LOGINสิ่งที่เธอทำลงไปมันมีเหตุผล เมื่อหลายเดือนก่อนทะเลเกือบจะได้เข้ามาเป็นพี่เขยของเธอ เขากับพี่สาวของเธอรักกันมาก เรียกว่าหลงเลยก็ยังได้ คบกันแค่ไม่นานแต่พี่ทะเลคิดอยากแต่งงานกับพี่สาวของเธอแล้วด้วยซ้ำ แต่ความรักก็มักมีอุปสรรคที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ
วันดีคืนดีใครเล่าจะไปล่วงรู้ว่าพี่ ‘ชบา’ ผู้ใสซื่อ อ่อนหวานจะกลับกลายเป็นคนใจง่าย หนีตามฝรั่งตาน้ำข้าวที่มาพักโรงแรมบนเกาะกลับไปต่างประเทศกับเขาด้วย มันเป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่ทะเลเสียอกเสียใจจนไม่เป็นอันทำการทำงาน ร้อนถึงคุณลุงธนินท์พ่อของพี่ทะเลต้องคอยจัดการเรื่องงานให้อยู่พักหนึ่ง พอกลับมาตั้งสติได้ ก็ดูเหมือนพี่แกจะเข็ดหลาบกับเรื่องรักจนไม่ชายตาแลผู้หญิงคนไหนเลย แม่กับเธอยังคงเป็นห่วงพี่ทะเลอยู่เสมอแม้ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว ก็คอยมาดูแลเท่าที่จะทำได้ ซึ่งพี่ทะเลเองไม่โกรธเกลียดแม่และเธอแม้ว่าจะโดนพี่ชบาทำถึงขนาดนั้นก็ตาม เขาเป็นคนแยกแยะได้ ดาหลานับถือหัวใจเขาก็ตรงนี้ “งั้นฉันเอาของไปเก็บให้พี่ดีกว่า” ดาหลากำลังจะคว้าถุงข้าวของพวกนั้น ทว่าทะเลยกมือเบรกเธอเสียก่อน “ไม่ต้องๆ เดี๋ยวให้แม่บ้านมาจัดการเอง” “แม่บ้านเหรอจ๊ะ?” คำพูดของอีกฝ่ายทำเรียวคิ้วสวยย่นเข้าหากันนิดหนึ่งเพราะความสงสัย เขามีแม่บ้านตั้งแต่ตอนไหน ปากอิ่มทำท่าจะทักถามให้หายข้องใจ ในวินาทีนั้นเสียงจามก็ดังขึ้นด้านหลังเธอ ดาหลาหันไปมอง มองตั้งแต่หัวยันเท้า คนตรงหน้าเป็นผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดี ดีมากๆ เลยล่ะ ทั้งหุ่นเอย ผิวพรรณหน้าตาเอย รูปลักษณ์เหมือนลูกคุณหนูที่แต่งตัวเปรี้ยวจัดตามในละครมากกว่าจะมาเป็นแม่บ้านด้วยซ้ำ เธอไม่คิดว่าแม่บ้านของพี่ทะเลจะสวยเซ็กซี่ขนาดนี้… “มาพอดี ทำความรู้จักกันไว้ซะสิ” เขาผายมือเพื่อแนะนำอีกคนให้ดาหลารู้จัก “นี่ม่านไหม เธอเป็นแม่บ้านคนใหม่ของพี่ ส่วนนี่ดาหลา น้องที่รู้จักกับฉัน” ทะเลแนะนำให้เสร็จสรรพก่อนจะมองผู้หญิงตรงหน้าสองคนเริ่มทำความรู้จักกัน “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณดาหลา ม่านไหมนะคะ” “เอ่อ..ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก เรียกดาหลาเฉยๆ ก็ได้ เราน่าจะอายุเท่าๆ กัน” ดาหลาส่งยิ้มเป็นมารยาท ยื่นมือจับทักทายกับอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร “ต่อไปนี้ม่านไหมจะเข้ามาดูแลเรื่องความสะอาด รวมไปถึงอาหารการกินของพี่ ดาหลาก็ไม่ต้องซื้อกับข้าวมาให้พี่แล้วนะ พี่จะให้ม่านไหมเป็นคนดูแลเอง” ดาหลากลืนน้ำลายลงคอ พยายามยิ้มรับและพยักหน้าเพื่อบอกเขาว่าเธอเข้าใจ อาจไม่ชินเท่าไรนักเพราะตลอดเวลาหลายเดือนเธอคอยดูแลเรื่องพวกนี้ให้เขามาตลอด พอมีคนมาทำแทนก็เลยรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย “พรุ่งนี้ดาหลาว่างหรือเปล่า” “ว่างจ้ะ” เธอตอบอย่างกระตือรือร้น “งั้นดีเลย พี่มีเรื่องให้ดาหลาช่วยหน่อย พี่อยากให้ดาหลาพาม่านไหมไปตลาด ต่อไปเธอจะได้รู้เส้นทางแล้วไปเองได้ถูก” ดาหลาพยักหน้าเข้าใจ มองคนสวยข้างกายส่งยิ้มเป็นมิตร เรื่องแค่นี้เองไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงเลย หลังจากดาหลากลับไปแล้ว ทะเลก็เริ่มต้นคุยกับม่านไหมถึงหน้าที่ต่างๆ ที่เธอต้องทำให้เขา เหมือนตัวประกันรอค่าไถ่จากแม่ แต่เขาไม่ได้ใจร้ายใจดำถึงขั้นให้เธอทำงานฟรีๆ ยังคิดค่าตอบแทนตามที่เธอควรจะได้โดยให้เหตุผลว่าเขาไม่ชอบเอาเปรียบใคร ‘ที่ฉันต้องกักตัวเธอไว้ก็รอแม่เธอนั่นแหละเอาเงินมาคืน คืนเงิน คืนของให้ฉันครบเมื่อไรเธอก็ไสหัวไปได้ แต่ถ้าไม่ล่ะก็..ฉันค่อยเชือดเธอทิ้งทีหลัง’ เขาพูดไว้แบบนี้ ดูเหมือนจะดีแต่ประโยคสุดท้ายแอบขนลุกเบาๆ เมื่อเขาออกไปทำงาน ม่านไหมไม่ได้ถามว่าเขาทำงานอะไร ทำที่ไหน จะกลับกี่โมง เธอไม่ใช่เมียหมอนี่แม้ว่าในอนาคตต้องเป็นให้ได้ก็ตาม คิดแล้วขนลุก…โลกเหวี่ยงให้เจอแต่อะไรก็ไม่รู้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่หล่อหรือไม่ตรงสเปคเธอหรอกนะ เขาน่ะโคตรของโคตรหล่อเลยล่ะ แต่เป็นคนหล่อที่ปากหมา หน้าดุ มองเธอแต่ล่ะทีทำเอาหนาวสั่นยันไขกระดูก เพราะฉะนั้นต่อให้หล่อแค่ไหนก็ตาม เจออย่างนี้เข้าไปเธอหมดอารมณ์อ่อยไปเลย ตอนนี้กำลังพยายามทำใจให้ชิน ยิ่งปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานเท่าไรก็ต้องติดแหง็กที่นี่นานยิ่งขึ้น อีกอย่างปู่จะได้รับการรักษาช้าลงด้วย ตลอดทั้งวันม่านไหมใช้เวลากับการทำความสะอาดบ้าน เรื่องปัดกวาดเช็ดถูเป็นงานถนัดของเธออยู่แล้วจึงไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไร ตกเย็นออกไปกวาดใบไม้ในสวน เธอชอบบริเวณรอบบ้านมาก มันทั้งร่มรื่นและเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้สวยๆ เขียวขจีสีสดใส แสดงว่าหมอนี่ก็คงเป็นคนรักต้นไม้ใบหญ้าเหมือนกัน “ถามจริงนี่ชุดทำงานเหรอ” คนที่เดินมาจากทางด้านหลังไม่ให้ซุ่มให้เสียงกันก่อนทำม่านไหมตกใจ ง้างไม้กวาดทางมะพร้าวเตรียมฟาดให้สุดแรงเกิด พอเห็นเป็นเจ้าของบ้านจึงยั้งมือได้ทัน “ตกใจหมด!” “ขวัญอ่อน” เขาส่ายหน้าเบาๆ ยังติดใจเรื่องชุดของเธอ “เป็นใครก็ต้องขวัญอ่อน คุณเล่นโผล่มาเหมือนผีแบบนี้” ไม่ฟาดหัวแตกก็บุญเท่าไร “เอาไม้กวาดลงได้แล้ว จะตีหัวฉันรึไง” ก็อยากตีอยู่เหมือนกัน ม่านไหมได้แต่คิดในใจ ทะเลมองคนตัวเล็กค่อยๆ ลดไม้กวาดในมือลง หน้าตาเธอตอนตกใจดูตลกดี เหมือนตอนเขาแกล้งแหย่แมวเล่น ตาคมกวาดมองบริเวณรอบสวน ใบไม้ที่เคยหล่นเกลื่อนไม่มีอยู่อีกแล้ว เหลือเพียงดินทรายสีขาวยิ่งทำให้บ้านเขาดูสะอาดตา ม่านไหมทำเองทั้งหมดนี่คนเดียวคงเหนื่อยน่าดู เดี๋ยวก่อน..เขาจะนึกเห็นใจแม่นี่ทำไม ก็มันคือหน้าที่ที่เธอต้องทำ อีกอย่างคงไม่ได้หนักหนาอะไร ตอนเขามายังได้ยินเสียงเธอกวาดใบไม้ไปด้วย ฮัมเพลงไปด้วยอย่างอารมณ์ดี ผิดกับที่คิดเอาไว้ว่าคงเป็นผู้หญิงประเภทไม่ได้เรื่อง ทำอะไรไม่เป็น “กวาดขยะสะอาดดีนี่” เธอไหวไหล่ให้กับคำพูดกึ่งชมจากเขา “แล้วในบ้านเรียบร้อยหรือเปล่า เธอไม่ได้ทำข้าวของของฉันเสียหายใช่ไหม” เขายังไม่มั่นใจเท่าไรว่าเธอจะทำงานบ้านเป็นด้วย หน้าตาอย่างแม่นี่ดูเหมาะกับงานสบายๆ นั่งตากแอร์มากกว่าอีกมั้ง “เรียบร้อยสิ คุณสั่งให้ทำอะไรฉันก็ทำอย่างนั้นแหละ” “ก็ดี ฉันจะเข้าไปเช็กดูว่าเรียบร้อยจริงหรือเปล่า ถ้ามีฝุ่นสักนิดเดียวล่ะก็เธอโดนแน่” โดน? โดนอะไรยะ! หน้าตาอย่างเธอดูเหมือนคนทำงานบ้านไม่เป็นหรือไง ม่านไหมรีบเอาไม้กวาดไปเก็บแล้ววิ่งตามทะเลเข้าบ้าน มองดูเขาเช็กความเรียบร้อยตั้งแต่พื้นที่เงาวับแทบส่องแทนกระจกได้ โต๊ะทำงานไม่มีแม้แต่ไรฝุ่น จานชามเก็บล้างทุกใบ ความสะอาดเหมือนเสกได้มากจากความเนี๊ยบของเธอ ดูซิเขาจะเอาตรงไหนมาติได้อีก “ดีมาก ทำงานเรียบร้อยกว่าที่ฉันคิด” เขายอมรับเลยว่าต้องมองม่านไหมใหม่จริงๆ ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงที่ชอบแต่งหน้าแต่งตัวไปวันๆ แต่เรื่องงานบ้านกลับเป็นแม่ศรีเรือนดีทีเดียว “เธอทำอาหารเป็นหรือเปล่า” ถามแบบนี้อย่าบอกว่าจะให้เธอทำอาหารให้ด้วย คนตัวเล็กพยักหน้าช้าๆ เธอเคยทำงานในร้านอาหารมานักต่อนัก ตั้งแต่คนล้างจานยันผู้ช่วยกุ๊ก เรื่องทำอาหารเป็นอีกอย่างที่มั่นใจในฝีมือตัวเองว่าทำได้ดี “ดีเลย ฉันยังไม่ได้กินอะไรมาพอดี เธอทำกับข้าวให้ฉันกินหน่อย ทำเผื่อของตัวเองด้วยก็ได้นะ ฉันไม่ติดอะไรถ้าเราจะนั่งกินข้าวด้วยกัน” แต่เธอติด! ติดตรงที่เขาสั่งอยู่นั่นแหละ เขาไม่ใช่ผัวเธอสักหน่อยต้องมาคอยทำกับข้าวให้ ที่ผ่านมาอาหารการกินของหมอนี่อยู่ยังไงกันแน่นะ ได้ใจแล้วเอาใหญ่เลย มันน่าหงุดหงิดจริงๆ“ม่านไหมก็รู้ใช่ไหมบ้านพี่เป็นคนจีน เวลาพี่นั่งดูละครพร้อมพวกเขา ถ้ามีฉากไหนที่มีตัวละครเป็นเก้งเป็นกะเทย ไม่เตี่ยก็ม๊าจะทำหน้าอี๋ๆ เหมือนรังเกียจ ต่อให้ไม่พูดแต่พี่รู้สึกได้ว่าเขาแอนตี้คนที่เป็นแบบนี้ แล้วถ้าวันนึงเขารู้ว่าลูกชายเป็นคนแบบที่พวกเขาเกลียดล่ะ เขาจะรู้สึกยังไง จะรังเกียจพี่ไหม พี่ถึงไม่อยากให้ใครรู้เลยต้องแอ๊บ แมนอยู่อย่างนี้ไง” คล้ายว่าในดวงตาดำสนิทคู่นั้นแวววาวไปด้วยหยาดน้ำ “พี่ไม่อยากทำให้พวกท่านผิดหวัง ไม่อยากให้พวกท่านรู้แล้วเกิดความคิดที่ว่า คลอดพี่ออกมาเป็นผู้ชายดีๆ แต่ทำไมโตมาดันกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ ฮึก…พี่ พี่ไม่กล้าบอกใครหรอกครับ” ก้อนความเสียใจถาโถมกลางอกปกรณ์เหมือนคลื่นลูกใหญ่จนเขาร้องไห้ออกมา ม่านไหมแทบจะร้องไห้ตาม เธอรับรู้ถึงความอึดอัดท่วมท้นของปกรณ์ ต่อให้คนทั้งโลกยอมรับแต่คนในครอบครัวส่ายหน้ารังเกียจมันก็ไม่มีประโยชน์ “ไม่ร้องนะพี่ ไม่ต้องร้อง พี่เก่งที่สุดแล้ว แค่นี้ก็เก่งมากๆ แล้ว” ม่านไหมขยับตัวนั่งชิดปกรณ์ที่ยังคงร้องไห้ออกมา เธอวาดวงแขนกอดคอเขาไว้หลวมๆ พลางตบบ่าเบาๆ อย่างปลอบโยนและให้กำลังใจ กว่าปกรณ์จะหยุดร้องไห้ หมึกย่างก็เย็นชืดแถมยำว
ผับ TA สถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะสมุทรมันตรา แหล่งรวมเหล่าชาวต่างชาติไว้มากมาย แต่ล่ะคืนทำกำไรให้เกาะอย่างงาม แสงสีเสียงด้านในนั้นจัดเต็ม มีหลายโซนให้ลูกค้าเลือกบริการ อยากได้ระดับไหนขอแค่ควักเงินในกระเป๋าออกมา พนักงานของที่นี่จะบริการอย่างเต็มที่ “น้องม่านไหมโอเคกับโซนนี้ไหมครับ” “โอเคค่ะ คนเยอะดี แบบนี้แหละสนุก” ทั้งสองคนอยู่ในโซน ดริงค์แอนด์แดนซ์ เป็นโซนที่มีชาวต่างชาติและคนไทยปะปนกันไป มีแต่ผู้ชายงานดี โดยเฉพาะฝรั่งผมบลอนด์ตาฟ้าที่หุ่นของแต่ละคนนั้นยั่วสายตาเป็นอย่างมาก ปกรณ์สั่งเครื่องดื่มอุ่นเครื่องก่อนเล็กน้อย ทั้งที่ม่านไหมเป็นคนชวนเที่ยวแต่เขาคิดไว้ในใจแล้วว่าเช็กบิลเมื่อไรเขาจะเป็นคนเลี้ยงเธอเอง ทั้งสองดื่มกันเรื่อยๆ มีโยกตัวตามจังหวะเพลงบ้าง ม่านไหมนั้นคอแข็งพอสมควร ส่วนปกรณ์เริ่มมึนเล็กน้อย “น้องม่านไหมกลับได้ไม่เกินกี่ทุ่มครับ” “กลับตอนไหนก็ได้ค่ะ จริงๆ ก็แอบหนีออกมา” ม่านไหมจุ๊ปากเบาๆ ราวกับกลัวใครได้ยิน “หนีออกมาแบบนี้ถ้านายหัวรู้เข้าไม่แย่เหรอครับ” “ก็อย่าให้เขารู้สิคะ พี่ปกรณ์รู้ไหมเขาน่ะทั้งเจ้าอารมณ์ ขี้บ่น ขี้โมโห ปากร้าย โอ๊ย! ข้อเสียเยอะไป
ความสนิทของม่านไหมและปกรณ์เพิ่มขึ้นทุกวัน เธอและอีกฝ่ายชอบอะไรที่คล้ายคลึงกัน คุยด้วยแล้วไม่เบื่อ ปกรณ์เป็นให้ได้ทั้งเพื่อนและพี่ชาย เขาแสนดีมากจนม่านไหมยกให้เป็นอีกคนที่ไว้ใจ “หน้าบึ้งแบบนี้โดนนายหัวดุมาอีกแล้วใช่ไหมครับ” ปกรณ์ทักทายม่านไหมซึ่งหน้าม่อยหลังเดินกลับจากส่งปิ่นโตให้นายหัวทะเล ม่านไหมพยักหน้าช้าๆ ด้วยสีหน้าเซ็งสุดกำลัง “คราวนี้โดนดุเรื่องอะไรอีกล่ะ” “ก็เรื่องเดิมๆ ค่ะ พูดแล้วหงุดหงิด” เขาหาเรื่องดุเธอได้ตลอดนั่นแหละ ตั้งแต่วันที่มาส่งปิ่นโตครั้งนั้นก็ดูราวกับว่าทะเลทำตัวห่างเหินกับเธอไปเลย เขาทั้งเย็นชา ใจร้าย และชอบดุเธอแรงๆ จนหลายครั้งม่านไหมน้ำตาจุกอก เพราะสาเหตุนี้ทำให้เธอไม่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้ง่ายๆ เหมือนครั้งก่อน แค่จะมองหน้ากันเขายังไม่มอง อีกอย่างตอนนี้ก็ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกที เธอขอเวลาช่วงเทศกาลตรงนี้เพื่อจะลาหยุดกลับบ้าน อยากไปตามหาปู่ที่จนแล้วจนรอดก็ไม่รู้ว่าท่านย้ายตัวไปรักษาโรงพยาบาลแห่งไหน แต่เขาใจร้ายมาก…ใจร้ายจริงๆ เขาไม่ยอมให้เธอได้ออกไปจากเกาะ คอยให้สองลูกน้องอย่างพี่เต๋าพี่ใหญ่จับตาดูไว้ตลอด ‘ไม่ได้! ฉันไม่อนุญาต ไม่ต้องหาข้ออ้างอะไรทั้งนั
“อีกแล้วเหรอ…” ใบหน้าคมเข้มแสดงความเหนื่อยล้าออกมาเมื่อสายเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนหรูของเขาดังขึ้นอีกแล้ว หากแต่คราวนี้ไม่ใช่ใครอื่นใดแต่เป็นเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง ไอ้หมอหมา ‘มาร์คัส อนันตวรากุล’ สัตว์แพทย์หนุ่มชื่อดัง “มึงโดนตัวไหนมาเนี่ยถึงโทร.มาหากูได้” เพื่อนเขาคนนี้เป็นพวกโลกส่วนตัวสูง และหากไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ ก็ฝันไปเถอะว่ามันจะโทรหาเพื่อนฝูง (กูแค่จะโทร.ถามมึงว่าเคาท์ดาวน์ปีนี้ตกลงยังไง พวกไอ้พายัพบอกมึงไว้แล้วใช่ไหมว่าเราจะไปเคาท์ดาวน์กันที่นั่น) “อืม มันโทร.บอกกูแล้วว่าอยากได้แบบไหน มึงโทร.มาหากูเองแบบนี้จะพาน้องจริงใจมาเคาท์ดาวน์ที่นี่ด้วยเหรอวะ” น้องจริงใจคือแฟนสาวตัวเล็กน่ารักของมาร์คัส เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทะลายกำแพงน้ำแข็งในใจมันได้ จากคนที่แทบจะไม่สนใจผู้หญิงคนไหนก็มีแค่น้องจริงใจนี่แหละที่ทำให้มันเกิดอาการว้าวุ่นตลอด (อือ กูจะพาจริงใจไปเคาท์ดาวน์ที่นั่นด้วย มึงจัดให้อลังการหน่อย กูอยากให้แฟนกูประทับใจ) “แหมมม~ หมั่นไส้พวกคนคลั่งรักว่ะ เออๆ กูจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้มึงเลย” ทะเลและมาร์คัสคุยต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายไป ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาข้าวเที่ยงของเข
เช้าของวันรุ่งขึ้น ม่านไหมชงกาแฟเตรียมไว้ให้ทะเลกินเป็นมือเช้าคู่กับข้าวเหนียวหน้ากุ้งและข้าวเหนียวหน้าสังขยาที่ดาหลาซื้อมาฝากตั้งแต่ไก่โห่ แต่เจ้าตัวกินไปแค่นิดเดียวก่อนจะหันมาออกคำสั่งกับเธอ “เดี๋ยวออกไปข้างนอกกับฉันหน่อย” “ไปไม่ได้” “ทำไมจะไปไม่ได้” เสียงเขาเข้มขึ้นอย่างคนโดนขัดใจ “ฉันมีนัดแล้ว” “นัดกับใคร” เขาเล่นซักถามละเอียด ดาหลานั่งทานโจ๊กเงียบๆ แต่สองหูคอยฟังและสองตาก็คอยมองตลอดเช่นกัน “พี่ปกรณ์ เราจะไปกินติ่มซำร้านเปิดใหม่กัน” คำตอบของอีกฝ่ายทำเขาหงุดหงิด ก็นี่แหละที่เขาจะชวนเธอไปด้วย อุตส่าห์ไม่กินข้าวเหนียวหน้ากุ้งของชอบที่ดาหลาซื้อมาฝากเพราะตั้งใจจะชวนเธอไปกินติ่มซำด้วยกัน แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะโดนปกรณ์ปาดหน้าเสียก่อน “งั้นฉันไปด้วย” “ห๊ะ?” “งงอะไร ก็บอกจะไปด้วย ฉันยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยนะ” แต่ปกติเขาก็ไม่ทานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ วันนี้คึกบ้าอะไรขึ้นมาถึงอยากไปด้วยกัน “แล้วที่ชวนฉันไปด้วยกันเมื่อกี้ คุณไม่ไปแล้วเหรอ” “ไว้วันหลัง” จะให้เขาบอกได้ไงว่าจริงๆ แล้วก็ชวนไปที่เดียวกันกับที่ปกรณ์ชวนเธอนั่นแหละ เขาไม่มีวันพูดหรอก “ดาหลาจะไปด้วยกันมั้ย” “อื้ม
ทะเลไม่ได้ชอบแมวก็จริง แต่เมื่อเท้าเหยียบย่างถึงเกาะ สิ่งแรกที่เขาทำคือพาเจ้าเหมียวส้มที่ม่านไหมตั้งชื่อให้ว่า ‘แซลมอน’ ไปพบคุณหมอยังคลินิกรักษาดูแลสัตว์ หมอได้ทำการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนเข็มแรก ถ่ายพยาธิ เจ้าแซลมอนได้สมุดนัดเป็นของตัวเอง ในสมุดระบุวันเวลาที่ต้องมาฉีดวัคซีนรอบสอง จากนั้นทะเลก็ยังซื้ออาหารแมวชั้นดีเกรดนำเข้าที่แพงที่สุดในร้านโดยให้เหตุผลกับม่านไหมที่มองอย่างอึ้งๆ ว่า… ‘ไหนๆ จะเลี้ยงมันแล้วก็ให้มันกินอาหารยี่ห้อดีๆ ไปเลย จะได้ไม่มีปัญหาสุขภาพตามมาทีหลัง หมอเขาก็แนะนำอยู่ เธอจะทำหน้าอึ้งทำไม’ ก็อึ้งตรงที่เขาใส่ใจขนาดนี้นี่แหละ เขาไม่ชอบแมวจริงๆ หรือชอบแต่ไม่รู้ตัวเองกันแน่ ซึ่งไม่ใช่แค่ซื้ออาหารดีๆ ให้เท่านั้น เขายังซื้อของใช้อื่นๆ อย่างเบาะนอน ที่ลับเล็บแมว ชามข้าว ชามน้ำ กระบะทราย ของใช้ที่จำเป็นอีกหลายอย่าง ‘ยังขาดอะไรอีกบ้างนะ ซื้อแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ขาดเหลืออะไรก็ค่อยสั่งมา’ เป๊ะยิ่งกว่าคนที่อยากเลี้ยงแบบเธอเสียอีก ทะเลให้เจ้าแซลมอนครองห้องว่างๆ ห้องหนึ่งที่เคยใช้เก็บของซึ่งก่อนกลับมาถึงเกาะเขาให้คนเข้ามาทำความสะอาดและย้ายของที่ไม่จำเป็นเอาไปทิ้งหมดแล้ว




![นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


