Home / วาย / นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก / ออกทริปครั้งแรก

Share

ออกทริปครั้งแรก

last update publish date: 2026-08-31 22:49:57

❤️100%

“งั้นก็ขึ้นรถ ออกเดินทางกันเถอะ” นนท์ก้าวขึ้นไปนั่งยังเบาะด้านกลางอย่างคุ้นเคย ตามด้วยธีร์และนายณ์นั่งที่เบาะว่างด้านหน้า

ก่อนที่ประตูรถจะปิดลง เสียงตะโกนอันแจ่มใสจากเมษาดังขึ้นมาจากหน้าประตูบ้าน เขาโบกมือไหวรัวๆ สีหน้าขี้เล่นตามสไตล์

“เดินทางปลอดภัยน้าาา แล้วอย่าลืมแวะซื้อขนมอร่อยๆมาฝากด้วยล่ะ ห้ามลืมเด็ดขาด!”

ข้างกาย โชยืนยิ้มอย่างสุภาพ โบกมือลาเบาๆ ด้วยท่าทีสงบนิ่งแต่อบอุ่น

“เดินทางปลอดภัยนะครับ”

ธีร์หันกลับมาโบกมือตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนนายณ์จะเอื้อมมือปิดประตูรถเบาๆ รถตู้คันหรูค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากบ้านไปอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง

ในรถ…

“นายไม่ไปนั่งข้างหลังหรอ?” นายณ์ถามธีร์ที่นั่งข้างๆ พลางนึกในใจว่าอุตส่าห์เปิดโอกาสให้นั่งกับนนท์แล้ว แต่กลับเลือกที่จะนั่งเบาะหน้าซะงั้น

“ธีร์นั่งตรงไหนก็ได้ครับ” ธีร์ตอบอย่างเขินอาย ที่เขาไม่กล้าไปนั่งข้างนนท์เพราะกลัวทำตัวไม่ถูกจนทำให้คนที่แอบชอบอึดอัด

“อ่ออออ” นายณ์ลากเสียงยาวแลมองธีร์ด้วยหางตาพลางอมยิ้มในความโกหกทั้งที่แสดงออกชัดเจนว่าอยากไปนั่งข้างคนที่ชอบขนาดนั้น

เป้าหมายของการถ่ายทำคราวนี้เป็นทะเลใช้เวลา 3 วัน 3 คืน ธีร์ได้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยเรื่องจุกจิกเล็กๆน้อยเท่านั้น โดยคนที่รับหน้าที่อยู่หน้ากล้องหลักจะเป็นนนท์

3 ชม.ผ่านไป

ณ.รีสอร์ทริมทะเลแห่งหนึ่ง

เมื่อรถตู้คันหรูค่อยๆ เคลื่อนเข้าจอดเทียบท่า ลมทะเลที่พัดแรงทำให้ใบไม้และต้นไม้ไหวไปมา กลิ่นไอเค็มจางๆ วิวเบื้องหน้ากว้างสุดสายตาคือผืนน้ำสีครามตัดกับท้องฟ้าสดใส

ประตูรถเปิดออก นนท์ก้าวลงมาคนแรก ดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นทัศนียภาพเบื้องหน้า พลางบิดตัวคลายความเมื่อยที่ต้องนั่งรถมาเป็นเวลานาน พร้อมกับพูดขึ้นลอยๆ

“ในที่สุดก็ถึงซักที”

ธีร์ที่รีบก้าวตามลงมา สายตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความประทับใจ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นมองแผ่นหลังของนนท์ที่ยืนบิดตัวอยู่เบื้องหน้า แต่ไม่ทันได้ตั้งตัวธีร์ก็รีบหันกลับไปช่วยขนอุปกรณ์และสัมภาระลงจากรถอย่างรู้งานทันที

นายณ์ลงมาทีหลัง แต่ทันทีที่เท้าแตะพื้น มือก็สะบัดกล้องวิดีโอตัวโปรดขึ้นมาถือไว้อย่างคล่องแคล่ว เปิดสวิตช์บันทึกภาพทันทีโดยไม่รีรอ กล้องจ่อตรงเข้าไปยังใบหน้ายิ้มแย้มของนนท์ที่ยืนรับลมทะเลอย่างผ่อนคลาย

“สวัสดีครับทุกคน! ตอนนี้พวกเรามาถึงจุดหมายปลายทางกันแล้ว ที่นี่คือรีสอร์ทริมทะเลบรรยากาศดี เห็นวิวทะเลสุดลูกตาเลยล่ะครับ”

นนท์พูดหน้ากล้องอย่างเป็นธรรมชาติและคุ้นเคยราวกับคุยกับเพื่อนสนิท

“และวันนี้เรามีแขกรับเชิญพิเศษ สมาชิกใหม่ไฟแรงที่เพิ่งเข้าทีม มาร่วมทริปครั้งนี้ด้วยนะครับ”

นายณ์พูดแทรกขึ้นข้างๆกล้อง พร้อมกับแพนกล้องไปยังธีร์ที่กำลังก้มหน้าก้มตายกสัมภาระออกมาจากท้ายรถ

ธีร์ชะงักมือทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนจับจ้องผ่านเลนส์กล้อง ใบหน้าแดงก่ำยืนเก้ๆกังๆ มือไม้สั่นเล็กน้อยด้วยความประหม่า

“ห๊ะ… ธีร์เหรอครับ?”

“ใช่ไง! นี่คือน้องธีร์ คนขยันตัวจริงของพวกเรา วันนี้มารับหน้าที่ผู้ช่วยมือใหม่ พูดอะไรกับกล้องหน่อยสิธีร์” นายณ์หยอกล้อเล็กน้อย ก่อนจะหันมาพูดกับธีร์ตรงๆ ด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองเพื่อให้คลายกังวล

“อย่าทำตัวเกร็งสิ ทำตัวตามสบายเหมือนปกติได้เลย เดี๋ยวภาพออกมาดูเขินจนคนดูละลายหมดนะ”

“ถูกของนายณ์ ยิ้มเข้าไว้ธีร์ มันเป็นเรื่องธรรมดาของการถ่ายทำแบบนี้น่ะ ถ้าช่วงไหนที่รู้สึกไม่โอเคเราก็สามารถตัดออกให้ได้ ไม่ต้องกังวลนะ” นนท์เดินเข้ามาช่วยจับไหล่ธีร์ทั้งสองข้างให้หันหน้าเข้าหากล้อง

“ทักทายแฟนคลับหน่อยสิ บอกชื่อและหน้าที่สั้นๆ อะไรก็ได้”

ขณะที่ทั้งสามคนกำลังง้วนกับการถ่ายวีดีโออยู่นั้น พนักงานของรีสอร์ทสองสามคนเดินเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มทักทายด้วยความสุภาพ

“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับครับ ผมขออนุญาตช่วยขนอุปกรณ์และกระเป๋าไปส่งที่ห้องพักให้นะครับ”

“ขอบคุณมากครับ รบกวนด้วยนะครับ” นนท์หันไปขอบคุณอย่างสุภาพ

เมื่อได้รับความช่วยเหลือ ธีร์จึงโล่งอกได้บ้าง แต่สายตาก็ยังมองกล้องที่นายณ์ถืออยู่ด้วยความไม่คุ้นเคย

“ส…สวัสดีครับ ผมชื่อธีร์ เป็นผู้ช่วยครับ พะ…พอแล้วมั้งครับ”

หนุ่มหน้าหวานพูดติดๆขัดๆ ก่อนจะหลุดขำออกมาด้วยความเขินตัวเอง

“ฮ่าๆๆๆ เห็นไหมล่ะ น้องใหม่ของเราน่ารักขนาดนี้ แถมขี้อายด้วย” นายณ์หัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน กล้องยังคงจับภาพสีหน้าเขินอายจนหน้าแดงก่ำของธีร์ไว้อย่างต่อเนื่อง

“กล้องก็แค่กระจกบานใหญ่นั่นแหละ คิดซะว่าคุยกับพวกเราสองคนก็ได้ เดี๋ยวก็ชินเอง” นายณ์พูดให้กำลังใจด้วยรอยยิ้ม

“ไม่ต้องเกร็งไปหรอก คิดซะว่าเราแค่มาเที่ยวกัน ถ่ายวีดีโอเก็บไว้ดูเท่านั้น” นนท์เอ่ยเสริมพร้อมกับตบไหล่เบาๆ ให้กำลังใจ สายตาอบอุ่นจนทำให้ความตื่นตระหนกของธีร์ค่อยๆหายไป

ธีร์พยักหน้ารับ ยกยิ้มให้กล้องอีกครั้ง คราวนี้ดูเป็นธรรมชาติขึ้นมาก แม้จะยังมีรอยแดงระเรื่อที่แก้มอยู่บ้างก็ตาม

“ครับๆ ธีร์จะพยายามครับ!”

“เก่งมาก” นนท์ยกมือขึ้นลูบหัวธีร์เบาๆ ทำเอาหนุ่มหน้าหวานแทบสติหลุด เขาตกใจจนแน่นิ่งไป แต่ก็ไม่ได้มีใครสังเกตเห็น

พี่นนท์ ลูบหัวเราด้วย!!!

“งั้น… ตอนนี้เราจะเดินตามพี่พนักงานไปยังห้องพักของเรากันนะครับ”

นนท์หันกลับมาหน้ากล้องอีกครั้ง

เสียงหัวเราะและบทสนทนาแสนสนุกสนานยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่นายณ์คอยจับภาพบรรยากาศความเป็นกันเองเอาไว้ทุกช็อต ไม่ละทิ้งความน่ารักของสมาชิกใหม่ที่เริ่มเปิดใจและทำตัวเป็นธรรมชาติมากขึ้นทีละนิด

ห้องพักริมทะเล

ห้องพักที่จัดเตรียมไว้มีขนาดกำลังดี ตกแต่งสไตล์เรียบง่ายแต่ดูดี มีระเบียงกว้างมองเห็นวิวทะเลได้ชัดเจน ลมทะเลพัดผ่านเข้ามาหอมกรุ่น

แต่…สายตาของทั้งสามคนกลับจับจ้องไปที่จุดเดียวกันอย่างไม่วางตา

ตรงกลางห้องมีเตียงขนาดใหญ่วางอยู่หนึ่งเตียง และเตียงเดี่ยวอีกหนึ่งเตียง รวมแล้วมีแค่สองเตียงเท่านั้น

“มี…สองเตียง?”

ธีร์หลุดปากพูดออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าเผยความงุนงงอย่างเห็นได้ชัด

นนท์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก้าวเข้ามาตรวจดูอีกครั้ง ก่อนจะหันมาพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจไม่ต่างกัน

“เมษาไม่ได้จองห้อง 3 เตียงหรอ? ก็บอกไปแล้วนะว่าจะมากัน 3 คน”

ด้านนายณ์ยังคงถือกล้องวิดีโอคู่ใจจ่อถ่ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาขยับกล้องให้เห็นภาพเตียงทั้งสองเตียงชัดๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง

“ทุกคนครับ เหมือนว่าตอนนี้กำลังมีปัญหา เรามีกันถึง 3 คน แต่ดันมีเตียงอยู่แค่ 2 เตียง เท่ากับว่าจะต้องมีใครสักคนต้องนอนพื้นแน่ๆเลย ใครจะได้รับเกียรตินี้กันนะ”

เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ขณะที่สายตามองไปที่อีกสองคนกำลังมีสีหน้าตึงเครียด

นนท์ส่ายหน้าเบาๆ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันที กดเบอร์ออกไปหาคนที่รับผิดชอบเรื่องจองที่พัก พร้อมกับเปิดลำโพงเพื่อให้ทุกคนได้ยินอย่างทั่วถึง

ตู๊ดดดด ตู๊ดดดด…

ไม่นานเสียงคุ้นเคยตอบกลับมา

(ครับพี่นนท์)

“เมษา นายไม่ได้จองห้อง 3 เตียงไว้ให้พวกเราหรอ ทำไมที่นี่มีแค่สองเตียงเอง?” นนท์ถามเข้าไปตรงประเด็นทันที น้ำเสียงดูเข้มงวดขึ้นนิดหน่อย

ปลายสายเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนจะมีเสียงอุทานดังขึ้น

(อ๋อ! ผมลืมบอกไป ขอโทษจริงๆครับ พอดีช่วงนี้มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ห้องพักส่วนใหญ่เลยถูกจองเต็มหมดเลย~ เหลือแค่ห้องนี้ห้องเดียวที่ผมพอจะจองแย่งมาได้ทัน พวกพี่คงต้องนอนห้องเดียวกันไปก่อนแล้วล่ะครับ~)

เมษาพูดด้วยเสียงออดอ้อน

“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ขอบใจมาก”

ติ๊ด…

นนท์กดวางสาย เขาถอนหายใจเบาๆก่อนจะหันไปมองนายณ์ที่กำลังยืนพิงกำแพงกำลังถือกล้องบันทึกเหตุการณ์อยู่

“นายณ์นอนเตียงเดียวกับฉัน แล้วให้ธีร์นอนเตียงเดี่ยวแล้วกัน” นนท์สรุป

นายณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ฉันไม่นอนกับนายหรอก คนตัวใหญ่สองคนนอนด้วยกันได้ตกเตียงพอดี” เขาแกล้งพูด น้ำเสียงติดตลก

ธีร์หันมามองทั้งสองคน พร้อมพูดอย่างนอบน้อม

“ผมนอนพื้นก็ได้ครับ”

“จะนอนพื้นได้ยังไง เตียงออกจะกว้าง งั้นธีร์เลือกมาจะนอนกับใคร” นนท์พูดพร้อมกับมองไปที่ธีร์ สายตาที่มองนั้นเรียบเฉยไร้ความรู้สึกใดๆ

ธีร์ชะงักอึ้งไปชั่วขณะ แม้ว่าจะเป็นเพศเดียวกัน แต่การนอนเตียงเดียวกับชายแท้ ก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการนอนกับเพศตรงข้ามเลย ทำให้เขาคิดหนักว่าจะนอนกับใครดี

“ฉันนอนดิ้นนะ” นายณ์พูดขึ้นพลางยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย นี่เป็นโอกาสดีที่จะเปิดทางให้ธีร์ได้นอนเตียงเดียวกับนนท์

“ฉันยังไงก็ได้” นนท์พูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจนัก เพราะในใจของเขาไม่เคยมีความรู้สึกใดๆให้กับธีร์ตั้งแต่แรกแล้ว

“คือ…ธีร์…ธีร์เลือก…พี่นายณ์ครับ!” คำตอบหลุดออกจากปาก แม้ว่าในใจจะอยากเลือกนนท์มากเพียงใดก็ตาม แต่ท่าทางเมื่อครู่ของนนท์ ทำให้ธีร์รู้สึกเจียมตัว และไม่อยากทำให้นนท์อึดอัดหรือลำบากใจ

“นะ…นายว่าไงนะ..” นายณ์ตกใจเล็กน้อย ธีร์กลับปล่อยให้โอกาศดีหลุดมือไป เขามองธีร์ด้วยสายตางงงวย แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่จะนอนเตียงเดียวกัน

นนท์เพียงแค่พยักหน้าเบาๆเป็นการรับรู้ ก่อนจะเดินตรงไปยังเตียงเดี่ยวที่อยู่ใกล้หน้าต่าง

“งั้นก็เอาตามนี้” นนท์พูดพลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียง

นายณ์หันไปมองธีร์ที่ยังยืนนิ่งอยู่ “งั้นนายก็นอนเตียงนี้กับฉัน”

“ครับ รบกวนด้วยนะครับ” ธีร์ยังคงรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เลือกนนท์ แต่ก็รู้สึกโล่งอกที่ไม่ได้ทำให้นนท์ไม่พอใจหรืออึดอัดในการอยู่ร่วมกัน

ทั้งสามคนใช้เวลาที่เหลือในการประชุมวางแผนงานในทริปนี้ และพักผ่อนหลังจากที่นั่งรถมาเป็นเวลานาน ในระหว่างนั้น นายณ์ก็คอยถ่ายวีดีโอเก็บภาพบรรยากาศที่เป็นกันเองเอาไว้ทั้งหมด

เช้าวันต่อมา

นนท์ตื่นขึ้นตั้งแต่เช้ามืด เขาหันไปมองเตียงข้างๆที่มีนายณ์กับธีร์นอนอยู่ ทั้งสองยังคงหลับสนิทใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน นนท์ยิ้มออกมาอย่างนึกสนุก

เขาลุกจากเตียงย่องไปหยิบกล้องที่เสียบชาร์จแบตอยู่ที่โต๊ะมาเปิดสวิตช์กดถ่าย แล้วค่อยๆเดินไปที่เตียงฝั่งที่นายณ์นอนอย่างเงียบๆ

นายณ์กับธีร์นอนเว้นระยะห่างกันพอสมควรและนอนหันหลังให้กัน นนท์เอื้อมมืออีกข้างที่ว่างอยู่จับชายผ้าห่มที่อยู่ใกล้จมูกนายณ์ พร้อมกับขยับผ้าถูปลายจมูกของนายณ์ไปมา ขณะที่กล้องเก็บภาพการกระทำนั้นไปด้วย

นายณ์ที่กำลังหลับสบายรู้สึกลำคานสิ่งที่มาก่อกวน จึงได้พลิกตัวหันไปอีกทาง แล้วโอบตัวธีร์ที่กำลังหลับสนิทโดยไม่รู้ตัว

นนท์ชะงักไปครู่หนึ่ง กลัวว่าธีร์จะตกใจตื่นมาโวยวาย ชายหนุ่มหน้าหวานหลับสนิทจนไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังโดนคนที่นอนเตียงเดียวกันกอดอยู่เลย

“นี่…นายณ์” นนท์ปิดกล้องแล้วหันไปสะกิดนายณ์ที่เอาหน้าซุกต้นคอของธีร์อยู่

“ไอ้นายณ์ ..!” นนท์เขย่าตัวนายณ์แรงขึ้น พลางคิดว่านี่เป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้นายณ์ไปกอดธีร์แบบนี้

“อะไรว่ะ…?” นายณ์รู้สึกตัวตื่นขึ้นด้วยท่าทางงัวเงีย พลางหันหน้ามาทางต้นเสียง ตาค่อยๆหลี่มองไม่ได้ลืมตาขึ้นเต็มที

“นายกอดธีร์อยู่ เดี๋ยวธีร์ก็หาว่านายแต๊ะอั๋งหรอก”

“กอดใครนะ…?” นายณ์หันไปมองสิ่งที่ตัวเองกำลังกอด เห็นผมสีดำอยู่เบื้องหน้า ขากับแขนของตัวเองที่ก่ายและกอดลำตัวของธีร์ เขาตกใจดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองทำแบบนี้ตอนไหน

“มานอนท่านี้ได้ไงว่ะ…?!” นายณ์พึมพำเบาๆเพื่อไม่ให้คนที่หลับอยู่ตรงหน้ารู้ตัว พร้อมค่อยๆขยับตัวออกจากธีร์ช้าๆ ก่อนจะหันมาหานนท์ที่ยืนขำอยู่ข้างเตียง

“ขำบ้าอะไร!…ฉันไม่ได้ชอบผู้ชายซะหน่อย” นายณ์ลุกขึ้นมานั่งขอบเตียงใช้สายตามองดุนนท์ พูดกระแทกเสียงเบาๆ เพื่อไม่ให้คนข้างๆได้ยิน ทั้งที่ในใจเต้นโครมครามอย่างห้ามไม่ได้

“เมื่อก่อนเรามาออกทริปกันสองคน เลยไม่ค่อยมีโมเม้นท์อะไรแบบนี้เท่าไหร่ พอธีร์มาร่วมทีมก็มีช๊อตเด็ดของนายมาลงด้วยก็ดีนะ” นนท์ยังคงหลุดขำพลางถือกล้องในมือแกว่งไปมา

“ถ้านายเอาลงฉันฆ่านายแน่! น่าอายชะมัด” ถึงปากจะพูดออกไปแบบนั้นแต่จริงๆรู้สึกเขินในใจ แต่เขาไม่สามารถยอมรับได้

“พวกพี่ตื่นกันแล้วหรอ” ธีร์งัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะเสียงพูดคุยของทั้งสองคน ทำให้นนท์กับนายณ์ต้องหันไปมองคนที่พึ่งตื่นเป็นตาเดียว

“นี่ธีร์ตื่นสายใช่ไหมครับ” ธีร์ที่ไม่รู้เรื่องอะไรรีบเด่งตัวลุกนั่งด้วยความรนราน

“นายนอนต่อก็ได้ เราคุยกันเรื่องงานนิดหน่อยน่ะ ตอนนี้ก็ยังเช้าอยู่ด้วย” นนท์พูดพร้อมรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก

“งั้นหรอครับ ธีร์ตื่นเลยดีกว่า” ธีร์ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปหยิบของใช้ที่กระเป๋าตัวเองก่อนจะเดินหายเข้าห้องน้ำไป

ชายหนุ่มทั้งสองคนยังคงมองตามแผ่นหลังหนุ่มหน้าหวานอย่างงงใจ ก่อนทั้งสองคนจะยิ้มออกมาบางๆที่มุมปาก พลางคิดในใจว่ารุ่นน้องคนนี้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก   ออกทริปครั้งแรก

    ❤️100%“งั้นก็ขึ้นรถ ออกเดินทางกันเถอะ” นนท์ก้าวขึ้นไปนั่งยังเบาะด้านกลางอย่างคุ้นเคย ตามด้วยธีร์และนายณ์นั่งที่เบาะว่างด้านหน้า ก่อนที่ประตูรถจะปิดลง เสียงตะโกนอันแจ่มใสจากเมษาดังขึ้นมาจากหน้าประตูบ้าน เขาโบกมือไหวรัวๆ สีหน้าขี้เล่นตามสไตล์“เดินทางปลอดภัยน้าาา แล้วอย่าลืมแวะซื้อขนมอร่อยๆมาฝากด้วยล่ะ ห้ามลืมเด็ดขาด!”ข้างกาย โชยืนยิ้มอย่างสุภาพ โบกมือลาเบาๆ ด้วยท่าทีสงบนิ่งแต่อบอุ่น “เดินทางปลอดภัยนะครับ”ธีร์หันกลับมาโบกมือตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนนายณ์จะเอื้อมมือปิดประตูรถเบาๆ รถตู้คันหรูค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากบ้านไปอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางในรถ…“นายไม่ไปนั่งข้างหลังหรอ?” นายณ์ถามธีร์ที่นั่งข้างๆ พลางนึกในใจว่าอุตส่าห์เปิดโอกาสให้นั่งกับนนท์แล้ว แต่กลับเลือกที่จะนั่งเบาะหน้าซะงั้น“ธีร์นั่งตรงไหนก็ได้ครับ” ธีร์ตอบอย่างเขินอาย ที่เขาไม่กล้าไปนั่งข้างนนท์เพราะกลัวทำตัวไม่ถูกจนทำให้คนที่แอบชอบอึดอัด“อ่ออออ” นายณ์ลากเสียงยาวแลมองธีร์ด้วยหางตาพลางอมยิ้มในความโกหกทั้งที่แสดงออกชัดเจนว่าอยากไปนั่งข้างคนที่ชอบขนาดนั้นเป้าหมายของการถ่ายทำคราวนี้เป็นทะเลใช้เวลา

  • นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก   ก้าวแรก

    ❤️ : 100%ณ.คาเฟ่เล็กๆแห่งหนึ่งในมุมหนึ่งของร้านเล็กๆ พื้นที่ไม่กว้างมากนัก มีโต๊ะไม้สีน้ำตาลเคลือบเงาสวย ต้นไม้และของประดับชิ้นเล็กๆตกแต่งบนชั้นวางรอบๆร้าน บรรยากาศดูอบอุ่นและไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านชายหนุ่มหน้าตาดีนั่งมองหน้ารุ่นน้องหน้าหวานที่พึ่งบังเอิญเจอกันเมื่อครู่ กำลังส่งสายตาอ้อนวอนให้ทำตามความต้องการของตัวเอง"พี่นายณ์ ช่วยหาตำแหน่งให้ธีร์ได้อยู่ใกล้พี่นนท์หน่อยได้ไหมครับ อะไรก็ได้ ธีร์ทำได้หมดเลย""นายชอบมันตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัย นี่ก็ผ่านไป 3 ปีแล้ว นายยังไม่เลิกชอบไอ้นนท์มันอีกหรอ?" นายณ์ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของนนท์กล่าว"ก็คนมันชอบไปแล้วนี่ครับ" ธีร์ก้มหน้าด้วยความเขินอาย "พี่นายณ์ช่วยทำให้รุ่นน้องคนนี้สมหวังหน่อยน้าาา น้าาาาา พี่นายณ์~" ธีร์ทำสีหน้าออดอ้อน มือคว้าแขนเสื้อนายณ์มาจับไว้พลางบิดตัวไปมา ช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าอย่างขอร้อง"อย่ามาทำแบบนี้กับฉันนะ ฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย!" นายณ์เสียอาการเมื่อถูกดวงตากลมโตน่ารักมองแบบนั้น รีบชักแขนเสื้อออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายทันที "ฉันกำลังหาคนทำงานเป็นผู้ช่วยอยู่ งั้นนายก็มาทำหน้าที่นี้แล้วกัน แต่บอกไว้ก่อน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status