Startseite / รักโบราณ / ท่านอ๋องอย่าคิดหนี / บทที่ 3 อย่าคิดจะหยามข้า

Teilen

บทที่ 3 อย่าคิดจะหยามข้า

last update Zuletzt aktualisiert: 2026-01-26 15:13:38

         ฮูหยินชราตระกูลฟ่านยิ้มกว้างเมื่อเห็นหลานสาวคนรองชี้ชวนให้ดูอาหารฝีมือของนางที่วางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ

         “ท่านย่า ทุกจานล้วนเป็นฝีมือของข้าเจ้าค่ะ”

         “พ่อไม่เคยคิดมาก่อนว่าเจ้าจะทำอาหารได้น่าอร่อยเยี่ยงนี้” เสนาบดีฝ่ายซ้ายกวาดตามองอาหารแต่ละจาน

         “ท่านย่ากับท่านพ่อลองชิมหน่อยสิเจ้าคะ”

         “ได้ๆ ย่าจะกินอาหารที่เจ้าให้ครบทุกอย่างเลยเทียว”

         สองผู้อาวุโสสบตากันเสนาบดีฟ่านคีบอาหารใส่ถ้วยข้าวให้มารดา “ท่านแม่ ท่านต้องชิมฝีมือหลานสาวท่านให้มาก”

         เมื่อคนอื่นๆ เห็นว่า ฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มลงมือคีบอาหารแล้ว คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะจึงได้เริ่มรับประทานอาหาร ฟ่านซิ่วอิงหันไปเอาใจมารดา

“ท่านแม่ ข้าอยากให้ท่านชิมจานนี้เจ้าค่ะ”

         ฮูหยินใหญ่สกุลฟ่านยิ้มรับ “มิเสียแรงที่พ่อบ้านเหลยนำพี่สาวมาจากเหลาเลื่องชื่อ เจ้าจึงพลอยได้ฝีมือทำอาหารไปด้วย”

         เมื่อผู้เป็นมารดาคีบอาหารคำแรกเข้าปากก็ยิ้มกริ่ม ค่อยๆ เคี้ยวอย่างตั้งใจ รสชาติอาหารฝีมือของบุตรสาวจะว่าไปดียิ่งกว่าที่ไปรับประทานในภัตตาคารบึงหงส์อันเลื่องชื่อเสียอีก

         “อร่อยจริง ฝีมือของเจ้า พ่อนึกว่าพ่อครัวหลวงมาเอง”

         “ถึงเพียงนั้นเชียวหรือเจ้าคะ  ” ฟ่านซิ่วอิงทำตาลุก

         “อืม...พ่อไม่ได้พูดเอาใจเจ้าสักนิด” เจ้ากรมกลาโหมยิ้มกว้าง คีบอาหารจานต่อไปอย่างรื่นรมย์

         เช่นเดียวกับฮูหยินผู้เฒ่าที่คีบข้าวเข้าปากโดยมีรอยยิ้มประดับมุมปาก ก่อนจะหันไปคีบขาเป็ดอบที่อยู่ตรงหน้ามาชิม

เมื่อเคี้ยวเสร็จไปคำก็หันไปพยักหน้าให้กับหลานสาวเป็นการบ่งบอกว่าพอใจอย่างยิ่ง

         ฟ่านซิ่วอิงมองญาติพี่น้องที่นั่งล้อมโต๊ะใหญ่ด้วยความสุขใจ

หลายปีแล้วที่บุตรสาวของนางต้องระหกระเหินออกจากจวนไป เพิ่งจะมีโอกาสกลับมาเยือนเมืองหลวง ร่างกายที่อ่อนแอของฟ่านซิ่วอิงทำให้สองสามีภรรยาจำใจต้องส่งนางไปรักษาตัวยังหัวเมือง แต่ละปีทั้งสองจะเดินทางไปเยี่ยมบุตรสาวได้เพียงหนเดียวเท่านั้น

         หลังรับประทานอาหารท่านย่าก็เรียกฟ่านซิ่วอิงเข้าไปหาที่ห้องส่วนตัว

         “เจ้าคงได้ยินเรื่องที่จวิ้นอ๋องปฏิเสธการหมั้นกับเจ้าแล้ว”

         “เจ้าค่ะ”

         ฮูหยินชราแห่งตระกูลฟ่านจ้องตรงมายังหลานสาวคนรอง แม้นางจะมีบุตรชายถึงสามคน มีหลานชายห้าคน หลานสาวสองคน แต่ก็ในใจกลับรู้สึกรักและเวทนาหลานสาวคนนี้เป็นที่สุด เพราะฟ่านซิ่วอิงเป็นหลานเพียงคนเดียวที่นางแทบไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด

ในช่วงที่ฟ่านซิ่วอิงเพิ่งเกิด เด็กน้อยเกือบจะไม่รอดชีวิต เคราะห์ดีที่ ฮองไทเฮาซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของฮูหยินผู้เฒ่าสั่งให้หมอหลวงมาช่วย จึงรักษาชีวิตน้อยๆ ของฟ่านซิ่วอิงไว้ได้ ทว่าต่อจากนั้นนางก็ยังคงเป็นเด็กหญิงที่ป่วยกระเสาะกระแสะจนต้องส่งตัวไปตระเวนรักษาในหลายเมือง

...พระคุณที่ฮองไทเฮามีต่อหลานสาวผู้นี้ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงหมายจะตอบแทน แม้จะรู้ว่านี่เป็นหมากทางการเมืองของคนผู้นั้นก็ตาม...

         “ย่าเองไม่รู้จะช่วยให้พระประสงค์ของฮองไทเฮาสำเร็จได้อย่างไร   ในเมื่อท่านอ๋องปฏิเสธแข็งขันถึงเพียงนั้น ท่านพ่อของเจ้าก็พยายามไปเจรจาหลายคราว จวิ้นอ๋องก็เอาแต่หลบเลี่ยง”

น้ำเสียงหนักอกหนักใจของท่านย่า ทำให้นางสลดใจลงหลายส่วน แต่ก็ไม่อยากจะเอาชีวิตตนเองไปเสี่ยงกับบุรุษที่ไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอ

“ทำไมท่านพ่อต้องทำถึงเพียงนั้นด้วย”

“อิงเอ๋อร์ เจ้าไม่รู้หรือว่า ตระกูลฟ่านของเราเป็นหนี้พระคุณฮองไทเฮามากเพียงไหน   หากไม่ได้พระองค์ส่งเสริมคิดหรือว่า ท่านพ่อกับท่านพี่ของเจ้าจะมีโอกาสก้าวหน้าในราชสำนัก ไหนจะยังมีชีวิตของเจ้าในตอนแรกเกิดอีก”

คุณหนูใหญ่ตระกูลฟ่านส่ายหน้า นางเติบโตที่หัวเมืองจึงไม่เคยรู้เรื่องราวในจวนเสนาบดี ท่านพ่อและท่านแม่เดินทางไปเยี่ยมนางปีละหน ส่วนใหญ่นางอยู่ในความดูแลของญาติหรือไม่ก็คนที่ท่านพ่อไว้วางใจ

“หากเจ้าได้เป็นพระชายาเอกของจวิ้นอ๋อง นอกจากจะทำให้ฮองไทเฮาทรงเบาพระทัยเรื่องฮองเฮา ท่านพ่อกับท่านพี่ของเจ้าก็จะไม่ถูกบีบคั้นจากเสนาบดีฝ่ายขวาด้วย”

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับท่านพ่อเจ้าคะ  ”

ฮูหยินผู้เฒ่าพิจาณาหลานสาวคนงามที่นั่งอยู่ตรงหน้า ฟ่านซิ่วอิงปีนี้ก็อายุล่วงเข้าสิบแปดปีน่าจะพอจะเข้าใจเหตุการณ์ได้ จึงเล่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีฮองเฮาเป็นผู้สนับสนุน กับเสนาบดีฝ่ายซ้ายที่อยู่ข้างฮองไทเฮา

ในเมื่อฮองไทเฮานั้นมิใช่มารดาที่แท้จริงของฮ่องเต้ พระนางจึงต้องระมัดระวังพระองค์เมื่อเห็นพระญาติฝ่ายฮองเฮาเรืองอำนาจ ฮองไทเฮาจึงเริ่มมองหาผู้ที่จะช่วยคานพลังของฝ่ายตรงข้าม

หากคุณหนูฟ่านซึ่งนับเป็นญาติฝ่ายพระองค์สมรสกับจวิ้นอ๋องหมิงจิ้นเหอผู้คุมกองกำลังภาคเหนืออันเกรียงไกร ย่อมทำให้คลายพระทัย โอกาสที่ตระกูลเถียนของฮองเฮาจะก่อการกบฏก็ย่อมจะน้อยลง เพราะความยำเกรงในปีศาจภูเขาตนนั้น

เรื่องของฮองไทเฮาฟ่านซิ่วอิงย่อมไม่เอามาใส่ใจ แต่เรื่องที่ท่านพ่อกับท่านพี่ที่ถูกบีบคั้นจนต้องลดตัวลงไปคอยตามตื้อจวิ้นอ๋องเพื่อให้เปลี่ยนพระทัย เป็นเรื่องที่นางขัดเคืองใจ

...นางไม่มีวันยอมให้คนในครอบครัวถูกผู้อื่นรังแกโดยเด็ดขาด....

“หากครั้งนี้ การสมรสไม่เกิดขึ้นหรือหากจวิ้นอ๋องเลือกคุณหนูจากตระกูลที่อยู่ฝั่งฮองเฮา ตระกูลของเราอาจจะมีภัยใหญ่หลวง” น้ำเสียงของท่านย่าเจือไว้ด้วยความหวาดหวั่น

ฟ่านซิ่วอิงเงยหน้ามองท่านย่าของนางด้วยอาการตะลึง นางไม่เคยเห็นฮูหยินผู้เฒ่าที่กร้าวแกร่งและเชิดหน้าอยู่เสมอ มีใบหน้าเศร้าโศกถึงเพียงนี้  

“ครั้งนี้ หากจะต้องให้ท่านพ่อกับท่านพี่ของเจ้าไปคุกเข่าอ้อนวอนฝ่ายนั้นก็คงต้องทำ แต่ว่าท่านอ๋องจะเดินทางกลับเมืองพยัคฆ์เหินพรุ่งนี้แล้ว สิ่งที่ครอบครัวเราทำได้ คงเพียงแต่สวดมนต์อ้อนวอนขอสวรรค์เมตตาให้จวิ้นอ๋องอย่าเลือกพระชายาเอกอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเรา”

“จวิ้นอ๋องยิ่งใหญ่เพียงนั้นเชียวหรือเจ้าค่ะท่านย่า  ”

“ใช่ อำนาจของผู้นี้เป็นรองแต่เพียงฮ่องเต้ นับตั้งแต่จวิ้นอ๋องบอกปัดเรื่องหมั้น ท่านพ่อกับท่านพี่ของเจ้า ไปไหนก็ไม่มีหน้าจะสู้ผู้คน ชาวเมืองยังโจษจันกันด้วยซ้ำว่า เจ้าเป็นหญิงอัปลักษณ์ ไร้การศึกษาและมารยาทผู้ดี ไม่คู่ควรกับจวิ้นอ๋องผู้สูงศักดิ์และงามสง่า ซ้ำร้ายยังกล่าวหาว่า ตระกูลฟ่านต้องพยายามอ้อนวอนเพื่อให้ท่านอ๋องยอมรับเจ้าเป็นพระชายาเอกเพื่อความอยู่รอด”

ฟ่านซิ่วอิงกัดริมฝีปากจนห้อเลือด นางเคยภาคภูมิใจในวงศ์ตระกูลมาโดยตลอด บัดนี้กลับพบว่า ตระกูลของนางต้องอ้อนวอนคนผู้หนึ่งเพื่อให้รับนางเป็นภรรยาแลกกับความปลอดภัย แต่ฝ่ายนั้นยังไม่แลเหลียว

...หมิ้งจิ้นเหอผู้นี้ถือตัวว่าเหนือกว่าสกุลฟ่านนักหรือไร จึงได้ดูหมิ่นเหยียดหยามท่านพ่อของนางถึงเพียงนี้...

“ท่านย่าโปรดวางใจ เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง”

ฮูหยินผู้เฒ่าเงยหน้าขึ้นแสร้งควักเอาผ้าเช็ดหน้าจากในแขนเสื้อออกมาซับน้ำตา มองหลานสาวคนงามอย่างมีความหวัง

“เจ้าจะทำเช่นไรได้  ในเมื่อท่านอ๋องประกาศให้คนทั้งเมืองหลวงรู้ชัดเจนแล้วว่า เขาไม่มีวันจะแต่งกับเจ้า”

สีหน้าของฟ่านซิ่วอิ่งเริ่มมีสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ เมื่อนึกถึงเรื่องที่เขาประกาศในหอนางโลมคืนนั้น และยังหัวข้อที่คนสนทนากันสนุกปากที่ตลาดเมื่อเช้า โทสะของนางพลุ่งขึ้นเทียมฟ้า

“ท่านย่าโปรดวางใจ ภายในหกเดือนนี้ ข้าจะทำให้จวิ้นอ๋องต้องรับข้าเป็นพระชายาเอกให้จงได้”

ฮูหยินผู้เฒ่าลุกจากเก้าอี้ปราดเข้ามาจับมือทั้งสองข้างของหลานสาว

“เจ้าพูดจริงหรือ  ”

คุณหนูฟ่านดวงตาลุกโรจน์ด้วยความแค้น

‘จวิ้นอ๋อง ท่านกล้าหยามท่านพ่อและตระกูลฟ่าน ข้าจะทำให้ท่านต้องมาเยือนที่จวนแห่งนี้เพื่อคารวะท่านย่ากับท่านพ่อของข้าให้ได้’

นางจ้องนัยน์ตาท่านย่าอย่างแน่วแน่

“ข้า ฟ่านซิ่วอิง คำไหนคำนั้น ท่านย่าโปรดอนุญาตให้ข้าทำตามที่ร้องขอด้วยเถิดเจ้าค่ะ” หญิงสาวยอบกายลง ค้อมศีรษะตรงหน้าท่านย่า

หญิงชรายิ้มทั้งน้ำตาที่รื้นแทบหยาดหยด นางรู้ดีว่า หลานสาวของนางฉลาดรอบรู้และเจ้าแผนการเพียงใด ทุกย่างก้าวของการเติบโตที่หัวเมืองถูกรายงานให้นางรับรู้มาตลอด นางให้บุตรชายส่งอาจารย์ที่เก่งกาจหลายคนไปสอนหนังสือให้หลานสาว ไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง

....จะว่าไปบางที ฟ่านซิ่วอิงผู้ที่อยู่ชายเองได้ร่ำเรียนมากกว่าพี่น้องคนอื่นๆ ด้วยซ้ำ...

อีกทั้งเพราะร่างกายนางอ่อนแอนางจึงเก็บตัวอยู่ในจวน เอาแต่อ่านหนังสือเพื่อเป็นเพื่อนในทุกวันที่เงียบเหงา ความเฉลียวฉลาดของนางนั้นเป็นที่พึงพอใจของอาจารย์ทุกท่าน

หญิงชรายิ้มบางๆ แตะมือไปยังศีรษะของหลานสาวคนงาม

“ได้ หากเจ้าทำสำเร็จ ย่ายินดีให้ทุกอย่างที่เจ้าปรารถนา”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 27 เห็นนางเปลือย

    “หมิงจิ้นเหอ ท่านเป็นคนของหม่อมฉันแล้ว ห้ามให้คนอื่นแตะต้องเด็ดขาดนะเพคะ” นางเลื่อนตัวขึ้นมานั่งบนตักสามีสองแขนวางบนไหล่ สองมือลูบไล้ต้นคอด้านหลัง คนถูกลูบขนคอลุกเกรียว สัมผัสอ่อนโยนของนางทำให้เขาไม่อาจสงบใจ “ถ้าเช่นนั้น แขนที่คุณหนูจางจับแล้วนี่เล่า จะทำเช่นไรดี” “หม่อมฉันก็จะจูบประทับตราไว้แทน”นางจับมือของจวิ้นอ๋องข้างที่คุณหนูจางหมายจะเข้ามาฉวยขึ้นมา จุมพิตที่ข้อนิ้วทีละนิ้ว จากนั้นก็คลายเสื้อตัวนอกของชายหนุ่มออก“เจ้าเป็นคนท้าข้าเองนะ อย่าร้องขอให้หยุดก็แล้วกัน” เสียงกระซิบกระเส่าดังขึ้นที่ข้างหูของหญิงสาว“หม่อมฉันสุดแต่แท้ท่านอ๋องนะเพคะ”สาวใช้อุ่นเตียงของหมิงจิ้นเหอยิ้มหวาน ยื่นหน้ามาจูบปลายคางบึกบึนเบาๆ แล้วค่อยจูบไล้ไปใกล้ใบหู“เจ้าทำเช่นนี้ ตัวข้าเริ่มร้อนไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มรีบถอดสายรัดเอวและเสื้อตัวนอกของตนเองออกเขาเอนกายลงไปด้านหลัง ปล่อยให้นางแหวกสาบเสื้อของเขาออกจากกัน เหอเจียอีจูบต่ำลงไปตามแนวคอ ท่านอ๋องครางอือๆ แผ่นอกแกร่งถูกนางจูบไซ้จนต้องแอ่นขึ้นด้วยความซาบซ่าน ฉินหวังหย่งหน้าแดงซ่านอยู่บนขื่อ‘อีกแล้ว ท่านอ๋องกับแม่นางเ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 26 หมีป่าช่วยสาวงาม

    “ข้าดื่มแค่จอกเดียวเท่านั้นนะ” นางหน้าบึ้งแต่ยอมยกจอกเหล้าขึ้นดื่มกับเขา‘เจ้าหมีป่า คราวหน้าอย่าหวังว่าข้าจะให้เจ้ามานั่งใกล้’นางวางจอกแล้วขอตัวกลับเรือนรับรอง จวนแม่ทัพใหญ่โตมีโรงเรือนหลายหลัง เมื่อนางก้าวออกจากโถงใหญ่ไปด้านหน้ารู้สึกเหมือนมีเงาวูบผ่านครั้นหันมองตามไปเห็นแผ่นหลังกว้างของชายร่างสูงใหญ่ลับไปทางเรือนบรรทมของจวิ้นอ๋อง คลับคล้ายเหมือนจะมีร่างนั้นจะอุ้มอีกคนอยู่ นางไม่กล้าก้าวขาตามไปเพราะนางกำนัลหญิงสองคนเดินตรงมาพอดี“คารวะคุณหนู ข้าน้อยจะนำทางท่านไปเรือนรับรองแขกเองเจ้าค่ะ”ยังดีที่เรือนนี้ยังพอเหลือนางกำนัลอยู่บ้าง นางเคยได้ยินข่าวลือว่า จวนแม่ทัพของจวิ้นอ๋อง ไม่ชอบให้มีนางกำนัลรับใช้ดูแลอยู่ส่วนใน‘จวิ้นอ๋อง ท่านช่างดูแลตนเองเสียบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่รู้ว่าตัดชอบตัดแขนเสื้อหรือไร ไม่แน่ว่าอยู่กับบุรุษมากมายนานๆ เข้า อาจจะชอบไม่รู้ตัว’ รองแม่ทัพมู่รู้สึกปวดเบาจึงขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ พลันเงาสายหนึ่งพาดผ่าน องครักษ์เงาฉินจางหย่งกำลังเงื้อดาบต่อสู้กับชายชุดดำสองคนเคร้ง! เคร้ง! เหล่าองครักษ์รักษาการในจวนกรูกันเข้ามา กลับปรากฏชายชุดดำอีกหลายสิบชีวิตรายล้อม“มีคนร้าย!

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 25 แช่น้ำพุร้อน

    บ่าวรับใช้และองครักษ์ส่วนหนึ่งต้องคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่นอกรั้ว ส่วนองครักษ์เงาก็ต้องรักษาความปลอดภัยโดยเร้นกายอยู่ละแวกนั้นเหอเจียอีได้ผ่อนคลายร่างกายอย่างเต็มที่ นางกำนัลสองคนเข้ามาดูแล “เจ้าไม่ต้องดูแลข้า พวกเราเป็นบ่าวเหมือนกัน” “นี่เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง พวกเราขัดไม่ได้นะเจ้าคะ มิฉะนั้นจะโดนโบย แม่นางเห็นใจพวกเราด้วย” ได้ยินเช่นนั้น เหอเจียอีจึงยอมให้พวกนางขัดผิว สระผมให้ตนโดยดี น้ำพุร้อนทำให้ร่างกายของนางผ่อนคลายสามวันที่ผ่านมา นางโดนหมิงจิ้นเหอรุกไล่ เคล้าคลึง เค้นเอาจนหมดแรงทุกคืน ทำเช่นไรเขาก็ดูเหมือนจะไม่เต็มอิ่มสักครา นางได้แต่โอดครวญฉอเลาะในยามที่จวนจะสิ้นไร้เรี่ยวแรง เขาหัวเราะร่วนแล้วรวบตัวนางที่เปลือยเปล่ามากอดไว้ใต้ผ้าห่มหลับลงพร้อมกันนางกำนัลมองดูรอยผิวแดงจ้ำตามเนินอก หลังไหล่ และต้นขาของแม่นางเหอแล้วหัวเราะคิกคักเขินอาย“แม่นางเหอ ท่านอ๋องทรงโปรดปรานท่านจริงๆ เจ้าค่ะ พวกเราไม่เคยเห็นท่านอ๋องสนใจสตรีนางใดมาก่อน อย่าว่าแต่จะพามาที่จวนเลย” เหอเจียอีได้ยินก็ยิ้มกว้าง ซักไซ้พวกนางถึงเรื่องที่พวกนางรู้เกี่ยวกับจวิ้นอ๋อง เสียงหัวเราะข

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 24 จางเลี่ยงหวง

    เหอเจียอีอาบน้ำแต่งตัวจวนตะวันจะตรงศีรษะ นางรับประทานอาหารด้วยความสุขล้น นึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วอยากจะกลับไปเล่าให้แม่นมเหอฟังว่า เขาอ่อนโยนและรักใคร่นางเหลือเกิน“น้องเจียอี เจ้าช่างดูมีความสุขยิ่งนัก” จินวั่งซูเดินอาดๆ ถือพัดโบกไปมา มองซ้ายมองขวาเมื่อไม่รู้สึกสัมผัสได้ว่ามีองครักษ์เงาอยู่ในห้องจึงกล่าวต่อ “เจ้าช่างไม่นึกถึงข้าว่าเสี่ยงชีวิตเพื่อแผนเจ้าเพียงใด เจ้านี่มันข้ามแม่น้ำได้แล้วรื้อสะพาน[1]เห็นๆ”“ท่านอย่าเรียกชื่อข้าเช่นนี้ต่อหน้าท่านอ๋องเทียว ท่านไม่ควรแสดงความสนิทสนมกับข้าให้มากนัก ข้าไม่รับประกันความปลอดภัยของท่าน”“จุ๊ๆ เจ้าใจร้ายจริง” จินวั่งซูนั่งลงตรงข้าม “ข้ากินด้วยคน เมื่อเช้าองค์ชายสิบสองดึงข้าออกไปในเมืองแต่เช้าตรู่ได้กินไปนิดเดียว”จินวั่งซูสั่งบ่าวรับใช้ไปเอาถ้วยและตะเกียบมาเพิ่ม“องค์ชายสิบสองจะเสด็จกลับพรุ่งนี้แล้ว แต่ข้าจะรั้งอยู่ที่นี่ก่อนเพราะมีข่าวใหม่น่าสนใจ”เหอเจียอีเงยหน้าจากถ้วยข้าวขึ้นมองเพื่อนพี่ชาย“ข่าวนี้เกี่ยวพันกับข้าหรือไม่ ”จินวั่งซูยกยิ้มมีเลศนัย “เกี่ยวสิ ไม่งั้นข้าจะอยู่ทำไมกัน ” “พี่วั่งซู ท่านรู้เรื่องใดมา บอกข้าได้หรือไม

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 23 เข้าหออย่างสุขสม

    “หม่อมฉันไม่อยากจะหวังลมๆ แล้งๆ นี่เพคะ หากวันหน้าท่านอ๋องทรงมีสตรีอื่น หม่อมฉันคงทนไม่ได้”“ข้าให้สัญญา ข้าจะไม่มีสตรีอื่นอีก”หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ “ขอบพระทัยเพคะ”“ต่อไปเจ้าเป็นคนของข้า ทุกอย่างข้าจะเชื่อเจ้า เข้าข้างเจ้า ไม่ว่าผู้ใดกล่าวร้ายเจ้า ข้าก็จะถามเจ้าก่อน”นางประคองใบหน้าของชายที่รัก เอียงคอตอบด้วยรอยยิ้ม “สัญญาแล้วเพคะ หากวันใดไม่รักษาสัญญาหม่อมฉันจะ......”“เจ้าจะทำอย่างไร ”“หม่อมฉันจะหนีพระองค์ไปแต่งงานกับชายอื่น” นางสบตาเขา กล่าวโดยไม่ยิ้มสักนิดดวงตาจวิ้นอ๋องวาววับ “เจ้ากล้ารึ” เขากดร่างนางลงกับแท่นบรรทม “เจ้าเป็นของข้าแล้ว ใต้หล้านี้ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าหวังจะมาชิงเจ้า”เหอเจียอียิ้มหวาน ใจเต้นระริกรัวกับคำประกาศนั้น “เพคะ” นางโน้มคอของเขาลงมา เงยหน้าประกบริมฝีปากเย็นชืดกับริมฝีปากรุ่มร้อนนั้นจวิ้นอ๋องดูดเม้มริมฝีปากล่างของนาง มือค่อยลูบไล้ไปไปตามเรือนร่าง ค่อยกระตุกสายผูกเสื้อตัวนอกของนางออก สัมผัสผิวเนียนนุ่มด้านในจากหน้าท้องน้อยไปด้านหลังถึงบั้นสะโพกนางจูบตอบไม่ลดละ เขาสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนาง หญิงสาวหมุนศีรษะไปตามจังหวะของเขาที่พลิกไปหัน

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 22 ต้องเข้าหอกับเจ้าให้ได้

    องค์ชายสิบสองได้ยินเรื่องแม่นางเหอจากองครักษ์เงาก็รู้สึกเห็นใจ เขาดูออกว่าพี่ชายของตนหลงใหลนางมากแต่เพราะตลอดชีวิตวัยหนุ่มเอาแต่รบทัพจับศึกจึงไม่เคยเข้าใจความคิดของเพศตรงข้ามความคลั่งไคล้หลงใหลที่หมิงจิ้นเหอมีต่อเหอเจียอีเห็นได้อย่างชัดเจน แต่คงเป็นเพราะไม่รู้จะแก้ปัญหาความรักเช่นไร จึงทำให้ต้องผิดใจกับสตรีที่ตนรัก ยามนี้แม่ทัพใหญ่หมิงคงกลัดกลุ้มอย่างหนัก...เช้านี้การฝึกทหารจึงเป็นไปอย่างดุเดือดกว่าปกติ... “รองแม่ทัพมู่ ท่านว่า พี่ชายข้าฝึกทหารเช่นนี้อยู่แล้ว หรืออารมณ์ไม่ดี ” “เอ่อ! กระหม่อมว่าอย่างหลัง พะยะค่ะ ปกติก็ทรงดุดันแต่ไม่ได้ดูหงุดหงิดอย่างนี้” หมิงเฉินกงหัวร่อออกมาเมื่อคนสนิทของจวิ้นอ๋องไม่ยั้งความคิดเห็น“เจ้านี่...ช่างไม่ไว้หน้าท่านแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย” “กระหม่อมทูลไปตามความจริง” “พี่ชายของเปิ่นหวาง คงจะห่วงนางมากกระมัง” องค์ชายหมิงเฉินกงมองดูร่างสูงใหญ่ที่กวัดแกว่งดาบดุเดือดอยู่ท่ามกลางทหารหลายสิบนาย “ทั้งห่วงทั้งหวงเลยล่ะพะยะค่ะ หากมีคนเข้าใกล้นางก็จะทรงหงุดหงิด” “อืม ค่ำนี้แล้วสินะ” องค์

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status