LOGINม่านไหมใช้เวลาช่วงเที่ยงงีบหลับจนเกือบถึงเย็น เธอตื่นขึ้นมาพร้อมความสบายตัว ร่างกายที่ได้รับการพักผ่อนเพียงพอมันดีแบบนี้นี่เอง คิดถึงตอนทำงานหาเงินงกๆ ได้นอนวันล่ะไม่กี่ชั่วโมงแล้วมันก็อดสงสารตัวเองไม่ได้
ตั้งใจจะลองเดินสำรวจพื้นที่รอบๆ บ้านดู เผื่อจะได้ทำความรู้จักคนแถวนี้ ทว่าพอเปิดประตูออกมาเจอกับสนามหญ้าข้างบ้านที่ดูรกไปหมด หญ้าสูงถึงเข่า จิตวิญญาณแม่บ้านรักความสะอาด ความเรียบร้อยก็เข้าสิงในทันที ม่านไหมค้นหาอุปกรณ์ทำสวนเท่าที่จะหาได้ เจอแต่จอบดายหญ้าขึ้นสนิมและบัวรดน้ำเก่าจนซีดอีกอัน เธอก็ทนๆ เอามันมาใช้แก้ขัดไปก่อน เวลาสี่โมงเย็นของที่นี่อากาศดีมาก แดดไม่ร้อนจนแสบผิว เหมาะกับการนั่งถอนหญ้างกๆ กลางสวนมาก “คุณครับ คุณม่านไหม..” ขณะนั่งหลังขดหลังแข็งถอนวัชพืชต้นเล็กๆ หลังจากดายหญ้าได้ไปครึ่งสนาม เสียงเรียกสำเนียงใต้ของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น ม่านไหมหันมองก่อนจะพบว่าเขามากันสองคนและเธอก็จำหน้าได้เป็นอย่างดี พี่สองคนนี้คือลูกน้องไอ้ยักษ์บ้าอำนาจไงล่ะ “มีอะไรเหรอคะ” ตอบกลับเสียงใส ลุกขึ้นปัดดินออกจากกางเกงขาสั้นที่เธอเปลี่ยนแทนกระโปรงตัวจิ๋วเพื่อจะได้ทำงานถนัด “ผมเอากระเป๋ามาให้ครับ วางไว้หน้าบ้านแล้วนะ” “ขอบคุณมากนะคะ” ม่านไหมส่งยิ้มสดใสพร้อมพนมมือไหว้อีกที พี่ๆ ทั้งสองคนรับไหว้ แต่ก่อนที่พวกเขาจะกลับไป ม่านไหมก็ยังมีเรื่องคาใจที่ยังไม่ได้ถามใครเหมือนกัน “พี่คะเดี๋ยวก่อน ฉันมีเรื่องจะถาม” “ครับ ถามมาได้ครับ” “เจ้าของเกาะพักอยู่ที่ไหนเหรอคะ ตั้งแต่มาที่นี่ฉันยังไม่เห็นเลย” หวังว่าคำถามของเธอจะดูไม่ส่อแววพิรุธจนเกินไปนะ แค่ถามเพื่อความหวังอันน้อยนิดเท่านั้นเอง พี่สองคนหันมองหน้ากัน เกิดความเงียบเสี้ยวนาทีหนึ่งจนม่านไหมใจไม่ดี “ก็ได้เจอไปแล้วนะครับ” “หือ..ยังไม่ได้เจอเลยค่ะ เจอแต่ลูกชายเขาเนี่ย” “ลูกชาย?” พี่อีกคนถึงกับเลิกคิ้วถามเลยทีเดียว “ใช่ค่ะ ก็เจ้านายพี่ไงคะ ดุเป็นบ้าเลย ฉันเจอแต่อีตานี่ทั้งวัน ยังไม่เจอพ่อเขาเลย” ม่านไหมไม่กลัวหรอกว่าสองคนนี้จะเอาเรื่องที่เธอพูดอยู่กลับไปฟ้องเจ้านายไหม “หวังว่าคุณทะเลจะใจดีกว่าลูกชายเขานะคะ” ขอให้ดีกว่าเยอะๆ เลยด้วย ม่านไหมอดไม่ได้ ทำปากขมุบขมิบบ่นอีตานั่นเบาๆ ลูกน้องทั้งสองคนพอจะเข้าใจอะไรมากขึ้น ตาสบตาอย่างรู้ๆ กัน ก่อนคนหนึ่งจะฉีกยิ้มหวานอวดฟันขาวเรียงสวย “ใจดีแน่นอนครับ” “จริงเหรอคะ” ม่านไหมตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย แค่รู้ว่าเขาใจดีก็วาดภาพชูก้าร์แดดดี๊ขึ้นในหัว “จริงครับ เดี๋ยวก็ได้เจอ ได้เจอบ่อยจนเอียนกันบ้างแหละ” รอยยิ้มกรุ้มกริ่มของสองลูกน้องไม่ได้ทำให้ม่านไหมฉุกคิดอะไรออก เธอรู้แค่ว่าถ้าพี่เขาพูดมาอย่างนั้น นั่นเท่ากับว่าเธอมีโอกาสสูงมากจริงๆ ที่จะได้เข้าถึงตัวคุณทะเลเจ้าของเกาะ “งั้นพวกผมกลับก่อนนะครับ นายหัวมีงานให้ทำอีก” “ขอบคุณอีกครั้งเรื่องกระเป๋านะคะพี่” ม่านไหมยืนส่งยิ้มหวานได้ไม่นาน เมื่อทั้งคู่เดินจากไปไกลพอสมควรเธอก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับสนามหญ้าเล็กๆ ต่อ “เฮ้อ! จะให้เราอยู่ที่นี่ทั้งทีก็ช่วยถอนหญ้าให้หน่อยไม่ได้ รกขนาดนี้ไม่ยอมให้คนเข้ามาดูแลเลยรึไง” ร่างเล็กบ่นไปด้วย ทำงานไปด้วย มือขาวสะอาดถอนหญ้าอย่างขยันขันแข็ง กินเวลานานโข เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจนไม่รู้ว่าการกระทำของเธอตกอยู่ในความสนใจของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง “หืมมม ใครวะนั่นไอ้สันต์ หุ่นเด็ดฉิบหาย ขาวเหมือนกินหลอดไฟเข้าไปเลยว่ะ” “ไม่รู้เหมือนกันสิพี่ คงเป็นญาติใครฝากมาทำงานที่เกาะล่ะมั้งถึงเข้ามาพักตรงนี้ได้ แต่หุ่นแม่งเด็ดจริงว่ะ นมเป็นนม..” “ตูดเป็นตูด” “ฮ่าๆ พูดงี้ผมแข็งเลยนะพี่” คำพูดจากปากหนุ่มๆ ชาวประมงซึ่งนั่งตั้งวงกินเหล้ากินเบียร์เป็นปกติของเวลานี้ดังขึ้นอย่างออกรสชาติ วิจารณ์รูปร่างหน้าตาของม่านไหมกันอย่างสนุกปาก สายตาแทะโลมหื่นกามที่คอยสอดส่องมองร่างขาวนวลเนียน ต่างพากันลูบปากร้องซี้ดอู๊ยออกมายามเมื่อเห็นร่องอกอวบขาวผ่องชัดๆ ในตอนร่างเล็กก้มๆ เงยๆ กับการใช้จอบดายหญ้า เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่ามีเสียงแปลกร้องแซวพร้อมผิวปาก ม่านไหมถึงได้เงยหน้าขึ้นมองสักที เธอเห็นกลุ่มชาวประมงนั่งถอดเสื้ออวดกล้ามแน่นเป็นมัดๆ กำลังร่ำสุราเมรัยได้ที่ ทุกคนพากันจับจ้องมองมาที่เธอราวกับไม่เคยเห็นผู้หญิงมาก่อน สายตาเหล่านั้นทำเอาม่านไหมชะงักจอบในมือค้างไว้ เกิดความกระอักกระอ่วนไปต่อไม่ถูก งั้นที่เหลือไว้ทำต่อพรุ่งนี้ก็แล้วกัน…รีบเก็บของกลับเข้าที่ก่อนจะเข้าบ้าน ล็อกประตูหน้าต่างให้แน่นสนิท หัวใจเต้นเร็วไม่รู้ว่าเพราะรีบทำทุกอย่างให้มันเสร็ตหรือเพราะหวาดกลัวสายตาคุกคามเหล่านั้นกันแน่ “ฮื่ออออ คันจัง เหนียวตัวไปหมดแล้ว” ม่านไหมทำได้แค่บ่นเพราะหากจะให้เธอไปอาบน้ำ ห้องน้ำก็ดันอยู่นอกบ้าน แม้มันจะไม่ได้ไกลแต่ก็ต้องข้ามสนามหญ้าและนั่นเท่ากับว่าเธอต้องโดนมองอีกแน่ ร่างขาวนั่งจุมปุ๊กบนพื้น โหยหาน้ำสะอาดมาชำระล้างเนื้อตัวที่เปื้อนเหงื่อเปื้อนดิน นั่งอยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมงจนสัปหงกเกือบหลับ หัวโขกกับผนังถึงได้ตกใจตื่นรีบดูเวลา ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว ป่านนี้พวกเขาจะแยกย้ายกันไปหรือยังนะ ม่านไหมพยายามมองหารูที่หน้าต่างหลังบ้านเพื่อจะมองชาวประมงกลุ่มนั้นให้ชัดๆ และโชคดีจริงเชียว บ้านเก่าทรุดโทรมหลังนี้มีรูในแบบที่เธอต้องการพอดี แค่แนบหน้าให้ดวงตาตรงตำแหน่งก็เห็นอะไรๆ ข้างนอกชัดแจ๋ว “หื้มมม ยังนั่งกินกันอยู่เลยนี่” ม่านไหมเซ็ง จับตามองดูต่อไป ก่อนต่อมาจะเริ่มยิ้มได้เพราะจำนวนคนค่อยๆ ลดลงจนเหลือแค่สามและพวกเขายังดูเมาพอสมควรเหมือนพร้อมจะหลับตลอดเวลา ดูได้จากการที่นั่งตัวโงนเงนและหัวเราะคิกคัก พูดจาเหมือนคนลิ้นไก่พันกัน แอลกอฮอล์เข้าเส้นเลือดไปแล้ว “ถ้าเมาขนาดนี้คงไม่ทันสังเกตเห็นหรอกมั้ง” ให้รอต่อไปคงไม่ไหว ม่านไหมคันยุบยิบไปทั้งตัว เธอง่วงและอยากนอนหลับพักผ่อนเต็มทีแต่จะให้นอนทั้งสภาพนี้ น้ำไม่อาบก็เกินไป หญิงสาวจัดการเปลื้องเสื้อผ้า นุ่งผ้าถุงกระโจมอกคลุมทับด้วยผ้าขนหนูอีกที มือข้างหนึ่งถือผ้าถุงไว้ผลัดเปลี่ยนหลังอาบน้ำเสร็จ ส่วนอีกข้างหิ้วตะกร้าใส่สบู่ แชมพู ยาสีฟันและของใช้ต่างๆ เมื่อบานประตูเปิดออก ม่านไหมทำใจสักพักว่าจะก้าวขาออกไปดีไหม “ฮึบ! เอาวะ” ไม่ควรให้สายตาแทะโลมพวกนั้นมาทำให้เธอไม่ได้อาบน้ำ ป่านนี้คงเมากันจนหลับไปแล้วก็ได้ ม่านไม่กล้าวิ่งเพราะกลัวจะทำให้เสียงดังจึงทำแค่ซอยเท้าเร็วๆ แทน กลั้นลมหายใจเกร็งไปทั้งตัวจนเข้ามาหยุดยืนหอบในห้องน้ำ “เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อย” ม่านไหมลงกลอนแน่นสนิท ห้องน้ำค่อยดูใช้ได้หน่อยตรงที่ก่อด้วยปูนไม่ใช่สร้างด้วยสังกะสีลวกๆ หรือแผ่นไม้เก่าๆ แม้ไฟจะไม่ได้ดูสว่างมากนักก็ตามแต่ก็ถือว่าสะอาดใช้ได้เลย เธอจัดการใช้ขันตักน้ำราดตัวเองโครมๆ อย่างสะใจ ขัดถูเนื้อตัวที่ทรงงานหนักให้คราบสกปรกออกไปซะ ใช้เวลาในห้องน้ำพักใหญ่ก็ห่อหุ้มเนื้อตัวด้วยผ้าถุงอีกผืนที่เตรียมมา “สดชื่นดีจัง” รอยยิ้มหวานปรากฏสองข้างแก้ม อาบน้ำเสร็จอารมณ์ดีขึ้นอีกเท่าตัว ม่านไหมเปิดประตูห้องน้ำเตรียมกลับเข้าบ้าน ทว่าทันใดนั้นสิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็ทำเอาหัวใจร่วงไปอยู่ตาตุ่ม “คนสวย~ รีบไปไหนจ๊ะ”“ม่านไหมก็รู้ใช่ไหมบ้านพี่เป็นคนจีน เวลาพี่นั่งดูละครพร้อมพวกเขา ถ้ามีฉากไหนที่มีตัวละครเป็นเก้งเป็นกะเทย ไม่เตี่ยก็ม๊าจะทำหน้าอี๋ๆ เหมือนรังเกียจ ต่อให้ไม่พูดแต่พี่รู้สึกได้ว่าเขาแอนตี้คนที่เป็นแบบนี้ แล้วถ้าวันนึงเขารู้ว่าลูกชายเป็นคนแบบที่พวกเขาเกลียดล่ะ เขาจะรู้สึกยังไง จะรังเกียจพี่ไหม พี่ถึงไม่อยากให้ใครรู้เลยต้องแอ๊บ แมนอยู่อย่างนี้ไง” คล้ายว่าในดวงตาดำสนิทคู่นั้นแวววาวไปด้วยหยาดน้ำ “พี่ไม่อยากทำให้พวกท่านผิดหวัง ไม่อยากให้พวกท่านรู้แล้วเกิดความคิดที่ว่า คลอดพี่ออกมาเป็นผู้ชายดีๆ แต่ทำไมโตมาดันกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ ฮึก…พี่ พี่ไม่กล้าบอกใครหรอกครับ” ก้อนความเสียใจถาโถมกลางอกปกรณ์เหมือนคลื่นลูกใหญ่จนเขาร้องไห้ออกมา ม่านไหมแทบจะร้องไห้ตาม เธอรับรู้ถึงความอึดอัดท่วมท้นของปกรณ์ ต่อให้คนทั้งโลกยอมรับแต่คนในครอบครัวส่ายหน้ารังเกียจมันก็ไม่มีประโยชน์ “ไม่ร้องนะพี่ ไม่ต้องร้อง พี่เก่งที่สุดแล้ว แค่นี้ก็เก่งมากๆ แล้ว” ม่านไหมขยับตัวนั่งชิดปกรณ์ที่ยังคงร้องไห้ออกมา เธอวาดวงแขนกอดคอเขาไว้หลวมๆ พลางตบบ่าเบาๆ อย่างปลอบโยนและให้กำลังใจ กว่าปกรณ์จะหยุดร้องไห้ หมึกย่างก็เย็นชืดแถมยำว
ผับ TA สถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะสมุทรมันตรา แหล่งรวมเหล่าชาวต่างชาติไว้มากมาย แต่ล่ะคืนทำกำไรให้เกาะอย่างงาม แสงสีเสียงด้านในนั้นจัดเต็ม มีหลายโซนให้ลูกค้าเลือกบริการ อยากได้ระดับไหนขอแค่ควักเงินในกระเป๋าออกมา พนักงานของที่นี่จะบริการอย่างเต็มที่ “น้องม่านไหมโอเคกับโซนนี้ไหมครับ” “โอเคค่ะ คนเยอะดี แบบนี้แหละสนุก” ทั้งสองคนอยู่ในโซน ดริงค์แอนด์แดนซ์ เป็นโซนที่มีชาวต่างชาติและคนไทยปะปนกันไป มีแต่ผู้ชายงานดี โดยเฉพาะฝรั่งผมบลอนด์ตาฟ้าที่หุ่นของแต่ละคนนั้นยั่วสายตาเป็นอย่างมาก ปกรณ์สั่งเครื่องดื่มอุ่นเครื่องก่อนเล็กน้อย ทั้งที่ม่านไหมเป็นคนชวนเที่ยวแต่เขาคิดไว้ในใจแล้วว่าเช็กบิลเมื่อไรเขาจะเป็นคนเลี้ยงเธอเอง ทั้งสองดื่มกันเรื่อยๆ มีโยกตัวตามจังหวะเพลงบ้าง ม่านไหมนั้นคอแข็งพอสมควร ส่วนปกรณ์เริ่มมึนเล็กน้อย “น้องม่านไหมกลับได้ไม่เกินกี่ทุ่มครับ” “กลับตอนไหนก็ได้ค่ะ จริงๆ ก็แอบหนีออกมา” ม่านไหมจุ๊ปากเบาๆ ราวกับกลัวใครได้ยิน “หนีออกมาแบบนี้ถ้านายหัวรู้เข้าไม่แย่เหรอครับ” “ก็อย่าให้เขารู้สิคะ พี่ปกรณ์รู้ไหมเขาน่ะทั้งเจ้าอารมณ์ ขี้บ่น ขี้โมโห ปากร้าย โอ๊ย! ข้อเสียเยอะไป
ความสนิทของม่านไหมและปกรณ์เพิ่มขึ้นทุกวัน เธอและอีกฝ่ายชอบอะไรที่คล้ายคลึงกัน คุยด้วยแล้วไม่เบื่อ ปกรณ์เป็นให้ได้ทั้งเพื่อนและพี่ชาย เขาแสนดีมากจนม่านไหมยกให้เป็นอีกคนที่ไว้ใจ “หน้าบึ้งแบบนี้โดนนายหัวดุมาอีกแล้วใช่ไหมครับ” ปกรณ์ทักทายม่านไหมซึ่งหน้าม่อยหลังเดินกลับจากส่งปิ่นโตให้นายหัวทะเล ม่านไหมพยักหน้าช้าๆ ด้วยสีหน้าเซ็งสุดกำลัง “คราวนี้โดนดุเรื่องอะไรอีกล่ะ” “ก็เรื่องเดิมๆ ค่ะ พูดแล้วหงุดหงิด” เขาหาเรื่องดุเธอได้ตลอดนั่นแหละ ตั้งแต่วันที่มาส่งปิ่นโตครั้งนั้นก็ดูราวกับว่าทะเลทำตัวห่างเหินกับเธอไปเลย เขาทั้งเย็นชา ใจร้าย และชอบดุเธอแรงๆ จนหลายครั้งม่านไหมน้ำตาจุกอก เพราะสาเหตุนี้ทำให้เธอไม่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้ง่ายๆ เหมือนครั้งก่อน แค่จะมองหน้ากันเขายังไม่มอง อีกอย่างตอนนี้ก็ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกที เธอขอเวลาช่วงเทศกาลตรงนี้เพื่อจะลาหยุดกลับบ้าน อยากไปตามหาปู่ที่จนแล้วจนรอดก็ไม่รู้ว่าท่านย้ายตัวไปรักษาโรงพยาบาลแห่งไหน แต่เขาใจร้ายมาก…ใจร้ายจริงๆ เขาไม่ยอมให้เธอได้ออกไปจากเกาะ คอยให้สองลูกน้องอย่างพี่เต๋าพี่ใหญ่จับตาดูไว้ตลอด ‘ไม่ได้! ฉันไม่อนุญาต ไม่ต้องหาข้ออ้างอะไรทั้งนั
“อีกแล้วเหรอ…” ใบหน้าคมเข้มแสดงความเหนื่อยล้าออกมาเมื่อสายเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนหรูของเขาดังขึ้นอีกแล้ว หากแต่คราวนี้ไม่ใช่ใครอื่นใดแต่เป็นเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง ไอ้หมอหมา ‘มาร์คัส อนันตวรากุล’ สัตว์แพทย์หนุ่มชื่อดัง “มึงโดนตัวไหนมาเนี่ยถึงโทร.มาหากูได้” เพื่อนเขาคนนี้เป็นพวกโลกส่วนตัวสูง และหากไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ ก็ฝันไปเถอะว่ามันจะโทรหาเพื่อนฝูง (กูแค่จะโทร.ถามมึงว่าเคาท์ดาวน์ปีนี้ตกลงยังไง พวกไอ้พายัพบอกมึงไว้แล้วใช่ไหมว่าเราจะไปเคาท์ดาวน์กันที่นั่น) “อืม มันโทร.บอกกูแล้วว่าอยากได้แบบไหน มึงโทร.มาหากูเองแบบนี้จะพาน้องจริงใจมาเคาท์ดาวน์ที่นี่ด้วยเหรอวะ” น้องจริงใจคือแฟนสาวตัวเล็กน่ารักของมาร์คัส เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทะลายกำแพงน้ำแข็งในใจมันได้ จากคนที่แทบจะไม่สนใจผู้หญิงคนไหนก็มีแค่น้องจริงใจนี่แหละที่ทำให้มันเกิดอาการว้าวุ่นตลอด (อือ กูจะพาจริงใจไปเคาท์ดาวน์ที่นั่นด้วย มึงจัดให้อลังการหน่อย กูอยากให้แฟนกูประทับใจ) “แหมมม~ หมั่นไส้พวกคนคลั่งรักว่ะ เออๆ กูจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้มึงเลย” ทะเลและมาร์คัสคุยต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายไป ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาข้าวเที่ยงของเข
เช้าของวันรุ่งขึ้น ม่านไหมชงกาแฟเตรียมไว้ให้ทะเลกินเป็นมือเช้าคู่กับข้าวเหนียวหน้ากุ้งและข้าวเหนียวหน้าสังขยาที่ดาหลาซื้อมาฝากตั้งแต่ไก่โห่ แต่เจ้าตัวกินไปแค่นิดเดียวก่อนจะหันมาออกคำสั่งกับเธอ “เดี๋ยวออกไปข้างนอกกับฉันหน่อย” “ไปไม่ได้” “ทำไมจะไปไม่ได้” เสียงเขาเข้มขึ้นอย่างคนโดนขัดใจ “ฉันมีนัดแล้ว” “นัดกับใคร” เขาเล่นซักถามละเอียด ดาหลานั่งทานโจ๊กเงียบๆ แต่สองหูคอยฟังและสองตาก็คอยมองตลอดเช่นกัน “พี่ปกรณ์ เราจะไปกินติ่มซำร้านเปิดใหม่กัน” คำตอบของอีกฝ่ายทำเขาหงุดหงิด ก็นี่แหละที่เขาจะชวนเธอไปด้วย อุตส่าห์ไม่กินข้าวเหนียวหน้ากุ้งของชอบที่ดาหลาซื้อมาฝากเพราะตั้งใจจะชวนเธอไปกินติ่มซำด้วยกัน แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะโดนปกรณ์ปาดหน้าเสียก่อน “งั้นฉันไปด้วย” “ห๊ะ?” “งงอะไร ก็บอกจะไปด้วย ฉันยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยนะ” แต่ปกติเขาก็ไม่ทานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ วันนี้คึกบ้าอะไรขึ้นมาถึงอยากไปด้วยกัน “แล้วที่ชวนฉันไปด้วยกันเมื่อกี้ คุณไม่ไปแล้วเหรอ” “ไว้วันหลัง” จะให้เขาบอกได้ไงว่าจริงๆ แล้วก็ชวนไปที่เดียวกันกับที่ปกรณ์ชวนเธอนั่นแหละ เขาไม่มีวันพูดหรอก “ดาหลาจะไปด้วยกันมั้ย” “อื้ม
ทะเลไม่ได้ชอบแมวก็จริง แต่เมื่อเท้าเหยียบย่างถึงเกาะ สิ่งแรกที่เขาทำคือพาเจ้าเหมียวส้มที่ม่านไหมตั้งชื่อให้ว่า ‘แซลมอน’ ไปพบคุณหมอยังคลินิกรักษาดูแลสัตว์ หมอได้ทำการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนเข็มแรก ถ่ายพยาธิ เจ้าแซลมอนได้สมุดนัดเป็นของตัวเอง ในสมุดระบุวันเวลาที่ต้องมาฉีดวัคซีนรอบสอง จากนั้นทะเลก็ยังซื้ออาหารแมวชั้นดีเกรดนำเข้าที่แพงที่สุดในร้านโดยให้เหตุผลกับม่านไหมที่มองอย่างอึ้งๆ ว่า… ‘ไหนๆ จะเลี้ยงมันแล้วก็ให้มันกินอาหารยี่ห้อดีๆ ไปเลย จะได้ไม่มีปัญหาสุขภาพตามมาทีหลัง หมอเขาก็แนะนำอยู่ เธอจะทำหน้าอึ้งทำไม’ ก็อึ้งตรงที่เขาใส่ใจขนาดนี้นี่แหละ เขาไม่ชอบแมวจริงๆ หรือชอบแต่ไม่รู้ตัวเองกันแน่ ซึ่งไม่ใช่แค่ซื้ออาหารดีๆ ให้เท่านั้น เขายังซื้อของใช้อื่นๆ อย่างเบาะนอน ที่ลับเล็บแมว ชามข้าว ชามน้ำ กระบะทราย ของใช้ที่จำเป็นอีกหลายอย่าง ‘ยังขาดอะไรอีกบ้างนะ ซื้อแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ขาดเหลืออะไรก็ค่อยสั่งมา’ เป๊ะยิ่งกว่าคนที่อยากเลี้ยงแบบเธอเสียอีก ทะเลให้เจ้าแซลมอนครองห้องว่างๆ ห้องหนึ่งที่เคยใช้เก็บของซึ่งก่อนกลับมาถึงเกาะเขาให้คนเข้ามาทำความสะอาดและย้ายของที่ไม่จำเป็นเอาไปทิ้งหมดแล้ว







