Masukเด็กชายถูกใจกับคำว่า สหายมากถึงขั้นยิ้มกว้างไม่หุบ หยิบห่อเห็ดมาถือแล้วเดินจากไปแต่โดยดี ทว่าก็ยังมิวายหันมาโบกมือให้
“พรุ่งนี้หลังข้าเรียนเสร็จแล้วจะมาเล่นกับเจ้า !”
หลิงอันส่ายหัว ยกมือขึ้นโบกตอบ“ไม่ต้องรีบร้อน บ้านข้าต้อนรับเจ้าเสมอ”
“ไว้เจอกันไหมนะ”
เคลียเรื่องหยงซ่านเปาเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาบอกลาจางเหวินเสียที
“ไม่ต้องพูดอะไร ลุงจะเอาของไปส่งให้เจ้าที่บ้านก่อน แล้วจะกลับบ้าน”
“ขอบคุณท่านลุงเจ้าค่ะ”
ของที่ขนลงมาจากภูเขานั้นมีเยอะมาก ตอนแรกหลิงอันแค่คิดว่าจะขึ้นไปเก็บของป่าเล็กน้อย ขึ้นไปดูว่ามีอะไรพอให้นำกลับมาใช้ได้บ้าง ไม่คิดว่าจะเจอของดีเข้าจริง ๆ
เด็กสาวตัวน้อยมีความสุขมากที่การเริ่มต้นชีวิตไม่ได้แย่มากนัก จึงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แต่เหมือนว่าพระเจ้าจะไม่ได้ใจดีมากขนาดนั้นถึงได้ส่งคนมาทำลายความสุขของนาง
“จางเหวินอย่าหาว่าป้ายุ่งเรื่องของเจ้าเลยนะ การที่เจ้าเข้าไปยุ่งกับสตรีแต่งงานแล้วเช่นนี้ดูจะไม่เป็นผลดีอันใดต่อเจ้าเลย มีแต่จะทำให้เจ้าดูแย่ในสายตาคนอื่น”
หลิงอันเหลือบสายตามองอีกฝ่าย พอจะมองเจตนาของนางออก
หญิงสูงวัยคนนี้คือคนเดียวกับที่แนะนำบุตรสาวให้ท่านลุงจาง เด็กสาวที่พึ่งจะถึงวัยแต่งงานแต่นางกับคิดจะให้บุตรสาวแต่งเข้าบ้านจางเหวิน แถมคนที่ให้แต่งงานด้วยยังมีอายุมากกว่าบุตรสาวตนเองหลายปี ดูแล้วเด็กคนนี้พึ่งจะอายุสิบห้าสิบหกเอง ส่วนท่านลุงจางกับใกล้จะก้าวไปเลขสามแล้ว
ถึงความรักจะไม่เกี่ยวข้องกับอายุก็เถอะ แต่ฝ่ายชายแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้ชื่นชอบบุตรสาวบ้านตนขนาดนี้แล้ว สตรีตรงหน้ายังพยายามสร้างความขัดแย้งระหว่างครอบครัวตนกับท่านลุงจางขึ้นมาอีก
นางไม่รู้จริง ๆ หรือแสร้งไม่รู้ว่ายิ่งทำเช่นนี้จะยิ่งเป็นการทำให้จางเหวินรู้สึกแย่กับตนมากขึ้นไปอีก
“ท่านป้าหวัง ท่านไม่ต้องกังวลแทนข้า ข้าทำสิ่งใดอยู่ย่อมรู้ตัวเองดี และข้าก็ไม่คิดว่าการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับแม่นางหลิงกับบุตรสาวจะเป็นเรื่องผิดอะไร”
“จะไม่ผิดได้อย่างไร นางพึ่งจะถูกสามีไล่ออกจากบ้านมาไม่กี่เดือน เจ้าก็เข้าไปยุ่งเกี่ยวแล้ว หญิงหม้ายกับชายโสด แค่คิด...”
“ปากท่านป้ายังคงแซ่บเหมือนเคย คนที่กล้าพูดถึงการเกี่ยวดองระหว่างสองบ้าน กล้ามาวิจารการกระทำคนอื่นได้อย่างไร”
หลิงซุนถึงกับย่อตัวลงกอดบุตรสาวหลังได้ยินประโยคคำพูดของนาง
สายตาไม่ยินยอมของหลิงอันเหลือบมองหญิงสูงวัยอย่างท้าทาย คนพวกนี้ดีแต่สั่งสอนคนอื่นไม่ดูตัวเองเลยสักนิด ตนเองดีตายละ ใช้ชีวิตตัวเองให้ดีก่อนค่อยมาสนใจชีวิตคนอื่นไม่ได้หรืออย่างไร !
กลัวคนอื่นไม่รู้หรือว่าที่พูดออกมานั่นเพราะกลัวว่า ท่านลุงจางจะตกลงปลงใจกับมารดานางจนบุตรสาวบ้านตนพลาดโอกาสได้แต่งงานกับบ้านที่มีเงินนะ
“เจ้าเด็กคนนี้กล้ามากนะ นี่สินะที่เขาเรียกว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน”
“ท่านป้า หลิงอันยังเด็กเหตุใดถึงได้ถือสาหาความกับนาง”จางเหวินขมวดคิ้ว
“ก็ดูที่เด็กคนนี้พูดสิ เด็กที่ได้รับการสั่งสอนที่ไหนจะกล้าสอดปากเวลาผู้ใหญ่เขากำลังพูดกัน”
“หากท่านป้าไม่เอ่ยถึงครอบครัวข้า ไหนเลยข้าจะพูดขึ้นมา ทั้งที่อายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว ควรรู้ว่าอะไรสมควรพูดไม่สมควรพูด คำพูดดูถูกคนเช่นนี้ยังกล้าพูดออกมา ผู้ใหญ่นิสัยเช่นนี้ทำเอาข้านับถือไม่ลง”
หลิงอันจ้องอีกฝ่ายเขม็ง ไม่คิดจะยอมแพ้ให้กับสายตาโกรธเกลี้ยวที่มองมา
รู้ทั้งรู้ว่าทำเช่นนี้ไม่ได้เกิดผลดีอะไรเลย แต่นางกลับไม่อาจยอมให้อีกฝ่าดูถูกหลิงซุน นางแสนดีขนาดนี้ จิตใจดีขนาดนี้ นึกถึงความรู้สึกของคนเป็นบุตรสาวมากขนาดนี้
นางหาใช่คนที่เหมาะจะถูกผู้อื่นดูถูก !
“คิดว่าเด็กอย่างข้าไม่รู้หรือว่าท่านกำลังหวาดกลัวอะไรอยู่ถึงได้พูดจาไม่ดีเช่นนี้ออกมา ท่านกลัวสินะ กลัวว่าท่านลุงจางจะลงเอ่ยกับท่านแม่ข้า !!”
“หลิงอันพอได้แล้วลูก”น้ำเสียงอ่อนโยนข้างใบหูเรียกให้เด็กน้อยหันไปมอง แล้วหลิงอันก็ต้องประหลาดใจเมื่อดวงตาสบเข้ากับสีหน้าเด็ดเดี่ยวที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นจากมารดา ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะทำให้นางตัดสินใจอะไรได้สินะ
“ท่านป้าหวังข้าจะไม่ยอมให้ท่านต่อว่าและพูดจาทำร้ายความรู้สึกข้ากับลูกอีกแล้ว”
สายตานิ่งเฉยที่แสดงออกมาทำคนถูกจ้องหวาดกลัว
สตรีคนนี้เหตุใดอยู่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน !!
เถ้าแก่ร้านซาลาเปาชั่งใจเล็กน้อย ตนไม่เคยเห็นสัตว์หน้าตาประหลาดเช่นนี้มาก่อนจึงอดลังเลไม่ได้ แต่เมื่อสายตามองสบนัยน์ตาใสซื่อของเด็กสาว เหลือบมองประกายแวววาวตรงหน้า สีเขียวแดงของพริกตัดกันได้ดีกับสีขาวกระจ่างของตัวเนื้ออึก !!กลืนน้ำลายลงคอไปอึกหนึ่ง“ท่านลุงไม่กินหรือเจ้าคะ? เช่นนั้นหลิงอันกินเองเจ้าค่ะ!!” ว่าพลางขยับตะเกียบกลับมาหาตน ทว่าอีกฝ่ายกับเร็วกว่า เพียงพริบตาเดียวกุ้งตัวใหญ่ก็เข้าไปอยู่ในปากรสชาติเผ็ดเปรี้ยวกำลังดี ความเด้งนุ่ม และหวานที่ปลายลิ้นทันทีที่รสชาติมากมายตีกันอยู่ในโพรงปากเถ้าแก่เจ้าของร้านซาลาเปาถึงกับเบิกตากว้าง ยกมือปิดปาก ก่อนเอ่ยออกมาว่า“อร่อยมาก!! อาหารอะไรกันเหตุใดถึงได้มีรสชาติเลิศล้ำขนาดนี้!! แม่หนูเจ้าขายหรือไม่ลุงยินดีซื้อทั้งหมด!!”ปฏิกิริยาของเขากระตุ้นผู้คนมากมายซึ่งให้ความสนใจอยู่ก่อนแล้ว ผู้คนเริ่มขยับเข้ามาใกล้แสดงความสนใจกันมากขึ้น“มีขายเจ้าคะ แต่เป็นของร้านท่านลุงสือนะเจ้าคะ ท่านลุงสามารถเดินเข้าไปสั่งซื้อในร้าน ชื่อรายการอาหารคือกุ้งเผาน้ำปรุงรสเด็ดเจ้าค่ะ”ได้ยินดังนั้นเถ้าแก่ร้านถึงกับเข้าใจอย่างถ่องแท้ ที่แท้พวกเขาสองคนมาหน้าร้านเพื่อเร
งานแต่งงานของท่านแม่ผ่านพ้นไปแล้ว ด้วยไม่ต้องการขัดขวางช่วงเวลาหวานล้ำของคนทั้งคู่หลิงอันจึงขันอาสาออกจากบ้านมาดูอาหารชนิดใหม่กับสือกัง“แม่หนูอันเจ้าช่างเป็นเด็กรู้ความยิ่งนัก” สือกังเอ่ยยิ้ม ๆ ขณะเดินตรวจสัตว์ทะเลที่ได้มาวันนี้ด้วยกัน“เพราะข้ารู้ความไม่ใช่หรือเจ้าคะท่านลุงสือถึงได้ชื่นชอบข้า” ตอบออกไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม รอยยิ้มเต็มไปด้วยความถือดี“ฮ่า ฮ่า ใช่ เพราะเจ้าเป็นเช่นนี้ลุงถึงได้ชื่นชอบ” ว่าพลางก้าวขาตามหลังไปวันนี้ถือเป็นวันแรกที่ร้านมีสุขจะเปิดขายอาหารทะเล หลิงอันจึงเข้ามาตรวจความพร้อมทั้งมาคอยชิมรสชาติอาหารที่ทางพ่อครัวเป็นคนทำครึ่งเดือนนับจากวันแรกที่ได้พูดคุยกับท่านลุงชาวประมง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาร้านมีสุขได้นำอาหารทะเลเข้ามาหลายรอบให้พ่อครัวได้ลองฝีมือทำอาหารทะเล หลังผ่านพ้นความพยายามทั้งการปรับปรุงรสชาติและปรับปรุงรูปแบบการขนส่งในที่สุดวันนี้ร้านมีสุขก็พร้อมสำหรับเปิดขายอาหารทะเลเสียที“แม่หนูอันเจ้าพูดจริงใช่ไหม? คิดจะทำอย่างนี้จริง ๆ หรือ?” สือกังเอ่ยถามด้วยใจเป็นกังวลเขาไม่ได้กังวลว่าของจะขายไม่ได้ แต่กำลังกังวลกับวิธีการของเด็กสาวต่างหาก ถึงของจะขายไม่อ
“หลิงซุนข้ารู้ว่าการพูดเช่นนี้ในยามที่เจ้าอ่อนไหวนั้นถือว่าขี้ขลาดแต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังคงต้องการจะพูด”ฝ่ามือใหญ่ติดแห้งกร้านจากการทำงานหนัก นัยน์ตาดำขลับแสนจริงจัง ท่าทางของเขาที่คุกเข่าข้างหนึ่งยื่นมือออกมาจับมือหลิงซุนไปกุมไว้ล้วนสะท้อนภายในนัยน์ตาหลิงอัน“เจ้ายินดีจะให้ข้าดูแลเจ้านับจากวันนี้ไปจนกว่าชีวิตจะดับสูญหรือไม่?”จางเหวินยิ้มบางเบา จ้องมองนางไม่วางตาคนถูกขอกะทันหันตั้งตัวไม่ทันอยู่บ้าง หญิงสาวที่สะอื้นไห้น้ำตาถึงกับหยุดชะงัก เบิกตากว้างมองอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง“ขะ...ข้า คือว่าข้า...” หลิงซุนอ้ำอึ้งสายตาเหลือบมองบุตรสาวข้างกาย ทำให้ได้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยน สายตาเชื่อมั่นความมั่นใจที่ถูกโยนทิ้งไปพลันถูกเก็บขึ้นมาอีกครั้งยามหันมองสบนัยน์ตาดำขลับตรงหน้า สายตาสั่นไหวจึงเปลี่ยนเป็นหนักแน่น“ข้ายินดี”ผ้าแพรสีแดงปลิวไสว บรรยากาศครื้นเครงวันนี้ถือเป็นวันดีของสองแม่ลูกหลิง รวมถึงเป็นวันดีของจางเหวินชายหนุ่มผู้ครองตัวเป็นโสดมานานหลายปี ไม่เคยมีข่าวข้องเกี่ยวกับบุตรสาวบ้านใด ตอนนี้กำลังแต่งตัวเพื่อเข้าพิธีแต่งงานกับหญิงสาวที่ตนพึงใจด้วยเป็นงานแต่งของชาวบ้านธรรมดาจึงไม่ได้จัดงานอย่
หลิงซุนไม่พูดจาเอาแต่ร้องไห้เงียบ ๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาทั้งอย่างนั้นไม่สนใจกระทั่งยกมือเช็ดคราบน้ำตาออกจากห่างตา หญิงสาวยิ้มเยาะตนเองในใจพลางคิดไปถึงความคาดหวังเล็กน้อยแสนริบหรี่ที่เคยเกิดขึ้นทั้งที่รู้ว่าพวกเขานั้นหาได้สนใจ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าพวกเขาคาดหวังอะไรกับนาง ถึงอย่างนั้นก็ยังแอบคาดหวังราวกับคนโง่คิดว่าพวกเขามาหาเพราะนึกได้ว่ามีบุตรสาวเช่นนาง หรือไม่ก็คิดว่า นางยังเป็นบุตรสาวหากเปรียบความคาดหวังเป็นความฝันคงเป็นฝันแสนสั้นที่เพียงหลับตาก็ต้องลืมตาตื่นขึ้นมารับรู้ความเป็นจริงเด็กสาวก้าวเข้ามาในบ้านมองภาพมารดาถูกบุรุษผู้หนึ่งประคองไหล่ไม่ให้ทรุดตัวลงไปด้วยหัวใจปวดหนึบแผ่นหลังที่เคยคิดว่าแข็งแกร่งบัดนี้นางกลับมองเห็นรอยปริแตกบางเบา“ท่านแม่...” น้ำเสียงเจือนัยกังวลเอ่ยขึ้นขยับขาเข้าไปใกล้ หลิงซุนหลุบตามองบุตรสาวตัวน้อยแสนแข็งแกร่ง เด็กสาวที่คอยปกป้องตนอยู่เสมอ“อันเอ๋อร์ลูก ฮึก แม่ ฮึก ทั้งที่แม่คิดว่าทำใจได้แล้วแท้ ๆ แต่พอได้ยินคำพูดเหล่านั้นจากปากพวกเขาแม่ก็ยังอดรู้สึกเจ็บหน่วงที่ใจไม่ได้ ฮึก” หญิงสาวย่อตัวลงโอบกอดบุตรสาวหลิงอันยกมือกอดตอบ“ท่านแม่ ที่ท่านยังรู้สึกเพราะ
เนิ่นนานไม่หวาดกลัว พอมองเห็นอำนาจแล้วถึงพึ่งมานึกเสียใจสองแม่ลูกตระกูลหวังรับรู้แล้วว่าหลิงอันรู้เห็นในการกระทำของพวกนางถึงขั้นรีบหันหลังกลับออกไปไม่กล้ามอง ด้วยหวาดกลัวว่าหากยังอยู่ต่อจะอาจจะโดนลูกหลงเข้าก็เป็นได้ฝ่ายเจียลี่ที่ถูกคำพูดสือกังทำให้บื้อใบ้ใบหน้าซีดเผือด ปลายนิ้วที่ชี้ไปยังชายหนุ่มถูกดึงกลับมา“ใจจริงข้าไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องของครอบครัว แต่ในเมื่อพวกท่านเล่นละครไร้คุณธรรม คิดหวังในทรัพย์สินของผู้อื่น ก็คงต้องให้ศาลตัดสินความผิดแล้ว”“ศาล!! ไม่ ข้าไม่อยากไปศาลอะไรทั้งนั้น!!”“ในเมื่อท่านไม่ต้องการเช่นนั้นก็มาคุยกันดี ๆ ดีกว่า ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กน้อยจากข้าแล้วกัน”ถึงตอนนี้แล้วนางจะยังทำอะไรได้อีก ชาวบ้านธรรมดามักหวาดกลัวสถานที่ที่เรียกว่าศาลกันทั้งนั้น หากต้องไปจริง ๆ มีหวังได้เป็นลมล้มไปเสียตอนนี้เจียลี่ที่หวาดกลัวอำนาจเบื้องหลังสือกังพยักหน้าราวแม่ไก่จิกหาของกิน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรล้วนเชื่อฟัง“เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก ข้าจะให้พวกเจ้าเขียนหนังสือแยกบ้านออกมายืนยันการตัดสัมพันธ์เสีย”ไม่ว่าเปล่าสือกังหันไปสั่งให้คนของตนไปนำหนังสือสัญญาออกมา ปกติเขามักจะพกหน
“ไม่จริง!! พวกเจ้ารวมหัวกันหลอกข้า โกหกเรื่องกฎแคว้น กลัวว่าข้าจะนำเงินบ้านหลิงซุนไปจนหมด พวกเจ้าโกหกข้า!!”ยืนรอหน้าบ้านมานานหลายวัน ทั้งยังต้องทนกับสายตาของชาวบ้าน นางจะไม่ได้อะไรกลับไปเลยไม่ได้เด็ดขาด ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ตนต้องนำตัวหลิงซุนกลับไปให้ได้พอกลับไปแล้วจะต้องสั่งสอนลูกคนนี้ให้รู้จักเชื่อฟังเช่นเดิม ออกจากบ้านมานานปีกกล้าขาแข็งถึงขั้นไม่เชื่อฟังแม่อย่างนางแล้ว!!“หลิงซุนเจ้ายืนนิ่งอยู่ทำไม รีบเชิญข้าเข้าไปในบ้าน เรื่องนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง เจ้าต้องกลับบ้านไปกับข้าหรือไม่ก็ปล่อยให้ข้ากับพี่ชายเจ้าเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย เจ้ามีเงินแล้วสมควรเลี้ยงดูครอบครัว อย่าได้ปล่อยให้อดอยาก!!”หากเป็นเมื่อก่อนชาวบ้านหลายคนคงจะยืนข้างฝั่งบ้านเดิมหลิงซุน แต่หลังจากได้รับความช่วยเหลือจากพวกนาง ได้เห็นว่าครอบครัวที่ทำดีต่อครอบครัวหลิงนั้นมีความเป็นอยู่เช่นไร ทั้งยังได้เห็นว่าครอบครัวที่หันหลังให้ครอบครัวหลิงนั้นจะเป็นเช่นไร ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงหันเหไปทางสองแม่ลูกหลิงพวกเขาเริ่มกระซิบกระซาบพูดคุยเกี่ยวกับการกระทำของเจียลี่ นึกย้อนไปยังไม่กี่เดือนก่อนที่สองแม่ลูกหลิงต้องใช้ชีวิตกันอย่างขัดสนพว







