LOGINม่านไหมไม่ได้มีเวลางุนงงนาน เธอถูกสั่งให้พาตัวกลับไปที่บ้านของเขาหรือที่ทุกคนพร้อมใจเรียกกันว่านายหัวทะเล เขาให้ลูกน้องคนหนึ่งพาเธอมา คล้ายว่าเขาจะมีมือซ้ายมือขวาเป็นลูกน้องคนสำคัญคอยตามไปด้วยทุกที่อะไรประมาณนี้เพราะเธอมักจะเห็นพี่ๆ ทั้งสองคนตลอดเลย
ม่านไหมถูกพาตัวมาอยู่ในห้องเดิม สภาพของเธอยังนุ่งผ้าถุงกระโจมอกคลุมทับด้วยผ้าขนหนูห่อตัวมิดชิด แต่ผมเผ้าเปียกชื้นจากการสระผม และมันก็กระเซิงเพราะวิ่งหนีจากไอ้พวกบ้านั่นด้วย “ทำไมพี่ไม่เห็นบอกฉันล่ะว่าไอ้..” ม่านไหมเกือบหลุดปากเรียกเขาว่า ‘ไอ้บ้านั่น’ แต่ก็หยุดตัวเองได้ทัน “ว่าคุณทะเลเจ้าของเกาะนี้จริงๆ แล้วคือเจ้านายพี่” “ก็คุณไม่ได้ถามนี่ครับ คุณเข้าใจผิดไปเองว่านายหัวเป็นลูกชายเจ้าของเกาะ” เธอต้องเข้าใจผิดแน่นอนอยู่แล้วเพราะไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเขามาก่อนน่ะสิ “ตอนฉันถามถึงเจ้าของเกาะ พี่ก็น่าบอกกันบ้างสิว่าที่จริงแล้วเขาคือเจ้านายพี่ ฉันก็คิดว่าจะเป็นคนมีอายุกว่านี้” ภาพวาดในหัวถึงชูก้าร์แด๊ดดี้ พ่อน้ำตาลหวานของม่านไหมมลายหายในอากาศเหมือนฟองสบู่ที่ถูกเจาะแตกดังโพละ! “ปล่อยให้เข้าใจผิดมันน่าสนุกดีนี่ครับ” ดูพี่เขาตอบกลับมาเถอะ ตั้งใจกวนกันชัดๆ เลย มิน่าล่ะตอนนั้นถึงเอาแต่มองหน้ากันแล้วก็ยังยิ้มแปลกๆ อีก ที่แท้ก็สนุกที่เห็นว่าเธอเข้าใจผิด ระหว่างกำลังปวดหัวจี๊ดๆ อยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกเหวี่ยงเปิดเข้ามาอย่างแรงทำเอาม่านไหมสะดุ้ง ตากลมสวยสบมองผู้มาใหม่ หน้าตาเขาไม่สบอารมณ์เอามากๆ ราวกับโดนใครเหยียบเท้าเข้าเต็มแรง “ขอโทษครับนายหัว ผมแค่คุยกับคุณเขานิดหน่อยครับ ไม่ได้มีอะไรเกินเลยจริงๆ” ลูกน้องของเขาถึงกับก้มหัวตัวงดเมื่อสายตาทรงอำนาจแฝงความดุดันตวัดมอง รีบขยับไปยืนด้านหลังเจ้านายทั้งที่เมื่อครู่ยังยืนคุยกับเธอตรงปลายเตียง “กูยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ” ทะเลเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาไม่ได้ลดทอนความน่ากลัวให้น้อยลงเลย แค่ลูกน้องคุยกับแม่นี่สองต่อสองในห้องนอน แถมแม่นี่ยังอยู่ในสภาพนุ่งผ้าถุงผืนเดียวอวดเรียวขาขาวจั๊วะ แค่นี้เขาจะไม่พอใจอะไร ที่หน้ามันตึงเพราะเดินมาตั้งไกลแล้วมันเหนื่อยต่างหาก “ต่อไปนี้เธอย้ายมาอยู่ที่นี่ซะ ฉันคิดผิดจริงๆ ที่ให้เธออยู่ที่นั่น วุ่นวายฉิบหายเลย” “เอ้า คุณจะมาบ่นฉันแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันอยู่ของฉันดีๆ แต่ไอ้บ้าสามคนนั้นมันจะทำมิดีมิร้ายฉันเอง เหยื่อผิดด้วยเหรอ..” ม่านไหมลืมตัวยืนเท้าสะเอวถาม ท่าทางเอาเรื่องไม่น้อยเหมือนกัน “ยังไม่ได้พูดเลยนะว่ามันวุ่นวายเพราะเธอ ร้อนตัวจริงๆ” ก็เขาพูดใส่อารมณ์ก่อน เป็นใครก็ต้องคิดไหมล่ะว่าโดนเขาด่าอยู่ “จะให้อยู่ข้างนอก อยู่ที่ไหนก็คงไม่ปลอดภัยหรอก คนอย่างเธอน่ะ” “คนอย่างฉันมันทำไม” ก็สวยเกินไปน่ะสิวะ ไม่รู้หรือไงว่าความสวยแถมยังอวบอึ๋มขาวจั๊วะมันล่อเสือล่อตะเข้เข้ามาทั้งนั้น มันเป็นสิ่งที่ทะเลอยากพูดกับคนตัวเล็กมาก แต่เรื่องอะไรเขาต้องชมยายซื่อบื้อว่าสวยด้วย “คนอย่างเธอมันน่ารำคาญน่ะสิ แล้วก็ชอบสร้างแต่ความรำคาญ ขนาดมาอยู่ที่ได้แค่สองวันก็ทำฉันปวดหัวไปหมด ต้องเอาไว้ใกล้ตัวนี่แหละจัดการง่ายดี” ดื้อเมื่อไรพ่อจะจับสั่งสอนซะให้เข็ด ม่านไหมถลึงตาใส่เขา กำลังจะเถียงกลับไปว่าเธอไม่อยากอยู่ที่นี่โดยเกือบลืมไปว่าก็เขานี่ไงล่ะ นายหัวทะเลคนที่เธอต้องเข้าหา ต้องอ่อยให้หนักๆ แล้วเผด็จศึกจับทำสามี เมื่อคิดได้ถึงตรงนี้ ม่านไหมเหมือนจะลมจับให้ได้ ทำไมนะทำไม! โชคชะตาต้องเล่นตลกกับเธอด้วย แทนที่เจ้าของเกาะจะเป็นชายหนุ่มผู้แสนดี ปากหวาน แต่ดั๊นนน! กลับกลายมาเป็นหมอนี่แทน เขาตรงหมดเลยนะ ตรงกันข้ามน่ะ! “ก็ได้ ฉันอยู่ที่นี่ก็ได้” ตัดปัญหาให้มันจบๆ แต่ก็ทำทีเป็นฮึดฮัดเล็กน้อยให้เขาคิดว่าเธอไม่ได้อยากอยู่ “ดี คุยรู้เรื่องแบบนี้ค่อยโอเคหน่อย” ปากบอกดีแต่หน้าตาดูสวนทางมาก “ไปอาบน้ำอาบท่าใหม่ด้วย สภาพเธอตอนนี้ต่อให้ไม่โดนพวกมันรุมโทรมก็ดูเหมือน” ปากหมา! ก็เพราะเธอพยายามขัดขืนหนีเอาตัวรอดไงล่ะถึงได้กระเซอะกระเซิงแบบนี้ ม่านไหมแสดงใบหน้าบึ้งตึงออกมาอย่างไม่พยายามปกปิดอาการโกรธขึ้งของตัวเอง ทว่าพอเขาจะออกไป เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ “เดี๋ยว! คุณจัดการคนของคุณหรือเปล่า พวกเขาทำผิดนะ หวังว่าคุณคงไม่ยกโทษแล้วปล่อยไปเฉยๆ เพราะคนโดนแบบฉันไม่ยอมจบง่ายๆ แน่” “ฉันไม่ได้ไร้มนุษยธรรมขนาดนั้น ใครผิดก็ว่าไปตามผิดต่อให้เป็นคนของตัวเองก็ต้องมีบทลงโทษ เธอสบายใจเถอะ..ฉันไม่ลำเอียง” ก็ดี.. “แล้วคุณลงโทษอะไรพวกเขา”ครั้นคำถามนี้ถูกเอ่ยออกไป เขาไหวไหล่ มุมปากแย้มยิ้มนิดๆ แต่ก็ดูเป็นยิ้มที่น่ากลัวแปลกๆ “เธอไม่อยากรู้หรอก” ม่านไหมอาบน้ำอาบท่าเสร็จก็กินเวลาไปจนดึกดื่น อีกอย่างยังไม่ง่วงนอน จะข่มตาหลับความคิดมากก็ทำให้ฟุ้งซ่าน ตั้งแต่เธอมาที่นี่ยังหาทางติดต่อแม่ไม่ได้เลย นั่นทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าอาการของปู่เป็นยังไงแล้วบ้าง คนที่ม่านไหมห่วงที่สุดก็คือคนนี้ เธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าแม่จะทิ้งปู่ไป ไม่ดูแลตามที่ให้สัญญา เพราะขนาดเธอเป็นลูกแท้ๆ ในไส้ แม่ยังทำกันได้ลงคอ ม่านไหมจึงต้องหาทางติดต่อไปทางฝั่งย่าเลี้ยงเพื่อบอกทางนั้นให้ช่วยหาเวลาไปดูปู่ให้หน่อย แต่ก็ติดต่อได้ยากพอๆ กับแม่ จนป่านนี้ยังไร้วี่แววตอบกลับ ทำได้แค่รอข้อความอย่างใจจดใจจ่อ “หนูขอให้ปู่ไม่เป็นอะไรนะคะ หนูสัญญาจะรีบหาเงินกลับไปรักษาปู่ให้เร็วที่สุด” มองรูปในจอมือถือที่เคยถ่ายคู่กับปู่สมัยวัยเด็ก ม่านไหมยังคงมีหวังเสมอว่าสักวันปู่จะกลับมาแข็งแรงและส่งยิ้มให้เธอได้อย่างในรูปนี้อีกครั้ง เช้าวันรุ่งขึ้น ประตูห้องนอนโดนเคาะจากคนด้านนอกอย่างแรง ม่านไหมสะดุ้งตื่นจากภวังค์ มือขยี้ตา ปากอ้าหาวระบายความง่วงที่ทำให้อยากนอนต่อ แกร๊ก! “นอนกินบ้านกินเมืองสบายขนาดนี้ลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอไม่ใช่เมียเจ้าของบ้านนะ” ก็เหมือนเคย คนที่ยืนปากฉอดๆ ใส่เธอจะเป็นใครไปอีกถ้าไม่ใช่หมอนี่ “ขอโทษค่ะ เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย” “ถ้ารู้ตัวว่านอนดึกแล้วจะตื่นสายขนาดนี้ คราวหน้าก็หัดนอนให้มันเร็วๆ บ้าง ฉันให้เธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะแม่บ้านไม่ใช่แขกคนอาศัย อย่ามาทำตัวสบายให้ฉันต้องปลุกทุกวัน” ทะเลขึงตาดุดันมองคนตัวเล็กที่ยังง่วงซึมราวกับเดินละเมอมาเปิดประตูให้เขาด่า “รู้แล้วค่า บ่นเป็นตาแก่ไปได้” เธอเปิดปากหาวอีกรอบ เขายังไม่ทันจะสวนกลับ เธอปิดประตูใส่หน้าเขาดังปัง เหลือเชื่อจริงๆ เลยยายคนนี้ ไม่รู้ว่ากว่าแม่เธอจะหาเงินมาคืนเขาครบทุกบาททุกสตางค์ เขาจะต้องปวดหัวไปอีกนานแค่ไหน จริงๆ จำนวนเงินที่แม่ของม่านไหมและสามีขโมยไปมันก็ถือว่าเยอะพอสมควร แต่เขาไม่ได้เจ็บแค้นกับจำนวนเงินหรอก เขาโมโหตรงที่แม่ของยายนี่ดันเอาสร้อยคอไปด้วย มันเป็นสร้อยแม่เขา เป็นสิ่งมีค่าที่สุดที่แม่ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า เปรียบเสมือนตัวแทนของท่าน เขาสวมสร้อยเส้นนั้นแทบไม่เคยถอด แต่พอถอดก็ดันมาโดนขโมยถึงได้เจ็บใจจนถึงตอนนี้ ก่อนจะออกไปดูงานที่โรงแรมก็ต้องคุยรายละเอียดการทำงานบ้านให้คนตัวเล็กเข้าใจ ทะเลนั่งจิบกาแฟดูข่าวผ่านจอไอแพดเครื่องใหญ่รอแม่ตัวดีโผล่หน้ามา ทว่าผ่านไปเกือบสิบนาที คนที่โผล่เข้ามาดันไม่ใช่เธอ “ฉันเพิ่งกลับจากตลาด ซื้อของสดของแห้งติดมือมาให้พี่ด้วย ไม่รู้ว่าขาดอะไรไปบ้าง พี่ลองเช็กดูนะ” หญิงสาวตัวเล็กผิวน้ำผึ้ง หน้าหวานตาคมสมกับเป็นสาวใต้แห่งภาคพื้นทะเลชื่อ ‘ดาหลา’ ส่งยิ้มหวานจับใจพร้อมหอบข้าวของพะรุงพะรังที่มีทั้งเนื้อสด กุ้งหอยปูปลา สารพัดผักและขนมอีกหลายอย่างวางบนโต๊ะตรงหน้าเจ้าของบ้าน “ขอบใจนะดาหลา เดี๋ยวพี่โอนให้เหมือนเดิมนะ” ทะเลยิ้มรับในความมีน้ำใจของเธอ อีกคนเคยบอกปฏิเสธไม่อยากได้เงินจากเขาหลายครั้งหลายครา แต่ข้าวของพวกนี้มันก็ไม่ได้ถูกๆ แถมดาหลายังซื้อมาเสียเยอะแยะ เขาก็ยัดเยียดเงินให้เธอทุกครั้งแถมยังให้เกินด้วยซ้ำ จนเดี๋ยวนี้ดาหลาขี้คร้านจะเถียงด้วยแล้ว “พี่หิวไหม กินข้าวเช้ายัง ถ้ายังเดี๋ยวฉันเข้าครัวทำให้” “ไม่เป็นไร พี่กินกาแฟแล้ว ยังไม่หิว” เขาชูถ้วยกาแฟที่ว่าให้เธอดู ดาหลาพยักหน้าน้อยๆ มองดูคนตัวสูงจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ เธอไม่ได้เป็นแม่บ้านของที่นี่แต่อย่างใด เอาจริงๆ ไม่ได้เป็นอะไรกับทะเลด้วยซ้ำ แต่ที่คอยมาดูแลจัดการทั้งเรื่องอาหารการกิน ซื้อของเข้าบ้าน ช่วยทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่เขาอนุญาตให้ทำมันก็ล้วนแล้วแต่เป็นความสมัครใจของเธอเอง“ม่านไหมก็รู้ใช่ไหมบ้านพี่เป็นคนจีน เวลาพี่นั่งดูละครพร้อมพวกเขา ถ้ามีฉากไหนที่มีตัวละครเป็นเก้งเป็นกะเทย ไม่เตี่ยก็ม๊าจะทำหน้าอี๋ๆ เหมือนรังเกียจ ต่อให้ไม่พูดแต่พี่รู้สึกได้ว่าเขาแอนตี้คนที่เป็นแบบนี้ แล้วถ้าวันนึงเขารู้ว่าลูกชายเป็นคนแบบที่พวกเขาเกลียดล่ะ เขาจะรู้สึกยังไง จะรังเกียจพี่ไหม พี่ถึงไม่อยากให้ใครรู้เลยต้องแอ๊บ แมนอยู่อย่างนี้ไง” คล้ายว่าในดวงตาดำสนิทคู่นั้นแวววาวไปด้วยหยาดน้ำ “พี่ไม่อยากทำให้พวกท่านผิดหวัง ไม่อยากให้พวกท่านรู้แล้วเกิดความคิดที่ว่า คลอดพี่ออกมาเป็นผู้ชายดีๆ แต่ทำไมโตมาดันกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ ฮึก…พี่ พี่ไม่กล้าบอกใครหรอกครับ” ก้อนความเสียใจถาโถมกลางอกปกรณ์เหมือนคลื่นลูกใหญ่จนเขาร้องไห้ออกมา ม่านไหมแทบจะร้องไห้ตาม เธอรับรู้ถึงความอึดอัดท่วมท้นของปกรณ์ ต่อให้คนทั้งโลกยอมรับแต่คนในครอบครัวส่ายหน้ารังเกียจมันก็ไม่มีประโยชน์ “ไม่ร้องนะพี่ ไม่ต้องร้อง พี่เก่งที่สุดแล้ว แค่นี้ก็เก่งมากๆ แล้ว” ม่านไหมขยับตัวนั่งชิดปกรณ์ที่ยังคงร้องไห้ออกมา เธอวาดวงแขนกอดคอเขาไว้หลวมๆ พลางตบบ่าเบาๆ อย่างปลอบโยนและให้กำลังใจ กว่าปกรณ์จะหยุดร้องไห้ หมึกย่างก็เย็นชืดแถมยำว
ผับ TA สถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะสมุทรมันตรา แหล่งรวมเหล่าชาวต่างชาติไว้มากมาย แต่ล่ะคืนทำกำไรให้เกาะอย่างงาม แสงสีเสียงด้านในนั้นจัดเต็ม มีหลายโซนให้ลูกค้าเลือกบริการ อยากได้ระดับไหนขอแค่ควักเงินในกระเป๋าออกมา พนักงานของที่นี่จะบริการอย่างเต็มที่ “น้องม่านไหมโอเคกับโซนนี้ไหมครับ” “โอเคค่ะ คนเยอะดี แบบนี้แหละสนุก” ทั้งสองคนอยู่ในโซน ดริงค์แอนด์แดนซ์ เป็นโซนที่มีชาวต่างชาติและคนไทยปะปนกันไป มีแต่ผู้ชายงานดี โดยเฉพาะฝรั่งผมบลอนด์ตาฟ้าที่หุ่นของแต่ละคนนั้นยั่วสายตาเป็นอย่างมาก ปกรณ์สั่งเครื่องดื่มอุ่นเครื่องก่อนเล็กน้อย ทั้งที่ม่านไหมเป็นคนชวนเที่ยวแต่เขาคิดไว้ในใจแล้วว่าเช็กบิลเมื่อไรเขาจะเป็นคนเลี้ยงเธอเอง ทั้งสองดื่มกันเรื่อยๆ มีโยกตัวตามจังหวะเพลงบ้าง ม่านไหมนั้นคอแข็งพอสมควร ส่วนปกรณ์เริ่มมึนเล็กน้อย “น้องม่านไหมกลับได้ไม่เกินกี่ทุ่มครับ” “กลับตอนไหนก็ได้ค่ะ จริงๆ ก็แอบหนีออกมา” ม่านไหมจุ๊ปากเบาๆ ราวกับกลัวใครได้ยิน “หนีออกมาแบบนี้ถ้านายหัวรู้เข้าไม่แย่เหรอครับ” “ก็อย่าให้เขารู้สิคะ พี่ปกรณ์รู้ไหมเขาน่ะทั้งเจ้าอารมณ์ ขี้บ่น ขี้โมโห ปากร้าย โอ๊ย! ข้อเสียเยอะไป
ความสนิทของม่านไหมและปกรณ์เพิ่มขึ้นทุกวัน เธอและอีกฝ่ายชอบอะไรที่คล้ายคลึงกัน คุยด้วยแล้วไม่เบื่อ ปกรณ์เป็นให้ได้ทั้งเพื่อนและพี่ชาย เขาแสนดีมากจนม่านไหมยกให้เป็นอีกคนที่ไว้ใจ “หน้าบึ้งแบบนี้โดนนายหัวดุมาอีกแล้วใช่ไหมครับ” ปกรณ์ทักทายม่านไหมซึ่งหน้าม่อยหลังเดินกลับจากส่งปิ่นโตให้นายหัวทะเล ม่านไหมพยักหน้าช้าๆ ด้วยสีหน้าเซ็งสุดกำลัง “คราวนี้โดนดุเรื่องอะไรอีกล่ะ” “ก็เรื่องเดิมๆ ค่ะ พูดแล้วหงุดหงิด” เขาหาเรื่องดุเธอได้ตลอดนั่นแหละ ตั้งแต่วันที่มาส่งปิ่นโตครั้งนั้นก็ดูราวกับว่าทะเลทำตัวห่างเหินกับเธอไปเลย เขาทั้งเย็นชา ใจร้าย และชอบดุเธอแรงๆ จนหลายครั้งม่านไหมน้ำตาจุกอก เพราะสาเหตุนี้ทำให้เธอไม่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้ง่ายๆ เหมือนครั้งก่อน แค่จะมองหน้ากันเขายังไม่มอง อีกอย่างตอนนี้ก็ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกที เธอขอเวลาช่วงเทศกาลตรงนี้เพื่อจะลาหยุดกลับบ้าน อยากไปตามหาปู่ที่จนแล้วจนรอดก็ไม่รู้ว่าท่านย้ายตัวไปรักษาโรงพยาบาลแห่งไหน แต่เขาใจร้ายมาก…ใจร้ายจริงๆ เขาไม่ยอมให้เธอได้ออกไปจากเกาะ คอยให้สองลูกน้องอย่างพี่เต๋าพี่ใหญ่จับตาดูไว้ตลอด ‘ไม่ได้! ฉันไม่อนุญาต ไม่ต้องหาข้ออ้างอะไรทั้งนั
“อีกแล้วเหรอ…” ใบหน้าคมเข้มแสดงความเหนื่อยล้าออกมาเมื่อสายเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนหรูของเขาดังขึ้นอีกแล้ว หากแต่คราวนี้ไม่ใช่ใครอื่นใดแต่เป็นเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง ไอ้หมอหมา ‘มาร์คัส อนันตวรากุล’ สัตว์แพทย์หนุ่มชื่อดัง “มึงโดนตัวไหนมาเนี่ยถึงโทร.มาหากูได้” เพื่อนเขาคนนี้เป็นพวกโลกส่วนตัวสูง และหากไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ ก็ฝันไปเถอะว่ามันจะโทรหาเพื่อนฝูง (กูแค่จะโทร.ถามมึงว่าเคาท์ดาวน์ปีนี้ตกลงยังไง พวกไอ้พายัพบอกมึงไว้แล้วใช่ไหมว่าเราจะไปเคาท์ดาวน์กันที่นั่น) “อืม มันโทร.บอกกูแล้วว่าอยากได้แบบไหน มึงโทร.มาหากูเองแบบนี้จะพาน้องจริงใจมาเคาท์ดาวน์ที่นี่ด้วยเหรอวะ” น้องจริงใจคือแฟนสาวตัวเล็กน่ารักของมาร์คัส เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทะลายกำแพงน้ำแข็งในใจมันได้ จากคนที่แทบจะไม่สนใจผู้หญิงคนไหนก็มีแค่น้องจริงใจนี่แหละที่ทำให้มันเกิดอาการว้าวุ่นตลอด (อือ กูจะพาจริงใจไปเคาท์ดาวน์ที่นั่นด้วย มึงจัดให้อลังการหน่อย กูอยากให้แฟนกูประทับใจ) “แหมมม~ หมั่นไส้พวกคนคลั่งรักว่ะ เออๆ กูจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้มึงเลย” ทะเลและมาร์คัสคุยต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายไป ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาข้าวเที่ยงของเข
เช้าของวันรุ่งขึ้น ม่านไหมชงกาแฟเตรียมไว้ให้ทะเลกินเป็นมือเช้าคู่กับข้าวเหนียวหน้ากุ้งและข้าวเหนียวหน้าสังขยาที่ดาหลาซื้อมาฝากตั้งแต่ไก่โห่ แต่เจ้าตัวกินไปแค่นิดเดียวก่อนจะหันมาออกคำสั่งกับเธอ “เดี๋ยวออกไปข้างนอกกับฉันหน่อย” “ไปไม่ได้” “ทำไมจะไปไม่ได้” เสียงเขาเข้มขึ้นอย่างคนโดนขัดใจ “ฉันมีนัดแล้ว” “นัดกับใคร” เขาเล่นซักถามละเอียด ดาหลานั่งทานโจ๊กเงียบๆ แต่สองหูคอยฟังและสองตาก็คอยมองตลอดเช่นกัน “พี่ปกรณ์ เราจะไปกินติ่มซำร้านเปิดใหม่กัน” คำตอบของอีกฝ่ายทำเขาหงุดหงิด ก็นี่แหละที่เขาจะชวนเธอไปด้วย อุตส่าห์ไม่กินข้าวเหนียวหน้ากุ้งของชอบที่ดาหลาซื้อมาฝากเพราะตั้งใจจะชวนเธอไปกินติ่มซำด้วยกัน แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะโดนปกรณ์ปาดหน้าเสียก่อน “งั้นฉันไปด้วย” “ห๊ะ?” “งงอะไร ก็บอกจะไปด้วย ฉันยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยนะ” แต่ปกติเขาก็ไม่ทานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ วันนี้คึกบ้าอะไรขึ้นมาถึงอยากไปด้วยกัน “แล้วที่ชวนฉันไปด้วยกันเมื่อกี้ คุณไม่ไปแล้วเหรอ” “ไว้วันหลัง” จะให้เขาบอกได้ไงว่าจริงๆ แล้วก็ชวนไปที่เดียวกันกับที่ปกรณ์ชวนเธอนั่นแหละ เขาไม่มีวันพูดหรอก “ดาหลาจะไปด้วยกันมั้ย” “อื้ม
ทะเลไม่ได้ชอบแมวก็จริง แต่เมื่อเท้าเหยียบย่างถึงเกาะ สิ่งแรกที่เขาทำคือพาเจ้าเหมียวส้มที่ม่านไหมตั้งชื่อให้ว่า ‘แซลมอน’ ไปพบคุณหมอยังคลินิกรักษาดูแลสัตว์ หมอได้ทำการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนเข็มแรก ถ่ายพยาธิ เจ้าแซลมอนได้สมุดนัดเป็นของตัวเอง ในสมุดระบุวันเวลาที่ต้องมาฉีดวัคซีนรอบสอง จากนั้นทะเลก็ยังซื้ออาหารแมวชั้นดีเกรดนำเข้าที่แพงที่สุดในร้านโดยให้เหตุผลกับม่านไหมที่มองอย่างอึ้งๆ ว่า… ‘ไหนๆ จะเลี้ยงมันแล้วก็ให้มันกินอาหารยี่ห้อดีๆ ไปเลย จะได้ไม่มีปัญหาสุขภาพตามมาทีหลัง หมอเขาก็แนะนำอยู่ เธอจะทำหน้าอึ้งทำไม’ ก็อึ้งตรงที่เขาใส่ใจขนาดนี้นี่แหละ เขาไม่ชอบแมวจริงๆ หรือชอบแต่ไม่รู้ตัวเองกันแน่ ซึ่งไม่ใช่แค่ซื้ออาหารดีๆ ให้เท่านั้น เขายังซื้อของใช้อื่นๆ อย่างเบาะนอน ที่ลับเล็บแมว ชามข้าว ชามน้ำ กระบะทราย ของใช้ที่จำเป็นอีกหลายอย่าง ‘ยังขาดอะไรอีกบ้างนะ ซื้อแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ขาดเหลืออะไรก็ค่อยสั่งมา’ เป๊ะยิ่งกว่าคนที่อยากเลี้ยงแบบเธอเสียอีก ทะเลให้เจ้าแซลมอนครองห้องว่างๆ ห้องหนึ่งที่เคยใช้เก็บของซึ่งก่อนกลับมาถึงเกาะเขาให้คนเข้ามาทำความสะอาดและย้ายของที่ไม่จำเป็นเอาไปทิ้งหมดแล้ว







