ดอกหญ้าทะยานฟ้า

ดอกหญ้าทะยานฟ้า

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-29
Oleh:  Sanassetong Ongoing
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
6
1 Peringkat. 1 Ulasan
23Bab
669Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หลินซือหยาบุตรสาวตระกูลเล็กๆที่บิดาไม่สนใจ เขาโตมากับพี่ชายทั้งสอง ในขณะที่พี่ชายทั้งสองนั้นได้เข้าฝึกยุทธในสำนักใหญ่ทส่วนตัวนางนั้นกลับถูกปฏิเสธเพราะเส้นลมปราณติดตายทบิดานั้นมองว่าตัวนางเป็นภาระนางไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธ์ได้ บิดาอับอายผู้คนจึงส่งให้นางไปอยู่ที่ห่างไกลผู้คน ให้นางเก็บเสื้อผ้าและขึ้นเขาไป ระหว่างทางนางเจอจอมยุทธชราผู้บาดเจ็บผู้หนึ่ง นางจึงได้ช่วยเขาไว้ด้วยความที่นางรู้จักสมุนไพรจึงรักษาอาการบาดเจ็บของชายชราผู้นั้นได้ ชายชราผู้นั้นมอบคัมภีร์มรณะดาราให้กับนาง จนในที่สุดนางก็พยายามที่จะเรียนคัมภีร์นี้ คัมภีร์นี้ต้องอาศัยความเจ็บปวดและความพยายามหลอมเป็นพลัง นางฝึกโดยทุกข์ทนอย่างหนัก และค่อยๆเปิดเส้นลมปราณที่ปิดตายได้

Lihat lebih banyak

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

จินไน่ไน่
จินไน่ไน่
ทำไมไม่อัพตอนอ่ะ
2025-12-14 18:01:30
0
0
23 Bab
เด็กหญิงไร้พรสวรรค์
เด็กสาวในวัยห้าหนาวกำลังวิ่งเล่นกับพี่ชายทั้งสอง พวกเขาอายุเจ็ดและเก้าหนาวแล้ว วันนี้ที่หมู่บ้านของพวกเขาจะมีพิธีตรวจเส้นลมปราณ ซึ่งเด็กวัยห้าหนาวไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีก็ต้องเข้าพิธีตรวจเส้นลมปราณนี้ มีอาจารย์หลายๆสำนักมาดูการตรวจเส้นลมปราณนี้พวกเขาจะได้รู้ว่าเส้นลมปราณของเด็กๆเป็นอย่างไร และถ้าหากถูกใจพวกเขาก็จะส่งเทียบเชิญเข้าสำนักฝึกเส้นลมปราณต่อไป"หลินซือหยาการตรวจเส้นลมปราณในครั้งนี้ข้าอยากให้เจ้ามีอาจารย์สำนักใหญ่ๆแบบข้าส่งเทียบเชิญเข้าสำนักจัง เจ้าต้องปล่อยพลังเส้นลมปราณอย่างเต็มกำลังเลยนะ"หลินอี้เฟิงกล่าวขึ้นกับน้องสาว พวกเขาสามคนพี่น้องรักใครกันดี แม้นว่าพวกเขาทั้งสามจะเติบโตมากับบิดาเพียงผู้เดียว เพราะตั้งแต่โตขึ้นมา พวกเขาก็ไม่เคยเห็นหน้ามารดาเลย ในเรือนตอนนี้ก็มีแต่หลินซือหยาที่เป็นสตรีเพียงคนเดียว งานบ้านงานเรือนถึงแม้นว่านางจะเป็นเด็ก นางก็ต้องทำให้บิดาและพี่ชายทั้งสอง แต่ส่วนมากพี่ชายทั้งสองจะไปอยู่สำนักศึกษาจะกลับมาเฉพาะช่วงที่สำนักศึกษาให้กลับมาเท่านั้น พี่ชายทั้งสองของนางคือหลินเต๋อหงที่อายุเจ็ดขวบ หลินอี้เฟิงที่อายุเก้าขวบ พวกเขาทั้งสองได้เรียนที่สำนักพฤกษาสุน
Baca selengkapnya
ไม่มีคำว่าเหมือนเดิมอีกต่อไป
เช้าวันรุ่งขึ้นปกติแล้วผู้เป็นบิดาจะเรียกทุกคนเพื่อที่จะมาทำกับข้าวร่วมกัน และกินข้าวร่วมกันแต่ครั้งนี้หลินซือหยาไม่ได้รับการปลุกเช่นวันวานแล้ว เมื่อหลินซือหยาออกนอกประตูห้องของตัวเองและกำลังจะไปห้องครัวทุกคนที่อยู่ห้องครัวก็เดินออกไปกันหมด"ไอ้คนไร้ค่า เกิดมาพึ่งเคยพบเคยเห็นสงสัย เจ้าจะรู้ตัวอยู่แล้ว ที่ว่าเจ้าไร้ค่าเจ้าถึงมาถามพวกข้าอยู่ได้ว่าหากถ้าไม่สามารถเปลี่ยนแท่นตรวจเส้นลมปราณได้จะเป็นเช่นไร เจ้าก็ได้รู้สมใจแล้วอย่างไรละคนไร้ค่า"หลินเต๋อหงกล่าวขึ้น"ท่านพี่"หลินซือหยาได้แต่พูดคำนี้ออกไป"ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าพี่ ข้าไม่มีน้องไร้ค่าแบบเจ้า หากผู้อื่นเขารู้ว่าเจ้าเป็นน้องข้าจะดูถูกข้าอย่างไรล่ะ หากข้าเป็นเจ้านะข้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วล่ะ อยู่ไปก็ทำให้คนในครอบครัวอับอาย"กลินเต๋แหวกล่าวขึ้น"พอเถอะวันนี้พวกเจ้าต้องไปซื้อของเพื่อจัดเตรียมไปที่สำนักศึกษาไม่ใช่หรือ ไปเถอะไม่ต้องเสียเวลาไปคุยกับคนแบบนั้น"ผู้เป็นบิดากล่าวขึ้น และก็พาบุตรชายทั้งสองออกไป หลินซือหยาได้แต่น้อยเนื้อต่ำใจเขาอยากให้เรื่องเมื่อวานไม่เกิดขึ้นแบบนี้ เขาอยากจะสัมผัสกับแท่นตรวจเส้นลมปานแล้วให้เกิดสีจะเป็นสีใด
Baca selengkapnya
เส้นทางสู่ยอดเขา
ยามเช้าหลินซือหยาเก็บเสื้อผ้าของตัวเองใส่ห่อผ้า พร้อมกับอาหารแห้งที่บิดาให้เมื่อคืน สะพายถุงผ้าใบเล็กนั้น แล้วเดินออกจากบ้านมุ่งเดินไปยังทางขึ้นเขา เสียงหัวเราะเยาะจากคนทั้งหมู่บ้านดังตามหลังมาเหมือนเงา นางก้มหน้าลง มือกำชายเสื้อแน่น แต่ในดวงตานั้นกลับลุกเป็นไฟ นางจะไม่ยอมเป็นคนไร้ค่าอย่างที่ใครพูดอีกต่อไป นางจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองถึงแม้จะไร้วรยุท นางต้องทำให้ทุกคนรู้ว่าการไม่มีวรยุทธนั้นก็อยู่ได้เช่นเดียวกัน นางเดินด้วยเท้ามาราวๆครึ่งวันก็หยุดพัก หลินซือหยามองไปรอบๆต้นไม้เต็มไปหมดเขาไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้มาก่อนแต่เขารู้สึกดีกว่าที่อยู่หมู่บ้านที่เขาจากมามาก เขาเปิดห่อผ้าออกและนำอาหารแห้งออกมากิน เส้นทางนี้น่าจะมาได้ไกลมากแล้ว นางพยายามไม่กินอาหารมากเนื่องจากว่านางไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางนางนั้นอยู่ที่ใดนางจะไปตั้งหลักปักฐานที่ใดดี สำหรับเด็กวัยห้าหนาวนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ยากจริงๆ มารดาของนางอยู่ไหนหากมารดาของนางยังอยู่ ณ เวลานี้จะปล่อยให้เด็กน้อยผู้นี้เดินทางอยู่ในป่าเพียงลำพังหรือไม่นะนางพยายามคิด ถามว่ากลัวไหมนางบอกเลยว่ากลัวเพราะในป่านี้น่าจะมีสัตว์ป่ามากมาย แต่หากนางไม่ออกมา
Baca selengkapnya
ชายชราที่เก่งกาจ
"กรี๊ดๆๆๆ"นางกรีดร้องขึ้นแต่นางก็ปิดปากของตัวเองได้ทั้ง ถุงผ้าของนางตกลงสู่พื้น นางเห็นบุรุษผู้หนึ่งที่นอนอยู่นั้น มีเลือดอาบเต็มตัวเต็มไปหมด มีรอยบาดแผลใหญ่ๆมากมาย นางมองด้วยความหวาดกลัว นางใช้มือทั้งสองปิดอยู่ที่ปากของตัวเอง นางกลั้นหายใจฟังเสียงรอบข้างก็ไม่มีสิ่งใดตอบโต้ แสดงว่าคนผู้นี้ตายเพียงลำพัง แต่เอาเข้าใจจริงในป่าลึกขนาดนี้จะมีคนมานอนตายได้อย่างไร และอีกอย่างเหมือนถูกฆ่าตายยังไงยังนั้น ดูสภาพแล้วเหมือนกันสู้รบพ่ายแพ้แล้วก็ตาย เขาใส่ชุดดำที่มีผ้าคลุมใบหน้านางจึงคิดว่าเป็นคนไม่ดี ที่นางรู้ว่าเป็นบุรุษเพราะว่ารูปร่างใหญ่โต เลือดของเขายังไหลออกจากตัวไม่หยุด เด็กน้อยเห็นสภาพนี้แล้วตกใจมาก นางจึงรีบเก็บถุงผ้าแล้วเดินออกไปจากจุดนี้เพราะนางได้ยินเสียงเหมือนมีสัตว์เดินเข้ามาแล้ว นางกลัวว่าสัตว์จะเห็นนางและทำร้ายนาง นางจึงเดินออกไปข้างหน้า ด้วยอาการที่อกสั่นขวัญหายอยู่เลย เมื่อเดินห่างจากที่นั้นไดลนางก็รู้สึกว่าลมหายใจของนางเป็นปกติแล้ว เสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะนั้นกลับมาเป็นจังหวะ ผู้ใดคือศัตรูของบุรุษผู้นั้นนะ หากว่านางพบคนผู้นั้นเขาจะฆ่านางไหมนะ นางเดินไปสักพักก็ได้ยินเสียงคว
Baca selengkapnya
นักยุทพเนจร
เมื่อชายชราผู้นี้ลืมตาตื่นขึ้นมา ก็เห็นเด็กสาวผู้นี้นอนอยู่ ตอนนี้พลังของเขากลับมาเหมือนเดิมแล้ว พิษที่ได้รับก็หายไปหมดแล้ว สมุนไพรในป่านี้ช่างวิเศษเสียเหลือเกิน ตั้งนานเด็กน้อยผู้นั้นก็ลืมตาตื่นขึ้นมา เขามองชายชรานั่งอยู่ใกล้ๆแล้วก็รู้สึกอับอายที่ตัวเองนั้นเผลอหลับไป"เด็กน้อยเจ้ามีความเป็นมาอย่างไรทำไมถึงมาอยู่ในป่าลึกคนเดียวแบบนี้"ชายชราถามขึ้น หลินซือหยาไม่รู้ว่าจะพูดออกมาได้ไหม หากว่าพูดว่าตัวเองถูกไล่จากหมู่บ้านเพราะว่าไม่มีเส้นลมปราณฝึกวรยุทธก็กลัวว่าชายชราผู้นี้จะรังเกียจตน แต่คิดไปคิดมาหากชายชราผู้นี้จะรังเกียจก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทุกๆคนในหมู่บ้านก็รู้ว่านางไม่มีเส้นลมปราณฝึกวรยุทธ อาจจะมีคนรู้เพิ่มอีกสักคนคงไม่เป็นไรกะมัง"ท่านตาเจ้าค่ะข้ามันคนไร้ค่า ข้าถูกไล่ออกจากหมู่บ้านเพราะว่าข้าไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแท่งตรวจเส้นลมปราณให้มีสีได้ คนในหมู่บ้านบอกว่าข้าเป็นคนไร้ค่าและไม่อยากให้ข้าอยู่ในหมู่บ้านนั้นเจ้าค่ะ ข้าจึงต้องมาอยู่ในป่าแห่งนี้ และทิศทางที่ข้าจะไปนั้นก็คือภูเขาเจ้าคะข้าต้องขึ้นไปอยู่บนภูเขานั้น"เด็กน้อยหลินซือหยากล่าวขึ้น"โธ่เด็กน้อยแล้วเจ้ามีนามว่าอะไรหรือ แล้ว
Baca selengkapnya
ใบไม้ยักษ์
ขนาดพวกเขาใช้ใบไม้ยักษ์ในการเดินทางยังใช้เวลาไปตั้งนาน แรกๆหลินซือหยายังมองไปข้างล่างอย่างสนใจ เด็กน้อยตื่นเต้นมากต้นไม้ใบสีเขียวแก่เขียวอ่อนสลับกันไป บางต้นก็มีดอกมีผลด้วย นางมองด้วยความเสียดายถ้าใบไม้นี้บินต่ำกว่านี้ก็คงจะเก็บผลไม้มาไว้กินได้ ผลไม้แล้วผลไม้เล่าผ่านใต้ท้องพวกเขาไปอย่างนาเสียดาย หลินซือหยาชะเง้อไปมองผลไม้ที่ผ่านไป"ผลไม้ในป่านี้ตอนนี้มันลูกเล็กอยู่ถ้าหากอยู่ใกล้ๆบนเขานู้นจะลูกใหญ่กว่านี้ หรือว่าเจ้าหิวแล้วหรือถึงมองผลไม้ขนาดนั้น"ชายชรากล่าวถาม"ผลไม้มีลูกใหญ่กว่านี้อีกหรือจ๊ะท่านตา ไหนท่านบอกว่าท่านเป็นนักยุทธพเนจรแล้วทำไมรู้จักสถานที่นี้ดีจังเลยนะท่านตา"เด็กน้อยถามด้วยความสงสัย"เจ้าไม่รู้หรอกหรือที่ที่อยูห่างไกลผู้คนนั่นแหละที่จะมีอะไรดีๆเด็ดๆ และที่ข้าบอกว่านักยุทธพเนจรก็ไม่ได้บอกว่าไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากมายนี่เจ้ายังเด็กมากนัก สถานที่นี้ก็ได้มาบำเพ็ญแล้วไม่ต่ำกว่าห้าครั้งทุกๆสี่ห้าปีข้าก็จะมาหนึ่งครั้ง เพราะข้างบนนั้นมันมีไอวิเศษที่เข้มข้นเหมาะกับการฝึกยุท"ชายชรากล่าวขึ้น "จริงหรือจ๊ะท่านตา แล้วท่านว่าบิดาของข้าจะรู้หรือไม่ว่าข้างบนนี้มีไอวิเศษเข้มข้น"เด็กหลิ
Baca selengkapnya
กระต๊อบไม้หลังเล็ก
พวกเขาทั้สองเดินไปเรื่อยๆ เสียงก้าวเดินแผ่วเบาดังก้องไปพร้อมกับเสียงใบไม้ไหว เสียงน้ำหยดจากกิ่งไม้สูงตกลงใส่พื้นอย่างแผ่วพร่า บางคราวมีเสียงนกประหลาดร้องยาวคล้ายท่วงทำนองสวดสรรเสริญ ก้องสะท้อนในหุบเขา ละม้ายเสียงเพลงจากโลกอื่น ทำให้ผู้เดินทางต้องหยุดฟังราวกับถูกสะกด เสียงนั้นพาให้ใจว่างเปล่า ลอยคว้างอยู่ในภวังค์ เด็กน้อยซือหยาหยุดเดินเป็นช่วงๆคอยฟังเสียงต่างๆ "เจ้าเหมือนจะสนใจสิ่งรอบข้างมากมายนะ รอให้เจ้าฝึกฝนให้ได้เสียก่อน ข้าจะปล่อยให้เจ้าเดินผจญภัยในป่าแห่งนี้ บอกเลยว่าสนุกเลยทีเดียว ป่าแห่งนี้มีทั้งสมุนไพรมากมาย แถมมีของหายากอีกเยอะแยะ แล้วยังมีสัตว์วิเศษที่รอให้เจ้าเป็นเจ้าของอยู่ แต่มันต้องรอให้ถึงเวลาของมันเสียก่อน"ชายชรากล่าวขึ้น เพราะเห็นเด็กผู้นี้เดินไปด้วยหยุดไปด้วยและบางครั้งก็เหมือนกับนางอินกับเสียงนกร้องเสียงกา"จริงเหรอจ๊ะท่านตาข้าจะได้มาเที่ยวในป่านี้อีกครั้งด้วยหรือ แต่เราสองคนจะเดินนานแค่ไหนล่ะถึงจะถึงที่ที่ท่านตาอยู่"เด็กหลินซือหยากล่าวขึ้น"ก็เดินทั้งวันแหละวันนี้พอตกค่ำปุ๊บก็ถึงที่พักของข้าทันทีเจ้านิใจร้อนไปได้ ทีเดินป่ามาตั้ง เจ็ดแปดวันยังไม่เห็นจะรีบร้อนเลย"
Baca selengkapnya
ชั้นบนของกระต๊อบ
เช้าวันรุ่งขึ้นเด็กน้อยตื่นมาด้วยความหอมกลิ่นกรุ่น เหมือนจะเป็นไก่ย่างที่ลอยเข้ามาปลุกนางในยามเช้า จากนั้นนางก็อ้าปากหาวหนึ่งครั้งแล้วมองไปทุกที่ก็ไม่เห็นว่าจะมีที่ทำอาหารที่ไหนเลย เด็กน้อยเปิดประตูออกไป ท่ามกลางม่านหมอกบาง ๆ แสงอาทิตย์แรกของวันลอดผ่านกิ่งไม้ใหญ่ ส่องกระทบกระต๊อบเล็กหลังนี้ ที่ตั้งอยู่กลางสวนเขียวชอุ่ม กระต๊อบไม้เรียบง่ายมุงหลังคาฟางดูอบอุ่นดั่งอ้อมกอดของธรรมชาติหน้ากระต๊อบเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ทั้งกุหลาบสีแดงสด ดอกเดซี่สีขาวสะอาด ดอกลาเวนเดอร์หอมหวานที่ส่งกลิ่นอบอวลไปทั่ว และดอกไม้ป่าหลากสีที่ชูช่อรับแสงตะวัน เกสรเล็ก ๆ พลิ้วตามลมบางเบา กลิ่นหอมอ่อนหวานลอยเคล้าไปกับเสียงนกร้อง เสมือนบทเพลงที่ต้อนรับวันใหม่ เด็หน้อยสูดหายใจเย็นเข้าไป หยดน้ำค้างที่เกาะบนกลีบดอกส่องประกายระยิบระยับราวอัญมณีเล็ก ๆ แสงอาทิตย์อุ่นละมุนตกกระทบผนังไม้ของกระต๊อบ ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดูอ่อนโยนและมีชีวิตชีวา บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบและความสดใสของรุ่งอรุณ เด็กน้อยยืนชมความงามได้สักพักก็จำได้ว่าตัวเองนั้นตามกลิ่นของไก่ย่างออกไปพอมองไปรอบๆก็ไม่เห็นมีไก่ย่างเลย"เด็กน้อยเจ้าตื่นแล้วจะฝึกเลยหรือ
Baca selengkapnya
บทกวี
หลังจากกินข้าวเสร็จชายชราก็พาเด็กน้อยลงไปด้านล่างเพื่อที่จะไปหาหนังสือตำหรับตำราเขาหยิบหนังสือออกมา แล้วไสคืนที่ ชายชราเดินหยิบไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็ได้ตำรามาสองเล่มและสมุดเปล่าอีกหนึ่งเล่ม ก่อนที่จะเดินหาผู้กันและหมึก"ได้ของครบแล้วป่ะขึ้นไปเรียนด้านบนกันเถอะ"ชายชรากล่าวขึ้นและพาเด็กน้อยขึ้นไปด้านบน เขาโบกมือหนึ่งครั้งทำให้โต๊ะที่ตั้งอยู่ตรงกลางนั้นไหลมาอยู่ตรงริมจุดที่เด็กน้อยปีนขึ้นมา ชายชราไม่ได้ปีนขึ้นมาดั่งที่ตัวเองพูด เผลอแป๊บเดียวเขาก็ขึ้นมาข้างบนได้แล้ว เด็กน้อยหลินซือหยาได้แต่คิดในใจอีกสักกี่ปีนะ นางถึงจะสามารถเหาะขึ้นมาข้างบนได้แบบนี้"มานั่งเถอะ ข้าต้องสอนหนังสือให้เจ้าก่อนให้เจ้าก่อน เจ้าจะได้รู้ตัวหนังสือแล้วเจ้าจะได้ศึกษาตำราด้วยตัวเอง"ชายชรากล่าวขึ้น"แบบนั้นท่านตาให้ข้าเขียนให้ดูก็ได้นะเจ้าคะเพราะว่านั้นก็ได้ร่ำเรียนมาด้วยตัวเองบ้าง ข้าเคยเอาตำราของพี่ชายของข้ามาฝึกฝน การเขียนอักษรบ้างแล้ว การเริ่มเขียนนั้นน่าจะไม่ค่อยจำเป็นสักเท่าไหร่ แต่ข้าอาจจะเขียนคำยากๆไม่ได้ และไม่รู้ความหมายของมันเท่านั้นเจ้าค่ะ"เด็กน้อยกล่าวขึ้น ชายชราจึงนำสมุดเปล่าและก็นำหมึกมาวางให้นางลองเ
Baca selengkapnya
ขัดเกาจิตใจ
เด็กน้อยหลินซือหยาเมื่อเห็นชายชรานั้นยิ้มตอบ ตนก็รู้แล้วว่าตนตอบคำถามได้ถูกต้องตามที่ชายชราปรารถนา เด็กน้อยคุกเข่าลงและคำนับท่านผู้เฒ่าสามครั้ง "ข้าขอกราบท่านตาเป็นอาจารย์นะเจ้าคะ เพราะในตำราบอกว่าถ้ามีอาจารย์จะทำให้ข้าเข้าใจในบทความทุกบทความได้เร็วขึ้น"เด็กน้อยหลินซือหยากล่าวขึ้น เจ็ดวันที่ผ่านมาเขาไม่ใช่แค่จดบทกวีและดูความหมายของมันเท่านั้น เขายังมองไปดูหน้าอื่นๆเผื่อหน้าอื่นๆจะซ่อนความหมายของบทกวีนี้ และหนังสือหน้าอื่นๆก็แสดงให้เรารู้เพียงว่าหากเป็นศิษย์มีครูย่อมประสบผลสำเร็จได้เร็วขึ้น เด็กน้อยผู้นี้ก็นับถือชายชราผู้นี้อยู่แล้ว ยกให้เขาเป็นครูได้เลย"เจ้าเด็กผู้นี้รู้จักพูดดีนัก ได้ข้าจะรับเจ้าไว้เป็นศิษย์เพียงผู้เดียว555 มาข้าจะตีความหมายแต่ละตอนให้ฟัง วันนี้คำตอบของเจ้านั้นโดนใจและตรงใจและตรงประเด็นมาก"บทแรก ลมพัดหวนผ่านฟ้าเวิ้งว้าง ดวงจันทร์ส่องกลางธารามืดมิดมักก็คือบรรยากาศแห่งความเวิ้งว้างว่างเปล่า สะท้อนถึงโลกที่เต็มไปด้วยความมืด ความทุกข์ หรือความไม่แน่นอน แต่ยังมีแสงจันทร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความจริง และความสว่าง ที่คอยนำทางบทที่สองเงาดาบหนึ่งฟาดสะท้านส
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status