แชร์

ตอนที่ 2 ช่วยท่านแม่

ผู้เขียน: วริษา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-23 10:40:20

ตอนที่ 2 ช่วยท่านแม่

เหวินเทียนมู่มิแทบไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง ทำได้เพียงโมโหจนต้องเดินหนีบุตรสาวเพราะไม่กล้าลงมือ บุตรสาวที่เลี้ยงมาอย่างทะนุถนอม เขากลับมาอีกครั้งเมื่อใจเย็นบอกกับเยว่ฉีว่า ให้เก็บเด็กคนนี้เอาไว้โดยไม่เอ่ยปากถามสักคำว่าพ่อของเด็กคือบุตรชายบ้านใด

ตอนนี้ต้าหลงเรื่องปะติดปะต่อเรื่องราวได้มากขึ้นเขาทำใจยอมรับ ว่าตนเองเป็นบุตรชายกำลังจะเกิดของเหวินเยว่ฉี

“ฉันจำได้คุ้น ๆ เหมือนคุณแม่จะเรียกชื่อลูกชายของนางเอกว่าเสี่ยวเถาต่อจากนี้ฉันคือเสี่ยวเถาสินะเอาล่ะหากฉันเป็นลูกของนางเอกจริงๆ ฉันช่วยเหลือเธอเองเพื่อจะได้สุขสบาย” เยว่ฉีเดินไปกินซุปที่ท่านพ่อทำไว้ให้ในนั้นไม่มีเนื้อสัตว์แม้แต่น้อยมีเพียงผักนิดหน่อยและน้ำซุปจำนวนมากเยว่ฉีต้องกินเพื่อประทังชีวิตและกลัวลูกน้อยไม่อิ่มท้องและก็เป็นอย่างที่เธอคิดต้าหลงหรือเสี่ยวเถาไม่อิ่มเลย

“กินแต่น้ำซุปอย่างนี้จะมีประโยชน์อะไรกับเด็กล่ะ สารอาหารคงตกไม่ถึงฉันแน่ ๆ แล้วอย่างนี้จะเอาอะไรมาเติบโตและแข็งแรง”

เสี่ยวเถาคิดในใจครั้นนั้นสายตาพลันมองไปเห็น ไก่กำลังเขี่ยหาอาหารที่นอกชานเรือนในใจเขาคิดว่าหากได้กินไข่ไก่บำรุงสักหน่อยคงดีไม่น้อย

ทันใดนั้นเองไก่ตัวนั้นก็ฟักไข่ออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อแถมยังออกมาสองถึงสามฟองอีกด้วย

เยว่ฉีแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองอุทานออกมาเสียงดังสนั่นบ้าน

“นั่นไข่ไก่ไม่ใช่หรือ? ไก่ฟักไข่ทั้ง ๆ ที่กินอาหารน่าแปลกจริง ๆ

” นางลุกเดินไปหยิบไข่ไก่และเดินไปหาท่านพ่อด้วยความตื่นเต้น

“ท่านพ่อท่านพ่อเจ้าคะ ดูนี่สิเจ้าคะจู่จู่ไก่ในบ้านของเราก็ฟักไข่ออกมาหลายฟองในคราวเดียวกัน” เทียนมู่กำลังเตรียมตัวออกไปหาสมุนไพรหันมามองดวงตาเบิกโพลงประกายแวววาว จะไม่น่าแปลกใจได้อย่างไรในเมื่อไก่ตัวนั้นคือไก่ตัวผู้

“เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวเรา นี่คือความโชคดีหรืออาเพชกันแน่ ไก่ตัวนั้นเป็นไก่ผู้จะมีไข่ได้ยังไงกัน เยว่ฉีบอกพ่อมาสิว่าเราไม่ได้หิวจนตาฝาด "

“มิใช่ความฝันแน่นอนเจ้าค่ะ ท่านพ่อลองจับไข่ดูสิเจ้าคะ”

‘นั่นสิยิ่งว่าความฝันเพียงแค่ฉันคิดเท่านั้น จู่ ๆ ไก่ก็ไข่ออกมาหรือว่าสวรรค์จะได้ยินเสียงที่ฉันคิดในใจ อย่างนี้ต้องลองอีกครั้งให้มันแน่ชัด’ ไม่ใช่เพียงแค่สองพ่อลูกแต่ต้าหลงที่อยู่ในท้องก็แปลกใจไม่ต่างกัน เขาลองคิดในใจอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ ลองนึกถึงโสมหายากให้อยู่ในตะกร้าของท่านตา จู่ ๆ โสมก็ปรากฏขึ้นอย่างน่าตก

“ท่านพ่อไม่ใช่แค่เพียงไข่ไก่เจ้าค่ะ ดูนั่นสิเจ้าคะในตะกร้าของท่านมีโสมอยู่ทั้ง ๆ ที่ท่านพ่อยังไม่ได้ออกไปหาด้วยซ้ำ” เยว่ฉีวางไข่ไก่เอาไว้ที่แคร่ก่อนจะจับโสมออกมาจากตะกร้า ราวกับของมีค่าที่นางทะนุถนอนจับมาอย่างเบามือ เทียนมู่ดวงตาเบิกโพลงมากกว่าเดิม เมื่อเห็นโสมที่ราคาดีหายากอยู่ตรงหน้า เขาหันซ้ายหันขวามองไปทั่ว กระนั้นก็ไม่พบผู้ใด คงไม่มีใครมาทิ้งเอาไว้เป็นแน่

“นี่มันโสมซานซีนี่น่า เยว่ฉีวันนี้เรามีเงินซื้อเนื้อมากินกันแล้ว”

“ท่านพ่อข้าดีใจจริง ๆ เจ้าค่ะในที่สุดสวรรค์ก็มีควาเมตตากับเราสองคนพ่อลูก หรือว่าเด็กในท้องจะเป็นบุตรของเทพสวรรค์”

“ฮ่า ฮ่า ช่างเป็นความโชคดีของเรา เดี๋ยวพ่อจะรีบเข้าตลาดเอาโสมไปขายและซื้อเนื้อพร้อมของบำรุงครรภ์มาให้นะเยว่ฉี” เทียนมู่ยิ้มแย้มด้วยความดีใจรีบไปที่ตลาดเพื่อเอาโสมไปขาย ตอนนี้ต้าหลงรู้แล้วไม่ว่าสิ่งใดที่เขานึกคิดจะมีสิ่งนั้นมาปรากฏ ทารกในครรภ์ก็พลันยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นมองเห็นหนทางสุขสบายไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นเหมือนเนื้อเรื่องในละคร

‘ฮ่า ฮ่า โชคดีจริง ๆ ในเมื่อมีพลังอย่างนี้ฉันจะไม่อดตายอีกต่อไป และจะช่วยครอบครัวแซ่เหวินร่ำรวยและสุขสบาย’

หลังจากนั้นเยว่ฉีได้นำไข่ไปต้มเพื่อกินบำรุงครรภ์ มือนุ่มลูบหน้าท้องเบา ๆ

“เจ้าคงเป็นบุตรที่เกิดมาพร้อมกับบุญวาสนาสินะเสี่ยวเถา ถึงบันดาลให้แม่มีอะไรดี ๆ กิน” เยว่ฉีกินอิ่มหนังตาก็เริ่มย่อนคล้อย นางเอนหลังนอนบนแคร่ด้วยความง่วง ต้าหลงมองไปรอบ ๆ แม้ว่าอยู่ในท้องแต่เขาสามารถมองเห็นของทุกอย่างในบ้าน จึงคิดถึงข้าวสารเมล็ดสวยเรียงงามไม่นานนักข้าวสารจำนวนหนึ่งได้อยู่ในถังใส่ข้าวสารของบ้าน ที่ไม่มีเมล็ดข้าวสารใส่มานานตอนนี้ได้เต็มถัง พืชผักและเครื่องปรุงเทศต่าง ๆ ก็เรียงรายจนเต็มห้องครัว

บ่ายคล้อยเทียนมู่กลับมาจากด้านนอกด้วยรอยยิ้มมือข้างขวาถือเนื้อหมู ส่วนอีกข้างถือขนมหวานและยาบำรุงครรภ์เอ่ยเรียกบุตรสาวด้วยความดีใจ

“เยว่ฉีพ่อกลับมาแล้ว ที่ตลาดมีขนมที่เจ้าอยากกินพอดีพ่อจึงซื้อติดไม้ติดมือมาฝากเจ้า ”

“ท่านพ่อมาแล้วหรือเจ้าคะ ข้าเองก็มีสิ่งหนึ่งที่อยากให้ท่านพ่อได้ดูเช่นเดียวกัน” เยว่ฉีแทบไม่สนใจขนมกับเนื้อหมูในมือของท่านพ่อ รีบเข้าไปจับแขนของท่านพ่อให้ตามตนเองเข้าไปในบ้านอย่างเร่งรีบ เมื่อเทียนมู่เข้ามาที่ห้องครัวต้องตาค้างตกตะลึงกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า

ข้าวสารเต็มกระบุง ผักสดวางอยู่บนโต๊ะทำอาหารไหนจะเครื่องเทศมากมายอีกเรียงรายกันอยู่ต่อหน้า

“ไม่จริงน่าเพียงแค่ไข่ไก่กับโสมข้าก็แทบไม่อยากจะเชื่อแล้ว แล้วสิ่งที่อยู่ต่อหน้านี่คืออะไรกัน เยว่ฉีหรือว่าเด็กในท้องของเจ้าคือบุตรของเทพเจ้าจริง ๆ ข้าน้อยขอคารวะและสัญญาจะดูแลเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดขอรับ” เทียนมู่ทุรดเข่าลงกับพื้นคำนับฟ้าดินที่บันดาลของมาให้ตนกับลูกสาว เยว่ฉีเองไม่รอช้าเห็นท่านพ่อเคารพฟ้าดินนางก็รีบทำตามทันที ตั้งแต่นั้นมาครอบครัวเหวินก็มีชีวิตที่ดีขึ้นไม่อดไม่อยากเหมือนเมื่อก่อน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 19 ขอโอกาส(ตอนจบ)

    บทที่ 19 ขอโอกาส“แต่สำหรับฉันมันคือความรัก ฉันไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน ฉันเฝ้าแต่มองหาจดหมายทุกสัปดาห์ ชอบที่เธอเขียนหาและเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างสนุกสนานราวกับว่าตัวของฉันได้อยู่ในทุก ๆ เหตุการณ์กับเธอ คืนนั้นครั้งแรกที่ได้เชยชม ฉันไม่เคยลืมมันได้สักครั้ง ไม่มีทางเลยหรือที่เราจะได้เคียงคู่""คุณอาเลิกพูดแบบนี้เถอะค่ะแค่นี้หนูก็ละอายใจมากพอแล้ว พรุ่งนี้หนูจะเดินทางกลับโรงเรียนต่อจากนี้ขอให้คุณอาดูแลสุขภาพและตามหาความสุขตามที่พี่ญาดาอยากให้คุณอาทำเถอะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ" แสงดาวพูดจบกำลังจะเดินหันหลังจากพัฒน์ไป เขารีบคว้าตัวของเธอเอาไว้และโอบกอดเธอแนบอก"แสงดาวไหนเธอเคยบอกว่ารักฉันไม่ใช่หรือ ? การที่เธอเอาตัวเองออกไปอยู่ที่อื่นและหลบหนีฉันไม่ใช่ว่าเธอรักฉันหรอกรึ ตอบมาสิว่าตอนนี้เธอรู้สึกยังไงกับฉัน เรื่องของฉันกับญาดาตอนนี้เธอเองคงรับรู้ทุกอย่าง ""ใช่ค่ะหนูรู้และตอนนี้หนูก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้รักคุณอามากขนาดนั้น มันเป็นเพียงความหลงใหลชั่วครู่เท่านั้น ปล่อยเถอะค่ะอย่าทำแบบนี้อีกเลย " แสงดาวหัวใจเต้นระรัวนานมากแค่ไหนกันนะที่เธอกับเขาไม่ได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้ ยิ่งพัฒน์ยื้อแสงดาวยิ่งเ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 18 ขอโทษ

    บทที่ 18 ขอโทษร่างเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น โผล่กอดญาดาแน่น“พี่ญาดาหนูขอโทษ ขอโทษหนูไม่คิดว่าเรื่องนั้นพี่จะรับรู้วันนั้นหนูเมาจนไม่ได้สติและทำเรื่องร้ายแรง หนูรู้สึกตัวและละอายใจที่ทำผิดต่อพี่ญาดาจึงไม่กล้าแม้แต่จะกล้าเผชิญหน้า ขอโทษที่ทำให้พี่เจ็บปวดอยู่เพียงลำพัง สิ่งที่พี่ขอหนูไม่สามารถทำมันได้หรอกค่ะ หนูจะกล้าทำร้ายพี่เป็นครั้งที่สองได้อย่างไร”“แสงดาว นั่นไม่ใช่ความผิดเธอ และไม่ใช่ความผิดใครอย่าคิดว่าเธอทำร้ายฉันแต่เป็นฉันต่างหากที่เป็นคนทำร้ายชีวิตของเธอกับพัฒน์ หากฉันไม่ป่วยและขอร้องให้เพื่อนเพียงคนเดียวของฉันแต่งงานกับฉันเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง ตอนนี้เธอกับพัฒน์อาจจะมีความสุขกันอยู่ก็ได้ อย่าโทษตัวเองทุกอย่างถูกกำหนดมาหมดแล้ว วาสนาของฉันคงไม่คู่ควรกับพัฒน์จึงมอบเวลาให้ฉันอยู่เคียงข้างเขาได้ไม่นาน รับปากสิว่าเธอจะทำตามความรู้สึกของเธอ” ญาดาลูบหลังแสงดาวเบา ๆ คำพูดของเธอดังกึกก้องในหูจนสมองของแสงดาวอื้ออึง ทั้งตกใจและไม่ทันได้ตั้งตัว“หนูรับปากค่ะว่าหนูจะทำตามความรู้สึก แต่ไม่รับปากนะคะว่าจะกลับไปอยู่เคียงข้างคุณอาพัฒน์”“เพียงเท่านี้แหละที่ฉันต้องการ ตอนนี้ฉันสามารถตายตาหลับอ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 17 มาหาถึงที่

    บทที่ 17 มาหาถึงที่เช้าวันนี้อากาศเย็นกว่าทุกวันที่ผ่านมา เด็ก ๆ ตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อแต่งหน้าแต่งตัวทำการแสดง เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวตื่นเต้นของเด็ก ๆ ครูเองก็ไม่ต่างกัน นานครั้งถึงจะมีผู้ใหญ่ใจดีมาเยือนที่ทุรกันดานอย่างนี้ แสงดาวเองก็อยากเห็นใบหน้าของผู้มีพระคุณจริง ๆ และอยากขอบคุณพวกเขาที่มอบโอกาสและของดี ๆ ให้กับเด็กนักเรียนไม่นานนักเสียงรถยนต์ได้ดังมาหน้าโรงเรียนครูใหญ่เดินเข้ามาแจ้งทุกคนให้เตรียมความพร้อมตอนนี้คนที่พวกเขารออยู่มาถึงแล้ว“ครูแสงดาวออกไปต้อนรับแขกกับผม ส่วนครูมุกจัดขบวนเด็กและดูความเรียบร้อยเมื่อไหร่ที่ฉันกล่าวต้อนรับเสร็จ เด็ก ๆ ต้องแสดงสิ่งที่ซ้อมไว้อย่างเต็มที่เข้าใจมั้ย”“ค่ะ/ครับ” ทั้งครูและเด็ก ๆ ต่างขานรับอย่างเข้าใจ แสงดาวออกไปต้อนรับพร้อมกับครูใหญ่ ส่วนครูอีกคนต้องอยู่กำกับเด็ก ๆเสียงรถยนต์ดับลง รถยนต์จำนวนสามคันจอดอยู่สนามเล็ก ๆ ในโรงเรียน แสงดาวตื่นเต้นจนเหงื่อออกเต็มมือไปหมด ทว่าเมื่อเธอเหลือบไปเห็นคนที่เดินลงจากรถหัวใจของเธอเต้นแรงระรั่วอีกครั้ง เธอไม่เคยติดต่อเขาไปอีกเลยตั้งแต่วันนั้นและไม่ได้บอกที่อยู่กับพี่มลเลยสักครั้งจดหมายที่เธอส่งให้พี่ม

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 16 เจ็บปวด

    บทที่ 16 เจ็บปวด“คุณอาคิดว่าแสงดาวเป็นคนแบบนั้นหรือคะ แม้ว่าแสงดาวจะมาจากสลัมแต่ไม่เคยคิดทำตัวต่ำตรมเหมือนดอกบัวอยู่ใต้โคลน ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณอาเคยทำให้ แต่ต่อจากนี้แสงดาวจะหาเลี้ยงตัวเองและพาตัวเองประสบผลสำเร็จเอง “น้ำเสียงสั่นระรั่วด้วยความเจ็บปวด พัฒน์พึ่งรู้ตัวว่าตัวเองพูดแรงเกินไป เขายื่นมือไปด้านหน้าอยากจะคว้าแสงดาวเอาไว้พรางกล่าวคำขอโทษ ทว่าร่างเล็กก็วิ่งหนีเขาไปแล้ว“แสงดาวไม่ใช่แบบนั้นนะ ฉันขอโทษ”ไมค์กำลังพูดคุยกับพี่มลอย่างสนุกสนานส่วนป้าอิ่มไปดูแลคุณญาดาอยู่ที่เรือนใหญ่ แสงดาวหยุดวิ่งรีบปาดน้ำตากลัวคนอื่นจะจับได้ ก่อนจะตะโกนเรียกชักชวนไมค์กลับหอพัก“ไมค์ตอนนี้ตะวันตกดินแล้วกลับหอกันเถอะ พี่มลฉันกลับหอก่อนนะคะ ฝากบอกป้าอิ่มด้วย ”“แสงดาวเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย พี่จะห่อข้าวให้ไปกินที่หอดีมั้ย”“ไม่ต้องค่ะ ฉันไม่ค่อยหิว ”ไมค์มองสีหน้าของแสงดาวก็รู้ทันทีว่าเธอผ่านการร้องไห้มา ดวงตาของเธอเอ่อแดง หยาดน้ำตาที่ยังคลั่งค้างอยู่ในเบ้ายังคลออยู่“พี่มลครับดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ ส่วนแสงดาวพี่ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวผมจะพาเธอแวะหาอะไรกินก่อนเข้าหอ อย่าลืมแต่งตัวสวย ๆ ไปงานรับปริญ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 15 ป่วย

    บทที่ 15 ป่วยพัฒน์เดินออกไปให้ทั้งสองได้อยู่กันอย่างที่ญาดาต้องการ แสงดาวนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้าม เอ่ยถามญาดาด้วยความเป็นห่วงเกี่ยวกับอาการของเธอตอนนี้“พี่ญาดาทำไมถึงได้ป่วยขนาดนี้นะ เป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่”“แสงดาวฉันนะมีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ มีเงินแค่ไหนไม่มีทางรักษาก็เปล่าประโยชน์ตอนนี้ฉันยุติการรักษาทุกอย่างแล้วล่ะ ฉันเหนื่อยที่ต้องใช้ชีวิตในโรงพยาบาล ฉันเกลียดกลิ่นยาที่คละคลุ้ง เกลียดห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่พื้นที่สีขาว ฉันถูกส่งตัวไปรักษาที่ต่างประเทศหมดเงินไปมากแต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงหนทางการพยุงชีวิตของฉันเอาไว้เท่านั้น จนกระทั้งวันที่ฉันได้เจอกับพัฒน์ ฉันได้เจอแสงสว่างและการอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ฉันไม่เคยอิจฉาใครที่รวยและไม่เคยดูหมิ่นคนที่จนกว่า แต่ฉันอิจฉาคนที่เขามีชีวิตอยู่อย่างไร้ความโรคและมีความสุขกับการใช้ชีวิต ตอนนี้ฉันปลงกับชีวิตแล้วละ และมีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันเป็นห่วงคือพัฒน์ เพราะรักมากจึงห่วงมากเลยอยากขอฝากให้เธอช่วยดูแลวันที่ฉันไม่อยู่”“ทำไมถึงพูดแบบนี้คะ พี่ญาดาต้องอยู่ไปนาน ๆ อย่าพึ่งหมดหวังนะ หากไม่ใช่โรคร้ายแรง

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 14 เรียนจบ

    บทที่ 14 เรียนจบหลายปีต่อมาแสงดาวกับไมค์เดินทางมาถึงจุดหมายของชีวิต ทั้งสองตั้งใจเรียนจนจบปริญญา เกียรตินิยมทั้งคู่“ในที่สุดเราสองคนก็เรียนจบกันจนได้ แสงดาวต่อจากนี้เราจะได้แยกทางกันจริง ๆ แล้วสินะ ฉันนะอยากไปเป็นครูอาสาอยู่บนดอยกับเธอจังเลย แต่ติดที่ว่าคุณแม่ของฉันท่านล้มป่วย ฉันต้องหาโรงเรียนใกล้ ๆ บ้านเพื่อจะได้ดูแลแม่ด้วย เพียงแค่นึกก็ใจหายแล้ว”“คิดถึงก็ติดต่อกันได้เอาไว้ฉันได้ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนฉันจะติดต่อนายกลับมานะ ฉันคิดว่าที่นั่นคงไม่มีสัญญาณมือถือแน่ ๆ เลย ต่อจากนี้ฉันขอให้นายโชคดีเจอกับคนดี ๆ นะไมค์”“เธอนี่นะ ใจร้ายจริง ๆ ใจร้ายไม่พอใจแข็งอีกต่างหาก ไม่ยอมเปิดใจให้ฉันเลย “ไมค์ขยี้หัวของแสงดาวอย่างเคยชิน เขายิ้มบาง ๆ ให้คนตรงหน้า สองปีที่แล้ว ไมค์เคยบอกความรู้สึกกับแสงดาวว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ และอยากเป็นแฟนของเธอมากกว่าเพื่อน ทว่าแสงดาวรับรู้มาตลอดและไม่ให้เขาเกินกว่าคำว่าเพื่อน แสงดาวบอกกับไมค์ว่าเธอไม่เคยคิดถึงเรื่องความรักเลย เธอต้องการตั้งใจเรียนและความรู้สึกที่มีต่อไมค์ก็มีได้เพียงเพื่อน เธอไม่ต้องการคบกันและเลิกกันหากยิ่งฝืนจะยิ่งทำให้ทั้งสองคนเจ็บปวดและต้องเลิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status