แชร์

นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก
นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก
ผู้แต่ง: มีแค่เคะ

ก้าวแรก

ผู้เขียน: มีแค่เคะ
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-31 22:46:54

❤️ : 100%

ณ.คาเฟ่เล็กๆแห่งหนึ่ง

ในมุมหนึ่งของร้านเล็กๆ พื้นที่ไม่กว้างมากนัก มีโต๊ะไม้สีน้ำตาลเคลือบเงาสวย ต้นไม้และของประดับชิ้นเล็กๆตกแต่งบนชั้นวางรอบๆร้าน บรรยากาศดูอบอุ่นและไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน

ชายหนุ่มหน้าตาดีนั่งมองหน้ารุ่นน้องหน้าหวานที่พึ่งบังเอิญเจอกันเมื่อครู่ กำลังส่งสายตาอ้อนวอนให้ทำตามความต้องการของตัวเอง

"พี่นายณ์ ช่วยหาตำแหน่งให้ธีร์ได้อยู่ใกล้พี่นนท์หน่อยได้ไหมครับ อะไรก็ได้ ธีร์ทำได้หมดเลย"

"นายชอบมันตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัย นี่ก็ผ่านไป 3 ปีแล้ว นายยังไม่เลิกชอบไอ้นนท์มันอีกหรอ?" นายณ์ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของนนท์กล่าว

"ก็คนมันชอบไปแล้วนี่ครับ" ธีร์ก้มหน้าด้วยความเขินอาย "พี่นายณ์ช่วยทำให้รุ่นน้องคนนี้สมหวังหน่อยน้าาา น้าาาาา พี่นายณ์~" ธีร์ทำสีหน้าออดอ้อน มือคว้าแขนเสื้อนายณ์มาจับไว้พลางบิดตัวไปมา ช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าอย่างขอร้อง

"อย่ามาทำแบบนี้กับฉันนะ ฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย!" นายณ์เสียอาการเมื่อถูกดวงตากลมโตน่ารักมองแบบนั้น รีบชักแขนเสื้อออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายทันที

"ฉันกำลังหาคนทำงานเป็นผู้ช่วยอยู่ งั้นนายก็มาทำหน้าที่นี้แล้วกัน แต่บอกไว้ก่อนว่างานมีหนักบ้างเบาบ้าง บางครั้งต้องเดินทางออกต่างจังหวัด บางคืนก็ไม่ได้นอนเต็มอิ่ม ลูกคุณหนูอย่างนายจะทำไหวหรือเปล่าเหอะ?" นายณ์เพียงนึกสนุกอยากรู้ว่าธีร์มีความสามารถแค่ไหน จะทำอย่างไรเพื่อมัดใจนนท์ เมะ ที่เสน่ห์แรงแต่ไม่ยอมคบใครสักที

"ผมทำได้ครับ ไม่ว่างานอะไรสั่งธีร์คนนี้ได้เลย ธีร์พร้อมจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อพี่นนท์เสมอ~" ธีร์กุมมือทั้งสองข้างของตัวเอง น้ำเสียงจริงจัง แววตาฉายความหวังที่จะได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกับคนที่ตนชอบ

"ฉันเป็นคนรับนายเข้าทำงานนะ จะไปทำเพื่อไอ้นนท์มันทำไม เดี๋ยวก็ไม่รับซะนี่"

"โอ๋ๆ พี่นายณ์คือผู้มีพระคุณของธีร์ ธีร์ก็จะทำทุกอย่างเพื่อพี่นายณ์เช่นกันครับ ธีร์สาบานเลย"

"นายนี่ตลกดีนะ ฮ่าๆๆๆ”

หลายวันต่อมา

หน้าประตูบ้านหลังใหญ่

ในยามค่ำที่อาทิตย์พึ่งจะลาคล้อยลับไป แสงไฟจากหลอดไฟนีออนของถนนในหมู่บ้านแห่งนี้ก็สว่างขึ้น

หน้าบ้านหลังหนึ่ง ที่เป็นทั้งที่พักและที่ทำงานของทีมงาน ธีร์ก้าวลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือที่จับหูกระเป๋าเริ่มเปียกชื้นด้วยเหงื่อจากความตื่นเต้น เพราะต่อจากนี้ เขาจะได้ใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับ นนท์ รุ่นพี่ที่แอบชอบมานานอย่างใกล้ชิด

หนุ่มร่างบางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สูดหายใจลึกๆ เพื่อระงับจังหวะหัวใจที่เต้นแรง ก่อนจะยกมือขาวเรียวบางขึ้นกดออดหน้าประตูบ้านเบาๆ เพื่อบอกให้คนข้างในรับรู้ถึงการมาถึง

แกร็ก…!

ไม่นานนักประตูบ้านก็เปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผมสีดำ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม มองมาด้วยสายตาอบอุ่น

“มาแล้วหรอ? นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว เข้ามาสิ ทุกคนกำลังรออยู่เลย” นายณ์พูดพลางเอื้อมมือมาแย่งกระเป๋าลากที่ธีร์ถืออยู่ พลางยกล้อให้พ้นข้ามประตูเข้าไปในรั้วบ้าน

“ผมถือลากเองก็ได้ครับ” ธีร์พยายามจะแย่งประเป๋าคืนแต่ด้วยช่วงตัวที่ยาวกว่าของนายณ์ เขาได้เลือนกระเป๋าออกห่างจากธีร์ไปก่อนแล้ว

“ทำไม ตื่นเต้นมากเลยหรอ ธีร์คนที่กระตือรือร้นหายไปไหนแล้วล่ะ แล้วอย่างนี้จะทำงานไหวหรอเนี้ย?”

นายณ์แลมองชายหนุ่มที่กำลังหน้าแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูและเหมือนจะทำตัวไม่ถูกกำลังเดินตามหลังด้วยรอยยิ้มเอ็นดู คำพูดที่เหมือนจะจิกกัดแต่จริงๆเขาแค่อยากหยอกล้อให้คนที่กำลังประหม่ารู้สึกดี

“พี่นายณ์อย่าล้อธีร์สิครับ ธีร์ตื่นเต้นจริงๆนั้นแหละ แต่เรื่องการทำงานธีร์ทำได้เต็มที่แน่นอนครับ!” น้ำเสียงมั่นใจแต่สีหน้ากลับมีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ทำให้นายณ์ที่เดินอยู่ข้างหน้าเหลือบมองด้วยหางตาขำออกมาในท่าทางที่ดูตลกของชายหนุ่ม

เขาหยุดเดินแล้วหันกลับมาเผชิญหน้า ธีร์ชะงักตามแล้วมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าที่กำลังยืนจ้องมาที่ตน ด้วยความสงสัย

“งั้นก็เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว นายคงไม่อยากให้ไอ้นนท์เจอนายครั้งแรกหลังจากไม่ได้เจอมาหลายปี ด้วยสีหน้าแบบนี้ของนายหรอกนะ?” นายณ์โน้มตัวลงมาให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับธีร์ ดวงตากลมโตมองชายหนุ่มตัวสูง พลางคิดตามในสิ่งที่เขาพูด

“นายตอนยิ้มน่ารักกว่าอีก ไหนลองยิ้มให้ฉันดูหน่อยซิ ไม่งั้นก็หอบกระเป๋ากลับบ้านไปซะ”

ใบหน้าของทั้งสองคนห่างกันแค่ไม่กี่นิ้ว ธีร์ค่อยๆเผยยิ้มออกมาที่มุมปาก ตาที่กลมโตเลือนขึ้นจนเป็นสระอิตามกล้ามเนื้อแก้มที่ยกขึ้น

ทำเอานายณ์หัวใจกระตุกเต้นแรงขึ้นมาครู่หนึ่ง เขารีบยืดตัวกลับมายืนตรง มือข้างขวายกขึ้นมาเกาท้ายทอยพลางหันหน้ามองไปทางอื่น อาการที่เขาไม่เคยเป็นกับผู้ชายมาก่อน เพราะไม่เคยชอบผู้ชายเกิดขึ้นโดยที่เขาตั้งตัวไม่ทัน

“งั้นก็เข้าไปข้างในกันเถอะ” นายณ์พูดโดยไม่ได้หันไปมองชายหนุ่มที่หุบยิ้มแล้วมองท่าทางของเขาด้วยความงงงวย ก่อนจะจับหูกระเป๋าแล้วลากเดินนำธีร์ไปข้างหน้า

ธีร์ที่ประหม่าจนควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อกี้ ได้คำพูดของนายณ์เตือนสติ จึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว..

ภายในบ้าน…

เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในตัวบ้านกว้าง ภายในตกแต่งเรียบง่ายผนังและเฟอร์นิเจอร์เป็นโทนสีครีมกับน้ำตาล บรรยากาศอบอุ่นสบายตา

ธีร์เดินตามหลังนายณ์ที่ลากกระเป๋าใบใหญ่ของตนเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหม่าแต่ก็แฝงไปด้วยความดีใจ สายตากวาดไปรอบตัวบ้าน เจอเข้ากับชายหนุ่มหน้าตาดีคนสองคน ที่เหมือนกำลังยืนรออยู่ตรงกลางห้องนั่งเล่น

เมษา ชายหนุ่มหน้าตาดีสวมแว่น ยืนกอดอกมองมาด้วยสายตาสนใจใคร่รู้ ปากยกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงสวย ข้างๆมีชายอีกคนใบหน้าขาวเนียนดวงตาเรียวยาวสไตล์ลูกครึ่งญี่ปุ่น สีหน้าสงบนิ่งแต่แววตาแสดงความเป็นมิตร

“สมาชิกใหม่ของเรามาแล้ว” เมษาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแจ่มใส สายตาไล่ส่องดูตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะหันไปกระซิบกับโชข้างๆ เสียงดังพอได้ยิน

“ดูเด็กกว่าที่คิดอีก”

โชพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

“ผมก็ว่างั้น”

นายณ์หันกลับมามองธีร์ด้วยรอยยิ้มให้กำลังใจ มือหนาแตะไหล่กว้างเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับเพื่อนร่วมทีมทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นน่าเชื่อถือ

“เอาล่ะๆ นี่ธีร์ น้องใหม่ของเรา จะมาเป็นผู้ช่วยทั่วไปของทีม พวกนายก็ช่วยสอนงานเขาหน่อยล่ะกัน”

ธีร์ใบหน้าแดงระเรื่อจากความประหม่า โค้งตัวทักทายด้วยความสุภาพ

“สวัสดีครับ ผมชื่อธีร์ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

คำพูดยังไม่ทันจบ เมษาก็ก้าวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ดวงตาโตแวววาวราวกับเด็กเห็นของเล่นชิ้นใหม่ มือทั้งสองข้างยื่นออกมาจับมือธีร์ขึ้นมากุมไว้แน่น

“หน้าเด็กมากเลย อายุเท่าไหร่หรอ? ใช้สกินแคร์ของอะไรขอพิกัดหน่อยสิ? ดื่มน้ำวันละกี่แก้วทำไมผิวดีขนาดนี้? ฉีดผิวมาหรือเปล่า? หรือว่าขาวกรรมพันธุ์กันแน่?” น้ำเสียงตื่นเต้นจนแทบจะตะโกน สายตาจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบ ทำเอาธีร์ชะงักดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจกับการต้อนรับที่เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก

แต่เมื่อเห็นท่าทีเป็นกันเองของคนตรงหน้า ความตื่นตระหนกก็ค่อยๆหายไป เผยรอยยิ้มบางๆออกมา

“ผมอายุ 25 ครับ ส่วนเรื่องอื่นไว้ผมจะอธิบายแล้วกันนะครับ” ธีร์ตอบด้วยรอยยิ้มสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ

“งั้นก็อายุเท่าฉันเลย” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นแทรก โชก้าวเข้ามาใกล้ รอยยิ้มบางๆ ยังคงปรากฏอยู่ที่มุมปาก

“ฉันชื่อโช ยินดีที่ได้รู้จัก”

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” ธีร์ยิ้มตอบด้วยความเต็มใจ

เมษายังไม่ละจากการตรวจสอบหน้าตาของคนใหม่ เอียงคอมองอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง

“ฉันชื่อว่าเมษา อายุ 27 แต่นายหน้าเด็กจริงๆ นั่นแหละ นึกว่าพึ่งจะ 20 นะเนี้ย”

ธีร์ได้แต่ยิ้มเขินๆ เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่ารูปร่างหน้าตาที่ได้จากแม่ของเขาจะดึงดูดสายตาของคนตรงหน้าได้ขนาดนี้

“ธีร์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ นายดู…สูงขึ้นหรือเปล่าเนี้ย?”

ทันใดนั้น เสียงคุ้นเคยที่คิดถึงก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาเลือดในกายธีร์หยุดไหลไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมจนแทบจะกลั้นหายใจไม่ได้

ธีร์หันขวับไปมอง ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสบายๆ กำลังเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่คุ้นเคย

นนท์มองมาด้วยสายตาอบอุ่นที่ได้พบหน้าคนรู้จักเก่า

“พะ…พี่นนท์ สวัสดีครับ” ธีร์พูดตะกุกตะกัก ใบหน้าแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆจนไล่ไปถึงใบหู ไม่กล้าสบตาตรงๆได้แต่มองพื้นสลับกับมองหน้าอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

นนท์เดินเข้ามาใกล้ มือหนาเอื้อมมาตบไหล่ธีร์เบาๆด้วยความเป็นกันเอง

“เราเตรียมงานเลี้ยงเล็กๆต้อนรับนายด้วยนะ หลังจากนี้ก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ ธีร์” น้ำเสียงนุ่มนวลฟังสบายราวกับเสียงดนตรี ทำให้ความประหม่าทั้งหมดค่อยๆ จางหายไป

ธีร์เงยหน้าขึ้นสบตาคนที่แอบรักที่ไม่ได้เจอนานถึงสามปี ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำมั่นใจ

“ผมจะทำให้เต็มที่ครับ”

งานเลี้ยงเล็กๆ ภายในบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบรรยากาศที่อบอุ่น ธีรียิ้มด้วยความสุขจนแก้มแทบปริแตก หัวใจพองโต สายตาลอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่เขาเฝ้าฝันถึงมาตลอด นนท์พูดคุยหัวเราะอย่างสนุกสนาน แสงไฟนวลตาที่สาดส่องลงมาทำให้เขายิ่งดูอ่อนโยนและมีเสน่ห์จนยากจะละสายตา

‘ในที่สุด... วันนี้ผมก็ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในโลกของพี่แล้วนะ’

ธีร์คิดในใจ พลางรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความตื่นเต้นปนปีติ

เมื่องานเลี้ยงจบลงก็ดึกมากแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไป เมษากับโชกลับเข้าห้องนอนที่อยู่ชั้นล่าง นนท์ยังขยันรีบกลับไปจัดการงานที่ค้างคาไว้ต่อ เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนจะถึงวันทำงานจริง

นายณ์ในฐานะเจ้าบ้าน เดินนำหน้าพาธีร์ขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง จนมาหยุดยืนหน้าประตูห้องหนึ่งที่อยู่กึ่งกลางของทางเดินยาว เขาหันมาสบตาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ชี้ไปที่บานประตูไม้สีอ่อนตรงหน้า

“นายนอนห้องนี้นะ ขาดเหลืออะไรหรือต้องการความช่วยเหลือ ก็ทักหาฉันได้ตลอด ฉันอยู่ห้องข้างๆ นายนี่เอง” นายณ์พูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง มือเอื้อมไปจับลูกบิดประตูเปิดออกให้เห็นภายในห้อง ที่ตกแต่งเรียบง่ายสะอาดตา และมีข้าวของครบครัน

ธีร์ก้าวเข้าไปมองรอบห้องด้วยความพอใจ ก่อนจะหันกลับมาถามเจ้าบ้านในความอยากรู้เล็กๆน้อยๆ

“ขอบคุณครับที่ดูธีร์แลอย่างดี แล้ว…พี่นนท์ พักห้องไหนหรอครับ?”

เพียงคำถามจบลง นายณ์ก็หลุดขำออกมาเบาๆ แววตาเจ้าเล่ห์วาบขึ้นมา ก่อนจะแซวด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง

“โห... เพิ่งมาถึงก็ถามถึงห้องไอ้นนท์เลย นายคงไม่ได้คิดจะย่องเข้าห้องมันตอนดึกๆหรอกนะ”

“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นนะครับ!!” ธีร์รีบโบกมือทั้งสองข้างไปมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ใบหน้าแดงก่ำกึ่งอายกึ่งตื่นกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด

“ผมแค่…แค่อยากรู้ไว้เฉยๆน่ะครับ” รีบก้มหน้าลงมองปลายเท้าเพื่อกลบเกลื่อนอาการ หูแดงระเรื่อขึ้นจนน่าเอ็นดู

“ฮ่าๆๆๆ ฉันล้อเล่นน่ะ อย่าทำหน้าตื่นขนาดนั้นสิ” นายณ์หัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู ก่อนจะชี้มือไปทางปลายทางเดิน

“ห้องนนท์ก็อยู่ติดอีกฝั่งของห้องนายนี่แหละ ที่ห้องนี้ว่างอยู่เพราะมันอยู่ตรงกลางเลยมีหน้าต่างแค่ด้านเดียวน่ะ นายอยู่ได้ใช่ไหม?”

“ผมอยู่ได้ครับ” ธีร์พยักหน้ารับ

“งั้นก็พักผ่อนเถอะ ไว้พรุ่งนี้ฉันจะสอนงานและเอาตารางการทำงานให้นายด้วย”

“ขอบคุณมากนะครับพี่นายณ์” ธีร์กล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ นายณ์ยิ้มรับก่อนจะยกมือขึ้นโบกมือลา แล้วหันหลังเดินเข้าประตูห้องของตน

ธีร์มองตามก่อนจะผลักประตูเข้าห้องและปิดลงเบาๆ เดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มพร้อมรอยยิ้มที่ยังมิอาจหุบได้

ก้าวแรกที่รอคอยได้เริ่มขึ้นแล้ว เขาตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตหัวใจของนนท์ ในที่สุดเส้นทางแห่งรักข้างเดียวก็กำลังจะเปลี่ยนไป…

วันต่อมา

หลังจากธีร์ได้เรียนรู้งานและรับตารางงานจากนายณ์แล้ว ธีร์ก็เข้าใจการทำงานทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ทำให้คนในทีมพอใจกันมาก

การประชุมดำเดินไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีการโต้แย้ง มีเพียงคำปรึกษาและยอมรับความเห็นต่างของอีกผ่าย แม้ว่าการประชุมจะยืดเยื้อกินเวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง แต่ธีร์ก็ไม่มีทีท่าเบื่อหน่ายเลย

สายตาคู่สวยลอบมองท่าทางที่สุขุมและดูเป็นผู้นำของนนท์ด้วยความชื่นชมจนล้นใจ รอยยิ้มบางๆติดค้างอยู่บนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าสมาชิกคนอื่นจะสังเกตเห็น แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ได้แต่แอบมองและยิ้มให้ในความน่ารักน่าเอ็นดูของน้องใหม่คนนี้เท่านั้น

“เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหม?” นนท์เดินเข้ามาทักธีร์หลังจากที่ประชุมเสร็จ

“ครับ?”

“ทำงานวันแรกก็ต้องมาประชุมนานแบบนี้ พอดีต้องเร่งเตรียมวางแผนสำหรับตอนต่อไปของรายการเราน่ะ” เขากลัวจะทำให้น้องใหม่ลำบากใจ และไม่อยากให้เข้าใจผิดว่ากำลังโดนแกล้ง

“ผมไม่เป็นไรเลยครับ ผมกลับรู้สึกสนุกด้วยซ้ำ อยากให้ถึงวันถ่ายทำเร็วๆจังครับ” ธีร์ตอบด้วยรอยยิ้มสดใส ในใจเต้นโครมครามดีใจที่นนท์เข้ามาชวนคุยก่อนจนแทบอยากจะตระโกนออกมาดังๆ

“งั้นก็ดีแล้ว ถ้ามีอะไรสงสัยไม่เข้าใจ ถามนายณ์ได้เลยนะ”

“ครับพี่นนท์”

นนท์ยิ้มบางๆก่อนจะเดินจากไป ธีร์มองตามแผ่นหลัง ภาพในหัวมีเพียงใบหน้าเปื้อนยิ้มของนนท์ลอยวนเวียนจนเขาไม่อาจจะหุบยิ้มได้เลย

“นายชอบพี่นนท์หรอ?”

จู่ๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง ธีร์ตกใจกระตุกตัวเล็กน้อยทำให้ได้สติกลับมาสู่โลกความจริงอีกครั้ง

เมษามองธีร์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขามองออกว่าธีร์เป็นคนซื่อ คิดยังไงก็แสดงออกมาอย่างงั้น จนรู้สึกน่าเอ็นดูคนตรงหน้า

“ผะ…ผมไปหาพี่นายณ์ก่อนนะครับ” ธีร์รนรานพูดแขนกอดไอแพด พลางรีบก้าวเท้า

เดินออกมาจากตรงนั้นทันที เมษายืนมองตามแผ่นหลังก่อนจะขำออกมาเบาๆ เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้น่ารักดี แต่เขาก็รู้อยู่ในใจว่านนท์ไม่ได้มีท่าทางสนใจเด็กคนนี้เลยสักนิด

หลายวันต่อมา

ภารกิจแรกของธีร์วันนี้เขาต้องออกเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อช่วยงานนายณ์และนนท์ในการถ่ายทำรายการ ส่วนเมษาและโช จะอยู่ประจำที่บ้านเพื่อรับหน้าที่สำคัญในการตัดต่อและจัดการไฟล์งานหลังจากที่พวกเขากลับมา

ที่หน้าบ้าน รถตู้ขนาดใหญ่สีดำสนิททรงหรูหราจอดรออยู่ เบาะนั่งนุ่มสบายเหมาะกับการเดินทางไกล มีคนขับรถมืออาชีพเตรียมพร้อมรออยู่แล้ว

ธีร์ช่วยทุกคนขนอุปกรณ์ และกระเป๋าเดินทาง จัดวางเข้าที่เข้าทางอย่างขยันขันแข็ง ดูตื่นตัวและกระตือรือร้น

“เตรียมของพร้อมแล้วใช่ไหม?” นายณ์เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าทุกอย่างถูกยกขึ้นรถเรียบร้อย

“พร้อมทุกอย่างแล้วครับพี่นายณ์ ธีร์เช็คซ้ำไปสองรอบแล้ว ไม่มีอะไรตกหล่นแน่นอน” ธีร์ตอบรับทันทีด้วยน้ำเสียงชัดเจน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก   ออกทริปครั้งแรก

    ❤️100%“งั้นก็ขึ้นรถ ออกเดินทางกันเถอะ” นนท์ก้าวขึ้นไปนั่งยังเบาะด้านกลางอย่างคุ้นเคย ตามด้วยธีร์และนายณ์นั่งที่เบาะว่างด้านหน้า ก่อนที่ประตูรถจะปิดลง เสียงตะโกนอันแจ่มใสจากเมษาดังขึ้นมาจากหน้าประตูบ้าน เขาโบกมือไหวรัวๆ สีหน้าขี้เล่นตามสไตล์“เดินทางปลอดภัยน้าาา แล้วอย่าลืมแวะซื้อขนมอร่อยๆมาฝากด้วยล่ะ ห้ามลืมเด็ดขาด!”ข้างกาย โชยืนยิ้มอย่างสุภาพ โบกมือลาเบาๆ ด้วยท่าทีสงบนิ่งแต่อบอุ่น “เดินทางปลอดภัยนะครับ”ธีร์หันกลับมาโบกมือตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนนายณ์จะเอื้อมมือปิดประตูรถเบาๆ รถตู้คันหรูค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากบ้านไปอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางในรถ…“นายไม่ไปนั่งข้างหลังหรอ?” นายณ์ถามธีร์ที่นั่งข้างๆ พลางนึกในใจว่าอุตส่าห์เปิดโอกาสให้นั่งกับนนท์แล้ว แต่กลับเลือกที่จะนั่งเบาะหน้าซะงั้น“ธีร์นั่งตรงไหนก็ได้ครับ” ธีร์ตอบอย่างเขินอาย ที่เขาไม่กล้าไปนั่งข้างนนท์เพราะกลัวทำตัวไม่ถูกจนทำให้คนที่แอบชอบอึดอัด“อ่ออออ” นายณ์ลากเสียงยาวแลมองธีร์ด้วยหางตาพลางอมยิ้มในความโกหกทั้งที่แสดงออกชัดเจนว่าอยากไปนั่งข้างคนที่ชอบขนาดนั้นเป้าหมายของการถ่ายทำคราวนี้เป็นทะเลใช้เวลา

  • นกตัวนี้ ไม่มีอกหัก   ก้าวแรก

    ❤️ : 100%ณ.คาเฟ่เล็กๆแห่งหนึ่งในมุมหนึ่งของร้านเล็กๆ พื้นที่ไม่กว้างมากนัก มีโต๊ะไม้สีน้ำตาลเคลือบเงาสวย ต้นไม้และของประดับชิ้นเล็กๆตกแต่งบนชั้นวางรอบๆร้าน บรรยากาศดูอบอุ่นและไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านชายหนุ่มหน้าตาดีนั่งมองหน้ารุ่นน้องหน้าหวานที่พึ่งบังเอิญเจอกันเมื่อครู่ กำลังส่งสายตาอ้อนวอนให้ทำตามความต้องการของตัวเอง"พี่นายณ์ ช่วยหาตำแหน่งให้ธีร์ได้อยู่ใกล้พี่นนท์หน่อยได้ไหมครับ อะไรก็ได้ ธีร์ทำได้หมดเลย""นายชอบมันตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัย นี่ก็ผ่านไป 3 ปีแล้ว นายยังไม่เลิกชอบไอ้นนท์มันอีกหรอ?" นายณ์ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของนนท์กล่าว"ก็คนมันชอบไปแล้วนี่ครับ" ธีร์ก้มหน้าด้วยความเขินอาย "พี่นายณ์ช่วยทำให้รุ่นน้องคนนี้สมหวังหน่อยน้าาา น้าาาาา พี่นายณ์~" ธีร์ทำสีหน้าออดอ้อน มือคว้าแขนเสื้อนายณ์มาจับไว้พลางบิดตัวไปมา ช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าอย่างขอร้อง"อย่ามาทำแบบนี้กับฉันนะ ฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย!" นายณ์เสียอาการเมื่อถูกดวงตากลมโตน่ารักมองแบบนั้น รีบชักแขนเสื้อออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายทันที "ฉันกำลังหาคนทำงานเป็นผู้ช่วยอยู่ งั้นนายก็มาทำหน้าที่นี้แล้วกัน แต่บอกไว้ก่อน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status