Mag-log inเพราะมุ่งมั่นจะเก็บเงินเปิดร้านอาหารทำให้ 'ซู' โหมโอทีไม่พัก คติประจำใจคือ งานคือเงิน เงินคืองาน ถ้าใครไม่ทำ โยนงานมาให้ฉันได้เลย "พักบ้างก็ดีนะซู" ในสายตาทุกคนเธอคือผู้หญิงเก่งและสตรองมาก ชีวิตกำลังไปได้ดี งานมั่นคงมาก ถ้าเธอมีพร้อมทุกอย่าง เดี๋ยวความรักดีๆ ก็คงตามมาเอง แต่... หลายวันมานี้เธอทำงานหนักเกินไป ร่างกายเหนื่อยล้าสะสมรับไม่ไหว จึงทำให้น็อคหมดหมดสติคาโต๊ะทำงานที่บริษัทไป แต่แล้วพอลืมตาขึ้นมาสิ่งที่เห็นตรงหน้าก็ทำเธองง 'ที่นี่คือที่ไหน' มันเป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจท่ามกลางความสับสน งุนงง และไม่มีใครสักคนที่เธอรู้จักเลย อื้อ! ปวดหัว ซูยกมือขึ้นกุมศรีษะ เธอแค่ทำงานหนักจนหมดสติไป แต่ทำไมถึงได้ปวดหัวขนาดนี้กัน ยังไม่ทันได้อ้าปากถาม ความทรงจำบางอย่างก็ถาโถมเข้ามา ผู้ชายที่เธอไม่รู้จักตรงหน้าไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็น... สามีที่เธอชัง ส่วนเธอที่ทะลุมิติมาในยุค 80 นั้น เป็นภรรยาที่หาข้อดีไม่ได้สักอย่างเดียว!!!
view moreเคยได้ยินประโยคที่ว่า...
'ผู้หญิงทุกคนมีค่าไหม??'
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าคอนโด ค่านู่น ค่านี่ บลา บลา บลา ที่รอให้จ่ายตอนสิ้นเดือน มันเป็นแรงขับเคลื่อนให้ผู้หญิงโสดวัยทำงานอย่าง 'ซู' ต้องขยันทำงาน คติประจำใจของเธอคือ
ทำงาน = มีเงิน
ซูที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยดัง จึงเลือกสมัครงานที่บริษัทดัง อัตราการแข่งขันสูงมาก เธอต้องทำผลงาน ผลของความขยันก็ไม่เคยทรยศใคร
"ยินดีด้วยนะ"
"เก่งมากเลยซู"
"น่าอิจฉาจังเลย"
ซึ่งบริษัทที่ซูได้ทำงานเป็นบริษัทที่ให้ค่าตอบแทนในการทำงานสูงมาก เป็นศูนย์รวมหัวกะทิที่จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง และซูก็ได้เป็นหนึ่งในพนักงานที่สอบผ่านข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ตัวต่อตัว
เมื่อทำงานได้ระยะหนึ่ง ซูก็เลือกที่จะผ่อนคอนโด ผ่อนรถ ด้วยความอยากมีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง ทำให้เธอใช้ชีวิตบ้าระห่ำไปกับการทำงาน เพื่อหาเงินมาโปะคอนโด โปะรถให้หมดไวๆ ใช้เวลาสามปี เธอก็ปลดหนี้ได้ และจุดมุ่งหมายใหม่คือเก็บเงินเพื่อเปิดร้านอาหารที่เป็นความชอบส่วนตัว เธอโตมากับครอบครัวฐานะปานกลาง ไม่ได้มีต้นทุนมาก ดังนั้นเธอจึงต้องปากกัดตีนถีบสอบให้ได้ทุน และทุนนี้ก็เปลี่ยนชีวิตของเธอ
เธอมีโอกาส
เธอมีงาน เธอมีเงิน
และตอนนี้เธอก็อยากมีธุรกิจของตัวเอง
ด้วยความมุ่งมั่นจะเก็บเงินเปิดร้านอาหารทำให้ 'ซู' สาวโสดวัยใกล้ขึ้นคาน ขยันทำโอทีไม่พักทุกวัน อาหารที่กินนั้นก็เป็นร้านสะดวกซื้อขาประจำ อาหารเสริมที่ดีกับสุขภาพเธอแทบไม่ได้แตะเลย
"พักบ้างก็ดีนะซู"
"หน้าเธอซีดมากเลย"
"กินข้าวบ้างไหมเนี่ย"
เพื่อนๆ ในบริษัททักเธอที่ก้มหน้าก้มตาสรุปงานให้ท่านประธาน เธอในสายตาของหัวหน้าคือผู้หญิงที่ขยัน ในสายตาเพื่อนคือผู้หญิงที่สตรอง ชีวิตกำลังไปได้ดี ถ้าเธอมีทุกอย่างพร้อม เดี๋ยวความรักก็คงตามมา
แต่ทว่า....
ร่างกายเธอรับไม่ไหว เธอโหมทำงานหนักมากเกินไป จึงทำให้น็อคหมดสติคาโต๊ะทำงาน แล้วพอเธอลืมตาตื่นขึ้นมา ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำเธอตกใจ
'เพื่อนฉันอยู่ไหน'
'ผู้ชายคนนี้เป็นใคร'
'แล้วที่นี่คือที่ไหน'
ดวงตาคู่สวยสั่นไหวขณะหันมองซ้ายขวา สถานที่ตอนนี้มันไม่คุ้นตา จะบอกว่าเป็นห้องพยาบาลก็เหมือนหลอกตัวเอง
อื้อ! ปวดหัว
ซูยกมือขึ้นกุมศรีษะที่ตอนนี้ปวดตุบๆ เธอแค่ทำงานหนักจนหมดสติไป แต่ทำไมถึงได้ปวดหัวจนตาพร่าเบลอ แล้วอยู่ๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงพร้อมกับความทรงจำบางอย่างที่ถาโถมเข้ามา ราวกับว่าเธอนั่งดูละครชีวิตหลังข่าวก็มิปาน
"ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ"
ซูพึมพำกับตัวเองที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เหลือเชื่อ 'ฝัน ฉันต้องฝันแน่ๆ' บอกตัวเองที่ล้มตัวลงนอนหลับตาและนับหนึ่ง สอง สาม ในใจ ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมาใหม่ ความหวังนั้นทอประกายก่อนจะหายวับไปกับตาเมื่อภาพตรงหน้าก็คือผู้ชายคนเดิม เพิ่มเติมคือเขาเรียกชื่อเธอ
"ซูเอ๋อร์"
เหมือนเป็นการดึงสติของซูให้กลับมา และยอมรับสักทีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอในตอนนี้นั้นเป็นเรื่องจริง 'ซูเอ๋อร์' คือชื่อของหญิงสาว รูปร่างผอมบางที่มีชื่อและหน้าตาเหมือนกับเธอ แต่เป็นเธอในเวอร์ชั่นยี่สิบต้นๆ ที่ไม่มีริ้วรอยมากวนใจ ซึ่งสิ่งนี้ยังไม่น่าตกใจเท่ากับรู้ว่า 'ซู' ในเวอร์ชั่นสาววัยใสได้แต่งงาน มีสามี แล้วนั่นเอง
"ฉันไม่เป็นอะไร"
แววตาที่มองมาด้วยความเป็นห่วงนั้นทำเธอรู้สึกกระดากใจ เพราะเจ้าของร่างนี้ไม่สมควรได้รับความรักใดๆ จากสามีที่แสนดีเลย
"พี่มันจน"
"ไม่น่าแต่งงานด้วยเลย"
คำพูดดูถูกถางถางนั้นยังคงดังก้องในใจ ภาพการทุบตีระบายความโกรธกับสามีจนเป็นรอยเขียวนั้นทำซูที่รักความถูกต้องนั้นรับไม่ได้ ถ้าเธอเป็นผู้ชาย เธอคงหนีหายไปหาใหม่แล้วบอกเลย
"พี่ขอโทษนะ"
ทุกความทรงจำจะมีแต่คำว่า 'ขอโทษ' พร้อมกับพยายามทำทุกอย่างให้ดีขึ้น เธอยากได้อะไร อยากกินอะไร สามีไม่เคยว่า พร้อมหามาให้เท่าที่ทำได้ แต่คนที่ไม่รู้จักคำว่า 'พอ' จะไปสำนึกบุญคุณอะไร ซึ่งไอ้ชุดสวยๆ ที่ใส่นั้นไม่ได้เหมาะกับฐานะของสามีเลย
'ซูเอ๋อร์' หญิงสาวที่เธอเขามาสวมร่างเป็นภรรยาของ 'เฉิงอี้' ชายหนุ่มที่ไม่มีอะไรติดตัว ทำงานเป็นคนสวนให้กับตระกูล 'กู้' ที่ร่ำรวย
ใช่แล้ว...
สาวงามประจำหมู่บ้านอย่างเธอไม่ได้อยากแต่งกับคนสวนจนๆ อย่างเฉิงอี้ ที่ไม่มีอะไรติดตัวกระทั่งความทรงจำ เขาถูกนำมาทิ้งท้ายหมู่บ้าน ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิดเพราะถูกคนในตระกูลกู้พบเข้าและให้ความช่วยเหลือ ถึงเขาจะเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดีแต่ความจนทำให้เธอแทบไม่ชายตามองด้วยซ้ำไป คนที่เธอแอบมองทุกวันคือ 'กู้จินถัง' ที่มีทรัพย์สมบัติให้ใช้ เธอทำทุกวิถีทางเพื่อเข้าหาและโปรยเสน่ห์ด้วยการส่งยิ้มเอียงอาย และดูเหมือนผู้ชายเองก็จะชอบเธอ
แต่....
เส้นทางการเป็นสะใภ้คนรวยไม่ง่าย เธอถูกคุณนายกู้ที่มีสายตาเฉียบคมกีดกัน มิหนำซ้ำยังจับ 'กู้จินถัง' หมั้นหมายกับผู้หญิงฐานะทัดเทียมกัน มันเหมือนโดนเหยียบและตบหน้าซ้ำๆ ความทะเยอทะยานทำให้เธอเลือกใช้ทางลัด หวังจะจับกู้จินถังให้ได้ แต่เธอไม่ได้ฉลาดเท่ากับคุณนายที่มองทุกอย่างออกและวางแผนซ้อนแผนทำให้เธอหลุดพ้นจากวงโคจร และไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกู้จินถังอีกต่อไป
เธอถูกวางยา และถูกพามายังห้องๆ หนึ่งที่เหมือนถูกจัดเตรียมไว้ กลิ่นหอมๆ นั้นยั่วยวนใจ ลำคอของเธอแห้งผากและรู้สึกร้อนรุ่มจนต้องหยิบแก้วน้ำที่วางไว้ข้างหัวเตียงมาดื่มทันที
ดื่มไปไม่ถึงห้านาที ร่างกายของเธอก็ร้อนผ่าวราวกับไฟ ความต้องการบางอย่างทำให้เธอต้องทำบางสิ่งที่น่าอาย แต่มันกลับไม่เติมเต็มความต้องการที่เอ่อล้นได้เลย
ผั้ว!!
ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับชายร่างสูงใหญ่ที่ดันหลังของชายหนุ่มหน้าตาดี ท่าทางซื่อให้เดินเข้าไป ก่อนจะปิดประตูและล็อคมันไว้จากข้างนอกตามคำสั่งที่ได้รับมา
"เข้าไป"
เพราะคำว่า 'บุญคุณ' ค้ำหัวทำให้เฉิงอี้ยอมทำทุกอย่างตามที่คุณนายสั่ง คุณนายบอกให้มา ก็มา เขาไม่เคยถามด้วยซ้ำว่าให้ทำอะไร พอถูกผลักเข้าไปในห้องที่มีหญิงสาวกำลังดิ้นเร่าในเตียงด้วยท่าทางทุรนทุราย เขาก็รับรู้ได้ว่าสิ่งที่คุณนายกู้ต้องการคืออะไร
ในเมื่อ...
เขาไม่ได้ต้องการ เขาจึงพาเธอไปห้องน้ำหวังว่าความเย็นจะช่วยลดความต้องการ แต่ทว่ายาปลุกเซ็กส์ที่หญิงสาวได้รับมันแรงเกินกว่าที่ความเย็นของน้ำจะทำให้มันมอดลง
ความต้องการที่พุ่งทะยานทำให้หญิงสาวอ้อนวอนร้องขอให้ชายหนุ่มทำ เธอใช่ร่างกายเปลือยเปล่าแนบชิด ถูไถปลุกเร้าอารมณ์ชายหนุ่มวัยกลัดมัน ทุกสิ่งเป็นไปตามแผนการ อี้เฉิงพ่ายแพ้ให้กับความต้องการ และมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับซูเอ๋อร์ที่เร่าร้อนขึ้นควบตลอดทั้งคืน
บัดซบเอ้ย!!!!
เพราะยาตัวนั้นทำให้เธอตกเป็นภรรยาของเฉิงอี้คนสวนที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร มีคนปล่อยข่าวเรื่องนี้ออกไป จับมือใครดมไม่ได้ จากที่เธอเนื้อหอมมากกว่าใคร ได้กลายเป็นของไร้ราคาที่มีตำหนิทันที
"แกต้องแต่งงาน"
บิดายื่นคำขาดกับเธอที่ร้องไห้จนตาปูดตาบวม เธอสวยที่สุดในหมู่บ้าน ควรค่ากับคนมีการศึกษา ได้แต่งตัวสวยๆ เชิดหน้าชูตา แต่นี่จะให้แต่งกับคนสวนที่ไม่มีอะไรเลย นั่นเป็นความคิดของเธอที่ไม่อยากแต่งงาน แต่เมื่อบิดาสั่งเธอจะขัดได้อย่างไร งานแต่งถูกจัดง่ายๆ ทำแบบส่งๆ ให้คนในหมู่บ้านรับรู้เป็นพอ
"คุณนายกูช่างมีน้ำใจ"
"เป็นบุญของซูเอ๋อร์จริงๆ"
"ขอบคุณคุณนายกู้เร็ว"
ถึงคุณนายกู้จะเจ้าแผนการ แต่เธอก็มีน้ำใจให้กับคู่ข้าวใหม่ปลามัน เธอยกบ้านไม้เก่าๆ ท้ายหมู่บ้านให้เป็นของขวัญแต่งงาน มีพื้นที่เล็กๆ พอให้ได้ทำสวน ปลูกผัก ซึ่งสำหรับตัวของเฉิงอี้นั้นมันมีค่ามากไป แต่สำหรับคุณนายกู้ที่ผลักไสผู้หญิงชั้นต่ำให้หลุดไปไกลๆ นั้นเรียกได้ว่ามันเหมาะสมแล้วจริงๆ
"อีแก่เจ้าเล่ห์"
มันคือคำที่ซูเอ๋อร์เรียกคุณนายกู้ทุกครั้งที่โมโห ถ้าวันนั้นเธอไม่โดนวางยา วันนี้เธอคงได้เป็นสะใภ้ตระกูลกู้สมใจ และมันก็คือเรื่องราวที่ซูจับใจความจากความทรงจำของเจ้าของร่างได้ เธอเป็นนางร้ายในยุค 80 ที่น่าหยุมหัวจริงๆ
'บ้าบอที่สุด'
ซูทำได้เพียงโวยวายในใจ ถ้าเธอทะลุเข้ามาอยู่ในร่างภรรยาแสนดีจะไม่ว่าอะไร แต่นี่กลับให้เธอเป็นคนที่ตรงข้ามคำว่า 'ดี' ทุกประการ ด่าทอ ตบตี เหม็นขี้หน้าสามีไปวันๆ นอนงอมือ งอเท้า งานการไม่ทำ
ภรรยาน่าชังอย่างนี้....
ฉันไม่อยากเป็น!!!!
"พี่จะทำให้ซูมีความสุข"หลี่หมิงพูดพร้อมๆ กับมือที่ล้วงเข้าไปในชุดนอนตัวบางของภรรยา แล้วเริ่มเล้าโลมตรงจุดที่เธออ่อนไหว ความร้อนนิ้วที่วนเวียนตรงนั้นสร้างความวาบหวามให้ เขาช่างรู้ใจ แค่เพียงสัมผัสภายนอกก็ทำอารมณ์เธอกระเจิดกระเจิง"อื้อ~ พี่เฉิง"ซูกลั้นเสียงคราง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเมื่อสองนิ้วนั้นกำลังเข้าออกพลิ้วไหว เธอเกรงว่าจะทำเสียงดังไป หากแต่ความเสียวที่ถาโถมเข้ามาซ้ำๆ นั้นทำเธอกลั้นเสียงต่อไปไม่ไหวจริงๆ"อร้ายยย"สัมผัสสุขสมจากปลายนิ้วทำซูหอบหายใจ สามีรู้ว่าเธอชอบอะไร และเขาก็มักจะทำให้เธอแตะฝั่งฝันก่อนทุกที"ซูสวยมากเลย"หลี่หมิงเอยชมภรรยาที่ดูสวยและเย้ายวเสมอสำหรับเขา ยิ่งเธอใส่ชุดนอนบางเบาก็ยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากจะดึงกระชากมันออกมา "พูดจริงเหรอคะ"ซูมองสามีที่ปากหวาน เขาชอบชมเธอทุกครั้งที่มีอะไรลึกซึ้งกัน และมันก็ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นคนที่สวยในสายตาของสามีจริงๆ "ครับ"หลี่หมิงตอบรับด้วยดวงตาหลงใหล มุมปากหยักได้รูปส่งยิ้มให้ เขาดูชอบใจเมื่อเห็นภรรยาลุกขึ้นมาคร่อมเขาแทน"ฉันคงต้องให้รางวัลแล้ว"มุมปากสวยผุดรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะยื่นมือเรียวบางไปจับที่ส่วนแข็งขืนขอ
สามปีผ่านไป🍃"ไม่ให้จับมะม๊า"มือน้อยๆ ของบุตรชายตอนนี้กำลังผลักไสบิดาที่เดินเข้ามาโอบเอวภรรยาที่กำลังเตรียมอาหารมื้อเย็น"มะม๊าเป็นของผมคนเดียว"แววตาไร้เดียงสาของเจ้าก้อนแป้งในวันนั้นเปลี่ยนไป ซีซวนในวัยสามขวบฉลาดสดใส และ 'หวง' สิ่งของทุกอย่างที่อยู่รอบตัว ซึ่งแน่นอนว่าของรักที่หวงแหนที่สุดของซีซวนตัวอ้วนก็คือ 'มะม๊าซูที่สวยที่สุดในบ้านนั่นเอง'"ของพ่อด้วยครับ"หลี่หมิงในชุดทหารย่อตัวนั่งลงยองๆ ลูบหัวของบุตรชายที่มองเขาราวกับเป็นศัตรูตัวร้ายที่จ้องจะแย่งความรักจากซูไป ทั้งที่ความจริงแล้วคนที่ได้รับความรักไปเต็มๆ จากซู ก็คือ 'ซีซวน' จอมอ้อนนั่นเอง"มะม๊าซีซวนหิว""มะม๊าทำไข่เจียวอร่อยที่สุดในโลก""ซีซวนรักมะม๊าฮับ""กอดๆ ซีซวนหน่อย"ทั้งพูดเก่ง อ้อนเก่ง และยังใช้สายตาเรียกร้องเก่งเกินกว่าใคร คงต้องยกให้เจ้าซีซวนตัวน้อยที่ตัวติดกับมารดาตลอดเวลาจริงๆ "ไม่ใช่ มะม๊าเป็นของซีซวนคนเดียว"พ่อได้ยินว่าพ่อจะแบ่งความรักไป ซีซวนก็เบะปากทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เสียง 'ฮึกๆ' ของบุตรชายทำให้ซูหันมาเอ็ดสามีที่ชอบแกล้งว่า"พี่เฉิง!"ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันจนถึงวันนี้ เธอก็ยังติดปากเรียกชื่อสามีว่า 'พี
วันนี้ร้านอาหารเช้าขึ้นป้ายแจ้งว่า 'หยุด 1 วัน' ซึ่งสาเหตุที่ร้านหว่ออ้ายหนี่ประกาศหยุดนั้นเนื่องมาจาก..."พี่พูดจริงเหรอ"ซูทำหน้าตกใจเมื่อได้ฟังเรื่องบางอย่างจากปากสามีที่เดินเข้ามาบอกเธอที่ลุกขึ้นมาเตรียมแป้งปาท่องโก๋ตั้งแต่เช้ามืดว่า 'พี่มีเรื่องที่จะต้องเล่าให้ซูฟัง' ซึ่งเนื้อหาและใจความสำคัญที่พี่เฉิงเล่านั้นมันทำเธอไม่ค่อยอยากเชื่อเลยจริงๆ "ครับ"หลี่หมิงพยักหน้ารับ เขามั่นใจว่าตนเองในตอนนี้มีพร้อมทุกอย่าง ซูไม่จำเป็นต้องทำงาน เพราะแค่เงินเก็บและเงินเดือนเขาก็ทำให้เธอใช้ชีวิตอยู่ได้สุขสบาย หากแต่สีหน้าของภรรยาที่แสดงออกมาต่างจากที่เขาจินตนาการไว้ ดูเธอเหมือนไม่ค่อยดีใจ และมองเขาที่กำลังพูดด้วยแววตาแปลกๆ ยังไงพิกล"ไม่อยากเชื่อเลย"ซูพึมพำขณะมองหน้าของสามีที่ไม่มีแววหยอกล้อใดๆ ดวงตาคมเข้มนั้นดูจริงใจ จะผิดไหมหากเธอคิดว่าสมองของเขาได้รับความกระทบกระเทือน"ชื่อเดิมของพี่คือหลี่หมิง""หลี่หมิง?"ซูทวนชื่อที่สามีบอกอีกครั้ง "ครับ"แววตาของสามีตอนพูดช่างดูจริงจัง ส่วนภรรยาที่นั่งฟังอยู่นั้นทำหน้าไม่ถูกเอาซะเลย"แผลพี่....""ทำไมครับ""หายดีแล้วจริงๆ ใช่ไหม"ซูเดินเข้าไปเปิดแผลบริเว
ห้าเดือนกว่าที่ไม่ได้เจอกัน ทำให้ซูออกอาการเก้อเขินสามีที่ไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้เขาก็ดูหล่อเท่ซะเหลือเกิน "ปิดไฟได้ไหมคะ"ซูบอกด้วยท่าทีเอียงอาย ยกสองมือปิดหน้าอกที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม"ไม่ปิดได้ไหม"คนไม่อายทำตาอ้อนใส่ เขาชอบมองเรือนร่างภรรยามันผิดหรืออย่างไร ซูดูสวยและอวบอิ่มขึ้นจนเขาละสายตาไม่ได้เลย"แต่ฉัน อื้อ~"คำพูดของเธอกลืนหายเมื่อถูกสามีป้อนจูบหนักหน่วงให้ เขาทำเธอแทบขาดอากาศหายใจ ลิ้นร้อนที่เกี่ยวพันตักตวงความหวานจนเธอแทบละลาย เนื้อตัวอ่อนระทวยในวงแขนของสามี"พี่คิดถึงซู คิดถึงมาก คิดถึงที่สุด"หลี่หมิงพร่ำบอกคิดถึงภรรยาที่เขารักสุดหัวใจ ดวงตาคมที่มองเธอนั้นช่างร้อนแรงและเปี่ยมไปด้วยความต้องการ"อ๊ะ~"ซูสะดุ้งเมื่อมือของสามีเลื้อยไม่หยุด แต่ละจุดล้วนแต่ทำให้เธออ่อนไหว เสียงครางในลำคอบ่งบอกถึงความพอใจ เขาชอบมองใบหน้าของเธอตอนมีอารมณ์"อย่าเกร็งสิครับ"หลี่หมิงกระซิบข้างหูของภรรยาขณะแยกเรียวขาสวยออกจากกัน ดวงตาคมจ้องมองไปที่เนินกุหลาบแสนสวยนั้น มันช่างดูยั่วยวนชวนให้เขาสัมผัสจริงๆ"พี่เฉิง อย่าค่ะ"คำห้ามของซูที่หน้าแดงไม่เป็นผล เมื่อเห็นสามีก้มหน้าลงไปทำรักให้ ร่างกายของเธอ











