Início / วาย / นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก / ตอนที่ 1 ก้าวแรก

Compartilhar

นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก
นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก
Autor: มีแค่เคะ

ตอนที่ 1 ก้าวแรก

last update Data de publicação: 2026-08-31 22:46:54

❤️ : 100%

ณ.คาเฟ่เล็กๆแห่งหนึ่ง

ในมุมหนึ่งของร้านเล็กๆ พื้นที่ไม่กว้างมากนัก มีโต๊ะไม้สีน้ำตาลเคลือบเงาสวย ต้นไม้และของประดับชิ้นเล็กๆตกแต่งบนชั้นวางรอบๆร้าน บรรยากาศดูอบอุ่นและไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน

ชายหนุ่มหน้าตาดีนั่งมองหน้ารุ่นน้องหน้าหวานที่พึ่งบังเอิญเจอกันเมื่อครู่ กำลังส่งสายตาอ้อนวอนให้ทำตามความต้องการของตัวเอง

"พี่นายณ์ ช่วยหาตำแหน่งให้ธีร์ได้อยู่ใกล้พี่นนท์หน่อยได้ไหมครับ อะไรก็ได้ ธีร์ทำได้หมดเลย"

"นายชอบมันตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัย นี่ก็ผ่านไป 3 ปีแล้ว นายยังไม่เลิกชอบไอ้นนท์มันอีกหรอ?" นายณ์ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของนนท์กล่าว

"ก็คนมันชอบไปแล้วนี่ครับ" ธีร์ก้มหน้าด้วยความเขินอาย "พี่นายณ์ช่วยทำให้รุ่นน้องคนนี้สมหวังหน่อยน้าาา น้าาาาา พี่นายณ์~" ธีร์ทำสีหน้าออดอ้อน มือคว้าแขนเสื้อนายณ์มาจับไว้พลางบิดตัวไปมา ช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าอย่างขอร้อง

"อย่ามาทำแบบนี้กับฉันนะ ฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย!" นายณ์เสียอาการเมื่อถูกดวงตากลมโตน่ารักมองแบบนั้น รีบชักแขนเสื้อออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายทันที

"ฉันกำลังหาคนทำงานเป็นผู้ช่วยอยู่ งั้นนายก็มาทำหน้าที่นี้แล้วกัน แต่บอกไว้ก่อนว่างานมีหนักบ้างเบาบ้าง บางครั้งต้องเดินทางออกต่างจังหวัด บางคืนก็ไม่ได้นอนเต็มอิ่ม ลูกคุณหนูอย่างนายจะทำไหวหรือเปล่าเหอะ?" นายณ์เพียงนึกสนุกอยากรู้ว่าธีร์มีความสามารถแค่ไหน จะทำอย่างไรเพื่อมัดใจนนท์ เมะ ที่เสน่ห์แรงแต่ไม่ยอมคบใครสักที

"ผมทำได้ครับ ไม่ว่างานอะไรสั่งธีร์คนนี้ได้เลย ธีร์พร้อมจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อพี่นนท์เสมอ~" ธีร์กุมมือทั้งสองข้างของตัวเอง น้ำเสียงจริงจัง แววตาฉายความหวังที่จะได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกับคนที่ตนชอบ

"ฉันเป็นคนรับนายเข้าทำงานนะ จะไปทำเพื่อไอ้นนท์มันทำไม เดี๋ยวก็ไม่รับซะนี่"

"โอ๋ๆ พี่นายณ์คือผู้มีพระคุณของธีร์ ธีร์ก็จะทำทุกอย่างเพื่อพี่นายณ์เช่นกันครับ ธีร์สาบานเลย"

"นายนี่ตลกดีนะ ฮ่าๆๆๆ”

หลายวันต่อมา

หน้าประตูบ้านหลังใหญ่

ในยามค่ำที่อาทิตย์พึ่งจะลาคล้อยลับไป แสงไฟจากหลอดไฟนีออนของถนนในหมู่บ้านแห่งนี้ก็สว่างขึ้น

หน้าบ้านหลังหนึ่ง ที่เป็นทั้งที่พักและที่ทำงานของทีมงาน ธีร์ก้าวลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือที่จับหูกระเป๋าเริ่มเปียกชื้นด้วยเหงื่อจากความตื่นเต้น เพราะต่อจากนี้ เขาจะได้ใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับ นนท์ รุ่นพี่ที่แอบชอบมานานอย่างใกล้ชิด

หนุ่มร่างบางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สูดหายใจลึกๆ เพื่อระงับจังหวะหัวใจที่เต้นแรง ก่อนจะยกมือขาวเรียวบางขึ้นกดออดหน้าประตูบ้านเบาๆ เพื่อบอกให้คนข้างในรับรู้ถึงการมาถึง

แกร็ก…!

ไม่นานนักประตูบ้านก็เปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผมสีดำ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม มองมาด้วยสายตาอบอุ่น

“มาแล้วหรอ? นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว เข้ามาสิ ทุกคนกำลังรออยู่เลย” นายณ์พูดพลางเอื้อมมือมาแย่งกระเป๋าลากที่ธีร์ถืออยู่ พลางยกล้อให้พ้นข้ามประตูเข้าไปในรั้วบ้าน

“ผมถือลากเองก็ได้ครับ” ธีร์พยายามจะแย่งประเป๋าคืนแต่ด้วยช่วงตัวที่ยาวกว่าของนายณ์ เขาได้เลือนกระเป๋าออกห่างจากธีร์ไปก่อนแล้ว

“ทำไม ตื่นเต้นมากเลยหรอ ธีร์คนที่กระตือรือร้นหายไปไหนแล้วล่ะ แล้วอย่างนี้จะทำงานไหวหรอเนี้ย?”

นายณ์แลมองชายหนุ่มที่กำลังหน้าแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูและเหมือนจะทำตัวไม่ถูกกำลังเดินตามหลังด้วยรอยยิ้มเอ็นดู คำพูดที่เหมือนจะจิกกัดแต่จริงๆเขาแค่อยากหยอกล้อให้คนที่กำลังประหม่ารู้สึกดี

“พี่นายณ์อย่าล้อธีร์สิครับ ธีร์ตื่นเต้นจริงๆนั้นแหละ แต่เรื่องการทำงานธีร์ทำได้เต็มที่แน่นอนครับ!” น้ำเสียงมั่นใจแต่สีหน้ากลับมีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ทำให้นายณ์ที่เดินอยู่ข้างหน้าเหลือบมองด้วยหางตาขำออกมาในท่าทางที่ดูตลกของชายหนุ่ม

เขาหยุดเดินแล้วหันกลับมาเผชิญหน้า ธีร์ชะงักตามแล้วมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าที่กำลังยืนจ้องมาที่ตน ด้วยความสงสัย

“งั้นก็เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว นายคงไม่อยากให้ไอ้นนท์เจอนายครั้งแรกหลังจากไม่ได้เจอมาหลายปี ด้วยสีหน้าแบบนี้ของนายหรอกนะ?” นายณ์โน้มตัวลงมาให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับธีร์ ดวงตากลมโตมองชายหนุ่มตัวสูง พลางคิดตามในสิ่งที่เขาพูด

“นายตอนยิ้มน่ารักกว่าอีก ไหนลองยิ้มให้ฉันดูหน่อยซิ ไม่งั้นก็หอบกระเป๋ากลับบ้านไปซะ”

ใบหน้าของทั้งสองคนห่างกันแค่ไม่กี่นิ้ว ธีร์ค่อยๆเผยยิ้มออกมาที่มุมปาก ตาที่กลมโตเลือนขึ้นจนเป็นสระอิตามกล้ามเนื้อแก้มที่ยกขึ้น

ทำเอานายณ์หัวใจกระตุกเต้นแรงขึ้นมาครู่หนึ่ง เขารีบยืดตัวกลับมายืนตรง มือข้างขวายกขึ้นมาเกาท้ายทอยพลางหันหน้ามองไปทางอื่น อาการที่เขาไม่เคยเป็นกับผู้ชายมาก่อน เพราะไม่เคยชอบผู้ชายเกิดขึ้นโดยที่เขาตั้งตัวไม่ทัน

“งั้นก็เข้าไปข้างในกันเถอะ” นายณ์พูดโดยไม่ได้หันไปมองชายหนุ่มที่หุบยิ้มแล้วมองท่าทางของเขาด้วยความงงงวย ก่อนจะจับหูกระเป๋าแล้วลากเดินนำธีร์ไปข้างหน้า

ธีร์ที่ประหม่าจนควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อกี้ ได้คำพูดของนายณ์เตือนสติ จึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว..

ภายในบ้าน…

เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในตัวบ้านกว้าง ภายในตกแต่งเรียบง่ายผนังและเฟอร์นิเจอร์เป็นโทนสีครีมกับน้ำตาล บรรยากาศอบอุ่นสบายตา

ธีร์เดินตามหลังนายณ์ที่ลากกระเป๋าใบใหญ่ของตนเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหม่าแต่ก็แฝงไปด้วยความดีใจ สายตากวาดไปรอบตัวบ้าน เจอเข้ากับชายหนุ่มหน้าตาดีคนสองคน ที่เหมือนกำลังยืนรออยู่ตรงกลางห้องนั่งเล่น

เมษา ชายหนุ่มหน้าตาดีสวมแว่น ยืนกอดอกมองมาด้วยสายตาสนใจใคร่รู้ ปากยกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงสวย ข้างๆมีชายอีกคนใบหน้าขาวเนียนดวงตาเรียวยาวสไตล์ลูกครึ่งญี่ปุ่น สีหน้าสงบนิ่งแต่แววตาแสดงความเป็นมิตร

“สมาชิกใหม่ของเรามาแล้ว” เมษาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแจ่มใส สายตาไล่ส่องดูตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะหันไปกระซิบกับโชข้างๆ เสียงดังพอได้ยิน

“ดูเด็กกว่าที่คิดอีก”

โชพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

“ผมก็ว่างั้น”

นายณ์หันกลับมามองธีร์ด้วยรอยยิ้มให้กำลังใจ มือหนาแตะไหล่กว้างเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับเพื่อนร่วมทีมทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นน่าเชื่อถือ

“เอาล่ะๆ นี่ธีร์ น้องใหม่ของเรา จะมาเป็นผู้ช่วยทั่วไปของทีม พวกนายก็ช่วยสอนงานเขาหน่อยล่ะกัน”

ธีร์ใบหน้าแดงระเรื่อจากความประหม่า โค้งตัวทักทายด้วยความสุภาพ

“สวัสดีครับ ผมชื่อธีร์ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

คำพูดยังไม่ทันจบ เมษาก็ก้าวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ดวงตาโตแวววาวราวกับเด็กเห็นของเล่นชิ้นใหม่ มือทั้งสองข้างยื่นออกมาจับมือธีร์ขึ้นมากุมไว้แน่น

“หน้าเด็กมากเลย อายุเท่าไหร่หรอ? ใช้สกินแคร์ของอะไรขอพิกัดหน่อยสิ? ดื่มน้ำวันละกี่แก้วทำไมผิวดีขนาดนี้? ฉีดผิวมาหรือเปล่า? หรือว่าขาวกรรมพันธุ์กันแน่?” น้ำเสียงตื่นเต้นจนแทบจะตะโกน สายตาจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบ ทำเอาธีร์ชะงักดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจกับการต้อนรับที่เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก

แต่เมื่อเห็นท่าทีเป็นกันเองของคนตรงหน้า ความตื่นตระหนกก็ค่อยๆหายไป เผยรอยยิ้มบางๆออกมา

“ผมอายุ 25 ครับ ส่วนเรื่องอื่นไว้ผมจะอธิบายแล้วกันนะครับ” ธีร์ตอบด้วยรอยยิ้มสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ

“งั้นก็อายุเท่าฉันเลย” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นแทรก โชก้าวเข้ามาใกล้ รอยยิ้มบางๆ ยังคงปรากฏอยู่ที่มุมปาก

“ฉันชื่อโช ยินดีที่ได้รู้จัก”

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” ธีร์ยิ้มตอบด้วยความเต็มใจ

เมษายังไม่ละจากการตรวจสอบหน้าตาของคนใหม่ เอียงคอมองอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง

“ฉันชื่อว่าเมษา อายุ 27 แต่นายหน้าเด็กจริงๆ นั่นแหละ นึกว่าพึ่งจะ 20 นะเนี้ย”

ธีร์ได้แต่ยิ้มเขินๆ เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่ารูปร่างหน้าตาที่ได้จากแม่ของเขาจะดึงดูดสายตาของคนตรงหน้าได้ขนาดนี้

“ธีร์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ นายดู…สูงขึ้นหรือเปล่าเนี้ย?”

ทันใดนั้น เสียงคุ้นเคยที่คิดถึงก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาเลือดในกายธีร์หยุดไหลไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมจนแทบจะกลั้นหายใจไม่ได้

ธีร์หันขวับไปมอง ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสบายๆ กำลังเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่คุ้นเคย

นนท์มองมาด้วยสายตาอบอุ่นที่ได้พบหน้าคนรู้จักเก่า

“พะ…พี่นนท์ สวัสดีครับ” ธีร์พูดตะกุกตะกัก ใบหน้าแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆจนไล่ไปถึงใบหู ไม่กล้าสบตาตรงๆได้แต่มองพื้นสลับกับมองหน้าอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

นนท์เดินเข้ามาใกล้ มือหนาเอื้อมมาตบไหล่ธีร์เบาๆด้วยความเป็นกันเอง

“เราเตรียมงานเลี้ยงเล็กๆต้อนรับนายด้วยนะ หลังจากนี้ก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ ธีร์” น้ำเสียงนุ่มนวลฟังสบายราวกับเสียงดนตรี ทำให้ความประหม่าทั้งหมดค่อยๆ จางหายไป

ธีร์เงยหน้าขึ้นสบตาคนที่แอบรักที่ไม่ได้เจอนานถึงสามปี ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำมั่นใจ

“ผมจะทำให้เต็มที่ครับ”

งานเลี้ยงเล็กๆ ภายในบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบรรยากาศที่อบอุ่น ธีรียิ้มด้วยความสุขจนแก้มแทบปริแตก หัวใจพองโต สายตาลอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่เขาเฝ้าฝันถึงมาตลอด นนท์พูดคุยหัวเราะอย่างสนุกสนาน แสงไฟนวลตาที่สาดส่องลงมาทำให้เขายิ่งดูอ่อนโยนและมีเสน่ห์จนยากจะละสายตา

‘ในที่สุด... วันนี้ผมก็ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในโลกของพี่แล้วนะ’

ธีร์คิดในใจ พลางรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความตื่นเต้นปนปีติ

เมื่องานเลี้ยงจบลงก็ดึกมากแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไป เมษากับโชกลับเข้าห้องนอนที่อยู่ชั้นล่าง นนท์ยังขยันรีบกลับไปจัดการงานที่ค้างคาไว้ต่อ เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนจะถึงวันทำงานจริง

นายณ์ในฐานะเจ้าบ้าน เดินนำหน้าพาธีร์ขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง จนมาหยุดยืนหน้าประตูห้องหนึ่งที่อยู่กึ่งกลางของทางเดินยาว เขาหันมาสบตาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ชี้ไปที่บานประตูไม้สีอ่อนตรงหน้า

“นายนอนห้องนี้นะ ขาดเหลืออะไรหรือต้องการความช่วยเหลือ ก็ทักหาฉันได้ตลอด ฉันอยู่ห้องข้างๆ นายนี่เอง” นายณ์พูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง มือเอื้อมไปจับลูกบิดประตูเปิดออกให้เห็นภายในห้อง ที่ตกแต่งเรียบง่ายสะอาดตา และมีข้าวของครบครัน

ธีร์ก้าวเข้าไปมองรอบห้องด้วยความพอใจ ก่อนจะหันกลับมาถามเจ้าบ้านในความอยากรู้เล็กๆน้อยๆ

“ขอบคุณครับที่ดูธีร์แลอย่างดี แล้ว…พี่นนท์ พักห้องไหนหรอครับ?”

เพียงคำถามจบลง นายณ์ก็หลุดขำออกมาเบาๆ แววตาเจ้าเล่ห์วาบขึ้นมา ก่อนจะแซวด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง

“โห... เพิ่งมาถึงก็ถามถึงห้องไอ้นนท์เลย นายคงไม่ได้คิดจะย่องเข้าห้องมันตอนดึกๆหรอกนะ”

“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นนะครับ!!” ธีร์รีบโบกมือทั้งสองข้างไปมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ใบหน้าแดงก่ำกึ่งอายกึ่งตื่นกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด

“ผมแค่…แค่อยากรู้ไว้เฉยๆน่ะครับ” รีบก้มหน้าลงมองปลายเท้าเพื่อกลบเกลื่อนอาการ หูแดงระเรื่อขึ้นจนน่าเอ็นดู

“ฮ่าๆๆๆ ฉันล้อเล่นน่ะ อย่าทำหน้าตื่นขนาดนั้นสิ” นายณ์หัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู ก่อนจะชี้มือไปทางปลายทางเดิน

“ห้องนนท์ก็อยู่ติดอีกฝั่งของห้องนายนี่แหละ ที่ห้องนี้ว่างอยู่เพราะมันอยู่ตรงกลางเลยมีหน้าต่างแค่ด้านเดียวน่ะ นายอยู่ได้ใช่ไหม?”

“ผมอยู่ได้ครับ” ธีร์พยักหน้ารับ

“งั้นก็พักผ่อนเถอะ ไว้พรุ่งนี้ฉันจะสอนงานและเอาตารางการทำงานให้นายด้วย”

“ขอบคุณมากนะครับพี่นายณ์” ธีร์กล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ นายณ์ยิ้มรับก่อนจะยกมือขึ้นโบกมือลา แล้วหันหลังเดินเข้าประตูห้องของตน

ธีร์มองตามก่อนจะผลักประตูเข้าห้องและปิดลงเบาๆ เดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มพร้อมรอยยิ้มที่ยังมิอาจหุบได้

ก้าวแรกที่รอคอยได้เริ่มขึ้นแล้ว เขาตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตหัวใจของนนท์ ในที่สุดเส้นทางแห่งรักข้างเดียวก็กำลังจะเปลี่ยนไป…

วันต่อมา

หลังจากธีร์ได้เรียนรู้งานและรับตารางงานจากนายณ์แล้ว ธีร์ก็เข้าใจการทำงานทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ทำให้คนในทีมพอใจกันมาก

การประชุมดำเดินไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีการโต้แย้ง มีเพียงคำปรึกษาและยอมรับความเห็นต่างของอีกผ่าย แม้ว่าการประชุมจะยืดเยื้อกินเวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง แต่ธีร์ก็ไม่มีทีท่าเบื่อหน่ายเลย

สายตาคู่สวยลอบมองท่าทางที่สุขุมและดูเป็นผู้นำของนนท์ด้วยความชื่นชมจนล้นใจ รอยยิ้มบางๆติดค้างอยู่บนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าสมาชิกคนอื่นจะสังเกตเห็น แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ได้แต่แอบมองและยิ้มให้ในความน่ารักน่าเอ็นดูของน้องใหม่คนนี้เท่านั้น

“เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหม?” นนท์เดินเข้ามาทักธีร์หลังจากที่ประชุมเสร็จ

“ครับ?”

“ทำงานวันแรกก็ต้องมาประชุมนานแบบนี้ พอดีต้องเร่งเตรียมวางแผนสำหรับตอนต่อไปของรายการเราน่ะ” เขากลัวจะทำให้น้องใหม่ลำบากใจ และไม่อยากให้เข้าใจผิดว่ากำลังโดนแกล้ง

“ผมไม่เป็นไรเลยครับ ผมกลับรู้สึกสนุกด้วยซ้ำ อยากให้ถึงวันถ่ายทำเร็วๆจังครับ” ธีร์ตอบด้วยรอยยิ้มสดใส ในใจเต้นโครมครามดีใจที่นนท์เข้ามาชวนคุยก่อนจนแทบอยากจะตระโกนออกมาดังๆ

“งั้นก็ดีแล้ว ถ้ามีอะไรสงสัยไม่เข้าใจ ถามนายณ์ได้เลยนะ”

“ครับพี่นนท์”

นนท์ยิ้มบางๆก่อนจะเดินจากไป ธีร์มองตามแผ่นหลัง ภาพในหัวมีเพียงใบหน้าเปื้อนยิ้มของนนท์ลอยวนเวียนจนเขาไม่อาจจะหุบยิ้มได้เลย

“นายชอบพี่นนท์หรอ?”

จู่ๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง ธีร์ตกใจกระตุกตัวเล็กน้อยทำให้ได้สติกลับมาสู่โลกความจริงอีกครั้ง

เมษามองธีร์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขามองออกว่าธีร์เป็นคนซื่อ คิดยังไงก็แสดงออกมาอย่างงั้น จนรู้สึกน่าเอ็นดูคนตรงหน้า

“ผะ…ผมไปหาพี่นายณ์ก่อนนะครับ” ธีร์รนรานพูดแขนกอดไอแพด พลางรีบก้าวเท้า

เดินออกมาจากตรงนั้นทันที เมษายืนมองตามแผ่นหลังก่อนจะขำออกมาเบาๆ เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้น่ารักดี แต่เขาก็รู้อยู่ในใจว่านนท์ไม่ได้มีท่าทางสนใจเด็กคนนี้เลยสักนิด

หลายวันต่อมา

ภารกิจแรกของธีร์วันนี้เขาต้องออกเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อช่วยงานนายณ์และนนท์ในการถ่ายทำรายการ ส่วนเมษาและโช จะอยู่ประจำที่บ้านเพื่อรับหน้าที่สำคัญในการตัดต่อและจัดการไฟล์งานหลังจากที่พวกเขากลับมา

ที่หน้าบ้าน รถตู้ขนาดใหญ่สีดำสนิททรงหรูหราจอดรออยู่ เบาะนั่งนุ่มสบายเหมาะกับการเดินทางไกล มีคนขับรถมืออาชีพเตรียมพร้อมรออยู่แล้ว

ธีร์ช่วยทุกคนขนอุปกรณ์ และกระเป๋าเดินทาง จัดวางเข้าที่เข้าทางอย่างขยันขันแข็ง ดูตื่นตัวและกระตือรือร้น

“เตรียมของพร้อมแล้วใช่ไหม?” นายณ์เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าทุกอย่างถูกยกขึ้นรถเรียบร้อย

“พร้อมทุกอย่างแล้วครับพี่นายณ์ ธีร์เช็คซ้ำไปสองรอบแล้ว ไม่มีอะไรตกหล่นแน่นอน” ธีร์ตอบรับทันทีด้วยน้ำเสียงชัดเจน

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก   ตอนที่ 13 รู้ตัวช้า

    ❤️30% :💚50% “พี่เห็นกระแสชคู่จิ้นในโซเชียลแล้วใช่ไหม” ธีร์ถามขึ้นด้วยท่าทางเขินอายที่ยังคงเหลือ “อือ… เห็นแล้ว” “ทำไมพี่ไม่บอกธีร์ล่ะ” นายณ์ถอนหายใจเบาๆ สายตาเหลือบมองไปทางอื่น “ก็นายชอบไอ้นนท์อยู่นี่ ฉันเลยกลัวว่าถ้าพูดขึ้นมา นายจะรู้สึกอึดอัดหรือจิตตกจนหายป่วยช้าน่ะสิ” เมื่อได้ยินแบบนั้น ธีร์ก็ขมวดคิ้วแสดงความไม่เห็นด้วย “ธีร์ไม่ใช่คนแบบนั้นนะ ใครมันจะอยากป่วยนานๆละครับ” “แคร์ความรู้สึกไอ้นนท์มากหรอ แล้ว…มันนึกถึงความรู้สึกของนายบ้างไหม” นายณ์หยุดไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น “แต่ฉันชอบนะ ที่ธีร์เป็นคนเข้มแข็ง ไม่บ่น ไม่เรียกร้อง ไม่คอยเซ้าซี้จนรำคาญ… ไม่รู้ไอ้นนท์มันคิดยังไง ถึงมองข้ามคนแบบนี้ไปได้” คำพูดสุดท้ายทำให้ธีร์เงยหน้ามองตรงเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายทันที พร้อมความรู้สึกที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก “งั้น… พี่นายณ์ชอบธีร์หรอครับ” นายณ์ตกใจอึ้งไปเล็กน้อยกับคำถามที่ตรงไปตรงมา ด้วยใบหน้าใสซื่อของธีร์ “มะ… ไม่ใช่ชอบแบบนั้นครับ! ธีร์หมายถึง

  • นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก   ตอนที่ 12 คู่จิ้น

    ❤️40% : 💚40% วันต่อมา ในที่สุด ธีร์ก็ได้ออกจากโรงพยาบาล นายณ์จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ทั้งสองเดินทางกลับทันที นายณ์เรียกรถไปลงสนามบินของจังหวัดนั้น เพื่อให้ถึงบ้านโดยเร็วที่สุด สนามบิน…. โถงรับผู้โดยสารขาเข้า ประตูทางออกเปิดออกสู่ห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินพลุกพล่าน เสียงประกาศ เสียงรถเข็น และเสียงพูดคุยดังก้องสะท้อนไปทั่ว ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องลงบนพื้นกระเบื้องขัดเงา นายณ์เดินนำหน้าเล็กน้อย มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทางขนาดกลางอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางฝูงชน ทั้งคู่แต่งกายเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตาเข้ากับบุคลิกของตนเอง นายณ์ใช้สายตาเหลือบมองคนน้องที่เดินอยู่ข้างๆไม่ให้คาดสายตา ในใจยังพะวงในอาการป่วยที่ยังต้องคอยดูอาการต่อ ระหว่างนั้น ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยินดี พวกเขาคือแฟนคลับที่บังเอิญเจอกับทั้งคู่พอดี นายณ์มองด้วยความประหลาดใจ ธีร์ก็ตกใจจนชะงักเท้า นายณ์ขยับตัวเข้าโอบไหล่ธีร์มาชิดราวกับสร้างเกราะป้องกันโดยไม่รีรอ รู้ดีว่าคนน้องไม่คุ้

  • นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก   ตอนที่ 11 การดูแล

    ❤️50% : 💚30% นนท์บอกพยาบาลด้วยน้ำเสียงร้อนรน พยาบาลสองคนรีบเข็นเตียงฉุกเฉินเข้ามา นายณ์ค่อยๆวางธีร์ลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะถอยออกมาเล็กน้อย มองตามร่างของธีร์ที่ถูกเข็นเข้าไปในห้องตรวจด้วยความเป็นห่วง นายณ์ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน มือยังคงกำแน่น นนท์เดินเข้ามาตบไหล่เบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ “ถึงมือหมอแล้ว เดี๋ยวก็ดีขึ้น” นนท์พูดพยายามปลอบ แต่แววตาฉายความกังวลไม่แพ้กัน หลังจากรอคอยด้วยความกระวนกระวายอยู่พักใหญ่ ประตูห้องตรวจก็เปิดออก คุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง นายณ์และนนท์รีบก้าวเข้าไปหาทันที “คุณหมอครับ ธีร์เป็นยังไงบ้างครับ” นายณ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกังวล คุณหมอมองทั้งสองคนแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่ม “เบื้องต้น น้องมีไข้สูงมากจากการติดเชื้อไวรัสบางอย่างครับ แต่ยังไม่รุนแรงมากนักนะครับ” นายณ์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ “แต่เพื่อความปลอดภัยและให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ผมแนะนำให้คนไข้นอนพักดูอาการที่โรงพย

  • นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก   ตอนที่ 10 จบทริป

    ❤️50% : 💚20%"ธีร์ เป็นอะไรไปน่ะ?”นายณ์ถามขึ้น น้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นห่วง "หูมันอื้อๆครับพี่นายณ์ ไม่รู้เป็นอะไร" ธีร์ตอบตามตรง ด้วยความกังวลนายณ์ขำออกมาเบาๆ เขาค่อยๆยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาขนาบแนบมือของธีร์ที่ปิดหูอยู่ พร้อมกับโน้มตัวลงมาให้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับธีร์"ไม่ต้องตกใจนะ ที่ธีร์หูอื้อแบบนี้ ก็เพราะว่าตอนนี้เราอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากไง อากาศมันเบาบางลง ก็เลยมีอาการหูอื้อได้ง่าย ไม่เป็นอะไรมากหรอก"ธีร์มองลึกเข้าใปในดวงตาของนายณ์ รับรู้ได้ถึงความจริงใจและความใส่ใจที่นายณ์มีให้ ทำให้ความกังวลในใจของธีร์ค่อยๆจางหายธีร์คลายมือที่ปิดหูออกช้าๆ ใบหน้าของคลายความตึงเครียดลง เผยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" ธีร์พึมพำ "ขอบคุณมากครับพี่นายณ์ ธีร์นึกว่าจะเป็นอะไรไปซะแล้ว""ไม่เป็นไรหรอก แค่ปรับตัวสักพักก็หายแล้ว" นายณ์ยังคงยิ้มอย่างอบอุ่นทั้งสองคนยืนมองวิวพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้น ภายใต้อุณหภูมิอากาศที่ลดลงต่ำ ความรู้สึกดีๆที่ก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคน ธีร์รู้สึกขอบคุณที่มีนายณ์อยู่ด้วย แ

  • นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก   ตอนที่ 9 บั่นทอน

    ❤️60% : 💚10%ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนทุกคนต้องเร่งฝีเท้าเพื่อไปยังจุดพักที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ นายณ์เดินขนาบข้างธีร์เพื่อคอยประคองไม่ให้ธีร์ลื่นจากทางเดินที่มีน้ำไหลลงมาและเพื่อกันสองคนที่คอยตามจีบธีร์แจอีกด้วย“เดินระวังกันด้วยนะครับ แถวนี้ค่อนข้างลื่นมาก เดี๋ยวก็ถึงจุดพักแล้ว” ไกด์นำทางตะโกนมาจากข้างหน้า เป็นห่วงสวัสดิภาพของสมาชิกกลุ่มทุกคนธีร์เดินตามหลังนนท์ สายตาก็ไปสะดุดกับก้อนหินก้อนใหญ่ที่ขวางทางอยู่ มันถูกน้ำฝนที่ไหลลงมาตามทางเดินเซาะจนหลวมเกือบจะหลุดออกจากเนินดิน และนนท์กำลังจะก้าวขึ้นไปเหยียบพอดี“พี่นนท์ ระวัง!!” จังหวะนั้น… ธีร์รีบก้าวเข้าไปตามสัญชาตญาณ ผลักร่างของนนท์ออกไปด้านข้าง ก่อนที่ฝ่าเท้าของนนท์จะสัมผัสกับหินก้อนนั้น ฝีเท้าทุกคนหยุดชะงักลง พร้อมกับสายตาที่จับจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนนท์ที่เซไปเล็กน้อยพยายามตั้งหลัก ก่อนจะหันกลับมามองธีร์ด้วยแววตาฉงนปนไม่เข้าใจ เขาไม่เห็นถึงอันตรายที่ธีร์กล่าวถึง และอดคิดไม่ได้ว่าธีร์อาจเพียงแค่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากตนเท่านั้นสายตาธีร์ประสานเข้ากับนนท์ แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็น

  • นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก   ตอนที่ 8 ทริปเดินเขา

    ❤️60% 💚10% ณ บ้านพักท่ามกลางธรรมชาติ ตอนเย็นที่ฟ้าเริ่มจะมืด รถตู้เคลื่อนตัวมาจอดสนิท ที่หน้าบ้านพักที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและผืนป่า อากาศดูสดชื่นแตกต่างจากความวุ่นวายในเมืองลิบลับ “ธีร์ ตื่นเถอะ ถึงที่พักแล้ว” นายณ์เรียกธีร์เสียงเบา “ถึงแล้วหรอ…อ่ะ!...ขอโทษนะครับพี่นายณ์ ธีร์หลับไปนานเลย ขอโทษจริงๆครับ” ธีร์เอ่ยปากขอโทษด้วยน้ำเสียงเกรงใจ พลางลุกขึ้นนั่งเต็มตัว เป็นห่วงว่าเจ้าของตักนุ่มคงจะเมื่อยมากแน่ และไม่รู้ว่าเขาได้หลับบ้างหรือเปล่า นายณ์ยิ้มบาง ลูบผมธีร์เบาๆ “ไม่เป็นไรหรอกน่า ทีหลังก็ไม่ต้องเกรงใจมากนักก็ได้” เขาพูดพลางแกล้งหยอก “แต่หลังฉันชาไปหมดแล้วนะเนี่ย” “ถึงห้องแล้วเดี๋ยวธีร์นวดให้นะ ธีร์ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ธีร์ทำสีหน้าสำนึกผิด “ฮ่าๆๆๆ ฉันล้อเล่นน่ะ อย่าคิดมาก” รอยยิ้มของนายณ์ทำให้ธีร์สบายใจขึ้นเยอะ แต่ก็แอบรู้สึกผิดที่ตนเอาเปรียบนายณ์อยู่ดี ทั้งสามคนก้าวลงจากรถพลางบิดตัวคลายความเมื่อยล้า นายณ์ไม่รอช้ายกกล้องขึ้นมาเก็บภาพบรรยากาศรอบๆทันที ก่อนจะหันมาพูดคุยกับกล้องอย่างเป็นกันเอง “สวัสดีครับทุกคน! ตอนนี้เราก็มาถึงที่พักของเราในคืนนี้แล้วนะครับ เป

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status