แชร์

ท้ารักนายหัวมาเฟีย
ท้ารักนายหัวมาเฟีย
ผู้แต่ง: Chacheese.

บทนำ 1

ผู้เขียน: Chacheese.
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-23 22:52:24

เคยตั้งคำถามกับตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน ช่วงชีวิตที่ตกต่ำจนถึงขีดสุด มันจะยังสุดลงลึกไปมากกว่านี้ได้อีกไหม ยังจะมีอะไรแย่ไปมากกว่านี้ได้อีก แล้วจะแย่ตลอดไปหรือว่าท้ายที่สุดจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นบ้าง

‘ม่านไหม’ สูดจมูกแรงๆ พลางกระพริบตาขับไล่หยาดน้ำอุ่นที่คลออยู่ด้านใน เธอไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้ ไม่ใช่คนอ่อนแออะไรพรรค์นั้น แต่ช่วงนี้ดันเจอแต่เรื่องแย่ๆ บั่นทอนจิตใจ

แววตาคู่งามทอดมองร่างชายชราผมขาวโพลนซึ่งนอนติดเตียงมานานนับเดือน บางวันรู้สึกตัว บางวันเสมือนร่างไร้วิญญาณ อาการป่วยของโรคที่เป็นอยู่ทำให้ร่างกายทรุดหนัก ย่ำแย่เข้าไปกันใหญ่

หัวใจของม่านไหมบีบรัดแน่นทุกครั้งที่คุณหมอแจ้งอาการของ ‘ปู่’ ว่าการรักษาแทบจะไม่ช่วยให้ดีขึ้นเลย อาจจะด้วยอายุที่มากขึ้น ไหนจะโรคแทรกซ้อนหลายอย่าง ทางเดียวที่พอจะยื้อชีวิตของปู่ไว้ได้คือการผ่าตัด แต่ค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วเกินกว่าเธอจะรับไหวทำให้ในหัวราวกับมีแมลงนับร้อยตัวกำลังชอนไชกัดกินก้อนสมอง

เธอเครียด คิดหนัก วิตกกังวลจนแทบจะอ้วกออกมา ม่านไหมไม่รู้เลยว่าจะหาเงินมากมายขนาดนั้นจากไหน

เธอไม่มีใครให้ปรึกษา ไม่มีใครให้พึ่งพาให้ยามยากลำบาก ชีวิตนี้เหมือนตัวคนเดียว เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ต้องแบกรับอะไรมากมายหลายอย่าง

ม่านไหมแทบจะจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรความเศร้าที่ตัวเธอเป็นคนสร้างขึ้น เสียงเปิดประตูและฝ่าเท้าที่เหยียบย่างเข้ามาในห้องพักฟื้นทำให้ดวงตาอ่อนแสงรีบหันไปมอง

หัวใจเต้นแรงขึ้นมา ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นตกใจหากแต่เป็นความสับสนมึนงง คิ้วเรียวขมวดชิดติดกันแน่น ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความสงสัย

“แม่..” เสียงที่เอ่ยเรียกผู้มาใหม่นั้นเบาหวิว ผู้หญิงคนนั้นมีส่วนละม้ายคล้ายคลึงเธอแทบทุกอย่าง หากแต่แววตากลับไม่ได้มีความใจดีหรือชวนให้รู้สึกอบอุ่นอยู่เลย

“ปู่แกเป็นยังไงบ้าง” นี่คือประโยคแรกหลังจากไม่ได้เจอกันนานนับหลายปี เธอไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้ควรรู้สึกยังไง

หญิงสาวเบนสายตาออกจากใบหน้าของมารดา มองไปยังผู้ชายแปลกหน้าด้านหลังที่ตามเข้ามาด้วยกัน ผู้ชายคนนั้นส่งยิ้มให้เมื่อเห็นว่าม่านไหมจับตามองตัวเองอยู่ แต่รอยยิ้มของเขาไม่ได้ทำให้ม่านไหมรู้สึกว่าชายผู้นี้ดูน่าคบหาเลยสักนิด

“ยกมือไหว้ซะสิ นี่ลุงเดช พ่อเลี้ยงของแก”

แม่คงเห็นว่าม่านไหมเอาแต่ตกตะลึงนิ่งค้างกับการปรากฏตัวแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จึงต้องเริ่มจากการแนะนำตัวกันก่อน

กว่าม่านไหมจะยอมเข้าใจว่าแม่กลับมาเจอหน้าเธอและปู่ก็เพราะรู้อาการป่วย เธอยังอดน้อยใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้ หากไม่มีใครล้มป่วย แม่ก็คงไม่มีทางโผล่หน้ามาแน่นอน เธอแทบจะลืมหน้าแม่ไปแล้วด้วยซ้ำหากดีเอ็นเอระหว่างเราสองคนไม่เหมือนกันขนาดนี้

“ค่าผ่าตัดเยอะแยะขนาดนั้นแกมีปัญญาจ่ายเหรอ” ม่านไหมส่ายหน้าให้กับคำถามนั้น ลำพังแค่หาเงินจ่ายค่ายาและค่ารักษาก่อนหน้าเธอก็แทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว

“คนอื่นล่ะได้ติดต่อมาบ้างไหม” ศรีษะยังคงส่ายไปมาช้าๆ เหมือนเดิม แววตาอ่อนแรงจับจ้องท้องฟ้าปลอดโปร่งแลดูว่างเปล่า

“ไม่มี”

“ไม่มีเลยเหรอ เป็นไปได้ไง ทำไมใจจืดใจดำกันขนาดนั้น แล้วใครเป็นคนสั่งให้แกมาดูแลปู่ ฉันอยากจะตามไปจิกหัวรายตัวจริงๆ”

ท่าทางดูอารมณ์เสียไม่น้อยหลังได้คำตอบจากเธอ ม่านไหมถอนหายใจแผ่วเบา ไม่พูดไม่กล่าวอะไรออกไป

“ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรทางสายเลือดกับแกสักหน่อย แต่ก็ยังตามให้แกมาดูแล พอเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาก็ผลักภาระให้ ไม่มาดูดำดูดีกันสักคน แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน”

ก็ถูกของแม่ ชายชราผมขาวที่นอนติดเตียงตรงนี้ไม่ได้เป็นปู่แท้ๆ ของเธอ แต่เป็นปู่เลี้ยงที่รักเธอเสมือนหลานแท้ๆ และเธอก็รักปู่เหมือนกัน ต่อมาเมื่อย่าตายจาก ปู่ก็มีย่าคนใหม่ ย่าคนนี้ไม่ชอบม่านไหมเอาแต่คอยดุด่า พูดจาทำร้ายจิตใจ จนเมื่อม่านไหมเริ่มโตขึ้นก็ต้องระเห็จออกมาจากบ้านด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างที่กดดันจนเธอไม่สามารถทนอยู่ต่อไปได้

ม่านเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัยแตกเนื้อสาว กว่าจะโตขึ้นมาเป็นเธออย่างในทุกวันนี้มันไม่ง่ายเลยจริงๆ

หากถามถึงพ่อ รายนั้นเลิกรากับแม่ไปมีครอบครัวใหม่ก่อนม่านไหมจะทันเดินได้ด้วยซ้ำ ม่านไหมอยู่กับแม่จนถึงอายุเก้าขวบ แม่บอกไม่มีปัญญาเลี้ยงเธออีกแล้ว จึงได้พามาทิ้งไว้กับปู่ สาเหตุนี้ล่ะมั้งย่าเลี้ยงถึงได้เกลียดชังน้ำหน้าเธอนัก

ย่าเลี้ยงมีลูกติดหนึ่งคน แต่ก็เป็นคนไม่เอาไหนเหมือนกัน อย่างที่เห็นในตอนนี้ตั้งแต่ปู่ไม่สบายเจ็บไข้ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเดือนๆ ทางนั้นก็ตามหาตัวเธอให้มาดูแลโดยอ้างถึงบุญคุณน้ำข้าวที่เคยให้ตอนเด็กๆ

ม่านไหมนึกหัวเราะเยาะอยู่ในใจ น้ำและข้าวที่แลกมากับการแอบหยิกแอบตีเธอหลับหลังปู่แบบนั้นน่ะหรือ เธอซึ้งน้ำใจจนกำหมัดแน่นเลยล่ะ

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เมื่อรับรู้เรื่องที่ปู่เจ็บไข้ไม่สบายหนักขนาดนี้จะให้เธอทนนิ่งดูดายโดยที่ไม่ทำอะไรเลยสักอย่างเธอก็ทำไม่ได้ ต่อให้ท่านจะไม่ใช่ปู่แท้ๆ ที่มีสายเลือดเดียวกัน แต่ยังไงท่านก็คือคนที่มอบความรักความอบอุ่นและดูแลเธอในตอนโหยหาความรักโดยที่พ่อกับแม่ไม่สามารถทำแบบนี้ได้

“แล้วหลายปีมานี้แม่ไปอยู่ที่ไหนมาล่ะ” ม่านไหมสูดลมหายใจช้าๆ เปลี่ยนเรื่องไม่ให้บรรยากาศรอบตัวชวนอึดอัดไปมากกว่านี้

ผู้หญิงตรงหน้านิ่งเงียบไปเล็กน้อย ไม่รู้กำลังเรียบเรียงคำพูดหรือคิดหาข้อแก้ตัวดีๆ อยู่กันแน่

“ก็ไปเรื่อยนั่นแหละ นี่ก็เพิ่งกลับมาจากใต้ตอนรู้ข่าวปู่แกไง อยากมาเจอแกด้วย แม่คิดถึ..”

“อย่าพูดว่าคิดถึงถ้าไม่ได้คิดแบบที่พูดจริงๆ เพราะถ้าแม่คิดถึงฉัน แม่คงหาทางติดต่อมาหาฉันบ้างแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันรอวันแล้ววันเล่า รอจนมีความคิดที่ว่าชาตินี้ฉันจะยังได้เห็นหน้าแม่อยู่อีกไหม” น้ำเสียงของเธอไม่ได้ฟังดูตัดพ้อแต่ออกไปทางระบายความอัดอั้นออกมามากกว่า

แววตาของแม่วูบไหวอยู่เสี้ยววินาทีหนึ่ง จะด้วยตกใจหรือสำนึกได้ก็ตาม ฝ่ามือที่เคยอ่อนนุ่มแต่บัดนี้หยาบกระด้างรีบจับมือม่านไหมลูบเบาๆ ราวอยากให้เธอใจเย็นลง

“แม่ขอโทษ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ แม่ก็ไม่ได้อยากทิ้งแกหรอก แต่ตอนนั้นมันมีทางเลือกที่ไหนล่ะ ถ้าแม่พาแกไปด้วย แกก็ต้องไปตกระกำลำบากกับแม่น่ะสิ” น่าแปลกที่ม่านไหมไม่ได้น้ำตารื้นกับประโยคนั้น เธอรู้สึกราวกับว่ามองเห็นความคิดของแม่ทะลุปรุโปร่งในทุกๆ คำพูดซึ่งเปรียบเหมือนคำแก้ตัว

ไม่อยากพาเธอไปด้วยงั้นหรือ? กลัวพาไปแล้วลำบาก เธอก็อยากบอกแม่ว่าเธอยอมลำบากดีกว่าโดนทิ้งให้อยู่กับคนใจร้ายที่คอยแต่จะสาดคำพูดแย่ๆ ใส่เธออย่างย่าเลี้ยงยังจะดีกว่าซะอีก

ม่านไหมหยุดการซักถามแต่เพียงเท่านี้ คำตอบที่ได้รับล้วนแล้วแต่เป็นข้อแก้ตัวให้ตัวเองดูดี สู้ไม่รู้ ไม่ต้องรับฟังจะดีกว่า

แต่มันก็มีอีกอย่างที่เธอคาใจ..

“แม่ตั้งใจมาเยี่ยมปู่จริงๆ หรือว่ามีอะไรกันแน่” เป็นคำถามที่ทำเอาอีกฝ่ายต้องหันไปสบตากับสามีเลยทีเดียว เธอถามตรงไปอย่างนั้นหรือ ทำไมรู้สึกไม่ชอบมาพากลเลย

“พอฉันรู้ข่าวเรื่องปู่แก ฉันมั่นใจว่าแกคงไม่มีทางมีปัญญาหาเงินค่ารักษาได้หรอก เงินขนาดนั้นจะหาได้จากที่ไหนถูกไหมล่ะ” นั่นน่ะสิ จะหาได้จากที่ไหน นอกซะจากจะถูกหวยรางวัลที่หนึ่งซึ่งมันก็เป็นเพียงความคิดตลกๆ ของเธอเท่านั้น

“ฉันก็เลยมาหาแกนี่ไง มีข้อเสนอมาให้”

“จะให้ฉันยืมเงินเหรอ” ม่านไหมแกล้งถามออกไปทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคำพูดที่เธอจะได้ยินจากปากอีกฝ่ายมันจะออกมาประมาณไหน

“งงเงินอะไรกันล่ะ ฉันไม่มีให้แกยืมหรอก ลำพังตัวเองกับผัวยังจะเอาตัวกันไม่รอด แกอย่ามาถามเรื่องเงินจากฉันหน่อยเลยน่า” แม่ดูจริงจังขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แม้จะเป็นแม่ลูกกันแต่เรื่องเงินก็ไม่เข้าใครออกใคร

“แล้วข้อเสนอที่แม่ว่าคืออะไร?”

“หาผัวรวย”

“ห๊ะ!” คิ้วที่มุ่นตึงมาพร้อมสีหน้างุนงงพิสดารใจ หากไม่ใช่สถานการณ์กำลังตึงเครียดอยู่แล้ว ม่านไหมก็คงหลุดขำกับคำพูดน่าขบขันนั้น

“งงอะไรของแก ฉันจริงจังอยู่นะ แกต้องหาผัวรวย แล้วฉันก็มีคนมาเสนอแกด้วย คนนี้น่ะรวยมาก เป็นถึงเจ้าของเกาะเลยล่ะแกเอ๊ย ที่สำคัญยังโสด ไม่มีเมีย ถ้าแกจับเขาทำผัวได้นะ สบายไปทั้งชาติ ได้เป็นคุณนายนั่งกินนอนกิน ไม่ต้องลำบากแบบนี้อีก แล้วแกก็จะได้เอาเงินมารักษาปู่แกด้วยไง” ทุกคำของแม่ยิ่งกว่าคนเพ้อฝัน จากที่คิดว่าแม่คงพูดเล่นแต่ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้ว

“พูดอย่างกับละคร คนรวยขนาดนั้นเขาจะมาสนใจคนจนๆ แบบฉันทำไม ถ้าจะช่วยก็ช่วยเรื่องที่มันเป็นไปได้หน่อยเถอะ”

ม่านไหมส่ายหน้าไปมา ข้อเสนอของแม่ยิ่งทำให้เธอหดหู่ขึ้นไปอีก และอาจเป็นเพราะแม่ห่างหายจากชีวิตเธอไปนาน ความสนิทสนมกันจึงไม่มี เหมือนคนเคยรู้จักกันเมื่อนานมาแล้วได้กลับมาพูดคุยกันอีกครั้งมากกว่า สายใยแม่ลูกอะไรเทือกนั่น ม่านไหมสัมผัสมันไม่ได้เลยจริงๆ

“ฉันก็ช่วยแกอยู่นี่ไง แกฟังฉันก่อนสิแล้วจะรู้ว่าข้อเสนอที่หยิบยื่นให้แกเนี่ย มันมีแต่คุ้มกับคุ้ม” เธอชักจะเอือมระอา เหมือนแค่แม่เปิดปากก็เห็นลิ้นไก่ คนเป็นแม่ต้องมีสิ่งที่ทำให้ลูกสาวอย่างเธอรู้สึกเชื่อใจได้บ้างสิ แต่นี่เธอไม่รู้สึกแบบนั้นเลย

“นายหัวน่ะเป็นเจ้าของเกาะสมุทรมันตรา เกาะนี้ชื่อเสียงโด่งดังจะตาย แกน่าจะรู้จักบ้างสิ” ม่านไหมส่ายหัวในทันที แต่ล่ะวันเธอหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องงานจะให้เอาเวลาที่ไหนไปสนใจอย่างอื่น

“งั้นก็ช่างมัน แต่แกรู้ไว้เลยนะ นายหัวรวยมาก นอกจากจะเป็นเจ้าของเกาะครอบครองทุกอย่าง เขายังมีโรงแรม กาสิโนร้านอาหารใหญ่ๆ หลายร้าน สวนทุเรียนแล้วก็ที่ดินเยอะแยะเต็มไปหมดอีก ถ้าแกจับเขาทำผัวได้ แกอยู่แบบสบายๆ ทั้งชาติเลยนะม่านไหม” คำพูดแม่ราวกับจะล่อตาล่อใจให้เธอหลงติดกับดัก สายตาที่พราวระยับเป็นประกายแวววาวยามเอ่ยถึงนายหัวอะไรนั่น แต่ในหัวเธอกลับเกิดเป็นภาพผู้ชายแก่ หัวล้าน พุงพลุ้ย หน้าตาหื่นกามชอบลวนลามเด็กสาวมากกว่า แค่คิดม่านไหมก็ขนลุกแล้ว

“แม่จะให้หนูจับคนไม่รู้จักกันมาก่อนทำผัวเนี่ยนะ แม่คิดได้ยังไงเนี่ย”

“เอาน่า มันไม่ใช่เรื่องยากหรอก แกออกจะสวยขนาดนี้ ดูซิ ไม่ว่าจะหน้าตา ทรวดทรงองเอวก็ได้แม่ไปเต็มๆ ถ้านายหัวเห็นแกนะ เขาต้องตกหลุมรักแกตั้งแต่แรกเห็นแน่ ใช่ไหมพี่เดช” แม่หันไปถามผู้ชายของตัวเองเสียงหวาน ผู้ชายคนนั้นก็ส่งสายตาบางอย่างมองม่านไหม เป็นสายตาแบบที่เธอไม่ชอบเลย

“อื้ม ลูกสาวเธอสวยได้เธอจริงๆ นั่นแหละ สเปคนายหัวเลย” ยิ่งพูดก็ยิ่งดูเหมือนการค้ามนุษย์ยังไงไม่รู้

“นายหัวอะไรนั่นของแม่รักคนง่ายจังเลยนะ ถ้าเห็นคนสวยๆ เป็นไม่ได้แล้วตกหลุมรักทันที ป่านนี้เขาคงมีเมียเป็นร้อยไปแล้วมั้ง” เพราะม่านไหมเชื่อว่าผู้ชายประเภทนั้นย่อมต้องมีสาวน้อยสาวใหญ่อยู่ข้างกายเต็มไปหมดแน่ๆ

“ไม่หรอก นายหัวไม่ใช่คนชอบใครมั่วซั่ว แต่แค่แกเนี่ยอยู่ในลิสต์ที่เขาสนใจ แม่คิดว่างั้นนะ” มันก็แค่สิ่งที่แม่คิดเอาเอง และที่พูดมาก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องตลกทั้งนั้น จะให้เธออ่อยเจ้าของเกาะทำผัว..อืม สุดยอดเลยจริงๆ

“แกสนใจไหมล่ะ ฉันอยากให้แกสนใจนะ เพราะฉันมีวิธีให้แกเข้าถึงตัวนายหัวแบบที่ผู้หญิงคนอื่นก็ทำไม่ได้”

“วิธีแบบไหน?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท้ารักนายหัวมาเฟีย    ตอนที่ 13/3 เจ๊ป๊อบปี้

    “ม่านไหมก็รู้ใช่ไหมบ้านพี่เป็นคนจีน เวลาพี่นั่งดูละครพร้อมพวกเขา ถ้ามีฉากไหนที่มีตัวละครเป็นเก้งเป็นกะเทย ไม่เตี่ยก็ม๊าจะทำหน้าอี๋ๆ เหมือนรังเกียจ ต่อให้ไม่พูดแต่พี่รู้สึกได้ว่าเขาแอนตี้คนที่เป็นแบบนี้ แล้วถ้าวันนึงเขารู้ว่าลูกชายเป็นคนแบบที่พวกเขาเกลียดล่ะ เขาจะรู้สึกยังไง จะรังเกียจพี่ไหม พี่ถึงไม่อยากให้ใครรู้เลยต้องแอ๊บ แมนอยู่อย่างนี้ไง” คล้ายว่าในดวงตาดำสนิทคู่นั้นแวววาวไปด้วยหยาดน้ำ “พี่ไม่อยากทำให้พวกท่านผิดหวัง ไม่อยากให้พวกท่านรู้แล้วเกิดความคิดที่ว่า คลอดพี่ออกมาเป็นผู้ชายดีๆ แต่ทำไมโตมาดันกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ ฮึก…พี่ พี่ไม่กล้าบอกใครหรอกครับ” ก้อนความเสียใจถาโถมกลางอกปกรณ์เหมือนคลื่นลูกใหญ่จนเขาร้องไห้ออกมา ม่านไหมแทบจะร้องไห้ตาม เธอรับรู้ถึงความอึดอัดท่วมท้นของปกรณ์ ต่อให้คนทั้งโลกยอมรับแต่คนในครอบครัวส่ายหน้ารังเกียจมันก็ไม่มีประโยชน์ “ไม่ร้องนะพี่ ไม่ต้องร้อง พี่เก่งที่สุดแล้ว แค่นี้ก็เก่งมากๆ แล้ว” ม่านไหมขยับตัวนั่งชิดปกรณ์ที่ยังคงร้องไห้ออกมา เธอวาดวงแขนกอดคอเขาไว้หลวมๆ พลางตบบ่าเบาๆ อย่างปลอบโยนและให้กำลังใจ กว่าปกรณ์จะหยุดร้องไห้ หมึกย่างก็เย็นชืดแถมยำว

  • ท้ารักนายหัวมาเฟีย    ตอนที่ 13/2 เจ๊ป๊อบปี้

    ผับ TA สถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะสมุทรมันตรา แหล่งรวมเหล่าชาวต่างชาติไว้มากมาย แต่ล่ะคืนทำกำไรให้เกาะอย่างงาม แสงสีเสียงด้านในนั้นจัดเต็ม มีหลายโซนให้ลูกค้าเลือกบริการ อยากได้ระดับไหนขอแค่ควักเงินในกระเป๋าออกมา พนักงานของที่นี่จะบริการอย่างเต็มที่ “น้องม่านไหมโอเคกับโซนนี้ไหมครับ” “โอเคค่ะ คนเยอะดี แบบนี้แหละสนุก” ทั้งสองคนอยู่ในโซน ดริงค์แอนด์แดนซ์ เป็นโซนที่มีชาวต่างชาติและคนไทยปะปนกันไป มีแต่ผู้ชายงานดี โดยเฉพาะฝรั่งผมบลอนด์ตาฟ้าที่หุ่นของแต่ละคนนั้นยั่วสายตาเป็นอย่างมาก ปกรณ์สั่งเครื่องดื่มอุ่นเครื่องก่อนเล็กน้อย ทั้งที่ม่านไหมเป็นคนชวนเที่ยวแต่เขาคิดไว้ในใจแล้วว่าเช็กบิลเมื่อไรเขาจะเป็นคนเลี้ยงเธอเอง ทั้งสองดื่มกันเรื่อยๆ มีโยกตัวตามจังหวะเพลงบ้าง ม่านไหมนั้นคอแข็งพอสมควร ส่วนปกรณ์เริ่มมึนเล็กน้อย “น้องม่านไหมกลับได้ไม่เกินกี่ทุ่มครับ” “กลับตอนไหนก็ได้ค่ะ จริงๆ ก็แอบหนีออกมา” ม่านไหมจุ๊ปากเบาๆ ราวกับกลัวใครได้ยิน “หนีออกมาแบบนี้ถ้านายหัวรู้เข้าไม่แย่เหรอครับ” “ก็อย่าให้เขารู้สิคะ พี่ปกรณ์รู้ไหมเขาน่ะทั้งเจ้าอารมณ์ ขี้บ่น ขี้โมโห ปากร้าย โอ๊ย! ข้อเสียเยอะไป

  • ท้ารักนายหัวมาเฟีย    ตอนที่ 13/1 เจ๊ป๊อบปี้

    ความสนิทของม่านไหมและปกรณ์เพิ่มขึ้นทุกวัน เธอและอีกฝ่ายชอบอะไรที่คล้ายคลึงกัน คุยด้วยแล้วไม่เบื่อ ปกรณ์เป็นให้ได้ทั้งเพื่อนและพี่ชาย เขาแสนดีมากจนม่านไหมยกให้เป็นอีกคนที่ไว้ใจ “หน้าบึ้งแบบนี้โดนนายหัวดุมาอีกแล้วใช่ไหมครับ” ปกรณ์ทักทายม่านไหมซึ่งหน้าม่อยหลังเดินกลับจากส่งปิ่นโตให้นายหัวทะเล ม่านไหมพยักหน้าช้าๆ ด้วยสีหน้าเซ็งสุดกำลัง “คราวนี้โดนดุเรื่องอะไรอีกล่ะ” “ก็เรื่องเดิมๆ ค่ะ พูดแล้วหงุดหงิด” เขาหาเรื่องดุเธอได้ตลอดนั่นแหละ ตั้งแต่วันที่มาส่งปิ่นโตครั้งนั้นก็ดูราวกับว่าทะเลทำตัวห่างเหินกับเธอไปเลย เขาทั้งเย็นชา ใจร้าย และชอบดุเธอแรงๆ จนหลายครั้งม่านไหมน้ำตาจุกอก เพราะสาเหตุนี้ทำให้เธอไม่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้ง่ายๆ เหมือนครั้งก่อน แค่จะมองหน้ากันเขายังไม่มอง อีกอย่างตอนนี้ก็ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกที เธอขอเวลาช่วงเทศกาลตรงนี้เพื่อจะลาหยุดกลับบ้าน อยากไปตามหาปู่ที่จนแล้วจนรอดก็ไม่รู้ว่าท่านย้ายตัวไปรักษาโรงพยาบาลแห่งไหน แต่เขาใจร้ายมาก…ใจร้ายจริงๆ เขาไม่ยอมให้เธอได้ออกไปจากเกาะ คอยให้สองลูกน้องอย่างพี่เต๋าพี่ใหญ่จับตาดูไว้ตลอด ‘ไม่ได้! ฉันไม่อนุญาต ไม่ต้องหาข้ออ้างอะไรทั้งนั

  • ท้ารักนายหัวมาเฟีย    ตอนที่ 12/3 เธอชอบใคร

    “อีกแล้วเหรอ…” ใบหน้าคมเข้มแสดงความเหนื่อยล้าออกมาเมื่อสายเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนหรูของเขาดังขึ้นอีกแล้ว หากแต่คราวนี้ไม่ใช่ใครอื่นใดแต่เป็นเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง ไอ้หมอหมา ‘มาร์คัส อนันตวรากุล’ สัตว์แพทย์หนุ่มชื่อดัง “มึงโดนตัวไหนมาเนี่ยถึงโทร.มาหากูได้” เพื่อนเขาคนนี้เป็นพวกโลกส่วนตัวสูง และหากไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ ก็ฝันไปเถอะว่ามันจะโทรหาเพื่อนฝูง (กูแค่จะโทร.ถามมึงว่าเคาท์ดาวน์ปีนี้ตกลงยังไง พวกไอ้พายัพบอกมึงไว้แล้วใช่ไหมว่าเราจะไปเคาท์ดาวน์กันที่นั่น) “อืม มันโทร.บอกกูแล้วว่าอยากได้แบบไหน มึงโทร.มาหากูเองแบบนี้จะพาน้องจริงใจมาเคาท์ดาวน์ที่นี่ด้วยเหรอวะ” น้องจริงใจคือแฟนสาวตัวเล็กน่ารักของมาร์คัส เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทะลายกำแพงน้ำแข็งในใจมันได้ จากคนที่แทบจะไม่สนใจผู้หญิงคนไหนก็มีแค่น้องจริงใจนี่แหละที่ทำให้มันเกิดอาการว้าวุ่นตลอด (อือ กูจะพาจริงใจไปเคาท์ดาวน์ที่นั่นด้วย มึงจัดให้อลังการหน่อย กูอยากให้แฟนกูประทับใจ) “แหมมม~ หมั่นไส้พวกคนคลั่งรักว่ะ เออๆ กูจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้มึงเลย” ทะเลและมาร์คัสคุยต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายไป ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาข้าวเที่ยงของเข

  • ท้ารักนายหัวมาเฟีย    ตอนที่ 12/2 เธอชอบใคร

    เช้าของวันรุ่งขึ้น ม่านไหมชงกาแฟเตรียมไว้ให้ทะเลกินเป็นมือเช้าคู่กับข้าวเหนียวหน้ากุ้งและข้าวเหนียวหน้าสังขยาที่ดาหลาซื้อมาฝากตั้งแต่ไก่โห่ แต่เจ้าตัวกินไปแค่นิดเดียวก่อนจะหันมาออกคำสั่งกับเธอ “เดี๋ยวออกไปข้างนอกกับฉันหน่อย” “ไปไม่ได้” “ทำไมจะไปไม่ได้” เสียงเขาเข้มขึ้นอย่างคนโดนขัดใจ “ฉันมีนัดแล้ว” “นัดกับใคร” เขาเล่นซักถามละเอียด ดาหลานั่งทานโจ๊กเงียบๆ แต่สองหูคอยฟังและสองตาก็คอยมองตลอดเช่นกัน “พี่ปกรณ์ เราจะไปกินติ่มซำร้านเปิดใหม่กัน” คำตอบของอีกฝ่ายทำเขาหงุดหงิด ก็นี่แหละที่เขาจะชวนเธอไปด้วย อุตส่าห์ไม่กินข้าวเหนียวหน้ากุ้งของชอบที่ดาหลาซื้อมาฝากเพราะตั้งใจจะชวนเธอไปกินติ่มซำด้วยกัน แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะโดนปกรณ์ปาดหน้าเสียก่อน “งั้นฉันไปด้วย” “ห๊ะ?” “งงอะไร ก็บอกจะไปด้วย ฉันยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยนะ” แต่ปกติเขาก็ไม่ทานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ วันนี้คึกบ้าอะไรขึ้นมาถึงอยากไปด้วยกัน “แล้วที่ชวนฉันไปด้วยกันเมื่อกี้ คุณไม่ไปแล้วเหรอ” “ไว้วันหลัง” จะให้เขาบอกได้ไงว่าจริงๆ แล้วก็ชวนไปที่เดียวกันกับที่ปกรณ์ชวนเธอนั่นแหละ เขาไม่มีวันพูดหรอก “ดาหลาจะไปด้วยกันมั้ย” “อื้ม

  • ท้ารักนายหัวมาเฟีย    ตอนที่ 12/1 เธอชอบใคร

    ทะเลไม่ได้ชอบแมวก็จริง แต่เมื่อเท้าเหยียบย่างถึงเกาะ สิ่งแรกที่เขาทำคือพาเจ้าเหมียวส้มที่ม่านไหมตั้งชื่อให้ว่า ‘แซลมอน’ ไปพบคุณหมอยังคลินิกรักษาดูแลสัตว์ หมอได้ทำการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนเข็มแรก ถ่ายพยาธิ เจ้าแซลมอนได้สมุดนัดเป็นของตัวเอง ในสมุดระบุวันเวลาที่ต้องมาฉีดวัคซีนรอบสอง จากนั้นทะเลก็ยังซื้ออาหารแมวชั้นดีเกรดนำเข้าที่แพงที่สุดในร้านโดยให้เหตุผลกับม่านไหมที่มองอย่างอึ้งๆ ว่า… ‘ไหนๆ จะเลี้ยงมันแล้วก็ให้มันกินอาหารยี่ห้อดีๆ ไปเลย จะได้ไม่มีปัญหาสุขภาพตามมาทีหลัง หมอเขาก็แนะนำอยู่ เธอจะทำหน้าอึ้งทำไม’ ก็อึ้งตรงที่เขาใส่ใจขนาดนี้นี่แหละ เขาไม่ชอบแมวจริงๆ หรือชอบแต่ไม่รู้ตัวเองกันแน่ ซึ่งไม่ใช่แค่ซื้ออาหารดีๆ ให้เท่านั้น เขายังซื้อของใช้อื่นๆ อย่างเบาะนอน ที่ลับเล็บแมว ชามข้าว ชามน้ำ กระบะทราย ของใช้ที่จำเป็นอีกหลายอย่าง ‘ยังขาดอะไรอีกบ้างนะ ซื้อแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ขาดเหลืออะไรก็ค่อยสั่งมา’ เป๊ะยิ่งกว่าคนที่อยากเลี้ยงแบบเธอเสียอีก ทะเลให้เจ้าแซลมอนครองห้องว่างๆ ห้องหนึ่งที่เคยใช้เก็บของซึ่งก่อนกลับมาถึงเกาะเขาให้คนเข้ามาทำความสะอาดและย้ายของที่ไม่จำเป็นเอาไปทิ้งหมดแล้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status