Share

ตอนที่ 9 เหมือนนาง

last update Last Updated: 2026-02-01 11:03:35

ตอนที่ 9 เหมือนนาง

เสียงผู้คนมากมายครึกครื้นทว่าหัวใจของซ่งฉินเฟิงกลับเหงาเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน เขาเฝ้าตามหาและรอคอยวันที่จะได้พบสตรีที่คว้าหัวใจของเขาไปในวันนั้น สายตาทอดมองไกลสุดลูกหูลูกตา เห็นสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันมาเขาพลันเห็นตนเองกับนาง หากตอนนี้มีนางอยู่เคียงข้างคงจะดีไม่น้อย เขาเดินมาได้ครู่หนึ่งก็มีครอบครัวคู่สามีภรรยาจูบมือบุตรน้อยทั้งสามจับมือพากันเดินรอยยิ้มเสียงหัวเราะช่างมีควสามสุขจริง ๆ จนเขาต้องหยุดเดินและจ้องมองด้วยความอิจฉา 

“ท่านแม่ข้าอยากได้สิ่งนั้นไปฝากท่านตาท่านแม่พาข้าไปซื้อหน่อยนะขอรับ” เสียงเด็กชายเจี๊ยวจ๊าวดังขึ้น ทำให้ฉินเฟิงเหลียวไปมองสตรีร่างบางจับมือเด็กชายเดินผ่านเขาไปเมื่อครู่กลิ่นกายของนางเสมือนดอกกุ้ยฮวาอ่อนๆ โชยในฤดูใบไม้ผลิผสมผสานความอบอุ่นของแสงอาทิตย์กลิ่นที่ตราตรึงหัวใจเขาจดจำมันได้ทันที รีบคว้ามือไปจับเอามือของนางไว้

เยว่ฉีกำลังตอบกลับบุตรชายแต่ต้องชะงักและตกใจที่จู่ ๆ มือของนางถูกมือหนาจับกุมเอาไว้ เสี่ยวเถาเองก็ตกใจไม่น้อยและด้วยสัญชาตญาณเขารีบปัดมือของชายแปลกหน้าออกจากท่านแม่และต่อว่าชายแปลกหน้าที่ทำตัวไร้มารยาท

“ท่านเป็นผู้ใดกัน จู่ ๆ มาทำเรื่องไร้มารยาทกับท่านแม่ของข้า ดูจากการแต่งกายท่านคงมิใช่ชาวบ้านธรรมดา เป็นขุนนางแล้วคิดว่าจะทำอะไรกับผู้ที่ด้อยกว่าเช่นนี้หรือ ? ไม่มีความเป็นบุรุษสักนิด” ฉินเฟิงตกใจจ้องมองไปยังเด็กชายตัวน้อยดวงตากลมโตใบหน้าอวบอิ่มเหมือนซาลาเปา เอ่ยวาจาฉะฉานแต่เขาไม่ได้โกรธเด็กคนนี้เลยแถมยังถูกชะตาเสียด้วยซ้ำ

“คุณชายข้าต้องขอโทษด้วยขอรับที่เสียมารยาทกับมารดาของท่านเพียงแต่ข้าคิดว่านางคือสตรีที่ข้ากำลังตามหา แม่นางข้าขอโทษนะขอรับที่แตะต้องตัวท่าน” เสี่ยวเถามองสำรวจอย่างถี่ถ้วน สายตาของชายคนนี้เจ้าเล่ห์และส่องประกายของคนเจ้าชู้ บุรุษย่อมมองกันอออก เขารีบตอบแทนมารดาทันที

“ข้ารู้นะว่าท่านคิดอันใด มุกจีบสาวเช่นนี้เชยจนไม่มีใครเขาใช้กันแล้ว ท่านแม่ของข้าไม่เคยรู้จักกับผู้ใดและไม่อยากรู้จักด้วย ช่วยหลีกทางให้ข้ากับท่านแม่ ข้าไม่อยากเสียเวลาอันมีค่ากับเรื่องไร้สาระเช่นนี้ ท่านแม่ไปกันเถอะขอรับ” เสี่ยวเถาจับมือมารดาให้เดินจากมาทันที ยิ่งเห็นสายตาของเขาเสี่ยวเถายิ่งไม่อยากให้เขาจ้องมองท่านแม่นาน เยว่ฉีก้มโค้งลงเล็กน้อยเป็นการขอโทษที่บุตรชายของนางเองก็เสียมารยาท และที่นางเงียบอยู่นั้นเพราะนางรู้สึกคุ้นเคยกับเขาคนนี้เหลือเกินไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงที่นุ่นนวล ดวงตาที่ส่องประกายอบอุ่นร่างกายบึกบึนเสมือนคนที่นางเคยสัมผัส

‘เขาช่างเหมือนบิดาของเสี่ยวเถา หรือเพราะข้าคิดไปเองบุรุษผู้นั้นหายไปนานจะมาที่นี่ได้อย่างไร อาจจะเป็นเพียงคนที่มาเที่ยวงานเทศกาลเท่านั้น รีบพาเสี่ยวเถาซื้อของกลับเรือนดีกว่า’ เยว่ฉีครุ่นคิดในใจพรางเดินตามเสี่ยวเถาที่จับมือนางแน่น

ชายหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังของสตรีที่เดินจากไปเขารีบเรียกคนสนิทให้ตามทั้งสองไปทันที

“จางเซียนเจ้าตามสองแม่ลูกนั้นไปจนถึงเรือนของนางและตามสืบเรื่องของนางมาให้ข้าที ข้ารู้วสึกคุ้นเคยเหมือนเคยพบเจอนางมาก่อน”

“ได้ขอรับคุณชาย” จางเซียงน้อมรับคำสั่งพรางเดินแฝงเข้าไปในกลุ่มของชาวบ้านไม่ให้เยว่ฉีรู้ตัวว่าเขากำลังตามหลังนางไป

“เสี่ยวเถาเมื่อครู่ลูกรู้ตัวหรือไม่ว่าทำตัวไร้มารยาท ทั้ง ๆ ที่ลูกต่อว่าเขาแต่กลับเป็นเจ้าเองมากกว่าที่ทำตัวไร้มารยาท”

“ก็ชายคนนั้นมาจับมือท่านแม่ของข้าทำไมกันเล่าขอรับ อีกอย่างท่านแม่ไม่เห็นสายตาของเขาที่จ้องมองท่านหรือ ? แม้ว่าท่านแม่ของข้าจะมีลูกแล้วใช่ว่าความงดงามของท่านแม่จะลดลงเสียหน่อย ไม่ว่าบุรุษผู้ใดเห็นต่างพากันจดจ้องไม่ละสายตา ข้าไม่ชอบขอรับ ข้าไม่อยากให้ผู้ใดมาแย่งความรักของท่านแม่จากข้า” เด็กชายกอดอกเบะปากอย่างไม่พอใจท่านแม่ไม่เข้าใจเขาเสียเลย เยว่ฉียิ้มกว้างที่แท้ที่บุตรชายทำตัวไม่ดีมิใช่ว่าเขานิสัยไม่ดีแต่เพราะเขากลัวว่าคนอื่นจะมาแย่งความรักนี่เอง เยว่ฉีดึงกายลูกชายเข้ามาโอบกอดระหว่างยืนรอต่อคิวซื้อขนมไปฝากท่านตา

“โธ่ ๆ ที่แท้เสี่ยวเถาของข้าก็กลัวว่าคนอื่นจะมาแย่งความรักสินะ เสี่ยวเถาแม่จะบอกอะไรเจ้านะไม่มีผู้ใดในโลกใบนี้แย่งความรักจากเจ้าไปได้ ความรักของแม่ที่มีต่อเจ้าไม่มีวันสิ้นสุด”

“จริง ๆ นะขอรับ ข้ารักท่านแม่ที่สุดเลย” เด็กชายยิ้มระรื่น แต่ในใจก็ยังคงคิดถึงเรื่องของชายเมื่อครู่

ยามสองทั้งสองพากันเดินกลับเรือนพร้อม ๆ กันกับชาวบ้านหลายคน เสี่ยวเถาโบกมือลาเมื่อมาถึงเรือนของจิ้งฟง เรือนของเสี่ยวเถาอยู่ท้ายหมู่บ้านใช้เวลาไม่นานก็มาถึงเรือน เสี่ยวเถาตะโกนเรียกท่านตาด้วยความตื่นเต้นอยากจะเอาขนมไปให้ท่านตาได้กินยามร้อน ๆ ถึงจะอร่อย

“ท่านตา ข้ากลับมาแล้วขอรับท่านตาหลับหรือยังขอรับข้ามีของฝากมาให้ท่านตาด้วย” น้ำเสียงกระปรี้กระเปร่าทำให้เทียนมู่ที่กำลังโน้มตัวลงนอนหลังจากกลับมาจากเรือนของป้าลี่รีบตอบกลับหลานชายออกไป

“เสี่ยวเถาเจ้ากลับมาแล้วหรือ ? เข้ามาด้านในสิข้ายังไม่หลับเพราะเป็นห่วงพวกเจ้าทั้งสองจะหลับลงได้อย่างไร”

ครืก..!

“ท่านตาขอรับนี่ของฝากขอรับ” เสี่ยวเถาเปิดประตูเข้ามาด้านในยื่นขนมมอบให้ท่านตาก่อนจะนั่งลงข้างๆ

“ท่านต้องกินในยามที่มันอุ่น ๆ นะขอรับถึงจะอร่อย ข้ากินมันไปตั้งสองก้อนหากข้าไม่รักท่านตารับรองว่าขนมชิ้นนี้คงไม่ถึงเรือนแน่ ๆ ”

“เสี่ยวเถาคงรักข้าจริง ๆ สินะเอาละ ๆ เช่นนั้นข้าจะชิมสักคำแล้วที่เหลือให้เจ้าดีหรือไม่”

“ข้าอิ่มแล้วขอรับท่านกินเต็มที่เลย ลองกัดดูสิขอรับว่ามันจะอร่อยเช่นข้าว่าหรือไม่” เสี่ยวเถาดวงตาเป็นประกายเฝ้ารอท่านตากัดกินขนมอย่างใจจดใจจ่อ เขากัดไปคำเล็ก ๆ มันอร่อยมากจริง ๆ ทว่าความรักของคนเป็นตาเมื่อเห็นสายตาของหลานเขาอยากให้เด็กชายกินมันเสียมากกกว่า

“อื้ม..อร่อยอย่างเจ้ากล่าวมาจริง ๆ ทว่ามันรสหวานเกินไปเจ้ารู้หรือไม่ของหวานกับคนแก่ไม่ถูกกันเท่าไหร่ หากข้ากินเยอะเกินไปจะทำให้ร่างกายของข้าอ่อนแอลงไป เอาเช่นไรกับขนมชิ้นนี้ดีนะ..”

“เช่นนั้นข้าจะกินเองขอรับท่านแม่สอนเอาไว้ให้รู้จักเห็นคุณค่าของสิ่งของและของกิน อย่ากินทิ้งกินขว้างหากเปรียบเทียบกับคนยากจนพวกเขายังต้องอดมื้อกินมื้อ เช่นนั้นขนมชิ้นนี้ข้าจะรับผิดชอบมันเอง” เสี่ยวเถาไม่พูดเปล่า เขายื่นมือไปหยิบขนมจากมือของท่านตาเลียริมฝีปากก่อนจะกัดเข้าปากคำโต เทียนมู่จ้องมองเด็กชายด้วยความอ่อนโอนเพียงแค่เห็นรอยยิ้มของหลานชายและความสุขของบุตรสาวเพียงเท่านี้เขาก็มีความสุขมากแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 19 ขอโอกาส(ตอนจบ)

    บทที่ 19 ขอโอกาส“แต่สำหรับฉันมันคือความรัก ฉันไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน ฉันเฝ้าแต่มองหาจดหมายทุกสัปดาห์ ชอบที่เธอเขียนหาและเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างสนุกสนานราวกับว่าตัวของฉันได้อยู่ในทุก ๆ เหตุการณ์กับเธอ คืนนั้นครั้งแรกที่ได้เชยชม ฉันไม่เคยลืมมันได้สักครั้ง ไม่มีทางเลยหรือที่เราจะได้เคียงคู่""คุณอาเลิกพูดแบบนี้เถอะค่ะแค่นี้หนูก็ละอายใจมากพอแล้ว พรุ่งนี้หนูจะเดินทางกลับโรงเรียนต่อจากนี้ขอให้คุณอาดูแลสุขภาพและตามหาความสุขตามที่พี่ญาดาอยากให้คุณอาทำเถอะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ" แสงดาวพูดจบกำลังจะเดินหันหลังจากพัฒน์ไป เขารีบคว้าตัวของเธอเอาไว้และโอบกอดเธอแนบอก"แสงดาวไหนเธอเคยบอกว่ารักฉันไม่ใช่หรือ ? การที่เธอเอาตัวเองออกไปอยู่ที่อื่นและหลบหนีฉันไม่ใช่ว่าเธอรักฉันหรอกรึ ตอบมาสิว่าตอนนี้เธอรู้สึกยังไงกับฉัน เรื่องของฉันกับญาดาตอนนี้เธอเองคงรับรู้ทุกอย่าง ""ใช่ค่ะหนูรู้และตอนนี้หนูก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้รักคุณอามากขนาดนั้น มันเป็นเพียงความหลงใหลชั่วครู่เท่านั้น ปล่อยเถอะค่ะอย่าทำแบบนี้อีกเลย " แสงดาวหัวใจเต้นระรัวนานมากแค่ไหนกันนะที่เธอกับเขาไม่ได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้ ยิ่งพัฒน์ยื้อแสงดาวยิ่งเ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 18 ขอโทษ

    บทที่ 18 ขอโทษร่างเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น โผล่กอดญาดาแน่น“พี่ญาดาหนูขอโทษ ขอโทษหนูไม่คิดว่าเรื่องนั้นพี่จะรับรู้วันนั้นหนูเมาจนไม่ได้สติและทำเรื่องร้ายแรง หนูรู้สึกตัวและละอายใจที่ทำผิดต่อพี่ญาดาจึงไม่กล้าแม้แต่จะกล้าเผชิญหน้า ขอโทษที่ทำให้พี่เจ็บปวดอยู่เพียงลำพัง สิ่งที่พี่ขอหนูไม่สามารถทำมันได้หรอกค่ะ หนูจะกล้าทำร้ายพี่เป็นครั้งที่สองได้อย่างไร”“แสงดาว นั่นไม่ใช่ความผิดเธอ และไม่ใช่ความผิดใครอย่าคิดว่าเธอทำร้ายฉันแต่เป็นฉันต่างหากที่เป็นคนทำร้ายชีวิตของเธอกับพัฒน์ หากฉันไม่ป่วยและขอร้องให้เพื่อนเพียงคนเดียวของฉันแต่งงานกับฉันเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง ตอนนี้เธอกับพัฒน์อาจจะมีความสุขกันอยู่ก็ได้ อย่าโทษตัวเองทุกอย่างถูกกำหนดมาหมดแล้ว วาสนาของฉันคงไม่คู่ควรกับพัฒน์จึงมอบเวลาให้ฉันอยู่เคียงข้างเขาได้ไม่นาน รับปากสิว่าเธอจะทำตามความรู้สึกของเธอ” ญาดาลูบหลังแสงดาวเบา ๆ คำพูดของเธอดังกึกก้องในหูจนสมองของแสงดาวอื้ออึง ทั้งตกใจและไม่ทันได้ตั้งตัว“หนูรับปากค่ะว่าหนูจะทำตามความรู้สึก แต่ไม่รับปากนะคะว่าจะกลับไปอยู่เคียงข้างคุณอาพัฒน์”“เพียงเท่านี้แหละที่ฉันต้องการ ตอนนี้ฉันสามารถตายตาหลับอ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 17 มาหาถึงที่

    บทที่ 17 มาหาถึงที่เช้าวันนี้อากาศเย็นกว่าทุกวันที่ผ่านมา เด็ก ๆ ตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อแต่งหน้าแต่งตัวทำการแสดง เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวตื่นเต้นของเด็ก ๆ ครูเองก็ไม่ต่างกัน นานครั้งถึงจะมีผู้ใหญ่ใจดีมาเยือนที่ทุรกันดานอย่างนี้ แสงดาวเองก็อยากเห็นใบหน้าของผู้มีพระคุณจริง ๆ และอยากขอบคุณพวกเขาที่มอบโอกาสและของดี ๆ ให้กับเด็กนักเรียนไม่นานนักเสียงรถยนต์ได้ดังมาหน้าโรงเรียนครูใหญ่เดินเข้ามาแจ้งทุกคนให้เตรียมความพร้อมตอนนี้คนที่พวกเขารออยู่มาถึงแล้ว“ครูแสงดาวออกไปต้อนรับแขกกับผม ส่วนครูมุกจัดขบวนเด็กและดูความเรียบร้อยเมื่อไหร่ที่ฉันกล่าวต้อนรับเสร็จ เด็ก ๆ ต้องแสดงสิ่งที่ซ้อมไว้อย่างเต็มที่เข้าใจมั้ย”“ค่ะ/ครับ” ทั้งครูและเด็ก ๆ ต่างขานรับอย่างเข้าใจ แสงดาวออกไปต้อนรับพร้อมกับครูใหญ่ ส่วนครูอีกคนต้องอยู่กำกับเด็ก ๆเสียงรถยนต์ดับลง รถยนต์จำนวนสามคันจอดอยู่สนามเล็ก ๆ ในโรงเรียน แสงดาวตื่นเต้นจนเหงื่อออกเต็มมือไปหมด ทว่าเมื่อเธอเหลือบไปเห็นคนที่เดินลงจากรถหัวใจของเธอเต้นแรงระรั่วอีกครั้ง เธอไม่เคยติดต่อเขาไปอีกเลยตั้งแต่วันนั้นและไม่ได้บอกที่อยู่กับพี่มลเลยสักครั้งจดหมายที่เธอส่งให้พี่ม

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 16 เจ็บปวด

    บทที่ 16 เจ็บปวด“คุณอาคิดว่าแสงดาวเป็นคนแบบนั้นหรือคะ แม้ว่าแสงดาวจะมาจากสลัมแต่ไม่เคยคิดทำตัวต่ำตรมเหมือนดอกบัวอยู่ใต้โคลน ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณอาเคยทำให้ แต่ต่อจากนี้แสงดาวจะหาเลี้ยงตัวเองและพาตัวเองประสบผลสำเร็จเอง “น้ำเสียงสั่นระรั่วด้วยความเจ็บปวด พัฒน์พึ่งรู้ตัวว่าตัวเองพูดแรงเกินไป เขายื่นมือไปด้านหน้าอยากจะคว้าแสงดาวเอาไว้พรางกล่าวคำขอโทษ ทว่าร่างเล็กก็วิ่งหนีเขาไปแล้ว“แสงดาวไม่ใช่แบบนั้นนะ ฉันขอโทษ”ไมค์กำลังพูดคุยกับพี่มลอย่างสนุกสนานส่วนป้าอิ่มไปดูแลคุณญาดาอยู่ที่เรือนใหญ่ แสงดาวหยุดวิ่งรีบปาดน้ำตากลัวคนอื่นจะจับได้ ก่อนจะตะโกนเรียกชักชวนไมค์กลับหอพัก“ไมค์ตอนนี้ตะวันตกดินแล้วกลับหอกันเถอะ พี่มลฉันกลับหอก่อนนะคะ ฝากบอกป้าอิ่มด้วย ”“แสงดาวเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย พี่จะห่อข้าวให้ไปกินที่หอดีมั้ย”“ไม่ต้องค่ะ ฉันไม่ค่อยหิว ”ไมค์มองสีหน้าของแสงดาวก็รู้ทันทีว่าเธอผ่านการร้องไห้มา ดวงตาของเธอเอ่อแดง หยาดน้ำตาที่ยังคลั่งค้างอยู่ในเบ้ายังคลออยู่“พี่มลครับดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ ส่วนแสงดาวพี่ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวผมจะพาเธอแวะหาอะไรกินก่อนเข้าหอ อย่าลืมแต่งตัวสวย ๆ ไปงานรับปริญ

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 15 ป่วย

    บทที่ 15 ป่วยพัฒน์เดินออกไปให้ทั้งสองได้อยู่กันอย่างที่ญาดาต้องการ แสงดาวนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้าม เอ่ยถามญาดาด้วยความเป็นห่วงเกี่ยวกับอาการของเธอตอนนี้“พี่ญาดาทำไมถึงได้ป่วยขนาดนี้นะ เป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่”“แสงดาวฉันนะมีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ มีเงินแค่ไหนไม่มีทางรักษาก็เปล่าประโยชน์ตอนนี้ฉันยุติการรักษาทุกอย่างแล้วล่ะ ฉันเหนื่อยที่ต้องใช้ชีวิตในโรงพยาบาล ฉันเกลียดกลิ่นยาที่คละคลุ้ง เกลียดห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่พื้นที่สีขาว ฉันถูกส่งตัวไปรักษาที่ต่างประเทศหมดเงินไปมากแต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงหนทางการพยุงชีวิตของฉันเอาไว้เท่านั้น จนกระทั้งวันที่ฉันได้เจอกับพัฒน์ ฉันได้เจอแสงสว่างและการอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ฉันไม่เคยอิจฉาใครที่รวยและไม่เคยดูหมิ่นคนที่จนกว่า แต่ฉันอิจฉาคนที่เขามีชีวิตอยู่อย่างไร้ความโรคและมีความสุขกับการใช้ชีวิต ตอนนี้ฉันปลงกับชีวิตแล้วละ และมีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันเป็นห่วงคือพัฒน์ เพราะรักมากจึงห่วงมากเลยอยากขอฝากให้เธอช่วยดูแลวันที่ฉันไม่อยู่”“ทำไมถึงพูดแบบนี้คะ พี่ญาดาต้องอยู่ไปนาน ๆ อย่าพึ่งหมดหวังนะ หากไม่ใช่โรคร้ายแรง

  • ท่านแม่เสี่ยวเถาผู้นี้จะช่วยท่านเอง   บทที่ 14 เรียนจบ

    บทที่ 14 เรียนจบหลายปีต่อมาแสงดาวกับไมค์เดินทางมาถึงจุดหมายของชีวิต ทั้งสองตั้งใจเรียนจนจบปริญญา เกียรตินิยมทั้งคู่“ในที่สุดเราสองคนก็เรียนจบกันจนได้ แสงดาวต่อจากนี้เราจะได้แยกทางกันจริง ๆ แล้วสินะ ฉันนะอยากไปเป็นครูอาสาอยู่บนดอยกับเธอจังเลย แต่ติดที่ว่าคุณแม่ของฉันท่านล้มป่วย ฉันต้องหาโรงเรียนใกล้ ๆ บ้านเพื่อจะได้ดูแลแม่ด้วย เพียงแค่นึกก็ใจหายแล้ว”“คิดถึงก็ติดต่อกันได้เอาไว้ฉันได้ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนฉันจะติดต่อนายกลับมานะ ฉันคิดว่าที่นั่นคงไม่มีสัญญาณมือถือแน่ ๆ เลย ต่อจากนี้ฉันขอให้นายโชคดีเจอกับคนดี ๆ นะไมค์”“เธอนี่นะ ใจร้ายจริง ๆ ใจร้ายไม่พอใจแข็งอีกต่างหาก ไม่ยอมเปิดใจให้ฉันเลย “ไมค์ขยี้หัวของแสงดาวอย่างเคยชิน เขายิ้มบาง ๆ ให้คนตรงหน้า สองปีที่แล้ว ไมค์เคยบอกความรู้สึกกับแสงดาวว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ และอยากเป็นแฟนของเธอมากกว่าเพื่อน ทว่าแสงดาวรับรู้มาตลอดและไม่ให้เขาเกินกว่าคำว่าเพื่อน แสงดาวบอกกับไมค์ว่าเธอไม่เคยคิดถึงเรื่องความรักเลย เธอต้องการตั้งใจเรียนและความรู้สึกที่มีต่อไมค์ก็มีได้เพียงเพื่อน เธอไม่ต้องการคบกันและเลิกกันหากยิ่งฝืนจะยิ่งทำให้ทั้งสองคนเจ็บปวดและต้องเลิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status