LOGINตอนที่ 3 อย่าให้ผู้ใดรู้
3 ปีต่อมา ตอนนี้ต้าหลงได้ออกมาเติบโตข้างนอกหลังจากใช้ชีวิตอยู่ในท้องมารดามาสิบเดือน ตอนนี้เขาถูกเรียกว่าเสี่ยวเถา ออกมาอย่างง่ายดายไม่ทำให้ท่านแม่เจ็บปวดทรมานอยู่นาน เกิดมามีสุขภาพแข็งแรง และพัฒนาการที่ดีกว่าเด็กที่เกิดรุ่นเดียวกัน ตอนนี้เรือนของเทียนมู่กับเยว่ฉีถูกสร้างขึ้นมาใหม่ บริเวณรอบบ้าน เยว่กับบิดาช่วยกันปลูกผักและเลี้ยงไก่ เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องสงสยเรื่องของกินของใช้ที่ได้มาอย่างไม่มีเหตุผล จนวันหนึ่งช่วงที่เสี่ยวเถาอายุเพียงหนึ่งขวบเขาเดินไปแตะอ่างน้ำที่แห้งเหือดในฤดูแล้ง จนน้ำเต็มอ่างและไม่มีวันแห้งอีก เยว่ฉีเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างและรู้แล้วว่าบุตรชายคนนี้เกิดมาพร้อมพลังวิเศษ ของใช้และของกินทุกอย่างล้วนเป็นพลังของเด็กชายคนนี้ นางจึงคิดหาหนทาง ที่จะไม่ทำให้ผู้คนสงสัยและปิดซ่อนพลังของบุตรชายเอาไว้ หากชาวบ้านได้เห็นหรือรับรู้มีหวังขับไล่และกล่าวหาว่าบุตรของนางเป็นปีศาจแน่ ๆ
“เสี่ยวเถาลูกฟังแม่นะ ห้ามแสดงพลังที่เจ้ามีให้ผู้อื่นเห็นเด็ดขาดแม่กลัวเหลือเกินว่าชาวบ้านจะไม่ใจดีกับเจ้า มีหวังตัวของเจ้าจะถูกจับตัวส่งมอบให้ใต้เท้าผู้ทรงอำนาจเพื่อให้เจ้าดลบันดาลในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ” เสี่ยวเถามองใบหน้าท่านแม่พร้อมพยักหน้า
“ขอรับ’ ’ เด็กชายที่มีความคิดมากกว่าอายุรีบตอบกลับมารดาให้สบายใจ
‘ท่านแม่ท่านไม่ต้องกังวลไปขอรับ ตัวข้านี่รู้เรื่องทุกอย่างมากกว่าที่ท่านแม่รู้อีกขอรับ ข้าอยากจะพูดมากกว่านี้แต่ว่าตอนนี้ข้าพึ่งอายุได้เพียงสามขวบต้องพยายามพูดเท่าที่เด็กสองขวบจะพูดได้’ เสี่ยวเถาคิดในใจก่อนจะวิ่งไปหาท่านตานั่งอยู่บนแคร่กำลังนำโสมตากแดด นำไปขายจะได้ราคาที่ดีกว่าเดิม
ทว่าความรุ่งเรืองและกินอยู่ที่ดีขึ้นทำให้อวี้หรานที่บ้านอยู่ใกล้ ๆ กันเกิดความสงสัย จู่ ๆ จะร่ำรวยและมีกินมีใช้ได้ขนาดนี้ได้อย่างไร นางพยายามลอบมองบ่อย ๆ และก็ไม่เห็นว่ามีผู้ใดแอบมาหาหรือว่าจะมีใต้เท้าที่ใดมารับเลี้ยงดูแลเยว่ฉี
“น่าแปลกจริง ๆ เมื่อก่อนครอบครัวเหวินยากจนยิ่งกว่าข้าเสียอีก หนำซ้ำเพียงแค่หมั่นโถวยังไม่มีปัญญาซื้อกินด้วยซ้ำ ทำไมยามนี้ถึงได้ร่ำรวยขึ้นอย่างแปลกประหลาดข้าต้องรู้ให้ได้ว่านางร่ำรวยมาจากที่ใด หรือว่าลุงเหวินเทียนมู่จะไปขโมยของใช้ในเรือนของใต้เท้าร่ำรวยและนำไปขายไม่เช่นนั้นคงไม่มีทางร่ำรวยมาได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ ข้าช่างอยากรู้จริง ๆ ข้าต้องรู้ให้ได้ไม่อย่างนั้นข้าคงนอนตายตาไม่หลับแน่ ๆ” อวี้หรานยืนแอบมองอยู่ไม่ไกล สายตาของเสี่ยวเถามองมาเห็นนางและรับรู้ได้ทันทีว่าสตรีนางนี้นั้นหวังดีหรือไม่หวังดี
“ท่านป้า ท่านป้าขอรับมายืนทำอะไรตรงนี้ขอรับ”
อวี้หรานตกใจสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะแสร้งยิ้มให้เสี่ยวเถา
“อ้อ.. ป้าเดินมาเก็บของนะจ๊ะไม่มีอะไรหรอก แฮะ แฮะ ว่าแต่ท่านแม่ของเจ้าไปทางใดหรือ? ป้ามีเรื่องอยากรู้นิดหน่อยเจ้าพอตอบได้หรือไม่ว่าแม่ของเจ้ามีบุรุษมาเกี่ยวพันหรือไม่” เสี่ยวเถากอดอกพรางครุ่นคิดและตอบออกไปเสียงดังฟังชัด
“ท่านป้าช่างเก่งจริง ๆ สายตาเฉียบแหลมท่านแม่ของข้ามีบุรุษมาเกี่ยวพันจริง ๆ ขอรับ บุรุษผู้นั้นใบหน้าหล่อเหลา นิสัยดีและยังเด็กกว่าท่านแม่อีกด้วย” อวี้หรานกระตุกยิ้มมุมปากตบมือฉากใหญ่ เป็นอย่างที่นางคิดเอาไว้จริง ๆ
“ฮ่า ฮ่าเป็นอย่างที่ข้าคิดไม่มีผิด เจ้าช่วยบอกป้าผู้นี้ได้หรือไม่บุรุษที่มาเกี่ยวพันท่านแม่ของเจ้าคือบุรุษเรือนใดกัน”
“ท่านป้ารู้จักดีเลยขอรับ เหตุใดจะต้องให้ข้าบอกด้วย ก็ข้าเองขอรับบุรุษที่เกี่ยวพันกับท่านแม่ทั้งเด็กและหล่อเหลา “เด็กชายยืดอกอย่างภูมิใจในความหล่อเหลาของตนเองในวัย 3 ขวบ อวี้หรานใบหน้าเหวอตกใจไม่คิดว่าจะถูกเด็กชายคนนี้พูดจาล้อเล่น “เหตุใดท่านป้าถึงทำหน้าเช่นนั้นขอรับ หรือว่าสิ่งที่ข้ากล่าวมาไม่ถูกต้อง”
“แฮะ ๆ จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรละ เจ้าทั้งหล่อเหลาและรู้ความมากกว่าเด็กในหมู่บ้าน ป้ามีเรื่องที่ต้องทำอีกมากเสี่ยวเถาไปเล่นกับเพื่อน ๆ เถอะ” อวี้หรานหัวเสียและโมโหที่เด็กชายคนนี้พูดล้อเล่นกับตนเองยิ่งกว่าเพื่อนเล่นรุ่นเดียวกันเสียอีก
“ขอรับ” เสี่ยวเถามองตามหลังป้าอวี้หรานหัวเราะคิกคัก
‘ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็มีคนนิสัยแบบนี้เสมอสินะ’
“เสี่ยวเถามาทำอะไรอยู่ตรงนี้หรือ ? ท่านตาให้เจ้าไปช่วยรดน้ำผัก ช่วงสาย ๆ จะได้เก็บผักตอนบ่ายแม่จะพาเจ้านำผักไปขายที่ตลาดอยากไปหรือไม่” เสี่ยวเถายิ้มกว้างดวงตาเป็นประกายเมื่อได้ยินว่าจะได้ไปตลาดกับมารดา
“ขอรับ ข้าจะรีบไปช่วยท่านตา ข้าจะไปตลาดขอรับ” เยว่ฉีจ้องมองเด็กชายอย่างเอ็นดูคว้ามือไปลูบศีรษะเบา ๆ
“เจ้านี่นะเกิดมามีแต่ทำให้แม่มีความสุข วันนี้แม่จะตามใจเจ้าให้เจ้ากินขนมได้หนึ่งอย่างดีหรือไม่”
“จริงหรือขอรับ ข้าจะรีบไปช่วยท่านตาเดี๋ยวนี้” พูดจบเสี่ยวเถาวิ่งไปที่หลังบ้านเพื่อไปช่วยรดน้ำผัก แท้ที่จริงแล้วเยว่ฉีได้ยินบทสนทนาของเสี่ยวเถากับอวี้หรานเมื่อครู่ นางรับรู้ตั้งแต่เด็กชายคนนี้เกิดออกมา เขาไม่เหมือนเด็กชายทั่วไป มีทั้งความฉลาดหลักแหลม ไหนจะมีพลังนึกคิดอีกทั้งยังมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน มองผิวเผินก็เหมือนผู้ใหญ่ สิ่งเดียวที่ทำได้คือการปกป้องสิ่งพิเศษของบุตรชายตนเองไม่อาจจะให้ผู้ใดล่วงรู้ได้
ตอนที่ 5 ภารกิจหลายเดือนต่อมา เรือนตระกูลเหวินมีลูกค้ามากมายทั้งลูกค้าผักและเห็ดทว่าตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝนทำให้เห็ดฟางเกิดยากกว่าเดิม แม้จะมีความชื้นมากแต่กระนั้นหากฝนตกหนักมาก ๆ ก็อาจทำให้เห็ดเน่าและเสียหายได้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการทำอย่างอื่นหากเห็ดเกิดน้อยและดูแลยาก เสี่ยวเถาจึงชักชวนท่านตาและท่านแม่ไปเช่าพื้นที่ปลูกข้าว และปลูกผักใบเขียวส่งให้โรงเตี๊ยมหากมีมากพอก็ส่งไปขายที่หมู่บ้านอื่นเทียนมู่ไม่เคยขัดจัดให้ตลอดเขาจัดการเช่าพื้นที่ของท่านปู่หมอยาที่บ้านอยู่ฝั่งด้านขวา ยามนี้บุตรชายของเขาได้รับราชการทหารในวังหลวงจึงไม่มีผู้ที่ทำนาได้ เป็นการทำข้าวแบ่งเจ้าของที่โดยที่ไม่เสียเงินสักตำลึงเดียว มีเพียงเมล็ดพันธุ์ข้าวเท่านั้นที่ต้องหามาปลูก เสี่ยวเถาให้ท่านตาวางใจเรื่องเท่านี้เขาจัดการได้ครอบครัวของเยว่ฉีมั่นคงและร่ำรวยมากกว่าเดิม จนเวลาล่วงเลยมาอีกสองปี ยามนี้เสี่ยวเถาอายุได้ห้าขวบแล้ว เขามองดูว่าวที่ท่านตาทำให้ลอยติดลมบนอยู่บนท้องฟ้า ฤดูใบไม้ผลิมาเยือนยิ่งอยู่ที่นี่เขายิ่งผูกพันแต่ก็มีช่วงหนึ่งที่คิดถึงแม่ของเขาที่อยู่อีกมิติหนึ่ง ตอนนั้นเองเสียงแว่วผ่านสายลมดังขึ
ตอนที่ 4 อิจฉาหลังจากนั้นทั้งสองพากันเดินไปที่ตลาดเพื่อขายผัก เสี่ยวเถาคิดอะไรบางอย่างได้ในยุคสมัยนี้มีฟางข้าวจำนวนมาก การหารายได้ที่ยั่งยืนก็ดีไม่น้อย หากวันหนึ่งพลังนึกคิดหายไปจะได้ไม่กลับไปลำบากอีก“ท่านแม่ขอรับ ข้าเดินมากับท่านในตลาดแห่งนี้ไม่มีเห็ดขายหรือต้องรอฤดูกาล”“ใช่แล้วเสี่ยวเถาเห็ดจะออกตามฤดูของมันเท่านั้น เมื่อถึงฤดูในตลาดแห่งนี้จะมีเห็ดป่ามากมายวางขายให้เลือกซื้อ”“ข้าคิดอะไรบางอย่างออกขอรับ เราปลูกเห็ดกันดีมั้ยขอรับ ข้ามีแผนการเอาไว้ในใจไว้กลับเรือนแล้วจะเล่าให้ท่านแม่ฟังนะขอรับ”“เสี่ยวเถาเจ้าช่างเก่งและฉลาดรอบรู้ แต่บางครั้งแม่ก็อยากให้เจ้าเป็นเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป เอาล่ะเจ้าคอยแม่ตรงนี้สักครู่แม่เอาผักไปให้ลุงไป๋แล้วจะพาเจ้าไปซื้อขนม” เด็กชายพยักหน้าให้มารดา ยืนรออยู่หน้าโรงเตี๊ยม ครานั้นเองสายตาของเสี่ยวเถาเหลือบไปเห็นป้าอวี้หรานกำลังจับกลุ่มซุบซิบนินทาและมองมาทางตนกับมารดา“เจ้าเห็นหรือว่าตั้งแต่เด็กชายคนนั้นเกิด เรือนแซ่เหวินมีของกินมากมายโสมหายากที่ไม่คิดว่าจะมีในหุบเขาของเรา ครอบครัวนั้นก็มีครอบครอง อีกอย่างเด็กเสี่ยวเถานั่นไม่มีบิดาจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าเด็กนั่น
ตอนที่ 3 อย่าให้ผู้ใดรู้3 ปีต่อมา ตอนนี้ต้าหลงได้ออกมาเติบโตข้างนอกหลังจากใช้ชีวิตอยู่ในท้องมารดามาสิบเดือน ตอนนี้เขาถูกเรียกว่าเสี่ยวเถา ออกมาอย่างง่ายดายไม่ทำให้ท่านแม่เจ็บปวดทรมานอยู่นาน เกิดมามีสุขภาพแข็งแรง และพัฒนาการที่ดีกว่าเด็กที่เกิดรุ่นเดียวกัน ตอนนี้เรือนของเทียนมู่กับเยว่ฉีถูกสร้างขึ้นมาใหม่ บริเวณรอบบ้าน เยว่กับบิดาช่วยกันปลูกผักและเลี้ยงไก่ เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องสงสยเรื่องของกินของใช้ที่ได้มาอย่างไม่มีเหตุผล จนวันหนึ่งช่วงที่เสี่ยวเถาอายุเพียงหนึ่งขวบเขาเดินไปแตะอ่างน้ำที่แห้งเหือดในฤดูแล้ง จนน้ำเต็มอ่างและไม่มีวันแห้งอีก เยว่ฉีเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างและรู้แล้วว่าบุตรชายคนนี้เกิดมาพร้อมพลังวิเศษ ของใช้และของกินทุกอย่างล้วนเป็นพลังของเด็กชายคนนี้ นางจึงคิดหาหนทาง ที่จะไม่ทำให้ผู้คนสงสัยและปิดซ่อนพลังของบุตรชายเอาไว้ หากชาวบ้านได้เห็นหรือรับรู้มีหวังขับไล่และกล่าวหาว่าบุตรของนางเป็นปีศาจแน่ ๆ“เสี่ยวเถาลูกฟังแม่นะ ห้ามแสดงพลังที่เจ้ามีให้ผู้อื่นเห็นเด็ดขาดแม่กลัวเหลือเกินว่าชาวบ้านจะไม่ใจดีกับเจ้า มีหวังตัวของเจ้าจะถูกจับตัวส่งมอบให้ใต้เท้าผู้ทรงอำนาจเพื่อให้เจ้าดลบัน
ตอนที่ 2 ช่วยท่านแม่เหวินเทียนมู่มิแทบไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง ทำได้เพียงโมโหจนต้องเดินหนีบุตรสาวเพราะไม่กล้าลงมือ บุตรสาวที่เลี้ยงมาอย่างทะนุถนอม เขากลับมาอีกครั้งเมื่อใจเย็นบอกกับเยว่ฉีว่า ให้เก็บเด็กคนนี้เอาไว้โดยไม่เอ่ยปากถามสักคำว่าพ่อของเด็กคือบุตรชายบ้านใดตอนนี้ต้าหลงเรื่องปะติดปะต่อเรื่องราวได้มากขึ้นเขาทำใจยอมรับ ว่าตนเองเป็นบุตรชายกำลังจะเกิดของเหวินเยว่ฉี“ฉันจำได้คุ้น ๆ เหมือนคุณแม่จะเรียกชื่อลูกชายของนางเอกว่าเสี่ยวเถาต่อจากนี้ฉันคือเสี่ยวเถาสินะเอาล่ะหากฉันเป็นลูกของนางเอกจริงๆ ฉันช่วยเหลือเธอเองเพื่อจะได้สุขสบาย” เยว่ฉีเดินไปกินซุปที่ท่านพ่อทำไว้ให้ในนั้นไม่มีเนื้อสัตว์แม้แต่น้อยมีเพียงผักนิดหน่อยและน้ำซุปจำนวนมากเยว่ฉีต้องกินเพื่อประทังชีวิตและกลัวลูกน้อยไม่อิ่มท้องและก็เป็นอย่างที่เธอคิดต้าหลงหรือเสี่ยวเถาไม่อิ่มเลย“กินแต่น้ำซุปอย่างนี้จะมีประโยชน์อะไรกับเด็กล่ะ สารอาหารคงตกไม่ถึงฉันแน่ ๆ แล้วอย่างนี้จะเอาอะไรมาเติบโตและแข็งแรง”เสี่ยวเถาคิดในใจครั้นนั้นสายตาพลันมองไปเห็น ไก่กำลังเขี่ยหาอาหารที่นอกชานเรือนในใจเขาคิดว่าหากได้กินไข่ไก่บำรุงสักหน่อยคงดีไม่น้อยทันใดนั้นเ
ตอนที่ 1 ที่นี่ที่ไหน??ครืด ครืด“อึก อื้อ …ทำไมที่นี่มืดจังแถมยังอึดอัดด้วย ฉันกำลังเล่นเกมส์อยู่ในห้องไม่ใช่หรือไงกัน!! โอ้ย ๆ ทำไมปวดหัวแบบนี้ เดี๋ยวสิทำไมทุกอย่างมืดสนิทเหมือนกำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำ แค่ก ๆ แค่ก ๆ เริ่มหายใจไม่ออก แม่ครับช่วยผมด้วย แค่ก ๆ " ชายหนุ่มพยายามดิ้นรนแหวกว่ายคิดว่าตัวเองกำลังจมน้ำตายอย่างงวยงง แต่ไม่ว่าจะดิ้นไปไหนจะเจอเพียงแต่พื้นที่แคบ ๆ เป็นวงกลมไม่มีทางจะหนีออกได้เลย เขายิ่งกระวนกระวายตกใจกลัว"ทำไมไม่มีที่ออก หรือว่ากำลังฝันใช่แล้วฉันคงไม่ได้นอนและพักผ่อนน้อยทำให้นอนจนฝัน เอ๊ะ..เดี๋ยวนะรู้สึกเหมือนฉันไม่ได้ขาดอากาศหายใจและยังหายใจโล่งอีกด้วย อย่าบอกนะว่าหายใจในน้ำได้ ฮ่า ฮ่า นี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันต้องรีบตื่นจากความฝันบ้า ๆ นี่เสียที วันนี้เกมส์จะอัพเดทใหม่ด้วย บอสใหญ่จะลงมาดวงเพื่อให้ชิงรางวัลฉันจะต้องชนะให้ได้ ฮึบ ตื่น ตื่นสิ" เขาพยายามอย่างมากหลับตาลงข่มให้หลับ ทว่าต่อให้ลืมตามากี่ครั้ง ๆ ก็ยังอยู่ที่เดิม"อึก อึก เด็กน้อยแม่ผู้นี้ต้องขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องอดอยากตั้งแต่อยู่ในท้อง เจ้าคงหิวมากสินะ ... เป็นความผิดข้าเองหากวันนั้นไม่ดิ้นรนออกไปเที่ยว ต







