LOGIN“ค่ะ แล้วคุณอยากกินอะไร”
ปากกับใจมันสวนทางกัน ยังไงก็ต้องไม่ลืมจุดประสงค์ของตัวเอง ภาพวาดในหัวถึงอนาคตที่มีเขาเป็นสามีแม้จะไม่เป็นรูปเป็นร่างเลยแต่อุดมการณ์ต้องชัดเจนแน่วแน่ไว้ก่อน “จะอะไรก็ทำมาเถอะ ฉันกินได้หมด ขอแค่ไม่รสชาติแย่จนต้องเททิ้งให้หมาแล้วหมาไม่แดกก็พอ” การที่เขาพูดแบบนี้แล้วจบด้วยยักคิ้วกวนอวัยวะเบื้องล่างมันเป็นอะไรที่ฟังแล้วหยามหน้ากันมาก เขาบอกเองใช่ไหมว่าทำอะไรให้ก็กินได้หมด หึ! งั้นก็รอดูเลย มื้อแรกจากฝีมือเธอจะทำให้เขาจดจำไม่รู้ลืม ม่านไหมเข้าครัวด้วยแรงอารมณ์เหมือนคนเพิ่งทะเลาะกับผัว แต่เปล่าเลย ยังโสด! ยังไม่ผัว มือหยิบจับข้าวของคล่องแคล่ว เสียงปรุงอาหารดังโฉ่งฉ่างและกลิ่นหอมลอยออกไปถึงด้านนอกให้คนหิ้วท้องรอต้องกลืนน้ำลาย “รีบๆ ทำหน่อย หิวจะตายอยู่แล้ว” เสียงตะโกนดังเข้ามาในครัวเพิ่มไฟในการทำอาหารของม่านไหมขึ้นไปอีก แต่ไม่ใช่ไฟขยันหรอกนะ ไฟที่กำลังปะทุบนหัวจนเดือดปุดๆ ต่างหาก พริกที่หั่นไว้เต็มชามเทลงในกระทะผัดเผ็ดหมูสามชั้น สีแดงฉานของพริกแทบจะกลบเนื้อหมูจนมิด ส่วนหม้อข้างๆ ที่เคยเป็นต้มยำทะเลน้ำข้นได้เปลี่ยนเป็นต้มยำพริกทะเลน้ำแดงแปร๊ดเป็นที่เรียบร้อย นัยน์ตากลมสวยแลดูมุ่งร้ายเมื่อกำลังมองอาหารที่ตัวเองทำ ตอนนี้ขอแค่ได้สะใจไว้ก่อน เรื่องคิดจะทำดีด้วยเอาไว้ที่หลัง เขาอยากใช้งานโขกสับกันดีนัก ต้องให้เจอดีซะบ้าง “หึๆ นายได้กินน้ำหมดโอ่งแน่” เวลาผ่านไปอีกสักพัก ม่านไหมปรุงอาหารเสร็จและจัดโต๊ะพร้อมสำหรับเวลามื้อเย็นเรียบร้อย กลิ่นหอมของอาหารยิ่งทำให้ท้องไส้ทะเลร้องโครกครากเมื่อเดินมานั่งที่ประจำในครัว “เป็นไงบ้าง ถูกใจคุณหรือเปล่า” ม่านไหมผายมือไปยังจานอาหารที่ถูกจัดขึ้นโต๊ะเรียบร้อย เธอเห็นว่าทะเลมองกับข้าวพวกนั้นแล้วสายตาคมกริบก็หันมาจ้องเธอค้างไว้ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักที มองขนาดนี้เธอประหม่านะ หรือเขาจะรู้ว่าเธอ… “หน้าตาดูดีนิ แต่รสชาติจะดีเหมือนหน้าตามั้ยต้องลองชิม” ในที่สุดเขาก็เอ่ยออกมาจนได้ ม่านไหมคงโล่งอกมากกว่านี้ถ้าในตอนท้ายทะเลไม่ยกยิ้มมุมปากแฝงนัยยะบางอย่าง ก็คงเหมือนถึงอาหารนั่นแหละ…ใช่ไหม? เธอทำกับข้าวสามเมนู นอกจากสองเมนูนั้นที่ใส่พริกไม่ยั้ง ยังมีไข่เจียวฟูๆ อีกจาน รับรองได้ว่าเขาจะต้องจดจำรสมือเธอไปจนวันตาย “ลองกินดูสิว่าถูกปากคุณหรือเปล่า” ตั้งตารอไม่ไหวที่จะได้เห็นอะไรสนุกๆ หลังจากนี้ ม่านไหมลุ้นตัวโก่ง จับตามองทุกการเคลื่อนไหวของเขาขณะกำลังตักผัดเผ็ดหมูสามชั้นเข้าปาก เขาเคี้ยว เคี้ยวแล้วก็กลืน กลืนแล้วก็ตักต้มยำทะเลซดต่ออึกใหญ่ ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้น ไม่มีการโวยวายเรียกหาน้ำดื่มแก้เผ็ด มีแต่จะกินแซ่บ ข้าวคำโตๆ กับข้าวพร่องไปทีล่ะนิด “เธอทำกับข้าวอร่อยนะเนี่ย” คำพูดนั้นยิ่งทำให้ม่านไหมร้องเอ๊ะเสียงดังในใจ ไอ้เรื่องอร่อยแน่นอนมันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว แต่มันต้องไม่ใช่วันนี้ที่เธอตั้งใจแกล้งเขาสิ เธอใส่พริกลงไปขนาดนั้นทำไมเขายังกินต่อได้หน้าตาเฉยอย่างไม่รู้สึกเผ็ดเลยล่ะ “เธอไม่กินอะ” “ฉันงดมื้อเย็นน่ะ” ม่านไหมรีบตอบ ไม่ใช่ว่าไม่หิวแต่เธอรอต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินดีกว่า ขืนให้กินกับข้าวที่ตัวเองทำวันนี้เหมือนฆ่าตัวตายชัดๆ “งดมื้อเย็น? หุ่นดีขนาดนี้ยังจะคุมอาหารอีกเหรอ อย่าเคร่งให้มันมากเหอะ เดี๋ยวฉันตักข้าวให้เอง” ทะเลบอกกับคนตัวเล็กที่นั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เขาตักข้าวให้เธอสองทัพพีใหญ่ๆ ก่อนใช้สายตาคมกริบแบบที่ชอบทำให้เธอกลัว กดดันให้ร่างบางต้องรีบหยิบช้อนขึ้นมา “กินซะ กินให้มันเยอะๆ ต่อให้กินเท่าไรก็ไม่อ้วนหรอก เธอทำงานบ้านให้ฉันได้ขยับร่างกายทุกวันก็เหมือนออกกำลังกายไปในตัวนั่นแหละ” คำพูดเขาไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกใจชื้นขึ้นมาได้เลย ม่านไหมกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก มองสีสันฉูดฉาดของแต่ล่ะเมนูแล้วน้ำตาจะไหล “กินสิ มัวแต่มองมันคงจะอิ่มหรอก” “คือว่าฉัน…” “กิน” เป็นคำพูดสั้นๆ ที่ทำเอาขนลุกชะมัด ใช้สายตาบังคับกันขนาดนี้ไม่ลุกมาง้างปากแล้วป้อนเองเลยล่ะ “อดอาหารไม่ดี กินเข้าไปเยอะๆ จะได้มีเรี่ยวมีแรงไว้ทำงาน” ม่านไหมเก็บอาการตาโตเท่าไข่ห่านไม่มิดเมื่อทะเลตักไข่เจียวใส่จานให้เธอ มันก็คงดูโรแมนติกดีอยู่หรอกหากไอ้ไข่เจียวจานที่ว่าไม่ใช่ไม้เด็ดของเธอในมื้อนี้ที่จะใช้สยบเขา “ถ้าเธอยังลีลาไม่กินอีก ฉันจะป้อนจริงๆ แล้วนะ” ตาโตเป็นรอบที่สอง ทะเลเพิ่งรู้ตัวเขาว่าเขาเก็บสีหน้าได้เก่งมากก็ตอนนี้ อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ก็ต้องเก๊กตีหน้าดุต่อไปเพื่อขู่ให้แม่ตัวดียอมกิน เธอแสบมากที่กล้าแกล้งเขา ตัวแค่นี้แต่แสบเหมือนพริกขี้หนู คงกะจะให้เขากินกับข้าวฝีมือตัวเองแล้วต้องหลั่งน้ำตาเพราะความเผ็ดทะลุคอหอย พ่นไฟออกจากปากอะไรประมาณนั้นสินะ แต่น่าเสียใจแทนเธอจริงๆ ที่ประเมินเขาต่ำไป ของพวกนี้ไม่ระคายกระเพาะเลยสักนิด ตาคมเข้มมองม่านไหมที่ค่อยๆ ตักไข่เจียวเข้าปากช้าๆ คำเล็กแค่นั้นก็ยังจะกลัว แต่ตอนแกล้งเขาไม่เห็นจะคิดได้บ้าง ถึงคราวนี้มันก็เป็นทีของเขา “กินคำเล็กแบบนั้นกี่ชั่วโมงถึงจะหมด เอามานี่ ฉันป้อนเธอดีกว่า” เขาถึงกับลงทุนถือจานข้าวของตัวเองเพื่อลุกไปนั่งข้างเธอ คว้าจานและช้อนในมือม่านไหมมาถือเสียเอง คนตัวเล็กเคี้ยวข้าวคำแรกยังไม่ทันหมด คำต่อไปที่โป๊ะด้วยไข่เจียวชิ้นใหญ่ถูกคนตัวสูงยัดเข้าปากแทบสำลักคาช้อน “อื้มมมม!” รสชาติเผ็ดร้อนของไข่เจียวยัดไส้พริกทำเอาม่านไหมหน้าแดงก่ำ น้ำหูน้ำตาแทบไหล รีบเคี้ยวรีบกลืนก่อนจะคว้าแก้วน้ำดื่มตามหลังดับความเผ็ดร้อนแสบปาก “อึก! เผ็ด” ทะเลกลั้นหัวเราะไม่ไหวอีกต่อไป เขาหลุดขำในขณะมองร่างบางกลืนน้ำตามหลายอึก ใบหน้าสะสวยแดงแจ๋เหมือนคนปัดบลัชออนแบบเกินพอดี เห็นไปถึงหยาดน้ำที่คลอในลูกกะตา “เป็นไงล่ะ ไข่เจียวยัดไส้พริกของเธอ อร่อยดีไหม” หน้าตากะล่อนที่ถามเธอนั้นยิ่งทำให้ม่านไหมโมโหจนอยากเอาคืนเขาบ้าง แต่ตอนนี้แค่สู้กับความเผ็ดก็แทบจะตายอยู่แล้ว เธอกินเผ็ดได้เสียที่ไหนกันล่ะ ส้มตำปูปลาร้ายังขอพริกแม่ค้าสองเม็ดอยู่เลย “คุณตั้งใจแกล้งฉันนี่!” “แหม! เธอก็ตั้งใจแกล้งฉันเหมือนกันนั่นแหละวะ มีอย่างที่ไหนใส่พริกทั้งสวนทุกจานขนาดนี้ โดนเอาคืนซะบ้าง สมน้ำหน้า!” ท่าทางเขาตอกกลับคนตัวเล็กยิ่งเพิ่มความเจ็บใจเข้าไปอีก ผู้ชายอะไรปากแซ่บขนาดนี้ แซ่บกว่าพริกในอาหารอีกมั้ง “อยากแกล้งฉันแต่คงลืมเช็กไปสินะ คนใต้กับอาหารเผ็ดเป็นของคู่กันครับน้องสาว แค่นี้บายๆ มาก” (แค่นี้สบายๆ มาก) ทะเลยกยิ้มหน้าระรื่น ตักไข่เจียวยัดไส้พริกกินโชว์ม่านไหมไปหนึ่งคำ ยิ่งตอกย้ำความโง่เง่าเต่าตุ่นของเธอ อยากแกล้งเขาแต่กรรมดันตกมาที่ตัวเอง “กินให้หมดล่ะอย่าเหลือให้เสียของ” “ไม่เอา ไม่กินแล้วมันเผ็ด” “ต้องกิน เธอทำมาตั้งเยอะขนาดนี้ก็ต้องช่วยกิน อยากจะแกล้งฉันดีนักก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำ ฉันไม่ชอบคนกินเหลือ กินทิ้งกินขว้าง กินเข้าไปซะอย่าให้ต้องป้อน เพราะถ้าให้ฉันป้อนอีกเนี่ย เธอได้จุกแน่!” อันนี้เริ่มไม่แน่ใจว่าเขาจะป้อนด้วยช้อนหรือด้วยอะไรถึงได้มีจุก แต่ฟังแค่นั้นม่านไหมก็ต้องจำใจหยิบช้อนขึ้นมาด้วยน้ำตาคลอเบ้า ไม่น่าเลย~ เธอไม่น่าท้าทายระบบหมอนี่เลย แทนที่จะได้หัวเราะเขาดันกลายเป็นเขาเองที่หัวเราะเธอ กว่าจะทานข้าวหมดจานเธอคงได้กินน้ำหมดตู้เย็นแน่“ม่านไหมก็รู้ใช่ไหมบ้านพี่เป็นคนจีน เวลาพี่นั่งดูละครพร้อมพวกเขา ถ้ามีฉากไหนที่มีตัวละครเป็นเก้งเป็นกะเทย ไม่เตี่ยก็ม๊าจะทำหน้าอี๋ๆ เหมือนรังเกียจ ต่อให้ไม่พูดแต่พี่รู้สึกได้ว่าเขาแอนตี้คนที่เป็นแบบนี้ แล้วถ้าวันนึงเขารู้ว่าลูกชายเป็นคนแบบที่พวกเขาเกลียดล่ะ เขาจะรู้สึกยังไง จะรังเกียจพี่ไหม พี่ถึงไม่อยากให้ใครรู้เลยต้องแอ๊บ แมนอยู่อย่างนี้ไง” คล้ายว่าในดวงตาดำสนิทคู่นั้นแวววาวไปด้วยหยาดน้ำ “พี่ไม่อยากทำให้พวกท่านผิดหวัง ไม่อยากให้พวกท่านรู้แล้วเกิดความคิดที่ว่า คลอดพี่ออกมาเป็นผู้ชายดีๆ แต่ทำไมโตมาดันกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ ฮึก…พี่ พี่ไม่กล้าบอกใครหรอกครับ” ก้อนความเสียใจถาโถมกลางอกปกรณ์เหมือนคลื่นลูกใหญ่จนเขาร้องไห้ออกมา ม่านไหมแทบจะร้องไห้ตาม เธอรับรู้ถึงความอึดอัดท่วมท้นของปกรณ์ ต่อให้คนทั้งโลกยอมรับแต่คนในครอบครัวส่ายหน้ารังเกียจมันก็ไม่มีประโยชน์ “ไม่ร้องนะพี่ ไม่ต้องร้อง พี่เก่งที่สุดแล้ว แค่นี้ก็เก่งมากๆ แล้ว” ม่านไหมขยับตัวนั่งชิดปกรณ์ที่ยังคงร้องไห้ออกมา เธอวาดวงแขนกอดคอเขาไว้หลวมๆ พลางตบบ่าเบาๆ อย่างปลอบโยนและให้กำลังใจ กว่าปกรณ์จะหยุดร้องไห้ หมึกย่างก็เย็นชืดแถมยำว
ผับ TA สถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะสมุทรมันตรา แหล่งรวมเหล่าชาวต่างชาติไว้มากมาย แต่ล่ะคืนทำกำไรให้เกาะอย่างงาม แสงสีเสียงด้านในนั้นจัดเต็ม มีหลายโซนให้ลูกค้าเลือกบริการ อยากได้ระดับไหนขอแค่ควักเงินในกระเป๋าออกมา พนักงานของที่นี่จะบริการอย่างเต็มที่ “น้องม่านไหมโอเคกับโซนนี้ไหมครับ” “โอเคค่ะ คนเยอะดี แบบนี้แหละสนุก” ทั้งสองคนอยู่ในโซน ดริงค์แอนด์แดนซ์ เป็นโซนที่มีชาวต่างชาติและคนไทยปะปนกันไป มีแต่ผู้ชายงานดี โดยเฉพาะฝรั่งผมบลอนด์ตาฟ้าที่หุ่นของแต่ละคนนั้นยั่วสายตาเป็นอย่างมาก ปกรณ์สั่งเครื่องดื่มอุ่นเครื่องก่อนเล็กน้อย ทั้งที่ม่านไหมเป็นคนชวนเที่ยวแต่เขาคิดไว้ในใจแล้วว่าเช็กบิลเมื่อไรเขาจะเป็นคนเลี้ยงเธอเอง ทั้งสองดื่มกันเรื่อยๆ มีโยกตัวตามจังหวะเพลงบ้าง ม่านไหมนั้นคอแข็งพอสมควร ส่วนปกรณ์เริ่มมึนเล็กน้อย “น้องม่านไหมกลับได้ไม่เกินกี่ทุ่มครับ” “กลับตอนไหนก็ได้ค่ะ จริงๆ ก็แอบหนีออกมา” ม่านไหมจุ๊ปากเบาๆ ราวกับกลัวใครได้ยิน “หนีออกมาแบบนี้ถ้านายหัวรู้เข้าไม่แย่เหรอครับ” “ก็อย่าให้เขารู้สิคะ พี่ปกรณ์รู้ไหมเขาน่ะทั้งเจ้าอารมณ์ ขี้บ่น ขี้โมโห ปากร้าย โอ๊ย! ข้อเสียเยอะไป
ความสนิทของม่านไหมและปกรณ์เพิ่มขึ้นทุกวัน เธอและอีกฝ่ายชอบอะไรที่คล้ายคลึงกัน คุยด้วยแล้วไม่เบื่อ ปกรณ์เป็นให้ได้ทั้งเพื่อนและพี่ชาย เขาแสนดีมากจนม่านไหมยกให้เป็นอีกคนที่ไว้ใจ “หน้าบึ้งแบบนี้โดนนายหัวดุมาอีกแล้วใช่ไหมครับ” ปกรณ์ทักทายม่านไหมซึ่งหน้าม่อยหลังเดินกลับจากส่งปิ่นโตให้นายหัวทะเล ม่านไหมพยักหน้าช้าๆ ด้วยสีหน้าเซ็งสุดกำลัง “คราวนี้โดนดุเรื่องอะไรอีกล่ะ” “ก็เรื่องเดิมๆ ค่ะ พูดแล้วหงุดหงิด” เขาหาเรื่องดุเธอได้ตลอดนั่นแหละ ตั้งแต่วันที่มาส่งปิ่นโตครั้งนั้นก็ดูราวกับว่าทะเลทำตัวห่างเหินกับเธอไปเลย เขาทั้งเย็นชา ใจร้าย และชอบดุเธอแรงๆ จนหลายครั้งม่านไหมน้ำตาจุกอก เพราะสาเหตุนี้ทำให้เธอไม่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้ง่ายๆ เหมือนครั้งก่อน แค่จะมองหน้ากันเขายังไม่มอง อีกอย่างตอนนี้ก็ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกที เธอขอเวลาช่วงเทศกาลตรงนี้เพื่อจะลาหยุดกลับบ้าน อยากไปตามหาปู่ที่จนแล้วจนรอดก็ไม่รู้ว่าท่านย้ายตัวไปรักษาโรงพยาบาลแห่งไหน แต่เขาใจร้ายมาก…ใจร้ายจริงๆ เขาไม่ยอมให้เธอได้ออกไปจากเกาะ คอยให้สองลูกน้องอย่างพี่เต๋าพี่ใหญ่จับตาดูไว้ตลอด ‘ไม่ได้! ฉันไม่อนุญาต ไม่ต้องหาข้ออ้างอะไรทั้งนั
“อีกแล้วเหรอ…” ใบหน้าคมเข้มแสดงความเหนื่อยล้าออกมาเมื่อสายเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนหรูของเขาดังขึ้นอีกแล้ว หากแต่คราวนี้ไม่ใช่ใครอื่นใดแต่เป็นเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง ไอ้หมอหมา ‘มาร์คัส อนันตวรากุล’ สัตว์แพทย์หนุ่มชื่อดัง “มึงโดนตัวไหนมาเนี่ยถึงโทร.มาหากูได้” เพื่อนเขาคนนี้เป็นพวกโลกส่วนตัวสูง และหากไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ ก็ฝันไปเถอะว่ามันจะโทรหาเพื่อนฝูง (กูแค่จะโทร.ถามมึงว่าเคาท์ดาวน์ปีนี้ตกลงยังไง พวกไอ้พายัพบอกมึงไว้แล้วใช่ไหมว่าเราจะไปเคาท์ดาวน์กันที่นั่น) “อืม มันโทร.บอกกูแล้วว่าอยากได้แบบไหน มึงโทร.มาหากูเองแบบนี้จะพาน้องจริงใจมาเคาท์ดาวน์ที่นี่ด้วยเหรอวะ” น้องจริงใจคือแฟนสาวตัวเล็กน่ารักของมาร์คัส เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทะลายกำแพงน้ำแข็งในใจมันได้ จากคนที่แทบจะไม่สนใจผู้หญิงคนไหนก็มีแค่น้องจริงใจนี่แหละที่ทำให้มันเกิดอาการว้าวุ่นตลอด (อือ กูจะพาจริงใจไปเคาท์ดาวน์ที่นั่นด้วย มึงจัดให้อลังการหน่อย กูอยากให้แฟนกูประทับใจ) “แหมมม~ หมั่นไส้พวกคนคลั่งรักว่ะ เออๆ กูจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้มึงเลย” ทะเลและมาร์คัสคุยต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายไป ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาข้าวเที่ยงของเข
เช้าของวันรุ่งขึ้น ม่านไหมชงกาแฟเตรียมไว้ให้ทะเลกินเป็นมือเช้าคู่กับข้าวเหนียวหน้ากุ้งและข้าวเหนียวหน้าสังขยาที่ดาหลาซื้อมาฝากตั้งแต่ไก่โห่ แต่เจ้าตัวกินไปแค่นิดเดียวก่อนจะหันมาออกคำสั่งกับเธอ “เดี๋ยวออกไปข้างนอกกับฉันหน่อย” “ไปไม่ได้” “ทำไมจะไปไม่ได้” เสียงเขาเข้มขึ้นอย่างคนโดนขัดใจ “ฉันมีนัดแล้ว” “นัดกับใคร” เขาเล่นซักถามละเอียด ดาหลานั่งทานโจ๊กเงียบๆ แต่สองหูคอยฟังและสองตาก็คอยมองตลอดเช่นกัน “พี่ปกรณ์ เราจะไปกินติ่มซำร้านเปิดใหม่กัน” คำตอบของอีกฝ่ายทำเขาหงุดหงิด ก็นี่แหละที่เขาจะชวนเธอไปด้วย อุตส่าห์ไม่กินข้าวเหนียวหน้ากุ้งของชอบที่ดาหลาซื้อมาฝากเพราะตั้งใจจะชวนเธอไปกินติ่มซำด้วยกัน แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะโดนปกรณ์ปาดหน้าเสียก่อน “งั้นฉันไปด้วย” “ห๊ะ?” “งงอะไร ก็บอกจะไปด้วย ฉันยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยนะ” แต่ปกติเขาก็ไม่ทานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ วันนี้คึกบ้าอะไรขึ้นมาถึงอยากไปด้วยกัน “แล้วที่ชวนฉันไปด้วยกันเมื่อกี้ คุณไม่ไปแล้วเหรอ” “ไว้วันหลัง” จะให้เขาบอกได้ไงว่าจริงๆ แล้วก็ชวนไปที่เดียวกันกับที่ปกรณ์ชวนเธอนั่นแหละ เขาไม่มีวันพูดหรอก “ดาหลาจะไปด้วยกันมั้ย” “อื้ม
ทะเลไม่ได้ชอบแมวก็จริง แต่เมื่อเท้าเหยียบย่างถึงเกาะ สิ่งแรกที่เขาทำคือพาเจ้าเหมียวส้มที่ม่านไหมตั้งชื่อให้ว่า ‘แซลมอน’ ไปพบคุณหมอยังคลินิกรักษาดูแลสัตว์ หมอได้ทำการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนเข็มแรก ถ่ายพยาธิ เจ้าแซลมอนได้สมุดนัดเป็นของตัวเอง ในสมุดระบุวันเวลาที่ต้องมาฉีดวัคซีนรอบสอง จากนั้นทะเลก็ยังซื้ออาหารแมวชั้นดีเกรดนำเข้าที่แพงที่สุดในร้านโดยให้เหตุผลกับม่านไหมที่มองอย่างอึ้งๆ ว่า… ‘ไหนๆ จะเลี้ยงมันแล้วก็ให้มันกินอาหารยี่ห้อดีๆ ไปเลย จะได้ไม่มีปัญหาสุขภาพตามมาทีหลัง หมอเขาก็แนะนำอยู่ เธอจะทำหน้าอึ้งทำไม’ ก็อึ้งตรงที่เขาใส่ใจขนาดนี้นี่แหละ เขาไม่ชอบแมวจริงๆ หรือชอบแต่ไม่รู้ตัวเองกันแน่ ซึ่งไม่ใช่แค่ซื้ออาหารดีๆ ให้เท่านั้น เขายังซื้อของใช้อื่นๆ อย่างเบาะนอน ที่ลับเล็บแมว ชามข้าว ชามน้ำ กระบะทราย ของใช้ที่จำเป็นอีกหลายอย่าง ‘ยังขาดอะไรอีกบ้างนะ ซื้อแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ขาดเหลืออะไรก็ค่อยสั่งมา’ เป๊ะยิ่งกว่าคนที่อยากเลี้ยงแบบเธอเสียอีก ทะเลให้เจ้าแซลมอนครองห้องว่างๆ ห้องหนึ่งที่เคยใช้เก็บของซึ่งก่อนกลับมาถึงเกาะเขาให้คนเข้ามาทำความสะอาดและย้ายของที่ไม่จำเป็นเอาไปทิ้งหมดแล้ว
![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



![NightZ [III] RASCAL MAFIA](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


