เนตรอัปมงคล

เนตรอัปมงคล

last updateÚltima actualización : 2026-11-06
Idioma: Thai
goodnovel4goodnovel
10
1 calificación. 1 reseña
25Capítulos
33vistas
Leer
Agregar a biblioteca

Compartir:  

Reportar
Resumen
Catálogo
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP

'ผู้สื่อสารแห่งโลกวิญญาณ' ตายลงขณะทำการไลฟ์สด วิญญาณหลุดเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กน้อยวัยสี่ขวบ ซึ่งถูกเรียกขานว่าเป็น 'เนตรอัปมงคล' เพราะปากพาซวยแท้ ๆ ถูกขับออกจากจวนไปอยู่ยังที่ทุรกันดาร

Ver más

Capítulo 1

บทที่ 1 : เนตรอัปมงคล

บทที่ 1 : เนตรอัปมงคล

          ‘เว่ยหลิ่งจือ’ สตรีมเมอร์สาว ผู้กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังบนโลกออนไลน์ เธอได้รับการขนานนามว่า ‘เป็นผู้สื่อสารแห่งโลกวิญญาณ’ พร้อมยอดผู้ติดตามถึงห้าล้านแปดแสนคน ทว่าในขณะที่กำลังไลฟ์สดพูดคุยกับเหล่าแฟนคลับอยู่นั้น เธอกลับล้มฟุบเสียชีวิตลงอย่างไม่มีสาเหตุ

          วิญญาณหลุดเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กน้อยวัยสี่ขวบ ซ้ำยังถูกเรียกขานว่าเป็น ‘เนตรอัปมงคล’ มองเห็นสิ่งใดล้วนมีแต่เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น

          ก่อนหน้าเว่ยหลิ่งจือได้เข้าไปทักฮูหยินรองของเว่ยกั๋วกง บอกว่านางมีหมอกดำปกคลุมทั่วร่าง วันรุ่งขึ้นสตรีผู้เป็นนางในดวงใจของเว่ยกั๋วกง ก็ถึงแก่ความตาย

          เพราะปากพาซวยแท้ ๆ เด็กน้อยจึงถูกขังไว้ในห้องเก็บฟืนเพื่อรอคำสั่งลงโทษ ยามนั้นร่างกายของนางอ่อนแอจากพิษไข้ และได้จากโลกนี้ไปอย่างเดียวดาย

          ไม่รู้เพราะเหตุใด ดวงวิญญาณของเว่ยหลิ่งจือในยุคปัจจุบันถึงเข้ามาสวมร่างแทน หญิงสาวในวัยยี่สิบสามปี กลับต้องมาติดอยู่ในร่างเด็กน้อยวัยสี่ขวบ ที่กำลังจะถูกขับไล่ออกจากจวนไปอยู่ยังที่ทุรกันดาร

          เมืองฉาง

          ณ หมู่บ้านฟางเหนียง ตำบลฮุ่ยหยาง

          เรือนท้ายหมู่บ้านมีเด็กน้อยวัยสี่ขวบ กำลังเอนหลังบนเก้าอี้โยก บนตักของนางมีสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งนอนอยู่ สายตาผู้อื่นย่อมมองเห็นเป็นลูกสุนัขตัวหนึ่ง ทว่าสำหรับเจ้าของของมันแล้ว รูปร่างของมันคล้ายสิงโตมีเขา มีขนบนหัวรุงรัง เว่ยหลิ่งจือได้พบเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ ระหว่างเดินทางมายังสถานที่แห้งแล้งแห่งนี้

          ด้วยโชคชะตานำพาหรือวาสนาที่ไม่มีใครต้องการ มันเผลองับนิ้วมือที่ได้รับบาดเจ็บของนางเข้าไป ทำให้เลือดจากบาดแผลไหลซึมเข้าไปในปากของมัน กลายเป็นพันธสัญญาผูกพันเป็นนายบ่าวอย่างไม่ตั้งใจ

          ‘เจ้าไม่ต้องมางอแงใส่ข้า เป็นเจ้ามากัดข้าก่อน เช่นนั้นข้าจะอยากได้ตัวน่าเกลียดอย่างเจ้ามาเป็นสัตว์เลี้ยงรึ’

          แม้ปากบอกไม่ต้องการ แต่ฝ่ามือน้อย ๆ ก็คอยลูบเส้นขนของมันอย่างอ่อนโยน ฟันยังไม่งอกกลับอยากกัดผู้คนเสียแล้ว

          ‘แง่ง ! ข้าเกิดมาดุร้าย กินคนกินสัตว์เป็นอาหาร’ ปากมันไม่ได้ขยับ แต่มันสื่อสารผ่านดวงจิตกับผู้เป็นนาย

          ‘รู้แล้ว ๆ เจ้าเป่าหูข้าวันละหลายรอบแล้ว เจ้าเพิ่งเกิดมาไม่กี่เดือนฟันยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ เจ้าจะกินคนกินสัตว์ได้อย่างไร ไม่สู้กินมันเผากับข้าดีกว่า’

          นางหักมันเผาเป็นสองท่อนยัดใส่ปากของมันไป การสื่อสารกันเช่นนี้เว่ยหลิ่งจือเริ่มคุ้นเคยบ้างแล้ว

          ‘ถุย ๆ ของพันธุ์นี้ข้าจะกินได้อย่างไร งั่ม ๆ’

          เว่ยหลิ่งจือกลอกตาใส่มันเบา ๆ นางนั่งรถม้าของนางอยู่ดี ๆ เจ้าสัตว์หน้าขนนี่ก็หล่นตุบลงมาบนตักของนาง ทั้งยังคว้านิ้วที่มีแผลของนางไปกัดจนเลือดไหล

          ภายหลังถึงรู้ว่ามันคือปีศาจสายพันธุ์หนึ่ง เพิ่งถือกำเนิดได้สองเดือน ส่วนจะพลัดหลงจากครอบครัวอย่างไรนั้น มันจำอะไรไม่ได้เลย รู้เพียงว่าตัวเองชื่อเหนียนเหนียน และกินคนกับสัตว์เป็นอาหาร

          ตลอดการเดินทางสิบวัน ถูกบังคับให้กินอาหารของคน มันก็กินได้ปกติไม่มีปัญหาอะไร เดิมทีคิดว่ารูปลักษณ์ของเหนียนเหนียน จะทำให้มันถูกคนอื่นทำร้ายเอา ที่ไหนได้มันกลับบอกว่ามีเพียงเจ้านายเท่านั้น ที่สามารถมองเห็นร่างจริงของมันได้ มนุษย์คนอื่นจะมองเห็นมัน เป็นเพียงลูกสุนัขสีขาวตัวหนึ่งเท่านั้น

          ‘เจ้าไล่ยายแก่ใจร้ายออกไปแล้ว ต่อไปใครจะทำความสะอาดเรือนให้เจ้า’ เหนียนเหนียนแลบลิ้นเลียเศษมันเผา ที่ติดอยู่บนซอกนิ้วเท้าของตัวเองไปด้วย

          ‘ข้าไล่นางที่ไหนกัน มีคนอื่นไล่แทนข้าต่างหาก’

          นางเหลือบตาไปยังต้นท้อที่มีลูกดกเต็มต้นด้านหลัง หมู่บ้านนี้แห้งแล้งมาก แต่ต้นท้อในเรือนของนางกลับมีลูกดกเต็มต้น ช่างแปลกประหลาดดีแท้

          เหนียนเหนียน ‘ไยเจ้าไม่กลัวนาง’

          นางที่ว่าคือผีสาวตนหนึ่งที่หลบอยู่หลังต้นท้อ เป็นผีตนนี้ที่เข้าไปหลอกหลอนยายแก่ใจร้าย ตอนกำลังไล่ทุบตีเว่ยหลิ่งจือเมื่อวานวาน เหนียนเหนียนยังเป็นเด็กน้อยมันไม่มีพลังอะไรเลย ส่วนเว่ยหลิ่งจือสูงไม่ถึงเอวของยายแก่ใจร้ายด้วยซ้ำ มีหรือพวกนางจะสู้อีกฝ่ายได้

          ทว่าผีสาวตนนี้กลับทำให้ข้าวของในเรือนลอยได้ แล้วพุ่งเข้าไปใส่ยายแก่ใจร้าย ต่อให้อยากอยู่ก็ไม่กล้าอีกต่อไป ทั้งยายทั้งหลานสาวต่างหอบห่อผ้าวิ่งหนีแทบไม่ทัน ปากก็กู่ร้องไปทั่วหมู่บ้านว่าเรือนหลังนี้มีผีอยู่

          ‘ผีก็เคยเป็นคนมาก่อน ไยต้องหวาดกลัวด้วยเล่า เจ้านี่กินอย่างไรให้เลอะปากไปหมด’ นางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดปากให้มันอย่างเบามือ

          เว่ยหลิ่งจือหันไปทางต้นท้อ พร้อมกวักมือเรียก ‘ท่านอย่าได้หลบอีกเลย ออกมาเถอะ’

          ผีสาวสะดุ้งตกใจหลังได้ยิน นางลอยมายืนอยู่ตรงหน้า เผยสีหน้าแปลกประหลาดใจเป็นที่สุด

          ‘จะเจ้ามองเห็นข้าด้วยรึ’

          เว่ยหลิ่งจือพยักหน้าลง ‘ย่อมมองเห็นอยู่แล้ว’

          ดวงตาของผีสาวเปล่งประกายจาง ๆ ขึ้นมา มือสองข้างของนางเริ่มขยับไปมา ‘ข้าได้ยินว่าเจ้าคือเว่ยหลิ่งจือ เป็นบุตรหลานของเว่ยกั๋วกง’

          เว่ยหลิ่งจือ ‘ใช่แล้ว

          ผีสาว ‘เจ้าเป็นบุตรสาวของผู้ใดกัน เอ่อ บิดามารดาเจ้าชื่ออะไร’

เขียว

          เว่ยหลิ่งจือเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ เหนียนเหนียนปากร้ายใช่เล่น

          ผีสาว ‘พวกเจ้าอย่าได้เข้าใจข้าผิดไป เดิมทีข้าเองก็เป็นคนของจวนกั๋วกงเหมือนกัน’

          สองนายบ่าว ‘เอ๋.../หืม...’

          ผีสาวยืดตัวตรงประสานฝ่ามือ วางท่าเป็นคุณหนูจวนขุนนางขึ้นมา

          ‘ข้ามีนามว่าเว่ยหนิงเอ๋อ เว่ยกั๋วกงคือบิดาของข้า ตอนข้าอายุได้สิบแปดปี ได้ตกหลุมรักชายคนหนึ่งเข้า ถึงขั้นลอบวางยากำหนัดเขา ในงานเลี้ยงวันเกิดของท่านพ่อ เมื่อความจริงปรากฏออกมา ท่านพ่อไม่ลังเลที่จะลงโทษข้า โดยการส่งข้ามาอยู่ที่นี่ ซึ่งเคยเป็นบ้านเดิมของท่าน ยามท่านเป็นเพียงชาวบ้านยากไร้”

          เว่ยหลิ่งจือลอบถอนหายใจเบา ๆ นี่คือสตรีโง่ที่หลงใหลบุรุษ จนทำลายชีวิตของตัวเองสินะ ความทรงจำอันน้อยนิดของเด็กน้อย ไม่มีเรื่องราวของเว่ยหนิงเอ๋อ

          ผีสาวรีบเอ่ยต่อ ‘เจ้าไม่รู้จักข้าย่อมเป็นเรื่องเข้าใจได้ ยามนั้นเจ้ายังไม่เกิดด้วยซ้ำ ว่าแต่เจ้าเป็นลูกของพี่ชายคนไหนของข้า แล้วเหตุใดถึงถูกส่งมาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง’

          เว่ยหลิ่งจือจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้นางฟัง ครั้นฟังจบ เว่ยหนิงเอ๋อรู้สึกโกรธแค้นแทนหลานสาวขึ้นมา

          ‘ฮูหยินรองเดิมทีร่างกายก็อ่อนแออยู่ก่อนหน้าแล้ว เหตุใดถึงได้เอาความตายของนาง โยนให้เด็กอย่างเจ้าแบกรับเอาไว้ จวนกั๋วกงไม่มีใครคัดค้านสักคนเลยรึ’

          ‘ท่านแม่คัดค้านแล้วแต่ไม่เป็นผล ท่านปู่ท่านย่าบอกว่า ให้นางมองภาพรวมของเรือนสาม ไม่ใช่เอาความรู้สึกส่วนตัวมาเป็นที่ตั้ง’

          เว่ยหลิ่งจือจำได้ว่าเว่ยกั๋วกงตำหนิมารดาของนาง บอกให้คิดถึงลูกอีกสองคนในเรือน โดยเฉพาะพี่ชายคนโตของนาง มารดาของนางจึงไม่มีเหตุผลอื่นมากล่าวแย้งได้อีก

          ถูกครอบครัวกดดันให้เลือกบุตรชายกับบุตรสาว สตรียุคนี้ย่อมเลือกบุตรชายอย่างไม่ต้องสงสัย เรื่องนี้เว่ยหลิ่งจือไม่โทษบุพการีทั้งสองของตนเลย

          ‘พี่สะใภ้สามเดิมทีก็เป็นเพียงบุตรสาวพ่อค้า ได้แต่งเข้าจวนกั๋วกงก็ถูกคนอื่นดูแคลนไม่น้อย นางคงไม่กล้ามีปากเสียง สงสารก็แต่เจ้า เอ่อ ให้เรียกเจ้าว่าอะไรดี’

          ‘คนอื่นเรียกข้าว่าจือจือ’

          ‘จือจือนี่เอง’

          ‘เช่นนั้นข้าเรียกท่านว่าท่านอาหญิงได้หรือไม่’

          ‘ย่อมได้ ๆ’ จู่ ๆ น้ำตาของท่านอาหญิงก็ไหลออกมา ‘ขอโทษเจ้าด้วย ข้ากลั้นน้ำตาไม่อยู่จริง ๆ เจ้าเป็นคนแรกที่มองเห็นข้า’

          เหนียนเหนียนตบเท้าลงบนมือของเจ้านาย ‘เป็นผีก็ร้องไห้ได้ด้วยรึ’

          เว่ยหลิ่งจือคลายยิ้มบาง ๆ ‘ผีก็มีหัวใจ น้ำตาก็เหมือนอากาศสลายไปโดยไร้ค่า’

          ‘จือจือเอ่ยถูกต้องแล้ว น้ำตาก็เหมือนอากาศช่างไร้ค่าเสียจริง’

          แววตาท่านอาหญิงสะท้อนเรื่องราว ที่เคยทำผิดพลาดในครั้งอดีต ไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งใดได้อีก

Expandir
Siguiente capítulo
Descargar

Último capítulo

Más capítulos

reseñas

pitpimol pitanilaphalin
pitpimol pitanilaphalin
นามนี้ รอมานาน สนุกมากๆ
2026-11-06 04:11:40
0
0
25 Capítulos
บทที่ 1 : เนตรอัปมงคล
บทที่ 1 : เนตรอัปมงคล ‘เว่ยหลิ่งจือ’ สตรีมเมอร์สาว ผู้กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังบนโลกออนไลน์ เธอได้รับการขนานนามว่า ‘เป็นผู้สื่อสารแห่งโลกวิญญาณ’ พร้อมยอดผู้ติดตามถึงห้าล้านแปดแสนคน ทว่าในขณะที่กำลังไลฟ์สดพูดคุยกับเหล่าแฟนคลับอยู่นั้น เธอกลับล้มฟุบเสียชีวิตลงอย่างไม่มีสาเหตุ วิญญาณหลุดเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กน้อยวัยสี่ขวบ ซ้ำยังถูกเรียกขานว่าเป็น ‘เนตรอัปมงคล’ มองเห็นสิ่งใดล้วนมีแต่เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น ก่อนหน้าเว่ยหลิ่งจือได้เข้าไปทักฮูหยินรองของเว่ยกั๋วกง บอกว่านางมีหมอกดำปกคลุมทั่วร่าง วันรุ่งขึ้นสตรีผู้เป็นนางในดวงใจของเว่ยกั๋วกง ก็ถึงแก่ความตาย เพราะปากพาซวยแท้ ๆ เด็กน้อยจึงถูกขังไว้ในห้องเก็บฟืนเพื่อรอคำสั่งลงโทษ ยามนั้นร่างกายของนางอ่อนแอจากพิษไข้ และได้จากโลกนี้ไปอย่างเดียวดาย ไม่รู้เพราะเหตุใด ดวงวิญญาณของเว่ยหลิ่งจือในยุคปัจจุบันถึงเข้ามาสวมร่างแทน หญิงสาวในวัยยี่สิบสามปี กลับต้องมาติดอยู่ในร่างเด็กน้อยวัยสี่ขวบ ที่กำลังจะถูกขับไล่ออกจากจวนไปอยู่ยังที่ทุรกันดาร เมืองฉาง ณ หมู่บ้านฟางเหนียง ตำบลฮุ่ยหยาง
last updateÚltima actualización : 2026-11-02
Leer más
บทที่ 2 : เจ้า จือจือ เจ้าดูไม่เหมือนเด็กสี่ขวบ
บทที่ 2 : เจ้า จือจือ เจ้าดูไม่เหมือนเด็กสี่ขวบ ภายหลังจากนั้น เว่ยหนิงเอ๋อได้เล่าเรื่องราวของนางให้หลานสาวฟัง ส่วนเหนียนเหนียนมันหลับตั้งแต่สองเค่อแรก ที่สองอาหลานพูดคุยกันแล้ว ‘ที่แท้ท่านอาหญิงก็ตายเพราะยายแก่ใจร้าย ที่ต้องการยึดเงินทองของท่าน ถึงขั้นวางยาในอาหารให้ท่านกิน เหตุใดก่อนหน้าไม่แก้แค้นนาง’ ท่านอาหญิง ‘ก่อนหน้าข้าไม่มีพลังวิญญาณเลย ยายแก่นั่นให้คนมาทำพิธีตรึงวิญญาณของข้าไว้ แม้แต่แตะต้องข้าวของข้าก็ทำไม่ได้ แต่น่าแปลกมากตอนที่เจ้าเข้ามาในเรือนหลังนี้ อาคมที่ตรึงวิญญาณของข้าก็สลายไปเอง ยิ่งข้าวนเวียนอยู่ใกล้เจ้า ข้าสัมผัสได้ว่าพลังวิญญาณมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เริ่มควบคุมสิ่งของได้แล้ว’ หลังได้ยินเว่ยหลิ่งจือเกิดความประหลาดใจขึ้นมา แม้ว่านางทะลุมิติมาได้หนึ่งเดือนกว่าแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราวของที่นี่มากนัก ‘เป็นเพราะข้ารึ’ ‘เดิมทีข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่เมื่อครู่เจ้าให้ข้ามาใกล้เจ้า เจ้าดูสิขาข้าเริ่มมองเห็นบ้างแล้ว’ ท่านอาหญิงชี้ไปที่ขาของตนเอง ‘จริงด้วย’ ก่อนหน้ามองเห็นแค่ครึ่งบน ตอนนี้เริ่มมองเห
last updateÚltima actualización : 2026-11-02
Leer más
บทที่ 3 : อ๋า มีเปลวไฟสีแดงที่ปลายนิ้วของข้า !
บทที่ 3 : อ๋า มีเปลวไฟสีแดงที่ปลายนิ้วของข้า ! จอมมารอัคคี ‘เจ้าสามารถเลือกได้ ว่าจะอยู่แดนสวรรค์หรือแดนมาร หรือว่ากลับคืนสู่โลกมนุษย์ดังเดิม หากเลือกโลกมนุษย์ เจ้าจะมีชีวิตไปตามเวรกรรมที่ก่อไว้ ไม่มีใครสามารถทำลายดวงจิตของเจ้าได้โดยพลการ’ เว่ยหลิ่งจือได้คำตอบแล้ว แต่ว่ารางวัลของการอยู่ครบร้อยภพร้อยชาติ ช่างเล็กน้อยเหลือเกิน ‘เรื่องที่ข้ามองเห็นดวงวิญญาณของคนตายได้ เกี่ยวข้องกับพวกท่านด้วยใช่ไหม’ จอมมารอัคคี ‘เรื่องนี้เกี่ยวกับข้าจริง ๆ แม้ข้าจะเป็นคนแดนมาร แต่แท้จริงแล้วข้าคือน้องชายแท้ ๆ ของพญายมเหยียนหลัวหวาง ราชาแห่งสิบขุมนรกและผู้พิพากษากรรม ดังนั้นการมองเห็นวิญญาณจึงเป็นการถ่ายทอดผ่านสายเลือดของข้า ยิ่งไปกว่านั้น เจ้ายังมีมรดกสายเลือดจากข้าเป็นอัคคีโลหิตมาร’ เว่ยหลิ่งจือ ‘อัคคีโลหิตมาร ?’ จอมมารอัคคี ‘อัคคีโลหิตมารสามารถแผดเผาภูตผีกับเหล่ามาร ให้ดับสลายไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ส่วนมนุษย์หากถูกเผาจะทำให้ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง ถึงขั้นสูญเสียชีวิตได้เหมือนกัน เจ้าว่ามรดกทางสายเลือดของบิดาเช่นข้า ล้ำค่าหรือไม่’ เว่ยหลิ่ง
last updateÚltima actualización : 2026-11-02
Leer más
บทที่ 4 : พวกผีเร่ร่อนพากันอพยพมาจากเมืองข้าง ๆ
บทที่ 4 : พวกผีเร่ร่อนพากันอพยพมาจากเมืองข้าง ๆ ‘อันใดรึ’ ‘ไม่ได้รับอนุญาต ก็เข้าใกล้ไม่ได้’ เว่ยหลิ่งจือเข้าใจแล้ว ‘ดีแล้ว ข้าก็ไม่อยากให้วิญญาณเหล่านั้น มาวุ่นวายกับข้าเหมือนกัน เหนียนเหนียนเจ้ากินนี่ด้วย’ นางเทข้าวต้มใส่ชาม ยื่นไปตรงหน้าของมัน มันเบะปากใส่เล็กน้อย แต่ต้องกินเพื่อความอยู่รอดของตัวมันเอง ‘ท่านอาหญิงท่านไปด้วยกันเถอะ’ ‘ขะข้าออกไปจากที่นี่ไม่ได้’ เหนียนเหนียนเลียชามจนเกลี้ยง ‘ไม่ลองจะรู้ได้อย่างไร ตอนนี้วิญญาณของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมไม่ใช่รึ’ ท่านอาหญิงมองสองนายบ่าวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า ‘ได้ข้าจะลองดู’ ท่านอาหญิงเดินตามหลังทั้งคู่ไปตรงประตูเรือน ทว่านางกลับไม่สามารถก้าวผ่านออกไปได้ เว่ยหลิ่งจือนึกสงสารนางขึ้นมา ไม่รู้มีสิ่งใดดลใจให้นางตรงเข้าไปจับมือของท่านอาหญิง แน่นอนว่านางสามารถสัมผัสดวงวิญญาณได้ แล้วลากพาออกจากประตูเรือนไป ‘ออกมาได้แล้ว...’ ท่านอาหญิงยังงุนงงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ‘ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง’ เว่ยหลิ่งจือเ
last updateÚltima actualización : 2026-11-02
Leer más
บทที่ 5 : จำไว้เจ้าคือเว่ยหลิ่งจือเจ้าของเรือนหลังนี้
บทที่ 5 : จำไว้เจ้าคือเว่ยหลิ่งจือเจ้าของเรือนหลังนี้ เรือนของจ้าวเหลียน สองแม่ลูกยืนถือไม้กวาดเตรียมขับไล่เว่ยหลิ่งจือ ปากก็ด่าทอนางไม่หยุดหย่อน จ้าวเหลียน “เจ้ามันเด็กปากอัปมงคล บ้านเมืองแห้งแล้งมานานหลายปี เพิ่งจะมีฝนตกลงมาแค่ไม่กี่วัน กลับมาแช่งให้เกิดน้ำท่วม ถุย ! น้ำท่วมมารดาเจ้าสิ ออกไปให้พ้น !” จ้าวผิง “เว่ยหลิ่งจือเจ้ามันนิสัยไม่ดี ขี้โกหก ออกไปจากเรือนของข้าเดี๋ยวนี้ !” นังเด็กนี่ ! “แง่ง !” “ท่านแม่นางปล่อยหมามากัดข้า !” “เหนียนเหนียนกลับมา อย่าให้ปากเจ้าสกปรก !” “ท่านแม่นางด่าข้า !” จ้าวผิงกระทืบเท้าเร่า ๆ ขณะที่สองนายบ่าววิ่งตัวปลิวออกจากเรือนของสองแม่ลูกไป ท่านอาหญิงเลิกสงวนท่าที เปิดปากหัวเราะเสียงเย็นยะเยือก มองดูหลานสาวกับสัตว์เลี้ยง ต่อกรกับสองแม่ลูกอย่างชอบใจ ‘ท่านอาหญิงหัวเราะพอหรือยัง’ ‘ได้ ๆ ข้าพอแล้ว ข้าก็เตือนแล้วอย่างไร สองแม่ลูกคู่นี้ไม่ชอบเจ้าอยู่ก่อนหน้าแล้ว พูดไปพวกนางก็ไม่เชื่ออยู่ดี’ เว่ยหลิ่งจือเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างสิ้นหวัง
last updateÚltima actualización : 2026-11-02
Leer más
บทที่ 6 : ท่านแม่นางกำพร้า !
 บทที่ 6 : ท่านแม่นางกำพร้า !           เมื่อเห็นว่าพ่อบ้านเว่ยมีท่าทีลังเล จ้าวเหลียนก็ทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น           “โธ่ ! คุณหนูของข้าช่างอาภัพนัก ถูกส่งมาอยู่ที่ห่างไกลเช่นนี้ เจอภัยแล้งก็ว่าแย่แล้ว ยังต้องมาเจอภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่อีก แม้แต่เรือนเก่าตระกูลเว่ยก็ไม่มีให้ซุกหัวนอน จากนี้ไปคงได้นอนอยู่ข้างถนน ขอทานเขากินเป็นแน่แท้”           เว่ยคุน “พ่อบ้านเว่ย คุณหนูรองเรือนสาม ตอนถูกส่งออกมามีอายุแค่สี่ขวบเท่านั้น หมู่บ้านแห่งนี้ขาดแคลนอาหารมานานหลายปี ช่วงสองปีมานี้นางจะผ่ายผอมลงบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด”           พ่อบ้านเว่ยยังคลางแคลงใจอยู่ “เจ้ามีหลักฐานยืนยันตัวตนหรือไม่”           จ้าวเหลียน “ท่านมองดูเรือนของคุณหนูข้าสิ ยังมีสิ่งใ
last updateÚltima actualización : 2026-11-03
Leer más
บทที่ 7 : พวกเจ้าสองอาหลานอำมหิตยิ่งนัก
บทที่ 7 : พวกเจ้าสองอาหลานอำมหิตยิ่งนัก          เซี่ยฮูหยินอดเอ็นดูท่าทางหนักใจของนาง ๆ ไม่ได้          “ได้ ๆ เจ้าคงลี้ภัยน้ำท่วมมากับพวกชาวบ้าน ยังไม่ได้รับแจกอาหารเลยใช่ไหม”          “เจ้าค่ะข้าตัวเล็กเกินไป เลยถูกคนเบียดออกจากแถว”          ข้าเป็นเด็กตัวเล็กน่าสงสาร           “แม่นมอู๋ไปเอาอาหารมาให้นางเร็วเข้า ให้นางนั่งกินตรงนี้แหละ”          “เจ้าค่ะฮูหยิน”          ภายในกระโจม เว่ยหลิ่งจือนั่งกินหมั่นโถวอย่างฝืดคอ นางแอบแบ่งหมั่นโถวให้เหนียนเหนียนด้วย แต่ก็หาได้รอดพ้นสายตาของเซี่ยฮูหยินไม่ ให้คนนำหมั่นโถวมาเพิ่มให้นางอีกลูก   &nb
last updateÚltima actualización : 2026-11-03
Leer más
บทที่ 8 : เพิ่งรู้ว่าท่านอาหญิงของเจ้าบ้าผู้ชาย
บทที่ 8 : เพิ่งรู้ว่าท่านอาหญิงของเจ้าบ้าผู้ชาย          ผีอนุภรรยา ‘เสี่ยวชิงเอ่ยมามีเหตุผล พวกเจ้าเป็นเด็กอายุไล่เลี่ยกัน พากันออกไปเที่ยวย่อมเข้าใจได้ พอออกไปแล้วก็หาเหตุผลขอแยกตัวกับนาง เช่ารถม้าออกไปที่หมู่บ้านที่บิดามารดาของข้าอยู่ ไม่ไกลหรอกนั่งรถม้าราวหนึ่งชั่วยามก็ถึงแล้ว’          เว่ยหลิ่งจือ ‘คงมีแค่ทางนี้จริง ๆ’          เมื่อนางเอ่ยปากขออนุญาตไปตลาดกับหลินเสวี่ยหยา เซี่ยฮูหยินไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด กำชับให้แม่นมอู๋ดูแลพวกนางให้ดี พอไปถึงตลาดเว่ยหลิ่งจือก็แสร้งทำเป็นพลัดหลงกับพวกนาง เพื่อเดินทางไปยังหมู่บ้านที่อยู่นอกกำแพงอำเภอ เพื่อทำงานที่ได้รับว่าจ้างให้สำเร็จ          สองสามีภรรยาถึงกับน้ำตานองหน้า หลังได้ยินว่านี่เป็นสมบัติของบุตรสาวที่ทิ้งไว้ให้ เว่ยหลิ่งจือทำหน้าที่เป็นผู้สื่อสารแห่งโลกวิญญาณ ถ่ายทอดทุกคำพูดของผีให้คนได้รับ
last updateÚltima actualización : 2026-11-03
Leer más
บทที่ 9 : หรือว่าเจ้าเป็นพวกต้มตุ๋นจริง ๆ
บทที่ 9 : หรือว่าเจ้าเป็นพวกต้มตุ๋นจริง ๆ          เด็กหนึ่งคนกับสุนัขหนึ่งตัว กำลังนั่งรอคอยลูกค้าคนแรกอย่างมีความหวัง ส่วนท่านอาหญิงก็คอยให้กำลังใจบัณฑิตรูปงามอยู่ด้านข้าง          ผู้คนเดินผ่านไปมาต่างพากันชี้นิ้วซุบซิบนินทา ว่าเด็กตัวเท่านี้กลับเลือกมาเป็นนักต้มตุ๋นได้          ครึ่งชั่วยามผ่านไป          บัณฑิตยากจนเขียนจดหมายได้สามฉบับ แต่เว่ยหลิ่งจือไม่มีลูกค้าแม้แต่คนเดียว นางอ้าปากหาวใกล้จะหลับอยู่รอมร่อ เหนียนเหนียนหลับไปก่อนหน้านี้แล้ว          “แม่หนู ๆ ตื่นเร็วเข้า”          “หืม ท่านเป็นใคร” เว่ยหลิ่งจือปรือตาขึ้นมามองสตรีตรงหน้า จากเสื้อผ้าที่สวมใส่น่าจะเป็นสาวใช้ในเรือนของใครสักคน    
last updateÚltima actualización : 2026-11-03
Leer más
บทที่ 10 : ข้าเป็นเด็กน้อยไร้ญาติขาดมิตร
บทที่ 10 : ข้าเป็นเด็กน้อยไร้ญาติขาดมิตร          วิญญาณฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาไหลอาบหน้าในทันที เว่ยหลิ่งจือยกนิ้วชี้แตะตรงใต้ตา ส่งสัญญาณว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้          “ใช่จริง ๆ ด้วย ท่านจะปกป้องคนเลวที่ฆ่าตัวเองไม่ได้นะ ท่านแม่ท่านคิดถึงคนอื่นในตระกูลซีด้วย วันนี้เขาฆ่าท่านได้ วันข้างหน้าข้ากับท่านพี่กับหลาน ๆ ของท่าน หรือคนอื่น ๆ จะอยู่รอดได้อย่างไร”          เว่ยหลิ่งจือไม่แสดงความเห็นใด นางต้องการให้พวกเขาตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตัวเอง          “ท่านแม่ ได้โปรด” ฉินฮูหยินทรุดตัวลงไปคุกเข่า ทั้งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตรงหน้า ใช่วิญญาณของแม่สามีหรือไม่          ความเงียบกินเวลาอึดใจหนึ่ง ก่อนที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะยอมเปิดปากบอกความจริง ผู้ที่วางแผนฆ่าตนโดยการใส่ยาพิษไร้สีไร้กลิ่นในอาหาร ไม่ใช่คนนอกกลับ
last updateÚltima actualización : 2026-11-03
Leer más
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status