LOGINราคะเร่าร้อน ความปรารถนาครอบงำ ความต้องการ...อยากได้ อยากครอบครอง ค่ำคืนมืดมิด สัมผัสคืบคลานปลุกเร้า การเสพสมสุขซ่าน ความกระสันที่ต้องการการปลดปล่อย ความกระหายที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องได้รับการเติมเต็ม หมัวหวาง ราชันแห่งภูติผีปิศาจ ล่อลวงให้สตรีพานพบความปรารถนา เซียจื่อ กู่สังหารที่รับเพียงคำสั่งของผู้เป็นนาย ทว่าสิ่งที่แลกมาก็ต้องเร่าร้อนเท่าเทียม เยวี่ยอิ่ง เกิดมาพร้อมปานดอกโบตั๋นและกลิ่นหอมเย้ายวนในคืนจันทร์เสี้ยว ทว่าเงามืดคืบคลานยามค่ำคืนทำให้ใจสั่น เสวียนอู่ เครื่องสังเวยมนุษย์ที่ต้องแลกมากับความเต็มตื้นรุกเร้าจนหญิงสาวบิดเร่า จิ้งจอกพันปี รอคอยเพื่อให้เขากลับมาไม่ว่าจะกี่ชาติภพ ภาพวาดดอกสือซว่าน แทนความตายอันเป็นนิรันดร์ที่ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่อาจปฏิเสธที่จะได้ครอบครอง ในเรือนที่ปิดตาย ค่ำคืนเงียบงัน...เงามืดย่างกราย เรือนร้างที่เคยปิดตาย มีปริศนาที่รอวันเปิดเผย
View Moreหมัวหวาง 1
ในยุคสมัยที่ผู้คนยังคงล้าหลัง ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวไปกว่าความเชื่อของมนุษย์ ยิ่งเป็นความเชื่อที่ไม่อาจพิสูจน์ ผู้คนก็ยิ่งหวาดกลัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตนสบายใจ
เช่นกันกับการบูชายัญสตรีพรหมจรรย์ที่มีให้เห็นในทุกๆ ปี หมู่บ้านเหรินเซิงก็คือหนึ่งในตัวอย่างของการบูชายัญอันโหดเหี้ยม
ท่ามกลางป่าเขารกทึบเศษชิ้นส่วนของโลงศพมากมาย บวกกับเศษเสื้อผ้าขาดวิ่น ถูกทิ้งเอาไว้ไม่มีใครสนใจเข้าไปเก็บกวาด นอกเสียจากว่าวันเวลาจะผ่านพ้นไปหนึ่งปี ครบรอบการบูชายัญเจ้าป่าเจ้าเขาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นจะมีคนเข้าไปเก็บกวาด ทั้งนี้ก็เพื่อนำโลงศพใบใหม่เข้าไปตั้งไว้ยังจุดเดิม
การบูชายัญของคนในหมู่บ้านเหรินเซิง เชื่อกันว่าเป็นการบูชาเจ้าป่าเจ้าเขาที่อยู่ในป่าลึก ทั้งนี้ก็เพื่อให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ไร้ซึ่งโรคระบาด สามารถเพาะปลูก รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชสมุนไพร
ปีนี้เหลียงซานฝนฟ้าอุดมสมบูรณ์ หากแต่พืชสมุนไพรกลับหายาก เถ้าแก่ร้านขายสมุนไพรไม่อาจหาซื้อสมุนไพรบางชนิดเข้าร้าน แม้ชาวบ้านในหมู่บ้านเหรินเซิงจะขึ้นเขาและล่วงล้ำเข้าไปในป่าต้องห้าม ถึงอย่างนั้นสมุนไพรที่ได้กลับมาก็ยังไม่ครบ
คนหาของป่าเองก็บ่นกับเถ้าแก่ว่าปีนี้พิธีบูชายัญใกล้เข้ามาแล้ว หากอยากให้ของป่าอุดมสมบูรณ์เช่นทุกครั้ง มีเพียงต้องบูชาเจ้าป่าเจ้าเขาซึ่งหากเถ้าแก่ร้านสมุนไพรต้องการ เขาสามารถหาสตรีพรหมจรรย์สักคนไปทำพิธี จากนั้นอธิษฐานให้พืชสมุนไพรกลับมางอกงามเช่นปีก่อนๆ
อยู่ๆ เขาก็นึกถึงการปราบปรามกบฏที่เมืองหงโจว น้องเขยของเขาเป็นเจ้าเมืองที่นั่น “ต้าสือ ให้คนเตรียมม้าเร็วเอาไว้ ข้าจะส่งจดหมายไปให้น้องเขยของข้าที่เมืองหงโจว”
“ขอรับ”
เขาเร่งเขียนจดหมายและให้คนรีบส่งไปยังจวนเจ้าเมืองหงโจว ในใจกำลังคำนวณว่าหากเป็นนักโทษชายก็น่าจะเริ่มถูกประหารไปบ้างแล้ว ในส่วนของนักโทษที่เป็นสตรีหากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดก็จะถูกส่งตัวไปลานประหาร
แต่หากมีความสัมพันธ์รองๆ ลงไป ก็จะถูกขายตัวเข้าหอนางโลม หรือมีบ้างที่ถูกส่งตัวไปเป็นทาสเพื่อใช้แรงงานที่ชายแดน
รถม้าแล่นไปตามท้องถนนอย่างเร่งรีบ คนด้านในที่ถูกมัดมือมัดเท้า รวมไปถึงริมฝีปากที่มีผ้าอุดเอาไว้ ทำให้ไม่อาจส่งเสียงแม้ทรมานจนแทบหมดสติ
นึกถึงบิดาที่ถูกใส่ร้ายว่าลอบเป็นสายลับให้เผ่าอาหมาน กระทั่งทำให้มารดาและพี่ชายทั้งสองคนถูกประหารด้วยการแขวนคอก่อนหน้านี้ หญิงสาวได้แต่น้ำตาหลั่งริน
ภายในชั่วข้ามคืนจากจวนคหบดีอันมั่งคั่ง ตระกูลอินกลับตกต่ำจนแม้แต่ชีวิตก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ ได้แต่ตรอมตรมกับคำกล่าวหาและหลักฐานเท็จที่เจ้าเมืองหงโจวสร้างขึ้น
คืนก่อนหน้านี้มีเสียงซุบซิบกันหน้าห้องขัง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวถึงเรื่องการบูชายัญ มีคนจากหมู่บ้านเหรินเซิงกำลังมองหาสตรีพรหมจรรย์เพื่อส่งเข้าไปให้ท่านเจ้าป่า นางได้ยินนามของตนเองก็อดตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้
นางเพิ่งอายุครบสิบห้าและเพิ่งผ่านพิธีปักปิ่น ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตผ่านร้อนผ่าวหนาวอย่างที่บิดามารดาปรารถนา กลับต้องมาตายเพียงเพราะถูกผู้อื่นให้ร้าย
มารดาน้ำตานองใบหน้าขณะมองหน้านาง “ขอเพียงไม่ถูกประหารในวันนี้ เยวี่ยเอ๋อร์เจ้าจงมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ พี่ชายของเจ้า บิดาของเจ้า ตัวข้าเองที่เป็นมารดาของเจ้า พวกเรามีเจ้าเป็นความหวังเดียวที่จะล้างมลทิน”
หญิงสาวร่ำไห้กับมารดา “ท่านแม่...” นางส่ายหน้าด้วยความหวาดกลัว”
“ไม่เป็นไร” มารดาปลอบนาง “แม้ดิ้นรนจนถึงที่สุดแล้วยังไม่เกิดผล เช่นนั้นก็ถือเสียว่าเป็นโชคชะตาของพวกเรา หากถึงวันนั้นแม่จะมารับเจ้าไปหาพ่อกับพี่ชายของเจ้า”
อินเยวี่ยน้ำตารินเมื่อนึกถึงรอยยิ้มสุดท้ายของมารดา ภายในห้องขังมารดาของนางถูกแขวนขึ้นกับขื่อ จากนั้นท่านเจ้าเมืองก็จัดฉากแจ้งกับทุกคน
...นางกับมารดาผูกคอตายหนีความผิด จากนั้นลอบส่งตัวนางขึ้นรถม้าออกมาจากเมืองหงโจวกลางดึก
หนึ่งคืนกับอีกหนึ่งวันแล้วรถม้ายังคงไม่ยอมหยุด ทั้งยังเร่งเดินทางโดยไม่หยุดพัก บนรถม้ามีสตรีวัยกลางคนหน้าตาเย็นชาคอยป้อนน้ำข้าวต้มให้นางทีละช้อน หวังว่านางจะไม่อดตายก่อนไปถึงจุดหมายปลายทาง
บ่ายคล้อยวันที่ห้าในที่สุดรถม้าก็จอดลง อินเยวี่ยถูกลากลงจากรถม้า นางถูกจับอาบน้ำฉัดสีฉวีวรรณและสวมชุดแพรพรรณงดงามสีแดงราวกับเจ้าสาว
การบูชายัญกำลังจะเริ่มขึ้น นางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว มองชาวบ้านของหมู่บ้านเหรินเซิงที่ในดวงตามีเพียงความเย็นชา ทุกคนล้วนมองนางราวกับนางไม่ใช่คน
เมื่อนางอ้อนวอนขอความเมตตา พวกเขากลับกล่าวว่านางเป็นเพียงนักโทษประหาร ความจริงก็สมควรตายอยู่แล้ว พวกเขาให้โอกาสนางอยู่ต่อมาจนถึงวันนี้ อย่างน้อยนางก็สมควรตอบแทนด้วยการกลายเป็นเครื่องสังเวยให้เขาเจ้าป่าแห่งเหลียงซาน!!!
อินเยวี่ยมองโลงศพขนาดใหญ่ตรงหน้า นางกรีดร้องออกมาสุดเสียง ให้อย่างไรก็ไม่ยอมเข้าไปในนั้น ถึงอย่างนั้นเรี่ยวแรงของนางไหนเลยจะทานทนกำลังคนที่มากกว่า ในที่สุดนางก็ถูกยัดเข้าไปในโลงศพ...ทั้งเป็น!!!
“ช่วยข้าด้วย พวกท่านอย่าทำเช่นนี้ ข้าขอร้อง ปล่อยข้าไป ได้โปรด!”
นางตะโกนเสียงแหบแต่เสียงตอบกลับมามีเพียงการสนทนาที่กำลังบอกชัดว่าพวกเขากำลังแบกโลงศพขึ้นไปบนเขา หญิงสาวครูดปลายเล็บพยายามกับฝาโลงศพ พยายามมองลอดรูเล็กๆ ที่ถูกเจาะเอาไว้ด้านข้างโลงศพ
ความมืดท่ามกลางแสงคบเพลิง ป่ารกทึบอันน่ากลัว นางร้องไห้กรีดร้องจนหมดแรง ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีผู้ใดสนใจกระทั่งทิ้งนางเอาไว้ใต้ช่องเขา
วารีรัญจวน 9ความโกรธทำให้เขาสิ้นคิด เห็นเตี้ยนหยาเข้าไปในกระท่อมของผู้อื่น เขาคว้ามีดพร้าเดินตามเข้าไปด้วยความโมโห เมื่อเห็นอีกฝ่ายก็เงื้อฟันอย่างไม่ลังเล!!!ชายหนุ่มไม่ฉุกคิดสักนิด... ตอนเขาก้าวเข้าไปไม่เห็นเงาของเตี้ยนหยา เห็นเพียงเพื่อนบ้านที่ไม่สวมเสื้อยืนอยู่เพียงลำพังเสียงกรีดร้องดังขึ้นด้านหลัง เขาหันกลับไปด้วยใบหน้าและมือที่เปรอะเปื้อนเลือด “ฆาตกร!!! เจ้าเหตุใดต้องสังหารคนรักของข้า!!!”เขามองออกไปด้านนอกด้วยความงุนงง ความโกรธดับมอด สติหวนคืน มองออกไปเห็นเพียงเตี้ยนหยาที่ผุดศีรษะขึ้นมาจากทะเลสาบ “เสี่ยวหยา...”ทุกคนกรูกันเข้ามาเพราะได้ยินเสียงกรีดร้อง กระทั่งช่วยกันจับเกาเหยียนมัดเอาไว้เพื่อชำระโทษ กฎหมายระบุเอาไว้ฆ่าคนต้องชดใช้ ในที่สุดเขาก็จะถูกตัดสินประหาร...ลานกลางหมู่บ้านเกาเหยียนถูกมัดสองมือไพล่หลังเอาไว้กับเสาบนพื้น มีคนเฝ้ายามแต่เผลอหลับ เขามองเตี้ยนหยาที่เดินเข้ามาหาด้วยเท้าเปล่าเปลือย ในใจปรารถนาเพียงได้จุมพิตบนหลังเท้าของนาง...อีกครั้ง“หากเจ้ายอมทำเพื่อข้า ข้าจะช่วยให้เจ้าหลุดพ้นจากหมู่บ้านแห่งนี้”เกาเหยียนเงยหน้ามองนางด้วยความไว้วางใจ “ข้าอยากไปกับเจ้า เสี่ยวหย
วารีรัญจวน 8เกาเหยียน...ออกหาปลาด้วยท่าทีเหม่อลอย เขาเอาแต่มองพระอาทิตย์ว่าเมื่อไหร่จะตก เมื่อไหร่จะมืด และเมื่อไหร่เขาจะเอาเรือเข้าฝั่งได้ ปลาที่หามาได้ไม่มากนักแต่เขาก็อยากขึ้นฝั่งแล้วหลายวันมานี้เขาไม่ได้ออกมาหาปลา หมกมุ่นเก็บตัวอยู่แต่ในกระท่อม ที่สำคัญเสียงครางกระเส่าที่ดังลอดออกมาบางครั้ง เขากลัวว่าจะมีคนผ่านมาได้ยิน ดังนั้นจึงยกถังน้ำที่มีเตี้ยนหยาหลบอยู่ ออกไปซ่อนเอาไว้บนเกาะเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากกระท่อมของตน เกาะนั้นมีถ้ำที่น้ำท่วมในยามกลางคืน และมีที่พอที่เขาเองก็สามารถหลบเร้น ไม่มีใครรบกวน ไม่มีใครเห็น...วันนี้เขาขายปลาเสร็จเร็ว ได้เงินมาน้อยมาก ไม่ได้แจก ไม่ให้ขอทาน แต่เขาซื้อเสบียงให้ตัวเองจำนวนหนึ่ง ในใจนึกถึงเพียงถ้ำที่มีเตี้ยนหยารออยู่ขอทานชะเง้อมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ สิ้นหวัง และไม่เข้าใจ คนที่เคยได้รับปลาจากเขาต่างก็หันหลังกลับบ้านด้วยท่าทางผิดหวังในถ้ำที่น้ำท่วมทางเข้าแล้ว ทว่าด้านในกลับมีหาดทรายสะอาดสะอ้าน บนซากรากไม้ที่ตายแล้วมีเสบียงของเกาเหยียนและเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยน บนพื้นทรายมีเงาร่างเปลือยเปล่าที่กำลังกอดก่ายท่อนล่างจุ่มลงไปในน้ำ ท่อนบนทาบทับเหนื
วารีรัญจวน 7เรือนกายอวบอิ่มบดเบียดยั่วยวน ริมฝีปากของนางลากระลงไปยังลำคอแกร่ง หญิงสาวลูบมือไปตามเรือนกายแกร่ง ยอมรับว่าเกาเหยียนแข็งแกร่งราวกับม้าเพราะใช้แรงงานมาตั้งแต่เด็กๆเรือนกายสูงใหญ่ล่ำสัน ผิวกายคล้ำแดด แม้หน้าตาธรรมดาทว่าเรี่ยวแรงมหาศาล ที่สำคัญเขาแข็งแรงราวกับม้าศึก!!เตี้ยนหยากดขาลงคร่อมหน้าตักของชายหนุ่ม แอ่นสะโพกโยกคลึงยั่วเย้าบดเบียดแก่นลำที่กำลังตอบสนอง ลมหายใจของชายหนุ่มแตกพร่า สองมือคว้าเอวคอดของนาง จากนั้นริมฝีปากของเขาก็ตอบสนองจุมพิตด้วยการเกี่ยวปลายลิ้นนุ่ม“อือ...” เตี้ยนหยาตื่นเพริศเพราะความแข็งแกร่งของเขา มนุษย์ที่ถูกล่อลวงได้โดยง่าย ความปรารถนาและราคะที่ลุกโชน แม้เป็นบุรุษที่ถูกเรียกว่าเจ้าบื้อ ทว่าเขากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหาย ขอเพียงนางล่อลวงให้เขาติดกับ ไม่ว่าสิ่งใดนางก็ได้จากเขาแม้แต่ชีวิต!!หญิงสาวลากมือปลดสายคาดเอวของเกาเหยียน เขาแอ่นร่างเมื่อนางลากปลายลิ้นขบกัดต่ำลงไป มือก็แหวกสาบเสื้อของเขาออกไปด้วย สองมือหยาบกร้านคว้าศีรษะของนางกดลง แอ่นหยัดครางกระเส่า ถูกยั่วยวนและตอบสนองอย่างง่ายดายราวกับเขายังไม่เคยผ่านมือสตรี!!แก่นลำขึงตึงตื่นตัวภายใต้กางเกงเ
วารีรัญจวน 6นับตั้งแต่ลืมตาขึ้นนางก็จดจำสั่งใดไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวนางเป็นผู้ใด เหตุใดถูกขังเอาไว้ที่ทะเลสาบหลังอารามแห่งนี้ฝูงปลาในทะเลสาบเรียกนางว่า เตี้ยนหยา[1] เป็นปิศาจวารีที่ถูกกักขังเอาไว้จนกว่าจะมีตัวตายตัวแทนสิ่งที่เรียกว่าตัวตายตัวแทนนางยังคงไม่เข้าใจถึงความหมาย กระทั่งวันหนึ่งนางได้เห็นกิเลสของเหล่ามนุษย์ ความปรารถนา ราคะ ความละโมบ และความเห็นแก่ตัว ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่ามนุษย์ทุกคนจะเหมือนกันหมด แม้มีความปรารถนา อยากได้ อยากครอบครอง ทว่าสิ่งเหล่านั้นก็ยังไม่อาจเทียบกับการเสียสละ ความมีเหตุมีผล กระทั่งแม้แต่ปิศาจอย่างนางก็ยังพ่ายแพ้ฟากฝั่งตรงกันข้ามกับอารามทะเลสาบกว้างใหญ่ หมู่บ้านชาวประมงที่อยู่กันอย่างสงบสุข เกาเหยียน ชายหนุ่มนิสัยซื่อตรงกระทั่งชาวบ้านต่างก็เรียกเขาลับหลังว่า เจ้าคนบื้อแห่งหมู่บ้านชาวประมงวันๆ เขาเอาแต่จับปลาไปขาย ทว่าการขายของเขากลับแตกต่างจากผู้อื่น บางวันขายได้หากมีขอทานเขาก็แจกจ่ายจนหมด บางวันขายไม่ได้มีคนขอปลา เขาก็ยอมให้โดยง่าย กระทั่งกลับถึงบ้านก็กินข้าวเปล่ากับผักดองประทังชีวิตเตี้ยนหยามาลองๆ คิดดูหากนางล่อลวงมนุษย์ที่โง่งมเช่นนี้ได้ นางก็อาจ