หน้าหลัก / แฟนตาซี / ธรรมจักรทมิฬ / ตอนที่ 74: นครหลวงเถ้าถ่าน และพระราชโองการสีเลือด

แชร์

ตอนที่ 74: นครหลวงเถ้าถ่าน และพระราชโองการสีเลือด

ผู้เขียน: Wanderer
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-28 08:43:54

ความรู้สึกแรกที่ปลุกสิงขรให้ตื่นจากภวังค์อันมืดมิด ไม่ใช่ความหนาวเหน็บหรือความเจ็บปวด แต่เป็นสัมผัส
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทล่าสุด

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 81: บุปผาโลหิตที่หลับใหล และดาบที่มิเคยปราชัย

    ความเงียบสงัด ณ ก้นบึ้งของ "มหานิโครธสรณะ" นั้นหนักอึ้งประดุจศิลาแลงพันตันที่กดทับลงมาบนบ่า ทะเลสาบมรณะชาดที่เดือดพล่านและส่งกลิ่นเหม็นเน่าอยู่เบื้องหลัง บัดนี้ถูกทิ้งไว้เบื้องล่างเมื่อสิงขร มาลิน และวายุ ก้าวขึ้นมาถึงรากไม้ยักษ์ที่สานตัวกันเป็นลานประลองกว้างขวาง ณ ใจกลางของนครใต้ร่มเงาเบื้องหน้าของพวกเขา คือรากไม้ที่ขดตัวรวมกันเป็นแท่นบรรทมขนาดมหึมา และบนแท่นนั้น... "ดอกบัวโลหิต" ขนาดยักษ์ที่ยังคงหุบตูมกำลังเต้นตุบๆ อย่างแผ่วเบาและสม่ำเสมอ ราวกับเป็นหัวใจอีกดวงหนึ่งของต้นไทรต้องสาปแห่งนี้ กลีบดอกสีแดงคล้ำของมันมีละอองสปอร์สีทองและสีแดงลอยฟุ้งออกมาตามจังหวะการเต้น ทุกครั้งที่มันขยับ กลิ่นของความตายและความเน่าเปื่อยจะทวีความรุนแรงขึ้นสิงขรหยุดยืนอยู่ที่ขอบลานกว้าง เขายกแขนซ้ายที่ชุ่มเลือดขึ้นปาดเหงื่อเย็นเยียบที่เกาะพราวบนหน้าผาก ลมหายใจของเขาหนักหน่วง บาดแผลทั่วร่างเต้นตุบๆ ประสานกับจังหวะของดอกบัวยักษ์"มาลิน... วายุ..." สิงขรเอ่ยเสียงแผ่วเบาแต่เด็ดขาด โดยไม่ละสายตาจากดอกบัวเบื้องหน้า "พวกเจ้าหยุดอยู่แค่นี้ ห้ามก้าวล่วงเข้าไปในลานกว้างนั้นเด็ดขาด กลิ่นอายของพิษมรณะชาดที่แผ่ออกมาจาก

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 80: ห้วงลึกแห่งสระมรณะชาด และสาวกแมลงแห่งความเปื่อยพัง

    ความเงียบสงัดที่โรยตัวลงมาหลังจากการดับสูญของอัศวินหทัยเน่าเปื่อยนั้น ไม่ได้นำพาความสงบใจมาสู่สิงขรเลยแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับเป็นความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นประสาทสัมผัส ราวกับว่ามหานครใต้เงา ทั้งเมืองกำลังกลั้นหายใจเพื่อเฝ้าดูความตายของผู้บุกรุก เลือดสีคล้ำที่ถูกแช่แข็งบนพื้นหินอ่อนเริ่มละลายกลายเป็นไอพิษสีแดงจางๆ ลอยปะปนไปกับสปอร์เชื้อราที่ล่องลอยอยู่ในอากาศสิงขรยันกายขึ้นจากพื้นด้วยความยากลำบาก ดาบจันทราทมิฬที่ใช้เป็นไม้เท้าค้ำยันสั่นสะท้านไปตามแรงสั่นของท่อนแขน บาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่าง—ตั้งแต่รอยฟันของนักฆ่าล่องหน ลูกธนูที่เจาะทะลุสีข้าง ไปจนถึงรอยช้ำจากการปะทะกับยอดอัศวิน—กำลังประสานเสียงประท้วงอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเขาเพิกเฉยต่อความเจ็บปวดทางกาย ดวงตาของเขาทอดมองผ่านซุ้มประตูศิลาบานยักษ์ที่เปิดอ้าออก เผยให้เห็นบันไดทางลงที่มืดมิดและแคบชัน ซึ่งทอดตัวดำดิ่งลงสู่รากฐานอันลึกที่สุดของ "มหานิโครธสรณะ""ทางลงสู่ก้นบึ้ง..." วายุในร่างวิญญาณลอยมาหยุดอยู่เคียงข้างสิงขร แสงสีฟ้าของเขากระพริบอย่างไม่เสถียรเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ลอยสวนขึ้นมาจากความมืด "ที่นั่นไม่มีแสงสว่างแห่งมหาโพธิ์ทองสาดส

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 79: นครใต้ร่มเงา และอัศวินหทัยเน่าเปื่อย

    ภาพของ "นครใต้ร่มเงา" ที่ปรากฏอยู่เบื้องล่างชานชาลาไม้นั้น เป็นทัศนียภาพที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้งอย่างถึงที่สุด มันคืองานสถาปัตยกรรมที่วิจิตรบรรจงเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะรังสรรค์ขึ้นได้ กำแพงศิลาสีขาวบริสุทธิ์ถูกแกะสลักเป็นลวดลายเถาวัลย์และดอกไม้อย่างประณีต หลังคาโดมสีทองอร่ามที่สะท้อนแสงสลัวดูราวกับสรวงสวรรค์ที่ร่วงหล่นลงมาซุกซ่อนอยู่ใต้เรือนยอดของ "มหานิโครธสรณะ" สะพานลอยฟ้าและระเบียงทางเดินทอดยาวสลับซับซ้อนเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายขนาดมหึมา โอบล้อมแกนกลางของต้นไทรยักษ์เอาไว้อย่างแน่นหนาทว่า ความงดงามเหล่านั้นกลับถูกกลืนกินด้วยความวิปลาสที่น่าสะอิดสะเอียนรากไม้สีดำคล้ำที่เจาะทะลวงสถาปัตยกรรมหินอ่อนแตกแขนงออกไปทั่วทุกสารทิศ บนพื้นทางเดินและกำแพงวิหารเต็มไปด้วยคราบเชื้อราสีแดงฉานที่เกาะกรังประดุจสนิมโลหิต สปอร์พิษฝุ่นสีแดงลอยฟุ้งอยู่ในอากาศหนาทึบจนมองเห็นเป็นละอองเพลิงที่ล่องลอย กลิ่นของนครแห่งนี้ไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้สวรรค์ แต่มันคือกลิ่นหวานเลี่ยนของเนื้อที่กำลังเน่าเปื่อย ผสมปนเปกับกลิ่นคาวสนิมของเลือดที่บูดเน่ามันคืออาณาจักรที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พึ่งพิง ทว่ากลับถูกรัดรึงด

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 78: มหานิโครธสรณะ และเสียงสังข์มรณะบนรากอากาศ

    หิมะสีขาวโพลนรอบลานกว้างของ "นครลับแลโอสถศาลา" ถูกย้อมด้วยหยาดโลหิตสีแดงฉานที่ไหลรินจากร่างของสิงขร ชายหนุ่มนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นน้ำแข็งเย็นเยียบ บาดแผลจากคมลูกธนูและมีดสั้นของนักฆ่าล่องหนเปิดกว้างและลึกจนน่าหวาดเสียว ทว่าชัยชนะที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของเขาก็สัมฤทธิ์ผล ม่านพลังงานสีฟ้าที่เคยปิดกั้นเส้นทางเบื้องหน้าได้แตกสลายลง เผยให้เห็นบันไดศิลาที่ทอดตัวยาวขึ้นสู่ซุ้มประตูมิติที่ทอแสงสีทองอร่ามมาลินทิ้งไม้เท้าค้ำยันของนางลงพื้น แล้วรีบถลาเข้ามาประคองร่างของสิงขร นางฉีกม้วนผ้าพันแผลที่เหลืออยู่น้อยนิดและเทน้ำยาสมานแผลขวดสุดท้ายลงบนรอยแผลที่ลึกที่สุด"เจ้ามันบ้า! บ้าที่สุด!" มาลินด่าทอทั้งน้ำตา มือของนางสั่นเทาขณะพยายามห้ามเลือดที่ไหลทะลักจากต้นแขนและสีข้างของเขา "ข้าบอกให้ระวังตัว แต่เจ้ากลับวิ่งฝ่าดงธนูและมีดสั้นเข้าไปดื้อๆ! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าหรืออย่างไร ที่จะไม่มีวันตายเนี่ย!"สิงขรฝืนยิ้มบางๆ แม้ใบหน้าจะซีดเซียว เขายกมือขวาที่สวมถุงมือหนังเปื้อนเลือดขึ้นแตะแขนของนางเบาๆ "ถ้าข้าไม่บ้า... เราคงตายกันหมดด้วยน้ำมือของพวกนักฆ่าไร้เงาไปแล้ว... ข้าบอกเจ้าแล้วไง ว่าข้าจะฟันฝ

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 77: นครลับแลโอสถศาลา และคบเพลิงแห่งการทดสอบสีเลือด

    พายุหิมะที่บ้าคลั่งค่อยๆ อ่อนกำลังลงเมื่อคณะเดินทางก้าวล่วงเข้าสู่อาณาเขตของ "นครลับแลโอสถศาลา" ทว่าความสงบที่ได้พบกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงหวีดหวิวของพายุ ซากเมืองโบราณแห่งนี้ถูกแช่แข็งอยู่ในกาลเวลา อาคารศิลาสีเทาหม่นที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมวิจิตรบรรจงถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาเตอะ ไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิต ไร้ซึ่งควันไฟจากปล่องไฟ มีเพียงความเงียบงันที่กดทับลงมาบนบ่าราวกับศิลาแลงสิงขรเดินนำหน้าฝ่ากองหิมะไปยังลานกว้างใจกลางเมือง ที่นั่นมีแท่นศิลากลมขนาดใหญ่ที่สลักอักขระเวทมนตร์โบราณเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ มันคือ "คุกจำลองวิญญาณ" มิติซ้อนทับที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นบททดสอบสุดท้ายสำหรับผู้ที่ต้องการล่วงล้ำเข้าสู่ "มหานิโครธสรณะ""แท่นผนึกนี่..." วายุลอยเข้าไปสำรวจใกล้ๆ แสงวิญญาณของเขาสั่นไหวเมื่อสัมผัสกับเวทมนตร์บนแท่น "มันต้องการให้ผู้ทดสอบเข้าไปในมิติคู่ขนาน เพื่อจุดคบเพลิงเวทมนตร์ทั้งสี่จุดที่ตั้งอยู่บนยอดหอคอยของเมือง เมื่อไฟทั้งสี่ดวงลุกโชน ม่านพลังที่ปิดกั้นรากไม้ศักดิ์สิทธิ์จึงจะเปิดออก""งั้นเราก็เข้าไปกันให้หมดนี่แหละ" มาลินกระชับไม้เท้า ค้ำยันร่างที่บอบช้ำของนาง"ไม่ได้..." สิงขรย

  • ธรรมจักรทมิฬ   ตอนที่ 76: ทุ่งเหมันต์ลี้ลับ และรากอากาศแห่งมหานิโครธสรณะ

    กลไกฟันเฟืองของ "มหาแท่นหินศิลา" ส่งเสียงคำรามก้องอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันไม่ได้นำพาสิงขรและพรรคพวกขึ้นสู่ยอดเขาอันเป็นที่ตั้งของเตาหลอมบรรพกาล เมื่อสิงขรนำ "ศิลาตราสัญลักษณ์ลับ" ไปประทับลงบนแท่นควบคุม แสงสีทองหม่นที่แผ่ออกมาจากศิลาก็แทรกซึมลงไปในรอยแตกของกลไก ปลุกเส้นทางที่ถูกซ่อนเร้นจากสายตาของทวยเทพให้ตื่นขึ้นลิฟต์ศิลาขนาดยักษ์สั่นสะเทือน ก่อนจะลดระดับดิ่งลึกลงไปในหุบเหวที่ถูกปกปิดด้วยเวทมนตร์พรางตา ความหนาวเย็นที่กรีดลึกถึงกระดูกพัดสวนขึ้นมาประทะใบหน้า มันเป็นความหนาวที่แตกต่างจากยอดเขาแห่งบรรพชน มันไม่ได้ดุดันบ้าคลั่ง แต่มันเงียบเชียบ เยือกเย็น และแฝงไว้ด้วยความโศกเศร้าประดุจเสียงกระซิบของคนตายเมื่อประตูศิลาเปิดออก สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือโลกที่ถูกย้อมด้วยสีขาวโพลนจนตาพร่ามัว"ทุ่งเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์"พายุหิมะที่นี่ไม่ได้ตกลงมาจากฟากฟ้า แต่มันหมุนวนอยู่เหนือพื้นดินหนาทึบจนบดบังทัศนวิสัยทั้งหมด ระยะการมองเห็นลดลงเหลือเพียงไม่กี่ช่วงแขน แสงสว่างถูกดูดกลืนหายไปในม่านหมอกสีขาว ขุนเขาหรือหน้าผาใดๆ ล้วนถูกลบเลือนหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความอ้างว้างที่ไร้ขอบเขต"ข้ามองไม่เห็นอะไรเลย..."

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status