LOGINสิ่งที่เธอทำลงไปมันมีเหตุผล เมื่อหลายเดือนก่อนทะเลเกือบจะได้เข้ามาเป็นพี่เขยของเธอ เขากับพี่สาวของเธอรักกันมาก เรียกว่าหลงเลยก็ยังได้ คบกันแค่ไม่นานแต่พี่ทะเลคิดอยากแต่งงานกับพี่สาวของเธอแล้วด้วยซ้ำ แต่ความรักก็มักมีอุปสรรคที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ
วันดีคืนดีใครเล่าจะไปล่วงรู้ว่าพี่ ‘ชบา’ ผู้ใสซื่อ อ่อนหวานจะกลับกลายเป็นคนใจง่าย หนีตามฝรั่งตาน้ำข้าวที่มาพักโรงแรมบนเกาะกลับไปต่างประเทศกับเขาด้วย มันเป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่ทะเลเสียอกเสียใจจนไม่เป็นอันทำการทำงาน ร้อนถึงคุณลุงธนินท์พ่อของพี่ทะเลต้องคอยจัดการเรื่องงานให้อยู่พักหนึ่ง พอกลับมาตั้งสติได้ ก็ดูเหมือนพี่แกจะเข็ดหลาบกับเรื่องรักจนไม่ชายตาแลผู้หญิงคนไหนเลย แม่กับเธอยังคงเป็นห่วงพี่ทะเลอยู่เสมอแม้ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว ก็คอยมาดูแลเท่าที่จะทำได้ ซึ่งพี่ทะเลเองไม่โกรธเกลียดแม่และเธอแม้ว่าจะโดนพี่ชบาทำถึงขนาดนั้นก็ตาม เขาเป็นคนแยกแยะได้ ดาหลานับถือหัวใจเขาก็ตรงนี้ “งั้นฉันเอาของไปเก็บให้พี่ดีกว่า” ดาหลากำลังจะคว้าถุงข้าวของพวกนั้น ทว่าทะเลยกมือเบรกเธอเสียก่อน “ไม่ต้องๆ เดี๋ยวให้แม่บ้านมาจัดการเอง” “แม่บ้านเหรอจ๊ะ?” คำพูดของอีกฝ่ายทำเรียวคิ้วสวยย่นเข้าหากันนิดหนึ่งเพราะความสงสัย เขามีแม่บ้านตั้งแต่ตอนไหน ปากอิ่มทำท่าจะทักถามให้หายข้องใจ ในวินาทีนั้นเสียงจามก็ดังขึ้นด้านหลังเธอ ดาหลาหันไปมอง มองตั้งแต่หัวยันเท้า คนตรงหน้าเป็นผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดี ดีมากๆ เลยล่ะ ทั้งหุ่นเอย ผิวพรรณหน้าตาเอย รูปลักษณ์เหมือนลูกคุณหนูที่แต่งตัวเปรี้ยวจัดตามในละครมากกว่าจะมาเป็นแม่บ้านด้วยซ้ำ เธอไม่คิดว่าแม่บ้านของพี่ทะเลจะสวยเซ็กซี่ขนาดนี้… “มาพอดี ทำความรู้จักกันไว้ซะสิ” เขาผายมือเพื่อแนะนำอีกคนให้ดาหลารู้จัก “นี่ม่านไหม เธอเป็นแม่บ้านคนใหม่ของพี่ ส่วนนี่ดาหลา น้องที่รู้จักกับฉัน” ทะเลแนะนำให้เสร็จสรรพก่อนจะมองผู้หญิงตรงหน้าสองคนเริ่มทำความรู้จักกัน “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณดาหลา ม่านไหมนะคะ” “เอ่อ..ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก เรียกดาหลาเฉยๆ ก็ได้ เราน่าจะอายุเท่าๆ กัน” ดาหลาส่งยิ้มเป็นมารยาท ยื่นมือจับทักทายกับอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร “ต่อไปนี้ม่านไหมจะเข้ามาดูแลเรื่องความสะอาด รวมไปถึงอาหารการกินของพี่ ดาหลาก็ไม่ต้องซื้อกับข้าวมาให้พี่แล้วนะ พี่จะให้ม่านไหมเป็นคนดูแลเอง” ดาหลากลืนน้ำลายลงคอ พยายามยิ้มรับและพยักหน้าเพื่อบอกเขาว่าเธอเข้าใจ อาจไม่ชินเท่าไรนักเพราะตลอดเวลาหลายเดือนเธอคอยดูแลเรื่องพวกนี้ให้เขามาตลอด พอมีคนมาทำแทนก็เลยรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย “พรุ่งนี้ดาหลาว่างหรือเปล่า” “ว่างจ้ะ” เธอตอบอย่างกระตือรือร้น “งั้นดีเลย พี่มีเรื่องให้ดาหลาช่วยหน่อย พี่อยากให้ดาหลาพาม่านไหมไปตลาด ต่อไปเธอจะได้รู้เส้นทางแล้วไปเองได้ถูก” ดาหลาพยักหน้าเข้าใจ มองคนสวยข้างกายส่งยิ้มเป็นมิตร เรื่องแค่นี้เองไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงเลย หลังจากดาหลากลับไปแล้ว ทะเลก็เริ่มต้นคุยกับม่านไหมถึงหน้าที่ต่างๆ ที่เธอต้องทำให้เขา เหมือนตัวประกันรอค่าไถ่จากแม่ แต่เขาไม่ได้ใจร้ายใจดำถึงขั้นให้เธอทำงานฟรีๆ ยังคิดค่าตอบแทนตามที่เธอควรจะได้โดยให้เหตุผลว่าเขาไม่ชอบเอาเปรียบใคร ‘ที่ฉันต้องกักตัวเธอไว้ก็รอแม่เธอนั่นแหละเอาเงินมาคืน คืนเงิน คืนของให้ฉันครบเมื่อไรเธอก็ไสหัวไปได้ แต่ถ้าไม่ล่ะก็..ฉันค่อยเชือดเธอทิ้งทีหลัง’ เขาพูดไว้แบบนี้ ดูเหมือนจะดีแต่ประโยคสุดท้ายแอบขนลุกเบาๆ เมื่อเขาออกไปทำงาน ม่านไหมไม่ได้ถามว่าเขาทำงานอะไร ทำที่ไหน จะกลับกี่โมง เธอไม่ใช่เมียหมอนี่แม้ว่าในอนาคตต้องเป็นให้ได้ก็ตาม คิดแล้วขนลุก…โลกเหวี่ยงให้เจอแต่อะไรก็ไม่รู้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่หล่อหรือไม่ตรงสเปคเธอหรอกนะ เขาน่ะโคตรของโคตรหล่อเลยล่ะ แต่เป็นคนหล่อที่ปากหมา หน้าดุ มองเธอแต่ล่ะทีทำเอาหนาวสั่นยันไขกระดูก เพราะฉะนั้นต่อให้หล่อแค่ไหนก็ตาม เจออย่างนี้เข้าไปเธอหมดอารมณ์อ่อยไปเลย ตอนนี้กำลังพยายามทำใจให้ชิน ยิ่งปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานเท่าไรก็ต้องติดแหง็กที่นี่นานยิ่งขึ้น อีกอย่างปู่จะได้รับการรักษาช้าลงด้วย ตลอดทั้งวันม่านไหมใช้เวลากับการทำความสะอาดบ้าน เรื่องปัดกวาดเช็ดถูเป็นงานถนัดของเธออยู่แล้วจึงไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไร ตกเย็นออกไปกวาดใบไม้ในสวน เธอชอบบริเวณรอบบ้านมาก มันทั้งร่มรื่นและเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้สวยๆ เขียวขจีสีสดใส แสดงว่าหมอนี่ก็คงเป็นคนรักต้นไม้ใบหญ้าเหมือนกัน “ถามจริงนี่ชุดทำงานเหรอ” คนที่เดินมาจากทางด้านหลังไม่ให้ซุ่มให้เสียงกันก่อนทำม่านไหมตกใจ ง้างไม้กวาดทางมะพร้าวเตรียมฟาดให้สุดแรงเกิด พอเห็นเป็นเจ้าของบ้านจึงยั้งมือได้ทัน “ตกใจหมด!” “ขวัญอ่อน” เขาส่ายหน้าเบาๆ ยังติดใจเรื่องชุดของเธอ “เป็นใครก็ต้องขวัญอ่อน คุณเล่นโผล่มาเหมือนผีแบบนี้” ไม่ฟาดหัวแตกก็บุญเท่าไร “เอาไม้กวาดลงได้แล้ว จะตีหัวฉันรึไง” ก็อยากตีอยู่เหมือนกัน ม่านไหมได้แต่คิดในใจ ทะเลมองคนตัวเล็กค่อยๆ ลดไม้กวาดในมือลง หน้าตาเธอตอนตกใจดูตลกดี เหมือนตอนเขาแกล้งแหย่แมวเล่น ตาคมกวาดมองบริเวณรอบสวน ใบไม้ที่เคยหล่นเกลื่อนไม่มีอยู่อีกแล้ว เหลือเพียงดินทรายสีขาวยิ่งทำให้บ้านเขาดูสะอาดตา ม่านไหมทำเองทั้งหมดนี่คนเดียวคงเหนื่อยน่าดู เดี๋ยวก่อน..เขาจะนึกเห็นใจแม่นี่ทำไม ก็มันคือหน้าที่ที่เธอต้องทำ อีกอย่างคงไม่ได้หนักหนาอะไร ตอนเขามายังได้ยินเสียงเธอกวาดใบไม้ไปด้วย ฮัมเพลงไปด้วยอย่างอารมณ์ดี ผิดกับที่คิดเอาไว้ว่าคงเป็นผู้หญิงประเภทไม่ได้เรื่อง ทำอะไรไม่เป็น “กวาดขยะสะอาดดีนี่” เธอไหวไหล่ให้กับคำพูดกึ่งชมจากเขา “แล้วในบ้านเรียบร้อยหรือเปล่า เธอไม่ได้ทำข้าวของของฉันเสียหายใช่ไหม” เขายังไม่มั่นใจเท่าไรว่าเธอจะทำงานบ้านเป็นด้วย หน้าตาอย่างแม่นี่ดูเหมาะกับงานสบายๆ นั่งตากแอร์มากกว่าอีกมั้ง “เรียบร้อยสิ คุณสั่งให้ทำอะไรฉันก็ทำอย่างนั้นแหละ” “ก็ดี ฉันจะเข้าไปเช็กดูว่าเรียบร้อยจริงหรือเปล่า ถ้ามีฝุ่นสักนิดเดียวล่ะก็เธอโดนแน่” โดน? โดนอะไรยะ! หน้าตาอย่างเธอดูเหมือนคนทำงานบ้านไม่เป็นหรือไง ม่านไหมรีบเอาไม้กวาดไปเก็บแล้ววิ่งตามทะเลเข้าบ้าน มองดูเขาเช็กความเรียบร้อยตั้งแต่พื้นที่เงาวับแทบส่องแทนกระจกได้ โต๊ะทำงานไม่มีแม้แต่ไรฝุ่น จานชามเก็บล้างทุกใบ ความสะอาดเหมือนเสกได้มากจากความเนี๊ยบของเธอ ดูซิเขาจะเอาตรงไหนมาติได้อีก “ดีมาก ทำงานเรียบร้อยกว่าที่ฉันคิด” เขายอมรับเลยว่าต้องมองม่านไหมใหม่จริงๆ ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงที่ชอบแต่งหน้าแต่งตัวไปวันๆ แต่เรื่องงานบ้านกลับเป็นแม่ศรีเรือนดีทีเดียว “เธอทำอาหารเป็นหรือเปล่า” ถามแบบนี้อย่าบอกว่าจะให้เธอทำอาหารให้ด้วย คนตัวเล็กพยักหน้าช้าๆ เธอเคยทำงานในร้านอาหารมานักต่อนัก ตั้งแต่คนล้างจานยันผู้ช่วยกุ๊ก เรื่องทำอาหารเป็นอีกอย่างที่มั่นใจในฝีมือตัวเองว่าทำได้ดี “ดีเลย ฉันยังไม่ได้กินอะไรมาพอดี เธอทำกับข้าวให้ฉันกินหน่อย ทำเผื่อของตัวเองด้วยก็ได้นะ ฉันไม่ติดอะไรถ้าเราจะนั่งกินข้าวด้วยกัน” แต่เธอติด! ติดตรงที่เขาสั่งอยู่นั่นแหละ เขาไม่ใช่ผัวเธอสักหน่อยต้องมาคอยทำกับข้าวให้ ที่ผ่านมาอาหารการกินของหมอนี่อยู่ยังไงกันแน่นะ ได้ใจแล้วเอาใหญ่เลย มันน่าหงุดหงิดจริงๆทะเลยังพูดคุยกับภูผาถึงเรื่องที่เขาอยากใช้สถานที่บางส่วนของไร่ภูพนาไพรเป็นโลเคชั่นถ่ายพรีเวดดิ้ง ซึ่งภูผาก็เต็มใจเป็นอย่างมาก และจะขอดูแลจัดการเรื่องเตรียมสถานที่ให้เขาด้วยตัวเอง“เพื่อมึงกูจะทำให้ออกมาดีที่สุดเลยไอ้ทะเล”“ขอบใจมึงมากนะ” ทะเลเอ่ยด้วยความซึ้งในน้ำใจ เขารักพวกมันก็ตรงนี้ ตรงที่พร้อมซัปพอร์ตกันทุกอย่าง จะกี่ปีๆ พวกมันทุกคนก็เป็นเพื่อนที่ดีกับเขาเสมอ มื้ออาหารดำเนินไปท่ามกลางเสียงพูดคุยและสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขของทุกคน จากนั้นพวกผู้ชายก็แยกย้ายกันออกไปตั้งวงดื่มเหล้าตามประสา ส่วนพวกผู้หญิงย้ายมาอยู่อีกห้องที่กว้างขวางและสงบเงียบมากกว่า พื้นที่ในโรงแรมสุดหรูของคิเรย์ไม่ว่าจะมุมไหนก็น่าพักผ่อนหย่อนใจไปหมด ม่านไหมนั้นเปรียบเสมือนเด็กใหม่ท่ามกลางกลุ่มสาวสวยที่ไม่โสด เธอจึงค่อนข้างเกร็งอยู่บ้างเพราะไม่ได้สนิทสนมกับใครเป็นพิเศษ แต่อาจจะมีมุกดาที่เคยพูดคุยกันมาก่อนเมื่อตอนทะเลเคยพาไปพักที่บ้านของอีกฝ่าย แต่เห็นทีคราวนี้คงได้ทำความรู้จักกับทุกคนมากยิ่งขึ้น ม่านไหมไล่มองทีละคน ในกลุ่มนี้มีแต่คนสวยๆ ทั้งนั้นเลย เริ่มต้นที่ต้นหยงภรรยาของพายัพ เป็นคนสวยที่มีใบหน้าหวานปนเซ็
คุณธนินท์กลับมาจากญี่ปุ่นแล้ว กลับมาคราวนี้ก็ได้ข่าวดีของเจ้าลูกชาย ทะเลขอหนูม่านไหมแต่งงานเรียบร้อย รวดเร็วสายฟ้าแลบตัดหน้าเขาไปเลย “งั้นเรื่องฤกษ์ยามพ่อขอเป็นคนจัดการให้เองนะ”“ดีเลยครับ” ทะเลพยักหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี มื้ออาหารเย็นของวันนี้เขาพาม่านไหมมาร่วมโต๊ะกับบิดาและพูดคุยกันถึงเรื่องงานแต่งที่จะมีขึ้นในปีนี้ สำหรับเขาและม่านไหมคิดเห็นตรงกันว่าไม่จำเป็นต้องจัดใหญ่โตอะไรมากมาย เขาชอบความเรียบง่าย ม่านไหมเองก็เหมือนกัน สถานที่ก็เลือกสวนหน้าบ้านของบิดาที่กว้างขวางราวสนามฟุตบอล เพราะม่านไหมชอบวิวของที่นี่ เธอบอกเขาว่าหากถ่ายรูปออกมาจะต้องสวยมากแน่ๆ “เดือนหน้าพ่อต้องมาดูแลงานให้ผมด้วยนะ ผมกับน้องคงยุ่งๆ กับเรื่องถ่ายพรีเวดดิ้ง”“จะไปถ่ายกันที่ไหน ถ่ายหลายที่เหรอ” ถึงขั้นยุ่งทั้งเดือนจนให้เขาดูแลงานแทน ธนินท์คิดว่าลูกชายอาจจะพาเมียมันบินไปถ่าย พรีเวดดิ้งต่างประเทศก็เป็นได้ “จะบินไปถ่ายที่ไร่ไอ้ผาครับ ให้ม่านไหมดูรูปแล้วชอบ ผมเองก็ปักใจอยากถ่ายที่ไร่มันเหมือนกัน” ทะเลพูดถึงไร่ภูพนาไพร มันคือไร่ส้มและไร่ชาที่ตั้งอยู่บนดอยหยาดฟ้า เป็นไร่ที่ใหญ่ที่สุดเกือบครอบคลุมดอยทั้งลูกเลย
“อ่า~ อย่างนั้นคนสวย ดีมาก” เมื่อเริ่มจับจุดได้มันก็เหมือนสวรรค์ดีๆ เลย ความคับแน่นของม่านไหมจู่โจมรัดรึงท่อนเนื้อของเขาทุกจังหวะการเคลื่อนไหว เธอส่ายร่อนสะโพกไปมาอย่างเนิบช้าจนได้ยินเสียงน้ำในกายที่ดังผสมกันลามก และยิ่งดังมากขึ้นตามแรงขย่มสะโพกของเธอ“ซี้ดดด เสียวมากเธอจ๋า เอาพี่แรงๆ” เขาร้องบอกตามความต้องการอันมากล้นของตัวเอง ฝ่ามือหยาบบีบขยำสะโพกนุ่มระบายความกระสันรัญจวนที่จู่โจมกันไม่พักจนก้นขาวๆ ขึ้นรอยแดงไปหมด อาหมวยคนสวยเซ็กซี่มาก แม้จะมีชุดกี่เพ้าก็ไม่อาจปกปิดความร้อนแรงของเธอได้เลย ร่องเนื้อที่เปียกเยิ้มกลืนกินเขาอย่างหนักหน่วงตามแรงขย่มที่เร็วขึ้น เสียงสะโพกของเธอกระทบต้นขาของเขาดังมาก และบางจังหวะที่เขากระแทกสวนกลับไปนั้นก็ทำใบหน้าสวยลอยคว้างร้องเสียงหลงอย่างไม่อาจทนไหว“พี่ทะเล~ มันจุก” ตัวเธอในตอนนี้แทบไม่ต้องออกแรงขย่มเองแล้ว ทะเลเอื้อมมือมาจับแขนเรียวตรึงแน่นกับที่ก่อนจะยกสะโพกแกร่งของตนสวนกระแทกกระทั้นใส่ร่องแคบไม่ยั้ง ตัวเธอสั่นคลอนราวกับโดนรัวปืนกลอยู่บนตัวเขา แหกปากร้องครางไม่เป็นภาษากับความเสียวปนจุกที่เขามอบให้กัน “อืม~ พี่ไม่ไหวครับ เธอรัดพี่แน่นขนาดนี้
ทะสูดลมหายใจลึกทุกครั้งที่อาหมวยคนสวยเคลื่อนริมฝีปากนุ่มไปตามลำตัวเปลือยเปล่าของเขา ท่าทางสุดเซ็กซี่ขี้ยั่วของเธอแทบทำเขาใจวายตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงตอนนี้ อารมณ์รุ่มร้อนที่โดนเธอปลุกขึ้นมายากจะดับให้มอดลง ไม่มีใครเป็นน้ำ เขาว่าร้อนแล้ว เธอยิ่งร้อนแรงกว่า เหมือนไฟที่พร้อมจะลุกโชนใส่กันตลอดเวลาหน้าท้องแกร่งขมวดเกร็ง ลมหายใจสะดุดเป็นจังหวะเมื่อศีรษะของคนตัวเล็กมุดไปอยู่กลางหว่างขา ฝ่ามืออุ่นนุ่มประคองความใหญ่โตแข็งกร้าวที่เกือบกำไม่รอบ ปลายนิ้วชี้อีกข้างหมุนวนส่วนหัวที่มีน้ำปริ่มซึมเบาๆ อย่างขี้แกล้ง“อ่า~ ม่านไหมครับ” เสียงที่เอ่ยออกไปมันสั่นเครือและเต็มไปด้วยความกระสันซ่านในอารมณ์แบบที่ทำม่านไหมขนลุกชันไปด้วย เพราะเสียงครางเบาๆ ของเขามันเซ็กซี่มาก “เสียวเหรอคะ” ถามเขาขณะปลายนิ้วยังหมุนวนเบาๆ มือที่กอบกุมเกือบไม่รอบรูดกำความแข็งแกร่งขึ้นลงจนรู้สึกว่ามันกระตุกสู้มือ “เธอจ๋า~ อย่าแกล้งพี่” เขาคงทนไม่ไหวแล้วถึงได้เอื้อมมือกดหัวเธอเบาๆ เพื่อให้รีบจัดการกับมันสักที หากจับมันใส่ปากเธอได้เขาคงทำไปแล้ว แต่ถือว่ายังดีที่เขายังปรานี ม่านไหมอมยิ้มเล็กน้อย เปลี่ยนเป็นใช้สองมือกอบกุมท่อนเน
“ไปเลือกเสื้อผ้าดีกว่า อ๊ะ นั่นไง ร้านนั้นมีเสื้อผ้ารับตรุษจีนด้วย” ม่านไหมจูงมือทั้งคู่มายังร้านเสื้อผ้าแผงลอยที่มีเสื้อผ้าแฟชั่นแดงแจ๋รับตรุษจีนเกือบทั้งร้าน “เธออยากเป็นดาวติ๊กต๊อกไม่ใช่เหรอนารี ตอนนี้เทรนด์อาหมวยกำลังมาแรง ไม่ลองดูหน่อยล่ะ”“จริงเหรอ งั้นช่วยฉันเลือกหน่อยสิ” ม่านไหมและปกรณ์จึงช่วยนารีเลือกชุดกี่เพ้า ตอนนี้นารีเริ่มกลับมาอารมณ์ดีดี๊ด๊าเหมือนเดิมแล้ว“ฉันว่าฉันเอาชุดนี้แหละ แซ่บ จึ้งงง!” นารีหยิบชุดกี่เพ้าสีแดงแจ๋แบบยาวรัดรูปมาตัวหนึ่ง มีปลอกแขนแถมมาให้ด้วย เธอคิดว่าตัวเองจะต้องทำยอดไลค์ได้ดีหากใส่ชุดนี้เต้นเพลงที่กำลังฮิตรับเทศกาลตรุษจีน จะได้เป็นดาวติ๊กต๊อกก็คราวนี้แหละวะ“แล้วม่านไหมไม่เอาด้วยเหรอ”“ไม่อะ ฉันไม่ชอบเต้น ไม่ได้เต้นเก่งแบบแกสักหน่อย” ร่างกายของเธอมันไม่ค่อยสามัคคีกันเท่าไรด้วยนี่สิ “ฉันไม่ได้จะให้แกซื้อมาใส่เต้นกับฉันสักหน่อย” นารีว่าแล้วก็หันไปขยิบตากับปกรณ์ รายนั้นรับเรื่องในทันที “แล้วจะให้ใส่ไปไหน” เธอไม่ได้มีเชื้อจีนสักหน่อย “ยังไม่รู้อีกเหรอ ก็ใส่เอาใจพี่ทะเลไง” นารีจิ๊ปากราวกับความไม่รู้หน้าซื่อตาใสของม่านไหมมันขัดใจเธอมาก ต้องให้
“น่าจะอยู่ที่บ้านครับ”“…”“ใช่ครับ ช่วงนี้นายหัวติดเมีย เดี๋ยวผมไปบอกให้ครับ” เต๋ากดวางสายจากคุณมาร์ตินเพื่อนสนิทของนายหัวที่โทร.มาถามเขาว่านายหัวไปไหน ทำไมถึงไม่อ่านแชตกลุ่มของเพื่อนเลย เดี๋ยวนี้ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็แทบไม่เห็นนายหัวจับโทรศัพท์ วันๆ เอาแต่จับอย่างอื่น…“ใครโทร.มา”“คุณมาร์ติน โทร.มาถามเรื่องนายหัวนี่แหละ” เต๋าตะโกนตอบใหญ่ที่กำลังเล่นเซปักตะกร้อกับวัยรุ่นชาวประมงหลายคน เขารีบหยิบเสื้อมาสวมพอดีกับที่ใหญ่เลิกเล่นและวิ่งมาหา“มึงอีไปไหน” (มึงจะไปไหน)“ไปบ้านนายหัว กูอีไปแลว่านายหัวทำไหร” (ไปบ้านนายหัว กูจะไปดูว่านายหัวทำอะไร)“กูไปกัน” (กูไปด้วย)สองหนุ่มโบกมือลาเพื่อนร่วมทีมพอเป็นพิธีก่อนจะรีบแยกย้ายออกมา เดี๋ยวนี้นายหัวไม่เรียกใช้พวกเขาแบบที่ตัวติดตามเงาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ละวันถ้าเสร็จจากเรื่องงานก็เอาแต่ขลุกอยู่กับเมียนั่นแหละ ช่วงข้าวใหม่ปลามันพวกเขาก็พอเข้าใจได้ ดีใจซะอีกที่ในที่สุดนายหัวไม่ต้องมูฟออนเป็นวงกลมอีกแล้ว เต๋าและใหญ่มาถึงบ้านหลังโตแต่มันเงียบเชียบมากเหมือนไม่มีใครอยู่ทั้งที่รถนายหัวก็จอดครบทุกคันและประตูบ้านก็เปิดอ้าซ่าด้วยซ้ำ “นายหัว”







