Masukตู้เอ๋อร์!คำพูดของอวิ๋นจงจื่อทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงนามจริงของอ๋องหลูหยางคือหลินซูตู้ เขาเองก็เป็นบุคคลมีหน้ามีตา และมีน้อยคนนักในราชสำนักจะกล้าเอ่ยชื่อของเขาแต่อวิ๋นจงจื่อกลับเรียกเขาว่าตู้เอ๋อร์น่ะหรือ?ทุกคนรู้สึกว่าการมาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าติดตามทีละเหตุการณ์ ช่างน่า
นางไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยตอนนั้นเป็นเพราะนางต้องตาซูจิ้นก่อน และเป็นเซี่ยหลินหลางที่ขวางทางนาง จึงบีบให้นางต้องลงมือสังหารนี่ไม่ใช่ความผิดของนางเลย แล้วเหตุใดจึงต้องลงโทษนางด้วย?“อนุเยี่ยนอิจฉาข้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นางต้องคับแค้นใจแน่นอน คำพูดเหล่านั้นล้วนเสกสรรปั้นแต่งขึ้น หลักฐานก็เป็นของปล
ครั้นซูจิ้นได้ยินคำพูดของอนุเยี่ยน ร่างกายพลันสั่นสะท้านไม่หยุดเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ช่วยเขาไว้ในเวลานั้น คือ คืออนุเยี่ยนอย่างนั้นหรือ?อนุเยี่ยนอยู่เคียงข้างเขามาตลอด แต่เขากลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ทั้งยังยอมให้ฮูหยินซูทำลายลูกของอนุเยี่ยนอีกด้วยลูกของอนุเยี่ยน...เซี่ยหลินหลาง...ทั้งหมดเป็นเพราะเขา
“ข้ากำลังถามท่านอยู่นะ ท่านฟังไม่เข้าใจหรือ?” อนุเยี่ยนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “ทุกท่าน เพิ่มขึ้นมาอีกสักคนคงไม่มีปัญหากระมัง?”อนุเยี่ยนไม่ได้ทำความเคารพ และไม่ได้ทักทายผู้ใดทว่าทุกคนกลับไม่รู้สึกว่านางล่วงเกินเลยเมื่อเทียบกับกิริยามารยาทของอนุเยี่ยนแล้ว กลับเป็นฮูหยินซูเสียอีกที่ทำให้ผู้คนยิ่งรู้สึก
เพียงชั่วพริบตาเดียว ซูจิ้นรู้สึกราวกับฟ้าดินถล่มทลายลงมาในทันทีความโกรธความเครียดที่คุกครุนอยู่ภายในใจ ทำเอาเขาถึงกับกระอักเลือดออกมา ก่อนจะเป็นลมหมดสติไปในทันที“นายท่าน!”“ใครก็ได้!”“ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”ลู่จิ้นที่กำลังนั่งฟันเรื่องราวอยู่ด้านหลังนั้น — ซึ่งแท้จริงแล้วคือการร่ำสุราชมงิ้วสนุก ๆ
“ท่านบอกว่าท่านลืมแล้ว” หลินเฟยจิ้งหัวเราะออกมาอยู่พักใหญ่ “ถ้าเช่นนั้น แม้แต่บุญคุณที่มารดาของข้าเคยช่วยชีวิตท่านเอาไว้ ก็ลืมไปแล้วใช่หรือไม่?”“ข้าไม่ได้ลืม” ซูจิ้นอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบกลับไป“‘ไม่ได้ลืมหรือ? ท่านไม่ได้ลืมอะไรเลย สิ่งเดียวที่ท่านลืมก็คือตำแหน่งบาดแผลที่เกือบจะคร่าชีวิตของท่านไป” หลิ
ท่านหญิงหวาถงถูกทรมานด้วยความเจ็บปวดจนแทบจะบ้าคลั่งแล้ว ไม่ง่ายเลยที่นางจะรอให้หมอหลวงมาถึงได้ และโบกมืออย่างสุดกำลังเหล่าหมอหลวงจ้ำก้าวมาถึง ทำความเคารพพระพันปีก่อนพระพันปีโบกมือ บอกเป็นนัยให้พวกเขาไปรักษาท่านหญิงหวาถงหมอหลวงทั้งสองผลัดกันตรวจชีพจรของท่านหญิงหวาถงพวกเขาจ้องมองไปที่ท่านหญิงหวาถง
หลังจากกลับมาถึงจวนอ๋อง ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็กระโดดลงจากรถม้าและเดินขึ้นไปที่ศาลาจากศาลาสามารถชมทิวทัศน์ด้านนอกได้นางเห็นท่าทางของหลิ่วฉือที่กำลังคุ้มกันชื่อเจี้ยนขณะที่จากไป จึงยิ้มบาง ๆ“พระสนมเหยาเป็นคนที่มีความสามารถ นางเพิ่งจะยอมรับน้องชายไปเองก็เริ่มมองหาคู่ให้หลิ่วฉือเสียแล้ว แล้วยังถูกใจชื่อเจ
เมื่อฮ่องเต้ตรัสถึงตรงนี้ พระสุรเสียงก็ค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ ฮ่องเต้จ้องมองผู้คนที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทีเคร่งขรึมเป็นอย่างยิ่ง“เราจึงขอประกาศว่า นับแต่วันนี้เป็นต้นไป บุตรชายคนที่เก้าของเราซึ่งมีนามว่าตงฟางจิ่ว จะกลับคืนสู่ตระกูลตงฟางอย่างเป็นทางการ และจะได้รับบรรดาศักดิ์เป็น ‘ไหว’ หรืออ
ฉินเหยี่ยนเย่ว์เดินเข้าไปหาท่านหญิงอวี้ฉยง และดึงมือของนางออกอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงกรีดร้องได้ยินเพียงเสียงแกร๊บ และนิ้วมือของท่านหญิงอวี้ฉยงที่ห้อยลงก็กลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม“ก็เป็นเพียงการเคลื่อนตัวเท่านั้นเอง ทำให้กลับคืนตำแหน่งเดิมก็จะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ แล้ว” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว“ท่านหญิงหวา







