Masukไป๋ซูเหยาต้องแต่งงานการเมืองกับแม่ทัพเซี่ยหลิงเฉิน ทั้งที่นางมีความรักกับโม่อวิ๋นเจ้าเมืองอวิ๋นหนาน แต่ถูกบิดากีดกัน นางจำต้องถูกส่งไปแต่งงานยังเมืองชายแดน แม่ทัพเซี่ยไม่อาจวางใจในตัวนางได้ จวบจนเมื่อโม่อวิ๋นต้องร่วมมือกับเขาไขคดีระหว่างแคว้นเพื่อหาตัวคนบงการให้เกิดสงคราม หวังคิดยึดห้าดินแดน ทำให้แม่ทัพเซี่ยหลิงเฉินกับโม่อวิ๋นศัตรูหัวใจต้องหันมาจับมือกันต่อต้านศัตรู ระหว่างความรักหนึ่งที่นางมีสัญญารัก กับ อีกผู้หนึ่งที่นางจำต้องร่วมชีวิต นางจึงเลือกศักดิ์ศรีมากกว่าความสุขส่วนตัว สุดท้ายสงครามยังต้องเกิด พวกเขาต้องละทิ้งความรู้สึกเพื่อปวงประชา จุดจบจะเป็นเช่นไรร่วมฝ่าฟันไปกับพวกเขาได้ ใน บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน
Lihat lebih banyak(Isabella POV)
"Falling in love with a human! Prince Nyx, how can you! Have you forgotten what these earthlings did to our people!?" King Knox shouted at his son.
"Father, I know! But she is my mate, my other half!" Nyx argued as he wrapped his hand protectively around me.
“Earthling can't be mates with us! We are far more dignified. You are the next King. You should marry a potential Zylian! Not some lowly creature!” The king shouted earning a growl from his son.
“Do not speak low of my Mate. She is more than capable to be queen!" he shouted as his father sighed.
“I am sorry, Nyx but you are not in the right state of mind" the king said as the other looked at him confused.
“Guards! Seize Prince Nyx and kill the human!” King ordered as our eyes widen.
“NO!” Nyx shouted as millions of guards ran to us with weapons.
I felt Nyx's body shake and I knew his power is being activated. Suddenly he glowed gold as his gun appeared in his hand.
“I will protect you till my last breath” he said as he kissed my forehead and held me tight.
******************************
Five years ago the aliens attacked the planet earth.
The peace in the face of earth vanished as the surface of the planet became war fields and hunting grounds.
They looked exactly like normal human beings. Not a difference to be noted. But they have powers.
They glow when their power activates.
Their eyes glow.
They magically summon weapons.
They killed many innocents be it men, women, old, young.
The humans were forced to take shelter underground. Food and water were scarce. No one dares to go out for it is never safe. The earth's surface was just darkness and dangerous.
We were no match for the Zylians.
They were advanced species of the galaxy. They take pride as they go about the universe capturing other planets. The King of Zylian has always been proud of his youngest son, Prince Nyx and decided to give him the throne.
But no one imagined that the young prince will fall in love with me, a human girl.
My life had always consisted of being an aid to the injured.
And that is exactly how I met him. I never knew the man I took in to aid was the prince of the enemy world. I never knew I will fall in love with him.
He claimed me as his destined soul mate.
It was a forbidden love paired up by the Zylian God. Now I have to do whatever it takes to protect our love.
เงาสูงใหญ่แฝงกายไปกับเงามืดของยามเช้าอันสงัด เจี่ยเหลียนที่กำลังอารมณ์พลุ่งพล่านด้วยความโกรธและอับอาย รีบยื่นมือหมายจะผลักบานประตูเข้าสู่ห้องพัก หากแต่ยังไม่ทันแตะ ร่างบางถูกตีที่ท้ายทอยจนสลบก่อนจะคลุมด้วยถุงกระสอบใบเขื่อง ชายร่างสูงใหญ่ในชุดดำอำพรางเหลียวมองซ้าย ขวาให้แน่ใจ จึงอุ้มนางพาดไปบนบ่าวิ่งตามกันไป ก่อนจะลับหายเข้าเงามืด ไร้เสียง ไร้ร่องรอยแสงสว่างผ่านลอดหน้าต่างสู่อรุณรุ่ง โม่อวิ๋นต้องตื่นขึ้นเพราะเสียงเคาะประตูจากภายนอก “นายท่านขอรับ มีจดหมายวางอยู่ตรงประตูห้องแม่นางเจี่ยขอรับ” บ่าวรับใช้กล่าวร้อนใจชายหนุ่มถลึงกายตรงไปเปิดประตูทันที เขาไม่รอช้าเปิดอ่านเนื้อความข้างใน‘หากต้องการตัวนางคืน ออกไปนอกเมืองทิศเหนือ ริมแม่น้ำม่านเหอ ต้องไปเพียงผู้เดียว หากมีคนติดตามมา นางตาย’ มือโม่อวิ๋นกำจดหมายแน่นใจพลันร้อนยิ่งกว่าไฟเผา เขาขบคิดคำนวณในใจ ก่อนจะรีบผลุบเข้าไปในห้องแต่งกายรัดกุม แอบซ่อนอาวุธลับไว้ที่เอว เขาเขียนจดหมายถึงเซี่ยหลิงเฉินหนึ่งฉบับ เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต เขาวางมันไว้ใต้ถาดชา แล้วเดินออกไป สั่งการกับเด็กรับใช้ “ เจ้าเอาถาดชาไปเปลี่ยนให้ข้า ข้าจะกลับมาดื่มตอนที่มันยังร้อนอ
ค่ำคืนแสงดาวสว่างทั่วฟ้า ประหนึ่งผืนผ้ากำมะหยี่ สายลับชุดดำย่อกายยกม้วนกระดาษในมือมอบให้ เซี่ยหลิงเฉิน ชายหนุ่มหยิบขึ้นอ่าน ไป๋ซูเหยายืนรอฟังใจจดจ่อ“ฮ่องเต้ ทรงจัดการฮองเฮาได้แล้ว อีกไม่นานฮ่องเต้เป่ยเซี่ยนจะหลงกลเข้าเมือง เราคงต้องรีบแล้ว นัดโม่อวิ๋นมาปรึกษากันก่อน”เซี่ยหลิงเฉินหันมาบอกไป๋ซูเหยา หญิงสาวพยักหน้ารับ ยิ่งใกล้เผด็จศึกใจทุกคนกลับขมึงเกลียว หากสำเร็จนั่นคือบ้านเมืองสงบ แต่ถ้าไม่….พวกเขาคงยอมสู้ตายโรงเตี๊ยมที่พักค้างแรมของนักเดินทางวันนี้คลาคล่ำด้วยชายฉกรรจ์มากผิดสังเกตุแต่ละห้องล้วนเข้าพักมากกว่าสี่คน พวกเขาดูจะไม่อึดอัดกับการรวมอยู่ด้วยกันเช่นนี้ โม่อวิ๋นกับเจี่ยเหลียนนั่งดื่มสุราบนชั้นสอง มีแม่นางคณิกาอวิ๋นโหรวนั่งดีดพิณสร้างบรรยากาศ แม้เขาดูตั้งใจทอดสายตามองนาง แต่เขากลับกวาดตามองข้างล่างผ่านๆเป็นระยะไม่ให้ผิดสังเกต เสี่ยวเอ้อเดินถือถาดอาหารมายื่นให้เจี่ยเหลียน สายตากลับมองนางอย่างมีนัย หญิงสาวเอื้อมมือไปรับถาดมือพลางจงใจจับใต้ถาดมั่น เสี่ยวเอ้อเดินจากไป เจี่ยเหลียนเลื่อนมือกลับ นิ้วโป้งหนีบกระดาษไว้ในมือ สายตามองสบกับโม่อวิ๋นแว่บหนึ่ง“ท่านพี่ข้าขอตัวไป….”นางยกมือทำท
ภายในกระโจมโอ่อ่า แม่ทัพฉินผู้เลือดเย็น นั่งตื่นเต้นเมื่อคิดถึงบุตรชายเพียงคนเดียวที่เขาเฝ้ามองมาตลอดหลายปี หลังจากมารดาของเขาเสียชีวิตลง เขาได้ไปรับมาด้วยตัวเอง แต่ปิดบังฐานะไว้ เพราะเกรงศัตรูจะจับจุดอ่อนได้ แล้วนำภัยพิบัติมาสู่ตนจึงซ่อนเขาไว้มิดชิดจากใจ ฝึกสอนเขาอย่างลับ ๆ ให้เข้มแข็งและแข็งแกร่งที่สุดเพื่อรอวันที่เหมาะสมนี้ ใบหน้าเขางดงามได้มาจากมารดา บางครั้งยังกริ่งเกรงว่าจะได้ความอ่อนโยนและอ่อนแอมาจากนางด้วย เขาจึงต้องให้บททดสอบสร้างความเหี้ยมโหดให้กับเขาบ่อยครั้งนับวันหลิงเยี่ยนยิ่งฉายแววผู้นำและความแข็งแกร่งให้เห็น สร้างความภูมิใจลึก ๆให้กับเขา“หลิงเยี่ยนยังไม่มาอีกหรือ”เขาเอ่ยกับทหารหน้ากระโจม“ยังขอรับ ให้ข้าน้อยไปตามไหมขอรับ”ทหารเอ่ยตอบกลับชายชรานิ่งงันแต่เอ่ยเสียงเฉียบออกไป “ไม่ต้อง”หากในใจกลับครุ่นคิดถึงการที่เขาไม่มาพบเสียงฝีเท้าดังขึ้นหน้ากระโจม ทหารเฝ้ายามเอ่ยทักขึ้น“ท่านรองแม่ทัพ เชิญด้านในขอรับ ท่านแม่ทัพกำลังรอท่านอยู่”สิ้นเสียงด้านนอก ชายชราที่คราแรกรู้สึกห่อเหี่ยวพลันหลังตรงขึ้นทันทีกลับมามีท่าทางเกรงขามดังเดิมหลิงเยี่ยนเดินมาหยุดตรงหน้าเขา เอ่ยคำนับ “
หน่วยข่าวทั้งสองแคว้นต่างทำงานอย่างหนัก ไม่เว้นแม้แต่ทัพใหญ่ฉินเยว่ “รายงานท่านแม่ทัพ ข่าวจากแคว้นซือหนาน บัดนี้ทุกอย่างราบรื่น อีกสองเดือนจะส่งคนมารับทหารของเราแฝงตัวเข้าเมืองหลวงขอรับ” ทหารมือดีรายงาน แม่ทัพฉิน ยิ้มเหี้ยมภายในใจที่กระหายความยิ่งใหญ่และสงครามโลดแล่นอยู่ในอก “ดี ข้าจะนำทัพไปก่อนจำนวนหนึ่งตามคำเชิญฮ่องเต้แคว้นชิ่ง ในงานเลี้ยงกระชับสัมพันธ์ที่เขาจัดขึ้น เขาคงไม่คิดว่า จะเป็นการจัดเลี้ยงส่งตัวเองไปยมโลกกระมัง”เสียงพูดปนหัวเราะเหี้ยม เขาเสมองไปยังหลิงเยี่ยนด้วยแววตาหมายมาด “หลิงเยี่ยนเจ้ารอฟังคำสั่งข้า รอเคลื่อนทัพไปสักสิบห้าวันเจ้าก็ยกทัพตามข้าไปทันที โอบล้อมประชิดเมืองไว้ มีสัญญาณขึ้นฟ้าเจ้าก็บุกเข้าไปได้ งานนี้สำเร็จข้าจะเลื่อนตำแหน่งเจ้าขึ้นมาแทนข้า” สิ้นเสียงแม่ทัพฉิน เกิดเสียงซุบซิบขึ้นมา เขาตวัดสายตากราดมอง“มีใครไม่เห็นด้วยกับข้า ออกมา”เสียงอันดังเกรี้ยวกราด ทำให้ทั้งห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง มีเพียงทหารคนสนิทที่ทนเก็บความสงสัยนี้ไว้ไม่ได้ ก้าวออกมายกมือคำนับเอ่ยถาม“ขอถามท่านแม่ทัพ เหตุใดจึงแต่งตั้งเขาขึ้นมาแทนท่านขอรับ”“หึ เจ้ากล้าสงสัยข้างั้นรึ”ประกายตาอำมห
ณ แคว้นซือหนาน—ตำหนักเก่าที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวห่างไกลผู้คน มีเพียงบ่าวรับใช้สองแม่ลูกเฝ้าอยู่ไม่ห่าง นางผู้เป็นแม่ชื่อ หลันหลิง ผ่านร้อนหนาวมานานหลายสิบปี ส่วนบุตรสาวชื่อ เสี่ยวหนิง ยังเป็นเพียงสาวรุ่น ทั้งสองมีหน้าที่สำคัญ—ดูแลองค์ชายน้อยผู้ถูกกักขังไว้เป็นตัวประกัน“เสี่ยวหนิง เจ้านำองค์ชายออ
จวนเสนาบดีฝ่ายซ้าย ขุนนางใหญ่ที่วงศ์ตระกูลยิ่งใหญ่มาแล้วทุกรุ่น คึกคักไปด้วยผู้คนระดับสูงที่ได้รับเทียบเชิญ “งานเลี้ยงฤดูเหมันต์”แท้จริงแล้วเป็นเพียงฉากบังหน้า บัดนี้ในห้องลับหลังงานเลี้ยงมีเพียงขุนนางกังฉินร่วมขบวนการอยู่กันพร้อมหน้าชุนเทียนนั่งบนโต๊ะประมุข ใบหน้ามากบารมี แววตาหยิ่งผยอง เหยียดยิ
ค่ำคืนมืดสนิท ลมเย็นพัดพลิ้ว เงาไฟตะเกียงในห้องพักใหญ่ของโม่อวิ๋นสั่นไหว ทหารลับคู่ใจหลายสิบคนล้วนเป็นหัวกะทิที่ผ่านการฝึก ทางทหาร และสายลับ จนเชี่ยวชาญ ต่างทยอยเข้ามา เพื่อรอรับคำสั่งตามแผนการประชุมลับที่เริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบโม่อวิ๋นยืนกอดอกหลังตรง แววตาคมกริบกวาดมองเอ่ยขึ้น“มีคณะคนกลุ่มห
ประตูเมืองชายแดนคราคล่ำไปด้วยขบวนสินค้า ผู้คนเข้าเมืองที่ยืนเรียงแถวรอตรวจโม่อวิ๋นคุ้นชินกับการเดินทางเช่นนี้นับครั้งไม่ถ้วน ชายหนุ่มนิ่งเงียบตลอดทางเพื่อใช้ความคิด แม้ใบหน้าเรียบนิ่ง แท้จริงเขาใช้สมาธิคิดไตร่ตรอง วางแผนขั้นต่อไป เจี่ยเหลียนนับว่าได้เห็นหลากหลายอารมณ์ของบุรุษตรงหน้ามาแล้วใบหน้





