LOGINตลอดคืนนั้นม่านไหมหายใจไม่ทั่วท้อง อาการเครียดพุ่งปรี๊ดแทบทำเส้นเลือดในสมองแตก เธอถูกพาตัวมาที่บ้านหรูหลังหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นบ้านของผู้ชายร่างยักษ์ไร้นามเจ้าหนี้แม่ เขาสั่งให้ม่านไหมอยู่แต่ในห้อง ห้ามคิดหนีออกไปเด็ดขาด ก็คงจะหนีได้อยู่หรอกในเมื่อเล่นให้ลูกน้องเฝ้าหน้าห้องกันอยู่แบบนั้น
ม่านไหมออกมาแค่ตัวเปล่า การจะติดต่อใครสักคนเป็นไปได้ยากมาก ในหัวแทบระเบิดเมื่อคิดจินตนาการไปว่าอีกไม่นานตัวเองจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เธอนั่งโยกตัวบนเตียงเหมือนคนไม่ปกติอีกทั้งยังกัดเล็บข่มอาการประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาเป็นระลอกตลอดคืนก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะเข้ามาหาเธอเลย จนรุ่งเช้า..ม่านไหมเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ทว่าเธอก็โดนปลุกให้ตื่นด้วยการกระชากผ้าห่มอย่างแรงจนตัวม้วนแทบตกจากเตียง “นี่คุณ! เข้ามาทำไมไม่ให้ซุ่มให้เสียงก่อน เสียมารยาท” “จ้า แม่คนมารยาทดี เลิกทำปากเก่งแล้วก็ลุกขึ้นสักทีเถอะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอยาวเป็นหางว่าวเลย” “เรื่องอะไร!” “อยากรู้ก็ไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาก่อนแล้วจะบอก เสื้อผ้าของใช้เธอ ฉันให้คนขนมาให้หมดแล้ว” เขาส่งสายตาให้ม่านไหมมองดูกระเป๋าที่ตั้งอยู่มุมห้อง เธอต้องหลับลึกขนาดไหนกันนะถึงไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แล้วเขาจะขนเสื้อผ้าเธอมาทำไมกัน จะให้มาอยู่ที่นี่ในฐานะตัวขัดดอกให้เขาหรือไง “คุณยังติดต่อแม่ฉันได้ไหม” ม่านไหมทำใจสู้ถามออกไป วันนี้เขาดูไม่ค่อยน่ากลัวเท่าเมื่อคืน แต่ใบหน้าดุดันนั้นก็ยังไร้รอยยิ้มเช่นเคย “ไม่ แม่เธอหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว” หน้าเขาดูเซ็งมากๆ “งั้นให้ฉันลองติดต่อแม่ให้เอาไหม เผื่อแม่รับสาย ฉันจะได้เคลียร์เรื่องบ้านี่ให้มันจบๆ สักที” “เธอทำได้?” เขาเลิกคิ้วถาม ดูไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่ม่านไหมพูด “คิดว่านะ” “งั้นก็ลองดู” เมื่อได้รับคำตอบแบบนั้น ม่านไหมไม่รอช้ารีบติดต่อหาแม่ในทันที ตลอดเวลาเขาก็เอาแต่ยืนกอดอกหน้าเข้มมองเธอ เป็นความอึดอัดที่อยากให้มีเสียงมาทำลายบรรยากาศนี้ทิ้งซะ ทว่าเสียงที่มีเห็นทีจะเป็นเสียงถอนหายใจของเธอเอง “เป็นยังไง” “แม่ไม่รับสายเลย” พยายามติดต่อไปเท่าไรก็ไร้ผล จะส่งข้อความเข้าไปในแชตแต่แม่ก็ดันปิดแอคเคาทน์หนีหายไปซะแล้ว ม่านไหมมองคนตัวโตตรงหน้าด้วยแววตาหมดหวัง เขาเองก็คงเหมือนกัน มีการส่ายหน้าและถอนหายใจเฮือกใหญ่ “คุณอย่าเอาเรื่องฉันได้ไหม ฉันไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนะ” “ไม่รู้จริงดิ แล้วมาที่นี่ทำไม มาเพื่อจุดประสงค์อะไร” แขนที่เป็นมัดกล้ามแน่นขนัดยิ่งกอดกำชับอกแน่นมากขึ้น ท่าทางของเขาตอนนี้เหมือนพร้อมจะหาเรื่องต่อยตีกับม่านไหมอย่างไรอย่างนั้น “เอ่อ..คือว่า” “ตอบมาสิ เธอไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ หรือแค่ต้องการเล่นตัว” เล่นตัวเนี่ยนะ? คนอย่างเธอไม่ทำแบบนั้นหรอก แต่จะให้ตอบไปตามความจริงว่าจุดประสงค์ของการมาที่นี่คือการจับเจ้าของเกาะทำผัว มีหวังโดนเชือดก่อนได้จุ่มเท้าลงน้ำทะเลแน่ “ฉันก็แค่จะมาหางานทำ” “หางานทำที่นี่อะนะ” “อื้อ แปลกตรงไหน” “แปลกตรงหน้าเธอนี่แหละ” ม่านไหมรีบคลำหน้าตัวเองทันที มีตรงไหนผิดปกติหรือไง อีตานี่ถึงได้บอกว่าหน้าเธอแปลก “มีใครเคยบอกไหมว่าเธอโกหกไม่เก่ง จะโกหกทั้งทีก็ทำให้มันเนียนๆ หน่อย ไม่ใช่ทำหน้าตาเลิ่กลั่กให้คนอื่นจับได้” จู่ๆ ก็วกมาสอนกันเฉยเลย เขาก็แปลกพิลึกคนเหมือนกันนั่นและ “เธอจะโกหกจะปฏิเสธยังไงก็ช่างฉันไม่สน ตราบใดที่แม่เธอยังหนีหายไม่ยอมเอาเงินมาคืน ฉันก็ต้องเก็บเธอไว้เป็นตัวประกัน” “ตัวประกัน!” ม่านไหมเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน ใบหน้าสวยยิ่งดูยุ่งเหยิง เขาคิดว่าตัวเองอยู่ในเกมตำรวจจับผู้ร้ายหรือยังไงถึงคิดจะเอาเธอไว้เป็นตัวประกัน “งั้นคุณก็ฝันไปเถอะ ต่อให้ฉันจะเป็นจะตายยังไง แม่ไม่สนใจไยดีฉันหรอก นั่นก็เท่ากับคุณได้เงินคืนช้าไปอีกหลายสิบปี” ม่านไหมพูดจบพร้อมพรูลมหายใจเฮือกใจระบายความอัดอั้นออกมา อีกฝ่ายทำเพียงแค่ยิ้ม เป็นยิ้มที่ไม่ชวนมองแต่ชวนขนหัวลุกมากกว่า สวนทางกับอารมณ์ของเธอเสียจริง ซึ่งมันก็หมายความว่าเขาไม่สะทกสะท้านอะไรกับคำพูดเธอเลย “หึ ก็รอดู ได้คืนช้าก็ยังดีกว่าไม่ได้คืนเลยไม่ใช่เหรอ” เอาจริงดิ! ตัวประกันเนี่ยนะ ม่านไหมถอนหายใจเคร่งเครียดและยิ่งเครียดกว่าเดิมในตอนที่อีกฝ่ายกระดิกนิ้วเรียกแผ่นกระดาษบางอย่างจากลูกน้อง ก่อนกระดาษแผ่นที่ว่านั้นจะถูกมือหนายื่นมาตรงหน้าเธอ “เซ็นสัญญานี่ซะ” “สัญญาอะไรของคุณ” “มีตาก็แหกอ่านดูเข้าจะได้รู้” เธอเขม่นมองเขาอย่างไม่พอใจแต่ท้ายที่สุดก็ต้องยอมอ่านข้อความในกระดาษสัญญาแผ่นนั้นอย่างละเอียด ในสัญญาระบุไว้หลายข้อด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องให้เธอทำงานที่นี่จนกว่าแม่จะหาเงินมาคืนเขาครบ เมื่อนั้นเธอถึงจะได้รับการปล่อยตัว ไหนจะเรื่องที่เธอต้องเชื่อฟังคำสั่งเขา ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ห้ามหนี ห้ามหาย ห้ามตาย ห้ามๆๆ ไปหมดทุกอย่างจนกว่าเขาจะได้เงินคืน ซึ่งหากเธอผิดสัญญานี้เมื่อไร หนี้ที่มีอยู่จะถูกคูณทบเข้าไปสิบเท่า หนี้แรกก็หามาจ่ายไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าโดนปรับคูณเข้าไปอีก ต้องให้เกิดอีกกี่ชาติถึงจะจ่ายหมด “นี่มันสัญญาทาสชัดๆ ฉันไม่เซ็นหรอกนะ” “หึ ก็คิดอยู่แล้วเธอต้องพูดแบบนี้” รอยยิ้มอำมหิตช่างเสริมให้หน้าตาหล่อดุดันทวีคูณความร้ายกาจเข้าไปกันใหญ่ เขากระดิกนิ้วครั้งที่สอง ลูกน้องหนุ่มก็นำกล่องใบหนึ่งมาวางตรงหน้า เขาเปิดกล่องที่ว่านั้นให้เธอดูของด้านในชัดๆ ม่านไหมขนลุกเกรียวกับสิ่งที่เห็น เผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยใจที่เต้นลุ่มๆ ดอนๆ “ปืน มีด เชือก ยาพิษ ถ้าไม่ยอมเซ็นสัญญาดีๆ ก็เลือกมาเลยว่าจะตายด้วยวิธีไหน” ใบหน้าเหี้ยมโหดไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อยอย่างกับเขาพร้อมที่จะหยิบปืนลั่นไกใส่สมองเธอทุกวินาทีที่ปากหลุดพูดปฏิเสธ สถานะจำใจบีบบังคับกันอย่างรุนแรงแทบทำม่านไหมหายใจไม่ออก ทำกันขนาดนี้เขาไม่เรียกว่าให้ทางเลือกหรอกนะ ดูแต่ล่ะอย่างที่เขาเสนอให้เธอสิ มองไปทางซ้ายก็นรก มองไปทางขวาก็นรก “เลือก!” เสียงข่มขวัญบังคับกันอย่างเห็นๆ บอกให้เลือกแต่ดูตัวเลือกแต่ละอย่าง ไอ้คนตรงหน้านี่นรกส่งมาเกิดแน่เลย ม่านไหมมองเขาด้วยแววตาเชือดเฉือนกลบความสิ้นหวังที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจ มือเล็กเอื้อมหยิบปากกาในขณะความคิดในหัวต่างยื้อเธอไว้สุดฤทธิ์ไม่ให้ทำอย่างนี้ ถ้าเซ็นสัญญาบ้าๆ นี่ไป เธอได้ตกนรกทั้งเป็นแน่ และใช่! คนที่ส่งเธอลงนรกก็คือแม่ยังไงล่ะ ม่านไหมข่มกลั้นก้อนหน่วงที่พองตีบในลำคอ จรดปลายปากกาเซ็นสัญญาที่ว่าในชื่อฝั่งของเธอด้วยมืออันสั่นเทา “ก็แค่นั้น” เขาแสยะยิ้มพอใจ ก็ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วนี่ ส่วนคนทุกข์ใจจะตายตรงนี้มันคือเธอ! เธอนี่แหละ ม่านไหมไม่มีเวลาง้างปาก เขาก็ไล่ให้เธอไปจัดการตัวเอง แถมยังปิดประตูใส่หน้าขังเธอไว้ในห้องอีก หัวสมองมันล้าไปหมด อยากทำเพียงแค่นอนโง่ๆ บนเตียง ไม่ต้องรับรู้เรื่องบ้าห่าเหวอะไรของใคร แต่แค่เธอไม่มีตัวเลือกก็เท่านั้น“ม่านไหมก็รู้ใช่ไหมบ้านพี่เป็นคนจีน เวลาพี่นั่งดูละครพร้อมพวกเขา ถ้ามีฉากไหนที่มีตัวละครเป็นเก้งเป็นกะเทย ไม่เตี่ยก็ม๊าจะทำหน้าอี๋ๆ เหมือนรังเกียจ ต่อให้ไม่พูดแต่พี่รู้สึกได้ว่าเขาแอนตี้คนที่เป็นแบบนี้ แล้วถ้าวันนึงเขารู้ว่าลูกชายเป็นคนแบบที่พวกเขาเกลียดล่ะ เขาจะรู้สึกยังไง จะรังเกียจพี่ไหม พี่ถึงไม่อยากให้ใครรู้เลยต้องแอ๊บ แมนอยู่อย่างนี้ไง” คล้ายว่าในดวงตาดำสนิทคู่นั้นแวววาวไปด้วยหยาดน้ำ “พี่ไม่อยากทำให้พวกท่านผิดหวัง ไม่อยากให้พวกท่านรู้แล้วเกิดความคิดที่ว่า คลอดพี่ออกมาเป็นผู้ชายดีๆ แต่ทำไมโตมาดันกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ ฮึก…พี่ พี่ไม่กล้าบอกใครหรอกครับ” ก้อนความเสียใจถาโถมกลางอกปกรณ์เหมือนคลื่นลูกใหญ่จนเขาร้องไห้ออกมา ม่านไหมแทบจะร้องไห้ตาม เธอรับรู้ถึงความอึดอัดท่วมท้นของปกรณ์ ต่อให้คนทั้งโลกยอมรับแต่คนในครอบครัวส่ายหน้ารังเกียจมันก็ไม่มีประโยชน์ “ไม่ร้องนะพี่ ไม่ต้องร้อง พี่เก่งที่สุดแล้ว แค่นี้ก็เก่งมากๆ แล้ว” ม่านไหมขยับตัวนั่งชิดปกรณ์ที่ยังคงร้องไห้ออกมา เธอวาดวงแขนกอดคอเขาไว้หลวมๆ พลางตบบ่าเบาๆ อย่างปลอบโยนและให้กำลังใจ กว่าปกรณ์จะหยุดร้องไห้ หมึกย่างก็เย็นชืดแถมยำว
ผับ TA สถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะสมุทรมันตรา แหล่งรวมเหล่าชาวต่างชาติไว้มากมาย แต่ล่ะคืนทำกำไรให้เกาะอย่างงาม แสงสีเสียงด้านในนั้นจัดเต็ม มีหลายโซนให้ลูกค้าเลือกบริการ อยากได้ระดับไหนขอแค่ควักเงินในกระเป๋าออกมา พนักงานของที่นี่จะบริการอย่างเต็มที่ “น้องม่านไหมโอเคกับโซนนี้ไหมครับ” “โอเคค่ะ คนเยอะดี แบบนี้แหละสนุก” ทั้งสองคนอยู่ในโซน ดริงค์แอนด์แดนซ์ เป็นโซนที่มีชาวต่างชาติและคนไทยปะปนกันไป มีแต่ผู้ชายงานดี โดยเฉพาะฝรั่งผมบลอนด์ตาฟ้าที่หุ่นของแต่ละคนนั้นยั่วสายตาเป็นอย่างมาก ปกรณ์สั่งเครื่องดื่มอุ่นเครื่องก่อนเล็กน้อย ทั้งที่ม่านไหมเป็นคนชวนเที่ยวแต่เขาคิดไว้ในใจแล้วว่าเช็กบิลเมื่อไรเขาจะเป็นคนเลี้ยงเธอเอง ทั้งสองดื่มกันเรื่อยๆ มีโยกตัวตามจังหวะเพลงบ้าง ม่านไหมนั้นคอแข็งพอสมควร ส่วนปกรณ์เริ่มมึนเล็กน้อย “น้องม่านไหมกลับได้ไม่เกินกี่ทุ่มครับ” “กลับตอนไหนก็ได้ค่ะ จริงๆ ก็แอบหนีออกมา” ม่านไหมจุ๊ปากเบาๆ ราวกับกลัวใครได้ยิน “หนีออกมาแบบนี้ถ้านายหัวรู้เข้าไม่แย่เหรอครับ” “ก็อย่าให้เขารู้สิคะ พี่ปกรณ์รู้ไหมเขาน่ะทั้งเจ้าอารมณ์ ขี้บ่น ขี้โมโห ปากร้าย โอ๊ย! ข้อเสียเยอะไป
ความสนิทของม่านไหมและปกรณ์เพิ่มขึ้นทุกวัน เธอและอีกฝ่ายชอบอะไรที่คล้ายคลึงกัน คุยด้วยแล้วไม่เบื่อ ปกรณ์เป็นให้ได้ทั้งเพื่อนและพี่ชาย เขาแสนดีมากจนม่านไหมยกให้เป็นอีกคนที่ไว้ใจ “หน้าบึ้งแบบนี้โดนนายหัวดุมาอีกแล้วใช่ไหมครับ” ปกรณ์ทักทายม่านไหมซึ่งหน้าม่อยหลังเดินกลับจากส่งปิ่นโตให้นายหัวทะเล ม่านไหมพยักหน้าช้าๆ ด้วยสีหน้าเซ็งสุดกำลัง “คราวนี้โดนดุเรื่องอะไรอีกล่ะ” “ก็เรื่องเดิมๆ ค่ะ พูดแล้วหงุดหงิด” เขาหาเรื่องดุเธอได้ตลอดนั่นแหละ ตั้งแต่วันที่มาส่งปิ่นโตครั้งนั้นก็ดูราวกับว่าทะเลทำตัวห่างเหินกับเธอไปเลย เขาทั้งเย็นชา ใจร้าย และชอบดุเธอแรงๆ จนหลายครั้งม่านไหมน้ำตาจุกอก เพราะสาเหตุนี้ทำให้เธอไม่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้ง่ายๆ เหมือนครั้งก่อน แค่จะมองหน้ากันเขายังไม่มอง อีกอย่างตอนนี้ก็ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกที เธอขอเวลาช่วงเทศกาลตรงนี้เพื่อจะลาหยุดกลับบ้าน อยากไปตามหาปู่ที่จนแล้วจนรอดก็ไม่รู้ว่าท่านย้ายตัวไปรักษาโรงพยาบาลแห่งไหน แต่เขาใจร้ายมาก…ใจร้ายจริงๆ เขาไม่ยอมให้เธอได้ออกไปจากเกาะ คอยให้สองลูกน้องอย่างพี่เต๋าพี่ใหญ่จับตาดูไว้ตลอด ‘ไม่ได้! ฉันไม่อนุญาต ไม่ต้องหาข้ออ้างอะไรทั้งนั
“อีกแล้วเหรอ…” ใบหน้าคมเข้มแสดงความเหนื่อยล้าออกมาเมื่อสายเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนหรูของเขาดังขึ้นอีกแล้ว หากแต่คราวนี้ไม่ใช่ใครอื่นใดแต่เป็นเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง ไอ้หมอหมา ‘มาร์คัส อนันตวรากุล’ สัตว์แพทย์หนุ่มชื่อดัง “มึงโดนตัวไหนมาเนี่ยถึงโทร.มาหากูได้” เพื่อนเขาคนนี้เป็นพวกโลกส่วนตัวสูง และหากไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ ก็ฝันไปเถอะว่ามันจะโทรหาเพื่อนฝูง (กูแค่จะโทร.ถามมึงว่าเคาท์ดาวน์ปีนี้ตกลงยังไง พวกไอ้พายัพบอกมึงไว้แล้วใช่ไหมว่าเราจะไปเคาท์ดาวน์กันที่นั่น) “อืม มันโทร.บอกกูแล้วว่าอยากได้แบบไหน มึงโทร.มาหากูเองแบบนี้จะพาน้องจริงใจมาเคาท์ดาวน์ที่นี่ด้วยเหรอวะ” น้องจริงใจคือแฟนสาวตัวเล็กน่ารักของมาร์คัส เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทะลายกำแพงน้ำแข็งในใจมันได้ จากคนที่แทบจะไม่สนใจผู้หญิงคนไหนก็มีแค่น้องจริงใจนี่แหละที่ทำให้มันเกิดอาการว้าวุ่นตลอด (อือ กูจะพาจริงใจไปเคาท์ดาวน์ที่นั่นด้วย มึงจัดให้อลังการหน่อย กูอยากให้แฟนกูประทับใจ) “แหมมม~ หมั่นไส้พวกคนคลั่งรักว่ะ เออๆ กูจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้มึงเลย” ทะเลและมาร์คัสคุยต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายไป ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาข้าวเที่ยงของเข
เช้าของวันรุ่งขึ้น ม่านไหมชงกาแฟเตรียมไว้ให้ทะเลกินเป็นมือเช้าคู่กับข้าวเหนียวหน้ากุ้งและข้าวเหนียวหน้าสังขยาที่ดาหลาซื้อมาฝากตั้งแต่ไก่โห่ แต่เจ้าตัวกินไปแค่นิดเดียวก่อนจะหันมาออกคำสั่งกับเธอ “เดี๋ยวออกไปข้างนอกกับฉันหน่อย” “ไปไม่ได้” “ทำไมจะไปไม่ได้” เสียงเขาเข้มขึ้นอย่างคนโดนขัดใจ “ฉันมีนัดแล้ว” “นัดกับใคร” เขาเล่นซักถามละเอียด ดาหลานั่งทานโจ๊กเงียบๆ แต่สองหูคอยฟังและสองตาก็คอยมองตลอดเช่นกัน “พี่ปกรณ์ เราจะไปกินติ่มซำร้านเปิดใหม่กัน” คำตอบของอีกฝ่ายทำเขาหงุดหงิด ก็นี่แหละที่เขาจะชวนเธอไปด้วย อุตส่าห์ไม่กินข้าวเหนียวหน้ากุ้งของชอบที่ดาหลาซื้อมาฝากเพราะตั้งใจจะชวนเธอไปกินติ่มซำด้วยกัน แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะโดนปกรณ์ปาดหน้าเสียก่อน “งั้นฉันไปด้วย” “ห๊ะ?” “งงอะไร ก็บอกจะไปด้วย ฉันยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยนะ” แต่ปกติเขาก็ไม่ทานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ วันนี้คึกบ้าอะไรขึ้นมาถึงอยากไปด้วยกัน “แล้วที่ชวนฉันไปด้วยกันเมื่อกี้ คุณไม่ไปแล้วเหรอ” “ไว้วันหลัง” จะให้เขาบอกได้ไงว่าจริงๆ แล้วก็ชวนไปที่เดียวกันกับที่ปกรณ์ชวนเธอนั่นแหละ เขาไม่มีวันพูดหรอก “ดาหลาจะไปด้วยกันมั้ย” “อื้ม
ทะเลไม่ได้ชอบแมวก็จริง แต่เมื่อเท้าเหยียบย่างถึงเกาะ สิ่งแรกที่เขาทำคือพาเจ้าเหมียวส้มที่ม่านไหมตั้งชื่อให้ว่า ‘แซลมอน’ ไปพบคุณหมอยังคลินิกรักษาดูแลสัตว์ หมอได้ทำการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนเข็มแรก ถ่ายพยาธิ เจ้าแซลมอนได้สมุดนัดเป็นของตัวเอง ในสมุดระบุวันเวลาที่ต้องมาฉีดวัคซีนรอบสอง จากนั้นทะเลก็ยังซื้ออาหารแมวชั้นดีเกรดนำเข้าที่แพงที่สุดในร้านโดยให้เหตุผลกับม่านไหมที่มองอย่างอึ้งๆ ว่า… ‘ไหนๆ จะเลี้ยงมันแล้วก็ให้มันกินอาหารยี่ห้อดีๆ ไปเลย จะได้ไม่มีปัญหาสุขภาพตามมาทีหลัง หมอเขาก็แนะนำอยู่ เธอจะทำหน้าอึ้งทำไม’ ก็อึ้งตรงที่เขาใส่ใจขนาดนี้นี่แหละ เขาไม่ชอบแมวจริงๆ หรือชอบแต่ไม่รู้ตัวเองกันแน่ ซึ่งไม่ใช่แค่ซื้ออาหารดีๆ ให้เท่านั้น เขายังซื้อของใช้อื่นๆ อย่างเบาะนอน ที่ลับเล็บแมว ชามข้าว ชามน้ำ กระบะทราย ของใช้ที่จำเป็นอีกหลายอย่าง ‘ยังขาดอะไรอีกบ้างนะ ซื้อแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ขาดเหลืออะไรก็ค่อยสั่งมา’ เป๊ะยิ่งกว่าคนที่อยากเลี้ยงแบบเธอเสียอีก ทะเลให้เจ้าแซลมอนครองห้องว่างๆ ห้องหนึ่งที่เคยใช้เก็บของซึ่งก่อนกลับมาถึงเกาะเขาให้คนเข้ามาทำความสะอาดและย้ายของที่ไม่จำเป็นเอาไปทิ้งหมดแล้ว



![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



