Share

บทที่ 4

Penulis: สายธารสะท้อนเงา
สีหน้าของท่านอ๋องสามพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเองก็คร้านที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป จึงได้ก้าวเดินออกไปด้วยท่าทีฉุนเฉียวในทันที

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่หลับตาลง ก่อนจะแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าพร้อมทั้งถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ลมหายใจที่ถูกปล่อยออกมานั้น พลันกลายเป็นไอหมอกสีขาวขุ่นในทันที พลางจางหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่หันไปเห็นองครักษ์ที่ยืนถือไม้กระดานรออยู่นั้น ก็ได้แต่ครุ่นคิดกับตนเองภายในใจว่า โทษโบยสามสิบไม้นี้นางคงมิอาจหนีไปไหนได้แล้ว

ในเมื่อหนีมิได้ มิสู้เผชิญหน้ากับมันเสีย

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่กำมือของตนเองเอาไว้แน่น ก่อนจะก้มตัวโน้มลงไปในทันที

พละกำลังของเหล่าองครักษ์นั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เมื่อไม้โบยถูกเหวี่ยงตกลงมาบนร่างกายของนางนั้น ก็ทำเอาเนื้อบนผิวหนังฉีกขาดออกมา

นิ้วของนางจิกเข้าไปในเนื้อหลังของตนเองในทันใด พลางกัดฟันของตนเองไว้แน่น แม้แต่ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่เองยังมิอาจอดทนได้กับโทษโบยสามสิบไม้ ทว่า ฉินเหยี่ยนเย่ว์กลับนิ่งเงียบมิส่งเสียงร้องออกมาสักนิด

หลังจากที่โทษโบยสามสิบไม้เสร็จสิ้นลงนั้น ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็หมดสติไปในทันที พร้อมด้วยลมหายใจโรยริน

เหล่าองครักษ์พลันได้แต่มองหน้ากัน

“เอาอย่างไรดี? นางดูเหมือนจะหมดหายใจอยู่รอมร่อแล้ว พวกเราไปเชิญท่านหมอมาตรวจดูอาการของนางหน่อยดีหรือไม่?” องครักษ์คนหนึ่งพลันเอ่ยขึ้นมา

“เมื่อครู่ท่านอ๋องกล่าวว่าห้ามเชิญท่านหมอหลวงมารักษา?” องครักษ์อีกคนหนึ่งจึงเอ่ยขึ้นมาว่า “สตรีนางนี้ใช้วิธีกผิดจารีตประเพณีในการขึ้นมาเป็นพระชายาของท่านอ๋อง ท่านอ๋องเกลียดรังเกียจนางยิ่งนัก เกรงว่าพวกเราใช้โอกาสนี้ตีนางให้ตายเสียจักดีกว่า นางหาได้มีอันใดมาคู่ควรกับท่านอ๋องของพวกเราไม่? อย่าได้เข้าไปยุ่งวุ่นวายอันใดให้มากความเลย รีบกลับไปรายงานแก่ท่านอ๋องเจ็ดดีกว่า”

คำพูดขององครักษ์ทั้งสองคนนั้นพลันดังแว่วเข้ามาในหูของฉินเหยี่ยนเย่ว์เป็นระยะ ๆ เสมือนกับเป็นเสียงที่ดังมาจากที่ไกล ๆ

ฉากเบื้องหน้าที่ดำมืด พร้อมทั้งกลิ่นอายของความตายที่ค่อย ๆ ย่างกรายเข้ามา แม้แต่จะขยับนิ้วมือฉินเหยี่ยนเย่ว์ยังมิอาจที่จะขยับได้

จิตสำนึกที่ค่อย ๆ เรือนรางเต็มที พร้อมทั้งร่างกายที่ค่อย ๆ เบาตัว เสมือนกับจิตวิญญาณของตนเองที่กำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ มิรับรู้ถึงความรู้สึกในโลกแห่งความจริงใด ๆ ทั้งนั้น

“เป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้” เสียงร่ำไห้ที่ดังขึ้นมาในหัว “ท่านอ๋องคิดว่าข้าน่ารังเกียจ เป็นไปไม่ได้ คำพูดที่ท่านอ๋องเคยพร่ำบอกต่อข้านั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องหลอกลวงหรือ? ทั้งหมดเป็นเพราะต้องการหลอกลวงข้า?”

“เจ้าช่างโง่จริง ๆ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ครุ่นคิดในยามที่กำลังจ้องมองไปยังตัวตนของนางอีกคนหนึ่ง พลันเอามือวางไว้บนหัวของนาง “เรื่องระหว่างเจ้ากับฉินเสวี่ยเย่ว์นั้น ท่านอ๋องสามเองก็ทรงทราบดี ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นท่านอ๋องเองที่วางแผนนี้ขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ ผู้ที่ตกอยู่ในโคลนตมล้วนมีเพียงแค่เจ้า”

“ข้าไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อ ทุกอย่างจักเป็นเรื่องหลอกลวงไปได้อย่างไรกัน?”

“เจ้าเองก็ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของชายเจ้าเล่ห์และหญิงอสรพิษเช่นนั้นแล้ว เจ้ายังคิดหลงเชื่องมงานอยู่อีกหรืออย่างไร?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่ถอนหายใจออกมา “โลกมนุษย์มิคู่ควร เหตุใดเจ้าต้องทรมานตนเองเพียงเพื่ออ้อยเน่า ๆ ก้านเดียวด้วย ข้าทนมิไหวแล้ว ร่างนี้ข้าขอคืนมันให้กับเจ้าเสีย เจ้าใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขเถิด อย่าได้จมปลักอยู่กับความโง่อีกเลย”

“ไม่ ข้ามิอาจทนไหวแล้ว ที่ข้ายังอดทนมิยอมจากไปนั้น นั่นเป็นเพราะข้ายังมิวางใจ ในเมื่อวันนี้ข้าได้คำตอบ ได้รับความจริงที่ตนเองควรรู้แล้ว ข้าก็มิมีสิ่งใดให้ต้องห่วงอีก ข้ายินยอมที่จะจากไปแต่โดยดี แต่เจ้ายังมีหนทางรอด ฉะนั้นแล้ว เจ้าจักต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ช่วยข้าล้างแค้นพวกมันเสีย ข้าฝากด้วยเล่า”

น้ำเสียงที่ค่อยแผ่วเบาลงเรื่อย ๆ หลังจากพูดจนจบนั้น ร่างวิญญาณสุดท้ายพลันถูกดูดเข้าไปในร่างของฉินเหยี่ยนเย่ว์ในทันที

หลังจากที่วิญญาณกลับเข้ามาในร่างแล้วนั้น ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงได้ฟื้นขึ้นมา

พร้อมทั้งอาการเจ็บปวดที่ถาโถม รวมไปถึงเหงื่อเย็น ๆ ที่ไหลไปทั่วร่าง นับว่าเป็นความจริงที่เสมือนมิเคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย

เมื่อครู่ นางคล้ายกับกำลังตกอยู่ในห้วงของความฝันก็ไม่ปาน

ในความฝันนั้น วิญญาณของเจ้าของร่างเดิมได้นำดวงวิญญาณสุดท้ายของนางกลับเข้ามายังในร่างนี้ ทั้งยังยินยอมให้นางได้เข้าครอบครองร่างนี้แล้วมีชีวิตอยู่ต่อไป

เสียงพร่ำบ่นมากมายที่เคยดังขึ้นมาในหัวก็ได้สลายหายไป

คงไว้แต่เพียงจิตใจที่สงบนิ่ง พร้อมด้วยกลิ่นอายของพลังวิญญาณที่ทำให้นางรู้ซึ้งถึงการฟื้นคืนจากความตายขึ้นมาในทันที

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ใช้นิ้วมือของตนจิกลงไปในปลอกหมอน พลางหลับตาลงกล่าวออกมาว่า "เจ้าวางใจเถอะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าเคยได้รับ ข้าจักช่วยเอาคืนให้กับเจ้าเป็นร้อยเป็นพันเท่าเอง"

ถึงแม้ตนเองจักเอ่ยออกมาเช่นนั้น แต่สถานการณ์ของนางในยามนี้หาได้ดีไม่

หลังจากที่นางตกอยู่ในทะเลสาบเป็นเวลานานนั้น ทั้งยังต้องมาถูกโทษโบยสามสิบไม้เช่นนี้อีก นางรู้สึกเวียนหัว พร้อมทั้งหน้าผากที่เกิดอาการร้อนผาวขึ้นมา อาการไข้ขึ้นสูงเช่นนี้อาจทำให้นางหมดสติไปเลยก็ได้

ทักษะทางการแพทย์ที่นางได้รับการสืบทอดมาจากปู่ของนางจักไปมีประโยชน์อันใดเล่า?

ที่นี่มิแม้แต่ยาลดไข้ ยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบเลยสักนิด เกรงว่านางคงจักได้ตกตายไปอีกรอบหนึ่งแล้วกระมัง

เมื่อมีความคิดเช่นนี้โผล่เข้ามาในหัวนั้น ทำเอาฉินเหยี่ยวเย่ว์นึกโศกเศร้าในโชคชะตาของตนเองยิ่งนัก ในยามที่ปู่ของนางเสียนางยังมิทันได้มีโอกาสกลับไปหาเลยเสียด้วยซ้ำ ยังมิทันที่นางจะได้กลับไปถึงบ้านกลับต้องมาถูกชายชุดดำจับตัวไปเสียก่อน หลังจากที่นางจับพลัดจับผลูมาโผล่ในร่างนี้นั้น ยังมิทันจะได้สติดีกลับต้องมาตายอีกรอบแล้วหรือ

เหตุใดนางถึงโชคร้ายเช่นนี้

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงนั้น ความเจ็บปวดพลันเข้ามาเป็นระลอก ๆไม่ห่างหาย ทำเอานางมิอาจอดทนไหว

จู่ ๆ นางก็อดคิดถึงปู่และพ่อแม่ของนางที่จากไปอย่างมิมีวันหวนกลับได้ ใต้หล้านี้เหลือนางเพียงตัวคนเดียวแล้ว ความรู้สึกคิดถึงที่ถาโถมเข้ามา ทำให้ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่ขดงอตัวเอง พร้อมทั้งเอาหน้าผากซุกไปที่ข้อมือของตน

มิทันไรหยาดน้ำตาพลันค่อย ๆไหล่ลงมากระทบกับฝ่ามือของนางในทันที พร้อมทั้งแหวนที่อยู่บนนิ้วของนางจู่ ๆ กลับเปล่งประกายแสงออกมา

ท่ามกลางแสงสว่างนั้น เสมือนกับว่าฉินเหยี่ยนเย่ว์จะเห็นโรงพยาบาลอยู่รำไร

อาคารแห่งนี้เป็นตึกที่ปู่ของนางได้ช่วยชีวิตเศรษฐีผู้มั่งคั่งรายหนึ่งเอาไว้จนสามารถมาสร้างเป็นโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ โดยที่ปู่ของนางเป็นผู้อำนวยการ ด้านในโรงพยาบาลมีหยูกยาครบครัน จนไปถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย นางวิ่งเล่นอยู่ภายในโรงพยาบาลนี้ตั้งแต่เด็ก ๆ นับได้ว่านางคุ้นเคยกับสถานที่ภายในที่แห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง

"ฉันกลับไปอีกแล้วเหรอ?" ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตกตะลึงไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนางจะสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างที่ผิดแปลกไป

โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นตึกใหม่เอี่ยม ทว่า ในยามนี้หาได้มีผู้มดอยู่สักคนไม่ ทั้งกลิ่นอายแห่งความตายที่กระจายคละคลุ้งไปทั่ว เสมือนกับโลกที่ว่างเปล่าก็ไม่ปาน

เมื่อฉินเหยี่ยนเย่ว์ต้องการจะเดินสำรวจดูนั้น แสงสว่างที่อยู่ตรงหน้าพลันค่อย ๆ หายไป พร้อมกับโรงพยาบาลตรงหน้าที่ค่อย ๆ จางหายไปเช่นกัน

“ที่แท้มันก็เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่แย้มยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ก่อนจะเอียงหน้าไปอีกข้างหนึ่ง ทำเอานางแทบจะกรีดร้องออกมาในทันทีเมื่อเห็นว่าบนหัวเตียงมีของบางอย่างปรากฎขึ้น

ไอบูโพรเฟน ยาผงขาวอวิ๋นหนาน ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์!

หยูกยาพวกนี้หาใช่สิ่งของของผู้คนในยุคนี้ไม่ แต่มันกลับมาปรากฏอยู่ในมือของนาง

ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงรีบถอดแหวนออกมาในทันที ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ นางหาได้พบสิ่งผิดปกติอันใดไม่

ทว่า ไอบูโพรเฟนและยาผงขาวอวิ๋นหนานนั้น ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อม ๆ กับภาพหลอนของโรงพยาบาลเลย

นี่มันแปลกประหลาดเกินไปแล้ว!

เนื่องจากไอบูโพรเฟนเป็นยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ฤทธิ์ของยาจึงถูกปล่อยออกมาช้า ๆ นั่นจึงทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด ทั้งยังมีฤทธิ์ระงับอาการปวดได้ดีและยาวนานอีกด้วย รวมไปถึงช่วยเรื่องการลดไข้จากการอักแสบจากแผล

ส่วนผงยาขาวอวิ๋นหนานใช้สำหรับยากรักษาภายนอก นับว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาอาการบาดเจ็บเป็นอย่างมาก

ยาทั้งสองชนิดในยามนี้ ถือเป็นยาที่ช่วยชีวิตของนางในยามนี้เลยทีเดียว

ฉินเหยี่ยนเย่ว์มิคิดอันใดให้มากความ นางรีบคว้าไอบูโพรเฟนมากิน ก่อนจะพยายามฆ่าเชื้อบริเวณบาดแผลของตนเองด้วยความยากลำบาก จากนั้นนางจึงใช้ผงยาขาวอวิ๋นหนานโรยเข้าไปบนปากแผล อาการบาดเจ็บที่เคยมีจึงค่อย ๆ ทุเลาลงบ้าง จนทำให้นางผล็อยหลับไปในทันที

ตัวยาเพียงเท่านี้ นับว่าเพียงพอที่นางจะใช้มันไปถึงห้าวันแล้ว

ในช่วงเวลาห้าวันที่ผ่านมานั้น ฉิเนเหยี่ยนเย่ว์ลองดูทุกวิธีการต่าง ๆ เพื่อที่ตนเองจะสามารถเห็นถึงโรงพยาบาลของปู่นางได้อีกครั้ง ทว่า นางกลับต้องพบเจอกับความล้มเหลวทุกครา

แหวนก็มิมีปฏิกิริยาตอบโต้ใด ๆ เลย

หรือว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเพียงภาพหลอนของนางเท่านั้น

จนกระทั่งห้าวันให้หลัง

แหวนที่มิได้มีปฏิกิริยาตอบสนองอันใดนั้น จู่ ๆ กลับแผ่ความร้อนออกมา พร้อมด้วยภาพโรงพยาบาลที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้านางอีกครา

พร้อมด้วยกล่องยาแอสไพรินที่ปรากฏตัวขึ้นในมือของนาง

ทั้งตัวยาแอสไพรินและไอบูโพรเฟนนั้น ล้วนแต่เป็นยาแก้อักเสบที่มิใช่สเตียรอยด์ หากแต่สิ่งที่แตกต่างกันนั้น ก็คือยาแอสไพรินสามารถป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันขึ้นมาได้ จากการนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานาน ๆ ทั้งยังช่วยให้บาดแผลตกสะเก็ดและฟื้นฟูกลับมาเป็นเช่นเดิม ทว่า การนอนอยู่บนเตียงนาน ๆ นั้น อาจจะทำให้การหมุนเวียนของเลือดเกิดการติดขัดได้ ดังนั้นยาแอสไพรินนี้จึงมาช่วยนางได้ทันเวลาพอดี

ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันใช้นิ้วมือถูแหวนไปมา ด้วยอารมณ์ที่ซาบซึ้งใจยิ่งนัก

แหวนวงนี้ถือเป็นของขวัญวันเกิดที่นางได้รับมาจากปู่ของนาง ปู่ของนางกล่าวว่าเขาทำมันขึ้นมาด้วยตนเอง อีกทั้งแหวนวงนี้ยังอัดแน่นไปด้วยความรักควาคิดถึงและสืบทอดความคิดของพ่อแม่ของนางใส่เอาไว้ด้านในอีกด้วย เพื่อให้แหวนวงนี้ถือเป็นเครื่องรางปกป้องคุ้มกันภัยสำหรับนาง

ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงสวมใส่มันราวกับว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่ามาโดยตลอด หลังจากที่นางถูกชายชุดดำจับตัวไปนั้น เมื่อชายชุดดำลองสำรวจแหวนวงนี้แล้ว เขากลับรู้สึกว่ามันหาได้มีค่าอันใดไม่ พวกเขาจึงปล่อยเลยตามเลย

ฉินเหยี่ยนเย่ว์จำได้อย่างชัดเจนเลยว่า เจ้าของร่างเดิมหาได้สวมใส่แหวนไม่ เสมือนกับว่าแหวนวงนี้มาปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่เจ้าของร่างเดิมจากไป พร้อมกับวิญญาณของนางที่เข้ามาสิงอยู่ในร่างนี้แทน

ไม่เพียงแต่มีแหวนปรากฏตัวขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่มหัศจรรย์เกิดขึ้นอีกด้วย

เมื่อแหวนเกิดอาการร้อนขึ้น โรงพยาบาลก็จะปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง แม้แต่หยูกยาเหล่านั้นก็เป็นยาที่มาจากโรงพยาบาลด้วยเช่นกัน แหวนวงนี้จึงเปรียบเสมือนสื่อตัวกลางในการเชื่อมโยงนางกับโรงพยาบาลของปู่นางเข้าไว้ด้วยกัน

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อนัก แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะเชื่อมัน

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่กำลังตกอยู่ภวังค์แห่งความคิดของตนเอง จู่ ๆ พลันได้ยินเสียงฝีเท้าหนักและคนที่กำลังระงับอาการไอของตัวเองดังออกมาจากด้านนอกประตู
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (3)
goodnovel comment avatar
Toy M
ไม่ว่าจะเป็นไอบูโพรเฟนหรือแอสไพรริน กันกัดกระเพราะนะเธอ นอนเจ็บไม่ได้กินอาหารมา5วัน เธอหายเจ็บแผลแต่ก็ปวดท้องแทนแล้ว เริ่งแรกก็โง่เลย นางเอกโง่หรือนักเขียนโง่ไม่รู้ แหวนแบบนี้ไม่มีประโยชน์หรอคิดจะเปิดก็เปิดไม่ได้
goodnovel comment avatar
Chatree Sedakum
ขอบพระคุณมากนะครับ
goodnovel comment avatar
Benja Thongpetch
นางเอกโง่ น่าจะโดนโบย 500 ครั้งให้ตาบอกแขนขาพิการไปเลย. นางเอกโง่ๆๆ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1850

    ตู้เอ๋อร์!คำพูดของอวิ๋นจงจื่อทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงนามจริงของอ๋องหลูหยางคือหลินซูตู้ เขาเองก็เป็นบุคคลมีหน้ามีตา และมีน้อยคนนักในราชสำนักจะกล้าเอ่ยชื่อของเขาแต่อวิ๋นจงจื่อกลับเรียกเขาว่าตู้เอ๋อร์น่ะหรือ?ทุกคนรู้สึกว่าการมาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าติดตามทีละเหตุการณ์ ช่างน่า

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1849

    นางไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยตอนนั้นเป็นเพราะนางต้องตาซูจิ้นก่อน และเป็นเซี่ยหลินหลางที่ขวางทางนาง จึงบีบให้นางต้องลงมือสังหารนี่ไม่ใช่ความผิดของนางเลย แล้วเหตุใดจึงต้องลงโทษนางด้วย?“อนุเยี่ยนอิจฉาข้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นางต้องคับแค้นใจแน่นอน คำพูดเหล่านั้นล้วนเสกสรรปั้นแต่งขึ้น หลักฐานก็เป็นของปล

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1848

    ครั้นซูจิ้นได้ยินคำพูดของอนุเยี่ยน ร่างกายพลันสั่นสะท้านไม่หยุดเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ช่วยเขาไว้ในเวลานั้น คือ คืออนุเยี่ยนอย่างนั้นหรือ?อนุเยี่ยนอยู่เคียงข้างเขามาตลอด แต่เขากลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ทั้งยังยอมให้ฮูหยินซูทำลายลูกของอนุเยี่ยนอีกด้วยลูกของอนุเยี่ยน...เซี่ยหลินหลาง...ทั้งหมดเป็นเพราะเขา

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1847

    “ข้ากำลังถามท่านอยู่นะ ท่านฟังไม่เข้าใจหรือ?” อนุเยี่ยนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “ทุกท่าน เพิ่มขึ้นมาอีกสักคนคงไม่มีปัญหากระมัง?”อนุเยี่ยนไม่ได้ทำความเคารพ และไม่ได้ทักทายผู้ใดทว่าทุกคนกลับไม่รู้สึกว่านางล่วงเกินเลยเมื่อเทียบกับกิริยามารยาทของอนุเยี่ยนแล้ว กลับเป็นฮูหยินซูเสียอีกที่ทำให้ผู้คนยิ่งรู้สึก

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1846

    เพียงชั่วพริบตาเดียว ซูจิ้นรู้สึกราวกับฟ้าดินถล่มทลายลงมาในทันทีความโกรธความเครียดที่คุกครุนอยู่ภายในใจ ทำเอาเขาถึงกับกระอักเลือดออกมา ก่อนจะเป็นลมหมดสติไปในทันที“นายท่าน!”“ใครก็ได้!”“ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”ลู่จิ้นที่กำลังนั่งฟันเรื่องราวอยู่ด้านหลังนั้น — ซึ่งแท้จริงแล้วคือการร่ำสุราชมงิ้วสนุก ๆ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1845

    “ท่านบอกว่าท่านลืมแล้ว” หลินเฟยจิ้งหัวเราะออกมาอยู่พักใหญ่ “ถ้าเช่นนั้น แม้แต่บุญคุณที่มารดาของข้าเคยช่วยชีวิตท่านเอาไว้ ก็ลืมไปแล้วใช่หรือไม่?”“ข้าไม่ได้ลืม” ซูจิ้นอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบกลับไป“‘ไม่ได้ลืมหรือ? ท่านไม่ได้ลืมอะไรเลย สิ่งเดียวที่ท่านลืมก็คือตำแหน่งบาดแผลที่เกือบจะคร่าชีวิตของท่านไป” หลิ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1719

    “เอาล่ะ คุณหนูให้เจ้านั่งเจ้าก็นั่งลงเถอะ” ชุ่ยผิงทนกลิ่นเหม็นบนร่างของหู่พั่ว หลังจากกดนางนั่งบนเก้าอี้แล้ว จึงวิ่งไปรอข้าง ๆ โดยไม่เผยสีหน้าใด ๆ ออกมาหลังจากที่หู่พั่วถูกคนจับตัวไป ก็ไม่ได้พักผ่อนเลยตลอดทั้งวันทั้งคืน ร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นโรคทางนรีเวชอย่างรุนแรง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่บ่อยคร

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1690

    ฉินเหยี่ยนเย่ว์หาจุดมาโต้แย้งไม่ได้ไป๋หลินยวนพูดไม่ผิด ต่อให้สามารถรักษาชีพจรไว้ได้ อย่างมากสุดองค์หญิงชิงอินก็ฟื้นตัวมีสภาพเป็นเหมือนผักเป็นเพราะรู้ดีว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้ นางถึงได้เรียกหาเทพพิษอย่างไป๋หลินยวนมาช่วย“โอสถหงส์ฟื้นคืออะไรกันแน่?” “คือยาพิษชนิดหนึ่งที่ทำขึ้นจากสมุนไพรที่มีชื

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1722

    จวนอ๋องเจ็ดหลังจากถูกกักบริเวณนั้น วันวานชีวิตของฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันดำเนินไปอย่างยากลำบาก การต้องอยู่กับไหน้ำส้มเช่นตงฟางหลีตลอดเวลา โดยมิอาจออกจากจวนได้นั้น ทั้งยังต้องคอยถูกจับตามองอีก ทำให้นางรู้สึกทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก หลายครั้งแล้วหลายครา ที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้สึกว่าฝ่าบาทจงใจทำเช่นนี้ตั้ง

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1688

    ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงให้คนไปเรียกตัวไป๋หลินยวนที่สำนักหมอหลวงมาไป๋หลินยวนมาถึงอย่างรวดเร็วขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ เขาก็มาถึงท้องพระโรงแล้ว“ท่านรออยู่ด้านข้างใช่หรือไม่?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองเขาด้วยความสงสัย “หรือว่าท่านเป็นคนวางยาพิษ? ท่านเตรียมตัวมาจะดูความสนุกหรือ?”“ไม่ใช่ข้า” ไป๋หลิน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status