LOGIN"เธออยากทำอะไรก็ทำไป แต่ความปลอดภัยของเธอคือหน้าที่ของฉัน" อัลฟ่าเบอร์เบินโทแบคโคกับโอเมก้าวานิลลามิลค์ ความมัวเมาที่หอมหวาน...จากเมนูชั่วคราวสู่อาหารจานหลักที่ขาดไม่ได้จวบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
View Moreปลดสายฟ้าแลบ ดาราตัวท็อปนายเอกซีรีย์วายเบต้า วงในเม้าท์สนั่นนายเอกแค่ในจอ นอกจอทั้งเหวี่ยงทั้งวีน เรื่องมากเอาแต่ใจ อยู่ในตัวเองเธอทั้งหมด ไปสายจนทำให้ต้องยกกองหลายครั้ง เรียกได้ว่านางร้ายรวบจบในตัวเธอ
ซุปตาร์เบต้าทำร้ายนายเอกน้องใหม่ ด้วยการใช้สารกระตุ้นฟีโรโมน จนเป็นเหตุให้อัลฟ่านับสิบคุ้มคลั่ง นายเอกใหม่ปลอดภัยมาอย่างหวุดหวิด
ผ่านมาร่วมเดือนเรนน์ยังคงเก็บตัวเงียบ ไม่ยอมออกมาแถลงข่าวหรือเคลื่อนไหว ไร้การขอโทษ “โอลีฟ” เหยื่อในเหตุการณ์ครั้งนี้
สนั่นวงการปลดพร้อมกันทุกแบรนด์ที่เรนน์ ซุปตาร์ดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมเรียกร้องค่าชดเชยกว่า 80 ล้านเหรียญเวิร์ส
“บ้าที่สุด!!!” เรนน์วางอุปกรณ์สื่อสารในมือลงหลังจากหมกมุ่นกับการอ่านข่าวของตัวเองมาร่วมชั่วโมง กว่า 4 เดือนความคิดเห็นหลายหมื่นยังคงโจมตีและพุ่งมายังตน บางข้อความบรรยายออกมาได้ละเอียดลออเหมือนยืนอยู่ข้าง ๆ เธอในเหตุการณ์ บางคนแสดงความคิดเห็นราวกับว่ารู้จักเธอดียิ่งกว่าตัวเธอเสียอีก จากที่ตั้งใจจะเงียบเพื่อให้กระแสซาลง แต่ดูแล้วเหตุการณ์ครั้งนี้คงต่างจากที่เคยเป็น
“ออกไปไหนก็ไม่ได้” ความร้อนในร่างกายสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย หากดูจากวงรอบย้อนไป 6 ปี ช่วงเวลานี้คือภาวะฮีทของเธอ เรนน์แตะหน้าผากตัวเอง สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มที่แล้วพรูออกมาเบา ๆ สติสัมปชัญญะของเธอยังอยู่ในระดับดี ยาระงับฮีทช่วยเรนน์เอาไว้ได้มากเป็นเวลาหลายปีที่เธอใช้ชีวิตอย่างเบต้า หลบซ่อนความเป็นโอเมก้าที่แสนอ่อนแอเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
“เฮ้ออออ 5 ปีแล้วสินะ ที่ใช้ชีวิตอย่างเบต้า”
แม้จะรู้ดีถึงอันตรายแต่ก็ยังทำต่อไป เรนน์มองขวดยากดฟีโรโมนที่ตั้งอยู่ หากไม่ใช่เพราะมีเบลตัน ที่เป็นเพื่อนสนิททำงานในคลินิกพิเศษ เรนน์คงไม่ได้มียากดฟีโรโมนเกรดพรีเมียมมาใช้โดยที่ไม่ต้องเข้าไปตรวจร่างกาย
ตลอดหลายวันที่ผ่านมาโทรศัพท์ของซุปตาร์โอเมก้าในคราบของเบต้าดังขึ้นไม่ขาดสาย ทั้งการโทรเข้าและส่งมาเป็นข้อความ เนื่องจากข่าวอื้อฉาวที่เป็นกระแสรุนแรงเกี่ยวกับเธอในช่วงนี้ทำให้หลายงานถูกยกเลิก เพราะเจ้าของงานเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากข่าวที่ออกมาไปด้วย จนทำให้ตัวเองเกิดความเสียหาย เรนน์ต้องจ่ายค่าชดเชยจำนวนมาก เพราะทำให้แบรนด์เสื่อมเสียตามข้อตกลงที่เธอได้ตกลงเอาไว้
ตื๊ดดดดด......
“เบอร์ใคร?”
สายเรียกเข้าจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นตาและไม่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ ปรากฏบนหน้าจอ หลังจากมีข่าวฉาวเมื่อหลายวันก่อนผู้จัดการส่วนตัวของเรนน์ก็รีบชิงหนีเอาตัวรอด ทิ้งความเสียหายเอาไว้ให้เธอแบกรับเป็นกว่าแปดสิบล้านเหรียญเวิร์ส
“ใครจะยกเลิกอีก ไม่มีเงินจะชดใช้แล้วนะ ฮึ่ย!!!!”
จะเป็นเบอร์ใครไปได้ในเวลานี้ ก็คงไม่พ้นเจ้าของงานไหนสักชิ้นที่ต้องการโทรมายกเลิกนั่นแหละ ตั้งแต่มีข่าวอื้อฉาวของเธอแพร่ออกไปผู้คนจำนวนมากก็ปักใจเชื่อ ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ และใช้โอกาสนี้รีบเขี่ยเธอทิ้ง ในเมื่อรู้ตัวดีเรนน์จึงกดรับสายด้วยความสิ้นหวัง
“ครับ จากไหนครับ แจ้งได้เลยครับ”
“สวัสดีครับคุณเรนน์ ผมชื่อเลออน” น้ำเสียงสุภาพของปลายสาย ต่างไปจากทุกคนที่ได้ยินมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ต่อให้เป็นสายของการยกเลิกงาน ก็ยังดีที่ให้เกียรติกันอยู่บ้าง
“ครับ คุณเลออน ไม่ทราบว่าคุณเป็นเจ้าของงานหรือเป็นตัวแทนจากแบรนด์ไหนครับ ถ้าต้องการยกเลิก ต้องดูตามสัญญาที่เราคุยกันไว้นะครับ”
“ผมไม่ได้โทรมายกเลิกงานครับ แต่ผมเป็นตัวแทนจากท่านคาเซียร์”
คาเซียร์รับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเรนน์ในตอนนี้ เธอไม่ได้โกรธแต่น้อยใจ ทำไมถึงรับรู้ว่าเธอกำลังน้อยใจเขาอยู่ อัลฟ่าสูงสุดไม่เข้าใจ ว่าทำไมบางครั้งก็สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของเรนน์ได้ แต่บางครั้งก็ขาดหายไปไม่ชัดเจน ราวกับการเชื่อมสัญญาณยังไม่สมบูรณ์น้อยใจ ทำไมเธอถึงน้อยใจ“ที่บอกจะใช้คืนจะได้เมื่อไหร่”“ผมจะได้เงินค่างานมาแล้วจะผ่อนให้ท่าน จะรีบผ่อนให้หมด ๆ จะได้หลุดพ้นจากท่านเสียที” เรนน์พูดประชดทั้งที่ในใจมีความรู้สึกบางอย่างคัดค้านคำพูดเมื่อครู่“ได้ ฉันให้ผ่อนเดือนละ 5,000 เหรียญไม่เอาเกินนั้น”ยอดหนี้ 7 ล้านเหรียญเวิร์สผ่อนส่งเดือนละ 5,000 เหรียญ เรนน์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเครื่องคิดเลยแล้วก็ต้องตกใจ “1,400 เดือน 1 ปีมี 12 เดือน ร้อยกว่าปีถึงจะผ่อนหมด ใครมันจะมีชีวิตใช้หนี้ไปนานขนาดนั้น อีกอย่างทำอย่างกับท่านจะมีชีวิตอยู่จนถึงหนี้งวดสุดท้ายอย่างนั้นแหละ” ประโยคสุดท้ายเรนน์พูดเบาลงจนดูคล้ายว่าบ่นอุบอิบกับตัวเอง แต่คนฟังกลับได้ยินอย่างชัดเจน“นี่เธอแช่งฉันเหรอ”“ก็ใครใช้ให้ท่านแกล้งผมก่อน ท่านจงใจแกล้งผมชัด ๆ”“ฉันไม่ได้แกล้ง แต่ตั้งใจทำ.... ใช้มากกว่า 5,000 เหรียญก็ได้ แต่ฉันตัดยอดใ
เรนน์ไม่มีศัตรูที่ไหนนอกจากคนที่พึ่งมีปัญหากันไปอย่างโอลีฟ ว่าแต่คาเซียร์นั้นเรียกว่าศัตรูได้หรือไม่ จากที่คิดว่าแก้ต่างให้ตัวเองเรียบร้อยแล้วทุกอย่างจะจบลง ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน แต่ดูท่าแล้วโอลีฟคงไม่ยอมรามือถึงได้ส่งคนมาเล่นงานเธอแบบนี้“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ไอ้พวกหมาลอบกัด” แม้จะตกอยู่ในความกลัว แต่โอเมก้าอย่างเรนน์ก็ยังสู้ยิบตาฉันแค่อยากใช้ชีวิต แต่ชีวิตทำไมต้องใช้ฉันกลับ ทำไมต้องให้รับบทชีวิตรันทดแบบนี้ไม่เข้าใจ!!ความกลัวเกาะกุมหัวใจของเรนน์ ทำไมชีวิตของเธอไม่เคยราบรื่นแบบคนอื่น แต่ในเวลาของความมืดมนเรนน์กลับสัมผัสได้ถึงสัญชาตญาณบางอย่างที่ไม่เคยมี การดิ้นรนเอาชนะและการใช้กำลัง ช่างน่าแปลกโอเมก้ามักหลบเลี่ยงการใช้กำลังเสมอ เพราะรู้ตัวดีว่าไม่อาจชนะเพศรองอื่น ๆ ได้ แต่วันนี้เรนน์กลับรู้สึกถึงการเป็นผู้ล่ามากกว่าเหยื่อ รับรู้ได้ว่าเลือดในกายสูบฉีดและต้องการโต้กลับ มันเกิดจากอะไรหรือเพราะเธอมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่ออย่างนั้นเหรอ“ปล่อยฉัน ไอ้พวกเล่นสกปรก ใส่ร้ายฉันไม่สำเร็จก็คิดวิธีนี้ออกมา”คนที่อยู่ในรถหันมองหน้ากัน โอเมก้าของเจ้านายฤทธิ์เยอะกว่าที่คิดเอาไว้มาก แต่ถึงอย
ไซรัสเอ่ยถามด้วยความสงสัย อยู่ห่างกันขนาดนั้น คนที่ไม่ได้ผูกพันธะกันจะรู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก การรับรู้ถึงกันในระดับนี้มีเพียงการผูกพันธะด้วยจิตวิญญาณหรือ soulmate bonding เท่านั้น แต่การตามหาโซลเมทท่ามกลางคนนับพันล้านบนโลกนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงเป็นสิ่งแรกที่ผู้คนต่างตัดประเด็นนี้ออกไป จนไม่คิดว่ามันจะมีจริง การกล่าวถึงล้วนเป็นเพียงการเย้าแหย่เพื่อความสนุกก็เท่านั้น“ฉันแค่เดาเอาก็เท่านั้น เรื่องแค่นี้มันไม่น่าจะเดายากนะไซ ถ้าสมองนายมีประสิทธิภาพมากพอ”“แต่เรนน์ไม่เหมือนวันแรกที่ผมเจอ เธอไม่กลัวจนตัวสั่น ที่สำคัญด่าเจ้าหนี้ด้วย”คนที่นั่งนิ่งเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง แสดงความสนใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะปรับสีหน้าเก็บอาการของตัวเองให้เป็นปกติ พร้อมกลบเกลื่อนด้วยการยกกาแฟขึ้นมาจิบ“เรนน์บอกว่าเจ้าหนี้เป็นอัลฟ่าประสาทแดก”แคก ๆ ความขมร้อนที่ควรอยู่ในปากแล้วไหลลงไปที่ลำคอ ย้อนกลับขึ้นมามิหนำซ้ำยังย้อนกลับเข้าทางจมูก จนคาเซียร์ต้องรีบกวักมือขอทิชชูจากไซรัสที่นั่งหัวเราะอย่างอารมณ์ดีที่เขาถูกต่อว่าแบบนี้“ไซ นายจะหัวเราะอะไรนักหนา”“พี่ ตั้งแต่เกิดมา สามสิบห้าปีผมไม่เ
“คาร์ก คาร์ก”เสียงของไนท์เตอร์ดังลั่นไปทั้งคฤหาสน์โซลาริส ขอทานน้อยเดินวนไปทั้งบ้านเพื่อตามหาพี่ชายคนโต กลิ่น Wine กดดันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ น้องชายคนเล็กต้องการกดดันให้พี่ชายออกมาพูดคุยกันให้รู้เรื่อง ฟีโรโมนของไนท์เตอร์เข้มขึ้นจนคาเซียร์เริ่มหงุดหงิด จากที่ทำเป็นนิ่งเฉยกลับไม่สามารถปล่อยผ่านได้ ไม่ใช่แค่คาเซียร์ที่ตอบสนองกับฟีโรโมนของอัลฟ่าอื่น ความเข้มข้นของมันดึงความสนใจของไซรัสที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ให้สมาธิกระเจิดกระเจิง สุดท้ายแล้วทั้งสองคนก็ต้องพ่ายแพ้ ยอมออกมาพบน้องชายตัวดีที่กำลังโวยวาย“เก็บฟีโรโมนของแกเดี๋ยวนี้ไนท์เตอร์ ก่อนที่ฉันจะจับแกโยนออกนอกบ้าน”คาเซียร์เอ่ยบอกน้ำเสียงเข้ม ใครใช้ฟีโรโมนเพื่ออะไรไนท์เตอร์ไม่สนใจ สำหรับเขามีไว้เรียกพี่ชายออกมาในเวลาที่ทั้งสองต้องการหลบหน้า ใครจะเอาไว้กดดันศัตรูก็เชิญตามสบาย แต่ไนท์เตอร์เอาไว้กดดันคาเซียร์กับไซรัสเท่านั้น“ไม่ทำแบบนี้ก็ไม่ออกมา”“มีอะไร แหกปากลั่นบ้านจนนึกว่าพ่อกับแม่ฟื้นจากความตายมาหาเมียให้แก” พี่ชายคนโตเอ่ยเสียงราบเรียบ ไม่ได้ตื่นเต้นไปกับท่าทางร้อนรนของไนท์เตอร์“ผมยังไม่มีเมีย แต่พี่นั่นแหละ” คาเซียร์เดินนำ





