LOGINตู้เอ๋อร์!คำพูดของอวิ๋นจงจื่อทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงนามจริงของอ๋องหลูหยางคือหลินซูตู้ เขาเองก็เป็นบุคคลมีหน้ามีตา และมีน้อยคนนักในราชสำนักจะกล้าเอ่ยชื่อของเขาแต่อวิ๋นจงจื่อกลับเรียกเขาว่าตู้เอ๋อร์น่ะหรือ?ทุกคนรู้สึกว่าการมาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าติดตามทีละเหตุการณ์ ช่างน่า
นางไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยตอนนั้นเป็นเพราะนางต้องตาซูจิ้นก่อน และเป็นเซี่ยหลินหลางที่ขวางทางนาง จึงบีบให้นางต้องลงมือสังหารนี่ไม่ใช่ความผิดของนางเลย แล้วเหตุใดจึงต้องลงโทษนางด้วย?“อนุเยี่ยนอิจฉาข้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นางต้องคับแค้นใจแน่นอน คำพูดเหล่านั้นล้วนเสกสรรปั้นแต่งขึ้น หลักฐานก็เป็นของปล
ครั้นซูจิ้นได้ยินคำพูดของอนุเยี่ยน ร่างกายพลันสั่นสะท้านไม่หยุดเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ช่วยเขาไว้ในเวลานั้น คือ คืออนุเยี่ยนอย่างนั้นหรือ?อนุเยี่ยนอยู่เคียงข้างเขามาตลอด แต่เขากลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ทั้งยังยอมให้ฮูหยินซูทำลายลูกของอนุเยี่ยนอีกด้วยลูกของอนุเยี่ยน...เซี่ยหลินหลาง...ทั้งหมดเป็นเพราะเขา
“ข้ากำลังถามท่านอยู่นะ ท่านฟังไม่เข้าใจหรือ?” อนุเยี่ยนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “ทุกท่าน เพิ่มขึ้นมาอีกสักคนคงไม่มีปัญหากระมัง?”อนุเยี่ยนไม่ได้ทำความเคารพ และไม่ได้ทักทายผู้ใดทว่าทุกคนกลับไม่รู้สึกว่านางล่วงเกินเลยเมื่อเทียบกับกิริยามารยาทของอนุเยี่ยนแล้ว กลับเป็นฮูหยินซูเสียอีกที่ทำให้ผู้คนยิ่งรู้สึก
เพียงชั่วพริบตาเดียว ซูจิ้นรู้สึกราวกับฟ้าดินถล่มทลายลงมาในทันทีความโกรธความเครียดที่คุกครุนอยู่ภายในใจ ทำเอาเขาถึงกับกระอักเลือดออกมา ก่อนจะเป็นลมหมดสติไปในทันที“นายท่าน!”“ใครก็ได้!”“ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”ลู่จิ้นที่กำลังนั่งฟันเรื่องราวอยู่ด้านหลังนั้น — ซึ่งแท้จริงแล้วคือการร่ำสุราชมงิ้วสนุก ๆ
“ท่านบอกว่าท่านลืมแล้ว” หลินเฟยจิ้งหัวเราะออกมาอยู่พักใหญ่ “ถ้าเช่นนั้น แม้แต่บุญคุณที่มารดาของข้าเคยช่วยชีวิตท่านเอาไว้ ก็ลืมไปแล้วใช่หรือไม่?”“ข้าไม่ได้ลืม” ซูจิ้นอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบกลับไป“‘ไม่ได้ลืมหรือ? ท่านไม่ได้ลืมอะไรเลย สิ่งเดียวที่ท่านลืมก็คือตำแหน่งบาดแผลที่เกือบจะคร่าชีวิตของท่านไป” หลิ
“เสด็จอา” ฉินเหยี่ยนเย่ว์โค้งกายทำความเคารพ “ยาพิษในพระวรกายขององค์หญิงชิงอินนั้น เป็นฝีมือของพระองค์ใช่หรือไม่?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา อ๋องอี๋หยางสะดุ้งเล็กน้อย ราวกับว่า เขามิคิดว่าฉินเหยี่ยนเย่ว์จะกล้าเอ่ยถามออกมาตรง ๆ เช่นนี้ “ไม่ใช่” “หากมิใช่เสด็จอา ก็คงเป็นเสด็จพ
ตงฟางอิงส่งเสียงอ๊ากสองครั้ง หันไปมองหน้าไป๋หลินยวน พลันทำหน้ามุ่ยทันที “อาจารย์ ท่านทำอะไรน่ะ?”“จู่ ๆ ท่านก็ยกคนขึ้นมา ตกใจหมดเลย”“หมดเวลาตามที่ตกลงกันไว้แล้ว เจ้ายังทำอะไรอยู่ที่นี่อีก?” ไป๋หลินยวนพูดอย่างเย็นชา“อ้อ ข้าลืมไปเลย” ตงฟางอิงมองด้วยสีหน้าสำนึกผิด “อาจารย์ อย่าโกรธไปเลย”“ท่านวางข้าล
“พวกเราอย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น หากจะให้ไปจับนางมาก่อนนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ นั่นเป็นพี่สะใภ้รองของข้าเชียว หากทำอะไรไม่ดีต่อนาง พี่รองคงได้มาโทษพวกเราเป็นแน่” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว “อวี้เอ๋อร์เจ้าคิดหาวิธีถ่วงเวลานางเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องการเลื่อนวันงานมงคลสมรสออกไปนั้น เกรงว่าคงจะปิดเป็นความลับได้อีกไม่
“ก็ได้” ตงฟางหลีหยุดอยู่ในที่ร้างไร้ผู้คนแห่งหนึ่งฉินเหยี่ยนเย่ว์กระทุ้งเท้าลงบนพื้น หลังจากที่เลือดลมไหลเวียนกลับมาที่ขา นางก็วิ่งไปในกลุ่มดอกไม้ป่าต้นฤดูใบไม้ผลิ หน่อหญ้าเริ่มงอกขึ้นแล้วดอกไม้ป่ามากมายบานสะพรั่ง พลิ้วไหวไปตามสายลม เป็นภาพที่งดงามอย่างยิ่งฉินเหยี่ยนเย่ว์เก็บดอกไม้บานสะพรั่งจำนว







