือน ครรภ์ของฟ่านซิ่วอิงอุ้ยอ้ายนัก ชินอ๋องหมิงจิ้นเหอเชิญหมอหลวงที่เก่งกาจหลายท่านมาตรวจดูคนล้วนยินดีกับชีพจรมงคลที่มีหลายชีพจร“สัมผัสได้ สองชีพจร พะยะค่ะ”“สัมผัสได้ สามชีพจร พะยะค่ะ”“เอาแน่ๆ ตรวจให้ละเอียดและชัดเจน บุตรของข้าจะมีกี่คนก็ได้ ขอแค่นางปลอดภัยก็พอ” น้ำเสียงดุดันของชินอ๋องลั่นวังหมอหลวงตัวสั่นงันงก เชื่อแน่ว่า อย่างน้อยก็มีสองชีพจรอยู่ในคร

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 96 วิวาห์หวานชื่น

    การสมรสครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ฮองไทเฮา ญาติผู้พี่ของใต้เท้าฟ่านสมหวังในการวางฐานอำนาจเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเครื่องรับประกันความปลอดภัยของคนในตระกูลอีกด้วย...ด้วยฐานะของเขยผู้นี้ทำให้ผู้อื่นยากจะแตะต้องคนสกุลฟ่านแล้ว...ฮ่องเต้จูงพระหัตถ์พระมารดานำหน้าฮองเฮาเข้ามาในวังจวิ้นอ๋อง ครั้งนี้พระองค์ไม่ต้องห่วงเรื่องการลอบสังหาร เพราะวังของจวิ้นอ๋องแม้แต่นกตัวเดียวก็ไม่อาจบินผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตบรรดานายทหารระดับสูงล้วนพร้อมหน้ามาอวยพรแก่แม่ทัพหมิง สุราอาหารล้วนจัดมาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอาหารตำรับชาววังที่ฮ่องเต้พระราชทานมา และยังมีอาหารพิเศษจากภัตตาคารสกุลเหอที่เถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยนำลูกน้องมาทำถึงในวัง ทำให้แขกเหรื่อปลาบปลื้มกับความอร่อยเลิศ“งานอภิเษกสมรสครั้งนี้ จะว่าไปเป็นรองแต่เพียงการอภิเษกของฮ่องเต้เท่านั้น สมแล้วที่เป็นงานมงคลของแม่ทัพใหญ่ของแคว้น” มู่หลี่เฉียงหันไปมองรอบๆ ในใจก็หวังให้มีมือสังหารมาสร้างความปั่นป่วนบ้าง“สายตาเจ้าดูไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นเลยนะรองแม่ทัพ”“ข้ากำลังภาวนาให้มีนักฆ่าโผล่มาสร้างความวุ่นวายบ้างนะ คุณชายจิน” สีหน้าของมู่หลี่เฉียงเคร่งขรึมจินวั่งซูห

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 95 วันสมรัก

    หากไม่พูดถึงเรื่องราวระหว่างเขากับนางที่เกิดขึ้นในพยัคฆ์เหิน เขาก็ทำใจกล่อมแกล้มลืมมันไป แต่ครั้นมีผู้มาสะกิดบาดแผลนี้ เขาก็จุกถึงคอหอยฟ่านซิ่วอิงช่างหลอกลวงได้เจ็บแสบนัก ตั้งแต่วางผงนิทราเขาในหอนางโลม หลอกให้จ่ายเงินไถ่หนี้ แสร้งเป็นสาวใช้อุ่นเตียง โกหกว่าจำต้องไปแต่งงานตามท่านย่าขอร้องเมื่อทบทวนย้อนหลังก็พบว่า ล้วนเป็นนางวางแผนให้เขาต้องรีบตามมา ยามที่นางหึงหวงก็ยังจับเขาวางยาให้ไร้เรี่ยวแรง แล้วพอเขาคิดจะแก้แค้นนางบ้าง นางกลับสารภาพว่า ตั้งครรภ์บุตรให้เขาแล้ว“คุณหนูของพวกเจ้าช่างเป็นดาวพิฆาตข้าเสียจริง”“ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ควรทำให้คุณหนูเกิดความแค้นเพคะ”ครั้นได้ยินเถ้าแก่เนี้ยเหอเตือนสติ ท่านอ๋องก็พลันสำนึกได้ว่า...ตนเองไม่ควรทำให้ฟ่านซิ่วอิงโมโหแม้ว่านางจะเป็นดาวเคราะห์ของเขา แต่ขณะเดียวกัน นางก็เป็นดั่งแก้วล้ำค่าจะวางไว้ในมือก็กลัวจะตกแตก จะอมไว้ในปากก็กลัวจะละลาย...พระชายาเอกของตน ช่างร้ายกาจจนผู้อื่นยากจะเท่าเทียม...“เจ้า....” ท่านอ๋องกำหมัดแน่น จ้องมองสองสามีภรรยาเขม็ง “ได้! ข้าจะไปคิดบัญชีกับนางก็แล้วกัน”ในเมื่อไม่กล้าลงมือกับคนของนาง เอาไว้ไปจัดการกับต้นตอแผนการดีกว่า ค

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 94 ความแค้นแปดหมื่น

    “นางพึงใจในวังของเจ้า และคืนที่เจ้าช่วยเหลือนาง เหล่าข้าราชสำนักและข้าราชบริพารทั้งหลายต่างเห็นกันทั่วหน้า เรื่องซุบซิบนินทาเช่นนี้ยากจะลบล้างมลทินให้นางได้ จึงจำเป็นต้องเป็นเจ้า” องค์ชายเก้าถึงกับผงะ คืนนั้นเพราะเห็นแก่ชีวิตของนาง จึงยอมทุ่มพละกำลังแบกนางขึ้นหลัง กว่าจะส่งนางไปถึงตำหนักด้านในได้ถึงกับเข่าทรุด‘นี่ข้า ทำคุณได้โทษโปรดสัตว์ได้บาปแท้ๆ เชียว’เมื่อเห็นว่า ชะตากรรมนี้คงหลีกไม่ได้แล้ว ก็ได้วางแผนให้นางไปอยู่ในเรือนด้านใน ปลูกผัก เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ในที่ดินเปล่า เอาไว้เลี้ยงดูตัวนางเองก็แล้วกัน‘ช่างเถิด คิดเสียว่า มีสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นในวังอีกตัว’ “จวิ้นอ๋อง เจ้าคงไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้วสิ์ ” ฮ่องเต้ยิ้มพระสรวลมองพระอนุชาคนโปรด “พระราชโองการเท่านั้น พะยะค่ะ”ฮ่องเต้หยิบม้วนราชโองการที่เตรียมไว้ยื่นให้กงกง“กงกง เจ้ารีบจัดการยามนี้เลย น้องชายเราใจจะขาดแล้ว”“กระหม่อมจะเร่งมือให้เร็วที่สุด พะยะค่ะ”ฮ่องเต้ทรงหันมายิ้มให้จวิ้นอ๋อง หากไม่มีน้องชายผู้นี้ โอกาสฟ้าเปิดย่อมหาได้ยากยิ่ง“ข้าทำแบบนี้ เจ้าพอใจหรือยัง ”“ขอบพระทัย พะยะค่ะ”

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 93 เสนาบดีฟ่าน

    ไม่เพียงแต่พูด ชายหนุ่มยังยกขึ้นมาดมให้นางดู เขาดมแล้วก็มองนางด้วยสายตากรุ้มกริ่ม“ดมแล้วข้าก็คิดถึงแต่เจ้า มิได้สนใจสตรีอื่นใดอีก”จางเลี่ยงหวงหน้าแดงระเรื่อ ยื่นหน้าไปจูบริมฝีปากสามีเบาๆ“ท่านพี่...ท่านน่ารักยิ่งนัก”“นี่ควรเป็นคำชมของข้ามิใช่หรือน้องหญิง ” เขาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของนางต่ำลงไปจนถึงบั้นท้ายแล้วบีบเบาๆ ก่อนจะผงกศีรษะขึ้นจูบนางอย่างเรียกร้อง“เป็นเพราะข้าต้องอดกลั้น คืนนี้เจ้าจึงต้องทำหน้าที่ฮูหยินให้เต็มที่ ข้าจะได้ไม่มีแรงไปที่นั่นอีก”มือใหญ่ทั้งสองข้างบีบไปตามร่างกายของนางเบาๆจางเลี่ยงหวงกดคอสามีให้ก้มลงจูบนาง ยกขาเรียวขึ้นเหนี่ยวเอวของเขาไว้ มู่หลี่เฉียงครางฮึ่มฮั่มในลำคอก่อนจะเริ่มทำให้นางอ่อนแรงอีกครั้ง หลังเหตุการณ์วันนั้น เสนาบดีฟ่านจึงให้พ่อบ้านไปทูลเชิญจวิ้นอ๋องถึงวังให้เสด็จมาเสวยพระยาหารค่ำที่จวนสกุลฟ่าน ใบหน้าของจวิ้นอ๋องระบายด้วยรอยยิ้ม มิคาดว่า จินวั่งซูจะทำหน้าหนาติดตามมา “ข้าเป็นผู้อารักขาคุณหนูฟ่าน ท่านควรเชิญข้าไปด้วยจึงจะถูก” พ่อบ้านสกุลฟ่านจนด้วยคำพูดจึงได้แต่รับคำ หลังเสวยแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าและ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 8 หัวใจสั่นไหว

    จวิ้นอ๋อง มองดูภัตตาคารแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วอย่างงุนงง ขนาดของร้านใหญ่กว่าเพิงเดิมหลายเท่า ดูสวยงามและโอ่อ่าพอสมควร ถ้าจะว่าไปน่าจะใช้เวลาอีกสักเดือนถึงจะเสร็จ “หลี่เฉียง ข้าว่า ที่นี่สร้างเสร็จเร็วเหนือกว่าคาดไว้มาก” มู่หลี่เฉียงที่คันปากอยากจะเล่าอยู่แล้ว เขารีบบรรย

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 7 ไปดูหน้านาง

    คุณหนูฟ่านหรือชื่อปลอมคือเหอเจียอี ถึงกับกลั้นหัวเราะจนตัวโยนเมื่อเห็นนายกองซ่งควบม้ากลับค่ายพยัคฆ์เหินจนฝุ่นตลบ “คุณหนูเจ้าคะ ดูเหมือนนายกองผู้นั้นจะถูกส่งมาดูตัวคุณหนูนะเจ้าคะ” เหอหงเซ่อน้องสาวอุปโลกน์ยิ้มกลั้วหัวเราะ “ข้าเห็นมานั่งเมียงๆ มองๆ จ้องประตูทางเข้าครัวอยู่นานสองนานแล

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 6 แม่ครัวคนงาม

    หมิงจิ้นเหอรู้สึกแปลกใจที่ระยะหลังเขาได้พบคุณชายคหบดีหลายตระกูลมารับประทานอาหารที่เพิงขายอาหารเล็กๆ แห่งนี้“หลี่เฉียง เจ้าดูสิ เหตุใดคุณชายพวกนั้นระเห็จออกมาที่นี่ ร้านในตัวเมืองมีถมเถมิใช่หรือ”“ทีท่านยังติดใจในรสชาติอาหารร้านนี้ แล้วผู้อื่นจะไม่ชื่นชอบได้อย่างไร เรื่องของปากท้อง ล้

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 5 หนี้สินเถ้าแก่เหอ

    พ่อบ้านเการีบกระวีกระวาดนำเถ้าแก่เหอไปพบเจ้านายของตนที่ห้องตำรา จวิ้นอ๋องทรงโปรดอาหารร้านนี้ยิ่งนัก แม้พ่อบ้านเกาจะพยายามให้แม่ครัวในจวนแม่ทัพทำรสชาติอาหารเลียนแบบอย่างไรก็ไม่อาจทำให้ท่านอ๋องพอใจได้ตอนเช้าท่านอ๋องเสด็จไปเพิงขายอาหารเล็กๆ นั่น กลางวันก็ยังออกจากค่ายมาเสวยอีก ตกเย็นยังสั่งให้เขาออกม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status