Share

บทที่ 3 เจอผีที่บ่อน้ำ

last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-10 11:12:37

หลี่เหม่ยหลินแม้จะชอบดื่มเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ แต่นางนั้นก็นับว่าคอแข็งยิ่งนัก จนแม่สามีเมาคออ่อนไปแล้ว แต่นางยังนั่งทรงตัวอยู่ได้ ช่างน่าประหลาดใจดีแท้

เมื่อสั่งให้คนส่งแม่สามีเข้าไปนอนพักแล้ว นางจึงคิดจะขอตัวกลับ แต่ทว่าจ้าวเฟยหลงกลับเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เป็นสตรีควรรักษากิริยา แต่นี่กลับมาดื่มกับแม่สามีจนเมามาย มันใช้ได้หรืออย่างไรกัน”

เขาเอ่ยกับนางอย่างไม่พอใจเท่าใดนัก แต่หลี่เหม่ยหลินสนใจเสียที่ไหน นางหันไปหยิบไหสุราขึ้นมาก่อนจะยกขึ้นดื่มต่อหน้าต่อตาเขา พลางหันมาเอ่ยตอบชายหนุ่ม

“เสด็จแม่ก็พอใจไม่ใช่หรือ ไม่เห็นจะต่อว่าอันใดหม่อมฉันเลย มีแต่ท่านอ๋องนั้นแหละที่ทรงบ่นไม่หยุด ระวังนะเพคะ เครียดมากไม่ดีนะเพคะ ดูสิ รอยตีนกาขึ้นเต็มหางตาพระองค์แล้ว”

“หลี่เหม่ยหลิน ไม่พบกันเพียงไม่กี่ปี ปากคอเจ้านี่มัน...!”

“ขอบพระคุณที่ทรงเอ่ยชมเพคะ แต่หม่อมฉันคิดว่าท่านอ๋องอย่าทรงเสียเวลามาด่าหม่อมฉันอยู่ตรงนี้เลย ไปหาเวลานอนดีกว่าเพคะ ขอบตาดำจนเหมือนคนติดผงศิลาแล้ว ช่างน่าสงสารยิ่งนัก”

“หลี่เหม่ยหลิน!”

“อย่าทรงเกรี้ยวกราดสิเพคะ ประเดี๋ยวโกธรง่ายจะตายไวเอาได้ แต่ถ้าท่านอ๋องจะรีบไปตาย หม่อมฉันก็ไม่คิดจะห้ามเพคะ”

เอ่ยจบนางก็เดินจากไปทันทีโดยไม่หันกลับมาสนใจชายหนุ่มอีก จ้าวเฟยหลงมองนางด้วยความหงุดหงิด เห็นทีสตรีผู้นี้คงจะรับมือยากไม่น้อย หากไม่ติดว่าต้องพึ่งดวงชะตาของนาง เขาคงไล่นางออกจากจวนไปนานแล้ว

อยู่ดีๆ ก็รู้สึกอยากท้าต่อยกับสตรีขึ้นมาเสียแล้ว!

ด้านหลี่เหม่ยหลินเมื่อกลับมาถึงเรือนพัก นางก็สั่งให้สาวใช้ออกไปให้หมด หลังจากล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแล้วก็นอนหลับไปพักใหญ่ เมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาช่วงบ่ายคล้อยแล้ว หญิงสาวรู้สึกหิวจึงสั่งให้สาวใช้ไปนำของว่างเข้ามาให้สักจาน เมื่อกินของว่างอิ่มแล้วจากนั้นนางก็ออกไปเดินเล่นที่สวนบุปผาด้านหลังจวนเพื่อผ่อนคลาย

จวนชินอ๋องงดงามอลังการไม่น้อย บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นเต็มไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ที่เติบโตตามฤดูกาล แม้แต่ดอกไม้หายากก็ยังมีให้เห็นอยู่รอบกาย ด้านหลังจวนยังมีสวนดอกไม้ที่แสนงดงามยิ่ง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีศาลาริมน้ำอีกด้วย

“พวกเจ้าไปรออยู่ตรงนั้นเถิด ข้าจะเดินเล่นคนเดียวเงียบๆ สักหน่อย”

หลี่เหม่ยหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงรำคาญเล็กน้อย นางไม่ชอบเลยเวลาที่มีสาวใช้คอยเดินตามตนเป็นพรวนเช่นนี้ ช่างไร้ความเป็นส่วนตัวยิ่งนัก เหล่าสาวใช้มีหรือจะกล้าขัดคำสั่งเจ้านาย จึงยอมทำตามแต่โดยดี แต่ถึงกระนั้นสายตาของพวกนางก็ยังจับจ้องมองเจ้านายของตนไม่หยุดหย่อน

เมื่อไล่สาวใช้ให้ไปอยู่ห่างตัวได้แล้ว หลี่เหม่ยหลินก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก นางเดินชมสวนดอกไม้ไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่ไม่ไกลจากตัวนางมากนัก

หญิงสาวหันไปมองโดยรอบแต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ จนกระทั่งสายตาของนางไปหยุดอยู่ที่บ่อน้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ติดกับต้นไม้ใหญ่ที่ดูแล้วน่าจะเป็นต้นดอกท้อ

เดิมทีมันก็ควรจะเป็นเพียงบ่อน้ำธรรมดาบ่อหนึ่งในสายตาของผู้คนทั่วไปที่ไม่ได้มีสัมผัสพิเศษอะไร แต่สำหรับหลี่เหม่ยหลินมันกลับไม่ใช่เช่นนั้น บ่อน้ำที่ควรจะสงบนิ่ง บัดนี้กลับมีสตรีนางหนึ่งกำลังโผล่ขึ้นมาจากบ่อน้ำ นางสวมชุดเหมือนสาวใช้ทั่วไป เสื้อผ้าเปียกโชก ผมเผ้ารุ่งรัง หน้าตาซีดเซียว เมื่อนางหันหน้ามาสบตากับหลี่เหม่ยหลินก็แสยะยิ้มออกมาจนเห็นฟันแหลมคมที่น่าสยดสยอง

เจออีกแล้ว!

หลี่เหม่ยหลินร้องอุทานขึ้นมาในใจเบาๆ นางไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือใจเต้นแรงเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมองวิญญาณตรงหน้าด้วยสายตาเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด นางไม่คิดเลยว่าในจวนที่แสนจะร่ำรวยแห่งนี้จะมีวิญญาณสิงสถิตอยู่ในบ่อน้ำเช่นนี้ด้วย

วิญญาณดวงนั้นแสยะยิ้ม ก่อนจะกระโดดขึ้นมาจากบ่อน้ำและเคลื่อนไหวสี่ขาในท่าผิดมนุษย์ตรงเข้ามาหาหลี่เหม่ยหลิน ทำท่าจะพุ่งเข้าใส่นาง

“เจ้าเห็นข้าหรือ ฮี่ๆๆ!”

วิญญาณสาวเอ่ยจบก็ตั้งท่าจะพุ่งเข้ามาหาหลี่เหม่ยหลิน หลี่เหม่ยหลินที่ยืนอยู่ตรงนั้นจึงยื่นมือไปกระชากผมของผีสาวอย่างแรง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเบาๆ

“ให้ตายเถอะ ข้าสัมผัสตัวเจ้าได้ด้วยหรือนี่ เยี่ยมไปเลย เวลาเจอผีก่อกวนจะได้ตบให้เลือดกลบปากตายซ้ำอีกรอบ”

เอ่ยจบนางก็ยกมือขึ้นต่อยไปที่ใบหน้าของผีสาวตนนั้นอย่างแรงจนมันร้องโอดครวญ ผีสาวเดิมทีคิดจะเข้ามาทำร้ายหลี่เหม่ยหลิน แต่กลับถูกนางเตะและต่อยซ้ำ จนผีสาวต้องยอมแพ้ เพราะหากไม่หยุดตนเองคงจะกลายเป็นศพตายซ้ำซ้อนไปอีกรอบเป็นแน่

“พอเถิด ข้าไม่อยากตายซ้ำซ้อนอีกแล้ว ข้าแค่ตกลงไปในบ่อน้ำจนตาย ไปเกิดไม่ได้เสียทีเพราะมีห่วง จึงวนเวียนอยู่ที่นี่เท่านั้น บังเอิญท่านเห็นข้า ข้าเลยอยากทักทายท่าน”

“ทักทายกับผีสิเช่นนี้!”

“ก็ข้าเป็นผี”

“เดี๋ยวก็กระทืบให้ตายซ้ำอีกรอบ!”

“ข้าไม่กล้าแล้ว”

ผีสาวยกมือขึ้นปิดหน้าพลางร้องไห้โฮจนหลี่เหม่ยหลินเริ่มสงสาร จึงบอกว่าจะไม่ตบผีซ้ำอีก ผีสาวจึงพอจะวางใจลงไปได้มาก เมื่อมีคนฟังตน นางจึงเล่าว่าตนเองเคยเป็นสาวใช้ของจวนนี้ อยู่มาวันหนึ่งเป็นเวลามืดค่ำแล้วนางออกมาตักน้ำไปใช้ อยู่ๆก็หน้ามืดจนพลัดตกบ่อและสิ้นใจตายจากไป แม้จะมีคนนำศพออกไปทำพิธีแล้ว แต่ตนก็ยังไม่อาจปล่อยวาง จึงไปเกิดใหม่ไม่ได้

“แล้วเจ้ามีห่วงอันใดกันเล่า จึงไม่ยอมไปเกิดน่ะ?”

“ข้าเป็นห่วงน้องสาวเจ้าค่ะ น้องสาวของข้าอยู่ที่หมู่บ้านนอกเมืองหลวง พวกเราเป็นเด็กกำพร้า มีท่านป้าคอยเลี้ยงดู แต่ว่าท่านป้าไม่ได้รักพวกเราเลย นางหลอกพาข้าไปขายที่โรงค้ามนุษย์ โชคดีที่พระชายาชินอ๋องซื้อตัวข้าเอาไว้ ข้าจึงตามมารับใช้พระชายา เพราะเป็นห่วงน้องสาวข้าจึงกลับไปหาท่านป้าและตกลงกับท่านป้าว่าจะส่งเงินเดือนทั้งหมดให้กับนางทุกเดือน แลกกับการที่นางอย่าเอาตัวน้องสาวข้าไปขาย เรื่องนี้ไม่มีใครในจวนอ๋องทราบเลย น้องสาวของข้านางอายุเพียงสิบสามปีเท่านั้น แต่ยามนี้ข้าตายแล้ว ไม่รู้ว่าน้องสาวข้าจะเป็นอย่างไรบ้าง พี่สาว ท่านช่วยน้องสาวข้าได้หรือไม่ ช่วยข้าหน่อยเถอะนะ ข้าติดต่อสื่อสารกับผู้ใดไม่ได้เลยนอกจากท่าน”

หลี่เหม่ยหลินได้ฟังก็รู้สึกสงสารจับใจจึงยอมรับปาก ในตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน นางก็เจอวิญญาณที่มาขอความช่วยเหลืออยู่เรื่อยๆ ถึงจะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว แต่เมื่อได้ยินว่าวิญญาณสาวตนนี้ทำเพื่อน้องสาว นางก็อดใจอ่อนไม่ได้

“ก็ได้ ข้าจะช่วยเจ้า แต่ไม่รับปากนะว่าจะสำเร็จหรือไม่”

“ขอบพระคุณท่านมากเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านเป็นใครกัน ข้าไม่คุ้นหน้าท่านเลย”

“เป็นพระชายาของจ้าวเฟยหลง”

“อ้อ ที่แท้ก็พระชายาน้อยนี่เอง”

ในขณะที่หลี่เหม่ยหลินกำลังสนทนากับผีสาว นางก็ได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นมาอีกรอบ

ช่วยเหล่าวิญญาณตกทุกข์ได้ยาก ปลดล็อกไอเทมกระดองเต่าวิเศษ!

หญิงสาวร้องว้าวในใจ ที่แท้หากนางช่วยเหลือวิญญาณที่ทุกข์ยากได้สำเร็จก็จะสามารถปลดล็อกไอเทมวิเศษได้อย่างนั้นหรือ ยอดเยี่ยมไปเลย แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่มันไม่ปลดล็อกไอเทมสุรารสเลิศหรืออาหารอันโอชะอันใดเทือกนั้น แต่ก็ช่างเถอะ อยู่ในยุคนี้ไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้าง มีกระดองเต่าวิเศษติดตัวเอาไว้ย่อมดีกว่า

เมื่อคิดได้เช่นนั้น นางจึงเก็บกระดองเต่าวิเศษไว้กับตัวเป็นอย่างดี ก่อนจะพูดคุยกับผีสาวตนนั้นต่อถึงรายละเอียดที่นางอยากทราบ จากนั้นก็ขอตัวกลับที่พักของตน เหล่าสาวใช้ต่างมองหน้ากันไปมา เมื่อเห็นเจ้านายเอาแต่ยืนพูดอยุ่คนเดียว แถมยังยกมือทำท่าทางด่าทอ ช่างน่ากลัวยิ่งนัก หรือว่าพระชายาจะเสียสติไปแล้ว ซ้ำร้ายยังไปนั่งอยู่ข้างบ่อน้ำและพูดคุยกับใครก็ไม่รู้ สาวใช้พวกนี้รู้ดีว่าเมื่อหลายปีก่อน บ่อน้ำแห่งนี้เคยมีนางกำนัลคนหนึ่งตกลงไปตาย จึงพากันตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

ด้านจ้าวเฟยหลงที่ยืนมองดูเหตุการณ์นั้นอยู่ไม่ไกลก็พลันขมวดคิ้วมุ่น เขาถึงกับคิดในใจว่า ได้แต่งเมียขี้เหล้าไม่พอ เมียยังสติไม่ดีอีกด้วย ไม่ได้การ! เขาต้องสั่งให้คนไปเรียนเชิญไต้ซือมาพบโดยเร็วเสียแล้ว!

รักษาตัวเองยังไม่ทันหาย นี่ยังต้องมารักษาเมียที่เพิ่งแต่งเข้าจวนมาอีก นี่มันเวรกรรมซ้ำซ้อนอันใดของเขากันนี่!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ท่านอ๋องได้เวลาสะเดาะเคราะห์แล้วเพคะ   ตอนจบ

    เมื่อเรื่องราวเลวร้ายผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความปกติเสียที นับเวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาร่วมสามเดือนเห็นจะได้แล้ว เติ้งฉีและหลี่เหม่ยหลินตรวจดูดวงชะตาของจ้าวเฟยหลงอีกคราหนึ่ง ก่อนจะพบว่ายามนี้ดวงชะตาของเขาพ้นเคราะห์ร้ายอันตรายแล้ว ดวงชะตาอายุสั้นของเขานั้นไม่มีอีกต่อไป นับแต่นี้เขาจะมีอายุยืนยาวไปจนแก่เฒ่าไม่ต้องหวาดกลัวสิ่งใดอีกเพราะเกิดเรื่องจ้าวหลานเล่นคุณไสยมนต์ดำในครานั้น จ้าวฮ่องเต้จึงมีรับสั่งให้คนที่เล่นคุณไสยโดยมิชอบต้องถูกจัดการโดยทันที แต่ถ้าใครใช้วิชาในทางที่ดีและไม่ได้ทำร้ายคนก็จะถูกยกเว้นเป็นกรณีพิเศษหลี่เหม่ยหลินนั้นเมื่อเห็นว่าจ้าวเฟยหลงหลุดพ้นคราเคราะห์ในครานี้ไปได้แล้ว นางจึงคิดว่าหมดเวลาของตนเสียที ต่อไปนางและเขาจะไม่มีพันธะใดต่อกันอีกต่อไป แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดนางจึงรู้สึกว่าตนเองค่อนข้างเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูกนางไม่เคยลืมข้อตกลงที่เคยมีร่วมกัน นางไม่เคยลืมเลยสักวันเดียว แต่ทว่านางไม่รู้เพราะเหตุใดนางจึงไม่อาจหักห้ามจิตใจของตนเองไม่ให้รักเขาได้เลย ด้านจ้าวเฟยหลงเองก็ไม่ต่างกัน เขาเองเมื่อได้ยินว่าตนเองพ้นคราวเคราะห์แล้วแรกเริ่มเขาดีใจมาก แต่

  • ท่านอ๋องได้เวลาสะเดาะเคราะห์แล้วเพคะ   บทที่ 21 จุดจบคนชั่ว

    นางสั่งให้คนไปตามท่านหมอมาตราดูอาการของจ้าวเฟยหลงและจ้าวมู่ฉีอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่เป็นไรแล้ว นางก็พอจะเบาใจลงไปได้มาก หากนับเวลาที่มาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็ร่วมครึ่งเดือนเห็นจะได้ และตอนนี้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ด้วยดีแล้ว แน่นอนว่าถึงเวลาที่พวกนางจะต้องเดินทางกลับเมืองหลวงกันเสียทีจ้าวเฟยหลงเดิมทีคิดจะเดินทางต่อ แต่เมื่อเห็นว่าจ้าวมู่ฉียังมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเข้าอยู่ เขาจึงพักต่อที่หมู่บ้านอีกหนึ่งวัน เพื่อให้อาการบาดเจ็บที่เท้าของจ้าวมู่ฉีดีขึ้นเสียก่อน เช้าวันต่อมาพวกเขาจึงออกเดินทางทันที หลี่เหม่ยหลินรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่แปลกไปของสองพี่น้องคู่นี้ พวกเขาไม่ต่อยตีกันอีก บางครั้งยังแอบไปสนทนากันคล้ายกับกำลังวางแผนบางอย่างร่วมกันอีกด้วยนางลอบตรวจสอบดูแล้วพบว่าจ้าวมู่ฉีไม่ได้มีพิษภัยใดๆ และเขายังไม่มีไออัปมงคลรอบกายเลยแม้แต่น้อย เช่นนี้นับว่าปลอดภัยต่อจ้าวเฟยหลงอยู่มากแล้ว เช่นนี้นี่ล่ะคนเราถึงเรียกว่ารู้หน้าไม่รู้ใจจ้าวมู่ฉีที่ดูเหมือนจะเป็นคนร้ายสุดท้ายกลับเป็นคนดี ส่วนคนอย่างจ้าวหลานกลับกล้าทำร้ายพี่ชายของตนเองได้อย่างเลือดเย็นแต่ทว่าคนทั้งหมดเพิ่งจะเดินทางออกจ

  • ท่านอ๋องได้เวลาสะเดาะเคราะห์แล้วเพคะ   บทที่ 20 เปิดใจ

    ด้านจ้าวเฟยหลงและจ้าวมู่ฉีนั้นก็พลัดตกลงมาจากหน้าผาพร้อมกัน ก่อนจะร่วงลงไปที่แม่น้ำสายใหญ่สายหนึ่ง ทว่าโชคดีที่ทั้งสองคนไม่เป็นอะไรมาก พวกเขาขึ้นมานอนทิ้งตัวอยู่ริมแม่น้ำ ก่อนจะหันมาสบตากันครู่หนึ่ง ในหัวของคนทั้งสองมีเรื่องราวมากมายที่คิดอยู่ไม่ต่างกันจ้าวเฟยหลงคิดอยู่เสมอว่าจ้าวมู่ฉีไม่ชอบหน้าเขามาโดยตลอด และอาจจะหาเรื่องทำร้ายเขาได้ตลอดเวลา แต่เขาไม่ได้มีความคิดอยากจะทำร้ายจ้าวมู่ฉีเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อเรื่องราวพลิกผัน คนที่ทำร้ายเขาคือจ้าวหลานไม่ใช่จ้าวมู่ฉี มันทำให้เขาค่อนข้างตกใจไม่น้อยเลย แม้จ้าวมู่ฉีจะกวนประสาทเขาอยู่บ่อยครั้ง ซ้ำยังชอบพูดสิ่งที่ไม่เข้าหูเขาไปบ้าง แต่กลับไม่เคยทำร้ายเขาเลยสักครั้งนอกจากเอ่ยวาจาเหน็บแนมเขาเพียงเท่านั้นส่วนจ้าวมู่ฉีก็ครุ่นคิดว่าตัวเขาตกเขาลงมาคราวนี้ อาจจะถึงคราวจบชีวิตลงแล้วเป็นแน่ เพราะจ้าวเฟยหลงนั้นเป็นพวกเดียวกับจ้าวมู่หลาน ย่อมไม่มีทางปล่อยเขาไปอย่างแน่นอนแต่รออยู่นานกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น มีเพียงจ้าวเฟยหลงที่ยื่นมือของตนออกมาตรงหน้าเขา บอกให้เขารีบลุกขึ้นมา จ้าวมู่ฉีค่อนข้างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอันใด“ไม่รู้ว่ายามนี้พวกเราอยู่ที่ใด

  • ท่านอ๋องได้เวลาสะเดาะเคราะห์แล้วเพคะ   บทที่ 19 ช่วยคน

    ด้านจ้าวหลานนั้นยามนี้เขาร้อนใจเป็นอย่างมาก เพราะอาการป่วยของมารดาไม่ใคร่จะสู้ดีเท่าใดนัก เขาถึงกับลักลอบหาหมอผีคนใหม่เข้ามาเพื่อดูอาการของมารดา โดยให้หมอผีสตรีนางหนึ่งปลอมตัวเป็นนางกำนัลเข้ามาในตำหนัก แต่ทว่าเมื่อมาถึงนางกลับส่ายหน้าไปมาและบอกว่าไม่อาจรักษาได้อีกแล้ว เขาเองไม่ต้องการให้ใครล่วงรู้หรือนำความลับนี้ออกไปเปิดเผยด้านนอก จึงสั่งให้คนสังหารนางและโยนศพทิ้งเอาไว้ในบ่อน้ำด้านหลังวังหลวงเสียเพราะเรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง เสด็จแม่ดื่มยาบำรุงไปหลายขนานแต่อาการกลับไม่สู้ดีเท่าใดนัก ซ้ำร้ายยังมีอาการประสาทหลอนเห็นแต่ผีอยู่ทุกวี่ทุกวัน ตัวเขาเองก็เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข หากเสด็จแม่เป็นอะไรไปเขาจะทำเช่นไรเล่า ที่ผ่านมาเขาพยายามอย่างหนักมาโดยตลอด อีกทั้งญาติทางฝั่งของเสด็จแม่นั้นนอกจากไม่ช่วยเหลือแล้วยังคิดจะฉกฉวยแต่ผลประโยชน์จากพวกเขาสองแม่ลูกไม่หยุดเพราะต้องดูแลมารดาทำให้เขาไม่มีเวลาไปที่ค่ายทหารลับของตนเองเท่าใดนัก ทำได้เพียงรอฟังข่าวสารจากองค์รักษ์ลับเท่านั้นก่อนหน้านี้คนของเขาถูกจ้าวเฟยหลงจับตัวได้ นั่นก็คือนายอำเภอเซวียนและเถ้าแก่หลี่ เพราะเกรงว่าสองคนนี้จะเปิดเผยค

  • ท่านอ๋องได้เวลาสะเดาะเคราะห์แล้วเพคะ   บทที่ 18 ยั่วยุ

    เพราะจ้าวมู่ฉีเป็นถึงเชื้อพระวงศ์อีกทั้งยังไม่อาจพาเขาไปให้ท่านหมอที่ด้านนอกรักษาได้อย่างส่งเดช ครั้นจะพากลับจวนอ๋องนางก็กลัวว่าจ้าวเฟยหลงจะอาละวาด หญิงสาวจึงตัดสินใจพาเขาไปหาเติ้งฉีทันที โชคดีที่เติ้งฉีกลับมาถึงบ้านพอดี เมื่อได้ทราบว่าจ้าวมู่ฉีเป็นใคร เติ้งฉีก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยวาจากระซิบกระซาบกับหลี่เหม่ยหลิน“นังหนูหลี่ เจ้าก็รู้นี่ว่าพวกเขาสองคนไม่ค่อยจะลงรอยกัน แล้วยังไปสนทนากับเขาอีกทำไมกัน?”หลี่เหม่ยหลินหันมามองเติ้งฉีก่อนจะเอ่ย“ลุงเติ้ง คนกำลังจะตาย ข้าจะใจดำทิ้งเขาไม่ไยดีได้อย่างไร ท่านทำได้แต่ข้าทำไม่ได้หรอกนะ ไหน ๆ ก็ช่วยมาขนาดนี้แล้ว มิสู้ช่วยให้มันจบ ๆ ไปเสีย อีกอย่างอาการของเขาใช้หมอธรรมดารักษาอย่างไรก็ไม่หายขาด ต้องใช้สมุนไพรชำระล้างไออัปมงคลของท่านช่วยอีกขนานหนึ่ง ขืนปล่อยเขากลับไปตอนนี้ มีหวังได้ตายกันพอดี”เติ้งฉีได้ฟังก็จนปัญญา ที่หลี่เหม่ยหลินเอ่ยมานั้นล้วนเป็นความจริง เขาจึงไม่รอช้ารีบไปต้มยาสมุนไพรและนำมาให้จ้าวมู่ฉีดื่มทันที ทหารที่ยืนอยู่คิดจะเข้ามาขวางแต่จ้าวมู่ฉีกลับยกมือขึ้นมาปรามเอาไว้จากนั้นเขาก็รับถ้วยยาสมุนไพรขึ้นมาดื่ม เพิ่งจะดื่มเข้าไปได้

  • ท่านอ๋องได้เวลาสะเดาะเคราะห์แล้วเพคะ   บทที่ 17 ตกหลุมรัก

    หลี่เหม่ยหลินถูกจ้าวเฟยหลงเคี่ยวกรำเสียจนแทบหมดแรง แต่น่าแปลกที่นางไม่ได้รู้สึกโมโหเขาเลยแม้แต่น้อย กลับกันยังรู้สึกชอบมากอีกด้วย นี่นางเสพติดเขาแล้วใช่หรือไม่ หญิงสาวมีท่าทีครุ่นคิด นางไม่เข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้นกับตนเอง แต่นางรู้สึกเพียงว่าในเมื่อเรื่องราวเลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้ว เช่นนั้นก็สะเดาะเคราะห์ล้างสิ่งอัปมงคลมันเสียทุกวันไปเลย ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอันใดมิใช่หรือหญิงสาวลุกขึ้นมาจากเตียงนอนหลังจากกินมื้อเช้าและไปคารวะแม่สามีแล้ว นางก็กลับมาที่เรือนของตนเอง วันนี้ได้เจอแม่สามี แม่สามีมองนางด้วยสายตาเอ็นดู อีกทั้งยังบอกว่าให้นางกินข้าวกินปลาเสียบ้าง เดี๋ยวจะหมดแรงเอาได้ หลี่เหม่ยหลินรู้สึกหน้าแดงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นางตอบรับคำเสียงอ่อนก่อนจะรีบขอตัวกลับมาที่เรือนของตนทันทียามนี้จ้าวเฟยหลงออกไปประชุมยามเช้าที่วังหลวงตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เจ้าหมอนั่นมีเรี่ยวแรงมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ เขาไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยบ้างเลยหรืออย่างไรกันตั้งแต่หาต้นตอของคุณไสยนั้นพบ และนางได้จัดการทำลายคุณไสยนั้นไปบางส่วนแล้ว หบลี่เหม่ยหลินก็รู้สึกว่ายามร่วมหลับนอนกับจ้าวเหยหลง นางไม่ได้รับรู้ถึงอัปมงคลนั้น

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status