LOGINม่านไหมอาบน้ำอาบท่า จัดแจงตัวเองให้อยู่ในชุดที่คิดว่าเข้าท่าและเรียบร้อยที่สุด แม้ในความคิดส่วนลึกมันจะแย้งขึ้นมาว่ากระโปรงยังสั้นใช้ได้ แถมเสื้อก็คอลึกไปหน่อย ทำไงได้ล่ะ เสื้อผ้าที่แม่สรรหาให้มีแต่แบบนี้ทั้งนั้น
“อืม ชุดนี้ค่อยดูดีกว่าชุดนอนไม่ได้นอนหน่อย” ไอ้คนตัวสูงกว่ากดสายตาคมเข้มมองกันด้วยใบหน้าเรียบเฉย ชุดนอนไม่ได้นอนอะไรของเขากันล่ะ พูดอย่างกับเธอจงใจใส่ชุดยั่วเขาอย่างนั้นแหละ ซึ่งถ้าเขาคิดจริงๆ ก็ขอบอกตรงนี้เลยว่าเขามั่นหน้ามาก! “ไหนล่ะ คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉัน” ม่านไหมกำลังจะนั่งบนโซฟาตรงข้ามเขา ทว่าอีกฝ่ายกลับลุกขึ้นมาเสียก่อน “ตามมา” “คุณจะพาฉันไปไหน ไหนบอกว่ามีเรื่องจะคุย” “นี่แหละวิธีการคุยของฉัน” คุยยังไง เดินไป คุยไปเนี่ยนะ จู่ๆ คำว่าตัวขัดดอกก็ลอยแว๊บเข้ามาในหัวอีกครั้ง ดวงตากลมพลันเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก ริมฝีปากสีอ่อนเม้มแน่นจนเจ็บ “คะ..คุณจะเริ่มเลยเหรอ” พยายามอย่างมากไม่ให้คำถามนั้นฟังดูเสียงสั่นหรือเต็มไปด้วยความกลัว หากแต่โพรงอกด้านในเต้นแรงเป็นบ้าเลย “ก็ใช่น่ะสิ ต้องเริ่มที่ห้องก่อน” เริ่มที่ห้องด้วย แบบนี้จะให้ม่านไหมทำหน้ายิ้มสู้อยู่ได้ยังไง ในเมื่อรู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีถัดไปตัวเองจะเจอกับอะไรบ้าง น้ำลายหนืดเหนียวกลืนลงคอยากลำบาก สาเหตุที่รีบไล่เธอไปอาบน้ำคงเพราะแบบนี้สินะ พอถึงเวลานั้นขึ้นมาตัวจะได้หอมๆ คิดแค่นี้เหงื่อก็เริ่มแตกพลั่กๆ ใจเต้นรัวเป็นจังหวะตีกลอง “ฉันยังไม่พร้อม ขอเวลาทำใจหน่อยได้ไหม” เธอมาที่นี่เพื่อตั้งใจมาจับเจ้าของเกาะทำหลัวแต่กำลังจะกลายเป็นเมียลูกชายเจ้าของเกาะแทน ทุกอย่างที่คาดการณ์ไว้กำลังจะผิดแผนหมดเลย ชายหนุ่มหน้าคมผิวเข้มมองหญิงสาวร่างเล็กเหมือนคนไม่เต็มบาท เพราะหน้าตาเธอดูระแวงไปหมด ทำอย่างกับเขาจะพาไปเชือดคอทิ้งลงทะเลไปเสียได้ เขาเอือมระอากับความคิดไปไกลของแม่คนนี้จริงๆ จะว่าไปเธอก็เป็นคนที่สวยมากคนหนึ่ง เป็นคนสวยประเภทที่หากยืนอยู่ตรงไหน สปอร์ตไลท์คงจะฉายไปที่เธอและกลายเป็นจุดรวมสายตาได้เป็นอย่างดี เขามองผิวขาวๆ ตั้งแต่ลำคอระหงไล่ลงมาถึงเนินเนื้ออวบอิ่ม เสื้อผ้าที่สวมใส่เน้นโชว์ทรวดทรงองค์เอว รัดแน่นเสียจนกลัวว่าสองเต้ากลมๆ นั่นจะหายใจไม่ออก เขาเบนสายตาหนีทันทีเมื่อความคิดบ้าๆ ผุดขึ้นมา ก่อนจะหันกลับไปตีหน้านิ่งขรึม จ้องหน้าสวยๆ ให้มากกว่าอะไรดูมๆ ที่เด่นแย่งซีน ตอนลูกน้องนำข่าวมาบอกเรื่องที่มีคนเห็นลูกสาวของนางมาลัยหัวขโมยตัวร้ายโผล่มาที่ห้องเช่า เขาหัวเสียพอสมควร คิดว่าเธอคงอยากลองดีถึงกล้ามาเยือนถิ่นเขาทั้งที่แม่สร้างวีรกรรมไว้อย่างเจ็บแสบ เขาบุกเข้าไปในที่พัก ในห้องนอนของเธอ ได้เจอหน้าเธอครั้งแรก ตะลึงในความสวยจนเกือบคิดคำพูดไม่ออก แต่อย่างไรเสียความสวยก็ไม่ได้ช่วยให้เขาเห็นใจเธอน้อยลง อย่างไรก็ตามการเก็บตัวเธอไว้ที่นี่อาจพอทำให้หาทางสืบหาตัวคนเป็นแม่ได้บ้าง ไม่มากก็น้อย “ขอเวลาทำใจอะไรของเธอ รีบๆ ตามมาซะ อย่าทำให้ฉันเสียเวลา” “ดะ..เดี๋ยวสิคุณ ก็ฉันบอกว่าไม่พร้อมไง” หน้าตาเธอดูเคร่งเครียดมาก เขาจะเครียดตามอยู่แล้วเนี่ย “ถ้ายังชักช้าลีลาเรื่องมาก ฉันจะเอาให้หนัก ทำให้เธอเดินไม่รอดเลยคอยดู” เหมือนคำขู่ของเขาจะได้ผลเพราะเธอเม้มปากแน่นสนิท ดวงตากลมวาวแข็งเกร็ง จ้องเขม็งมองเขาเหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ “ไอ้บ้า ซาดิสก์!” เขาก็ชอบซะด้วยสิไอ้คนปากดี ด่าเก่งแบบนี้เนี่ย “อย่าให้ฉันต้องนับหนึ่งถึงสาม” เขาข่มหน้าดุๆ ขู่ออกไป แต่แม่ตัวดีดันเชิดหน้าท้าทายทั้งที่ขาสั่นหงึกๆ “นับหนึ่ง” “นี่คุณ!” เธอเริ่มเสียงเกรี้ยวกราด แต่เรื่องอะไรจะหยุดเขาได้ “นับสอง” “ไอ้!..” “นับสา..” “เออๆ ไปก็ได้วะ” หึ ก็ดีแต่ปากนี่หว่า พอเขาเอาจริงก็ไม่เท่าไร แต่แบบนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย ไม่ต้องเสียเวลาสู้กับม้าพยศนัก ม่านไหมถอนหายใจหงุดหงิด หน้าบึ้งตึงเหมือนหมีกินผึ้ง เท้าทั้งสองจ้ำเอาๆ เดินลงน้ำหนักเท้าเสียงตึงตังเหมือนเด็กโดนขัดใจ “เดี๋ยว จะไปไหนของเธอ” “เอ้า ก็คุณบอกจะเริ่มที่ห้องไม่ใช่เหรอ” เขาเป็นคนความจำสั้นหรือไง เมื่อกี้เพิ่งบอกเธอเองหยกๆ ว่าจะเริ่มกันที่ห้อง พอเธอจะเดินกลับห้องก็มาเรื่องมากอะไรอีก “ฉันบอกตอนไหนว่าห้องนั้น” เออ เรื่องมากจริงๆ นั่นแหละ เขาสั่งให้ม่านไหมเดินตาม ซึ่งที่ที่เขากำลังพาไปมันอยู่นอกอาณาเขตบ้านของเขาเสียอีก เธอเดินจนเหงื่อแตกกว่าจะถึงที่หมาย “เข้ามาสิ” “เอ่อ เดี๋ยวสิคุณ..มันไม่ดูเก่าไปหน่อยเหรอ” ที่ที่เขาพาม่านไหมมาเป็นบ้านเก่าๆ หลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านของชาวประมงอีกหลายหลัง ไกลออกไปม่านไหมเห็นเรือลำเล็กลำใหญ่ที่ใช้หาปลาจอดนิ่งสนิทเกยฝั่งเต็มไปหมด “อย่าเรื่องมาก ฉันไม่ชอบ” เขาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย เท้าหนักแน่นก้าวยาวๆ เข้าไปในบ้านเก่าโทรมหลังเล็ก มันดูแย่กว่าห้องเช่าของแม่ซะอีก “คนเช่าเก่าย้ายออกไปได้หลายเดือนแล้ว ถึงมันจะดูโทรมไปหน่อยแต่ก็ยังพักอาศัยได้ ฉันให้คนทำความสะอาดไว้เมื่อเช้าแล้วก็ขนของใช้จำเป็นจากห้องเช่าแม่เธอมาไว้ที่นี่ คิดว่าน่าจะโอเคแล้วนะ” เขากวาดตามองไปรอบๆ ม่านไหมก็มองตาม พบว่าข้าวของทุกอย่างโดนย้ายมาที่นี่หมดแล้วเหมือนเสกได้ “เธอก็อยู่ที่นี่ไปซะ คงไม่ติดอะไรใช่ไหม” คำถามฟังดูเรียบๆ แต่สายตาที่มองกันมันกำลังกดดันเธอมาก “ดะ..ได้ แล้วคุณจะมาหาฉันเวลาไหนบ้างล่ะ” การเป็นตัวขัดดอกหรือเรียกง่ายๆ ว่านางบำเรอ มันก็ย่อมต้องรู้เวลาปฏิบัติงานด้วยไม่ใช่เหรอ ม่านไหมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเรื่องวุ่นวายทุกอย่างมันมาจบที่ตรงนี้ได้ยังไง “ทำไมฉันต้องมาหาเธอด้วย เธอน่ะสิเป็นฝ่ายต้องมาหาฉัน” อ้อ..แบบนี้เอง เขาต้องการให้ไปปรนเปรอถึงที่เลยสินะ ม่านไหมมัวแต่หรุบตามองต่ำในหัวคิดไปถึงไหนต่อไหนจึงไม่ทันเห็นสีหน้างุนงงของคนตัวสูงว่ากำลังใช้สายตาแบบไหนมองเธอ “แล้วเรื่องขัด..” กำลังจะพูดถึงมันแต่เขาก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน “ส่วนเรื่องงาน ทุกๆ วันเธอต้องไปทำงานบ้านให้ฉัน ย้ำว่าทุกวัน อาจมีวันหยุดให้บ้างไว้จะดูอีกที รวมไปถึงฉันสั่งให้ทำอะไรเธอก็ต้องทำ” “เป็นเหมือนเลขางี้เหรอ?” “ไม่ใช่เลขา เบ๊ต่างหาก” เกือบดีแล้วนะ แต่ก็แค่เกือบ ม่านไหมพ่นลมหายใจทิ้ง เสียงดังพอจะทำให้คนหูดีอย่างเขาได้ยินแล้วจ้องมองเธอตาเขม็ง “ไม่พอใจตรงไหนบอกได้” ไม่พอใจหมดเลย นี่คือสิ่งที่เธออยากพูด แต่ดูแล้วเขาคงเป็นคนประเภทไม่รับฟังความคิดเห็นใครแน่ๆ ตีหน้าดุเหมือนหมียักษ์ขนาดนี้ “พอใจมากค่ะ!” กัดฟันตอบ “ฉันไม่ต้องทำแบบนั้นกับคุณแล้วใช่ไหม” “แบบไหน?” เขาย้อนถามในทันที ไม่รู้จริงๆ หรือจงใจกวนประสาทกันแน่ “ก็เรื่องเอาตัวขัดดอกนั่นไงล่ะ ฉันไม่ต้องทำแล้วใช่ไหม” เพราะถ้าเขาล้มเลิกความคิดนี้ ก็เท่ากับว่าเธอรอดตัวไป เหลือก็แต่การเข้าถึงตัวพ่อของเขาผู้เป็นเจ้าของเกาะตัวจริง เมื่อถึงตอนนั้นอะไรๆ มันก็คงดูง่ายขึ้นมาบ้าง แม้จะเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย แต่เธอสัญญากับตัวเองแล้ว การมาที่นี่จะต้องไม่กลับไปมือเปล่า เจ้าของร่างสูงใหญ่คลายคิ้วที่ขมวดขดจนหน้าตึงก่อนหน้านี้กลายเป็นสีหน้าสบายๆ และเผยยิ้มอ่อนแกมเจ้าเล่ห์ มุมปากหยักเหยียดขึ้นเหมือนกำลังจะหัวเราะ “เหอะ..เธอคิดว่าฉันจะให้เธอมาขัดดอกจริงๆ ดิ นั่นมันโคตรน้ำเน่าเลยรู้เปล่า เธอก็ดูสวยดีนะแต่น่าจะไม่มีสมอง อีกอย่างฉันเลือกเหมือนกัน ไม่ใช่เห็นใครหน้าตาใช้ได้หน่อยก็เอาไปทั่ว” อื้อหือ! ทุกคำของเขาทำเธอแสบๆ คันๆ ไปทั้งตัวเลย ผู้ชายอะไรปากกระโถนที่สุด แล้วดูสายตาที่เขาใช้มองราวกับเห็นเธอเป็นตัวตลกน่าขบขัน วินาทีนี้อยากหาปี๊บมาคลุมหัวจริงๆ ก่อนเขากลับไปยังมีหน้าขู่เธอไม่ให้คิดหาทางหลบหนีอีก ยังบอกอีกด้วยว่าทุกคนบนเกาะแห่งนี้พร้อมเป็นหูเป็นตา เป็นสายรายงานเขา และเมื่อใดที่เขารู้ว่าเธอหนี นั่นเท่ากับว่าเธอได้ทำการตอกโลงขังตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ถ้าจะขู่กันขนาดนี้ ใครมันจะไปคิดหนีอีกวะ! เธออยากจะรู้นักว่าพ่อของเขาจะโหดร้ายเหมือนกันหรือเปล่า คิดไปคิดมาก็เริ่มร้อนๆ หนาวๆ แล้วเหมือนกันทะเลยังพูดคุยกับภูผาถึงเรื่องที่เขาอยากใช้สถานที่บางส่วนของไร่ภูพนาไพรเป็นโลเคชั่นถ่ายพรีเวดดิ้ง ซึ่งภูผาก็เต็มใจเป็นอย่างมาก และจะขอดูแลจัดการเรื่องเตรียมสถานที่ให้เขาด้วยตัวเอง“เพื่อมึงกูจะทำให้ออกมาดีที่สุดเลยไอ้ทะเล”“ขอบใจมึงมากนะ” ทะเลเอ่ยด้วยความซึ้งในน้ำใจ เขารักพวกมันก็ตรงนี้ ตรงที่พร้อมซัปพอร์ตกันทุกอย่าง จะกี่ปีๆ พวกมันทุกคนก็เป็นเพื่อนที่ดีกับเขาเสมอ มื้ออาหารดำเนินไปท่ามกลางเสียงพูดคุยและสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขของทุกคน จากนั้นพวกผู้ชายก็แยกย้ายกันออกไปตั้งวงดื่มเหล้าตามประสา ส่วนพวกผู้หญิงย้ายมาอยู่อีกห้องที่กว้างขวางและสงบเงียบมากกว่า พื้นที่ในโรงแรมสุดหรูของคิเรย์ไม่ว่าจะมุมไหนก็น่าพักผ่อนหย่อนใจไปหมด ม่านไหมนั้นเปรียบเสมือนเด็กใหม่ท่ามกลางกลุ่มสาวสวยที่ไม่โสด เธอจึงค่อนข้างเกร็งอยู่บ้างเพราะไม่ได้สนิทสนมกับใครเป็นพิเศษ แต่อาจจะมีมุกดาที่เคยพูดคุยกันมาก่อนเมื่อตอนทะเลเคยพาไปพักที่บ้านของอีกฝ่าย แต่เห็นทีคราวนี้คงได้ทำความรู้จักกับทุกคนมากยิ่งขึ้น ม่านไหมไล่มองทีละคน ในกลุ่มนี้มีแต่คนสวยๆ ทั้งนั้นเลย เริ่มต้นที่ต้นหยงภรรยาของพายัพ เป็นคนสวยที่มีใบหน้าหวานปนเซ็
คุณธนินท์กลับมาจากญี่ปุ่นแล้ว กลับมาคราวนี้ก็ได้ข่าวดีของเจ้าลูกชาย ทะเลขอหนูม่านไหมแต่งงานเรียบร้อย รวดเร็วสายฟ้าแลบตัดหน้าเขาไปเลย “งั้นเรื่องฤกษ์ยามพ่อขอเป็นคนจัดการให้เองนะ”“ดีเลยครับ” ทะเลพยักหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี มื้ออาหารเย็นของวันนี้เขาพาม่านไหมมาร่วมโต๊ะกับบิดาและพูดคุยกันถึงเรื่องงานแต่งที่จะมีขึ้นในปีนี้ สำหรับเขาและม่านไหมคิดเห็นตรงกันว่าไม่จำเป็นต้องจัดใหญ่โตอะไรมากมาย เขาชอบความเรียบง่าย ม่านไหมเองก็เหมือนกัน สถานที่ก็เลือกสวนหน้าบ้านของบิดาที่กว้างขวางราวสนามฟุตบอล เพราะม่านไหมชอบวิวของที่นี่ เธอบอกเขาว่าหากถ่ายรูปออกมาจะต้องสวยมากแน่ๆ “เดือนหน้าพ่อต้องมาดูแลงานให้ผมด้วยนะ ผมกับน้องคงยุ่งๆ กับเรื่องถ่ายพรีเวดดิ้ง”“จะไปถ่ายกันที่ไหน ถ่ายหลายที่เหรอ” ถึงขั้นยุ่งทั้งเดือนจนให้เขาดูแลงานแทน ธนินท์คิดว่าลูกชายอาจจะพาเมียมันบินไปถ่าย พรีเวดดิ้งต่างประเทศก็เป็นได้ “จะบินไปถ่ายที่ไร่ไอ้ผาครับ ให้ม่านไหมดูรูปแล้วชอบ ผมเองก็ปักใจอยากถ่ายที่ไร่มันเหมือนกัน” ทะเลพูดถึงไร่ภูพนาไพร มันคือไร่ส้มและไร่ชาที่ตั้งอยู่บนดอยหยาดฟ้า เป็นไร่ที่ใหญ่ที่สุดเกือบครอบคลุมดอยทั้งลูกเลย
“อ่า~ อย่างนั้นคนสวย ดีมาก” เมื่อเริ่มจับจุดได้มันก็เหมือนสวรรค์ดีๆ เลย ความคับแน่นของม่านไหมจู่โจมรัดรึงท่อนเนื้อของเขาทุกจังหวะการเคลื่อนไหว เธอส่ายร่อนสะโพกไปมาอย่างเนิบช้าจนได้ยินเสียงน้ำในกายที่ดังผสมกันลามก และยิ่งดังมากขึ้นตามแรงขย่มสะโพกของเธอ“ซี้ดดด เสียวมากเธอจ๋า เอาพี่แรงๆ” เขาร้องบอกตามความต้องการอันมากล้นของตัวเอง ฝ่ามือหยาบบีบขยำสะโพกนุ่มระบายความกระสันรัญจวนที่จู่โจมกันไม่พักจนก้นขาวๆ ขึ้นรอยแดงไปหมด อาหมวยคนสวยเซ็กซี่มาก แม้จะมีชุดกี่เพ้าก็ไม่อาจปกปิดความร้อนแรงของเธอได้เลย ร่องเนื้อที่เปียกเยิ้มกลืนกินเขาอย่างหนักหน่วงตามแรงขย่มที่เร็วขึ้น เสียงสะโพกของเธอกระทบต้นขาของเขาดังมาก และบางจังหวะที่เขากระแทกสวนกลับไปนั้นก็ทำใบหน้าสวยลอยคว้างร้องเสียงหลงอย่างไม่อาจทนไหว“พี่ทะเล~ มันจุก” ตัวเธอในตอนนี้แทบไม่ต้องออกแรงขย่มเองแล้ว ทะเลเอื้อมมือมาจับแขนเรียวตรึงแน่นกับที่ก่อนจะยกสะโพกแกร่งของตนสวนกระแทกกระทั้นใส่ร่องแคบไม่ยั้ง ตัวเธอสั่นคลอนราวกับโดนรัวปืนกลอยู่บนตัวเขา แหกปากร้องครางไม่เป็นภาษากับความเสียวปนจุกที่เขามอบให้กัน “อืม~ พี่ไม่ไหวครับ เธอรัดพี่แน่นขนาดนี้
ทะสูดลมหายใจลึกทุกครั้งที่อาหมวยคนสวยเคลื่อนริมฝีปากนุ่มไปตามลำตัวเปลือยเปล่าของเขา ท่าทางสุดเซ็กซี่ขี้ยั่วของเธอแทบทำเขาใจวายตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงตอนนี้ อารมณ์รุ่มร้อนที่โดนเธอปลุกขึ้นมายากจะดับให้มอดลง ไม่มีใครเป็นน้ำ เขาว่าร้อนแล้ว เธอยิ่งร้อนแรงกว่า เหมือนไฟที่พร้อมจะลุกโชนใส่กันตลอดเวลาหน้าท้องแกร่งขมวดเกร็ง ลมหายใจสะดุดเป็นจังหวะเมื่อศีรษะของคนตัวเล็กมุดไปอยู่กลางหว่างขา ฝ่ามืออุ่นนุ่มประคองความใหญ่โตแข็งกร้าวที่เกือบกำไม่รอบ ปลายนิ้วชี้อีกข้างหมุนวนส่วนหัวที่มีน้ำปริ่มซึมเบาๆ อย่างขี้แกล้ง“อ่า~ ม่านไหมครับ” เสียงที่เอ่ยออกไปมันสั่นเครือและเต็มไปด้วยความกระสันซ่านในอารมณ์แบบที่ทำม่านไหมขนลุกชันไปด้วย เพราะเสียงครางเบาๆ ของเขามันเซ็กซี่มาก “เสียวเหรอคะ” ถามเขาขณะปลายนิ้วยังหมุนวนเบาๆ มือที่กอบกุมเกือบไม่รอบรูดกำความแข็งแกร่งขึ้นลงจนรู้สึกว่ามันกระตุกสู้มือ “เธอจ๋า~ อย่าแกล้งพี่” เขาคงทนไม่ไหวแล้วถึงได้เอื้อมมือกดหัวเธอเบาๆ เพื่อให้รีบจัดการกับมันสักที หากจับมันใส่ปากเธอได้เขาคงทำไปแล้ว แต่ถือว่ายังดีที่เขายังปรานี ม่านไหมอมยิ้มเล็กน้อย เปลี่ยนเป็นใช้สองมือกอบกุมท่อนเน
“ไปเลือกเสื้อผ้าดีกว่า อ๊ะ นั่นไง ร้านนั้นมีเสื้อผ้ารับตรุษจีนด้วย” ม่านไหมจูงมือทั้งคู่มายังร้านเสื้อผ้าแผงลอยที่มีเสื้อผ้าแฟชั่นแดงแจ๋รับตรุษจีนเกือบทั้งร้าน “เธออยากเป็นดาวติ๊กต๊อกไม่ใช่เหรอนารี ตอนนี้เทรนด์อาหมวยกำลังมาแรง ไม่ลองดูหน่อยล่ะ”“จริงเหรอ งั้นช่วยฉันเลือกหน่อยสิ” ม่านไหมและปกรณ์จึงช่วยนารีเลือกชุดกี่เพ้า ตอนนี้นารีเริ่มกลับมาอารมณ์ดีดี๊ด๊าเหมือนเดิมแล้ว“ฉันว่าฉันเอาชุดนี้แหละ แซ่บ จึ้งงง!” นารีหยิบชุดกี่เพ้าสีแดงแจ๋แบบยาวรัดรูปมาตัวหนึ่ง มีปลอกแขนแถมมาให้ด้วย เธอคิดว่าตัวเองจะต้องทำยอดไลค์ได้ดีหากใส่ชุดนี้เต้นเพลงที่กำลังฮิตรับเทศกาลตรุษจีน จะได้เป็นดาวติ๊กต๊อกก็คราวนี้แหละวะ“แล้วม่านไหมไม่เอาด้วยเหรอ”“ไม่อะ ฉันไม่ชอบเต้น ไม่ได้เต้นเก่งแบบแกสักหน่อย” ร่างกายของเธอมันไม่ค่อยสามัคคีกันเท่าไรด้วยนี่สิ “ฉันไม่ได้จะให้แกซื้อมาใส่เต้นกับฉันสักหน่อย” นารีว่าแล้วก็หันไปขยิบตากับปกรณ์ รายนั้นรับเรื่องในทันที “แล้วจะให้ใส่ไปไหน” เธอไม่ได้มีเชื้อจีนสักหน่อย “ยังไม่รู้อีกเหรอ ก็ใส่เอาใจพี่ทะเลไง” นารีจิ๊ปากราวกับความไม่รู้หน้าซื่อตาใสของม่านไหมมันขัดใจเธอมาก ต้องให้
“น่าจะอยู่ที่บ้านครับ”“…”“ใช่ครับ ช่วงนี้นายหัวติดเมีย เดี๋ยวผมไปบอกให้ครับ” เต๋ากดวางสายจากคุณมาร์ตินเพื่อนสนิทของนายหัวที่โทร.มาถามเขาว่านายหัวไปไหน ทำไมถึงไม่อ่านแชตกลุ่มของเพื่อนเลย เดี๋ยวนี้ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็แทบไม่เห็นนายหัวจับโทรศัพท์ วันๆ เอาแต่จับอย่างอื่น…“ใครโทร.มา”“คุณมาร์ติน โทร.มาถามเรื่องนายหัวนี่แหละ” เต๋าตะโกนตอบใหญ่ที่กำลังเล่นเซปักตะกร้อกับวัยรุ่นชาวประมงหลายคน เขารีบหยิบเสื้อมาสวมพอดีกับที่ใหญ่เลิกเล่นและวิ่งมาหา“มึงอีไปไหน” (มึงจะไปไหน)“ไปบ้านนายหัว กูอีไปแลว่านายหัวทำไหร” (ไปบ้านนายหัว กูจะไปดูว่านายหัวทำอะไร)“กูไปกัน” (กูไปด้วย)สองหนุ่มโบกมือลาเพื่อนร่วมทีมพอเป็นพิธีก่อนจะรีบแยกย้ายออกมา เดี๋ยวนี้นายหัวไม่เรียกใช้พวกเขาแบบที่ตัวติดตามเงาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ละวันถ้าเสร็จจากเรื่องงานก็เอาแต่ขลุกอยู่กับเมียนั่นแหละ ช่วงข้าวใหม่ปลามันพวกเขาก็พอเข้าใจได้ ดีใจซะอีกที่ในที่สุดนายหัวไม่ต้องมูฟออนเป็นวงกลมอีกแล้ว เต๋าและใหญ่มาถึงบ้านหลังโตแต่มันเงียบเชียบมากเหมือนไม่มีใครอยู่ทั้งที่รถนายหัวก็จอดครบทุกคันและประตูบ้านก็เปิดอ้าซ่าด้วยซ้ำ “นายหัว”





![คีรินทร์ วาเลนซิโอ [ ใต้ปีกมาเฟีย ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

