Beranda / รักโบราณ / ท่านอ๋องอย่าคิดหนี / บทที่ 2 อย่าหวังจะเสวยสุข

Share

บทที่ 2 อย่าหวังจะเสวยสุข

last update Tanggal publikasi: 2026-01-26 15:13:10

         ขณะกำลังจะเริ่มการประมูล แม่ทัพนายกองทั้งหลายต่างก็กระตือรือร้น พวกเขาส่วนหนึ่งเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ จึงมีกำลังทรัพย์อยู่มาก ทหารอีกส่วนหนึ่งในวันนี้ได้รับการปูนบำเหน็จจากฮ่องเต้มาพอสมควร ทุกคนจึงแลดูคึกคักอยากจะประมูลสาวงามกันจนเนื้อตัวสั่น

         “เอาเหล้ามาเพิ่มอีก คืนนี้ท่านแม่ทัพจะได้อิงแอบสาวงามอันดับหนึ่งแห่งหอจันทร์ฉาย ฮ่าๆ” มู่หลี่เฉียงหัวเราะลั่น

รองแม่ทัพมู่รูปร่างสูงเกือบเท่าจวิ้นอ๋อง แต่เรือนร่างกำยำล่ำสันกว่า ใบหน้าแต่งแต้มด้วยหนวดเครา แม้จะตัดเล็มออกไปบ้างแล้วเพราะต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้ แต่ก็ยังดูดุอยู่ดี หนำซ้ำคนผู้นี้มักชอบเสียงดังเอะอะ

         เสี่ยวเอ้อฟ่านรีบนำเอากาสุราใหม่มาวางต่อหน้าหมิงจิ้นเหอ เขารินเหล้าแล้วกระดกเข้าปากแล้วจ้องมองไปบนเวที ท่านอ๋องรูปงามเอาแต่ออกรบสู้ศึก ตลอดชีวิตจึงมิได้หมายตาคุณหนูคนใด

แม้จะมีนางกำนัลในวังรูปร่างหน้าตาดีมากมายหมายมายั่วยวนเขาก็ไม่เคยสนใจแตะต้อง ทว่าด้วยวิสัยทหารหลังออกรบแล้วชนะศึก สุรากับสตรีเป็นเรื่องที่ไม่เคยขาด แต่เขาก็เน้นเสพสุราเสียมากกว่า

...พวกคุณหนูในห้องหอนั้น เขาคร้านจะไปเอาใจพวกนาง...

แม้จะอยู่หัวเมืองเหนือแต่จวนแม่ทัพของเขาก็แทบจะไม่มีสาวใช้ ส่วนหนึ่งเพราะเขาต้องระวังตัว และอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขายังไม่อยากผูกพันกับสตรีนางใด หากจะต้องหลับนอนกับผู้หญิงคนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า นานไปเขาย่อมรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ ชายหนุ่มจึงเลือกนอนเฉพาะกับนางโลมประมูลมาได้ในบางครั้งก็เพียงพอระบายความพลุ่งพล่านของวัยฉกรรจ์

         เมื่อเจ้าหอจันทร์ฉายกรีดกรายออกมาประกาศให้ชายหนุ่มทั้งหลายเตรียมตัว เสียงโห่ฮาดังสนั่น

“เริ่มการประมูลได้!”

         แม่นางหลี่รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ส่วนหน้าอกนั้นมีขนาดอวบอัดแน่นจนทำให้สาบเสื้อส่วนบนปริ เมื่อนางเดินเยื้องกรายผ่านบรรดาทหารหนุ่ม ทุกคนล้วนลอบกลืนน้ำลาย ดวงตาลุกโชนเหมือนมองเห็นศัตรูตรงหน้า ต่างหมายจะตรงเข้าไปขย้ำให้สิ้นซาก บั้นท้ายงอนงามของนางกระเพื่อมโยกย้ายไปตามจังหวะการเดินได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ

         นายกองผู้หนึ่งลุกขึ้นเสนอราคา

“ข้าให้ห้าพันตำลึง”

สิ้นเสียงนั้น ทหารอีกโต๊ะส่งเสียงโห่ลั่น

         “ข้าให้หกพันตำลึง” เหล่าทหารม้าอีกโต๊ะไม่ยอมแพ้

         “เจ็ดพัน” อีกโต๊ะลุกขึ้นยืนประกาศ ทำเอาสองโต๊ะแรกหันไปมองพร้อมกัน สุราแรงฤทธิ์ทำให้พวกเขาล้วนเริ่มมึนเมา จนลุกชี้หน้ากันเยาะเย้ยอีกฝ่ายที่ให้ราคาน้อย

         “แปดพัน” นายทหารราบโต๊ะใกล้ๆ กับจวิ้นอ๋องตะโกนขึ้น เสียงโห่ยิ่งดังสนั่น ในเมื่อคืนนี้ทั้งหมดโดนเหมาโดยกองทัพภาคเหนือ ย่อมต้องเต็มไปด้วยเสียงเอ็ดอึง ด่าทอกันหยาบคายตามประสาผู้นิยมใช้กำลัง

         รองแม่ทัพฉินหันมา “ท่านแม่ทัพราคากำลังขึ้น ท่านว่ายังไง  ”

         หมิงจิ้นเหอยิ้มเย็น เขารอให้ทุกคนเริ่มสู้ราคาไม่ไหวแล้วค่อยตบราคาเพียงครั้งเดียวก็พอ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับท่านอ๋องอย่างเขา

“หนึ่งหมื่นตำลึงน่าจะพอ”

         “ใจเย็นฉินอี๋นั่ว เจ้าไม่ต้องห่วง ระดับท่านแม่ทัพถ้าบอกว่าจะเอา ยังไงคืนนี้ก็ต้องได้” มู่หลี่เฉียงยกจอกเหล้าขึ้นชูต่อหน้าแล้วกระดกลงไป

         หมิงจิ้นเหอกระดกเหล้าอีกจอก รู้สึกแปลกใจในรสชาติ เขาชำเลืองมองไปด้านข้างเห็นเสี่ยวเอ้อหน้าขาวที่ยืนอยู่เยื้องไปคล้ายจะมีรอยยิ้มเยาะติดอยู่ริมฝีปากยิ่งมองยิ่งรู้สึกมึนงงมากขึ้นจนเปลือกตาหนักอึ้ง ชายหนุ่มพยายามยันกายลุกขึ้นยืนเพื่อประมูลเป็นคนสุดท้าย

“หนึ่ง.....” เจ้าหอจันทร์ฉายยกพัดขึ้นชูเพื่อนับครั้งสุดท้ายก่อนสรุปว่าคืนนี้ ชายใดจะได้แม่นางหลี่ไปร่วมหอห้อง

         พั่บ!

“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพ!” มู่หลี่เฉียงเขย่าร่างจวิ้นอ๋องในชุดน้ำเงินเข้มปักลวดลายงดงาม แต่อีกฝ่ายกลับไปขยับเขยื้อน

“ข้าว่าท่านแม่ทัพไม่ไหวแล้ว ฉินหวังหย่ง เจ้าส่งท่านแม่ทัพกลับจวนเถิด”  

ชายหนุ่มในชุดทะมัดทะแมงสองคนที่ไม่รู้มาจากที่ใด จู่ๆ ก็ปรากฏกายอยู่ข้างหลังของฟ่านซิ่วอิงที่ยืนเมียงมองอาการของท่านอ๋องอยู่ คนคู่นั้นเดินออกมาประคองจวิ้นอ๋องออกไปด้านนอก

‘หึ! ดีนะที่ใส่ผงนิทรามากหน่อย ไม่เช่นนั้น ช้าอีกเพียงนิดท่านคงออกปากประมูลราคาทันแล้ว’

นางเป่าลมออกจากปากเบาๆ แสร้งเดินตามไปดูแลจนถึงรถม้า เมื่อเห็นว่าคนของแม่ทัพใหญ่แบกเขาขึ้นในรถม้าเรียบร้อย คุณหนูฟ่านรื่นรมย์ใจเดินกลับเข้าไปดูบรรยากาศในหอจันทร์ฉายต่อ คืนนี้นางจะต้องแอบดูบรรดาสาวงามออดอ้อนออเซาะชายหนุ่มสักหน่อยแล้วค่อยกลับจวน

จวิ้นอ๋องลืมตา ยังรู้สึกมึนศีรษะเล็กน้อย เมื่อมองเห็นเพดานคุ้นตา ก็เริ่มทบทวนความจำ เมื่อวานเขากำลังประมูลหญิงงามอยู่ แล้วเหตุใดจึงกลับมานอนที่นี่ได้   

“แมวดำ! ออกมานี่สิ” เขาเรียกไม่ดังนัก แต่อีกฝ่ายกลับมาอยู่ต่อหน้าอย่างรวดเร็ว ในฐานะองครักษ์เงา ฉินหวังหย่งกับฉินจางหย่งสองพี่น้องมีหน้าที่คอยอารักขาจวิ้นอ๋องไม่ให้คลาดสายตา ยกเว้นเพียงยามที่ท่านอ๋องออกสู้ศึกในสนามรบ

“ขอรับ”

“เมื่อวานเกิดเรื่องใด”

ฉินหวังหย่งเล่าเหตุการณ์ให้ท่านอ๋องฟังอย่างคร่าวๆ

จวิ้นอ๋องนึกเอะใจ “ข้าโดนผงนิทราเป็นแน่ เจ้าเสี่ยวเอ้อตัวแสบนั่น มันทำตัวลับๆ ล่อๆ ให้คนไปสืบเดี๋ยวนี้!”  

องครักษ์คู่ใจรับคำ แล้วออกไปสั่งการให้ฉินจางหย่งผู้น้อง นำคนไปสืบหาตัวเสี่ยวเอ้อหน้าขาวที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ใกล้ๆ จวิ้นอ๋อง

‘นอกจากจะไม่ได้เชยชมหญิงงามแล้ว ยังต้องมาเสียท่าให้เจ้าเสี่ยวเอ้อนั่นอีก ถ้าไม่ได้แก้แค้นเห็นทีข้าจะไม่ควรเป็นปีศาจภูเขา’

คุณหนูฟ่านตื่นตั้งแต่ยามอิ๋น[1] นางแต่งกายแบบสาวใช้ออกไปตลาดในยามเหม่า[2] เพื่อซื้อวัตถุดิบในการทำอาหาร ในช่วงที่อยู่หัวเมือง นางมักจะขอให้แม่ครัวเหลยสอนทำอาหารจึงพอมีฝีมือติดตัว และชมชอบการไปเดินเลือกซื้อของด้วยตนเอง นางเพิ่งกลับมาเมืองหลวงได้ไม่ถึงสิบวัน ได้เวลาทำอาหารให้ท่านย่ากับท่านพ่อได้ชิมฝีมือของนางบ้าง

ฟ่านซิ่วอิงเดินชมตลาดอย่างเพลิดเพลิน นานมากแล้วที่นางมิได้ย่างกรายมาเมืองหลวง เป็นเพราะสุขภาพที่อ่อนแอในวัยเด็กทำให้ต้องเดินทางไปรักษาตัวถึงแดนไกล

ครั้นเดินผ่านร้านขายซาลาเปา คุณหนูฟ่านกลับได้ยินเรื่องที่ทำให้นางสะดุดหูจนต้องชะงักฝีเท้าเพื่อหยุดฟัง

“นี่ ข้าแถมให้เจ้า ดีใจจริงๆ ที่จวิ้นอ๋องปราบพวกชนเผ่าที่รุกรานแคว้นหมิงได้อีกแล้ว สมกับเป็นพระอนุชาคนโปรดของฮ่องเต้จริงๆ”

“ท่านอ๋องของข้าเป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรนี่นา” อีกฝ่ายยิ้มรับอาหารใส่ลงในกล่องไม้  มีบ่าวรับใช้อีกสามคนยืนรออยู่ข้างหลัง

“ข้าได้ข่าวมาว่า ท่านอ๋องทรงปฏิเสธการหมั้นกับคุณหนูท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายหรือ”

“เจ้าไปได้ยินมาจากที่ใด”

“คนเขาโจษจันกันทั่วเมืองนั่นล่ะ บอกว่านางขี้ริ้วขี้เหร่ ไม่รู้หนังสือ แถมยังไม่รู้กริยากุลสตรี ท่านอ๋องจึงรังเกียจ”

บ่าวรับใช้จากวังจวิ้นอ๋องหัวเราะร่า “ก็แน่ล่ะสิ ท่านอ๋องของเราทั้งสง่างามและเก่งกาจ จะให้รับพระชายาเอกแบบนั้นได้อย่างไร   ยังมีคุณหนูโฉมงาม ตระกูลสูงศักดิ์อีกมากชม้ายตารอให้ท่านอ๋องสนใจ”

“อืม....ข้าได้เห็นท่านอ๋องครั้งแรกวันที่ขบวนทหารเดินทัพเข้ามาในเมืองหลวง นึกว่าจะเหมือนฉายาปีศาจภูเขา ที่ไหนได้หล่อเหลาสง่างามจนสาวน้อยสาวใหญ่อยากจะโยนผ้าเช็ดหน้าให้เป็นแถว”

ฝ่ายฟังหัวเราะชอบใจ “เจ้าไม่รู้อันใด จวนเสนาบดีฝ่ายซ้ายน่ะ ตามตื้อน่าดู อยากจะได้ท่านอ๋องของพวกเราไปเป็นเขย”

“อ้อ....สงสัยคุณหนูฟ่านคนนี้จะขายไม่ออก”

เสียงหัวเราะประสานกันดังลั่น คนที่อยู่ล้อมรอบต่างก็มารอฟังด้วยความสนใจ เรื่องของจวิ้นอ๋องหมิงจิ้นเหอกลายเป็นเรื่องที่ทุกตรอกซอกซอยในเมืองหลวงล้วนกล่าวขวัญถึง

นับตั้งแต่การชนะศึกใหญ่แล้วยกพลเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ชาวเมืองหลวงล้วนประทับใจกับรูปโฉมอันงามสง่าและความเก่งกาจของพระอนุชาที่ลือกันว่า ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานยิ่งกว่าผู้ใด

คุณหนูฟ่านเผลอกำหมัดแน่น

‘นี่เรื่องของข้า กลายเป็นที่นินทาของชาวเมืองไปตั้งแต่เมื่อใด   เป็นเพราะท่านแท้ๆ จวิ้นอ๋อง หากท่านไม่มาปรากฏตัวที่นี่จนเอิกเกริกเรื่องปฏิเสธการหมั้นคงไม่กลายเป็นเรื่องสนุกปากของผู้คนเช่นนี้’

นางนึกถึงรูปร่างสูงใหญ่และใบหน้าคมคร้าม ดวงตาสีนิลที่ดูลึกเกินหยั่ง

‘ถ้ามีโอกาสอีกครั้งข้าจะต้องเอาคืนให้สาสมกับที่ท่านทำให้ท่านพ่อและข้าถูกผู้คนหัวเราะเยาะเช่นนี้’  

[1] ยามอิ๋น ช่วงเวลา 03.00-04.59 น.

[2] ยามเหม่า ช่วงเวลา 05.00-06.59 น.

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 98 (ตอนจบ) คุ้มกับที่ออกแรง

    ฮูหยินผู้เฒ่าก็ทำเช่นกัน นางรีบกล่าวขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาให้หลานทุกคนร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง “ท่านแม่ น่ายินดีนัก หลานๆ ของพวกเรามาคราวเดียวถึงสี่คนเลยขอรับ” ใต้เท้าฟ่านจับมือมารดาข้างหนึ่ง จับมือภรรยาข้างหนึ่ง “ท่านพี่ ช่างเป็นเรื่องมงคลของจวนเรานัก”พระสนมหยางเวียนอุ้มทารกทีละคนด้วยความตื่นเต้น แววตาของพระนางเปี่ยมสุขล้นใต้เท้าฟ่านและฟ่านฮูหยินนึกอัศจรรย์ในบุตรีของตนที่สามารถคลอดเจ้าเด็กทารกทั้งสี่คนนี้ออกมาได้อย่างปลอดภัยบรรดาปู่ย่าตายายล้วนคิดถึงภาพที่จะได้จูงมือเล็กของหลานๆ เดินเล่นในเทศกาลประจำปีอย่างมีความสุข“ต่อไปข้าก็จะได้ซื้อโคมไฟเพื่อให้เด็กๆ ทั้งสี่เดินถือเล่นในงานเทศกาลแล้ว ช่างน่าตื่นใจนัก ข้ามีหลานคราวเดียวถึงสี่คน” ใต้เท้าฟ่านพึมพำอย่างเปี่ยมสุข พลางหันไปดูหน้าฟ่านหลี่เจี๋ย“ใช่ๆ ข้าก็จะได้ซื้อขนมในยามที่พวกเขางอแงด้วยขอรับ” ฟ่านหลี่เจี๋ยเองก็ตื่นเต้นที่จะมีหลานตัวน้อยเมื่อกงกงกราบทูลฮ่องเต้ พระองค์มีใบหน้าอึมครึมเล็กน้อย‘เจ้าห้า แม้แต่เรื่องลูก เจ้าก็ยังไม่ไว้หน้าข้า นับว่ายังดีที่เรื่องภรรยา...ข้ามีได้มากกว่าเจ้า’มู่หลี่เฉียงที่เดินทางมาถึงเมืองห

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 97 คุ้มกับที่ออกแรง

    เหอหงเซ่อที่อาสามาเฝ้าหน้าห้องในคืนอภิเษกได้ยินเสียงนั้นแล้วอมยิ้ม แอบส่งสายตายั่วยวนให้สามีที่แฝงกายอยู่ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ นางบอกนางกำนัลคนอื่นให้ไปรอที่เรือนถัดไป หากต้องการก็จะไปเรียกใช้รอจนค่อนคืนถึงยามเปลี่ยนเวรของทั้งสองสามีภรรยา องครักษ์ฉินผู้น้องที่เห็นพี่ชายแว่บตามร่างของเหอหงเซ่อหายไปทางห้องนอนของนางก็ได้แต่ถอนใจด้วยความอิจฉา‘พอมีภรรยาก็ลืมน้อง พี่ชายเลว แต่ก่อนเฝ้าเวรยามด้วยกันจนรุ่งสาง เดี๋ยวนี้หมดเวรก็รีบไปทันที’ฉินผู้พี่ผลุบเข้าไปในห้องนอนของภรรยาได้รีบระบายความอัดอั้นจากการต้องทนฟังเสียงของท่านอ๋องและพระชายาปลอดรักกันทันที“หงเซ่อ เจ้าว่าเราสองคนคืนนี้ควรจะนอนหรือไม่ ”“เรื่องนี้ ข้าแล้วแต่ท่านพี่เจ้าค่ะ”ผ่านไปหลายเดือน ครรภ์ของฟ่านซิ่วอิงอุ้ยอ้ายนัก ชินอ๋องหมิงจิ้นเหอเชิญหมอหลวงที่เก่งกาจหลายท่านมาตรวจดูคนล้วนยินดีกับชีพจรมงคลที่มีหลายชีพจร“สัมผัสได้ สองชีพจร พะยะค่ะ”“สัมผัสได้ สามชีพจร พะยะค่ะ”“เอาแน่ๆ ตรวจให้ละเอียดและชัดเจน บุตรของข้าจะมีกี่คนก็ได้ ขอแค่นางปลอดภัยก็พอ” น้ำเสียงดุดันของชินอ๋องลั่นวังหมอหลวงตัวสั่นงันงก เชื่อแน่ว่า อย่างน้อยก็มีสองชีพจรอยู่ในคร

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 96 วิวาห์หวานชื่น

    การสมรสครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ฮองไทเฮา ญาติผู้พี่ของใต้เท้าฟ่านสมหวังในการวางฐานอำนาจเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเครื่องรับประกันความปลอดภัยของคนในตระกูลอีกด้วย...ด้วยฐานะของเขยผู้นี้ทำให้ผู้อื่นยากจะแตะต้องคนสกุลฟ่านแล้ว...ฮ่องเต้จูงพระหัตถ์พระมารดานำหน้าฮองเฮาเข้ามาในวังจวิ้นอ๋อง ครั้งนี้พระองค์ไม่ต้องห่วงเรื่องการลอบสังหาร เพราะวังของจวิ้นอ๋องแม้แต่นกตัวเดียวก็ไม่อาจบินผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตบรรดานายทหารระดับสูงล้วนพร้อมหน้ามาอวยพรแก่แม่ทัพหมิง สุราอาหารล้วนจัดมาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอาหารตำรับชาววังที่ฮ่องเต้พระราชทานมา และยังมีอาหารพิเศษจากภัตตาคารสกุลเหอที่เถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยนำลูกน้องมาทำถึงในวัง ทำให้แขกเหรื่อปลาบปลื้มกับความอร่อยเลิศ“งานอภิเษกสมรสครั้งนี้ จะว่าไปเป็นรองแต่เพียงการอภิเษกของฮ่องเต้เท่านั้น สมแล้วที่เป็นงานมงคลของแม่ทัพใหญ่ของแคว้น” มู่หลี่เฉียงหันไปมองรอบๆ ในใจก็หวังให้มีมือสังหารมาสร้างความปั่นป่วนบ้าง“สายตาเจ้าดูไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นเลยนะรองแม่ทัพ”“ข้ากำลังภาวนาให้มีนักฆ่าโผล่มาสร้างความวุ่นวายบ้างนะ คุณชายจิน” สีหน้าของมู่หลี่เฉียงเคร่งขรึมจินวั่งซูห

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 95 วันสมรัก

    หากไม่พูดถึงเรื่องราวระหว่างเขากับนางที่เกิดขึ้นในพยัคฆ์เหิน เขาก็ทำใจกล่อมแกล้มลืมมันไป แต่ครั้นมีผู้มาสะกิดบาดแผลนี้ เขาก็จุกถึงคอหอยฟ่านซิ่วอิงช่างหลอกลวงได้เจ็บแสบนัก ตั้งแต่วางผงนิทราเขาในหอนางโลม หลอกให้จ่ายเงินไถ่หนี้ แสร้งเป็นสาวใช้อุ่นเตียง โกหกว่าจำต้องไปแต่งงานตามท่านย่าขอร้องเมื่อทบทวนย้อนหลังก็พบว่า ล้วนเป็นนางวางแผนให้เขาต้องรีบตามมา ยามที่นางหึงหวงก็ยังจับเขาวางยาให้ไร้เรี่ยวแรง แล้วพอเขาคิดจะแก้แค้นนางบ้าง นางกลับสารภาพว่า ตั้งครรภ์บุตรให้เขาแล้ว“คุณหนูของพวกเจ้าช่างเป็นดาวพิฆาตข้าเสียจริง”“ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ควรทำให้คุณหนูเกิดความแค้นเพคะ”ครั้นได้ยินเถ้าแก่เนี้ยเหอเตือนสติ ท่านอ๋องก็พลันสำนึกได้ว่า...ตนเองไม่ควรทำให้ฟ่านซิ่วอิงโมโหแม้ว่านางจะเป็นดาวเคราะห์ของเขา แต่ขณะเดียวกัน นางก็เป็นดั่งแก้วล้ำค่าจะวางไว้ในมือก็กลัวจะตกแตก จะอมไว้ในปากก็กลัวจะละลาย...พระชายาเอกของตน ช่างร้ายกาจจนผู้อื่นยากจะเท่าเทียม...“เจ้า....” ท่านอ๋องกำหมัดแน่น จ้องมองสองสามีภรรยาเขม็ง “ได้! ข้าจะไปคิดบัญชีกับนางก็แล้วกัน”ในเมื่อไม่กล้าลงมือกับคนของนาง เอาไว้ไปจัดการกับต้นตอแผนการดีกว่า ค

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 94 ความแค้นแปดหมื่น

    “นางพึงใจในวังของเจ้า และคืนที่เจ้าช่วยเหลือนาง เหล่าข้าราชสำนักและข้าราชบริพารทั้งหลายต่างเห็นกันทั่วหน้า เรื่องซุบซิบนินทาเช่นนี้ยากจะลบล้างมลทินให้นางได้ จึงจำเป็นต้องเป็นเจ้า” องค์ชายเก้าถึงกับผงะ คืนนั้นเพราะเห็นแก่ชีวิตของนาง จึงยอมทุ่มพละกำลังแบกนางขึ้นหลัง กว่าจะส่งนางไปถึงตำหนักด้านในได้ถึงกับเข่าทรุด‘นี่ข้า ทำคุณได้โทษโปรดสัตว์ได้บาปแท้ๆ เชียว’เมื่อเห็นว่า ชะตากรรมนี้คงหลีกไม่ได้แล้ว ก็ได้วางแผนให้นางไปอยู่ในเรือนด้านใน ปลูกผัก เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ในที่ดินเปล่า เอาไว้เลี้ยงดูตัวนางเองก็แล้วกัน‘ช่างเถิด คิดเสียว่า มีสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นในวังอีกตัว’ “จวิ้นอ๋อง เจ้าคงไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้วสิ์ ” ฮ่องเต้ยิ้มพระสรวลมองพระอนุชาคนโปรด “พระราชโองการเท่านั้น พะยะค่ะ”ฮ่องเต้หยิบม้วนราชโองการที่เตรียมไว้ยื่นให้กงกง“กงกง เจ้ารีบจัดการยามนี้เลย น้องชายเราใจจะขาดแล้ว”“กระหม่อมจะเร่งมือให้เร็วที่สุด พะยะค่ะ”ฮ่องเต้ทรงหันมายิ้มให้จวิ้นอ๋อง หากไม่มีน้องชายผู้นี้ โอกาสฟ้าเปิดย่อมหาได้ยากยิ่ง“ข้าทำแบบนี้ เจ้าพอใจหรือยัง ”“ขอบพระทัย พะยะค่ะ”

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 93 เสนาบดีฟ่าน

    ไม่เพียงแต่พูด ชายหนุ่มยังยกขึ้นมาดมให้นางดู เขาดมแล้วก็มองนางด้วยสายตากรุ้มกริ่ม“ดมแล้วข้าก็คิดถึงแต่เจ้า มิได้สนใจสตรีอื่นใดอีก”จางเลี่ยงหวงหน้าแดงระเรื่อ ยื่นหน้าไปจูบริมฝีปากสามีเบาๆ“ท่านพี่...ท่านน่ารักยิ่งนัก”“นี่ควรเป็นคำชมของข้ามิใช่หรือน้องหญิง ” เขาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของนางต่ำลงไปจนถึงบั้นท้ายแล้วบีบเบาๆ ก่อนจะผงกศีรษะขึ้นจูบนางอย่างเรียกร้อง“เป็นเพราะข้าต้องอดกลั้น คืนนี้เจ้าจึงต้องทำหน้าที่ฮูหยินให้เต็มที่ ข้าจะได้ไม่มีแรงไปที่นั่นอีก”มือใหญ่ทั้งสองข้างบีบไปตามร่างกายของนางเบาๆจางเลี่ยงหวงกดคอสามีให้ก้มลงจูบนาง ยกขาเรียวขึ้นเหนี่ยวเอวของเขาไว้ มู่หลี่เฉียงครางฮึ่มฮั่มในลำคอก่อนจะเริ่มทำให้นางอ่อนแรงอีกครั้ง หลังเหตุการณ์วันนั้น เสนาบดีฟ่านจึงให้พ่อบ้านไปทูลเชิญจวิ้นอ๋องถึงวังให้เสด็จมาเสวยพระยาหารค่ำที่จวนสกุลฟ่าน ใบหน้าของจวิ้นอ๋องระบายด้วยรอยยิ้ม มิคาดว่า จินวั่งซูจะทำหน้าหนาติดตามมา “ข้าเป็นผู้อารักขาคุณหนูฟ่าน ท่านควรเชิญข้าไปด้วยจึงจะถูก” พ่อบ้านสกุลฟ่านจนด้วยคำพูดจึงได้แต่รับคำ หลังเสวยแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าและ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 9 ยอมรับเงื่อนไข

    “นี่เจ้า....” จวิ้นอ๋องโมโหแทบจะบีบคอนาง “เจ้าเห็นแก่เงินห้าสิบตำลึงถึงกับลอบทำร้ายข้า” เหอเจียอีถึงกับทำตาโต “โอ้โห! ตั้งห้าสิบตำลึงเชียวนะเจ้าคะ ข้าต้องทำอาหารกี่พันจานถึงจะได้เงินขนาดนี้” “เจ้ากล้าลอบวางยาข้า ไม่กลัวโทษเลยงั้นหรือ ” เขาทำหน้าถมึงถึง “แต่ท่านก็ไ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 8 หัวใจสั่นไหว

    จวิ้นอ๋อง มองดูภัตตาคารแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วอย่างงุนงง ขนาดของร้านใหญ่กว่าเพิงเดิมหลายเท่า ดูสวยงามและโอ่อ่าพอสมควร ถ้าจะว่าไปน่าจะใช้เวลาอีกสักเดือนถึงจะเสร็จ “หลี่เฉียง ข้าว่า ที่นี่สร้างเสร็จเร็วเหนือกว่าคาดไว้มาก” มู่หลี่เฉียงที่คันปากอยากจะเล่าอยู่แล้ว เขารีบบรรย

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 7 ไปดูหน้านาง

    คุณหนูฟ่านหรือชื่อปลอมคือเหอเจียอี ถึงกับกลั้นหัวเราะจนตัวโยนเมื่อเห็นนายกองซ่งควบม้ากลับค่ายพยัคฆ์เหินจนฝุ่นตลบ “คุณหนูเจ้าคะ ดูเหมือนนายกองผู้นั้นจะถูกส่งมาดูตัวคุณหนูนะเจ้าคะ” เหอหงเซ่อน้องสาวอุปโลกน์ยิ้มกลั้วหัวเราะ “ข้าเห็นมานั่งเมียงๆ มองๆ จ้องประตูทางเข้าครัวอยู่นานสองนานแล

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 6 แม่ครัวคนงาม

    หมิงจิ้นเหอรู้สึกแปลกใจที่ระยะหลังเขาได้พบคุณชายคหบดีหลายตระกูลมารับประทานอาหารที่เพิงขายอาหารเล็กๆ แห่งนี้“หลี่เฉียง เจ้าดูสิ เหตุใดคุณชายพวกนั้นระเห็จออกมาที่นี่ ร้านในตัวเมืองมีถมเถมิใช่หรือ”“ทีท่านยังติดใจในรสชาติอาหารร้านนี้ แล้วผู้อื่นจะไม่ชื่นชอบได้อย่างไร เรื่องของปากท้อง ล้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status