로그인เมื่อโชคชะตานำพาให้หญิงสาวผู้เป็นลูกสาวคนโตได้มีโอกาสย้อนเวลากลับมาในช่วงที่ป๊าของตนอายุสิบสี่ในร่างของเด็กหญิงวัยห้าขวบ เธอจะจัดการเปลี่ยนชะตานี้อย่างไร "หากป๊ายังไม่เปลี่ยนนิสัย หนูจะหาพ่อใหม่"
더 보기ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ อู๋หนิงที่ตอนนี้ได้มีกิจการร้านหม้อไฟใหญ่โตในปักกิ่งก็ก้าวเข้ามาโอบกอดร่างเล็กของหลินไว้ด้วยความรู้สึกตื้นตันอย่างประหลาด น้ำตาไหลรินอาบแก้ม "แม่หนู...ในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีกครั้ง" ก่อนที่ทุกคนจะหายจากความสับสน เสี่ยวหนิวก็เป็นฝ่ายอธิบาย "คุณย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย... จากทารกน้อยที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนยิ้มแต้ในเปล บัดนี้ "อาหมวยน้อยหลิน" เติบโตขึ้นเป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบที่ฉลาดและน่ารักเกินวัย เธอกำลังจะเตรียมตัวเข้าโรงเรียนอนุบาลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาเด็กหญิงได้เห็นกิจการของครอบครัวเ
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปี...ชีวิตของทุกคนในครอบครัวตงและครอบครัวสาขาต่าง ๆ ยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยความสุข กิจการร้านหมูกระทะขยายสาขาไปอีกหลายแห่งภายใต้การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบตามที่อาทิตย์จัดการ ทำให้ฐานะความเป็นอยู่ของทุกคนยิ่งมั่นคง และแล้วข่าวดีที่ทุกคนรอคอยก็มาเยือนครอบ
โอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาได้มาเคาะประตูอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว หลังจากได้ปรึกษาหารือกันในครอบครัวอย่างละเอียด ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่านี่คือโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจจะปล่อยให้หลุดลอยไปได้ เคี้ยงจึงได้ตอบตกลงรับข้อเสนอของคุณสมชายผู้จัดการห้างซิตี้มอลล์ในที่สุด ไม่นานนักทีมงา
"หา! จริงอย่างนั้นเหรอ" อู๋หนิงเบิกตากว้างอย่างตกใจระคนเห็นใจ "แย่เลยนะสิ! แล้วในนั้นมีเงินอยู่เยอะไหมล่ะ? สหายลองหาดูดีแล้วหรือยัง" ซึ่งเรื่องนี้ไม่เพียงแค่อู๋หนิงเท่านั้นที่ตกใจ เพราะแม้แต่ใช้กับเกสรก็ทำหน้าประหลาดออกมาเช่นกัน (เงินหายตอนไหนทำไมอั๊ว/ฉันถึงไม่รู้เรื่องเลยล่ะ) ทั้งมนุษย์
ข้อเสนอของหลินเมื่อคืนนี้แม้จะยังดูเลือนรางและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่มันก็ได้จุดประกายความหวังเล็ก ๆ ขึ้นในหัวใจที่มอดดับมานานของหล่อน หลังจากจัดการกับอาหารเช้าที่สองแม่ลูกไม่เคยได้สัมผัส ทั้งนี้เป็นเพราะปกติพวกเขากว่าจะมีข้าวตกถึงท้องก็เกือบพระอาทิตย์ตรงหัว อาหารมื้อแรกที่เป็นข้าวต้
(บิงโก) หลินคิดในใจด้วยความยินดี เนื่องจากชื่อของคนทั้งคู่ อีกทั้งยังเป็นแม่ลูกกันอีกทำให้เธอแน่ใจแล้วว่าสองคนนี้แหละคือคนที่ตัวเองกำลังตามหา หลังจากหลินมั่นใจเธอก็ปั้นเรื่องที่เพิ่งแต่งขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ออกมา "คุณน้าอู๋หนิงคะ..." เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงใจ "เอ่อ..
ช่วงเย็นของอีกเจ็ดวันต่อมา หลังจากที่หลินได้ใช้เวลาเตรียมตัวและรวบรวมสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ใส่ถุงแดงวิเศษไว้พร้อมสำหรับการเดินทางไกลแล้ว คืนนั้นเธอก็ได้บอกกล่าวกับทุกคนในครอบครัวถึงแผนการเดินทางไปยังประเทศจีน "อาม่าคะ อากง เฮียใช้ พี่เกสร" หลินเรียกทุกคนมานั่งพร้อมหน้ากันในห้องโถงชั้นล่าง











