ราคะ ปรารถนา

ราคะ ปรารถนา

last updateآخر تحديث : 2026-02-23
بواسطة:  หรงเย่า / นาย่าمستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
105فصول
1.5Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ราคะเร่าร้อน ความปรารถนาครอบงำ ความต้องการ...อยากได้ อยากครอบครอง ค่ำคืนมืดมิด สัมผัสคืบคลานปลุกเร้า การเสพสมสุขซ่าน ความกระสันที่ต้องการการปลดปล่อย ความกระหายที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องได้รับการเติมเต็ม หมัวหวาง ราชันแห่งภูติผีปิศาจ ล่อลวงให้สตรีพานพบความปรารถนา เซียจื่อ กู่สังหารที่รับเพียงคำสั่งของผู้เป็นนาย ทว่าสิ่งที่แลกมาก็ต้องเร่าร้อนเท่าเทียม เยวี่ยอิ่ง เกิดมาพร้อมปานดอกโบตั๋นและกลิ่นหอมเย้ายวนในคืนจันทร์เสี้ยว ทว่าเงามืดคืบคลานยามค่ำคืนทำให้ใจสั่น เสวียนอู่ เครื่องสังเวยมนุษย์ที่ต้องแลกมากับความเต็มตื้นรุกเร้าจนหญิงสาวบิดเร่า จิ้งจอกพันปี รอคอยเพื่อให้เขากลับมาไม่ว่าจะกี่ชาติภพ ภาพวาดดอกสือซว่าน แทนความตายอันเป็นนิรันดร์ที่ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่อาจปฏิเสธที่จะได้ครอบครอง ในเรือนที่ปิดตาย ค่ำคืนเงียบงัน...เงามืดย่างกราย เรือนร้างที่เคยปิดตาย มีปริศนาที่รอวันเปิดเผย

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

หมัวหวาง 1

ในยุคสมัยที่ผู้คนยังคงล้าหลัง ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวไปกว่าความเชื่อของมนุษย์ ยิ่งเป็นความเชื่อที่ไม่อาจพิสูจน์ ผู้คนก็ยิ่งหวาดกลัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตนสบายใจ

เช่นกันกับการบูชายัญสตรีพรหมจรรย์ที่มีให้เห็นในทุกๆ ปี หมู่บ้านเหรินเซิงก็คือหนึ่งในตัวอย่างของการบูชายัญอันโหดเหี้ยม

ท่ามกลางป่าเขารกทึบเศษชิ้นส่วนของโลงศพมากมาย บวกกับเศษเสื้อผ้าขาดวิ่น ถูกทิ้งเอาไว้ไม่มีใครสนใจเข้าไปเก็บกวาด นอกเสียจากว่าวันเวลาจะผ่านพ้นไปหนึ่งปี ครบรอบการบูชายัญเจ้าป่าเจ้าเขาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นจะมีคนเข้าไปเก็บกวาด ทั้งนี้ก็เพื่อนำโลงศพใบใหม่เข้าไปตั้งไว้ยังจุดเดิม

การบูชายัญของคนในหมู่บ้านเหรินเซิง เชื่อกันว่าเป็นการบูชาเจ้าป่าเจ้าเขาที่อยู่ในป่าลึก ทั้งนี้ก็เพื่อให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ไร้ซึ่งโรคระบาด สามารถเพาะปลูก รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชสมุนไพร

ปีนี้เหลียงซานฝนฟ้าอุดมสมบูรณ์ หากแต่พืชสมุนไพรกลับหายาก เถ้าแก่ร้านขายสมุนไพรไม่อาจหาซื้อสมุนไพรบางชนิดเข้าร้าน แม้ชาวบ้านในหมู่บ้านเหรินเซิงจะขึ้นเขาและล่วงล้ำเข้าไปในป่าต้องห้าม ถึงอย่างนั้นสมุนไพรที่ได้กลับมาก็ยังไม่ครบ

คนหาของป่าเองก็บ่นกับเถ้าแก่ว่าปีนี้พิธีบูชายัญใกล้เข้ามาแล้ว หากอยากให้ของป่าอุดมสมบูรณ์เช่นทุกครั้ง มีเพียงต้องบูชาเจ้าป่าเจ้าเขาซึ่งหากเถ้าแก่ร้านสมุนไพรต้องการ เขาสามารถหาสตรีพรหมจรรย์สักคนไปทำพิธี จากนั้นอธิษฐานให้พืชสมุนไพรกลับมางอกงามเช่นปีก่อนๆ

อยู่ๆ เขาก็นึกถึงการปราบปรามกบฏที่เมืองหงโจว น้องเขยของเขาเป็นเจ้าเมืองที่นั่น “ต้าสือ ให้คนเตรียมม้าเร็วเอาไว้ ข้าจะส่งจดหมายไปให้น้องเขยของข้าที่เมืองหงโจว”

“ขอรับ”

เขาเร่งเขียนจดหมายและให้คนรีบส่งไปยังจวนเจ้าเมืองหงโจว ในใจกำลังคำนวณว่าหากเป็นนักโทษชายก็น่าจะเริ่มถูกประหารไปบ้างแล้ว ในส่วนของนักโทษที่เป็นสตรีหากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดก็จะถูกส่งตัวไปลานประหาร

แต่หากมีความสัมพันธ์รองๆ ลงไป ก็จะถูกขายตัวเข้าหอนางโลม หรือมีบ้างที่ถูกส่งตัวไปเป็นทาสเพื่อใช้แรงงานที่ชายแดน

รถม้าแล่นไปตามท้องถนนอย่างเร่งรีบ คนด้านในที่ถูกมัดมือมัดเท้า รวมไปถึงริมฝีปากที่มีผ้าอุดเอาไว้ ทำให้ไม่อาจส่งเสียงแม้ทรมานจนแทบหมดสติ

นึกถึงบิดาที่ถูกใส่ร้ายว่าลอบเป็นสายลับให้เผ่าอาหมาน กระทั่งทำให้มารดาและพี่ชายทั้งสองคนถูกประหารด้วยการแขวนคอก่อนหน้านี้ หญิงสาวได้แต่น้ำตาหลั่งริน

ภายในชั่วข้ามคืนจากจวนคหบดีอันมั่งคั่ง ตระกูลอินกลับตกต่ำจนแม้แต่ชีวิตก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ ได้แต่ตรอมตรมกับคำกล่าวหาและหลักฐานเท็จที่เจ้าเมืองหงโจวสร้างขึ้น

คืนก่อนหน้านี้มีเสียงซุบซิบกันหน้าห้องขัง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวถึงเรื่องการบูชายัญ มีคนจากหมู่บ้านเหรินเซิงกำลังมองหาสตรีพรหมจรรย์เพื่อส่งเข้าไปให้ท่านเจ้าป่า นางได้ยินนามของตนเองก็อดตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้

นางเพิ่งอายุครบสิบห้าและเพิ่งผ่านพิธีปักปิ่น ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตผ่านร้อนผ่าวหนาวอย่างที่บิดามารดาปรารถนา กลับต้องมาตายเพียงเพราะถูกผู้อื่นให้ร้าย

มารดาน้ำตานองใบหน้าขณะมองหน้านาง “ขอเพียงไม่ถูกประหารในวันนี้ เยวี่ยเอ๋อร์เจ้าจงมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ พี่ชายของเจ้า บิดาของเจ้า ตัวข้าเองที่เป็นมารดาของเจ้า พวกเรามีเจ้าเป็นความหวังเดียวที่จะล้างมลทิน”

หญิงสาวร่ำไห้กับมารดา “ท่านแม่...” นางส่ายหน้าด้วยความหวาดกลัว”

“ไม่เป็นไร” มารดาปลอบนาง “แม้ดิ้นรนจนถึงที่สุดแล้วยังไม่เกิดผล เช่นนั้นก็ถือเสียว่าเป็นโชคชะตาของพวกเรา หากถึงวันนั้นแม่จะมารับเจ้าไปหาพ่อกับพี่ชายของเจ้า”

อินเยวี่ยน้ำตารินเมื่อนึกถึงรอยยิ้มสุดท้ายของมารดา ภายในห้องขังมารดาของนางถูกแขวนขึ้นกับขื่อ จากนั้นท่านเจ้าเมืองก็จัดฉากแจ้งกับทุกคน

...นางกับมารดาผูกคอตายหนีความผิด จากนั้นลอบส่งตัวนางขึ้นรถม้าออกมาจากเมืองหงโจวกลางดึก

หนึ่งคืนกับอีกหนึ่งวันแล้วรถม้ายังคงไม่ยอมหยุด ทั้งยังเร่งเดินทางโดยไม่หยุดพัก บนรถม้ามีสตรีวัยกลางคนหน้าตาเย็นชาคอยป้อนน้ำข้าวต้มให้นางทีละช้อน หวังว่านางจะไม่อดตายก่อนไปถึงจุดหมายปลายทาง

บ่ายคล้อยวันที่ห้าในที่สุดรถม้าก็จอดลง อินเยวี่ยถูกลากลงจากรถม้า นางถูกจับอาบน้ำฉัดสีฉวีวรรณและสวมชุดแพรพรรณงดงามสีแดงราวกับเจ้าสาว

การบูชายัญกำลังจะเริ่มขึ้น นางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว มองชาวบ้านของหมู่บ้านเหรินเซิงที่ในดวงตามีเพียงความเย็นชา ทุกคนล้วนมองนางราวกับนางไม่ใช่คน

เมื่อนางอ้อนวอนขอความเมตตา พวกเขากลับกล่าวว่านางเป็นเพียงนักโทษประหาร ความจริงก็สมควรตายอยู่แล้ว พวกเขาให้โอกาสนางอยู่ต่อมาจนถึงวันนี้ อย่างน้อยนางก็สมควรตอบแทนด้วยการกลายเป็นเครื่องสังเวยให้เขาเจ้าป่าแห่งเหลียงซาน!!!

อินเยวี่ยมองโลงศพขนาดใหญ่ตรงหน้า นางกรีดร้องออกมาสุดเสียง ให้อย่างไรก็ไม่ยอมเข้าไปในนั้น ถึงอย่างนั้นเรี่ยวแรงของนางไหนเลยจะทานทนกำลังคนที่มากกว่า ในที่สุดนางก็ถูกยัดเข้าไปในโลงศพ...ทั้งเป็น!!!

“ช่วยข้าด้วย พวกท่านอย่าทำเช่นนี้ ข้าขอร้อง ปล่อยข้าไป ได้โปรด!”

นางตะโกนเสียงแหบแต่เสียงตอบกลับมามีเพียงการสนทนาที่กำลังบอกชัดว่าพวกเขากำลังแบกโลงศพขึ้นไปบนเขา หญิงสาวครูดปลายเล็บพยายามกับฝาโลงศพ พยายามมองลอดรูเล็กๆ ที่ถูกเจาะเอาไว้ด้านข้างโลงศพ

ความมืดท่ามกลางแสงคบเพลิง ป่ารกทึบอันน่ากลัว นางร้องไห้กรีดร้องจนหมดแรง ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีผู้ใดสนใจกระทั่งทิ้งนางเอาไว้ใต้ช่องเขา

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
105 فصول
บทที่ 1
หมัวหวาง 1ในยุคสมัยที่ผู้คนยังคงล้าหลัง ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวไปกว่าความเชื่อของมนุษย์ ยิ่งเป็นความเชื่อที่ไม่อาจพิสูจน์ ผู้คนก็ยิ่งหวาดกลัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตนสบายใจเช่นกันกับการบูชายัญสตรีพรหมจรรย์ที่มีให้เห็นในทุกๆ ปี หมู่บ้านเหรินเซิงก็คือหนึ่งในตัวอย่างของการบูชายัญอันโหดเหี้ยมท่ามกลางป่าเขารกทึบเศษชิ้นส่วนของโลงศพมากมาย บวกกับเศษเสื้อผ้าขาดวิ่น ถูกทิ้งเอาไว้ไม่มีใครสนใจเข้าไปเก็บกวาด นอกเสียจากว่าวันเวลาจะผ่านพ้นไปหนึ่งปี ครบรอบการบูชายัญเจ้าป่าเจ้าเขาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นจะมีคนเข้าไปเก็บกวาด ทั้งนี้ก็เพื่อนำโลงศพใบใหม่เข้าไปตั้งไว้ยังจุดเดิมการบูชายัญของคนในหมู่บ้านเหรินเซิง เชื่อกันว่าเป็นการบูชาเจ้าป่าเจ้าเขาที่อยู่ในป่าลึก ทั้งนี้ก็เพื่อให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ไร้ซึ่งโรคระบาด สามารถเพาะปลูก รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชสมุนไพรปีนี้เหลียงซานฝนฟ้าอุดมสมบูรณ์ หากแต่พืชสมุนไพรกลับหายาก เถ้าแก่ร้านขายสมุนไพรไม่อาจหาซื้อสมุนไพรบางชนิดเข้าร้าน แม้ชาวบ้านในหมู่บ้านเหรินเซิงจะขึ้นเขาและล่วงล้ำเข้าไปในป่าต้องห้าม ถึงอย่างนั้นสมุนไพรที่ได้กลับมาก็ยังไม่ครบคนหาของป่าเองก็บ่นกับเถ้
اقرأ المزيد
บทที่ 2
หมัวหวาง 2แสงจากคบเพลิงหนึ่งเดียวที่ถูกทิ้งเอาไว้ ทำให้นางมองลอดออกไปเห็นความเคลื่อนไหวด้านนอก ของเซ่นไหว้ที่มีทั้งข้าวปลาอาหาร เนื้อสดๆ ทั้ง ไก่ วัวครึ่งตัว หมูครึ่งตัว สุรา ผลไม้ กระทั่งผ้าแพรพรรณล้ำค่า เงินกระดาษเสียงบางนอกช่องเขาดังขึ้นคล้ายเสียงสัตว์ ทั้งที่ก่อนหน้าไม่มีเสียงใดนอกจากหริ่งหรีดเรไรที่ก้องไปทั่วป้ายามค่ำคืน อินเยวี่ยที่ร้องไห้จนหมดแรงพยายามเพิ่งมองออกไปนอกโลงศพ นางหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่กลับมองไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดย่างกรายเข้ามาในช่องเขาเล็กๆ แห่งนั้นไม่รู้เวลาผ่านไปกี่ชั่วยามแล้ว คบเพลิงน้ำมันถูกเผาไหม้กำลังหรี่ลง เงาวูบวาบปลุกหญิงสาวจากความเหน็ดเหนื่อยง่วงงุน นางเพ่งสายตาออกไปด้านนอกแต่กลับมองไม่เห็นสิ่งใดเลยสายลมเอื่อยๆ พัดผ่านช่องเล็กๆ ข้างโลงศพเข้ามา ผิวกายถูกสายลมเย็นคลอเคลียเพราะแพรพรรณสีแดงนั้นบางเบานัก นางตัวสั่นทั้งกลัวและหนาวเหน็บ กระทั่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติท่ามกลางสายลมเย็นเยียบนั้น สัมผัสลูบไล้บนผิวกายกำลังชัดเจนขึ้น อินเยวี่ยนิ่งขึงพร้อมกับพยายามเพ่งตามองไปยังปลายเท้าของตัวเองคบเพลิงแม้ริบหรี่แต่ก็ยังเผาไหม้ส่องแสงวอมแวม กลุ่มควันสีเทากำลังกรู
اقرأ المزيد
บทที่ 3
หมัวหวาง 3อินเยวี่ยน้ำตารินออกมาเงียบๆ ความสิ้นหวังทำให้นางหมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะขัดขืน ได้แต่นอนนิ่งหายใจหอบโยน ถึงอย่างนั้นเสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์ของเขาก็ดังขึ้น ขณะเอวสอบกำลังขยับ...“อา...” เขาถอดถอนก่อนค่อยๆ เสียดครูดภายในกายสาว จากนั้นกระทั้นหนักหน่วงจนส่วนปลายกระทบกันดังกึก อินเยวี่ยเผลอส่งเสียงครวญเบาๆ สองมือดันเอวสอบออก แต่เรี่ยวแรงนางไหนเลยสู้เขาได้“อ๊ะ!” นางรับรู้ว่าปลายลิ้นของเขากำลังไล้ลงไปขบเม้มอกอิ่ม พร้อมกันนั้นมือใหญ่ก็กอบกุมเคล้นคลึงเป็นจังหวะเอวสอบถอดถอนอีกครั้ง ตอกตรึงนางลึกล้ำ กระทั่งไม่นานความรู้สึกกระสันซาบซ่านรัญจวนก็ทำให้นางลืมเลือนความเจ็บและความหวาดกลัวหญิงสาวไม่อาจทัดทานความปรารถนาที่กำลังแล่นพล่านไปทั่วร่าง กายสาวบีบรัดแก่นกายผงาดกล้า อกอิ่มถูกเขารุกเร้าด้วยปลายลิ้น นางถูกกระทั้นกระแทกเร่งร้อนได้แต่ส่งเสียงครวญครางด้วยความวาบหวามมือที่ดันเอวสอบเริ่มอ่อนแรง สองขาเพรียวสั่นระริกโยกคลอนตามจังหวะการกระทั้นเสียงครวญครางดังประสานกับการโจนจ้วงตอกตรึงสุดหยั่ง ผิวกายสาวถูกกระทบจนเกิดเสียงน่าละอาย ถึงอย่างนั้นนางกลับไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอยกมือขึ้นกอดไหล่กว้างเอวอ่อ
اقرأ المزيد
บทที่ 4
หมัวหวาง 4หลังหมดสติไปแล้ว อินเยวี่ยไม่ได้รับรู้เลยว่าทุกถ้อยคำของนางเขาได้ยินทั้งหมด จากเดิมกำลังดื่มกินนางอย่างหิวกระหาย มาถึงตอนนี้ ‘หมัวหวาง[1]’ กลับชะงักและดึงคมเขี้ยวออก ชายหนุ่มใช้ปลายลิ้นไล้เลียแผลเพื่อหยุดเลือดและรักษาแผลให้นางกายสาวที่อ่อนแรงแนบไปกับกายส่วนหน้าของเขา ดวงตาคมดุในความมืดวาววับ ขณะจับจ้องร่างงามที่เอวอ่อนยังคงคร่อมบนเรือนกายแข็งแกร่งเขาสงสัย...อะไรทำให้นางสิ้นหวังถึงเพียงนี้จะว่าเป็นความหวาดกลัว?แต่สตรีอื่นก่อนหน้านี้ก็กลัวเขา พวกนางเอาแต่กรีดร้องกายสั่นเทา แม้ถึงจุดสุดท้ายจะตอบสนองเขา แต่นั่นก็เพราะความกระสันเสียวที่เขาปรนเปรอให้ แม้อิ่มเอมแต่ความกลัวก็ยังฝั่งลึกในใจอินเยวี่ยต่างออกไป นางอ่อนหัดไร้เดียงสา ถึงอย่างนั้นชั่วขณะที่กำลังสุขสมนางกลับไม่หวาดกลัวเขาและความตายที่จดจ่อตรงหน้านางคล้าย...สิ้นหวังจนอยากตายกระทั่งรอไม่ไหวกลิ่นเลือดหอมหวานติดปลายลิ้น แก่นกายของเขาอยู่ๆ ก็ผงาดขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแค่เลียหยดเลือดที่ติดอยู่ที่เนินอกอิ่ม “อืม...” เขาสอดมือขยำสะโพกงามบดเบียดกับกายส่วนหน้าตระหนักดีว่านางหมดสติไปแล้ว แต่อยู่ๆ ความต้องการก็พลุ่งพล่านขึ้นอีก
اقرأ المزيد
บทที่ 5
หมัวหวาง 5อินเยวี่ยลืมตาขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย ร่างทั้งร่างของนางรวดร้าวราวกับถูกรถม้าวิ่งทับ กายสาวยังคงเจ็บแสบราวกับถูกกรีดแยก ทั่วร่างยังคงหลงเหลือทุกสัมผัสของคนที่นางยังคงนอนคร่อมทาบทับครั้งแรกที่ถูกเขากลืนกินนางจำได้ว่าหมดสติไป ถึงอย่างนั้นนางกลับจดจำความฝันทั้งหมดได้ชัดเจน ความฝันวาบหวามที่ถูกเขาเคี่ยวกรำภายในโลงศพคับแคบ นางกับเขาผลัดกันรุกและผลัดกันควบขับปลุกเร้ากันและกัน กระทั่งจดจำไม่ได้ว่าสุขสมไปกี่รอบแสงแดดเช้าวันใหม่สาดส่องจากด้านนอก ถึงอย่างนั้นภายในช่องหินกลับยังคงมืดมิดอยู่บ้าง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวมองเห็นภายในโลงศพหญิงสาวนอนตัวแข็งทื่อเมื่อบุปผางามถูกบางอย่างลูบไล้ นางกางขาคร่อมร่างใหญ่อยู่ ดังนั้นจึงง่ายต่อการถูกรุกล้ำมาก ทว่าตอนนี้เพิ่งตระหนักว่ากายเปลือยเปล่าของเขา ไม่ได้เย็นเยียบเช่นคราแรกที่สัมผัส“ตื่นแล้ว?” เขาถามนางและเลื่อนฝ่ามือขึ้นลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียน นางสะดุ้งเฮือกพร้อมกับพยายามดันตัวขึ้นเล็กน้อย เอวอ่อนขยับออกห่างแก่นกายที่ตนแนบชิด แต่ขยับหนีได้ไม่ไกลเพราะความคับแคบเมื่อเงยหน้าขึ้นกลับสบตากับดวงตาคมดุ ใบหน้าหล่อเหลากำลังจ้องมองมายังนาง คิ้วเข
اقرأ المزيد
บทที่ 6
หมัวหวาง 6ทุกอย่างพร่าพรายจนสองร่างสั่นระริก มันเสียวซ่านวาบหวามจนทั้งเขาและนางหลั่งรินออกมาพร้อมๆ กันอย่างท่วมท้นก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มายังเหลียงซานเพื่อจำศีล เขามักพบว่ามนุษย์พวกนี้จะนำของเซ่นไหว้มาให้ นอกจากนั้นยังมีหญิงสาวพรหมจรรย์ที่เลือดในกายหวานล้ำไปทั้งตัวนึกถึงมนุษย์โง่งมแล้วเขาก็ได้แต่ลอบหัวเราะอย่างเยาะหยัน อะไรๆ ก็เอาแต่ฝากความหวังไว้ที่สิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็น กระทั่งไม่รู้แน่ชัดว่ามีหรือไม่มีอยู่จริง ทั้งที่สิ่งที่พิสูจน์ได้อยู่ตรงหน้า กลับเลือกที่จะเชื่อในเรื่องงมงายจนถึงกับเห็นชีวิตสตรีที่ถูกนำขึ้นมาบูชายัญเป็นสิ่งไร้ค่าขึ้นชื่อว่าธรรมชาติหากรักษาเอาไว้ไม่ตัดไม้ทำลายป่าหรือแผ้วถาง รักษาแนวป่าให้ยังคงเขียวชอุ่ม แน่นอนฝนฟ้าย่อมตกต้องตามฤดูกาล อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำป่า เพราะมีต้นไม้อุ้มน้ำและมีรากไม้ยึดแนวดินไม่ให้พังทลายเมื่อมีฝนย่อมต้องมีพืชพรรณ มีพืชพรรณย่อมต้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดวงจรของสิ่งมีชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ย่อมต้องเกิดถึงอย่างนั้นมนุษย์เหล่านี้ก็คงงมงายเชื่อว่าเหลียงซานมีเจ้าป่าเจ้าเขาดูแลก็...อาจจะจริง เขานี่อย่างไร
اقرأ المزيد
บทที่ 7
หมัวหวาง 7ประโยคหยอกเย้าและดวงตาเจ้าเล่ห์ทำให้สองแก้มของนางร้อนซู่ รู้ว่าตนเองต้องหน้าแดงเป็นแน่ กินไปได้สักพักหญิงสาวกลับเพิ่งตระหนักถึงบางเรื่อง นางมองเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นหยิบผ้าผืนหนึ่งปกปิดกายส่วนล่างของเขาด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆหมัวหวางเลิกคิ้วมองนางจากนั้นก้มลงมองตัวเอง “มนุษย์นี่ยุ่งยากเสียจริง” แต่เขาก็ไม่ได้ดึงออก“...ท่านไว้ชีวิตข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “แลกกับอะไรเล่า”นางเม้มปากเพราะทั้งตัวของนางไม่มีอะไรเลย แม้แต่เสื้อที่สวมติดตัวก็ถูกเขากระชากจนขาดวิ่น ผ้าที่ห่อกายตอนนี้ก็ล้วนเป็นของเซ่นไหว้ของเขา“เหตุใดจึงอยากมีชีวิตอยู่”“เพราะ...เพราะ...” นางนึกถึงบิดา มารดา รวมไปถึงพี่ชายทั้งสองคน “คนในตระกูลของข้าถูกผู้อื่นใส่ร้ายจนถูกแขวนคอ ข้า...”“อยากแก้แค้น?”นางส่ายหน้า “อยากล้างมลทินเจ้าค่ะ”เขานิ่งไปชั่วครู่ “หลังจากนั้นเล่า หลังจากล้างมลทินเจ้าจะทำเช่นไร คนในตระกูลก็ล้วนตายจากไปสิ้น เจ้าตัวคนเดียวจะทำเช่นไร”นางกะพริบตามองเขาราวกับนึกไม่ถึง“ข้ามีข้อเสนอ” เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางของหญิงสาวขึ้น “หากมอบชีวิตและวิญญาณของเจ้าให้ข้า ข้าจะช่วยให้เจ้าได้ล้างมลทิน
اقرأ المزيد
บทที่ 8
หมัวหวาง 8อินเยวี่ยขมวดคิ้ว “เช่นนั้นหากตอนพบกันข้าจะอธิบายอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“บอกไปตามจริงว่าเจ้าถูกจับตัวมาแล้วส่งตัวขึ้นเขาบูชายัญ หากยิ่งบอกว่าเจ้าถูกเจ้าเมืองอะไรนั่นใส่ความจนคนทั้งตระกูลต้องตาย นั่นจะดูเป็นเรื่องจงใจเกินไป”“เพราะอะไรหรือเจ้าคะ”“คนพวกนั้นมาเพราะมีคนไปร้องเรียนทางการ”“เอ๋ เป็นผู้ใดกัน...” นางพยายามนึก“แม่สื่อคนที่พาเจ้ามาที่นี่ นางเกิดสำนึกผิดและอยากช่วยเจ้าดังนั้นจึงไปร้องเรียนที่เมืองหลวง คราแรกไม่มีใครยอมเชื่อดังนั้นนางจึงเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้บนตัวก่อนผูกคอตายที่หน้าศาลต้าหลี่”“สวรรค์!”หมัวหวางขมวดคิ้ว “เรียกหาสวรรค์ด้วยเหตุใด บิดาเป็นจอมปิศาจ” เขาถลึงตาให้นางอินเยวี่ยอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเพียงตกใจเท่านั้นจึงอุทานออกมา”“อยากรู้หรือไม่ว่าแม่สื่อผู้นั้นเขียนจดหมายร้องทุกข์ว่าอย่างไร”“นางเขียนอย่างไรเจ้าคะ”“นางฝันร้ายทุกวันหลังจากแอบพาเจ้าออกมาแล้วส่งตัวไปบูชายัญ วันนั้นนางแอบติดสินบนคนตอกฝาโลงไม่ให้ตอกแน่นหนา นางยังแอบใส่ผลไม้เอาไว้ให้เจ้าเพื่อประทังชีวิต หวังว่าเจ้าจะสามารถรอดชีวิตไปได้ นางยังให้เบาะแสเกี่ยวกับคดี
اقرأ المزيد
บทที่ 9
หมัวหวาง 9หญิงสาวมองเขาด้วยดวงตาเฉยชา ถึงอย่างนั้นเมื่อชายชราเงยหน้าขึ้นนางกลับเปลี่ยนสีหน้า ดวงตาแดงก่ำหลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ“ท่านพ่อบ้าน คราแรกข้ายังไม่มั่นใจ เป็นท่านจริงๆ”“ท่าน...มิใช่ถูกแขวนคอหรอกหรือขอรับ เหตุใด...เหตุใด”“ข้าจะตายได้อย่างไร ในเมื่อตระกูลอินต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเช่นนี้ ข้าจะตายไม่ได้จนกว่าคนที่ใส่ความตระกูลอินต้องชดใช้!” นางประกาศกร้าว“ตะ...แต่...นายท่าน นายท่าน...หลักฐานพวกนั้น ท่านเจ้าเมืองบอกว่า...”“นั่นคือหลักฐานเท็จ จดหมายนั่นดูคล้ายลายมือท่านพ่อ แต่ข้ามองออกว่าไม่ใช่ ตราประทับนั่นยิ่งน่าสงสัย หากเป็นจดหมายลับที่ติดต่อกับเผ่าอาหมาน เหตุใดท่านพ่อต้องโง่งมใช้ตราประทับของที่ร้านเล่า”เหล่าหลิวก้มหน้าลงแสร้งสะอื้นไห้ แต่ในใจกำลังครุ่นคิดหาทางออก เขาร่วมมือกับเจ้าเมืองปลอมจดหมายนั่นขึ้นมา ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างหลักฐานเท็จและเร่งร้อนปิดคดี ตอนนี้คนที่สมควรตายไปแล้วกลับมีชีวิต เรื่องนี้เขาไม่อาจอยู่เฉยแล้ว!!!อินเยวี่ยมองประเมินการแต่งกายของเหล่าหลิว เกรงว่าหลังตระกูลอินจบสิ้นการเป็นอยู่ของอีกฝ่ายคงดีขึ้นมาก และคงจะดีกว่าตอนที่อีกฝ่ายเป็นพ่อบ้านกระมังเหล่าหลิวมอ
اقرأ المزيد
บทที่ 10
หมัวหวาง 10ระหว่างที่พูดเผิงลั่วก็ยิ้มและชักกระบี่ในมือออกมา คมกระบี่เงาวับส่องประกายราวต้องการดื่มเลือด เหล่าหลิวตัวสั่นงันงกหลังค้อมลงกับพื้น“ใต้เท้าไว้...ไว้ชีวิตด้วย”อินเยวี่ยมองชายชราด้วยดวงตาว่างเปล่า ดวงตาของนางแดงก่ำ นึกถึงบิดาและมารดาที่ดีกับอีกฝ่ายมาโดยตลอด ไว้ใจกระทั่งให้ช่วยดูแลกิจการบางส่วน แบ่งรายได้ให้นอกเหนือจากเงินรายเดือนที่ได้รับอยู่แล้ว กระทั่งมอบสินสอดแต่งสะใภ้ให้กับบุตรชายของเหล่าหลิว...“เพื่อไม่ให้เขาหาทางส่งข่าวใดๆ ไปให้ซวี่อู่กักตัวเขาเอาไว้”“ตะแต่ใต้เท้าข้าน้อย...”“ไม่ต้องกังวล ข้าจะพาเจ้ากลับจวนแน่นอน หลักฐานมากมายเจ้าคงไม่เก็บไว้ไกลตัวกระมัง สามารถเรียกใช้คนของทางการได้คงมีเรื่องใช้ข่มขู่ซวี่อู่ได้กระมัง ฮูหยินของเจ้ารู้หรือไม่ ยังมีบุตรชายกับสะใภ้ ได้ยินว่านางกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด” เหลิ่งซียิ้ม“พวกเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ใต้เท้า ข้าน้อยทำเพียงคนเดียว ฮูหยินและบุตรชายรวมไปถึงสะใภ้ของข้าน้อยไม่เกี่ยวข้อง...” เขามองเลยไปสบตากับอินเยวี่ย มองเห็นแววเกลียดชังในดวงตาที่เคยใสซื่อบริสุทธิ์ ครั้งหนึ่งนางกับพี่ชาย รวมไปถึงนายท่านและอินฮูหยินคนเหล่านั้นล้วนสม
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status