Masukตลอดคืนนั้นม่านไหมหายใจไม่ทั่วท้อง อาการเครียดพุ่งปรี๊ดแทบทำเส้นเลือดในสมองแตก เธอถูกพาตัวมาที่บ้านหรูหลังหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นบ้านของผู้ชายร่างยักษ์ไร้นามเจ้าหนี้แม่ เขาสั่งให้ม่านไหมอยู่แต่ในห้อง ห้ามคิดหนีออกไปเด็ดขาด ก็คงจะหนีได้อยู่หรอกในเมื่อเล่นให้ลูกน้องเฝ้าหน้าห้องกันอยู่แบบนั้น
ม่านไหมออกมาแค่ตัวเปล่า การจะติดต่อใครสักคนเป็นไปได้ยากมาก ในหัวแทบระเบิดเมื่อคิดจินตนาการไปว่าอีกไม่นานตัวเองจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เธอนั่งโยกตัวบนเตียงเหมือนคนไม่ปกติอีกทั้งยังกัดเล็บข่มอาการประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาเป็นระลอกตลอดคืนก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะเข้ามาหาเธอเลย จนรุ่งเช้า..ม่านไหมเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ทว่าเธอก็โดนปลุกให้ตื่นด้วยการกระชากผ้าห่มอย่างแรงจนตัวม้วนแทบตกจากเตียง “นี่คุณ! เข้ามาทำไมไม่ให้ซุ่มให้เสียงก่อน เสียมารยาท” “จ้า แม่คนมารยาทดี เลิกทำปากเก่งแล้วก็ลุกขึ้นสักทีเถอะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอยาวเป็นหางว่าวเลย” “เรื่องอะไร!” “อยากรู้ก็ไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาก่อนแล้วจะบอก เสื้อผ้าของใช้เธอ ฉันให้คนขนมาให้หมดแล้ว” เขาส่งสายตาให้ม่านไหมมองดูกระเป๋าที่ตั้งอยู่มุมห้อง เธอต้องหลับลึกขนาดไหนกันนะถึงไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แล้วเขาจะขนเสื้อผ้าเธอมาทำไมกัน จะให้มาอยู่ที่นี่ในฐานะตัวขัดดอกให้เขาหรือไง “คุณยังติดต่อแม่ฉันได้ไหม” ม่านไหมทำใจสู้ถามออกไป วันนี้เขาดูไม่ค่อยน่ากลัวเท่าเมื่อคืน แต่ใบหน้าดุดันนั้นก็ยังไร้รอยยิ้มเช่นเคย “ไม่ แม่เธอหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว” หน้าเขาดูเซ็งมากๆ “งั้นให้ฉันลองติดต่อแม่ให้เอาไหม เผื่อแม่รับสาย ฉันจะได้เคลียร์เรื่องบ้านี่ให้มันจบๆ สักที” “เธอทำได้?” เขาเลิกคิ้วถาม ดูไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่ม่านไหมพูด “คิดว่านะ” “งั้นก็ลองดู” เมื่อได้รับคำตอบแบบนั้น ม่านไหมไม่รอช้ารีบติดต่อหาแม่ในทันที ตลอดเวลาเขาก็เอาแต่ยืนกอดอกหน้าเข้มมองเธอ เป็นความอึดอัดที่อยากให้มีเสียงมาทำลายบรรยากาศนี้ทิ้งซะ ทว่าเสียงที่มีเห็นทีจะเป็นเสียงถอนหายใจของเธอเอง “เป็นยังไง” “แม่ไม่รับสายเลย” พยายามติดต่อไปเท่าไรก็ไร้ผล จะส่งข้อความเข้าไปในแชตแต่แม่ก็ดันปิดแอคเคาทน์หนีหายไปซะแล้ว ม่านไหมมองคนตัวโตตรงหน้าด้วยแววตาหมดหวัง เขาเองก็คงเหมือนกัน มีการส่ายหน้าและถอนหายใจเฮือกใหญ่ “คุณอย่าเอาเรื่องฉันได้ไหม ฉันไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนะ” “ไม่รู้จริงดิ แล้วมาที่นี่ทำไม มาเพื่อจุดประสงค์อะไร” แขนที่เป็นมัดกล้ามแน่นขนัดยิ่งกอดกำชับอกแน่นมากขึ้น ท่าทางของเขาตอนนี้เหมือนพร้อมจะหาเรื่องต่อยตีกับม่านไหมอย่างไรอย่างนั้น “เอ่อ..คือว่า” “ตอบมาสิ เธอไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ หรือแค่ต้องการเล่นตัว” เล่นตัวเนี่ยนะ? คนอย่างเธอไม่ทำแบบนั้นหรอก แต่จะให้ตอบไปตามความจริงว่าจุดประสงค์ของการมาที่นี่คือการจับเจ้าของเกาะทำผัว มีหวังโดนเชือดก่อนได้จุ่มเท้าลงน้ำทะเลแน่ “ฉันก็แค่จะมาหางานทำ” “หางานทำที่นี่อะนะ” “อื้อ แปลกตรงไหน” “แปลกตรงหน้าเธอนี่แหละ” ม่านไหมรีบคลำหน้าตัวเองทันที มีตรงไหนผิดปกติหรือไง อีตานี่ถึงได้บอกว่าหน้าเธอแปลก “มีใครเคยบอกไหมว่าเธอโกหกไม่เก่ง จะโกหกทั้งทีก็ทำให้มันเนียนๆ หน่อย ไม่ใช่ทำหน้าตาเลิ่กลั่กให้คนอื่นจับได้” จู่ๆ ก็วกมาสอนกันเฉยเลย เขาก็แปลกพิลึกคนเหมือนกันนั่นและ “เธอจะโกหกจะปฏิเสธยังไงก็ช่างฉันไม่สน ตราบใดที่แม่เธอยังหนีหายไม่ยอมเอาเงินมาคืน ฉันก็ต้องเก็บเธอไว้เป็นตัวประกัน” “ตัวประกัน!” ม่านไหมเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน ใบหน้าสวยยิ่งดูยุ่งเหยิง เขาคิดว่าตัวเองอยู่ในเกมตำรวจจับผู้ร้ายหรือยังไงถึงคิดจะเอาเธอไว้เป็นตัวประกัน “งั้นคุณก็ฝันไปเถอะ ต่อให้ฉันจะเป็นจะตายยังไง แม่ไม่สนใจไยดีฉันหรอก นั่นก็เท่ากับคุณได้เงินคืนช้าไปอีกหลายสิบปี” ม่านไหมพูดจบพร้อมพรูลมหายใจเฮือกใจระบายความอัดอั้นออกมา อีกฝ่ายทำเพียงแค่ยิ้ม เป็นยิ้มที่ไม่ชวนมองแต่ชวนขนหัวลุกมากกว่า สวนทางกับอารมณ์ของเธอเสียจริง ซึ่งมันก็หมายความว่าเขาไม่สะทกสะท้านอะไรกับคำพูดเธอเลย “หึ ก็รอดู ได้คืนช้าก็ยังดีกว่าไม่ได้คืนเลยไม่ใช่เหรอ” เอาจริงดิ! ตัวประกันเนี่ยนะ ม่านไหมถอนหายใจเคร่งเครียดและยิ่งเครียดกว่าเดิมในตอนที่อีกฝ่ายกระดิกนิ้วเรียกแผ่นกระดาษบางอย่างจากลูกน้อง ก่อนกระดาษแผ่นที่ว่านั้นจะถูกมือหนายื่นมาตรงหน้าเธอ “เซ็นสัญญานี่ซะ” “สัญญาอะไรของคุณ” “มีตาก็แหกอ่านดูเข้าจะได้รู้” เธอเขม่นมองเขาอย่างไม่พอใจแต่ท้ายที่สุดก็ต้องยอมอ่านข้อความในกระดาษสัญญาแผ่นนั้นอย่างละเอียด ในสัญญาระบุไว้หลายข้อด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องให้เธอทำงานที่นี่จนกว่าแม่จะหาเงินมาคืนเขาครบ เมื่อนั้นเธอถึงจะได้รับการปล่อยตัว ไหนจะเรื่องที่เธอต้องเชื่อฟังคำสั่งเขา ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ห้ามหนี ห้ามหาย ห้ามตาย ห้ามๆๆ ไปหมดทุกอย่างจนกว่าเขาจะได้เงินคืน ซึ่งหากเธอผิดสัญญานี้เมื่อไร หนี้ที่มีอยู่จะถูกคูณทบเข้าไปสิบเท่า หนี้แรกก็หามาจ่ายไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าโดนปรับคูณเข้าไปอีก ต้องให้เกิดอีกกี่ชาติถึงจะจ่ายหมด “นี่มันสัญญาทาสชัดๆ ฉันไม่เซ็นหรอกนะ” “หึ ก็คิดอยู่แล้วเธอต้องพูดแบบนี้” รอยยิ้มอำมหิตช่างเสริมให้หน้าตาหล่อดุดันทวีคูณความร้ายกาจเข้าไปกันใหญ่ เขากระดิกนิ้วครั้งที่สอง ลูกน้องหนุ่มก็นำกล่องใบหนึ่งมาวางตรงหน้า เขาเปิดกล่องที่ว่านั้นให้เธอดูของด้านในชัดๆ ม่านไหมขนลุกเกรียวกับสิ่งที่เห็น เผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยใจที่เต้นลุ่มๆ ดอนๆ “ปืน มีด เชือก ยาพิษ ถ้าไม่ยอมเซ็นสัญญาดีๆ ก็เลือกมาเลยว่าจะตายด้วยวิธีไหน” ใบหน้าเหี้ยมโหดไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อยอย่างกับเขาพร้อมที่จะหยิบปืนลั่นไกใส่สมองเธอทุกวินาทีที่ปากหลุดพูดปฏิเสธ สถานะจำใจบีบบังคับกันอย่างรุนแรงแทบทำม่านไหมหายใจไม่ออก ทำกันขนาดนี้เขาไม่เรียกว่าให้ทางเลือกหรอกนะ ดูแต่ล่ะอย่างที่เขาเสนอให้เธอสิ มองไปทางซ้ายก็นรก มองไปทางขวาก็นรก “เลือก!” เสียงข่มขวัญบังคับกันอย่างเห็นๆ บอกให้เลือกแต่ดูตัวเลือกแต่ละอย่าง ไอ้คนตรงหน้านี่นรกส่งมาเกิดแน่เลย ม่านไหมมองเขาด้วยแววตาเชือดเฉือนกลบความสิ้นหวังที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจ มือเล็กเอื้อมหยิบปากกาในขณะความคิดในหัวต่างยื้อเธอไว้สุดฤทธิ์ไม่ให้ทำอย่างนี้ ถ้าเซ็นสัญญาบ้าๆ นี่ไป เธอได้ตกนรกทั้งเป็นแน่ และใช่! คนที่ส่งเธอลงนรกก็คือแม่ยังไงล่ะ ม่านไหมข่มกลั้นก้อนหน่วงที่พองตีบในลำคอ จรดปลายปากกาเซ็นสัญญาที่ว่าในชื่อฝั่งของเธอด้วยมืออันสั่นเทา “ก็แค่นั้น” เขาแสยะยิ้มพอใจ ก็ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วนี่ ส่วนคนทุกข์ใจจะตายตรงนี้มันคือเธอ! เธอนี่แหละ ม่านไหมไม่มีเวลาง้างปาก เขาก็ไล่ให้เธอไปจัดการตัวเอง แถมยังปิดประตูใส่หน้าขังเธอไว้ในห้องอีก หัวสมองมันล้าไปหมด อยากทำเพียงแค่นอนโง่ๆ บนเตียง ไม่ต้องรับรู้เรื่องบ้าห่าเหวอะไรของใคร แต่แค่เธอไม่มีตัวเลือกก็เท่านั้นทะเลยังพูดคุยกับภูผาถึงเรื่องที่เขาอยากใช้สถานที่บางส่วนของไร่ภูพนาไพรเป็นโลเคชั่นถ่ายพรีเวดดิ้ง ซึ่งภูผาก็เต็มใจเป็นอย่างมาก และจะขอดูแลจัดการเรื่องเตรียมสถานที่ให้เขาด้วยตัวเอง“เพื่อมึงกูจะทำให้ออกมาดีที่สุดเลยไอ้ทะเล”“ขอบใจมึงมากนะ” ทะเลเอ่ยด้วยความซึ้งในน้ำใจ เขารักพวกมันก็ตรงนี้ ตรงที่พร้อมซัปพอร์ตกันทุกอย่าง จะกี่ปีๆ พวกมันทุกคนก็เป็นเพื่อนที่ดีกับเขาเสมอ มื้ออาหารดำเนินไปท่ามกลางเสียงพูดคุยและสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขของทุกคน จากนั้นพวกผู้ชายก็แยกย้ายกันออกไปตั้งวงดื่มเหล้าตามประสา ส่วนพวกผู้หญิงย้ายมาอยู่อีกห้องที่กว้างขวางและสงบเงียบมากกว่า พื้นที่ในโรงแรมสุดหรูของคิเรย์ไม่ว่าจะมุมไหนก็น่าพักผ่อนหย่อนใจไปหมด ม่านไหมนั้นเปรียบเสมือนเด็กใหม่ท่ามกลางกลุ่มสาวสวยที่ไม่โสด เธอจึงค่อนข้างเกร็งอยู่บ้างเพราะไม่ได้สนิทสนมกับใครเป็นพิเศษ แต่อาจจะมีมุกดาที่เคยพูดคุยกันมาก่อนเมื่อตอนทะเลเคยพาไปพักที่บ้านของอีกฝ่าย แต่เห็นทีคราวนี้คงได้ทำความรู้จักกับทุกคนมากยิ่งขึ้น ม่านไหมไล่มองทีละคน ในกลุ่มนี้มีแต่คนสวยๆ ทั้งนั้นเลย เริ่มต้นที่ต้นหยงภรรยาของพายัพ เป็นคนสวยที่มีใบหน้าหวานปนเซ็
คุณธนินท์กลับมาจากญี่ปุ่นแล้ว กลับมาคราวนี้ก็ได้ข่าวดีของเจ้าลูกชาย ทะเลขอหนูม่านไหมแต่งงานเรียบร้อย รวดเร็วสายฟ้าแลบตัดหน้าเขาไปเลย “งั้นเรื่องฤกษ์ยามพ่อขอเป็นคนจัดการให้เองนะ”“ดีเลยครับ” ทะเลพยักหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี มื้ออาหารเย็นของวันนี้เขาพาม่านไหมมาร่วมโต๊ะกับบิดาและพูดคุยกันถึงเรื่องงานแต่งที่จะมีขึ้นในปีนี้ สำหรับเขาและม่านไหมคิดเห็นตรงกันว่าไม่จำเป็นต้องจัดใหญ่โตอะไรมากมาย เขาชอบความเรียบง่าย ม่านไหมเองก็เหมือนกัน สถานที่ก็เลือกสวนหน้าบ้านของบิดาที่กว้างขวางราวสนามฟุตบอล เพราะม่านไหมชอบวิวของที่นี่ เธอบอกเขาว่าหากถ่ายรูปออกมาจะต้องสวยมากแน่ๆ “เดือนหน้าพ่อต้องมาดูแลงานให้ผมด้วยนะ ผมกับน้องคงยุ่งๆ กับเรื่องถ่ายพรีเวดดิ้ง”“จะไปถ่ายกันที่ไหน ถ่ายหลายที่เหรอ” ถึงขั้นยุ่งทั้งเดือนจนให้เขาดูแลงานแทน ธนินท์คิดว่าลูกชายอาจจะพาเมียมันบินไปถ่าย พรีเวดดิ้งต่างประเทศก็เป็นได้ “จะบินไปถ่ายที่ไร่ไอ้ผาครับ ให้ม่านไหมดูรูปแล้วชอบ ผมเองก็ปักใจอยากถ่ายที่ไร่มันเหมือนกัน” ทะเลพูดถึงไร่ภูพนาไพร มันคือไร่ส้มและไร่ชาที่ตั้งอยู่บนดอยหยาดฟ้า เป็นไร่ที่ใหญ่ที่สุดเกือบครอบคลุมดอยทั้งลูกเลย
“อ่า~ อย่างนั้นคนสวย ดีมาก” เมื่อเริ่มจับจุดได้มันก็เหมือนสวรรค์ดีๆ เลย ความคับแน่นของม่านไหมจู่โจมรัดรึงท่อนเนื้อของเขาทุกจังหวะการเคลื่อนไหว เธอส่ายร่อนสะโพกไปมาอย่างเนิบช้าจนได้ยินเสียงน้ำในกายที่ดังผสมกันลามก และยิ่งดังมากขึ้นตามแรงขย่มสะโพกของเธอ“ซี้ดดด เสียวมากเธอจ๋า เอาพี่แรงๆ” เขาร้องบอกตามความต้องการอันมากล้นของตัวเอง ฝ่ามือหยาบบีบขยำสะโพกนุ่มระบายความกระสันรัญจวนที่จู่โจมกันไม่พักจนก้นขาวๆ ขึ้นรอยแดงไปหมด อาหมวยคนสวยเซ็กซี่มาก แม้จะมีชุดกี่เพ้าก็ไม่อาจปกปิดความร้อนแรงของเธอได้เลย ร่องเนื้อที่เปียกเยิ้มกลืนกินเขาอย่างหนักหน่วงตามแรงขย่มที่เร็วขึ้น เสียงสะโพกของเธอกระทบต้นขาของเขาดังมาก และบางจังหวะที่เขากระแทกสวนกลับไปนั้นก็ทำใบหน้าสวยลอยคว้างร้องเสียงหลงอย่างไม่อาจทนไหว“พี่ทะเล~ มันจุก” ตัวเธอในตอนนี้แทบไม่ต้องออกแรงขย่มเองแล้ว ทะเลเอื้อมมือมาจับแขนเรียวตรึงแน่นกับที่ก่อนจะยกสะโพกแกร่งของตนสวนกระแทกกระทั้นใส่ร่องแคบไม่ยั้ง ตัวเธอสั่นคลอนราวกับโดนรัวปืนกลอยู่บนตัวเขา แหกปากร้องครางไม่เป็นภาษากับความเสียวปนจุกที่เขามอบให้กัน “อืม~ พี่ไม่ไหวครับ เธอรัดพี่แน่นขนาดนี้
ทะสูดลมหายใจลึกทุกครั้งที่อาหมวยคนสวยเคลื่อนริมฝีปากนุ่มไปตามลำตัวเปลือยเปล่าของเขา ท่าทางสุดเซ็กซี่ขี้ยั่วของเธอแทบทำเขาใจวายตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงตอนนี้ อารมณ์รุ่มร้อนที่โดนเธอปลุกขึ้นมายากจะดับให้มอดลง ไม่มีใครเป็นน้ำ เขาว่าร้อนแล้ว เธอยิ่งร้อนแรงกว่า เหมือนไฟที่พร้อมจะลุกโชนใส่กันตลอดเวลาหน้าท้องแกร่งขมวดเกร็ง ลมหายใจสะดุดเป็นจังหวะเมื่อศีรษะของคนตัวเล็กมุดไปอยู่กลางหว่างขา ฝ่ามืออุ่นนุ่มประคองความใหญ่โตแข็งกร้าวที่เกือบกำไม่รอบ ปลายนิ้วชี้อีกข้างหมุนวนส่วนหัวที่มีน้ำปริ่มซึมเบาๆ อย่างขี้แกล้ง“อ่า~ ม่านไหมครับ” เสียงที่เอ่ยออกไปมันสั่นเครือและเต็มไปด้วยความกระสันซ่านในอารมณ์แบบที่ทำม่านไหมขนลุกชันไปด้วย เพราะเสียงครางเบาๆ ของเขามันเซ็กซี่มาก “เสียวเหรอคะ” ถามเขาขณะปลายนิ้วยังหมุนวนเบาๆ มือที่กอบกุมเกือบไม่รอบรูดกำความแข็งแกร่งขึ้นลงจนรู้สึกว่ามันกระตุกสู้มือ “เธอจ๋า~ อย่าแกล้งพี่” เขาคงทนไม่ไหวแล้วถึงได้เอื้อมมือกดหัวเธอเบาๆ เพื่อให้รีบจัดการกับมันสักที หากจับมันใส่ปากเธอได้เขาคงทำไปแล้ว แต่ถือว่ายังดีที่เขายังปรานี ม่านไหมอมยิ้มเล็กน้อย เปลี่ยนเป็นใช้สองมือกอบกุมท่อนเน
“ไปเลือกเสื้อผ้าดีกว่า อ๊ะ นั่นไง ร้านนั้นมีเสื้อผ้ารับตรุษจีนด้วย” ม่านไหมจูงมือทั้งคู่มายังร้านเสื้อผ้าแผงลอยที่มีเสื้อผ้าแฟชั่นแดงแจ๋รับตรุษจีนเกือบทั้งร้าน “เธออยากเป็นดาวติ๊กต๊อกไม่ใช่เหรอนารี ตอนนี้เทรนด์อาหมวยกำลังมาแรง ไม่ลองดูหน่อยล่ะ”“จริงเหรอ งั้นช่วยฉันเลือกหน่อยสิ” ม่านไหมและปกรณ์จึงช่วยนารีเลือกชุดกี่เพ้า ตอนนี้นารีเริ่มกลับมาอารมณ์ดีดี๊ด๊าเหมือนเดิมแล้ว“ฉันว่าฉันเอาชุดนี้แหละ แซ่บ จึ้งงง!” นารีหยิบชุดกี่เพ้าสีแดงแจ๋แบบยาวรัดรูปมาตัวหนึ่ง มีปลอกแขนแถมมาให้ด้วย เธอคิดว่าตัวเองจะต้องทำยอดไลค์ได้ดีหากใส่ชุดนี้เต้นเพลงที่กำลังฮิตรับเทศกาลตรุษจีน จะได้เป็นดาวติ๊กต๊อกก็คราวนี้แหละวะ“แล้วม่านไหมไม่เอาด้วยเหรอ”“ไม่อะ ฉันไม่ชอบเต้น ไม่ได้เต้นเก่งแบบแกสักหน่อย” ร่างกายของเธอมันไม่ค่อยสามัคคีกันเท่าไรด้วยนี่สิ “ฉันไม่ได้จะให้แกซื้อมาใส่เต้นกับฉันสักหน่อย” นารีว่าแล้วก็หันไปขยิบตากับปกรณ์ รายนั้นรับเรื่องในทันที “แล้วจะให้ใส่ไปไหน” เธอไม่ได้มีเชื้อจีนสักหน่อย “ยังไม่รู้อีกเหรอ ก็ใส่เอาใจพี่ทะเลไง” นารีจิ๊ปากราวกับความไม่รู้หน้าซื่อตาใสของม่านไหมมันขัดใจเธอมาก ต้องให้
“น่าจะอยู่ที่บ้านครับ”“…”“ใช่ครับ ช่วงนี้นายหัวติดเมีย เดี๋ยวผมไปบอกให้ครับ” เต๋ากดวางสายจากคุณมาร์ตินเพื่อนสนิทของนายหัวที่โทร.มาถามเขาว่านายหัวไปไหน ทำไมถึงไม่อ่านแชตกลุ่มของเพื่อนเลย เดี๋ยวนี้ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็แทบไม่เห็นนายหัวจับโทรศัพท์ วันๆ เอาแต่จับอย่างอื่น…“ใครโทร.มา”“คุณมาร์ติน โทร.มาถามเรื่องนายหัวนี่แหละ” เต๋าตะโกนตอบใหญ่ที่กำลังเล่นเซปักตะกร้อกับวัยรุ่นชาวประมงหลายคน เขารีบหยิบเสื้อมาสวมพอดีกับที่ใหญ่เลิกเล่นและวิ่งมาหา“มึงอีไปไหน” (มึงจะไปไหน)“ไปบ้านนายหัว กูอีไปแลว่านายหัวทำไหร” (ไปบ้านนายหัว กูจะไปดูว่านายหัวทำอะไร)“กูไปกัน” (กูไปด้วย)สองหนุ่มโบกมือลาเพื่อนร่วมทีมพอเป็นพิธีก่อนจะรีบแยกย้ายออกมา เดี๋ยวนี้นายหัวไม่เรียกใช้พวกเขาแบบที่ตัวติดตามเงาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ละวันถ้าเสร็จจากเรื่องงานก็เอาแต่ขลุกอยู่กับเมียนั่นแหละ ช่วงข้าวใหม่ปลามันพวกเขาก็พอเข้าใจได้ ดีใจซะอีกที่ในที่สุดนายหัวไม่ต้องมูฟออนเป็นวงกลมอีกแล้ว เต๋าและใหญ่มาถึงบ้านหลังโตแต่มันเงียบเชียบมากเหมือนไม่มีใครอยู่ทั้งที่รถนายหัวก็จอดครบทุกคันและประตูบ้านก็เปิดอ้าซ่าด้วยซ้ำ “นายหัว”



![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



