Share

ตอนที่ 12 ไม่เกี่ยวกับข้า

last update Last Updated: 2026-02-04 20:19:00

ตอนที่ 12 ไม่เกี่ยวกับข้า

เอ่ยจบหลู่เหย่ารีบเดินจากไปทีนที ยามนี้ที่นี่จึงมีเพียงฉินเฟิงกับเยว่ฉีและนักดนตรีเท่านั้น หัวใจของเยว่ฉีเต้นแรงไม่เป็นจังหวะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ความรู้สึกราวกับว่านางเคยพบเจอและคุ้นเคยกับเขามาก่อน

"แม่นางเทียนเยว่ฉีนั่งลงเถอะขอรับ ทำตัวตามสบาย"

"เจ้าค่ะ " เยว่ฉีย่อนกายนั่งบงบนเก้าอี้ หลบสายตาของคนตรงหน้าไม่รู้ว่านางรู้สึกไปเองหรือว่ายามนี้เขาจับจ้องนางไม่ละสายตา เช้าตรู่ของวันนี้จางเซียงแจ้งเขาหลังจากที่เขาให้ไปสืบเรื่องเยว่ฉีกับเสี่ยวเถาอย่างละเอียด จึงได้รับรู้ว่าตลอดมานางทุกข์ยากขนาดไหน และต้องใช้ชีวิตมาอย่างไร

"แม่นางขอรับข้าขอเสียมารยาทได้หรือไม่ บุตรชายของท่านหน้าตาน่ารักและยังฉลาดหลักแหลมข้าอยากทราบว่าบิดาของเสี่ยวเถาเป็นบัณฑิต หรือเป็นขุนนางชั้นใดหรือ"

"ท่านแม่ทัพอยากรู้ไปทำไมกันเจ้าคะ บิดาของเสี่ยวเถาตายตั้งแต่เขายังไม่ลืมตามองดูโลกด้วยซ้ำเจ้าค่ะ อีกอย่างเขามิใช่ขุนนางหรือบัณฑิตอันใดเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น " ไม่รู้เพราะเหตุใดจู่ ๆ เยว่ฉีถึงได้กุเรื่องโกหกเขาออกไป

"ข้าเสียมารยาทจริง ๆ ต้องขอโทษแม่นางอีกครั้งนะขอรับ ข้าเพียงแค่เอ็นดูเสี่ยวเถา เด็กชายที่ไม่รู้จักเกรงกลัวสิ่งใดจิตใจแน่นแน่ สงสัยจะได้แม่นางมา" ฉินเฟิงรีบขอโทษเป็นการใหญ่ เขาไม่เชื่อเรื่องที่นางเอ่ยมาเพราะเขาสืบมาจนหมดแล้ว นางตั้งท้องไม่มีบิดา แต่ก็ไม่เข้าใจเหตุใดนางถึงเอ่ยมาเช่นนี้และอีกอย่างทำไมนางถึงจำเขาไม่ได้แม้แต่น้อย

"ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ " เยว่ฉีก้มหน้าลงต่ำอีกครั้งในใจเฝ้าคิดเมื่อไหร่เสี่ยวเถาจะกลับมา หรือแม้แต่หลู่เหย่าที่หายไปนาน

"แม่นางเยว่ฉีดูท่าจะอึดอัดเพราะข้าสินะขอรับ ข้ายอมรับเลยว่าข้ามิอาจจะละสายตาจากท่านได้ ไม่ว่าจะมองไปที่ใดสายตาของข้าก็มาบรรจบที่ใบหน้าสละสวยของท่านเช่นเดิม ยิ่งมองยิ่งเห็นว่าท่านเหมือนสตรีในดวงใจของข้าที่ข้าตามหามานาน"

"ท่านแม่ทัพเจ้าคะ แม้ข้าจะเป็นสตรีหม้ายแต่ถึงกระนั้นก็มิได้อ่อนไหวง่าย ๆ กับคำพูดวาจาอ่อนหวานโปรยเสน่ห์ของบุรุษเจ้าสำราญเช่นท่านหรอกนะเจ้าคะ และข้าก็มิใช่สตรีที่โง่บรมเชื่อคำพูดหวาน ๆ เพียงไม่กี่คำแล้วคล้อยตาม ท่านอย่าได้เอ่ยกับข้าเช่นนี้อีกเลย" เยว่ฉีได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยนฉุดคิดให้นางหวนคิดถึงชายคืนนั้นอีกครั้ง เพราะคำพูดหวาน ๆ ทำให้นางคล้อยตามคิดว่านั่นคือสิ่งที่ออกมาจากความจริงใจแท้ที่จริงก็เพียงหวังได้ตัวนางเท่านั้น นางจะไม่มีทางเชื่อคำพูดเช่นนี้อีกให้กลายเป็นคนโง่เขลาเป็นครั้งที่สอง

"ท่านแม่ข้ากลับมาแล้วขอรับท่านลุงใจดีมาก ๆ เลยขอรับเอาขนมและเล่าเรื่องสนุก ๆ ให้ข้าฟังอีกด้วย" ครั้นนั้นที่ฉินเฟิงกำลังเอ่ยต่อเสียงของเสี่ยวเสาได้ดังขึ้น เยว่ฉีรีบลุกจากเก้าอี้ไปหาบุตรชาย

"มาแล้วหรือ ? เรามีเรื่องจะต้องทำอีกมาก ข้าขอกลับเรือนก่อนนะเจ้าคะ ฝากบอกหลู่เหย่าด้วยวันหน้าข้าจะเยี่ยมเยือนอีกครั้ง"

"แม่นางข้ากับหลู่เหย่ามาที่นี่เพียง 5 วันเท่านั้น หากท่านอยากเจอนางอีกก็มาพบนางได้เสมอ เมื่อข้าเสร็จธุระจะเดินทางกลับแคว้นทันที"

"เจ้าค่ะ "

"ท่านลุงข้ากลับก่อนนะขอรับ ขนมที่ท่านให้มาอร่อยมาก ๆ ส่วนท่านลุงผู้นี้ข้ามิขอกล่าวลา" เสี่ยวเถาโน้มตัวลงก้มศีรษะคารวะซงไป๋แต่เมื่อหันมาหาฉินเฟิงเขากลับมีท่าทีเย็นชา

"อืม..ในเมื่อเจ้าไม่กล่าวลา แปลว่าเจ้ายังอยากอยู่กับข้า เอาสิข้าจะไปส่งเจ้ากับมารดาของเจ้าที่เรือนเอง "

"ดีเลย ฉินเฟิงเจ้าไปส่งทั้งสองข้าก็วางใจหลู่เหย่าคงเห็นดีด้วย "

"ขอรับท่านพี่" เยว่ฉีลำบากใจแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธน้ำใจไมตรีของท่านเจ้าเมืองได้ ทำได้เพียงทำตามที่เขากล่าวมา

เยว่ฉีกับเสี่ยวเถาเดินนำหน้าโดยมีฉินเฟิงกับจางเซียนเดินตามหลัง ฉินเฟิงรู้สึกผิดและอยากกล่าวขอโทษ เขานึกย้อนไปคืนวันนั้นหรือเพราะคำพูดของเขาที่พร่ำออกมา แต่ก็ทิ้งนางไว้เพียงลำพังทำให้นางจำลึกฝังใจจนถึงขั้นเกลียดวาจาหวาน ๆ เขาเห็นร้านค้าด้านหน้านึกอะไรบางอย่างออกกวักมือเรียกให้จางเซียนรีบเดินมาใกล้ ๆ ตนและสั่งการ

"เจ้าเอาเงินนี่ไปดูเหมือนว่าเด็กชายตัวน้อยผู้นี้จะชอบกินขนมหวาน ตรงนั้นมีร้านขายถังหูลู่ เจ้าลองชักชวนเด็กน้อยไปที่ร้านเพื่อซื้อขนมหวานข้ามีเรื่องจะพูดคุยกับมารดาของเขาสักครู่"

"ได้ขอรับท่านแม่ทัพ" จางเซียงรับเงินก่อนจะเดินไปด้านหน้าของเสี่ยวเถาเอ่ยวาจาตื่นเต้นชี้ไปด้านหน้า

"ว้าวนั่นมิใช่ร้านขายถังหูลู่หรอกหรือ ผมไม้เคลือบด้วยน้ำตาลหวาน ๆ หากได้กินคงสดชื้นไม่น้อย " หูของเสี่ยวเถาผึ่งทันทีที่ได้ยิน รีบมองขวับตามนิ้วของเขาที่ชี้ไปด้านหน้า น้ำลายส่อออกมาอย่างลืมตัว

"เด็กน้อยเจ้าอยากกินหรือไม่ ข้าจะเลี้ยงเจ้าเอง"

"จริงหรือขอรับ ท่านแม่ท่านแม่ช่วยถือของพวกนี้แล้วรอข้าอยู่ที่นี่สักครู่นะขอรับ ข้าจะไปตรงนั้นกับพี่ชายสุดหล่อผู้นี้"

"เสี่ยวเถาวันนี้เจ้ากินขนมมากไปแล้วนะ เอาไว้วันหน้าแม่จะพาเจ้าออกมาซื้ออีกครา "

"ท่านแม่ขอรับหากท่านแม่จะซื้อให้ข้าในครั้งหน้าก็ส่วนครั้งหน้าแต่ว่ารอบนี้พี่ชายใจดีเป็นคนเลี้ยง ท่านเคยสอนข้าว่าหากผู้ใหญ่หยิบยื่นของให้เราต้องรับไว้อย่าได้เสียมารยาทและทำร้ายน้ำใจ" เสี่ยวเถาเจ้าเล่ห์รีบบอกท่านแม่ทั้งรอยยิ้ม เยว่ฉีจนปัญญาแท้ที่จริงนางไม่อยากอยู่กับฉินเฟิงตามลำพังเสียมากกว่า

"ก็ได้เช่นนั้นรีบไปรีบมาเข้าใจหรือไม่"

"ขอรับท่านแม่"เด็กน้อยดีใจรีบเอาของให้ท่านแม่และเดินไปกับจางเซียง

"แม่นางเยว่ฉี เมื่อครู่ข้ายังไม่ได้กล่าวขอโทษท่าน ข้ามิได้มีเจตนาเอ่ยวาจาล้อเล่นกับท่าน แต่ว่าท่านเหมือนนางจริง ๆ จนข้าคิดว่าเป็นสตรีนางเดียวกัน ครั้งหนึ่งข้าเคยมาที่นี่พบเจอกับนางโดยบังเอิญ ค่ำคืนที่ข้าได้ดื่มสุราเป็นครั้งแรกทำให้ข้ามึนเมา ยามที่นางเดินมาข้าคิดว่าเหล่านางฟ้าบินลงมาจากสวรรค์ ข้ารีบตามนางไปทันทีด้วยความหลงใหลเสมือนรักนางตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ข้าพร่ำบอกว่าจะรับผิดชอบนางแต่เกิดเรื่องไม่คาดคิดเมื่อข้าหมดสติตื่นมาอีกคราก็เดินทางกลับแคว้นแล้ว ข้าเฝ้าตามหานางมาตลอด"

"เฮอะ! หากท่านรักนางตั้งแต่แรกเห็นเหตุใดถึงตามหานางไม่เจอละเจ้าคะ จะบอกว่าจำใบหน้าของนางไม่ได้อย่างนั้นหรือ ช่างน่าแปลกหากท่านจำไม่ได้จะบอกว่าข้าเหมือนนางได้อย่างไร ยิ่งท่านเอาเอ่ยออกมายิ่งเหมือนคำแก้ตัว ข้าไม่อยากฟังเรื่องราวของท่านหรอกนะเจ้าคะ ไม่ว่าจะเอ่ยสิ่งใดมาล้วนไม่เกี่ยวกับข้า" คราแรกเยว่ฉีชะงักเล็กน้อยคำบอกเล่าของเขาเหมือนกับบิดาของเสี่ยวเถา แต่หากว่าเป็นเขาจริง ๆ เหตุใดถึงจำนางมิได้กัน หากจะบอกว่าเมามายจนไม่มีสติแล้วมาบอกว่านางเสมือนสตรีที่เขาตามหายิ่งย้อนแย้งเข้าไปใหญ่ คำพูดของบุรุษผู้นี้ไม่มีอันใดเป็นความจริงและน่าเชื่อถือสักอย่าง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 19 ขอโอกาส(ตอนจบ)

    บทที่ 19 ขอโอกาส“แต่สำหรับฉันมันคือความรัก ฉันไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน ฉันเฝ้าแต่มองหาจดหมายทุกสัปดาห์ ชอบที่เธอเขียนหาและเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างสนุกสนานราวกับว่าตัวของฉันได้อยู่ในทุก ๆ เหตุการณ์กับเธอ คืนนั้นครั้งแรกที่ได้เชยชม ฉันไม่เคยลืมมันได้สักครั้ง ไม่มีทางเลยหรือที่เราจะได้เคียงคู่""คุณอาเลิกพูดแบบนี้เถอะค่ะแค่นี้หนูก็ละอายใจมากพอแล้ว พรุ่งนี้หนูจะเดินทางกลับโรงเรียนต่อจากนี้ขอให้คุณอาดูแลสุขภาพและตามหาความสุขตามที่พี่ญาดาอยากให้คุณอาทำเถอะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ" แสงดาวพูดจบกำลังจะเดินหันหลังจากพัฒน์ไป เขารีบคว้าตัวของเธอเอาไว้และโอบกอดเธอแนบอก"แสงดาวไหนเธอเคยบอกว่ารักฉันไม่ใช่หรือ ? การที่เธอเอาตัวเองออกไปอยู่ที่อื่นและหลบหนีฉันไม่ใช่ว่าเธอรักฉันหรอกรึ ตอบมาสิว่าตอนนี้เธอรู้สึกยังไงกับฉัน เรื่องของฉันกับญาดาตอนนี้เธอเองคงรับรู้ทุกอย่าง ""ใช่ค่ะหนูรู้และตอนนี้หนูก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้รักคุณอามากขนาดนั้น มันเป็นเพียงความหลงใหลชั่วครู่เท่านั้น ปล่อยเถอะค่ะอย่าทำแบบนี้อีกเลย " แสงดาวหัวใจเต้นระรัวนานมากแค่ไหนกันนะที่เธอกับเขาไม่ได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้ ยิ่งพัฒน์ยื้อแสงดาวยิ่งเ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 18 ขอโทษ

    บทที่ 18 ขอโทษร่างเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น โผล่กอดญาดาแน่น“พี่ญาดาหนูขอโทษ ขอโทษหนูไม่คิดว่าเรื่องนั้นพี่จะรับรู้วันนั้นหนูเมาจนไม่ได้สติและทำเรื่องร้ายแรง หนูรู้สึกตัวและละอายใจที่ทำผิดต่อพี่ญาดาจึงไม่กล้าแม้แต่จะกล้าเผชิญหน้า ขอโทษที่ทำให้พี่เจ็บปวดอยู่เพียงลำพัง สิ่งที่พี่ขอหนูไม่สามารถทำมันได้หรอกค่ะ หนูจะกล้าทำร้ายพี่เป็นครั้งที่สองได้อย่างไร”“แสงดาว นั่นไม่ใช่ความผิดเธอ และไม่ใช่ความผิดใครอย่าคิดว่าเธอทำร้ายฉันแต่เป็นฉันต่างหากที่เป็นคนทำร้ายชีวิตของเธอกับพัฒน์ หากฉันไม่ป่วยและขอร้องให้เพื่อนเพียงคนเดียวของฉันแต่งงานกับฉันเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง ตอนนี้เธอกับพัฒน์อาจจะมีความสุขกันอยู่ก็ได้ อย่าโทษตัวเองทุกอย่างถูกกำหนดมาหมดแล้ว วาสนาของฉันคงไม่คู่ควรกับพัฒน์จึงมอบเวลาให้ฉันอยู่เคียงข้างเขาได้ไม่นาน รับปากสิว่าเธอจะทำตามความรู้สึกของเธอ” ญาดาลูบหลังแสงดาวเบา ๆ คำพูดของเธอดังกึกก้องในหูจนสมองของแสงดาวอื้ออึง ทั้งตกใจและไม่ทันได้ตั้งตัว“หนูรับปากค่ะว่าหนูจะทำตามความรู้สึก แต่ไม่รับปากนะคะว่าจะกลับไปอยู่เคียงข้างคุณอาพัฒน์”“เพียงเท่านี้แหละที่ฉันต้องการ ตอนนี้ฉันสามารถตายตาหลับอ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 17 มาหาถึงที่

    บทที่ 17 มาหาถึงที่เช้าวันนี้อากาศเย็นกว่าทุกวันที่ผ่านมา เด็ก ๆ ตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อแต่งหน้าแต่งตัวทำการแสดง เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวตื่นเต้นของเด็ก ๆ ครูเองก็ไม่ต่างกัน นานครั้งถึงจะมีผู้ใหญ่ใจดีมาเยือนที่ทุรกันดานอย่างนี้ แสงดาวเองก็อยากเห็นใบหน้าของผู้มีพระคุณจริง ๆ และอยากขอบคุณพวกเขาที่มอบโอกาสและของดี ๆ ให้กับเด็กนักเรียนไม่นานนักเสียงรถยนต์ได้ดังมาหน้าโรงเรียนครูใหญ่เดินเข้ามาแจ้งทุกคนให้เตรียมความพร้อมตอนนี้คนที่พวกเขารออยู่มาถึงแล้ว“ครูแสงดาวออกไปต้อนรับแขกกับผม ส่วนครูมุกจัดขบวนเด็กและดูความเรียบร้อยเมื่อไหร่ที่ฉันกล่าวต้อนรับเสร็จ เด็ก ๆ ต้องแสดงสิ่งที่ซ้อมไว้อย่างเต็มที่เข้าใจมั้ย”“ค่ะ/ครับ” ทั้งครูและเด็ก ๆ ต่างขานรับอย่างเข้าใจ แสงดาวออกไปต้อนรับพร้อมกับครูใหญ่ ส่วนครูอีกคนต้องอยู่กำกับเด็ก ๆเสียงรถยนต์ดับลง รถยนต์จำนวนสามคันจอดอยู่สนามเล็ก ๆ ในโรงเรียน แสงดาวตื่นเต้นจนเหงื่อออกเต็มมือไปหมด ทว่าเมื่อเธอเหลือบไปเห็นคนที่เดินลงจากรถหัวใจของเธอเต้นแรงระรั่วอีกครั้ง เธอไม่เคยติดต่อเขาไปอีกเลยตั้งแต่วันนั้นและไม่ได้บอกที่อยู่กับพี่มลเลยสักครั้งจดหมายที่เธอส่งให้พี่ม

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 16 เจ็บปวด

    บทที่ 16 เจ็บปวด“คุณอาคิดว่าแสงดาวเป็นคนแบบนั้นหรือคะ แม้ว่าแสงดาวจะมาจากสลัมแต่ไม่เคยคิดทำตัวต่ำตรมเหมือนดอกบัวอยู่ใต้โคลน ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณอาเคยทำให้ แต่ต่อจากนี้แสงดาวจะหาเลี้ยงตัวเองและพาตัวเองประสบผลสำเร็จเอง “น้ำเสียงสั่นระรั่วด้วยความเจ็บปวด พัฒน์พึ่งรู้ตัวว่าตัวเองพูดแรงเกินไป เขายื่นมือไปด้านหน้าอยากจะคว้าแสงดาวเอาไว้พรางกล่าวคำขอโทษ ทว่าร่างเล็กก็วิ่งหนีเขาไปแล้ว“แสงดาวไม่ใช่แบบนั้นนะ ฉันขอโทษ”ไมค์กำลังพูดคุยกับพี่มลอย่างสนุกสนานส่วนป้าอิ่มไปดูแลคุณญาดาอยู่ที่เรือนใหญ่ แสงดาวหยุดวิ่งรีบปาดน้ำตากลัวคนอื่นจะจับได้ ก่อนจะตะโกนเรียกชักชวนไมค์กลับหอพัก“ไมค์ตอนนี้ตะวันตกดินแล้วกลับหอกันเถอะ พี่มลฉันกลับหอก่อนนะคะ ฝากบอกป้าอิ่มด้วย ”“แสงดาวเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย พี่จะห่อข้าวให้ไปกินที่หอดีมั้ย”“ไม่ต้องค่ะ ฉันไม่ค่อยหิว ”ไมค์มองสีหน้าของแสงดาวก็รู้ทันทีว่าเธอผ่านการร้องไห้มา ดวงตาของเธอเอ่อแดง หยาดน้ำตาที่ยังคลั่งค้างอยู่ในเบ้ายังคลออยู่“พี่มลครับดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ ส่วนแสงดาวพี่ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวผมจะพาเธอแวะหาอะไรกินก่อนเข้าหอ อย่าลืมแต่งตัวสวย ๆ ไปงานรับปริญ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 15 ป่วย

    บทที่ 15 ป่วยพัฒน์เดินออกไปให้ทั้งสองได้อยู่กันอย่างที่ญาดาต้องการ แสงดาวนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้าม เอ่ยถามญาดาด้วยความเป็นห่วงเกี่ยวกับอาการของเธอตอนนี้“พี่ญาดาทำไมถึงได้ป่วยขนาดนี้นะ เป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่”“แสงดาวฉันนะมีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ มีเงินแค่ไหนไม่มีทางรักษาก็เปล่าประโยชน์ตอนนี้ฉันยุติการรักษาทุกอย่างแล้วล่ะ ฉันเหนื่อยที่ต้องใช้ชีวิตในโรงพยาบาล ฉันเกลียดกลิ่นยาที่คละคลุ้ง เกลียดห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่พื้นที่สีขาว ฉันถูกส่งตัวไปรักษาที่ต่างประเทศหมดเงินไปมากแต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงหนทางการพยุงชีวิตของฉันเอาไว้เท่านั้น จนกระทั้งวันที่ฉันได้เจอกับพัฒน์ ฉันได้เจอแสงสว่างและการอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ฉันไม่เคยอิจฉาใครที่รวยและไม่เคยดูหมิ่นคนที่จนกว่า แต่ฉันอิจฉาคนที่เขามีชีวิตอยู่อย่างไร้ความโรคและมีความสุขกับการใช้ชีวิต ตอนนี้ฉันปลงกับชีวิตแล้วละ และมีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันเป็นห่วงคือพัฒน์ เพราะรักมากจึงห่วงมากเลยอยากขอฝากให้เธอช่วยดูแลวันที่ฉันไม่อยู่”“ทำไมถึงพูดแบบนี้คะ พี่ญาดาต้องอยู่ไปนาน ๆ อย่าพึ่งหมดหวังนะ หากไม่ใช่โรคร้ายแรง

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 14 เรียนจบ

    บทที่ 14 เรียนจบหลายปีต่อมาแสงดาวกับไมค์เดินทางมาถึงจุดหมายของชีวิต ทั้งสองตั้งใจเรียนจนจบปริญญา เกียรตินิยมทั้งคู่“ในที่สุดเราสองคนก็เรียนจบกันจนได้ แสงดาวต่อจากนี้เราจะได้แยกทางกันจริง ๆ แล้วสินะ ฉันนะอยากไปเป็นครูอาสาอยู่บนดอยกับเธอจังเลย แต่ติดที่ว่าคุณแม่ของฉันท่านล้มป่วย ฉันต้องหาโรงเรียนใกล้ ๆ บ้านเพื่อจะได้ดูแลแม่ด้วย เพียงแค่นึกก็ใจหายแล้ว”“คิดถึงก็ติดต่อกันได้เอาไว้ฉันได้ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนฉันจะติดต่อนายกลับมานะ ฉันคิดว่าที่นั่นคงไม่มีสัญญาณมือถือแน่ ๆ เลย ต่อจากนี้ฉันขอให้นายโชคดีเจอกับคนดี ๆ นะไมค์”“เธอนี่นะ ใจร้ายจริง ๆ ใจร้ายไม่พอใจแข็งอีกต่างหาก ไม่ยอมเปิดใจให้ฉันเลย “ไมค์ขยี้หัวของแสงดาวอย่างเคยชิน เขายิ้มบาง ๆ ให้คนตรงหน้า สองปีที่แล้ว ไมค์เคยบอกความรู้สึกกับแสงดาวว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ และอยากเป็นแฟนของเธอมากกว่าเพื่อน ทว่าแสงดาวรับรู้มาตลอดและไม่ให้เขาเกินกว่าคำว่าเพื่อน แสงดาวบอกกับไมค์ว่าเธอไม่เคยคิดถึงเรื่องความรักเลย เธอต้องการตั้งใจเรียนและความรู้สึกที่มีต่อไมค์ก็มีได้เพียงเพื่อน เธอไม่ต้องการคบกันและเลิกกันหากยิ่งฝืนจะยิ่งทำให้ทั้งสองคนเจ็บปวดและต้องเลิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status