แชร์

บทนำ 2

ผู้เขียน: Chacheese.
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-23 22:52:49

“วิธีแบบไหน?” น้ำเสียงม่านไหมไม่ได้แสดงออกถึงความสนอกสนใจ แต่ถึงอย่างนั้นแม่ก็ยังอธิบายทุกๆ อย่างให้เธอฟังอยู่ดี

“ก็ตามนี้นี่แหละ เห็นไหมง่ายนิดเดียว รอแค่นายหัวหลงเสน่ห์แก พอถึงเวลาแกก็เผด็จศึกเลย” ทุกประโยคของแม่ที่ม่านไหมทนฟังจนจบ เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมแม่ถึงคิดว่าอะไรๆ มันจะง่ายดายอย่างที่พูดเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

“แกจะเดินทางพรุ่งนี้เลยไหม แม่จะช่วยเตรียมกระเป๋าให้”

“ไม่ล่ะ ฉันไม่ไป” มันเป็นเรื่องไร้สาระที่สุดที่เธอได้ยินในวันนี้ เป็นสิ่งที่คงไม่มีทางสำเร็จได้ง่ายๆ และอีกอย่างเธอคิดว่ายังพอมีหนทาง ไม่ได้จนตรอกขนาดนั้นสักหน่อย

“ทำไมไม่ไป ฉันอุตส่าห์เสนอตัวช่วยแกขนาดนี้แล้วนะ” ใบหน้าอีกฝ่ายแสดงออกถึงความฉุนโกรธเบาๆ แต่คงพยายามเก็บงำอาการเอาไว้ไม่ให้ระเบิดออกมา

“ฉันยังไม่อยากมีผัว จบไหม แล้วอีกอย่างมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก แม่เลิกขายฝันฉันเถอะ ฉันจะอยู่ที่นี่ดูแลปู่ ส่วนเรื่องเงิน ฉันจะพยายามของฉันเอง”

พูดจบม่านไหมเดินสะบัดตูดกลับเข้าห้องไปเฝ้าปู่ต่อ

“ม่านไหม! นัง..”

“ใจเย็นมาลัย ค่อยๆ คุยกับลูกมันเถอะ”

“พี่ก็ดูมันสิพี่เดช ฉันพูดขนาดนี้แล้วมันยังคิดว่าฉันพูดเล่น” มาลัยพ่นลมหายใจหงุดหงิด สายตาที่หยุดไว้ตรงประตูหลังจากม่านไหมเข้าห้องไปแล้ว ยังคงประกายกรุ่นๆ เหมือนถ่าน

“เอาน่า เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา พี่ว่าอีกไม่นานม่านไหมก็ต้องเก็บเอาเรื่องนี้ไปคิดบ้างแหละ เธอรอดูต่อจากนี้เถอะ” เดชวางมือทั้งสองบนไหล่ของเมียพลางบีบเบาๆ ให้ใจเย็นลง มาลัยถึงยอมกลับมาสงบได้อีกครั้ง

“ฉันก็หวังให้มันเป็นอย่างนั้นนะพี่ เพราะไม่งั้นเราได้หัวขาดกันแน่”

เช้าวันรุ่งขึ้น ม่านไหมขอให้แม่ช่วยเฝ้าปู่ในตอนที่เธอไปทำงาน แม่ก็ตกปากรับคำแบบลวกๆ ดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไร แต่พ่อเลี้ยงก็คอยพูดให้แม่อารมณ์ดีและบอกให้ม่านไหมวางใจ เขาจะคอยช่วยดูแลปู่ให้อีกแรง

ตั้งแต่ม่านไหมต้องมาดูแลปู่ เธอต้องย้ายจากที่อยู่เดิมซึ่งอยู่คนล่ะจังหวัด กลับมาเช่าห้องพักเล็กๆ ไม่ไกลจากบ้านปู่นัก

ม่านไหมไม่ได้ขอไปพักบ้านย่าเลี้ยงแม้ว่ามันจะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปได้อีกเยอะก็ตาม เธอยอมเสียเงินเพื่อแลกกับความสบายใจของตัวเอง

ช่วงเช้าม่านไหมทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาด ขึ้นอยู่กับจะมีใครจิ้มเลือกเธอจากแอปพลิเคชันเรียกแม่บ้านออนไลน์ไหม ซึ่งม่านไหมรับได้วันละไม่เกินสามงานเท่านั้น เพราะช่วงเย็นเป็นต้นไปเธอจะต้องกลายร่างจากแม่บ้านเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหาร ทั้งร้านมีแค่เธอเป็นเด็กเสิร์ฟคนเดียวซะด้วย

“ม่านไหมวันนี้อย่าเพิ่งรีบกลับนะ อยู่ช่วยเจ๊ล้างจานก่อน เจ๊มีธุระต้องไปข้างนอก เดี๋ยวเจ๊ให้พิเศษ”

“ได้ค่ะเจ๊” นั่นเป็นสิ่งที่เจ๊โฉมเจ้าของร้านอาหารตามสั่งแห่งนี้บอกกับเธอเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบกุลีกุจอไปทำธุระ

แต่ม่านไหมก็ไม่ได้อยู่ที่ร้านคนเดียวหรอก ยังมีผัวของเจ๊อยู่ด้วยอีกตั้งคน ซึ่งเธอไม่ชอบช่วงเวลาแบบนี้ที่สุดเลย เพราะอะไรน่ะเหรอ…

“น้องม่านไหมจ๋า~” นั่นไงล่ะ เสียงหวานๆ ที่เรียกชื่อเธอพร้อมสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มชวนขนลุก

“ล้างจานคนเดียวเหนื่อยไหมจ๊ะ ให้พี่ช่วยไหม” คนอายุรุ่นราวคราวพ่อที่ชอบมาพูดจาแทะโลมใส่เธอ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันล้างเองได้” เหลือแค่อีกไม่กี่ใบก็จวนจะเสร็จแล้ว ม่านไหมรีบล้างให้เร็วขึ้นจะได้รีบกลับ ส่วนค่าแรงเธอค่อยเอาพรุ่งนี้แล้วก็ได้

“น่านะ ให้พี่ช่วยดีกว่า จะได้เสร็จเร็วๆ” ลุงศรยังคงเสนอตัวเต็มที่และยังพยายามยื้อแย่งจานในมือม่านไหม อีกทั้งขยับมาใกล้จนจะถึงตัวเธอ

ม่านไหมเบี่ยงตัวหลบได้ทัน แต่ความซวยกลับทำให้เธอตกเก้าอี้ตัวเตี้ยๆ ที่นั่งอยู่และน้ำล้างจานยังกระเด็นเปื้อนเสื้อยืดอีก

“โธ่เอ๋ย~ เปียกหมดเลย เข้าไปเปลี่ยนเสื้อข้างในเถอะ เดี๋ยวพี่หาเสื้อตัวใหม่ให้” ปากพูดกับเธอแต่ตากลับจ้องมองเสื้อยืดสีขาวที่มันเปียกจนแนบไปกับหน้าอก

ม่านไหมรู้สึกถึงความโกรธที่กำลังคุกรุ่นอยู่ข้างใน พยายามอย่างยิ่งไม่ให้ตัวเองระเบิดโมโหออกมาจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ ท่องคำว่าใจเย็นไม่รู้กี่สิบรอบต่อนาทีแม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกก็ตามที่เธอเจอเรื่องแบบนี้

อีกแล้วเหรอ! เป็นคำที่มักผุดขึ้นมาทุกครั้งเมื่ออีตาลุงแก่หื่นกามชอบเข้ามาป้วนเปี้ยนจ้องแต่จะหาทางลวมลามเธอ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมีเสื้อคลุม” ม่านไหมรีบลุกขึ้น ปัดเศษฝุ่นผงที่ติดกางเกงออก เธอกำลังจะเดินไปหยิบเสื้อคลุม ทว่าลุงศรกลับคว้าข้อมือเรียวไว้แน่น

“โกรธพี่เหรอจ๊ะคนดี อย่าโกรธพี่เลยนะ พี่ก็แค่อยากช่วย”

“ปล่อยมือฉันค่ะ” สัมผัสหยาบสากจับข้อมือเธอเสียแน่น สีหน้าม่านไหมในตอนนี้ปิดบังความขยะแขยงไม่ได้อีกต่อไป

“รังเกียจพี่เหรอ ทำไมเวลาที่พี่เข้าใกล้ ม่านไหมต้องเมินพี่ตลอดด้วย ม่านไหมก็รู้ใช่ไหมว่าพี่คิดยังไงกับเธอ” ทุกคำพูดแทบจะทำให้ม่านไหมอ้วกแตกออกมาจริงๆ คนอายุแก่ปูนนี้แต่ยังคิดอกุศลกับคนรุ่นลูกแบบเธอ มันใช้ได้ที่ไหนกัน

“อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ถ้าเจ๊รู้เดี๋ยวก็ได้ทะเลาะกันเปล่าๆ” ม่านไหมบิดข้อมือออกมาได้สำเร็จ ผิวส่วนนั้นแดงช้ำเล็กน้อย ผิวขาวๆ ของเธอมักจะเป็นรอยได้ง่ายเสมอ

“ก็อย่าให้รู้สิ เราทำกันแบบแอบๆ ก็ได้”

“ทะ…ทำอะไรคะ” ม่านไหมตะลึงไปเล็กน้อย หน้าตาของเธอในตอนนี้เหมือนคนเห็นผีกลางวันแสกๆ

“จะให้พี่พูดตรงๆ เลยเหรอ ก็แบบที่ผู้ชายกับผู้หญิงเขาทำกันไง พี่อยากทำกับม่านไหมนะ ได้ไหม..” หน้าลุงศรหื่นกามมาก ไม่ทันตั้งตัวลุงก็พุ่งเข้ามาจับบ่าทั้งสองของม่านไหมกดแนบกับประตูหลังร้าน ทำเอาแผ่นหลังเธอกระแทกโดนแผ่นไม้เต็มๆ

“โอ๊ย!”

“ยอมพี่เถอะม่านไหม เธออยากได้อะไรพี่ให้ได้ทุกอย่าง”

ลุงศรพยายามซุกหน้าใส่ซอกคอของคนรุ่นลูก ม่านไหมต้องใช้มือดันหัวแกออกห่าง ร่างกายของแกสูงใหญ่กว่าเธอมากนัก การที่จะขัดขืนจึงเป็นเรื่องลำบากสำหรับคนตัวเล็ก

“ม่านไหมจ๋า~ ยอมพี่ดีๆ เถอะนะ”

“ออกไปนะลุง!”

“ม่านไหม..โอ๊ย!” เสียงร้องของแกต้องเงียบหายกลับเข้าลำคอ เหิดอาการจุกจนหน้าเขียวปี๋ก่อนต่อมาตัวของลุงศรค่อยๆ เซถอยห่าง ฝ่ามือกุมแน่นจุดสำคัญที่ม่านไหมเพิ่งใช้เข่ากระแทกเต็มแรง สายตาที่แกมองเธอเหมือนอยากจะเข้ามาฉีกเนื้อเป็นชิ้นๆ

ม่านไหมยืนสูดลมหายใจตั้งสติ เธอคิดว่าความอดทนทั้งหมดมันพังทลายลงแล้ว หากให้ทนต่อไปอีกเธอคงได้พลั้งมือทำอะไรที่มันมากกว่าแค่ใช้เข่าแทงกระปู๋ของอีตาลุงนี่แน่ๆ

“แก่จนจะลงโลงอยู่แล้วเก็บแรงไว้เคี้ยวข้าวเถอะลุง ที่ผ่านมาฉันทนกับลุงมามากพอแล้วนะ ไม่พูดไม่ได้หมายความว่าไม่รู้สึก ฉันอยากจะด่าแม่ลุงมาตลอดนั่นแหละ หัวหงอกขนาดนี้คิดได้ยังไงจะจับคนรุ่นลูกรุ่นหลานแบบฉันทำเมีย ถ้าอยากมากก็ไปสะกิดเจ๊โน่น!”

ม่านไหมตะคอกด้วยเสียงที่บอกให้รู้ว่าตนนั้นโมโหมากแค่ไหน เธอหยิบเสื้อคลุมและกระเป๋าของตัวเองออกมา ไม่สนใจด้วยว่าอีตาลุงหื่นจะมีสีหน้าช็อกสุดฤทธิ์กับคำพูดเถรตรงจากปากเธอ

“เสียงดังเอะอะอะไรกันม่านไหม” เจ๊โฉมเพิ่งกลับมาถึงร้าน เมื่อเห็นสีหน้าหงุดหงิดของลูกจ้างสาวก็ตกใจอยู่ไม่น้อย อีกทั้งหน้าของม่านไหมยังโชกเหงื่อ เสื้อยืดเปียกชื้นเป็นดวงๆ

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย บอกเจ๊ซิ..”

“ฉันขอบคุณเจ๊มากนะคะที่รับเข้ามาทำงานแล้วก็ยังใจดีกับฉันมาตลอด แต่ฉันคงทำงานให้เจ๊ต่อไปไม่ได้แล้ว ลาล่ะค่ะ..” ม่านไหมยกมือไหว้ลาเจ๊โฉม ไม่มีเกริ่นถึงที่มาที่ไป เธอรีบออกจากร้านในทันที ทิ้งความสงสัยให้เจ๊โฉมคาใจ ตะโกนเรียกรั้งอย่างไรก็ไม่หันกลับไปมองอีก

ม่านไหมเดินทางมาโรงพยาบาล อย่างน้อยหากได้เห็นหน้าปู่คงช่วยให้ใจสงบขึ้นบ้าง เพราะหลังจากนี้ก็ต้องมาคิดต่อว่าเธอจะหางานไหนทำเพิ่ม ลำพังเงินจากงานแม่บ้านมันไม่พออยู่แล้ว

“เฮ้อ~” ถอนหายใจจนถึงหน้าห้อง สภาพเธอในตอนนี้มันดูแย่เอามากๆ ไม่ว่าจะร่างกายที่อิดโรยไปหมด หรือจิตใจที่อ่อนล้าเหมือนต้นไม้เล็กๆ สู้ต้านลมฝนท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำจากทุกทิศทาง

“แกมาได้เวลาพอดี” เมื่อม่านไหมเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับสีหน้าคร่ำเครียดของแม่

“เกิดอะไรขึ้น”

“ก็ปู่แกน่ะสิ..” ม่านไหมรีบวางข้าวของก่อนจะปรี่ไปที่เตียง

“ปู่เป็นอะไร..”

“หมอเพิ่งเข้ามาตรวจเมื่อกี้เอง ปู่อาการทรุดลงกว่าเดิม ถ้ายังไม่รีบผ่าตัด ปล่อยไว้นานจะยิ่งแย่กว่านี้” พ่อเลี้ยงเป็นคนตอบคำถามแทน

ในอกของม่านไหมมันวูบโหวงไปหมด คล้ายโดนก้อนหินถล่มทับลงมา หนักอึ้งไปทั้งตัวกับเรื่องที่เพิ่งได้ยิน โชคชะตาเล่นตลกกับเธอเสียจริง

“นอกจากค่าผ่าตัด ยังมีค่ายาอีกหลายตัวที่ต้องจ่ายเอง ไม่รวมค่ารักษาหลังผ่าตัดเสร็จอีก แกแน่ใจนะว่าแกหาเงินได้จริงๆ จำนวนมันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะม่านไหม” คนถูกถามถึงกับจุกอก น้ำตาร่วงเป็นสายฝนอยู่ข้างใน ช่วงเวลานี้หากเธอท้อ หมดแรง ไม่เอาอะไรแล้วเธอก็สามารถทำได้ แค่ชีวิตปู่มันขึ้นอยู่กับเธอเท่านั้นเอง…

“ถ้าแกไม่ไหวจริงๆ แกก็ต้องให้อีพวกนั้นช่วยบ้างนะ มันจะทำนิ่งเฉยแบบนี้ไม่ได้สิ” อีพวกนั้นที่แม่หมายถึงก็คือย่าเลี้ยงและลูกชายแต่ม่านไหมรู้ดีว่าต่อให้ติดต่อพวกเขาไปเท่าไรก็ไร้ประโยชน์ พวกเขาไม่มีทางมารับรู้ความเป็นความตายของปู่อีกแล้วว่าจะเป็นยังไง พอปู่เป็นแบบนี้เขาก็มองว่าเป็นภาระ ไม่สนใจมาดูดำดูดีหรอก

“แม่พอจะรู้จักแหล่งเงินกู้ดีๆ ไหม ฉันว่าจะลองดู..”

“พูดอะไรของแก” เสียงของแม่ดังพอที่จะทำให้ม่านไหมสะดุ้งตกใจ แต่ตอนนี้ตัวเธอแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ไปแล้ว หยุดสายตามองแค่ใบหน้าชายชราผู้มีพระคุณ

“จะไปกู้เงินทำไมให้ยุ่งยาก ฉันก็เคยเสนอวิธีที่ดีกว่านี้ให้แกแล้วไง” น้ำเสียงของแม่เบาลง ก่อนจะรีบพูดต่อเมื่อเห็นม่านไหมไม่ได้แย้งอะไรออกมา

“ถ้าแกทำตามที่แม่เคยบอก วิธีนี้นี่แหละได้เงินเร็วที่สุดแล้ว แกเชื่อแม่สิ ได้คนนี้เป็นผัวสบายไปทั้งชาติ” คงไม่พ้นวิธีให้ม่านไหมจับเจ้าของเกาะทำผัวสินะ

“เขาจะสนใจฉันจริงๆ เหรอ คนอย่างเขาคงมีผู้หญิงให้เลือกเยอะแยะ”

“สนใจสิ ลูกสาวแม่สวยขนาดนี้ ใครมันจะโง่ปฏิเสธได้ลง แกไม่ได้มีทางเลือกเยอะขนาดนั้นนะม่านไหม ตอนนี้สิ่งที่แกต้องสนใจไม่ใช่ตัวเอง แต่เป็นชีวิตปู่ ถ้าแกรักปู่แกจริง แกก็ต้องหาเงินมารักษาปู่แกให้ได้ และวิธีนี้นี่แหละมันเห็นผลเร็วที่สุด แกเชื่อแม่สิ” คำพูดจริงจังที่พยายามชักชวนให้คล้อยตาม คนจิตใจย่ำแย่เหน็ดเหนื่อยกับหลายปัญหาที่ต้องเผชิญแบบเธอ เมื่อเจออย่างนี้บ่อยๆ ความรู้สึกที่เคยบอกว่าไม่มีทางจะทำ ก็เริ่มเอียงเอน…

“เชื่อแม่ ไปซะ ทำตามที่แม่บอก ไปใช้ความสวยของแกให้เป็นประโยชน์” ความสวยที่ต้องแลกกับศักดิ์ศรี นาทีนี้เธอคงต้องเลือกแล้วจริงๆ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท้ารักนายหัวมาเฟีย    ตอนที่ 13/3 เจ๊ป๊อบปี้

    “ม่านไหมก็รู้ใช่ไหมบ้านพี่เป็นคนจีน เวลาพี่นั่งดูละครพร้อมพวกเขา ถ้ามีฉากไหนที่มีตัวละครเป็นเก้งเป็นกะเทย ไม่เตี่ยก็ม๊าจะทำหน้าอี๋ๆ เหมือนรังเกียจ ต่อให้ไม่พูดแต่พี่รู้สึกได้ว่าเขาแอนตี้คนที่เป็นแบบนี้ แล้วถ้าวันนึงเขารู้ว่าลูกชายเป็นคนแบบที่พวกเขาเกลียดล่ะ เขาจะรู้สึกยังไง จะรังเกียจพี่ไหม พี่ถึงไม่อยากให้ใครรู้เลยต้องแอ๊บ แมนอยู่อย่างนี้ไง” คล้ายว่าในดวงตาดำสนิทคู่นั้นแวววาวไปด้วยหยาดน้ำ “พี่ไม่อยากทำให้พวกท่านผิดหวัง ไม่อยากให้พวกท่านรู้แล้วเกิดความคิดที่ว่า คลอดพี่ออกมาเป็นผู้ชายดีๆ แต่ทำไมโตมาดันกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ ฮึก…พี่ พี่ไม่กล้าบอกใครหรอกครับ” ก้อนความเสียใจถาโถมกลางอกปกรณ์เหมือนคลื่นลูกใหญ่จนเขาร้องไห้ออกมา ม่านไหมแทบจะร้องไห้ตาม เธอรับรู้ถึงความอึดอัดท่วมท้นของปกรณ์ ต่อให้คนทั้งโลกยอมรับแต่คนในครอบครัวส่ายหน้ารังเกียจมันก็ไม่มีประโยชน์ “ไม่ร้องนะพี่ ไม่ต้องร้อง พี่เก่งที่สุดแล้ว แค่นี้ก็เก่งมากๆ แล้ว” ม่านไหมขยับตัวนั่งชิดปกรณ์ที่ยังคงร้องไห้ออกมา เธอวาดวงแขนกอดคอเขาไว้หลวมๆ พลางตบบ่าเบาๆ อย่างปลอบโยนและให้กำลังใจ กว่าปกรณ์จะหยุดร้องไห้ หมึกย่างก็เย็นชืดแถมยำว

  • ท้ารักนายหัวมาเฟีย    ตอนที่ 13/2 เจ๊ป๊อบปี้

    ผับ TA สถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะสมุทรมันตรา แหล่งรวมเหล่าชาวต่างชาติไว้มากมาย แต่ล่ะคืนทำกำไรให้เกาะอย่างงาม แสงสีเสียงด้านในนั้นจัดเต็ม มีหลายโซนให้ลูกค้าเลือกบริการ อยากได้ระดับไหนขอแค่ควักเงินในกระเป๋าออกมา พนักงานของที่นี่จะบริการอย่างเต็มที่ “น้องม่านไหมโอเคกับโซนนี้ไหมครับ” “โอเคค่ะ คนเยอะดี แบบนี้แหละสนุก” ทั้งสองคนอยู่ในโซน ดริงค์แอนด์แดนซ์ เป็นโซนที่มีชาวต่างชาติและคนไทยปะปนกันไป มีแต่ผู้ชายงานดี โดยเฉพาะฝรั่งผมบลอนด์ตาฟ้าที่หุ่นของแต่ละคนนั้นยั่วสายตาเป็นอย่างมาก ปกรณ์สั่งเครื่องดื่มอุ่นเครื่องก่อนเล็กน้อย ทั้งที่ม่านไหมเป็นคนชวนเที่ยวแต่เขาคิดไว้ในใจแล้วว่าเช็กบิลเมื่อไรเขาจะเป็นคนเลี้ยงเธอเอง ทั้งสองดื่มกันเรื่อยๆ มีโยกตัวตามจังหวะเพลงบ้าง ม่านไหมนั้นคอแข็งพอสมควร ส่วนปกรณ์เริ่มมึนเล็กน้อย “น้องม่านไหมกลับได้ไม่เกินกี่ทุ่มครับ” “กลับตอนไหนก็ได้ค่ะ จริงๆ ก็แอบหนีออกมา” ม่านไหมจุ๊ปากเบาๆ ราวกับกลัวใครได้ยิน “หนีออกมาแบบนี้ถ้านายหัวรู้เข้าไม่แย่เหรอครับ” “ก็อย่าให้เขารู้สิคะ พี่ปกรณ์รู้ไหมเขาน่ะทั้งเจ้าอารมณ์ ขี้บ่น ขี้โมโห ปากร้าย โอ๊ย! ข้อเสียเยอะไป

  • ท้ารักนายหัวมาเฟีย    ตอนที่ 13/1 เจ๊ป๊อบปี้

    ความสนิทของม่านไหมและปกรณ์เพิ่มขึ้นทุกวัน เธอและอีกฝ่ายชอบอะไรที่คล้ายคลึงกัน คุยด้วยแล้วไม่เบื่อ ปกรณ์เป็นให้ได้ทั้งเพื่อนและพี่ชาย เขาแสนดีมากจนม่านไหมยกให้เป็นอีกคนที่ไว้ใจ “หน้าบึ้งแบบนี้โดนนายหัวดุมาอีกแล้วใช่ไหมครับ” ปกรณ์ทักทายม่านไหมซึ่งหน้าม่อยหลังเดินกลับจากส่งปิ่นโตให้นายหัวทะเล ม่านไหมพยักหน้าช้าๆ ด้วยสีหน้าเซ็งสุดกำลัง “คราวนี้โดนดุเรื่องอะไรอีกล่ะ” “ก็เรื่องเดิมๆ ค่ะ พูดแล้วหงุดหงิด” เขาหาเรื่องดุเธอได้ตลอดนั่นแหละ ตั้งแต่วันที่มาส่งปิ่นโตครั้งนั้นก็ดูราวกับว่าทะเลทำตัวห่างเหินกับเธอไปเลย เขาทั้งเย็นชา ใจร้าย และชอบดุเธอแรงๆ จนหลายครั้งม่านไหมน้ำตาจุกอก เพราะสาเหตุนี้ทำให้เธอไม่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้ง่ายๆ เหมือนครั้งก่อน แค่จะมองหน้ากันเขายังไม่มอง อีกอย่างตอนนี้ก็ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกที เธอขอเวลาช่วงเทศกาลตรงนี้เพื่อจะลาหยุดกลับบ้าน อยากไปตามหาปู่ที่จนแล้วจนรอดก็ไม่รู้ว่าท่านย้ายตัวไปรักษาโรงพยาบาลแห่งไหน แต่เขาใจร้ายมาก…ใจร้ายจริงๆ เขาไม่ยอมให้เธอได้ออกไปจากเกาะ คอยให้สองลูกน้องอย่างพี่เต๋าพี่ใหญ่จับตาดูไว้ตลอด ‘ไม่ได้! ฉันไม่อนุญาต ไม่ต้องหาข้ออ้างอะไรทั้งนั

  • ท้ารักนายหัวมาเฟีย    ตอนที่ 12/3 เธอชอบใคร

    “อีกแล้วเหรอ…” ใบหน้าคมเข้มแสดงความเหนื่อยล้าออกมาเมื่อสายเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนหรูของเขาดังขึ้นอีกแล้ว หากแต่คราวนี้ไม่ใช่ใครอื่นใดแต่เป็นเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง ไอ้หมอหมา ‘มาร์คัส อนันตวรากุล’ สัตว์แพทย์หนุ่มชื่อดัง “มึงโดนตัวไหนมาเนี่ยถึงโทร.มาหากูได้” เพื่อนเขาคนนี้เป็นพวกโลกส่วนตัวสูง และหากไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ ก็ฝันไปเถอะว่ามันจะโทรหาเพื่อนฝูง (กูแค่จะโทร.ถามมึงว่าเคาท์ดาวน์ปีนี้ตกลงยังไง พวกไอ้พายัพบอกมึงไว้แล้วใช่ไหมว่าเราจะไปเคาท์ดาวน์กันที่นั่น) “อืม มันโทร.บอกกูแล้วว่าอยากได้แบบไหน มึงโทร.มาหากูเองแบบนี้จะพาน้องจริงใจมาเคาท์ดาวน์ที่นี่ด้วยเหรอวะ” น้องจริงใจคือแฟนสาวตัวเล็กน่ารักของมาร์คัส เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทะลายกำแพงน้ำแข็งในใจมันได้ จากคนที่แทบจะไม่สนใจผู้หญิงคนไหนก็มีแค่น้องจริงใจนี่แหละที่ทำให้มันเกิดอาการว้าวุ่นตลอด (อือ กูจะพาจริงใจไปเคาท์ดาวน์ที่นั่นด้วย มึงจัดให้อลังการหน่อย กูอยากให้แฟนกูประทับใจ) “แหมมม~ หมั่นไส้พวกคนคลั่งรักว่ะ เออๆ กูจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้มึงเลย” ทะเลและมาร์คัสคุยต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายไป ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาข้าวเที่ยงของเข

  • ท้ารักนายหัวมาเฟีย    ตอนที่ 12/2 เธอชอบใคร

    เช้าของวันรุ่งขึ้น ม่านไหมชงกาแฟเตรียมไว้ให้ทะเลกินเป็นมือเช้าคู่กับข้าวเหนียวหน้ากุ้งและข้าวเหนียวหน้าสังขยาที่ดาหลาซื้อมาฝากตั้งแต่ไก่โห่ แต่เจ้าตัวกินไปแค่นิดเดียวก่อนจะหันมาออกคำสั่งกับเธอ “เดี๋ยวออกไปข้างนอกกับฉันหน่อย” “ไปไม่ได้” “ทำไมจะไปไม่ได้” เสียงเขาเข้มขึ้นอย่างคนโดนขัดใจ “ฉันมีนัดแล้ว” “นัดกับใคร” เขาเล่นซักถามละเอียด ดาหลานั่งทานโจ๊กเงียบๆ แต่สองหูคอยฟังและสองตาก็คอยมองตลอดเช่นกัน “พี่ปกรณ์ เราจะไปกินติ่มซำร้านเปิดใหม่กัน” คำตอบของอีกฝ่ายทำเขาหงุดหงิด ก็นี่แหละที่เขาจะชวนเธอไปด้วย อุตส่าห์ไม่กินข้าวเหนียวหน้ากุ้งของชอบที่ดาหลาซื้อมาฝากเพราะตั้งใจจะชวนเธอไปกินติ่มซำด้วยกัน แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะโดนปกรณ์ปาดหน้าเสียก่อน “งั้นฉันไปด้วย” “ห๊ะ?” “งงอะไร ก็บอกจะไปด้วย ฉันยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยนะ” แต่ปกติเขาก็ไม่ทานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ วันนี้คึกบ้าอะไรขึ้นมาถึงอยากไปด้วยกัน “แล้วที่ชวนฉันไปด้วยกันเมื่อกี้ คุณไม่ไปแล้วเหรอ” “ไว้วันหลัง” จะให้เขาบอกได้ไงว่าจริงๆ แล้วก็ชวนไปที่เดียวกันกับที่ปกรณ์ชวนเธอนั่นแหละ เขาไม่มีวันพูดหรอก “ดาหลาจะไปด้วยกันมั้ย” “อื้ม

  • ท้ารักนายหัวมาเฟีย    ตอนที่ 12/1 เธอชอบใคร

    ทะเลไม่ได้ชอบแมวก็จริง แต่เมื่อเท้าเหยียบย่างถึงเกาะ สิ่งแรกที่เขาทำคือพาเจ้าเหมียวส้มที่ม่านไหมตั้งชื่อให้ว่า ‘แซลมอน’ ไปพบคุณหมอยังคลินิกรักษาดูแลสัตว์ หมอได้ทำการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนเข็มแรก ถ่ายพยาธิ เจ้าแซลมอนได้สมุดนัดเป็นของตัวเอง ในสมุดระบุวันเวลาที่ต้องมาฉีดวัคซีนรอบสอง จากนั้นทะเลก็ยังซื้ออาหารแมวชั้นดีเกรดนำเข้าที่แพงที่สุดในร้านโดยให้เหตุผลกับม่านไหมที่มองอย่างอึ้งๆ ว่า… ‘ไหนๆ จะเลี้ยงมันแล้วก็ให้มันกินอาหารยี่ห้อดีๆ ไปเลย จะได้ไม่มีปัญหาสุขภาพตามมาทีหลัง หมอเขาก็แนะนำอยู่ เธอจะทำหน้าอึ้งทำไม’ ก็อึ้งตรงที่เขาใส่ใจขนาดนี้นี่แหละ เขาไม่ชอบแมวจริงๆ หรือชอบแต่ไม่รู้ตัวเองกันแน่ ซึ่งไม่ใช่แค่ซื้ออาหารดีๆ ให้เท่านั้น เขายังซื้อของใช้อื่นๆ อย่างเบาะนอน ที่ลับเล็บแมว ชามข้าว ชามน้ำ กระบะทราย ของใช้ที่จำเป็นอีกหลายอย่าง ‘ยังขาดอะไรอีกบ้างนะ ซื้อแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ขาดเหลืออะไรก็ค่อยสั่งมา’ เป๊ะยิ่งกว่าคนที่อยากเลี้ยงแบบเธอเสียอีก ทะเลให้เจ้าแซลมอนครองห้องว่างๆ ห้องหนึ่งที่เคยใช้เก็บของซึ่งก่อนกลับมาถึงเกาะเขาให้คนเข้ามาทำความสะอาดและย้ายของที่ไม่จำเป็นเอาไปทิ้งหมดแล้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status