เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร

เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-28
Oleh:  พชราวลัยOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
10
0 Peringkat. 0 Ulasan-ulasan
98Bab
1.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

สำหรับจ้าวเยี่ยนเจียวแล้ว สิ่งที่นางทนไม่ได้ที่สุดในชีวิตคือคนชั่วและความหิวโหย

Lihat lebih banyak

Bab 1

ยุ่งไม่เข้าเรื่อง

“ยายอ้วน จะช่วยใครก็ต้องดูน้ำหนักของตัวเองให้ดีก่อน ต่อไปอย่าได้ยุ่งเรื่องของคนอื่น ไม่อย่างนั้นอาจจะเอาชีวิตไม่รอด”

ประโยคง่ายๆ เพียงประโยคเดียวนี้กลายเป็นฝันร้ายของนางมานานหลายปี

ท่านแม่ของนางเป็นคนตัวเล็กแต่มีนิสัยกล้าหาญไม่ยอมคน เป็นเลิศในเรื่องของการกิน กินได้ทุกอย่าง ยกเว้นการกินความเสียเปรียบ พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือท่านแม่ไม่เคยยอมให้ใครมาเอาเปรียบและไม่เคยเอาเปรียบใคร ท่านพ่อตกหลุมรักในความกล้าหาญชาญชัยของท่านแม่ ไม่สนใจการคัดค้านของครอบครัว ท่านพ่อจึงแต่งท่านแม่เข้ามาเป็นอนุภรรยา

ถ้าไม่ใช่เพราะท่านแม่ของนางรักท่านพ่อจนหมดหัวใจ ด้วยนิสัยของท่านแม่แล้วคงไม่มีทางยอมเป็นอนุให้ใคร แต่เมื่อรักแล้วก็คือรัก หลังจากแต่งงานกับท่านพ่อ ฮูหยินใหญ่ก็หาเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ท่านแม่ก็ไม่ยอมแพ้ ทั้งครอบครัวจึงใช้ชีวิตกันอย่างครื้นเครง

ท่านพ่อรักท่านแม่มาก น่าเสียดายตอนที่ท่านแม่กำลังจะคลอดน้องชาย กลับขาดใจตายไปเสียเฉยๆ ท่านพ่อที่สูญเสียคนที่รักก็จมอยู่กับความเศร้า ไม่รู้ว่าเหม่อลอยกับเรื่องท่านแม่มากขนาดไหน ในที่สุดก็เดินพลัดตกเหวระหว่างออกไปทำธุระ

ท่านพ่อกับท่านแม่ได้กลับไปอยู่ด้วยกันบนสวรรค์ แต่นางที่อายุได้เพียงแค่หกขวบกลับกลายเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีทั้งบิดาและมารดา

นับตั้งแต่นั้นมา นางที่อายุเพียงหกขวบจึงถูกเลี้ยงดูโดยฮูหยินใหญ่ จากประสบการณ์ที่ได้เห็นการต่อสู้ฟาดฟันระหว่างท่านแม่กับฮูหยินใหญ่มาตลอดหลายปี นางรู้ดีว่าฮูหยินใหญ่ไม่ใช่คนดีอะไรนัก การที่จะหวังให้ฮูหยินใหญ่ใจดีกับลูกอนุอย่างนาง ไม่สู้บอกให้นางเลิกฝันกลางวันจะง่ายกว่า

นางเป็นเด็กที่รู้จักประมาณตนมาตลอด เข้าใจดีว่าตัวเองยังเด็ก ถ้าอยากมีชีวิตที่ดี ต้องห้ามทำตัวสู้หัวชนฝาเหมือนท่านแม่ ดังนั้นเมื่อไม่มีบิดามารดาแล้ว นางก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเด็กว่าง่าย ขี้อายและซื่อบื้อ สิ่งเดียวที่นางยอมทำเหมือนท่านแม่คือการกินให้อิ่มท้อง กิน กิน กิน และก็กินให้อิ่มท้อง...

เพราะกินแบบไม่บันยะบันยัง ใบหน้าของนางจึงเหมือนซาลาเปา ส่วนรูปร่างก็กลมป้อมเหมือนโอ่งใบย่อมๆ

ชื่อจริงของนางคือจ้าวเยี่ยนเจียวเกิดในวันเทศกาลชีซี[1] จึงมีชื่อเล่นว่าเจียวเจียว แต่หลังจากไม่มีท่านพ่อกับท่านแม่แล้ว คนที่เรียกนางว่าเจียวเจียวก็มีมากขึ้น บางครั้งแม้แต่คนรับใช้ก็ยังเรียก นางรู้ดีว่าในน้ำเสียงที่คนเหล่านั้นใช้เรียกนางเจือไว้ด้วยความเหยียดหยาม เยาะเย้ยว่าโอ่งอ้วนๆ อย่างนางจะคู่ควรกับชื่อที่อ่อนหวานอย่างเจียวเจียวได้อย่างไร

เมื่อพี่สาวน้องสาวคนอื่นๆ ในตระกูลจ้าวเห็นนาง ซึ่งมักจะเป็นตอนที่นางกำลังกินอยู่เสมอ พวกนางจะเรียกชื่อเจียวเจียวและหัวเราะเยาะรูปร่างและท่าทางที่นางกิน ทุกครั้งที่ถูกหัวเราะเยาะ นางก็แค่หัวเราะตามอย่างเซ่อซ่า ราวกับว่าตัวเองเป็นคนโง่งม

แต่จริงๆ แล้วนางไม่ได้โง่สักนิด นางแค่อยากเอาตัวรอด

ท่านแม่ของนางทำตามใจตัวเองได้เพราะมีท่านพ่อคอยปกป้อง ถ้าตอนนี้ท่านพ่อท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ นางก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามใจเช่นคนอื่นๆ แต่ตอนนี้ไม่มีที่พึ่งอีกแล้ว จึงต้องทำตัวให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่น่าเสียดาย... ความฉลาดที่นางแอบซ่อนเอาไว้มาโดยตลอด กลายเป็นสิ่งน่าละอายในวันฉงหยาง[2]ที่มีอากาศสดใสตอนอายุแปดขวบ

ในวันฉงหยาง คนในตระกูลขุนนางจะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์อย่างใหญ่โต มีอาหารอันแสนโอชะและสุราที่หมักจากดอกจวี๋ฮวา[3] ตระกูลจ้าวจัดงานเลี้ยงชมดอกจวี๋ฮวาอย่างคึกคักเช่นกัน

วันนี้เป็นหนึ่งในวันที่นางชอบที่สุด เพราะมีของอร่อยมากมาย ตั้งแต่เช้าตรู่ นางก็ถูกกลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาตามลมรบกวนกระเพาะ นางหลับตาทำจมูกฟุดฟิตๆ แล้วยิ้มอย่างมีความสุข จากนั้นก็แอบหยิบจานขนมออกมาจากห้องครัว ตั้งใจจะหาที่เงียบๆ เพื่อลิ้มรส แต่เท้าเจ้ากรรมกลับนำพาไปยังริมสระสุ่ยเยว่ในสวนเพราะได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน

ตอนที่ท่านพ่อกับท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่นี่บ่อยแค่ไหน นางเองก็ขลุกอยู่ด้วยบ่อยแค่นั้น ที่นี่จึงเป็นสถานที่แห่งความทรงจำที่มีทิวทัศน์อันสวยงามและมีความสุขที่สุดของนาง

ท้องฟ้าแจ่มใส ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่อง มีเด็กหนุ่มสองคนในชุดผ้าแพรยืนเผชิญหน้ากัน คนหนึ่งอยู่ในชุดสีขาวงามสง่า อีกคนอยู่ในชุดสีน้ำเงินเข้มดูหนักแน่น ท่าทางดูเหมือนกำลังถกเถียงกัน

นางกำลังหยิบขนมจวี๋ฮวา[4]เข้าปาก ครั้นได้ยินเสียงก็ก้าวถอยหลังหาที่หลบซ่อนเพื่อดูละครงิ้วฉากนี้พร้อมกับกินขนมไปด้วย นางพยายามเดินให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เสียงก็ยังดังเกินไป คงต้องโทษรูปร่างอันอุดมสมบูรณ์ของนาง อีกทั้งวันนี้ฮูหยินใหญ่ตั้งใจให้นางสวมชุดสีชมพูเต็มยศ บอกว่าเพื่อขับความงามของบุตรสาว คิดดูเถิดต้องสวมเสื้อผ้าตั้งกี่ชั้นบวกกับรูปร่างกลมๆ จะไม่ทำให้นางดูตัวใหญ่ขึ้นได้อย่างไร

เมื่อเห็นเด็กหนุ่มชุดขาวหันมามอง จ้าวเยี่ยนเจียวก็คิดว่าเขาคงจะโมโหจากการทะเลาะกัน แต่สายตาที่มองมายังนางกลับดูสงบนิ่งและบริสุทธิ์ สง่างามและเย็นชาเหมือนดอกบ๊วยบานในฤดูใบไม้ผลิ

เด็กสาวตัวเล็กๆ อย่างนางจะไปเข้าใจอะไร แค่รู้สึกว่าคนคนนี้ถึงแม้จะดูซีดเซียวไปบ้าง แต่ก็หล่อเหลาราวกับเซียนที่ลงมาจุติในโลกมนุษย์เพื่อผ่านด่านเคราะห์ เพียงแค่สบตา หัวใจของนางก็เต้นรัวจนควบคุมไม่ได้ นางอดไม่ได้ที่จะนึกถึงความรู้สึกที่ท่านแม่เคยเล่าให้ฟังตอนที่ได้พบกับท่านพ่อครั้งแรก ความรู้สึกในตอนนี้ของนางดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น เท้าของนางจึงก้าวไปหาเขาโดยไม่รู้ตัว

แต่การเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้นก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนนางตกใจ มีเสียงป๋อมดังขึ้น นางเห็นเด็กหนุ่มชุดน้ำเงินเข้มยื่นมือออกไปแล้วผลักเซียนในสายตาของนางอย่างไม่ลังเล

[1] เทศกาลชีซีมีรากฐานมาจากตำนานพื้นบ้านที่โด่งดังของจีนเรื่อง หนุ่มเลี้ยงวัว กับสาวทอผ้าซึ่งเป็นบุตรสาวของเทพธิดาบนสวรรค์ ทั้งสองตกหลุมรักกันและแต่งงานจนมีลูกด้วยกัน แต่ด้วยกฎสวรรค์ที่ห้ามมนุษย์และเทพมีความรักต่อกัน เทพธิดาผู้เป็นแม่จึงใช้ปิ่นปักผมขีดเป็นทางช้างเผือก เพื่อแยกทั้งสองออกจากกันอย่างถาวร ปัจจุบันคือเทศกาลวันวาเลนไทน์ของจีน

[2] วันไหว้บรรพบุรุษ

[3] ดอกเบญจมาศ หรือดอกเก๊กฮวย

[4] เป็นขนมที่นิยมรับประทานในช่วง เทศกาลฉงหยาง มักจะทำเป็นขนมที่มีลักษณะเป็น วุ้นหรือพุดดิ้ง สีขาวหรือสีเหลืองอ่อน มีดอกเบญจมาศประดับอยู่ด้านบน ให้กลิ่นหอมและรสชาติอ่อน ๆ ของดอกไม้

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status