Home / รักโบราณ / ท่านอ๋องอย่าคิดหนี / บทที่ 4 เพิงเล็กต้องขยาย

Share

บทที่ 4 เพิงเล็กต้องขยาย

last update Last Updated: 2026-01-26 15:14:03

         มู่หลี่เฉียงชี้ให้หมิงจิ้นเหอดูร้านค้าเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดใหม่หน้าค่าย

         “ได้ยินนายกองเกา กับนายกองซ่งชมว่า อาหารอร่อยราวกับภัตตาคาร ท่านแม่ทัพจะลองไหม  ”

จวิ้นอ๋องในยามอยู่ในหมู่ทหารไม่ชอบให้ใครเรียกเขาว่า ท่านอ๋อง ทุกคนขานนามเขาเพียง ‘ท่านแม่ทัพ’ และไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์เพื่อความสะดวกในยามสู้รบ เหล่าทหารที่เคียงบ่าเคียงไหล่มาทุกสมรภูมิต่างให้ความเคารพและจงรักภักดีกับแม่ทัพหมิงอย่างสุดหัวใจ

         “เอาสิ”

เขามาอยู่ภาคเหนือที่เป็นแถบภูเขา มีช่วงอากาศหนาวเย็นแทบครึ่งปี ช่วงหนาวจัดมีหิมะปกคลุมขาวโพลนทั่วเทือกเขา ในฤดูร้อนและใบไม้ผลิในทะเลสาบและแม่น้ำก็มีปลานานาชนิดให้เอามาทำอาหาร เขาจึงชอบการอยู่ที่นี่ เรื่องอาหารการกินเขาล้วนไม่เรื่องมาก แม้บางครั้งจะคิดถึงอาหารเลิศรสในวัง แต่เมื่อเทียบกับบรรยากาศอันงดงามและไร้ความกดดันก็ต้องยอมแลก

         จะว่าเป็นร้านก็ไม่กระไรนัก เรียกว่าเป็นเพิงจะดีกว่า แต่กลิ่นอาหารที่อบอวลอยู่ทั่วบริเวณกลับส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายหก เถ้าแก่ที่เดินออกมาต้อนรับดูสุภาพอ่อนน้อม

 “ผู้น้อยคารวะท่านแม่ทัพ ไม่ทราบว่าท่านอยากจะรับประทานอาหารประเภทใด   ที่นี่เรามีแม่ครัวฝีมือดี ข้าน้อยรับประกันว่าท่านจะพอใจในรสชาติ”

         แม่ทัพหมิงนั่งโต๊ะริมสุดไม่ไกลจากม้าที่ผูกไว้ เพราะโต๊ะที่เหลือทั้งในและนอกชายคา ล้วนมีผู้จับจองไว้หมดแล้ว คนทั้งหมดในร้านหันมามองเขาแล้วค้อมศีรษะก่อนจะหันไปรับประทานอาหารต่อ

         “เอาอาหารที่เจ้าคิดว่า ดีที่สุดในร้านมาสักสามอย่างกับชาหนึ่งกา” ชายหนุ่มหย่อนร่างลงบนเก้าอี้หัวโล้นแล้วมองสำรวจรอบร้านเล็กๆ

         “ดีนะ ที่เรายังมีที่นั่ง” มู่หลี่เฉียงที่นำม้าไปผูกแล้ว เดินมานั่งด้านข้าง

         “เพิ่งเปิดก็ขายดีเพียงนี้ เห็นทีคำอวดอ้างของเถ้าแก่ไม่น่าจะเกินเลย”

         โต๊ะที่ตั้งเรียงไว้เจ็ดโต๊ะมีคนนั่งอยู่เต็มทุกเก้าอี้ เมื่ออาหารถูกลำเลียงมาขึ้นโต๊ะ กลิ่นหอมที่โชยมาเข้าจมูกนั้นทำบุรุษทั้งสองต้องกลืนน้ำลาย

“ลงมือกันเถอะ ท่านแม่ทัพ” มู่หลี่เฉียงจับตะเกียงจ่อที่จานรอ

“ดี”

จวิ้นอ๋อง คีบผัดผักเข้าปากเพียงคำแรกก็ทำให้หวนคิดถึงรสชาติอาหารในวัง ความกลมกล่อมและกรอบนุ่มของผักช่างคล้ายกับที่นั่น

‘นี่คงไม่ใช่แม่ครัวจากวังออกมาทำเองหรอกนะ’

เขาทั้งคิดทั้งกินจนกระทั่งข้าวหมดถ้วย

“เถ้าแก่เอาข้าวเพิ่มอีกชาม”

เถ้าแก่หวังรีบกระวีกระวาดถือชามข้าวมาส่ง “นี่ขอรับ ข้าน้อยบอกแล้วว่า ท่านจะต้องติดใจ”

         ท่านแม่ทัพเพียงพยักหน้าน้อยๆ รับข้าวไปพุ้ยใส่ปากโดยไม่กล่าวสิ่งใด รองแม่ทัพมู่ก็หันไปขอข้าวเพิ่มเช่นกัน เขามีสีหน้าพออกพอใจกับรสชาติอาหารอย่างชัดเจน

         หลังออกจากร้าน มู่หลี่เฉียงยังคงชมรสชาติอาหารไม่ขาดปาก

“สมแล้วกับที่นายกองทั้งสองชมแล้วชมอีกว่าอร่อยทุกอย่าง เจ้าสองคนบอกว่า ถ้าพลาดเข้าร้านนี้หนึ่งครั้ง ต่อไปก็ต้องมาอีก ไม่ผิดจริงๆ”

         หมิงจิ้นเหอยิ้มพลางพยักหน้า “ข้านึกว่าเป็นฝีมือแม่ครัวในวังซะอีก เห็นทีวันหลังอาจจะต้องขอพบแม่ครัวสักหน่อย หากนางทำอาหารได้อร่อยทุกอย่าง บางทีอาจจะต้องติดต่อนางไปเป็นแม่ครัวที่จวน”

         “ร้านนี้เปิดเฉพาะตอนเช้ากับตอนเที่ยง ตกบ่ายอาหารก็หมดแล้ว หากท่านทัพมาไม่ทันก็คงจะอดเช่นกัน” รองแม่ทัพมู่รีบกล่าวเตือน “โชคดีวันนี้เราออกมาก่อนเที่ยง”

         แม่ทัพหมิงกลับค่ายไปดูการฝึกซ้อมทหารตลอดบ่าย หลังจากการศึกที่เพิ่งผ่านพ้น เขาให้เหล่าทหารฝึกน้อยลงเพื่อเป็นการพักผ่อนร่างกายจากการกรำศึก ด้านหลังจวนแม่ทัพเป็นเนินเขาขนาดย่อมที่ต่อเนื่องถึงเชิงเขา มีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เขาให้ทหารไปทำรั้วไม้ไผ่ล้อมไว้เป็นบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวเพื่อใช้แช่ผ่อนคลายความเมื่อยล้า

ส่วนบ่อที่ไกลออกไปทางทิศตะวันออก อนุญาตให้เหล่าทหารและชาวบ้านเข้ามาใช้ได้

...การแช่น้ำพุร้อนทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าอย่างยิ่ง สมควรแบ่งปันให้ชาวบ้านได้ใช้บ้าง...

         หลังจากตรงไปแช่บ่อน้ำพุร้อนอยู่พักใหญ่ พ่อบ้านเกามาเชิญเขาไปรับประทานอาหาร ชายหนุ่มมองเห็นอาหารบนโต๊ะ เขาไพล่นึกถึงอาหารที่เพิงเล็กตอนเที่ยงวัน รสชาติที่ยังคงติดที่ปลายลิ้นทำให้เขารับประทานอาหารที่จวนได้น้อยกว่าปกติ

         “ท่านอ๋อง รสชาติไม่ถูกใจหรือพะยะค่ะ  ” พ่อบ้านเกาที่ติดตามรับใช้มาตั้งแต่จวนจวิ้นอ๋องในเมืองหลวงจนถึงจวนแม่ทัพ กังวลจนต้องถามออกมา

         “วันนี้ข้าได้ลิ้มอาหารรสเลิศจึงยังนึกถึงอยู่กระมัง”

         “เป็นร้านใดหรือพะยะค่ะ  ” เมืองนี้มีภัตตาคารเพียงสองแห่ง ซึ่งเขาก็ไม่เคยเห็นท่านอ๋องจะกล่าวชมรสชาติอาหารเลยสักครั้ง

         “เพิงที่เปิดใหม่หน้าค่าย ข้าไปกับมู่หลี่เฉียงเมื่อตอนเที่ยง สั่งมาหลายจาน รสชาติเหมือนในวังเลยทีเดียว”

         “กระหม่อมต้องลองไปดู จะได้ให้แม่ครัวปรับปรุงรสชาติเช่นเดียวกับที่ท่านอ๋องทรงโปรดพะยะค่ะ”

         “ดีสิ พรุ่งนี้ข้าเองก็จะลองไปอีกครั้ง อยากรู้ว่า แม่ครัวร้านนี้จะทำอร่อยทุกอย่างจริงหรือไม่  ”

         เมื่อเห็นแม่ทัพหมิงควบม้าไปที่ร้านอาหารหน้าค่ายในตอนเที่ยงพร้อมรองแม่ทัพมู่ได้สองสามวัน บรรดานายทหารต่างติดตามออกมาเพื่อชิมอาหารร้านนี้ด้วย  ทำให้โต๊ะเก้าอี้ไม่พอต้อนรับ เถ้าแก่เหอเจ้าของร้านอาหารจึงได้ออกมาขอโทษขอโพยแขกผู้มีเกียรติทุกคนด้วยตนเอง

         “ร้านข้าน้อยเป็นเพียงเพิงเล็กๆ ขอรับ เอาไว้มีเงินทุนมากกว่านี้ก็จะเปิดให้ใหญ่ขึ้น ทุกท่านจะได้สะดวกขอรับ”

         มู่หลี่เฉียงหันไปมองหน้าผู้บังคับบัญชาของตน

         “ท่านแม่ทัพ ไม่คิดจะอุปถัมภ์ร้านนี้สักหน่อยหรือขอรับ  ”

         “เจ้าหมายถึงอันใด  ”

         “ให้เถ้าแก่เหอกู้ยืมสิขอรับ ดอกเบี้ยน่าจะดีเชียวล่ะ”

         “ลองดูไปสักพักก่อน หากว่าแม่ครัวผู้นี้ทำอาหารได้ถูกใจข้า เงินไม่ใช่ปัญหา ข้ายินดีจะให้พวกเขากู้ยืม”

        

         หลังแม่ทัพหมิงรับประทานอาหารเสร็จ เขาก็เห็นว่าด้านหลังยังมีคนยืนรอที่จะเข้ามานั่งต่ออยู่อีกนับสิบคน ชายหนุ่มจึงประเมินว่ากิจการของเถ้าแก่เหอดูแล้วน่าจะร่ำรวยแน่...หากคนผู้นี้มากู้ยืมเงิน ทุนก็คงไม่สูญและยังจะได้รับประทานอาหารที่ถูกใจทุกวัน

         ตกบ่ายร้านอาหารก็ปิดเพราะวัตถุดิบหมด เถ้าแก่เหอ ภรรยา และ บุตรสาวทั้งสองก็มานั่งหารือกันที่หลังร้าน

         “เป็นอย่างไรบ้าง   รายได้ของร้านเราวันนี้” เหอเจียอียิ้มน้อยๆ

         “เยอะมาก เปิดกิจการไปอีกไม่นานพวกเราคงจะร่ำรวยกันใหญ่แน่” ผู้เป็นภรรยาของเถ้าแก่เหอก้มหน้ามองดูสมุดบัญชีแล้วยิ้มหวาน

         “เก็บเงินพวกนี้ไว้ก่อน หน้าที่ของท่านตอนนี้คือต้องบากหน้าไปกู้ยืมเงินของท่านแม่ทัพให้ได้” บุตรสาวคนโตทำหน้าจริงจัง

         “รออีกสักหน่อยเถิด ให้ท่านแม่ทัพติดใจในรสชาติอาหารจนไม่อาจจะปฏิเสธเราได้เสียก่อน”

         “อีกกี่วันดี  ”

         “รอดูเหตุการณ์อีกสักสิบวันก็แล้วกัน”

         “ได้! ข้าจะแสดงฝีมือให้เต็มที่ เอาให้เขาไม่มีทางปฏิเสธได้เลย” สีหน้าของเหอเจียอีแสดงความมุ่งมั่น

         วันต่อมา หมิงจิ้นเหอก็ตื่นแต่เช้ามาที่เพิงสกุลเหอเพื่อรอรับประทานอาหารเช้า เขาติดใจในฝีมือการทำอาหารของแม่ครัวร้านนี้จนต้องมาทุกวัน

         “ท่านแม่ทัพ ตอนเย็นท่านสั่งให้คนมาซื้ออาหารที่นี่ แล้วตอนเช้ายังจะมานั่งกินอีก ทำเช่นนี้เหมาร้านไปเลยดีหรือไม่  ” มู่หลี่เฉียงผู้เป็นสหายเอ่ยเย้า

         หมิงจวิ้นเหอทำหน้าตึง

         “ทีเจ้าเล่า   ตื่นมาแต่เช้าเช่นกันมิใช่หรือ   เหตุใดไม่กินอาหารที่จวน  ”

         คนร่างกำยำกว่ายิ้มยียวน

         “ข้าก็อยากกินของอร่อยเหมือนกันนี่ ได้ข่าวว่าซาลาเปาไส้เนื้อของที่นี่ต้องต่อคิวถึงจะได้กิน ข้าเลยเร่งรีบออกมา คิดๆ อยู่ว่าถ้าซื้อทันจะเหมาไปฝากท่านสักเข่ง”

         “หึ! รอเจ้าซื้อไปฝากก็คงเย็นชืด สู้ข้ามานั่งกินที่นี่ไม่ดีกว่าหรือ  ”

         ทั้งสองเข้าไปนั่งที่โต๊ะด้านใน เถ้าแก่เหอมองเห็นบุรุษทั้งสองก็ยิ้มกว้าง เข้าไปค้อมศีรษะต้อนรับ

         ....อีกไม่นาน คงต้องถ่อสังขารไปกู้เงินที่จวนท่านแม่ทัพเสียแล้ว...

         ภาพแม่ทัพ รองแม่ทัพและผู้ติดตาม มานั่งรอรับประทานอาหารเช้า กลายเป็นภาพคุ้นตาของเถ้าแก่เหอและภรรยา

         หลังจากนั้นสิบวัน เถ้าแก่เหอก็ตรงไปที่จวนแม่ทัพ เพื่อขอพบหมิงจิ้นเหอ ทหารยามได้ยินว่าเป็นเจ้าของร้านอาหารที่เจ้านายของตนโปรดปรานก็รีบเข้าแจ้งพ่อบ้านให้รับทราบ

         “หือ   เถ้าแก่เหอหรือ   พวกเจ้ารีบไปเชิญเขาเข้ามา”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 27 เห็นนางเปลือย

    “หมิงจิ้นเหอ ท่านเป็นคนของหม่อมฉันแล้ว ห้ามให้คนอื่นแตะต้องเด็ดขาดนะเพคะ” นางเลื่อนตัวขึ้นมานั่งบนตักสามีสองแขนวางบนไหล่ สองมือลูบไล้ต้นคอด้านหลัง คนถูกลูบขนคอลุกเกรียว สัมผัสอ่อนโยนของนางทำให้เขาไม่อาจสงบใจ “ถ้าเช่นนั้น แขนที่คุณหนูจางจับแล้วนี่เล่า จะทำเช่นไรดี” “หม่อมฉันก็จะจูบประทับตราไว้แทน”นางจับมือของจวิ้นอ๋องข้างที่คุณหนูจางหมายจะเข้ามาฉวยขึ้นมา จุมพิตที่ข้อนิ้วทีละนิ้ว จากนั้นก็คลายเสื้อตัวนอกของชายหนุ่มออก“เจ้าเป็นคนท้าข้าเองนะ อย่าร้องขอให้หยุดก็แล้วกัน” เสียงกระซิบกระเส่าดังขึ้นที่ข้างหูของหญิงสาว“หม่อมฉันสุดแต่แท้ท่านอ๋องนะเพคะ”สาวใช้อุ่นเตียงของหมิงจิ้นเหอยิ้มหวาน ยื่นหน้ามาจูบปลายคางบึกบึนเบาๆ แล้วค่อยจูบไล้ไปใกล้ใบหู“เจ้าทำเช่นนี้ ตัวข้าเริ่มร้อนไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มรีบถอดสายรัดเอวและเสื้อตัวนอกของตนเองออกเขาเอนกายลงไปด้านหลัง ปล่อยให้นางแหวกสาบเสื้อของเขาออกจากกัน เหอเจียอีจูบต่ำลงไปตามแนวคอ ท่านอ๋องครางอือๆ แผ่นอกแกร่งถูกนางจูบไซ้จนต้องแอ่นขึ้นด้วยความซาบซ่าน ฉินหวังหย่งหน้าแดงซ่านอยู่บนขื่อ‘อีกแล้ว ท่านอ๋องกับแม่นางเ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 26 หมีป่าช่วยสาวงาม

    “ข้าดื่มแค่จอกเดียวเท่านั้นนะ” นางหน้าบึ้งแต่ยอมยกจอกเหล้าขึ้นดื่มกับเขา‘เจ้าหมีป่า คราวหน้าอย่าหวังว่าข้าจะให้เจ้ามานั่งใกล้’นางวางจอกแล้วขอตัวกลับเรือนรับรอง จวนแม่ทัพใหญ่โตมีโรงเรือนหลายหลัง เมื่อนางก้าวออกจากโถงใหญ่ไปด้านหน้ารู้สึกเหมือนมีเงาวูบผ่านครั้นหันมองตามไปเห็นแผ่นหลังกว้างของชายร่างสูงใหญ่ลับไปทางเรือนบรรทมของจวิ้นอ๋อง คลับคล้ายเหมือนจะมีร่างนั้นจะอุ้มอีกคนอยู่ นางไม่กล้าก้าวขาตามไปเพราะนางกำนัลหญิงสองคนเดินตรงมาพอดี“คารวะคุณหนู ข้าน้อยจะนำทางท่านไปเรือนรับรองแขกเองเจ้าค่ะ”ยังดีที่เรือนนี้ยังพอเหลือนางกำนัลอยู่บ้าง นางเคยได้ยินข่าวลือว่า จวนแม่ทัพของจวิ้นอ๋อง ไม่ชอบให้มีนางกำนัลรับใช้ดูแลอยู่ส่วนใน‘จวิ้นอ๋อง ท่านช่างดูแลตนเองเสียบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่รู้ว่าตัดชอบตัดแขนเสื้อหรือไร ไม่แน่ว่าอยู่กับบุรุษมากมายนานๆ เข้า อาจจะชอบไม่รู้ตัว’ รองแม่ทัพมู่รู้สึกปวดเบาจึงขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ พลันเงาสายหนึ่งพาดผ่าน องครักษ์เงาฉินจางหย่งกำลังเงื้อดาบต่อสู้กับชายชุดดำสองคนเคร้ง! เคร้ง! เหล่าองครักษ์รักษาการในจวนกรูกันเข้ามา กลับปรากฏชายชุดดำอีกหลายสิบชีวิตรายล้อม“มีคนร้าย!

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 25 แช่น้ำพุร้อน

    บ่าวรับใช้และองครักษ์ส่วนหนึ่งต้องคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่นอกรั้ว ส่วนองครักษ์เงาก็ต้องรักษาความปลอดภัยโดยเร้นกายอยู่ละแวกนั้นเหอเจียอีได้ผ่อนคลายร่างกายอย่างเต็มที่ นางกำนัลสองคนเข้ามาดูแล “เจ้าไม่ต้องดูแลข้า พวกเราเป็นบ่าวเหมือนกัน” “นี่เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง พวกเราขัดไม่ได้นะเจ้าคะ มิฉะนั้นจะโดนโบย แม่นางเห็นใจพวกเราด้วย” ได้ยินเช่นนั้น เหอเจียอีจึงยอมให้พวกนางขัดผิว สระผมให้ตนโดยดี น้ำพุร้อนทำให้ร่างกายของนางผ่อนคลายสามวันที่ผ่านมา นางโดนหมิงจิ้นเหอรุกไล่ เคล้าคลึง เค้นเอาจนหมดแรงทุกคืน ทำเช่นไรเขาก็ดูเหมือนจะไม่เต็มอิ่มสักครา นางได้แต่โอดครวญฉอเลาะในยามที่จวนจะสิ้นไร้เรี่ยวแรง เขาหัวเราะร่วนแล้วรวบตัวนางที่เปลือยเปล่ามากอดไว้ใต้ผ้าห่มหลับลงพร้อมกันนางกำนัลมองดูรอยผิวแดงจ้ำตามเนินอก หลังไหล่ และต้นขาของแม่นางเหอแล้วหัวเราะคิกคักเขินอาย“แม่นางเหอ ท่านอ๋องทรงโปรดปรานท่านจริงๆ เจ้าค่ะ พวกเราไม่เคยเห็นท่านอ๋องสนใจสตรีนางใดมาก่อน อย่าว่าแต่จะพามาที่จวนเลย” เหอเจียอีได้ยินก็ยิ้มกว้าง ซักไซ้พวกนางถึงเรื่องที่พวกนางรู้เกี่ยวกับจวิ้นอ๋อง เสียงหัวเราะข

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 24 จางเลี่ยงหวง

    เหอเจียอีอาบน้ำแต่งตัวจวนตะวันจะตรงศีรษะ นางรับประทานอาหารด้วยความสุขล้น นึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วอยากจะกลับไปเล่าให้แม่นมเหอฟังว่า เขาอ่อนโยนและรักใคร่นางเหลือเกิน“น้องเจียอี เจ้าช่างดูมีความสุขยิ่งนัก” จินวั่งซูเดินอาดๆ ถือพัดโบกไปมา มองซ้ายมองขวาเมื่อไม่รู้สึกสัมผัสได้ว่ามีองครักษ์เงาอยู่ในห้องจึงกล่าวต่อ “เจ้าช่างไม่นึกถึงข้าว่าเสี่ยงชีวิตเพื่อแผนเจ้าเพียงใด เจ้านี่มันข้ามแม่น้ำได้แล้วรื้อสะพาน[1]เห็นๆ”“ท่านอย่าเรียกชื่อข้าเช่นนี้ต่อหน้าท่านอ๋องเทียว ท่านไม่ควรแสดงความสนิทสนมกับข้าให้มากนัก ข้าไม่รับประกันความปลอดภัยของท่าน”“จุ๊ๆ เจ้าใจร้ายจริง” จินวั่งซูนั่งลงตรงข้าม “ข้ากินด้วยคน เมื่อเช้าองค์ชายสิบสองดึงข้าออกไปในเมืองแต่เช้าตรู่ได้กินไปนิดเดียว”จินวั่งซูสั่งบ่าวรับใช้ไปเอาถ้วยและตะเกียบมาเพิ่ม“องค์ชายสิบสองจะเสด็จกลับพรุ่งนี้แล้ว แต่ข้าจะรั้งอยู่ที่นี่ก่อนเพราะมีข่าวใหม่น่าสนใจ”เหอเจียอีเงยหน้าจากถ้วยข้าวขึ้นมองเพื่อนพี่ชาย“ข่าวนี้เกี่ยวพันกับข้าหรือไม่ ”จินวั่งซูยกยิ้มมีเลศนัย “เกี่ยวสิ ไม่งั้นข้าจะอยู่ทำไมกัน ” “พี่วั่งซู ท่านรู้เรื่องใดมา บอกข้าได้หรือไม

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 23 เข้าหออย่างสุขสม

    “หม่อมฉันไม่อยากจะหวังลมๆ แล้งๆ นี่เพคะ หากวันหน้าท่านอ๋องทรงมีสตรีอื่น หม่อมฉันคงทนไม่ได้”“ข้าให้สัญญา ข้าจะไม่มีสตรีอื่นอีก”หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ “ขอบพระทัยเพคะ”“ต่อไปเจ้าเป็นคนของข้า ทุกอย่างข้าจะเชื่อเจ้า เข้าข้างเจ้า ไม่ว่าผู้ใดกล่าวร้ายเจ้า ข้าก็จะถามเจ้าก่อน”นางประคองใบหน้าของชายที่รัก เอียงคอตอบด้วยรอยยิ้ม “สัญญาแล้วเพคะ หากวันใดไม่รักษาสัญญาหม่อมฉันจะ......”“เจ้าจะทำอย่างไร ”“หม่อมฉันจะหนีพระองค์ไปแต่งงานกับชายอื่น” นางสบตาเขา กล่าวโดยไม่ยิ้มสักนิดดวงตาจวิ้นอ๋องวาววับ “เจ้ากล้ารึ” เขากดร่างนางลงกับแท่นบรรทม “เจ้าเป็นของข้าแล้ว ใต้หล้านี้ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าหวังจะมาชิงเจ้า”เหอเจียอียิ้มหวาน ใจเต้นระริกรัวกับคำประกาศนั้น “เพคะ” นางโน้มคอของเขาลงมา เงยหน้าประกบริมฝีปากเย็นชืดกับริมฝีปากรุ่มร้อนนั้นจวิ้นอ๋องดูดเม้มริมฝีปากล่างของนาง มือค่อยลูบไล้ไปไปตามเรือนร่าง ค่อยกระตุกสายผูกเสื้อตัวนอกของนางออก สัมผัสผิวเนียนนุ่มด้านในจากหน้าท้องน้อยไปด้านหลังถึงบั้นสะโพกนางจูบตอบไม่ลดละ เขาสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนาง หญิงสาวหมุนศีรษะไปตามจังหวะของเขาที่พลิกไปหัน

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 22 ต้องเข้าหอกับเจ้าให้ได้

    องค์ชายสิบสองได้ยินเรื่องแม่นางเหอจากองครักษ์เงาก็รู้สึกเห็นใจ เขาดูออกว่าพี่ชายของตนหลงใหลนางมากแต่เพราะตลอดชีวิตวัยหนุ่มเอาแต่รบทัพจับศึกจึงไม่เคยเข้าใจความคิดของเพศตรงข้ามความคลั่งไคล้หลงใหลที่หมิงจิ้นเหอมีต่อเหอเจียอีเห็นได้อย่างชัดเจน แต่คงเป็นเพราะไม่รู้จะแก้ปัญหาความรักเช่นไร จึงทำให้ต้องผิดใจกับสตรีที่ตนรัก ยามนี้แม่ทัพใหญ่หมิงคงกลัดกลุ้มอย่างหนัก...เช้านี้การฝึกทหารจึงเป็นไปอย่างดุเดือดกว่าปกติ... “รองแม่ทัพมู่ ท่านว่า พี่ชายข้าฝึกทหารเช่นนี้อยู่แล้ว หรืออารมณ์ไม่ดี ” “เอ่อ! กระหม่อมว่าอย่างหลัง พะยะค่ะ ปกติก็ทรงดุดันแต่ไม่ได้ดูหงุดหงิดอย่างนี้” หมิงเฉินกงหัวร่อออกมาเมื่อคนสนิทของจวิ้นอ๋องไม่ยั้งความคิดเห็น“เจ้านี่...ช่างไม่ไว้หน้าท่านแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย” “กระหม่อมทูลไปตามความจริง” “พี่ชายของเปิ่นหวาง คงจะห่วงนางมากกระมัง” องค์ชายหมิงเฉินกงมองดูร่างสูงใหญ่ที่กวัดแกว่งดาบดุเดือดอยู่ท่ามกลางทหารหลายสิบนาย “ทั้งห่วงทั้งหวงเลยล่ะพะยะค่ะ หากมีคนเข้าใกล้นางก็จะทรงหงุดหงิด” “อืม ค่ำนี้แล้วสินะ” องค์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status